8: My sense of humour รอยยิ้มนั้น สำคัญไฉน ?
posted on 01 Sep 2006 22:16 by zieghart in My-Mania.
Laugh a lot, and when you're older, all your wrinkles will be in the right places
.
.
.
การสอบหฤโหดกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องถึงวันศุกร์หน้า หนังสือก็ยังอ่านไม่จบ ธีมก็ยังไม่ได้จัด เกมส์ก็ยังไม่ได้เล่น...ในภาวะที่ชีวิตกำลังเต็มไปด้วยความสับสนและก้ำกึ่งนี้...
สุดท้ายผมก็พลันนึกถึงการ์ตูนเรื่องนึงได้ และตัดสินใจมาอัพบลอกแทนครับผม
.
.
.
ย้อนกลับไปเมื่อสมัยตอนเพิ่งขึ้นมัธยมปลายใหม่ๆ เพื่อนผมกลุ่มนึง ที่ถ้าเป็นยุคปัจจุบันนี้ ใครๆก็คงสามารถเรียกมันว่าเป็น โอตาคุ ได้อย่างพร้อมเพรียง...มันเป็นพวกคลั่งไคล้ทุกอย่างที่เป็นของญี่ปุ่นเอามากๆ และมักจะมีเรื่องราวของการ์ตูน อนิเม ฟิกเกอร์ตลอดไปจนถึงข่าวสารบ้านเมืองมาอัพเดทและเล่าให้เพื่อนฝูงฟังอยู่เสมอ(แม้จะไม่ได้เรียกร้อง) หลายครั้งที่ผมก็แอบคิดคนเดียวว่า...การที่รู้เรื่องต่างๆอาทิเช่น ไฟไหม้อากิฮาบาระเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว หรือร้านหนังสือมือสอง k-book ถูกสำนักพิมพ์ฟ้องร้องเนี่ย...มันน่าตื่นเต้นขนาดไหนกันเชียว...
.
แต่อย่างน้อย มันก็ทำให้ผมได้มีโอกาสได้รู้จักเกมส์ การ์ตูน ละนิยายที่ดีๆหลายๆอย่าง ที่ไม่ได้อยู่ในกระแสของเมืองไทย แต่กำลังดังและเป็นที่สนใจอยู่ที่นั่น ผ่านทางโครงการการ์ตูนแปลไทย by เพื่อนผม ซึ่งเป็นกิจกรรมยามว่างที่มันจะมานั่งแปลและเผยแพร่ผลงานที่มันชื่นชอบให้เพื่อนๆได้รับรู้...รวมถึงหนังสือการ์ตูนอารมณ์ดีเล่มนี้ ที่ชื่อว่า Azumanga daioh นี่เองครับ
.

