22: My Life,My Mania - พักมองโลก มามองตัวเอง
posted on 13 Jan 2007 16:48 by zieghart in My-Sightตอนแรกตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่า ถึงอย่างไรจะไม่เขียน Blog tag แน่ๆ เพราะรู้สึกว่ามันออกแนว Virus Fwd mail อย่างไรไม่ทราบได้...แต่เมื่อกระแสมันสาดแรงเข้า จนคนที่กางร่มก็ยังอดเปียกไม่ได้ ผมก็คงต้องขอเอาไอ้ Tag นี่ มาลัดคิวเรื่องที่ผมจะเขียนก่อนซักครั้งละกันครับ...
ผู้ประสงค์ดี...
เจ๊บีMutsuki
คุณหน่อBuddy
นายแบงค์ Bank ultima
และคุ้นๆว่ามีท่านชายอีกซักคน ที่กระผมก็จำไม่ได้แล้ว ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วย...
.
I - My Name
รู้สึกจะเป็นหัวข้อบังคับไปเสียแล้ว...ที่มาของชื่อที่ผมใช้ Zieghart นั้น มาจากนิยายแฟนตาซีฝรั่งเรื่องนึงที่เคยอ่านตอนม.ต้น Back of Beyond ซึ่งเป็นสุดยอดจอมเวทย์มีปีกที่ทำให้ผมติดใจในเรื่องของเวทย์มนตร์มาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเล่นเกมส์ อ่านหนังสือ หรือดูหนังอะไรก็ตาม อาชีพนี้ก็จะมาเป็นที่หนึ่งในดวงใจเสมอ (ในการ์ตูนเรื่อง Rave ก็มีตัวละครชื่อนี้ ซึ่งเท่ห์มากเหมือนกัน เป็นอาชีพ Element master ใช้พลังของธาตุทั้ง 8...แต่มันไม่เกี่ยวกับผมนา เขียนก็ไม่เหมือนกัน)
พูดถึงชื่อตัวเองจริงๆบ้าง ที่หลายๆคนก็รู้ว่าชื่อเล่นจริงๆก็คือ โอม นั่นเอง เพราะคุณพ่อจบวิศวะมา ก็เลยหยิบเอาของใกล้ตัวและก็พ้องกับชื่อพี่ชายมาให้ผม...ตอนแรกก็คิดว่า ไม่น่าจะเล่นง่ายอย่างนี้ม๊าง (ตรูเป็นความต้านทาน??) แต่พอมาคิดถึงชื่อน้องสาว แอม ขึ้นมา...อืม...วงจรไฟฟ้าก็ได้ฟระ
แต่อยู่มา 20 กว่าปี ไม่เคยซักครั้ง ที่ใครจะมาเรียกเราว่าโอม เพราะชื่อจริงพยางค์เดียวแสนสะดวก ก็ถูกแผลงมาเป็นชื่อเล่นไปเสียฉิบ...ตั้งแต่ประถมยันมหาลัย ชื่อ ปัด ก็ยังคงฮิตอยู่ในกลุ่มเพื่อนทุกกลุ่มอยู่นั่นเอง..อาเมน
.
II - My Life
ถ้าจะว่ากันตามเนื้อผ้า คณะที่ผมเรียนอยู่ตอนนี้ ไม่เคยได้อยู่ในลิสต์ที่ผมคิดจะเรียนเลยแม้แต่น้อย...แม้จะจบมัธยมสายวิทย์มา แต่อาชีพที่ต้องใช้ตรรกะและเหตุผลสูงอย่างแพทย์นี่ ไม่ได้ถูกจริตกับคนเพ้อๆอย่างผมเลยซักนิด...
ยอมรับตัวเองมาตั้งนานแล้วว่า เป็นคนเพ้อฝันที่ยึดมั่นกับ Fantasy มากกว่า Reality อย่างเห็นได้ชัด...ความที่อยู่ไม่สุข ทั้งความคิดและการกระทำ การชอบคิดอะไรนอกขอบเขตและกฎเกณฑ์ที่ชาวบ้านเค้าตั้งไว้และควรจะทำ...มันเป็นนิสัยที่จะสร้างข้อเสียมากกว่าข้อดีในระยะยาวแน่ๆ โดยเฉพาะกับอาชีพนี้...แม้ตอนนี้ก็ยังมีปัญหาไม่น้อย...
