Way back home

posted on 17 Apr 2013 17:44 by zieghart in My-Life
สวัสดีครับ
 
ลาจาก Exteen...ทิ้งบ้านร้างไว้ร่วม 2 ปี ไปวุ่นวายกับชีวิตการทำงานมานานมากทีเดียว จนน่าจะพูดได้เลยว่า ใช้เวลากับ"ภายนอก" ไปมากเอาเรื่อง ทั้งเรื่องดีไม่ดี เรื่องสุขเรื่องเศร้า หลายรสชาติหลายประสบการณ์จริงๆ
 
กว่าจะรู้สึกตัว ได้มีเวลาให้ตัวเองอีกครั้ง ก็มาเกิดความรู้สึกว่า อยากเขียน อยากเล่า อยากมานั่งคุยกับ"ตัวเอง" และ "คนใกล้ๆ" แบบเดิมๆ อย่างที่เคยทำ เขียนไป เล่าไป ยิ้มไป
 
หวังว่า จะได้มานั่งคุยกันอีก เร็วๆนี้แน่ครับ
 
รักคนอ่านจ้า Cool
.
สวัสดีเพื่อนๆครับ
 
หายหน้าไปเดือนนึง ด้วยสารพัดมุขที่อยากเอามาอัพบล็อก...แต่สุดท้ายก็กลับมาตายรัง เล่นมุขเดิม ทำซีรีย์แปะรูป ภาคต่อจนได้ ^^"
 
"ไดอารี่แพทย์เวร - One Pic per Duty" เป็นกิจกรรมส่วนตัวของผม ที่จะคอยแปะรูปหนึ่งรูป อ้างอิงจากเรื่องราวการตะลอนอยู่เวรที่นั่นที่นี่ ต่างกรรมต่างวาระ เอามาโพสต์ลงใน >>เฟสบุ๊คของตัวเอง<< พร้อมเก็บเรื่องราวในวันนั้นๆ มาให้เพื่อนๆอ่านกัน จุดประสงค์เพื่อเป็นบันทึกภาพส่วนตัว เอาไว้ลดความตึงเครียดในการทำงาน แล้วก็สร้างความสุขเล็กๆน้อยๆ ให้กับตัวเอง เวลาที่มันกดดันมากๆน่ะครับ
 
แปะไปแปะมา เริ่มมีภาพเยอะขึ้น เรื่องราวมากขึ้น ก็เลยขอขยายสเกลให้กว้างขึ้นซักนิด เอามาแปะเพิ่มในบล็อกส่วนตัวของตัวเอง พร้อมคำอธิบายที่มากขึ้นซักหน่อย หวังว่าจะชอบกัน ^^
 
 
*******
 
- ภาพแต่ละภาพ จะลงวันที่ๆถ่ายไว้ พร้อมบทบรรยาย/บทแซว ที่ยกมาจากที่เคยเขียนไว้ใน facebook ทั้งดุ้น
 
- แต่ละภาพ จะเพิ่มคำอธิบายเข้าไปอีก เพื่อเน้นให้เห็นภาพคร่าวๆของชีวิตการทำงาน ในแง่มุมต่างๆได้มากขึ้น ทั้งอ่านเอาเพลิน หรืออ่านเอาประเด็นการทำงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว
 
- ภาพที่ประกอบด้วยบุคคลใดๆ ตั้งแต่ครั้งที่โพสต์ลง facebook...ได้ผ่านการขออนุญาตจากเจ้าตัว หรือผู้มีสิทธิ์ตัดสินใจแล้ว ว่าสามารถเอามาเผยแพร่ได้ ตามความเหมาสม
 
*******
 
One Pic per Duty [2]
 
 
11) 11/3/54 - เวรคืนนี้ ช่างวุ่นวาย ยากเย็น และใหญ่หลวงนัก...ต้องใช้ทั้งหมออายุรกรรม และหมอเด็กในเวลาเดียวกัน !

...คนนึงกะลังหั่นผลไม้...อีกคนก็กะลังบุกปราสาท ล้างแค้นให้ทั่นพ่ออออออ
 
***
 
สำหรับหลายๆอาชีพที่เวลาว่างค่อนข้างจำกัด และไม่ค่อยแน่นอนแล้ว...ประเด็นสำคัญมากๆอย่างนึง คือการจัดการชีวิตส่วนตัวนะครับ ทั้งครอบครัว แฟน และเพื่อน
 
คุณพี่สองคนของผม เป็นหนึ่งในตัวอย่างคู่รักที่จัดสรรเวลาได้ดีมาก ผู้ชายเป็นหมออายุรกรรม ผู้หญิงเป็นหมอเด็ก แต่ละคนมีเวรเดือนละหลายสิบวัน ก็พยายามจัดเวรให้ตรงกัน จัดวันว่างให้ตรงกัน และวันอยู่เวร ถ้ามีเวลา ก็จะผลัดกันไปเยี่ยมเยียนอีกฝั่งถึงแผนกทีเดียว....ใครที่ชอบอ้างว่า ทำงานๆ ไม่มีเวลาๆ....จริงๆถ้าเรามีใจจะทำซะอย่าง ไม่มีปัญหาขนาดนั้นแน่ครับ ^^
 
