23: My Soul mate - คุณเชื่อในเรื่องรักแท้หรือไม่ ?
posted on 21 Jan 2007 02:33 by zieghart in My-Sight.
"เธอเชื่อในเรื่องของ "คู่แท้" ที่ถูกกำหนดให้เกิดมาคู่กับเรามั๊ย?"
"เธอเชื่อมั๊ย ว่าคนที่เกิดมาเพื่อเรา และเราเกิดมาเพื่อเค้า มันมีอยู่จริงๆ?"
"เคยคิดบ้างมั๊ย ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา ทุกคนที่เราได้เจอในชีวิตของเรา เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว...ตั้งแต่ก่อนที่เราจะรู้สึกตัว?"
คำถามนี้ ถูกยิงออกมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ขณะกำลังกินข้าวเย็นกับพี่รหัสของผม 2 คน...แน่นอนว่า จากน้ำเสียงและท่าทางที่ดูเอาจริงเอาจังขนาดนั้น ผมคงไม่สามารถทำท่าปัดมือไปด้านข้าง เล่นมุกสวนไปอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า "ไม่มีทาง !!!" เหมือนอย่างที่คิดเอาไว้ได้...
คุณพี่สาวของผม เริ่มร่ายยาวให้ฟังถึงทุกๆฉากทุกๆตอนของชีวิตตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก ว่าผ่านเรื่องราวต่างๆมามาก ทั้งสถานการณ์ที่ต้องเลือก สถานการณ์ที่เป็นจุดหักเหในชีวิต การสูญเสียคนสำคัญ การลาจากกับคนที่เคยรัก ตลอดไปถึงการตัดสินใจเดินในเส้นทางที่ไม่เคยคาดฝัน ฯลฯ และทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ว่าจะดีหรือเลวอย่างไร สุดท้ายมันก็สอดประสาน นำมาสู่ผลลัพธ์ที่เป็นตัวของเค้าในทุกวันนี้ ทั้งบุคลิก แนวคิด ทัศนคติ หรือแง่มุมใดๆก็ตามที...และกว่าจะรู้ตัวว่าเริ่มคล้อยตามไปกับแนวคิดของพี่เขา ผมก็หมดความสนใจจะเล่นมุกแทรกไปเสียแล้ว...

แม้ลึกๆจะเต็มไปด้วยรู้สึกปนเปกัน ทั้งทึ่งในตัวของพี่ ที่สามารถมองเห็นถึงสายใยที่เชื่อมโยงทุกแง่มุมของชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ให้เป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ และก็ทั้งอดขำในชีวิตของตัวเอง ที่ดูยังไงก็ไม่เห็นถึงความเชื่อมโยงกันได้แม้แต่น้อย...
...หลายคนฟังแล้วก็อาจจะนึกแย้งขึ้นมาเหมือนกัน(รวมทั้งตัวผมเองด้วย) ว่าเป็นเรื่องที่ดูไม่เข้าท่าเสียเลย ที่จะบอกว่า การกระทำและความคิดของตัวเรานั้น ถูกกำหนดไว้เสร็จสรรพ จากสิ่ง(หรือบุคคล)ใดๆก็ตามที ที่มีอำนาจเหนือสามัญสำนึกของตัวเรา...การมาพยายามอธิบายว่า การที่เราได้มาเจอคนๆนี้ ได้มีความผูกพันธ์ ได้ร่วมทำสิ่งต่างๆด้วยกัน แล้วสุดท้ายต้องมาลาจากกันอย่างไม่มีวันกลับ เป็น"ชะตากรรม"ที่ถูกกำหนดไว้อย่างไม่มีทางขัดขืนนั้น...หลายคนคงขำไม่ออก...มันช่างเป็นคำพูดที่ดูเย็นชาไม่มีความรู้สึกเอาเสียเลย...
แม้จะอยากเขียน แต่ขอพักเรื่องคู่แท้เอาไว้ก่อน...วันนี้เรามาลองหยิบประเด็นหลัง มาคุยกันในบรรทัดฐานที่ว่ากันนะครับ...ถ้าหากทุกสิ่งมันจะถูกกำหนดเอาไว้แล้วจริงๆ จำเป็นไหม ที่ต้องฝืนดิ้นรนจากมัน? สู้เราลองมาเปิดใจให้กว้าง มองดูชีวิตของตัวเองด้วยมุมมองที่ปราศจากอคติซักครั้ง ในทำนองที่ว่า "ไม่ปฎิเสธสิ่งที่ธรรมชาติมีให้ แต่โอบรับ อยู่ร่วมกับมันอย่างกลมกลืน"...จะเป็นไปได้ไหม ที่เราอาจจะได้เห็น"แง่มุม" บางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งๆที่โลกของเราก็ยังเป็นโลกใบเดิม...จนอดแปลกใจไม่ได้ว่า โลกใบเดิมๆกับชีวิตเดิมๆ ก็สามารถสดใสpositive ได้อย่างไม่น่าเชื่อ...
