ไดอารี่แพทย์เวร[2]-One Pic per Duty

posted on 05 Jun 2011 13:31 by zieghart  in My-Life
.
สวัสดีเพื่อนๆครับ
 
หายหน้าไปเดือนนึง ด้วยสารพัดมุขที่อยากเอามาอัพบล็อก...แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรัง เล่นมุขเดิม ทำซีรีย์แปะรูป ภาคต่อจนได้ ^^"
 
"ไดอารี่แพทย์เวร - One Pic per Duty" เป็นกิจกรรมส่วนตัวของผม ที่จะคอยแปะรูปหนึ่งรูป อ้างอิงจากเรื่องราวการตะลอนอยู่เวรที่นั่นที่นี่ ต่างกรรมต่างวาระ เอามาโพสต์ลงใน >>เฟสบุ๊คของตัวเอง<< พร้อมเก็บเรื่องราวในวันนั้นๆ มาให้เพื่อนๆอ่านกัน จุดประสงค์เพื่อเป็นบันทึกภาพส่วนตัว เอาไว้ลดความตึงเครียดในการทำงาน แล้วก็สร้างความสุขเล็กๆน้อยๆ ให้กับตัวเอง เวลาที่มันกดดันมากๆน่ะครับ
 
แปะไปแปะมา เริ่มมีภาพเยอะขึ้น เรื่องราวมากขึ้น ก็เลยขอขยายสเกลให้กว้างขึ้นซักนิด เอามาแปะเพิ่มในบล็อกส่วนตัวของตัวเอง พร้อมคำอธิบายที่มากขึ้นซักหน่อย หวังว่าจะชอบกัน ^^
 
 
*******
 
- ภาพแต่ละภาพ จะลงวันที่ๆถ่ายไว้ พร้อมบทบรรยาย/บทแซว ที่ยกมาจากที่เคยเขียนไว้ใน facebook ทั้งดุ้น
 
- แต่ละภาพ จะเพิ่มคำอธิบายเข้าไปอีก เพื่อเน้นให้เห็นภาพคร่าวๆของชีวิตการทำงาน ในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น ทั้งอ่านเอาเพลิน หรืออ่านเอาประเด็นการทำงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
 
- ภาพที่ประกอบด้วยบุคคลใดๆ ตั้งแต่ครั้งที่โพสต์ลง facebook...ได้ผ่านการขออนุญาตจากเจ้าตัว หรือผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจแล้ว ว่าสามารถเอามาเผยแพร่ได้ ตามความเหมาสม
 
*******
 
One Pic per Duty [2]
 
 
11) 11/3/54 - เวรคืนนี้ ช่างวุ่นวาย ยากเย็น และใหญ่หลวงนัก...ต้องใช้ทั้งหมออายุรกรรม และหมอเด็กในเวลาเดียวกัน !

...คนนึงกะลังหั่นผลไม้...อีกคนก็กะลังบุกปราสาท ล้างแค้นให้ทั่นพ่ออออออ
 
***
 
สำหรับหลายๆอาชีพที่เวลาว่างค่อนข้างจำกัด และไม่ค่อยแน่นอนแล้ว...ประเด็นสำคัญมากๆอย่างนึง คือการจัดการชีวิตส่วนตัวนะครับ ทั้งครอบครัว แฟน และเพื่อน
 
คุณพี่สองคนของผม เป็นหนึ่งในตัวอย่างคู่รักที่จัดสรรเวลาได้ดีมาก ผู้ชายเป็นหมออายุรกรรม ผู้หญิงเป็นหมอเด็ก แต่ละคนมีเวรเดือนละหลายสิบวัน ก็พยายามจัดเวรให้ตรงกัน จัดวันว่างให้ตรงกัน และวันอยู่เวร ถ้ามีเวลา ก็จะผลัดกันไปเยี่ยมเยียนอีกฝั่งถึงแผนกทีเดียว....ใครที่ชอบอ้างว่า ทำงานๆ ไม่มีเวลาๆ....จริงๆถ้าเรามีใจจะทำซะอย่าง ไม่มีปัญหาขนาดนั้นแน่ครับ ^^
 
