.

หลังจากหนังสือเล่มแรกในชุด รวมผลงานอมตะ ฟุจิโกะ SF คอลเลคชัน ออกวางขายไม่นานนัก...ก็อาจจะบอกได้ว่า ผลงานลายเส้น"สำหรับเด็ก" ซึ่งใช้ถ่ายทอดมุมมอง"ของผู้ใหญ่" ที่มีต่อด้านต่างๆในสังคมนั้น สร้างกระแสตอบรับที่ไม่เลวเลยทีเดียว

มาถึงเล่มที่สองนี้ อ.ฟุจิโกะ เอฟ ฟุจิโอะ ผู้สร้างชื่อจากผลงานเปี่ยมจินตนาการอย่าง โดราเอมอน ก็ยังคงสร้างความน่าทึ่งใหักับผลงานเรื่องสั้นแนวไซ-ไฟได้ดี อย่างเช่นที่เคยทำไว้ในเล่มแรก

เรื่องสั้น 13 เรื่อง ที่ดำเนินไปโดยตัวละครที่แตกต่าง และฉากที่ไม่เกี่ยวข้องกันนั้น เน้นหลักไปที่การนำเสนอแนวคิด"ด้านมืด"ในมุมต่างๆออกมา...เล็กน้อยบ้าง ใหญ่โตบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดในอดีตก่อนหน้า หรือในอนาคตอันแสนไกล...

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่ดูห่างตัวแทบไม่น่าเชื่อ หรือเรื่องราวที่อยู่ติดชิดกับสถานการณ์ปัจจุบัน จนแทบจะสัมผัสได้

Path of Fujiko F Fujio

Vol.2 - Retiring age from Eating 

หากจะให้ยกตัวอย่าง หลากหลายแนวคิดที่น่าสนใจ ที่ปรากฎขึ้นในเล่มนี้ ผมก็จะขอเล่าย่อๆ ตอนที่น่าสนใจซักเล็กน้อยเช่นเดิม

เกษียณอายุการกิน - คุณคิดว่า สิ่งมีชีวิตซักชนิดหนึ่ง จะสามารถเติบโต และขยับขยายสายพันธุ์ของตัวเองออกไปได้มากแค่ไหน ท่ามกลางอาหารและทรัพยากรที่จำกัด?

...เมื่ออัตราการเกิด พุ่งสูงไม่มีขีดจำกัด สวนทางกับอัตราการตายแล้ว...ในที่สุด ภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ก็กลายมาเป็นปัญหาขั้นวิกฤติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาครัฐไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการ "จำกัด" และ "กำจัด" จำนวนสมาชิกที่มีอายุสูง ซึ่งถูกตีค่าว่า "ไม่มีความหมาย"ในทางสังคม ให้ลดต่ำลง...จนสุดท้าย ผู้เฒ่าผู้แก่เหล่านั้น ก็จะไม่เหลือสวัสดิการใดๆทั้งสิ้น...ซึ่งรวมไปถึง ส่วนแบ่งอาหาร สิทธิในฐานะพลเมือง และจุดยืนที่พึงจะมี ในฐานะของมนุษย์...

รากไม้ล้ม - คนหนึ่งคน ต้องมีเหตุผลมากแค่ไหน ในการที่จะจบชีวิตใครอีกซักคน?

...ในอาณาเขตบ้านหลังเล็กๆ ที่สามีเป็นใหญ่ และภรรยาเป็นได้เพียงภาชนะที่เอาไว้รองรับอารมณ์...การถูกทุบตีทำร้ายร่างกาย ถูกเหยียดหยาม ถูกประเมินค่าให้ต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดียรัจฉาน ถือเป็นเรื่องที่เห็นจนชินตา

...เมื่อถึงจุดๆนึง "อารมณ์" อันรุนแรง ซึ่งถูกยัดเยียดเอาไว้จนปริ่ม จะล้นออกมายังที่ใด? ความแค้นที่ดูลึกจนมองไม่เห็นก้น จะถูกตอบสนองออกมาในทางไหน?

