3: My Neverland - โลกของผู้ที่ไม่เคยหลงลืมวัยเด็ก
posted on 10 Jul 2006 14:37 by zieghart in My-ManiaInspiration does not come from the quote itself, but rather the person behind it.
.
-- Russ Myers --
.
.
.
ช่วงหยุดยาวสี่วันนี่ ผมก็ถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้คุ้ยตู้ DVD ควักเอาแผ่นหนังที่ชอบซื้อมาดองไว้ออกมาชมอย่างจริงจัง หนึ่งในเรื่องที่ผมเลือกมาดู ก็คือเรื่อง Finding Neverland นี่เอง
พยายามนึกเท่าไหร่ ก็นึกไม่ออก ว่าตัวเองไปคว้าแผ่นนี้มาจากไหน เมื่อไหร่ หรือเพราะอะไร..?
อาจเพียงเพราะผมเป็นแฟนประจำ Johnny Depp ?
อาจเพียงเพราะเป็นหนึ่งในหนังที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสกา?
อาจเพราะราคาที่ถูกเหมือนไล่เขวี้ยงใส่ ? (dvd แท้ ในราคา 99 บาท ...กับความยินดีของคนดู และความเศร้าใจของคนทำ ...)
จะยังไงเสีย...แม้ผมจะหาเหตุผลที่หยิบจับหนังเรื่องนี้กลับมาไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุด...ตอนนี้ผมก็มีเหตุผลของตัวเอง...ที่จะรักหนังเรื่องนี้แล้วล่ะครับ

.
.
Finding Neverland เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของ เจมส์ แมทธิว แบร์รี่ นักเขียนนิยายและบทละคร ผู้สร้างสรรค์ผลงานคลาสสิคอย่างเรื่อง ปีเตอร์ แพน นำแสดงโดยนักแสดงเจ้าบทบาทอย่างJohnny Depp, Kate Winsletและ Dustin Hoffman
ตัวหนังกล่าวถึงชีวิตของแบร์รี่ ที่ได้พบเจอกับแม่หม้ายสาว ซิลเวียร์ เดวีส์ และลูกของเธอทั้ง 4 คน ซึ่งต่างเป็นต้นกำเนิดแรงบันดาลใจให้กับการประพันธ์ผลงานขึ้นชื่อ Peter Pan ออกมาในภายหลัง
.

.
.
รูปแบบการนำเสนอของหนังค่อนข้างเรียบง่าย แต่ดูอบอุ่น กับการพยายามถ่ายทอดความสัมพันธ์ของคนสองคนออกมาในลักษณะที่ดูแล้วมีความสุข แต่ก็เต็มไปด้วยคำถามต่างๆมากมาย ถึงความเหมาะสม และชวนให้คิดต่อไปว่า มันสมควรแล้วหรือไม่ กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งมีภรรยาแล้ว จะใช้คำว่า แรงบันดาลใจ เป็นเหตุผลที่จะอุทิศเวลาและชีวิตให้กับผู้หญิงอีกคนที่มีครอบครัวแล้วได้ถึงเพียงนี้ ?
แนวคิดหลักของหนัง คงหนีไม่พ้นคีย์เวิร์ดคำว่า Inspiration & Imagination หรือแรงบันดาลใจและจินตนาการ ซึ่งเป็นสิ่งที่แบร์รี่ยึดถือมากที่สุด เขาทุ่มเทและผูกพันกับครอบครัวของซิลเวียร์มากเสียจนไม่สนใจคำตัดพ้อของภรรยา และคำวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบข้าง ทั้งเรื่องที่น่าเคลือบแคลงระหว่างเขากับหม้ายสาวคนนั้น และแม้กระทั่งกับเด็กชายทั้ง 4 ที่ดูเขาจะคลุกคลีสนิทสนมเป็นพิเศษ...จนสร้างข่าวที่ว่า เขาคิดหวังอะไรเกินเลยรึไม่ !!

.
.ตัวแบร์รี่เอง เป็นเหมือนผู้ใหญ่ที่คงความเป็นเด็กไว้อย่างเหนียวแน่น เขาไม่มีจุดประสงค์อะไรแอบแฝงกับการกระทำของตัวเอง มากไปกว่าการพยายามใช้จินตนาการ ไขว่คว้าแรงบันดาลใจของตัวเอง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่จะทำให้ผู้ชมมีความสุขเท่านั้น และมักกล่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ในทำนองที่ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเพียงใด หากเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว กลับสูญเสียพลังแห่งจินตนาการ ลืมแม้กระทั่งวิธีที่จะฝัน แล้วสุดท้าย คุณก็จะสูญเสียโลกแห่งวัยเด็กไปตลอดกาล...