...ส่วนที่ว่า มาเจอกันแล้ว มัวแต่เล่นไอโฟน หรือนอนหลับสลบเหมือดอะไรนั่น...ก็ถือว่า แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคู่ละกัน...นะ ^^" **
 
 
12) 12/3/54 - เวรต่อเนื่อง~หลังจากเวรวอร์ดเด็กเมื่อคืน ได้นอนไปสองชั่วโมง...ก็ต้องรีบแจ้นมาตรวจคลินิกนอกเวลาช่วงเช้าต่อทันที

เที่ยงตรง เลิกงานเมื่อไหร่ จะรีบกลับไปสลบเหมือด Zzzzz
 
***
 
ช่วงนั้นเป็นอีกช่วงนึง ที่เวลาว่างผมจำกัดจำเขี่ยมาก เวรห้องฉุกเฉิน ต่อเวรประกันสังคม ต่อเวรวอร์ดเด็ก ต่อด้วย บลาๆๆ....ทำให้รู้ซึ้งถึงความหมายของการพักผ่อนเลยครับ
 
ตอนช่วงไฟแรงๆ อยากเก็บเงิน...พอมีคนเสนอเวรให้ ขายเวรให้ หรือบอกจ๊อบอะไรมา...หลายๆครั้งเราก็หน้ามืดตามัว อยากได้งาน อยากได้เงินมาก จนยอมแลกสุขภาพตัวเองแบบบ้าคลั่ง เงินที่ได้มา ก็อาจไม่คุ้มซะแล้ว ถ้าป่วยหนักเข้าไปซักรอบ
 
ตอนนั้น ผมเริ่มจะเห็นข้อจำกัดของตัวเองขึ้นมาล่ะ **
 
 
13) 13/3/54 - Emergency room ห้องเดิมที่คุ้นเคย...ขอบคุณที่คนไข้เบาบางอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

มหกรรมเวรต่อเนื่อง เหลืออีกแค่สามวันเท่านั้น !
 
Hope i can pass through it !
 
***
 
ซึ้งครับ ตอนนั้นซึ้งมากๆ
 
เป็นอีกหนึ่งช่วงพีค ที่ทำงานแบบหักโหม บ้าระห่ำ จนแทบไม่ได้พัก (ลืมตาตื่นตลอด เกิน 36 ชั่วโมง) เพราะคิดแค่ว่า เรายังไหว เรายังทำงานได้...ซึ่งมันผิดถนัดเลย
 
หลังจากช่วงมหกรรมเวรบ้าคลั่งตอนนั้น ผมก็เริ่มเปลี่ยนเป็นคนขายเวรให้น้องๆคนอื่นๆแทนบ้าง เอาเวลาว่างมาพัก มาทำอะไรที่เราชอบ อยู่กับคนที่เรารักดีกว่า พยายามบาลานซ์ชีวิตน่ะครับ
 
และผมก็ไม่ลืมจะบอกน้องๆด้วย ว่ากระตือรือล้น อยากทำงาน อยากเก็บเงิน เป็นเรื่องที่ดี แต่อะไรที่มันมากไป หักโหมไป...ย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และไม่มีความสุขแน่นอน **
 
 
14) 14/3/54 - เริ่มลูปใหม่ ปีการศึกษาใหม่...มีน้องๆปี6 ใหม่ๆมาช่วยงานเยอะมาก เวรเบาลงอย่างมหาศาล

เวรสุดท้ายในชีวิต ของวอร์ดเด็ก...มีเวลานั่งชิวมากมายจริงๆ ^^
 
***
 
ทำงานไปเรื่อยๆ เวลาจะผ่านไปเร็วมากๆ เผลอๆก็ขึ้นปีใหม่ ได้น้องๆนักศึกษาแพทย์หน้าใหม่ๆ ใสๆ มาช่วยงานเพิ่มขึ้นครับ
 