...ส่วนที่ว่า มาเจอกันแล้ว มัวแต่เล่นไอโฟน หรือนอนหลับสลบเหมือดอะไรนั่น...ก็ถือว่า แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคู่ละกัน...นะ ^^" **
 
 
12) 12/3/54 - เวรต่อเนื่อง~หลังจากเวรวอร์ดเด็กเมื่อคืน ได้นอนไปสองชั่วโมง...ก็ต้องรีบแจ้นมาตรวจคลินิกนอกเวลาช่วงเช้าต่อทันที

เที่ยงตรง เลิกงานเมื่อไหร่ จะรีบกลับไปสลบเหมือด Zzzzz
 
***
 
ช่วงนั้นเป็นอีกช่วงนึง ที่เวลาว่างผมจำกัดจำเขี่ยมาก เวรห้องฉุกเฉิน ต่อเวรประกันสังคม ต่อเวรวอร์ดเด็ก ต่อด้วย บลาๆๆ....ทำให้รู้ซึ้งถึงความหมายของการพักผ่อนเลยครับ
 
ตอนช่วงไฟแรงๆ อยากเก็บเงิน...พอมีคนเสนอเวรให้ ขายเวรให้ หรือบอกจ๊อบอะไรมา...หลายๆครั้งเราก็หน้ามืดตามัว อยากได้งาน อยากได้เงินมาก จนยอมแลกสุขภาพตัวเองแบบบ้าคลั่ง เงินที่ได้มา ก็อาจไม่คุ้มซะแล้ว ถ้าป่วยหนักเข้าไปซักรอบ
 
ตอนนั้น ผมเริ่มจะเห็นข้อจำกัดของตัวเองขึ้นมาล่ะ **
 
 
13) 13/3/54 - Emergency room ห้องเดิมที่คุ้นเคย...ขอบคุณที่คนไข้เบาบางอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

มหกรรมเวรต่อเนื่อง เหลืออีกแค่สามวันเท่านั้น !
 
Hope i can pass through it !
 
***
 
ซึ้งครับ ตอนนั้นซึ้งมากๆ
 
เป็นอีกหนึ่งช่วงพีค ที่ทำงานแบบหักโหม บ้าระห่ำ จนแทบไม่ได้พัก (ลืมตาตื่นตลอด เกิน 36 ชั่วโมง) เพราะคิดแค่ว่า เรายังไหว เรายังทำงานได้...ซึ่งมันผิดถนัดเลย
 
หลังจากช่วงมหกรรมเวรบ้าคลั่งตอนนั้น ผมก็เริ่มเปลี่ยนเป็นคนขายเวรให้น้องๆคนอื่นๆแทนบ้าง เอาเวลาว่างมาพัก มาทำอะไรที่เราชอบ อยู่กับคนที่เรารักดีกว่า พยายามบาลานซ์ชีวิตน่ะครับ
 
และผมก็ไม่ลืมจะบอกน้องๆด้วย ว่ากระตือรือล้น อยากทำงาน อยากเก็บเงิน เป็นเรื่องที่ดี แต่อะไรที่มันมากไป หักโหมไป...ย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และไม่มีความสุขแน่นอน **
 
 
14) 14/3/54 - เริ่มลูปใหม่ ปีการศึกษาใหม่...มีน้องๆปี6 ใหม่ๆมาช่วยงานเยอะมาก เวรเบาลงอย่างมหาศาล

เวรสุดท้ายในชีวิต ของวอร์ดเด็ก...มีเวลานั่งชิวมากมายจริงๆ ^^
 
***
 
ทำงานไปเรื่อยๆ เวลาจะผ่านไปเร็วมากๆ เผลอๆก็ขึ้นปีใหม่ ได้น้องๆนักศึกษาแพทย์หน้าใหม่ๆ ใสๆ มาช่วยงานเพิ่มขึ้นครับ
 
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สุ่มเสี่ยง ต่อทั้งหมอๆพี่ๆ อาจารย์หมอ และคนไข้ด้วย เพราะมีหลายๆเรื่อง ที่ต้องคอยสอน คอยฝึกน้องๆที่เพิ่งมาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ รับผิดชอบชีวิตของคนหลายๆคนครับ
 
รอยต่อช่วงปี 5 - ปี 6 เป็นช่วงก้าวกระโดดมากๆ สำหรับน้องๆนักเรียนแพทย์ครับ ถ้ามีโอกาสคงได้มาเล่าให้ฟัง **
 