กระต่ายตัวน้อย ตัดสินใจกระโจนพุ่งเข้าชนรากไม้ใหญ่ หวังให้ต้นไม้โค่นล้มลง...ไม่ว่าบทสรุปจะสวยงามหรือไม่...อย่างน้อยก็ต้องมีซักสิ่ง หรือซักชีวิตหนึ่ง...ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป

หักล้าง - วิทยาการของมนุษย์ได้เจริญมากขึ้นทุกขณะจิต...ชีวิตสะดวกสบายขึ้น อายุขัยยืนยาวขึ้น...แต่น่าแปลก ที่สิ่งที่อยู่คู่กับพวกเรามานาน ดังเช่น"ศีลธรรม" กลับถดถอยลงทุกเมื่อเชื่อวัน

สำนึกในความเป็นคู่ครอง สำนึกในการเป็นผู้ให้กำเนิด และสำนึกในการเป็นสัตว์สองเท้า...กลับมีความหมายน้อยลงไปจนแทบจำไม่ได้...การฆ่าสังหารคนที่ไม่ชอบหน้า การทิ้งทารกที่ไม่ได้ต้องการ หรือการแลกชีวิตคนหนึ่งคน เพื่อคนอีกหนึ่งคน สามารถทำได้โดยไม่ต้องตะขิดตะขวงใจ

เป็นเพียงกลไกของธรรมชาติ ที่จะลบล้าง"ความรัก" ให้หายไปจากมโนสำนึกคน...เพื่อลดจำนวนประชากรให้เหมาะสม? หรือเป็นเพียงข้ออ้าง ที่จะเอามาบดบังสัญชาติญาณที่ว่า เราต้องกดคนอื่นให้ลงต่ำ เพื่อที่จะขึ้นสู่ที่สูง?

"คนหนึ่งคน" ได้ตายจากไป...แต่"คนอีกหนึ่งคน" อีกหนึ่งคน อีกหนึ่งคน อีกหนึ่งคน...ก็ได้เกิดตามมา

...หักล้างเท่าไหร่...มนุษย์เราก็ไม่ได้ลดจำนวนลง...

...หักล้างเท่าไหร่...ศีลธรรมก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมา...

 

แม้จะพูดกันอย่างน่ากลัวและดูจะเกินจริงว่า Path of Fujiko F Fujio เป็นเรื่องราวการตีแผ่ "ด้านมืด" ของสังคม โดยใช้แนวคิดผสมรวมทั้งวิทยาศาสตร์และหลักความเชื่อ...แต่โดยแท้แล้ว เรื่องราวต่างๆนั้น กว่าครึ่ง ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "เหตุการณ์จริง" ที่เกิดขึ้นแล้วในมุมต่างๆรอบตัวเรา ตั้งแต่ยุคอดีต...และอีกเกือบครึ่ง ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ความน่าจะเป็น" ที่มีแนวโน้มจะเกิดได้ ในอนาคตเบื้องหน้า

โลกเราประกอบด้วยมุมต่างๆ ทั้งสว่างและมืด อยู่ที่ว่าตัวเราจะเลือกมองในมุมไหน...หนังสือชุดนี้ของอ.ฟูจิโมโตะ เลือกที่จะนำเสนอแง่มุมที่ถูกทับอยู่ในเงามืด และมักถูกเผลอเรอ มองข้ามไปโดยผู้คนอยู่บ่อยๆ...ไม่ว่าจะโดย"จงใจ" หรือไม่

...การเพิ่มขึ้นของประชากรที่ไม่มีแนวโน้มจะควบคุมได้ /ภาวะการขาดแคลนปัจจัยสี่อย่างรุนแรง /การถดถอยของศีลธรรมพื้นฐานที่พึงจะมี /การกำหนดบรรทัดฐานของสังคมขึ้นมาอย่างผิดเพี้ยน ฯลฯ สารพัดสารพันเรื่องราวอันเลวร้ายเหล่านี้ เชื่อว่าลึกๆแล้ว ตัวผู้อ่านเองก็คงจะไม่ปฎิเสธว่า "มันได้เกิดขึ้นแล้ว" หรือไม่ก็ "มันกำลังจะเกิดขึ้นจริง"

สาส์นสำคัญของผู้แต่ง ก็อาจเป็นการบ่งชี้ว่า หากคนเราไม่ตระหนักถึงความสำคัญ และทำหลับหูหลับตา มองข้ามสังคมที่ฟอนเฟะนี้ต่อไป...ไม่ช้าก็เร็ว เรื่องราวที่ดูเหลือเชื่อและน่าขัน อย่างการผิดลูกผิดเมียอย่างหน้าตาเฉย การทำร้ายไม่ให้เกียรติบุพการี หรือกระทั่งการพยายามสังหารคนรอบข้างอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ...ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราอย่างไม่มีวันจบสิ้น...