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สุ่มเสี่ยง ต่อทั้งหมอๆพี่ๆ อาจารย์หมอ และคนไข้ด้วย เพราะมีหลายๆเรื่อง ที่ต้องคอยสอน คอยฝึกน้องๆที่เพิ่งมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ รับผิดชอบชีวิตของคนหลายๆคนครับ
 
รอยต่อช่วงปี 5 - ปี 6 เป็นช่วงก้าวกระโดดมากๆ สำหรับน้องๆนักเรียนแพทย์ครับ ถ้ามีโอกาสคงได้มาเล่าให้ฟัง **
 
 
15) 16/3/54 - เวรแรก แผนกสูตินรีเวช

ขอให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัยกันทู๊ก--ก คน
 
***
 
หนึ่งในแผนกที่ผมไม่ถนัด และไม่ชอบใจที่สุด ในหลายๆประเด็นครับ
 
ผมแพ้ทางการทำคลอด การผ่าคลอดมาแต่ไหนแต่ไร (ไม่เคยทำได้ดีเลย ตั้งแต่สมัยเรียน) บวกเข้ากับประเด็นปัญหาสังคม ว่าด้วยการท้องในวัยเรียน ทำแทงก์ผิดกฎหมาย ทำร้ายร่างกาย sexual abuse และอื่นๆอีกมาก ไม่นับชั่วโมงการทำงานที่ไม่แน่นอน ของสูติแพทย์ ที่ทำให้ผมทึ่งงกับอาจารย์แพทย์หลายๆท่าน ที่สามารถรับมือกับคนไข้มหาศาล ที่มักจะมาหาอย่างเร่งด่วน ไม่ตรงเวลา และฉุกเฉินมากทีเดียว
 
คนไข้ฝากท้องกับเรามาตั้งค่อนปี บทจะปวดท้องคลอด หรือคลอดก่อนกำหนดขึ้นมาในวินาทีสุดท้าย ไม่มีใครคาดเดาได้...ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ ที่ดูแลมาตลอด ก็จะต้องถูกตามมาผ่า มาทำคลอดในทันที
 
เป็นไลฟ์สไตล์ที่ผมนึกภาพตัวเองทำแบบนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ^^' **
 
 
16) 19/3/54 - ER รอบเช้า หลังจากไม่ได้อยู่เวรมาซะนาน

ขอนิ่งๆ เงียบๆ ชิลๆด้วยเท้อออ
 
***
 
เวรห้องฉุกเฉิน Emergency Room ครับ ตอนนั้นผมยังมีเวลาว่าง เลยมารับจ๊อบเป็นช่วงๆ
 
โดยทั่วไป คนไข้ห้อง ER จะมาก และต่อเนื่องอยู่แล้ว อาการทั้งงรุนแรง ทั้งเล็กน้อย จึงปนๆกันไป สิ่งสำคัญก็คือความสามารถในการแยกแยะ จัดการปัญหาเฉพาะหน้า...ทั้งการช่วยชีวิตคนไข้ในนาทีเป็นตาย การประคองอาการให้ผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุด จนถึงการแจกจ่าย จัดผู้ป่วยขึ้นไปยังแผนกที่เหมาะสม เพื่อทำการรักษาต่อเนื่อง
 
บทจะเหนื่อย จะเครียด ก็สูบพลังได้มากเลยทีเดียวจริงๆ **
 
 
17) 20/3/54 - เวรห้องคลอด ในวันอาทิตย์ที่น่านอนขดอยู่ในผ้าห่มเป็นที่สุด...

