11: My Evangelion – หนึ่งทศวรรษ จากวันพิพากษา
posted on 25 Sep 2006 01:06 by zieghart in My-ManiaGod's In His Heaven, All's Right With The World
---Robert Browning---
.
ย้อนหลังกลับไปเมื่อตอนปี 1995 สิ่งประจำที่ผมต้องทำทุกอาทิตย์ก็คือ มานั่งดูอนิเมแหวกแนวเรื่องหนี่ง ที่ทำให้เด็กยุคนั้นติดกันงอมแงม จนแม้ตอนนี้ก็สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า เป็น Talk of the town ที่สร้างความฮือฮาได้อย่างมาก แม้ถึงปัจจุบันก็หาเรื่องไหนมาสร้างกระแสแบบเดียวกันได้ยากเต็มที ...ครับ วันนี้ ผมจะมาพูดถึงอนิเมในดวงใจเรื่องหนึ่งของผม...Neon genesis Evangelion
.
.
เมื่อ 4 พันล้านปีก่อน ...การกระแทกของอุกกาบาตยักษ์ ก่อให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นบนพื้นโลก ซึ่งถ้าหากว่ากันตามทฤษฎีหนึ่งแล้ว ก็เป็นการให้กำเนิดดวงจันทร์ของโลกขึ้นมาในเวลาเดียวกัน
First impact ครั้งนั้น ก็ยังเป็นที่จดจำกันอยู่ถึงทุกวันนี้
.
เวลาในท้องเรื่อง ผ่านมาถึงปีค.ศ. 2000 เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งเดินทางไปยังแอนตาร์คติกา ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดมหึมา เปล่งแสงสีขาวปรากฏตัวขึ้น มันถูกเรียกว่า Adam...พวกเขาล้มเหลวในการพยายามพาตัวมันกลับไปยังห้องวิจัย อดัมสร้างการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นมา ก่อนที่ตัวมันจะลดสภาพกลับไปเป็นตัวอ่อน ทิ้งไว้เพียงร่องรอยการเสียหายที่กินอาณาบริเวณกว่าครึ่งค่อนโลก ซึ่งถูกขนานนามต่อมาว่า..."Second impact"
มาถึงปี 2015 สิ่งมีชีวิตยักษ์รูปแบบเดียวกับอดัม ได้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ในนาม Angel สาวกจากพระเจ้า ...ด้วยเป้าหมายที่ไม่แน่ชัด พวกมันเริ่มบุกรุกไปยังเขตพลเมือง และด้วยการที่มันสร้างสนามพลังพิเศษ AT-field ขึ้นมาได้ ทำให้การโจมตีใดๆก็ไม่มีผลสำหรับมัน
.
.
...เหล่าเด็กน้อยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และเกิดในปีแห่งโชคชะตา ได้ถูกคัดเลือกตัวมาสู่องค์กรพิเศษที่ชื่อว่า Nerv เพื่อขึ้นขับหุ่นยนต์ยักษ์ Evangelion ซึ่งเป็นไพ่ตายสุดท้ายของมนุษยชาติ...
.
Evangelion เป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่ไม่ได้เพียงแค่สร้างสนามพลัง AT-field ได้เฉกเช่นเดียวกัน...
.
เป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่ไม่ใช่เพียงเครื่องจักรให้คนขึ้นไปขับขี่อย่างไร้ความหมาย
.
และเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่กุมความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของมนุษยชาติในที่สุด...
.
.
เนื้อเรื่องเปิดตัวของอนิเมเรื่องนี้ ไม่ได้ผิดแผกไปจากอนิเมร่วมสมัยเท่าไหร่นัก กับการที่มีตัวละครหลัก 3-4 ตัว ขึ้นขับหุ่นยนตร์ ต่อสู้กับสารพัดเหล่าร้าย ไม่ว่าจะเป็นของนักวิทยาศาสตร์สติเฟี่อง องค์กรที่ต้องการยึดครองโลก หรือ สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว...แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด ชนิดที่ทำให้ตัวผมเมื่อวัย 10 ขวบ ประทับใจมากๆก็คือการพลิกกลับ หักมุม และเปลี่ยนแปลงประเด็นหลักโดยสิ้นเชิงในภายหลังนี่เอง
.