ย้อนกลับไปตอนม.6 คณะ 4 อันดับที่ผมเลือกไว้ ไม่มีอะไรเกี่ยวกับหมอเลยซักนิด (มีบัญชีเสียด้วยซ้ำ) และที่ผมตั้งใจสุดๆก็คือการสอบโควตาเข้าคณะเศรษฐศาสตร์อินเตอร์ ธรรมศาสตร์ (BE) ผ่านข้อเขียนและสัมภาษณ์หลายต่อหลายรอบ จนไปถึงสุดท้าย ที่เรียกได้ว่า เข้าไปเซนต์ชื่อก็จบแล้ว...
จะเป็นโชคชะตาหรืออะไรก็แล้วแต่ ผลสอบโควตาแพทย์(ที่สมัครไว้เผื่อๆ เนื่องจากไม่ได้รังเกียจอะไรอาชีพนี้)ก็ออกมาพอดี และผมก็เป็นหนึ่งในคนที่มีสิทธิ์เข้าเรียนต่อ...เป็นช่วง conflict สูงสุดในชีวิตของผมจริงๆ...แม้ที่บ้านจะไม่ได้บังคับกดดันอะไร แต่ผมก็รู้ว่าพวกเค้าอยากให้ผมเรียนแค่ไหน...
คนที่มีบทบาทต่อผมมากในตอนนั้น เป็นศาสตราจารย์นายแพทย์คนหนึ่งของศิริราช เป็นพ่อของเพื่อนสนิทผมเอง ที่กล่อม (+ล่อลวง) ให้ผมมาเดินในเส้นทางนี้ในที่สุด ด้วยมุมมอง ทัศนคติ และเจตคติที่ดูยิ่งใหญ่และมีความหมายเอามากๆ...ณ ตอนนั้นผมฟังและเห็นด้วยอย่างไร้ข้อโต้แย้ง...แต่จนถึงวันนี้ ผมก็อาจจะพูดไม่ได้เต็มปากแล้วว่า ความุ่งมั่นที่มี จะตอบสนองความคาดหวังและความเชื่อมั่นของคนรอบข้างได้อีกนานแค่ไหน โดยเฉพาะเป็นเส้นทางที่ผมไม่ได้หวังจะเดินตั้งแต่แรก...แต่อย่างน้อย ผมก็จะเดินไปให้ถึงที่สุด อย่างที่พี่รหัสของผมพูดสอนไว้ว่า
"สิ่งที่เราเลือกแล้ว เป็นคำตอบที่ดีที่สุด สำหรับตัวเราเสมอ อย่างน้อยก็ ณ เวลาที่เราเลือกที่จะทำมัน"...ชีวิตไม่มีช่องว่างให้กับคำว่า "ถ้าตอนนั้น..." "ถ้าทำแบบนั้น..." มีแต่ต้องรับในผลของสิ่งที่เราเลือก ว่ามันจะทอดไปถึงไหน...ผมอยู่ก็เพื่อรอดูภาพสุดท้ายนั่นแหล่ะครับ
.
III My Book
คุณพ่อคุณแม่ ที่ผันตัวเองจากอาชีพหลัก มาทำงานกับสำนักพิมพ์ของคุณปู่ เป็นงานด้านหนังสือ ทั้งแปล ทั้งแต่ง...สิ่งนี่ล่ะมั๊ง ที่ปลูกฝังให้ผมเป็นคนชอบอ่านนู่นอ่านนี่ไปเรื่อย ตั้งแต่เด็ก เปลี่ยนแนวไปเรื่อยจนถึงปัจจุบัน
บอกไปใครจะเชื่อว่า ผมเริ่มอ่านหนังสือการ์ตูนมาตั้งแต่สมัยอยู่อนุบาล...