แม่ๆมาน้อย น้องๆคลอดง่าย งานเบาบาง เข้ากับบรรยากาศชิลๆดีมากเลย ^^/
 
***
 
จากจุดของผม เป็นข้อดีอย่างหนึ่ง คือการที่แทบจะไม่ต้องลงมือทำหัตการนอกเหนือจากสาขาวิชาของตัวเองซะทุกอย่างครับ เช่นการทำคลอด ผ่าไส้ติ่ง จะเน้นหลักที่การคุมน้อง สอนเทคนิค วิธี และแนะนำอยู่ห่างๆซะมาก เหมือนตอนสมัยผมเรียน พี่ๆก็มาสอนอย่างละเอียดใกล้ชิดเหมือนกัน
 
และพูดก็พูดเถอะ....ผมว่าน้องๆแทบทุกคน ทำเก่งกว่าคนสอนอย่างผมอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมั่นใจ ต้องมีฟอร์มไว้ก่อน ฮา**
 
 
*******
*******
 
การทำงานในจุดที่ไม่ถนัด ไม่ใช่สาขาที่ชำนาญ ยังคงดำเนินไปอีกพักใหญ่ๆ...นับจากตอนนั้นอีกหลายเดือนทีเดียว กว่าผมจะได้กลับมาอยู่ประจำภาควิชาของตัวเอง
 
แต่หลายๆครั้ง เราไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ได้แต่ทำงาน ณ จุดนั้นให้ดีที่สุดครับ
 
การหาเหตุผลที่จะไม่ทำ หรือเลิกทำอะไรซักอย่าง ไม่ใช่เรื่องยากเย็น...แต่หากเรายอมแพ้ซักครั้ง เราก็จะยอมแพ้ไปได้อีกหลายๆครั้ง ตลอดชีวิต
 
ครั้งหน้ามาว่ากันต่อ กับมหกรรมเวรที่เริ่มจะเบาบาง และชีวิตที่เริ่มจะเข้าที่เข้าทางขึ้นครับ ^^/
 

ไดอารี่แพทย์เวร[1]-One Pic per Duty

posted on 24 Apr 2011 15:24 by zieghart  in My-Life
.
สวัสดีเพื่อนๆครับ
 
กลับมาเจอกันใหม่อีกครั้ง ตอนแรกกะไว้ว่า จะเอาบทความโจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ตอนที่ 2 (วะ...เว้นช่วงได้นานมาก) มาฝาก
 
แต่คิดไปคิดมา ยังมีอะไรที่อยากจะเขียนแก้ เขียนเพิ่ม แปะรูปเพิ่มอีกเยอะเลย ก็ขอเอาไปแก้ไขตกแต่งอีกนิดหน่อยนะครับ --- แหม่ ติสต์จริงๆเรา
 
วันนี้เลยมาขัดตาทัพ ด้วยซีรีย์รายสะดวก ในชื่อ "ไดอารี่แพทย์เวร - One Pic per Duty" ครับ
 
*******
 
ตั้งแต่จบเป็นหมอมา ผมต้องเจอกับมหกรรมอยู่เวรไม่ได้หยุด...เวรในวอร์ดดูคนไข้ เวรห้องฉุกเฉิน เวรห้องอุบัติเหตุ เวรตรวจคนไข้ประกันสังคม ฯลฯ และอื่นๆแบบถี่มากมายครับ ...ช่วงที่เวรหลวมๆหน่อย ก็อาจจะได้ซัก 13-15 เวรต่อเดือน...แต่ช่วงพีคๆ อีเวนท์เยอะๆ คนไข้มากๆ งานชุมๆ (หรือเงินขาดมือ ><') ก็เรียกได้ว่า ต้องอยู่เวรต่อเนื่องซัก 23-24 วัน ไม่มีเว้นช่องไฟเลยก็มี
 
ชีวิตช่วงนั้น จะเหนื่อยมาก จนแทบน้ำตาไหล นอนน้อยจนเดินไปเซไปก็บ่อยครับ
 
ก็เลยเกิดเป็น"กิจกรรม"เล็กๆ ที่ผมทำเล่นเอง เพื่อบรรเทาความเหนื่อย เบื่อ ล้า ในการอยู่เวร เกิดเป็นชื่อ " One Pic per Duty" - หนึ่งภาพ หนึ่งวัน หนึ่งเรื่องราว ในหนึ่งเวร...เป็นไดอารี่ภาพเล็กๆ ถ่ายเล่นเก็บไว้ เวรละหนึ่งภาพ เพื่อไว้บันทึกความรู้สึกที่ปนเป ช่วยสร้างสีสัน และลดความหนักหนาของชีวิตการทำงานไปได้บ้าง ไม่มากก็น้อยครับ ^^
 