พูดก็พูดเถอะ ถ้าถามความเห็นส่วนตัว ว่ายอมรับได้แค่ไหน กับแนวคิดดังกล่าว ก็คงต้องตอบตรงๆตามสไตล์คนที่ไม่ค่อยชอบอยู่ในกรอบและข้อกำหนดว่า ไม่ชอบใจเท่าไหร่อยู่ดีน่ะครับ
...แต่ถ้าหากเรามาลองคิดถึงอีกมุมหนึ่ง การที่คนสองคน ต่างที่ ต่างวิถีชีวิต และไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อนเลย ได้มาพบเจอกัน ได้มีปฎิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน มีความรู้สึกทั้งดีและไม่ดีต่อกัน ได้มีการสร้างความผูกพันธ์ที่ไม่สามารถมองเห็นและอธิบายได้ด้วยหลักทฤษฎีใดๆ...แม้สุดท้ายคนทั้งสองคนจะต้องแยกจากกัน แม้สุดท้ายก็ไม่สามารถรับรองได้ว่า สิ่งที่หลงเหลือจะเป็นรอยยิ้มหรือน้ำตา...แต่สายสัมพันธ์นั้นก็ยังคงอยู่...
"การมีอยู่" ของเขาหรือเธอนั้น ส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนที่เหลือของเรา ไม่มากก็น้อย...

คนที่เรารักที่สุด...ก็สอนให้ได้รู้ว่า การที่คิดถึงคนอื่นก่อนคิดถึงตัวเอง มันทำให้เกิดความสุขได้อย่างไร
คนที่รักเราที่สุด...ก็สอนให้ได้รู้ว่า การที่มีคนคอยอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะยามแสนสุขหรือสุดเศร้า มันก็จะเต็มไปด้วยความอบอุ่นและวางใจ
คนที่เราเกลียดที่สุด...ก็สอนให้ได้รู้ว่า การเรียนรู้อดีต เติบโตจากข้อผิดพลาด ให้อภัยคนอื่น และพัฒนาตัวเองนั้น ควรจะทำตัวแบบไหน
คนที่เกลียดเราที่สุด...ก็สอนให้รู้ว่า ตัวของเรา ที่สะท้อนในสายตาของคนอื่น ไม่ใช่เป็นคนเดียวกับตัวของเราจากภาพสะท้อนในกระจก และการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมาะสมนั้น จะเป็นในรูปแบบใด
เพราะมีเขา ผมถึงมีความคิดแบบในวันนี้
เพราะมีเธอ ผมถึงมีความมุมมองเช่นในวันนี้
เพราะมีเขา ผมถึงมีบุคลิก ท่าทางดั่งที่ได้แสดงออก
เพราะมีเธอ ผมถึงมีถ้อยคำดั่งที่ได้ยินได้ฟัง
...หากกล่าวโดยสรุป จะรักจะเกลียด จะชิงชัง หรือปรารถนาก็ตามที...เพราะมีทั้งเขาและเธอ จวบจนวันนี้ ผมถึงได้เป็นตัวผม อย่างที่ผมเป็น...
คนหลายต่อหลายคนที่ได้ผ่านเข้ามาในชีวิต ได้มีอิทธิพลต่อเราไม่มากก็น้อย ร่วมกันสร้างความทรงจำต่างๆ ทั้งที่ไม่อยากลืมและที่ไม่อยากจำ..."ตัวของเรา" ในปัจจุบัน ก็เป็นหลักฐานที่สำคัญที่สุด เป็นผลลัพธ์ที่มีชีวิต ที่จะให้คำตอบว่า สิ่งเหล่านั้น ได้เคยเกิดขึ้นจริง และสิ่งเหล่านั้น ไม่ได้ไร้ความหมาย...