ช่วงมัธยมต้น ตอนอยู่สวนกุหลาบวิทยาลัยเป็นช่วงที่บ้าอ่านตำนานพงศาวดารเอามากๆ มหากาพย์อย่างโอดิซซี สามก๊กหลากสำนวน ตำนานเทพกรีก...ทุกวันของผมนี่หมดไปกับหนังสือ จนถ้ามองย้อนไป ก็รู้สึกว่า เป็นช่วงที่เสียเปล่าที่สุดในชีวิต และไม่ดีต่อ Social skill ของตัวเองเอามากๆ แทบจะไม่มีเพื่อนหรือความทรงจำดีๆในตอนนั้นเอาเลย
ช่วงมัธยมปลาย เริ่มมีสังคมกับชาวบ้านเค้ามากขึ้น น่ายินดีนักมาบ้าอ่านพวกนิยายแปล ลึกลับๆอย่างอกาธาคริสตี สยองขวัญอย่าง j book เดอะ ริง (ชอบมาก) พาราไซต์อีฟ โรแมนติก อย่าง Only love is real หรือพวกซีรีย์ยาวๆทั้งหลาย ก็ใช้ช่วงนี้แหละครับ ตามมาตลอด
ช่วงมหาลัย แทบไม่มีเวลานิยายเลย และก็หันมาอ่านพวกหนังสือแสดงแนวคิดของคนเป็นหลัก นักเขียนคนโปรดก็อย่างคุณวินทร์ เลียววาริณ ประภาส ชลศรานนท์ ที่ถ่ายทอดความคิดได้อย่างน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเขียนหนังสือแนวไหน
แต่จนถึงปัจจุบัน สิ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือ การอ่านการ์ตูน ที่เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตมากว่า 20 ปี ทุกๆแนว ทั้งกีฬาแอคชัน สืบสวน ผจญภัย ไล่ล่า ลึกลับ ฮาไร้สติ...พูดมาเถอะครับถ้าไม่ใหม่จนเกินไป อย่างน้อยก็น่าจะผ่านตาผมมาบ้างล่ะ
...ตอนนี้ก็อ้างไม่ได้เต็มปากซะแล้วว่า...การที่ตาขวาสั้น 700 ตาซ้ายสั้น 900 และเริ่มใส่แว่นมาตั้งแต่อนุบาล 3 นี่...เป็นพันธุกรรมจากพ่อแม่ หรือเป็นการใช้ตาอย่างเกินคุ้มของผมกันแน่...
IV My Hobby
ตั้งแต่ยุคนินเทนโดจนถึงโซนี อย่างน้อยผมก็ตามคอนโซลมาเกือบตลอด แม้จะไม่ค่อยได้ใช้ให้คุ้มค่าเท่าไหร่ เพราะเล่นเน้นไปแค่ RPG (ที่หนึ่งในดวงใจก็ต้องเป็น Final Fantasy) เนื่องจากรู้สึกเหมือนเป็น Novel ดีๆซักเล่ม ที่ตัวเรามีบทบาทมากกว่าการอ่านตาม เหมือนเรื่องได้ถ่ายทอดผ่านตัวเรามากกว่าการเป็นแค่บุคคลที่3 ที่เฝ้าดู...เส่นห์ตรงนี้ แม้ถึงวันนี้จะต้องห่างเหินกัน เพราะเวลาว่างที่น้อยลง แต่มันก็ไม่ได้จางหายไปจากหัวใจของผมอีกนานแน่นอนครับ...
ผมเริ่มจำแนกตัวเองได้แล้วว่า ชอบวรรณกรรมแบบไหน...นั่นก็คือ เรื่องราวที่มี "มิติของตัวละคร" สูง เรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกผูกพันธ์กับตัวคนในเรื่อง ให้ผมรู้สึกมีส่วนร่วมกับการตัดสินใจของพวกเขา และรอดูผลที่จะตามมาจนถึงฉากสุดท้าย...คอนเซปต์นี้ ผมยึดถือเป็นเกณฑ์มาตลอด ทั้งกับหนัง นิยาย เกมส์ และการ์ตูนครับ
V My Dream
ความฝันเล็กๆที่กอดไว้นานมาก คือการร่วมกับเพื่อน ตั้งร้านหนังสือขึ้นมา (ไม่ต้องสงสัยว่า เป็นอิทธิพลจากที่บ้านแหงม) เพราะรู้สึกดีที่ได้ถูกห้อมล้อมด้วยหนังสือมากมาย มีมุมกาแฟ มุมอินเตอร์เนท และมุมเพลง...มีหนังสือหลากชาติหลากภาษา มีบริการค้นและสั่งหนังสือ มีระบบสมาชิก ฯลฯ
ผมมีความสุขมาก ที่ได้เดินเล่นใน B2S และร้านคิโนคุนิยะ (โดยเฉพาะที่พารากอน) และแอบคิดการณ์ใหญ่ในใจเงียบๆหลายครั้งว่า..."นี่แหล่ะ ร้านในฝันของเรา..." จะกอดฝันได้อีกนานแค่ไหน ก็ต้องรอดูกันไปนะครับ ^^"
VI My love
อย่าเพิ่งงงครับ ว่าทำไมเกิน 5 ข้อ ขอผมเพ้ออีกซักนิด...
พูดเรื่องความรัก ที่ไม่ค่อยได้เล่าให้เพื่อนมหาลัยฟังซักเท่าไหร่ เพราะมันก็ไม่มีอะไรให้ท้าวความถึงนัก
ถ้าเอาแบบจริงจัง...ผมเคยคบกับผู้หญิงคนหนึ่งสมัยอยู่ม.6...เป็นคนที่ใช้เวลาอยู่ด้วยอย่างมาก ในตอนที่ชีวิตของผมมีแต่การเรียนพิเศษ เป็นคนที่ทั้งร่วมเรียน ร่วมคิด และร่วมฝันด้วยกัน ถ้ามองจากตอนนี้ไป แม้หลายคนจะเห็นว่า เป็นภาพลวงตาของวัยเยาว์...แต่ผมก็ยังคงเหลือความรู้สึกดีๆกับเธอคนนั้นอยู่มาก เป็นความรู้สึกที่แม้ปัจจุบันก็ยังหาสิ่งที่คล้ายกันไม่พบ...