.

ดังนั้นแล้ว จึงไม่น่าแปลก ที่"ความจริงจัง"ของปัญหานี้ ได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหนักหน่วง แม้จะผ่านลายเส้นที่ดูสดใส

ดังนั้นแล้ว จึงไม่น่าแปลก ที่"ผลงาน" เกือบทุกตอนนั้น แม้จะมีบทสรุปในส่วนของเรื่องราว แต่ก็จะทิ้ง"คำถาม" ไว้ในใจของคนอ่านอยู่เสมอ

...สิ่งสำคัญก็คือ "คำถาม" เหล่านี้ ถูกตั้งขึ้นมา เมื่อกว่า 30 ปีก่อนหน้า...

...ในสายตาของอ.ฟูจิโมโตะแล้ว พวกเราเหล่าคนอ่านเอง ก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจากแมวสีฟ้าที่มีกระเป๋าสี่มิติอยู่หน้าท้อง

..เรามีสิ่งที่คนในยุคนั้น ไม่มีทางได้ครอบครอง

.

...เรามี"คำตอบ" ที่มาจาก "โลกอนาคต"

...เรามี "ผลลัพธ์" ของ "คำถาม" เหล่านั้น ซึ่งเกิดจากการกระทำของตัวเราเอง

.

ขึ้นอยู่กับพวกเรานี่ล่ะครับ ว่าจะกล้ารับรู้ และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงมัน...ก่อนที่เรื่องราวจะไปจบลง ด้วยผลลัพธ์อันโหดร้ายเช่นในเรื่องหรือไม่...มันก็เท่านั้นเอง...

 ----------------------------------------------------

สรุปม้วนเดียวจบ

หากท่านได้ผ่านตาผลงานมาแล้ว อย่างน้อยหนึ่งเล่ม...

ควรจะซื้อ และติดตามอ่านต่อไป ถ้าหากว่า

- ติดใจในการนำเสนอ เรื่องราวความจริงของโลก ในประเด็นที่มักถูกมองข้ามไป

- ยอมรับในระดับหนึ่ง ว่าหลายๆเรื่องที่ดูเหลือเชื่อเกินจริงเหล่านั้น สามารถเกิดขึ้นได้ (หรืออาจจะเกิดไปแล้ว) ในสังคม

- อยากร่วมถก เสนอความเห็น และตีความไปกับเพื่อนๆนักอ่าน

- อยากจะได้ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ของประเด็นที่ว่า "หนังสือการ์ตูน" ก็มีความหมายต่อแนวคิดคนอ่าน

ควรจะเลิกซื้อ และเลิกติดตามอ่าน ถ้าหากว่า

- ไม่ได้รู้สึกถึงความแปลกแตกต่างอะไรในเล่ม นอกจากกระแสที่คนเขาพูดๆกัน

- ไม่ชอบใจการที่คนอ่านพยายามวิเคราะห์ตีความ หรือยกประเด็นจริงจังใดๆขึ้นมา ทั้งๆที่ตัวเนื้อหาไม่น่ามีอะไรขนาดนั้น

- รู้สึกขัดตา ที่นำเรื่องราวซีเรียส มานำเสนอด้วยลายเส้นที่ดูเบาโหวง

- เสียดายเงิน รู้สึกเหมือนโดนหลอก และคิดว่าราคา ไม่คุ้มค่ากับแก่นสาระที่ได้รับ

แด่คำตอบที่ส่งกลับไปยังอดีต

แด่ฟุจิโกะ เอฟ ฟุจิโกะครับ

>>รีวิว Path of FFF เล่มหนึ่ง<< 

.

.

.

ปล. เพิ่งสอบเสร็จ หมดเวรหมดกรรมกับภาควิชาศัลยศาสตร์ในที่สุด...ยากแทบขาดใจจริงๆครับพี่น้อง นานๆครั้ง ก็จะรู้สึกตัวเป็นระยะๆว่า...เรียนหมอนี่ มันหนักสิ้นดี...ถ้ายังไง คราวหน้าๆ ลองมาว่ากันเรื่องเรียนๆ สอบๆกันบ้างดีกว่ามะ? เผื่อแก้กลุ้มได้บ้าง ^^