ปกติจะโพสต์เล่น ใน >>facebook ของตัวเอง<< แชร์ประสบการณ์กับเพื่อนๆ พอหอมปากหอมคอ...พอมีมากหน่อย ก็เลยอยากเอามารวบรวม แชร์เพื่อนๆ Exteen ให้อ่านเล่นกันครับ
 
*******
 
- ภาพแต่ละภาพ จะลงวันที่ๆถ่ายไว้ พร้อมบทบรรยาย/บทแซว ที่ยกมาจากที่เคยเขียนไว้ใน facebook ทั้งดุ้น
 
- แต่ละภาพ จะเพิ่มคำอธิบายเข้าไปอีก เพื่อเน้นให้เห็นภาพคร่าวๆของชีวิตการทำงาน ในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น ทั้งอ่านเอาเพลิน หรืออ่านเอาประเด็นการทำงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
 
- ภาพที่ประกอบด้วยบุคคลใดๆ ตั้งแต่ครั้งที่โพสต์ลง facebook...ได้ผ่านการขออนุญาตจากเจ้าตัว หรือผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจแล้ว ว่าสามารถเอามาเผยแพร่ได้ ตามความเหมาสม
 
*******
 
One Pic per Duty [1]
 

 
4) 2/3/54 - น้องเด็ก อายุ 52 วัน เป็นจอประสาทตาผิดปกติ จากการคลอดก่อนกำหนด (Retinopathy of prematurity)

ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อพาไปยิงเลเซอร์ที่รพ.เด็ก...รถ refer เหยียบขั้นต่ำ 130km/hr ... แถมเข้าโค้งแบบไม่ลดสปีด

...ชักเริ่มห่วงน้องเด็กน้อยลงเรื่อยๆแล้ว ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า !
 
***
 
เคสคนไข้ ที่ต้องการการรักษาจากแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หรือต้องการสถานที่รักษาที่มีอุปกรณ์ครบถ้วน จะถูกเคลื่อนย้าย ส่งตัวไปรักษาต่อตามโรงพยาบาลใหญ่ๆหลายๆแห่งครับ
 
รพ.เด็ก (สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี) ก็เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญ ที่เต็มไปด้วยหมอเด็กเก่งๆ เครื่องมือพร้อมสรรพ และคนไข้เด็กมหาศาลจนบรรยายไม่ถูกเลยครับ (โดนวิ่งชนตั้งหลายรอบ ^^")
 
เคสบางเคส ต้องให้หมอซักคน นั่งติดรถไปด้วย เพื่อให้แน่ใจว่า ถ้าเกิดปัญหากลางทาง จะได้แก้ไขได้ทันครับ
ในภาพนี่ พี่พยาบาล ICU เด็กแรกเกิด กำลังให้นมน้องเด็ก มื้อเช้าจ้า **
 
 
5) 3/3/54 - การอยู่เวร ICU เด็ก ไม่เคยเป็นเรื่องง่ายสำหรับหมอต๊อกต๋อย...

โดน notify แต่ละที ไม่ต้องคิดให้มากความ...ตามหมอเด็กไปดูคนไข้โดยพลัน !
 