ถ้าถามว่า แล้วเธอคนนั้นไปไหนเสียล่ะ?...ก็คงต้องยิ้มตอบเศร้าๆว่า แค่ความเชื่อมโยงบางๆที่เรียกว่า ความฝัน เนี่ย มันไม่แข็งแรงพอที่จะผูกคนสองคนไว้ด้วยกันได้ตลอดน่ะสิครับ...ทางของผม ชีวิตของเธอ มันก็เริ่มห่างกันไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่เข้าสู่รั้วมหาลัย...จนตอนนี้ผมก็ต้องทำใจรับว่า เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่ไกลกัน แต่ก็อดเจ็บใจตัวเองไม่ได้ว่า สิ่งสำคัญของตัวเอง ที่แม้ตอนนี้ก็ยังมองว่าสำคัญมาก กลับไม่รักษาไว้ได้ กลับไม่สามารถโอบกอดไว้กับตัวได้...
ถ้าจะมองให้น้ำเน่าหน่อย...อย่างน้อย ความฝันบ้าๆของเราสองคนก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม และทั้งผมทั้งเธอตอนนี้ ก็พยายามจะหาคนอื่นมาแทนที่ว่างข้างๆ แล้วรอวันที่จะเดินไปเจอกันอีกครั้งที่ปลายทางของความฝันของเราทั้งคู่ครับ...(แต่เชื่อเถอะ เธอไม่น่าเป็นห่วงเท่าตัวผมหรอก 555)
VII - My Number
ไม่มีอะไรครับ แค่จะบอกว่า ผมชอบเลข 7 มาก เป็น Lucky number ของผมมาตลอด ก็เลยอยากให้จบที่นี่ล่ะครับ ได้อิทธิพลจาก Final 7 แน่นอน ไม่ต้องเดาเลย หุหุ
.
.
.
พล่ามมายาวมาก มีอีกหลายประเด็นที่ผมอยากพูด แต่เอาไปแทรกไว้กับรีวิวอื่นๆของผมข้างหน้าละกัน
ผมขอแปะต่อแค่คนเดียว เพราะบอกแล้วว่า ไม่ค่อยปลื้ม กับระบบส่งต่อเป็นลูกโซ่เท่าไหร่นัก...ผู้โชคดีก็คือ...
พี่วลาดิมีร์ ปูทันนั่นเอง เพราะผมชอบอ่านแนวคิด มุมมอง และมุขที่สอดแทรกอยู่ตามความเห็นของพี่มากครับ ...และที่สำคัญพี่ยังเป็นคนสุดท้าย ในลิสต์ทั้งหมดของผม ที่ยังไม่ได้เขียน tag 555
.
แม้จะยาวจนคนอ่านอ่านไม่จบ แต่อย่างน้อยผมก็ Happy ที่พล่ามมาจนถึงนี่ครับ ^^
.
รักคนอ่านจ้า~~
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
พูดมาได้
ไม่รู้จะไปได้ไกลซักแค่ไหนครับ...
(เหมือนอิมเมจเด็กแพทย์จะไม่ใช่ยังงี้)
(คราวก่อนไม่ว่างมาเขียน ขอข้ามไปละกัน
นู๋ลูค...จินตนาการ เราว่าสำคัญในทุกอาชีพล่ะ แม้จะเป็นอาชีพที่ต้องมีเหตุผลมากแค่ไหนก็ตาม...รักษาไว้ให้ดีๆล่ะ
ชินยะซัง...จองบ้านไว้นะครับ ไปถ่ายไบโอกันเถอะ 555 (รู้สึกจะผิดประเด็นไปแล้ว
เอริธจัง...mad อันนี้ ผมว่าทำได้ดีกว่าอันที่เคยดูนะครับ สงสัยยอมรับในความทุ่มเทละมั๊ง แหม่ 40 กว่านาที ทำไปด๊าย
พี่วลาดิมีร์...มุขบุช เด็ดจริงๆครับ ที่ตัดสินใจเอามาลง ก็เพราะชอบมุขพวกนี้แหล่ะ หุหุ
เจ๊บี...เล่นแน่นะ ถ้าไปชวนอย่าหนีล่ะ
#1 By Zieghart on 2007-01-13 16:58