การที่ได้มาคิดในมุมที่ว่า ทั้งบุคคลที่ได้พานพบ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางชีวิตของเรานั้น เป็นเหมือนบททดสอบที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนและมีระบบ...แม้บางทีมันอาจจะดูยัดเยียด แต่บางทีมันก็ทำให้ชีวิตของเราที่เกิดมา มีความหมายมากขึ้น และโรแมนติกกว่าจะเป็นแค่โลกที่น่าเบื่อใบเดิมนะครับ


***ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เขียนถึงประเด็นแรกรึเปล่า วันนี้ก็ขอฝากไว้ถึงหนังสือดีๆเล่มหนึ่ง ที่กล่าวถึงเรื่องของ Soul mate หรือ"คู่แท้" ที่ต่างเวียนว่าย ข้ามพบข้ามชาติ ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ กว่าที่จะได้มาร่วมเดินในเส้นทางเดียวกันอีกครั้ง...
Only love is real ผลงานเขียนจากชีวิตการทำงานจริงของดร.ไบรอัน แอล. ไวส์ (Brian L. Weiss, M.D.) นักจิตวิทยาที่ใช้วิธีบำบัดแบบถอยจิต(สะกดจิตระลึกชาติ)กับชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ไร้ซึ่งความเกี่ยวข้องกันปลุกความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ ลึกลงไปในสมอง ลึกลงไปในวิญญาณ...ทำให้เราได้ตระหนักว่า "สายใยที่มองไม่เห็น" มีอยู่จริง ไม่เคยเสื่อมถอยไปกับการเวลา และไม่ได้สิ้นสุดลงที่ความตาย...
งานแปลโดยคุณมณฑานี ตันติสุข ของสำนักพิมพ์ดอกหญ้านะครับ เล่มที่ผมเคยอ่าน ก็นานมากพอดูแล้ว(หาไม่เจออีกต่างหาก="=)ตอนนี้ก็สุดที่จะรู้ได้ว่า หน้าปก และราคาจะไปถึงไหน แต่คุ้นๆเหมือนเมื่อ 2-3 ปีก่อน เห็นฉบับพิมพ์ครั้งหลังๆ ได้มีการเพิ่มบทสัมภาษณ์ และบทวิเคราะห์จากนักจิตวิทยาเข้าไปอีกมาก ลองหามาดูนะครับ เป็นงานเขียนที่น่าติดตาม และเต็มไปด้วยกลิ่นของความโรแมนติกโชยมาตลอดเล่ม...คู่แท้ที่ถูกกำหนดไว้ จะเป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือเป็นแค่คำโกหกตัวเองอันแสนอ่อนโยน...ยังไงเสีย มันก็ทำให้เรายิ้มได้ ทุกครั้งที่นึกถึงนะครับ...
อย่าเพิ่งหลงกันนะครับ วันนี้เราเปิดประเด็นคุยกันอยู่ 2 ประเด็น ซึ่งเน้นหลักไปที่โจทย์ข้อหลัง และขออนุญาตไม่ตอบนะครับ แต่จะรอฟังคำตอบจากเพื่อนๆมากกว่าครับ ว่าคิดเช่นไรกับ "สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว" บ้าง...(หรือแม้แต่ความคิดถึงตรงนี้ก็...ถูกกำหนดไว้แล้ว?)
และหากเอนทรีนี้ดูเพ้อไปมาก ก็ขออภัยไว้ด้วย เพราะช่วงนี้สติสตังไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว...คงเพราะ...ได้กลับมาเจอคนที่ไม่คาดว่าจะได้พบ ในสถานที่ที่เหมาะสม และเวลาที่เหมาะเจาะอย่างไม่น่าเชื่อ...
To be Continued...
.
.
รักการค้นหา
รักคนอ่านครับ ^^//

ปล.ทิ้งท้ายกลับไปที่โจทย์แรกซักนิด ตรงประเด็นหัวข้อกระทู้...ผมตอบคำถามของพี่รหัส เรื่องของคู่แท้ที่ถูกกำหนดให้เป็นของกันและกันไปว่า...ผมเชื่ออย่างที่สุด ว่ามีคนเช่นนั้นอยู่จริงๆ แต่ก็เชื่อยิ่งขึ้นไปอีกว่า...โอกาสที่จะได้พบอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตนั้น...ไม่ได้มีกันทุกคน...
แล้วคุณละครับ หาจิ๊กซอร์ชิ้นสุดท้ายพบแล้วหรือยัง?