 
15) 16/3/54 - เวรแรก แผนกสูตินรีเวช

ขอให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัยกันทู๊ก--ก คน
 
***
 
หนึ่งในแผนกที่ผมไม่ถนัด และไม่ชอบใจที่สุด ในหลายๆประเด็นครับ
 
ผมแพ้ทางการทำคลอด การผ่าคลอดมาแต่ไหนแต่ไร (ไม่เคยทำได้ดีเลย ตั้งแต่สมัยเรียน) บวกเข้ากับประเด็นปัญหาสังคม ว่าด้วยการท้องในวัยเรียน ทำแทงก์ผิดกฎหมาย ทำร้ายร่างกาย sexual abuse และอื่นๆอีกมาก ไม่นับชั่วโมงการทำงานที่ไม่แน่นอน ของสูติแพทย์ ที่ทำให้ผมทึ่งงกับอาจารย์แพทย์หลายๆท่าน ที่สามารถรับมือกับคนไข้มหาศาล ที่มักจะมาหาอย่างเร่งด่วน ไม่ตรงเวลา และฉุกเฉินมากทีเดียว
 
คนไข้ฝากท้องกับเรามาตั้งค่อนปี บทจะปวดท้องคลอด หรือคลอดก่อนกำหนดขึ้นมาในวินาทีสุดท้าย ไม่มีใครคาดเดาได้...ในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ ที่ดูแลมาตลอด ก็จะต้องถูกตามมาผ่า มาทำคลอดในทันที
 
เป็นไลฟ์สไตล์ที่ผมนึกภาพตัวเองทำแบบนี้ไม่ได้เลยจริงๆ ^^' **
 
 
16) 19/3/54 - ER รอบเช้า หลังจากไม่ได้อยู่เวรมาซะนาน

ขอนิ่งๆ เงียบๆ ชิลๆด้วยเท้อออ
 
***
 
เวรห้องฉุกเฉิน Emergency Room ครับ ตอนนั้นผมยังมีเวลาว่าง เลยมารับจ๊อบเป็นช่วงๆ
 
โดยทั่วไป คนไข้ห้อง ER จะมาก และต่อเนื่องอยู่แล้ว อาการทั้งงรุนแรง ทั้งเล็กน้อย จึงปนๆกันไป สิ่งสำคัญก็คือความสามารถในการแยกแยะ จัดการปัญหาเฉพาะหน้า...ทั้งการช่วยชีวิตคนไข้ในนาทีเป็นตาย การประคองอาการให้ผ่านจุดที่เลวร้ายที่สุด จนถึงการแจกจ่าย จัดผู้ป่วยขึ้นไปยังแผนกที่เหมาะสม เพื่อทำการรักษาต่อเนื่อง
 
บทจะเหนื่อย จะเครียด ก็สูบพลังได้มากเลยทีเดียวจริงๆ **
 
 
17) 20/3/54 - เวรห้องคลอด ในวันอาทิตย์ที่น่านอนขดอยู่ในผ้าห่มเป็นที่สุด...

แม่ๆมาน้อย น้องๆคลอดง่าย งานเบาบาง เข้ากับบรรยากาศชิลๆดีมากเลย ^^/
 
***
 
จากจุดของผม เป็นข้อดีอย่างหนึ่ง คือการที่แทบจะไม่ต้องลงมือทำหัตการนอกเหนือจากสาขาวิชาของตัวเองซะทุกอย่างครับ เช่นการทำคลอด ผ่าไส้ติ่ง จะเน้นหลักที่การคุมน้อง สอนเทคนิค วิธี และแนะนำอยู่ห่างๆซะมาก เหมือนตอนสมัยผมเรียน พี่ๆก็มาสอนอย่างละเอียดใกล้ชิดเหมือนกัน
 
และพูดก็พูดเถอะ....ผมว่าน้องๆแทบทุกคน ทำเก่งกว่าคนสอนอย่างผมอยู่แล้วล่ะ แต่ต้องมั่นใจ ต้องมีฟอร์มไว้ก่อน ฮา**
 
 
*******
*******
 
การทำงานในจุดที่ไม่ถนัด ไม่ใช่สาขาที่ชำนาญ ยังคงดำเนินไปอีกพักใหญ่ๆ...นับจากตอนนั้นอีกหลายเดือนทีเดียว กว่าผมจะได้กลับมาอยู่ประจำภาควิชาของตัวเอง
 
แต่หลายๆครั้ง เราไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ได้แต่ทำงาน ณ จุดนั้นให้ดีที่สุดครับ
 
การหาเหตุผลที่จะไม่ทำ หรือเลิกทำอะไรซักอย่าง ไม่ใช่เรื่องยากเย็น...แต่หากเรายอมแพ้ซักครั้ง เราก็จะยอมแพ้ไปได้อีกหลายๆครั้ง ตลอดชีวิต
 
ครั้งหน้ามาว่ากันต่อ กับมหกรรมเวรที่เริ่มจะเบาบาง และชีวิตที่เริ่มจะเข้าที่เข้าทางขึ้นครับ ^^/