***
 
เนื่องจากปริมาณงานที่มาก ไม่สัมพันธ์กับแพทย์เฉพาะทาง จำนวนน้อยนิด เลยต้องมีการจัดแพทย์จบใหม่ ให้ไปหมุนเวียน ช่วยงานตามวอร์ดต่างๆ ตลอดทัั้งปีครับ ...เช่นช่วงปีแรกที่ผมจบมา ก็จะต้องตะลอนไปทั้งวอร์ดศัลย์ วอร์ดเด็ก วอร์ดนรีเวช บลาๆๆ ที่ละเดือนสองเดือน เพื่อช่วยงานในส่วนที่ทำได้ เช่นจ่ายยา แก้ผลแลป ติดตามการรักษาโรคทั่วไป ฯลฯ
 
แต่ skill บางอย่าง ก็ต้องยอมรับว่า เกินมือในการดูแลจริงๆ...เด็กน้อยอายุไม่กี่สัปดาห์ (หรือบางครั้ง ไม่กี่วัน!) เครื่องช่วยชีวิตนั่นนี่ห้อยเต็มตัว...หากช่วงค่ำคืนที่อยู่คนเดียว มีปัญหาฉุกเฉิน น้องเด็กหายใจเหนื่อย ใจเต้นเร็ว เลือดออกไม่หยุด บลาๆๆ....ไม่ต้องคิดมากเลยครับ แพทย์เฉพาะทาง ต้องถูกตามตัวมาช่วยหมอเวรตัวน้อยๆโดยพลัน ! **
 
 
6) 6/3/54 - ER ดึก ตั้งเป้าเคลียร์เอกสารคดี + journal ทั้งหลายแหล่ให้หมดสิ้น...
คนไข้ขับรถชน ยิงกัน ฟันกัน เมาหัวแตก และอื่นๆ....จากศรีษะเกษ....

ตรูลาจากมาเป็นเดือนแล้ว ก็ยังอุตส่าห์มีมาเป็นระยะ!! เลิกส่งมาได้แล้ววว ป่านนี้แล้ว คนไข้ยังลืมแล้วด้วยซ้ำ ว่าแผลอยู่ไหน ! T__T
 
***
 
มีช่วงที่ผมต้องไปช่วยงานไกลลลลบ้าน อยู่ที่ศรีษะเกษ อำเภอกันทรลักษ์ (ใช่ครับ พื้นที่เสี่ยง ที่ช่วงนั้นมีปัญหาละเอียดอ่อนกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นข่าวใหญ่โตนั่นเอง T__T) ชีวิตช่วงนั้น มีอะไรมันส์ๆเยอะมากครับ คงได้มีโอกาสเล่าให้ฟัง
 
หลังจากทำงานครบสามเดือน ผมก็กลับมาประจำที่เดิม โรงพยาบาลศูนย์...แต่เวรกรรมยังไม่หมดดี...."เอกสารคดี"  ที่ไม่เคยถูกโรคกับผมเลย ต้องนั่งเขียนเป็นสิบเป็นร้อยใบ ทุกๆวัน....เอาไปเบิกค่ารักษา เอาไปเบิกประกัน เอาไปทำคดี เอาไปยื่นราชการล้านแปด...ยังคงถูกส่งมาหาผมอย่างต่อเนื่อง ให้ผมเก็บตก เขียนกลับไปอีกมากมายมหาศาล....เป็นปัญหามากจริงๆครับ อย่าว่าแต่หน้าตาคนไข้เลย แผลคนไข้เป็นยังไง ผมก็สุดจะนึกออกจริงจริ๊งงงง **
 
 
7) 6/3/54 - น้องเด็กตัวเหลืองอ๋อย

เอาเข้าตู้ฉายไฟด่วน !
 
***
 
ตอนอยู่วอร์ดเด็กแรกเกิด จะมีปัญหายอดฮิต ในเรื่องเด็กน้อย ค่าผลเลือดผิดปกติ เม็ดเลือดแตกมาก ลำไส้มีปัญหา ตับทำงานไม่ดี  ฯลฯ จนตัวเหลืออ๋อย...หลายคนต้องเข้าตู้ฉายไฟ (Phototherapy) เพื่อปรับโครงสร้างสารในเลือดครับ
 
ใช้เวลาไม่กี่วัน น้องน้อยส่วนใหญ่ จะปกติดี แก้มเหลืองๆเริ่มมีเลือดฝาด และกลับไปอยู่กับแม่ได้ปกติในที่สุด ^^ **
 
 
8) 7/3/54 - รู้สึกเปื่อยๆ ตัวรุมๆ ปวดหัวจี๊ดๆเป็นช่วงๆ หลังจากมหกรรมอยู่เวรผ่านมาได้ครึ่งทางกว่าๆ

ซัด ibuprfen ไปมากมาย อาการดีขึ้น แต่กลัวจะ overdoseเหลื๊อเกิน...