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
แต่ว่าการจะเจอคู่แท้นี่ มันเป็นอีกเรื่องซะแล้ว เพราะยากที่เราจะรู้ได้ว่าใครเป็นคู่แท้นี่สิ
ยัยแอม...เป็นเอนทรีที่ไม่จัดว่ายาวที่สุดๆนะ เทียบกับอันที่ผ่านๆมาน่ะ
เอริธจัง...นั่นสินะครับ ที่ชอบเลข 7 อาจจะมาจากวันเกิดก็เป็นได้ อืม...พวกเราเกิดวันเดียวกันนี่นะ อาจจะเป็นสิ่งที่ฝังมาในยีนก็เป็นได้
DDP...เวลาได้อ่านความคิดของใคร แม้ไม่เคยได้พบกันจริงๆ ก็เหมือนกับเราได้เข้าใกล้ความเป็นต้วเขา ผ่านงานเขียนนั้นๆ...เหมือนที่ผมอ่านบทความและบทกลอนของคุณเลยครับ
พี่วลาดิมีร์...ความฝันเป็นสิ่งที่มีค่าครับ แม้จะไม่มั่นใจตัวเอง แต่ลึกๆผมก็เชื่อนะว่า ถ้าเรามุ่งมั่นจริงๆเนี่ย ความฝันใดๆ ก็จะมีพลังพอที่จะขับให้เราเดินไปต่อจนสุดทางได้ครับ
พี่อีวาน...ผมกำลังมีปัญหา รู้สึกว่า ยิ่งโต ยิ่งอ่านหนังสือน้อยลงครับ หรือจะพูดให้ถูกก็ต้องบอกว่า ยิ่งโต ยิ่งหาข้ออ้างในการไม่อ่านได้มากขึ้น...
นายแบงค์...เรื่องชื่อน่ะ ไม่ต้องซีเรียสหรอก ยังไงก็ไม่เคยมีใครเรียกชื่อเล่นจริงๆพี่อยู่แล้ว
ยัย choc...เกือบลืมแกไปเลย เด๋วตามไปเมนท์ที่บลอกนะ อย่าเพิ่งรีบอัพเอนทรีใหม่ล่ะ หุหุ
นายหน่อ บัดด้วย...ไหนๆก็ตัดสินใจมาที่เส้นทางนี้แล้ว (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลและความคิดยังไงก็ตาม) อย่าลืมที่เราบอกนะ "ทางที่เลือกแล้ว เป็นทางที่ดีที่สุดเสมอ" อย่าไปนั่งกลุ้มนั่งกังวลเลย มามีความสุขและจบไปด้วยกันดีกว่า
เจ๊ปูเป้...เดี๋ยวจะไปค้นมาให้นะ ว่าOdysseyที่เคยอ่าน มันสำนวนไหน หลังๆรู้สึกว่า มันออกมาเยอะเหลือกเกิน ไอ้ที่เคยอ่านก็ไม่รู้เวอร์ชันไหนเป็นเวอร์ชันไหนแล้ว อยากอ่านอีกรอบเหมือนกัน อาจจะเข้าใจได้ดีกว่าที่เคยงง ^^"
อาเจ๊หนูน้อยหมวกแดง...กิจกรรมส่งจดหมายให้รุ่นพี่เนี่ย ดูน่ารักมากๆ เหมือนในหาร์ตูนเลยแฮะ...แต่น่าเสียดาย ถ้าโรงเรียนชายล้วนอย่างเราทำมั่ง คงหลอนพิลึก
คุณ ohoh...สมัยนี้ต้องขอบคุณอินเตอร์เนทนะครับ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสเจอคนที่มีรสนิยมแบบเดียวกันได้ง่ายขึ้น ได้มีโอกาสมานั่งถก นั่งคุยกัน ในหัวข้อสนทนาที่คนทั่วไปคงฟังแล้วงงกันไปใหญ่
คุณรัฐ...ได้แวะเวียนไปที่ blog แล้ว เขียนสนุก และทำเวปได้ดีมากเลยครับ จริงๆผมก็ชอบพวกเรื่องกราฟฟิคและอาร์ทเวิร์คอะไรพวกนี้เหมือนกัน แต่ท่าทางหัวจะไม่ให้เท่าไหร่
นาย Highwind...ตั้งใจไว้แล้วล่ะ ว่าจะพยายามอยู่ในเส้นทางนี้ให้ถึงที่สุด ไม่เปลี่ยนไปไหนแล้ว...ก็ต้องรับผิดชอบการตัดสินใจของตัวเองให้ถึงที่สุดน่ะนะ จะมีความสุขมากน้อยแค่ไหน คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินกันล่ะ
#1 By Zieghart on 2007-01-21 03:00