.
Azumanga daioh เป็นการ์ตูนแก๊ก 4 ช่องจบ ที่จับประเด็นชีวิตไฮสคูลของนักเรียนกลุ่มหนึ่ง มาผูกเป็นเรื่องราวอย่างต่อเนื่อง และใช้เหตุการณ์ที่อิงกับเวลาและกิจกรรมต่างๆเหมือนกับชีวิตจริง นั่นคือ ฉากต่างๆในเรื่องจะไหลไปแทบจะพร้อมๆกับชีวิตของคนอ่าน วันปีใหม่ เทศกาล'งานประเพณี ปิดเทอมฤดูร้อน ทะเล ทัศนศึกษา หน้าฝน กีฬาสี ฯลฯ ไล่ไปจนสิ้นปีการศึกษา
.
ความสามารถของผู้เขียนที่น่าทึ่งก็คือ สามารถนำเรื่องราวในชีวิตประจำวันธรรมดาๆ มาเรียบเรียงและนำเสนอในมุมมองที่เรียบง่าย แฝงไปด้วยความอบอุ่น และขบขัน ฉากเหตุการณ์ธรรมดาๆหลายๆอย่าง ทั้งการเรียน การแข่งกีฬา การรับประทานอาหาร ก็สามารถเล่าเรื่องออกมาให้เป็นเรื่องราวที่ดึงอารมณ์ร่วมได้อย่างดี
.
.
.
..
แค่เปลี่ยนจุดที่ยืนอยู่ โลกที่มองเห็นก็เปลี่ยนแปลงไป คำกล่าวนี้สามารถสอดรับกับเรื่องราวในการ์ตูนเรื่องนี้ได้อย่างดี ชีวิตจริงก็อาจจะเป็นแบบนี้...หลายคนมองชีวิตประจำวันว่าจำเจ ซ้ำซาก เต็มไปด้วยความเครียดและไม่มีความสุขเอาซะเลย แต่อาจารย์อาซุมะผู้เขียน กลับคัดค้านความรู้สึกนั้นออกมาผ่านลายเส้นตัวการ์ตูนของอาจารย์ ให้เห็นว่า ถ้ามองโลกด้วยมุมที่สดใส ความสุขเล็กๆน้อยๆนั้นก็สามารถหาได้อย่างไม่ยากเย็น
.
นอกจากการนำเรื่องเวลาจริงมาใช้ในการ์ตูน และนำแง่มุมเล็กๆน้อยๆในชิวิตประจำวัน มาทำให้ไม่ธรรมดาแล้วนั้น...จุดที่ทำให้ผมชอบเรื่องนี้ก็คือ การสร้างตัวละครที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวออกมาในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผมเชื่อว่า จนถึงปัจจุบัน ภาพของตัวละครต่างๆในเรื่องก็น่าจะยังติดอยู่ในใจของคนอ่านอยู่...
.
.
..
สาวน้อยวัย 10 ขวบอัจฉริยะในชุดนักเรียนมัธยมปลาย
นักเรียนสาวจอมเอ๋อจากโอซาก้า ซึ่งพลิกภาพลักษณ์ของผู้คนจากเมืองแห่งอารมณ์ขันและความแอคทีฟไปจนหมดสิ้น
เพื่อนจอมไฮเปอร์ ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตที่เหลือเฟือ จนหลายคนเชื่อว่า น่าจะมาจากโอซาก้าซะเอง...
สาวผมยาวสุดป๊อป ที่ซ่อนความอ่อนโยนและคิกขุไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย
อาจารย์ประจำชั้นแสนรั่ว ที่สร้างความหนักใจให้กับเหล่าอนาคตของชาติอย่างไม่เคยว่างเว้น
ฯลฯ
...สารพัดตัวละครที่มีบุคลิกที่เด่นชัด และสมจริง มาพร้อมกับบรรยากาศของชีวิตประจำวันที่แสนคุ้นเคย และโทนของเรื่องที่เต็มไปด้วยความสดใส...เหล่านี้นี่เอง ที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผมได้ทุกครั้งที่มีเรื่องกังวลใจ ทุกครั้งที่ผมหยิบมันขึ้นมาอ่าน...
.
นอกจากอนิเมชันและคอมิคที่ออกมาหลายต่อหลายเวอร์ชัน( พอกเกตบุ๊ก มินิพอกเกตบุ๊ก รวมเล่มกระดาษอาร์ต รวมเล่มกระดาษปอนด์ รวมเล่มbig size ยุบทุกตอนจบใน1เล่ม บลาๆๆ) ผมก็ยังได้มีโอกาสเห็นผลิตภัณฑ์และสินค้าเกี่ยวเนื่องต่างๆมากมาย ทั้งตุ๊กตา ไข่หมุนกาชาปอง ฟิกเกอร์ ตลอดไปจนถึงของจิปาถะอย่างปลอกหมอน แก้วน้ำ และอื่นๆอีกมากมายที่แสดงถึงความโด่งดังของเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และหวังในใจเสมอว่า เมื่อไหร่จะมาถึงเมืองไทยอย่างเต็มตัวซักที
.
...และผมก็เพิ่งจะมาทราบที่มาที่ไปของชื่อเรื่อง ก็เมื่ออ่านจบไปนานพอดูแล้ว จากบทสัมภาษณ์อาจารย์ผู้เขียนนี่เอง
... Azumangadaioh
Azumanga มากจากชื่อของตัวอาจารย์ Azuma สมาสกับคำว่าการ์ตูน Manga
Daioh ก็ไม่ได้มาจากไหนไกลเลย ก็คือหนังสือรายเดือนDengeki daioh ที่เรื่องนี้ลงตีพิมพ์นั่นเอง
.
บางคนคิดว่าเล่นง่าย ทั้งชื่อเรื่อง ทั้งเนื้อเรื่องแต่ผมเห็นว่า การหยิบยกเรื่องราวธรรมดา มาทำให้มันไม่ธรรมดาในเชิงที่สร้างสรรค์ได้ ก็ถือเป็นพรสวรรค์ที่น่าชื่นชม และเมิ่อเทียบเวลาที่เสียไปในการอ่าน กับความรู้สึกดีๆที่ได้กลับมา...ผมคิดว่า คุ้มค่าที่จะหยิบมันขึ้นมาอ่านครับผม...
.
.
.
และแล้วในที่สุด...ผ่านมาหลายปี เมื่อไม่นานมานี้ สำนักพิมพ์หน้าใหม่ของไทยเนกิโบส ก็ได้ขอลิขสิทธิ์มาตีพิมพ์เวอร์ชันคอมิค 4 เล่มจบ ด้วยรูปเล่มและสำนวนการแปลที่ถือว่าไม่เลวเลย เป็นอีกหนึ่งเรื่องในชีวิตการอ่านการ์ตูนของผม ที่รู้สึกเลยว่า...ไม่เสียดายที่ได้อ่าน
.
อ่านๆไปชักคุ้นๆสำนวน แอบพลิกไปดูชื่อคนแปล...
...แหม่น่าเสียดาย...ไม่ยักใช่เพื่อนเรา...
.
.
รักรอยยิ้ม
รักคนอ่านครับ ^^ //
.

Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me

...ลายเส้นก็สวยดี
#1 By GoddessIsis on 2006-09-01 22:28