.
.และไม่นานมานี้ ผมได้มีโอกาสอ่านบทความเกี่ยวกับตัวจอห์นนี่ เดปป์ ในนิตยสาร Pulp ซี่งทำให้ได้อีกหลายๆแง่มุมที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวนักแสดงคนโปรดนี้มากขึ้น และทำให้ได้อีกมุมมองที่มีต่อ Finding Neverland ผ่านสายตาของเขา
ผมคิดว่ามีคนอยู่มากมาย ที่แม้จะอยู่วัยชราแล้ว แต่ก็ยังมีทั้งพลังแห่งความเป็นเด็ก ความช่างสงสัย และความหลงใหลในสิ่งที่เหมือนเด็กเล็กๆ ผมคิดว่า มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะเก็บเศษเสี้ยวของความเยาว์วัยนั้นไว้
...แต่ผมก็คิดว่าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เหมือนกันนะ เขาไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายในสไตล์เดปป์ เดปป์

.
.เพราะเสน่ห์ของตัวเดปป์ ที่ดูเข้ากันดีกับบทของคนที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความเป็นเด็กกับความเป็นผู้ใหญ่นี้เอง ที่ขับให้ตัวหนังดูน่าสนใจมากขึ้นไปอีก เขาเป็นนักแสดงที่มีพรสวรรค์ ที่สามารถถ่ายทอดความขี้เล่นและความจริงจังของตัวเองออกมาได้ในเวลาเดียวกันอย่างน่าทึ่ง เมื่อดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ ก็เหมือนกับจะเป็นการตอกย้ำความเชื่อของผมอีกครั้ง
..ว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ตัวเราจะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่เช่นไร มีอนาคตในรุปแบบใด...ก็จงอย่าละทิ้งความฝัน อย่าละทิ้งจินตนาการ
...อย่าทิ้งสิ่งที่เคยอยู่เคียงข้างเราเสมอมา
แรงบันดาลใจที่เหมาะสม ขับดันให้เราได้เดินไปตามเส้นทางที่ถูกต้อง
แต่น่าเสียดาย ที่คนหลายคน กลับหลงลืมเพื่อนเก่าของตัวเองไปโดยที่ไม่รู้ตัว บนจุดใดจุดหนึ่งของเส้นทางชีวิตที่แสนยาวไกล
...กว่าจะรู้สึกตัวว่า คุณได้สูญเสียมันไป...เมื่อนั้น คุณก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีแม้แต่กำลังและความคิดที่จะหันหลังกลับไปมองภาพอดีตของตัวเองเสียแล้ว...ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่งนัก...

.
.โลกแห่งความเป็นจริง อาจโหดร้ายเสียจนถูกมองว่า จินตนาการไม่มีความหมายอะไร...คนเราทุกคน ไม่สามารถกอดตุ๊กตา และบินไปกับปีเตอร์ แพนตลอดได้
...แต่อย่างน้อยที่สุด สำหรับผมเอง กลับคิดว่า มันเป็นเหมือนแรงผลักดัน เป็นจุดเริ่มต้นของผม ที่จะเริ่มยืนหยัดสู่เป้าหมายในโลกของความเป็นจริง...
การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่หมายความว่า คุณต้องละทิ้งจินตนาการและความเป็นเด็ก แต่หมายถึงว่า คุณเติบโตมากพอ ที่จะกำหนดขอบเขต และพร้อมที่จะผสมผสานความจริงและความฝันให้ออกมาเป็นรูปแบบที่เหมาะสม ...และเมื่อนั้น...พวกมันจะอยู่เคียงข้างคุณ พวกมันจะคอยร่วมกัน พาคุณวิ่งไปสู่เส้นชัยที่ปลายทางได้ในที่สุด...
.
รักจินตนาการ
รักคนอ่านครับ ^_^//
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
ว่ามะยิ่งเรียนหมอ จินตนาการยิ่งหมดไป มองอะไรเป็นวิทยาศาสตร์ไปหมด
#1 By Highwind on 2006-07-10 16:11