โทนของเรื่องในครึ่งแรก ดูเหมือนซีรี่ย์หุ่นยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องจบในตอน แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นส่วนที่ค่อยๆปูพื้น ให้ผู้ชมคุ้นเคยกับอุปนิสัยตัวละคร และ บอกข้อมูลประเด็นต่างๆที่คนดูน่าจะต้องรู้ อาทิเช่น จุดประสงค์ของเหล่าสาวก ปูมหลังของตัวละคร ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงหักหลังคนดูชนิดร้ายแรง เปิดประเด็นสู่เป้าหมายหลักสุดท้ายของทุกๆตัวละคร ซึ่งล้วนสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง และนำไปสู่จุดขัดแย้งสำคัญในตอนจบของเรื่อง
.
...กว่าพวกเด็กน้อยเหล่านั้น จะรู้ถึงความหนักหน่วง และนัยยะแอบแฝงของเรื่องราวทั้งหมด ว่าตัวเองถูกจัดฉากให้เข้าสู่เวทีของทฤษฎีสมรู้ร่วมคิด ที่หลอกลวงคนทั้งโลก(รวมถึงคนดู)นั้น...ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว...
.
.
Psychoanalysis ถูกนำมาใช้เป็นประเด็นหลักอย่างชัดเจนในเรื่อง ด้วยการนำปมใหญ่เล็กในใจของเหล่าตัวละครทุกๆตัว กว่า 10 ชีวิตในเรื่อง มาเปิดเผย ตีแผ่ และเชื่อมโยงกันจนผูกเป็นตัวดำเนินเรื่องได้ ตั้งแต่กลางเรื่อง ไปจนกระทั่งทุกอย่างจบลง ในภาคจอเงิน ซึ่งถูกฉาย 1 ปีหลังจากสิ้นสุดภาคTV series
.
ความกดดันที่เกิดจากการสูญเสียคนที่รักด้วยน้ำมือของตัวเอง ความรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า และความรู้สึกว่าตัวตนของตัวเองไม่มีความหมาย...หลากหลายประเด็นที่ถูกยื่นมาเป็นคำถามให้กับพวกเขา ทั้งๆที่หลายข้อก็ไม่มีคำตอบ...
.
Symbolic หรือสัญลักษณ์ต่างๆมากมายในเรื่อง ถูกนำมาจากความเชื่อและตำนานต่างๆทางศาสนา ดังเช่น mother computer ในเรื่อง ก็ใช้ชื่อ Magi หรือ 3 กษัตริย์ผู้เดินทางมามอบของขวัญในวันประสูติของพระเยซู / Tree of life หรือ เซฟิรอธทั้งสิบ ซึ่งเป็นเส้นทางแสดงองค์อนุมูลทางกายภาพและมโนภาพทั้ง 10 ที่เป็นองค์ประกอบของทุกสรรพสิ่ง ( ปัญญา ความงาม ความตระหนักรู้ ฯลฯ) / Lance of Longinus หรือหอกซึ่งใช้ทิ่มแทงพระคริสต์ / อดัม และอีฟ ต้นกำเนิดของมนุษย์ รวมไปถึง ลิลิธ ที่เป็นภรรยาคนแรกของอดัม (ซึ่งภายหลังระเห็จไปอยู่กับซาตานเบื้องล่างนั่นเอง)
.
.
.
...เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ขับดันให้เหล่าคนดูร่วมกันติดตาม ตีความ และค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง แม้หลายข้อ ผู้สร้างจะพูดเองว่า ใส่เข้าไปเพื่อสร้างบรรยากาศเฉพาะตัวของหนังให้แตกต่างจากเรื่องอื่น ไม่ได้มีนัยยะพิเศษอะไร...แต่หลักการของหนังที่ดัง และผู้ชมที่ดี ย่อมรู้ว่า จุดประสงค์ของคนสร้าง ความผิดถูกไม่ใช่เรื่องสำคัญ หน้าที่หลักของผู้กำกับ คือการให้ข้อมูลเริ่มต้น ส่วนที่เหลือ ผู้ชมจะไปขยับขยาย พูดคุยกันอย่างออกรส สร้างข้อสรุป และเกิดเป็นกระแสขึ้นเอง
.
ถ้าให้เปรียบเทียบ ผมรู้สึกถึงกระแสที่โด่งดังอีกครั้ง เมื่อตอนที่หนัง The Matrix เข้าฉาย ซึ่งกระแสที่รุนแรง ทั้งการตีความสัญลักษณ์ เนื้อเรื่องและชื่อเฉพาะต่างๆในเรื่องนั้น ช่างไม่ต่างอะไรเลยกับความรู้สึกของผม เมื่อได้ชม Evangelion เป็นครั้งแรก
.
ความโด่งดังของมัน อาจมาจากการที่เป็นอนิเมชันเรื่องแรกๆ ที่กล้าเสนอมุมมองที่หนักเกินเรื่องอื่น มีฉากรุนแรงที่ต้องปรับเรทอายุคนดูกลางคัน มีประเด็นแหวกแนวที่เป็นคำถามปลายเปิดทิ้งไว้นับไม่ถ้วน...และการสร้างตัวละครที่เป็นต้นแบบที่สำคัญให้กับอนิเมชันเรื่องอื่นๆในภายหลัง...สาวน้อยผมสีฟ้า ตาสีแดง กับใบหน้าที่เย็นชาเรียบเฉย...ตัวละครที่ผมประทับใจที่สุด...อายานามิ เรย์ คนนี้นี่เอง
.
.
ผ่านมากว่าทศวรรษ ผมยังคิดว่า เสน่ห์ของมันไม่ได้จางหายไปไหน ผู้ชมกลุ่มเก่าก็ยังคงอยู่ ผู้ชมกลุ่มใหม่ก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ สินค้าต่างๆก็ยังออกมาต่อเนื่อง และตอนจบในรูปแบบต่างๆ ก็ยังถูกเขียนออกมาตามความเข้าใจ ที่สำคัญ เมื่อไม่นานมานี้ ข่าวโปรเจคต์จอเงินอีก 4 ภาคก็กำลังจะถูกดันออกมาในอีกไม่ช้านัก...บางที คำพูดที่ว่า บริษัท Gainax ไม่สามารถก้าวข้ามกำแพงความโด่งดังที่ตัวเองสร้างขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อนได้ อาจจะเป็นจริง...
.
ผมคงได้แต่เฝ้ารอดูก้าวต่อๆไปของมัน ว่าสิ่งที่ผมชื่นชอบ เคยคลั่งไคล้ และทำให้ผมได้รู้จักกับโลกของอินเตอร์เนทเป็นครั้งแรก ได้ตะลุยแลกเปลี่ยนข้อมูล บทวิเคราะห์กับแฟนๆทั่วโลก เมื่อเกือบ 10 ปีก่อนนั้น จะเดินไปสู่จุดจบที่ใดกันแน่...
.
รัก Eva
รักคนอ่านครับ >_
ปล. ขอทิ้งท้ายความเห็นส่วนตัวในฐานะที่เป็นทั้งแฟน Matrix และสาวก Eva ว่า...เมื่อพิจารณาในกลุ่มแฟนๆแล้ว...น้องเรย์ของผม สร้างกระแสได้มากกว่าพี่คีนูครับ ^^
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
มีจนไรท์เป็นแผ่นแจกได้เลย หุหุ
+fav นะฮับ
ปล. ดีจังรู้จักการ์ตูนดี ๆ เยอะนะ
#1 By ~*LuCReZiA*~ on 2006-09-25 02:14