พี่หมอเด็กสุดที่เลิฟ ช่วยซัพพอร์ตจิตใจกันสุดๆ.."กินได้อีกเยอะๆเลยจ้า มันจำกัดโดสยาตามน้ำหนักตัว~~~"

.....หัวข้าเริ่มปวดอีกแล้ว....
 
***
 
ช่วงนั้นเวรผมถี่มากครับ เลยมีปัญหาปวดหัว ตาพร่าตามมัวบ่อยๆ อารมณ์แบบว่า Working overload ทั่วไป
 
ปกติผมและเพื่อนๆ จะไม่ชอบแก้ปัญหาสุขภาพด้วยการสาดยาไปก่อน...แต่สารภาพว่า บางช่วง การรักษาแบบ"ประคองอาการ พักผ่อนมากๆ กินอาหารเยอะๆ ให้ตรงเวลา "บลาๆๆ ที่พูดให้คนไข้ฟังเป็นพันๆครั้ง......ก็ทำไม่ได้จริงๆครับ แหะๆ **
 
 
9) 8/3/54 - same old place @ ER รอบบ่าย ถึงเที่ยงคืนครึ่ง...อยู่เวรต่อเนื่องมานานแค่ไหน ก็ไม่เหลือแรงจะนับซะแล้ว...

ยิ้มให้กับตัวเอง ยิ้มให้กับห้องเดิมๆ เก้าอี้ตัวเดิม แล้วก็คนไข้ที่ราวกับจะไม่มีสิ้นสุด...

Fight !!
 
***
 
บางคืน ผมจะมารับจ๊อบ อยู่เวรห้องฉุกเฉิน (Emergency Room) ครับ รพ.ผมจะแบ่งเป็นสามกะ ต่อวัน เช้า (8.30-16.30) บ่าย (16.30-00.30) แล้วก็ดึก (00.30-8.30)....ช่วงเวรบ่าย คนไข้จะพีค เยอะ และมะรุมมะตุ้มมากทีเดียว
 
โชคดีมากๆ ที่ของผม จะมีน้องๆนักศึกษาแพทย์ปี5-6 มาช่วยงานได้มาก ประหยัดแรงไปได้เยอะทีเดียวครับ ^^ **
 
 
10) 10/3/54 - วันนี้ไม่มีเวรวอร์ดเด็ก แอบมาแจมเวร ortho ... เข้าเคสผ่าตัด ยิงสกรู จัดกระดูก

สนุกกว่าวิ่งตามดูเด็กน้อยเย้อออออ ^^ /
 
***
 
ช่วงเดือนพฤษภาคม 54 ที่จะถึงนี่ นับไปอีกสองปี ผมจะได้อยู่ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ เพื่อฝึกเฉพาะทางด้านกระดูก ก่อนกลับไปเรียนต่อเป็นเรื่องเป็นราวครับ
 
บางทีถ้ามีวันว่างๆ ผมเลยชอบแวะไปช่วยงาน เข้าช่วยผ่าตัดเคสคนไข้กระดูกบ้าง....สนุก และเหนื่อยน้อยกว่างานที่ทำอยู่เยอะเลย
 
การทำงานที่ชอบ เป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เราทำงานได้ดี และมีความสุขจริงๆครับ :)
 
*******
*******
 
หวังว่าเพื่อนๆจะอ่านแล้วเพลินๆ ถูกใจบ้างนะครับ กับชีวิตแพทย์เวรที่ปนๆเปๆ วุ่นวายชุลมุนบ้างเป็นครั้งคราว
 
ไว้เจอกันใหม่ กับเอนทรีค้างคาอื่นๆ เป็นระยะครับ ^^/