เอนทรีนี้ต่อเนื่องมาจาก My soul mate - part 1 เมื่อครั้งกระนู๊นนะครับ ขอหยิบมาเขียนต่อตรงนี้ (แล้วก็ต้องดองสารพัด tag จากเพื่อนๆอีกหลายท่านไว้ก่อนด้วย ขออภัยอย่างสุดซึ้ง T_T)

วันนี้ผมจะยกหนังโปรดเรื่องหนึ่ง ที่ออกฉายมาก็ตั้งแต่เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว แต่เป็นหนังเรื่องที่ผมชอบมาก และหยิบมาดูหลายต่อหลายครั้ง ล่าสุดก็เพิ่งเมื่อวานนี้เองครับ ที่สำคัญ มันเข้าล๊อกกับหัวข้อได้พอดิบพอดีซะด้วยสิ

What dreams may come เป็นเรื่องราวที่พูดถึง Soul mate คู่หนึ่ง แอนนี่ และคริส (ซึ่งนำแสดงโดยโรบิน วิลเลียมส์ ดาราคนโปรดคนนึงของผม)

หนุ่มสาวที่พบกันโดยบังเอิญที่ทะเลสาบสวิสเซอร์แลนด์ ทั้งคู่ตกลงแต่งงานกัน สร้างครอบครัวที่อบอุ่น ฝ่ายชายเป็นแพทย์คอยช่วยเหลือผู้คน ขณะที่ฝ่ายหญิงทำงานด้านศิลปะ วันคืนผ่านไปอย่างแช่มชื่น พร้อมด้วยลูกๆทั้งสองของพวกเขา

ทว่า ดังฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย...ไม่มีใครคาดคิดว่า คำบอกลาในเช้าธรรมดาๆวันหนึ่ง จะเป็นประโยคสุดท้ายที่พวกเขาจะได้พูดกับลูกๆ...เด็กทั้งสองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำอย่างกะทันหัน แอนนี่สูญเสียลูกชายลูกสาวไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

แอนนี่ดำดิ่งสู่ห้วงแห่งความทุกข์อย่างรวดเร็ว เธอเริ่มโทษตัวเอง ปล่อยตัวทรุดโทรม หัดสูบบุหรี่ และประกาศหย่าขาดจากสามีสุดที่รักของเธออย่างไม่ไยดี...แม้เธอจะรักเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่เธอทนไม่ได้ ที่จะต้องอยู่ด้วยกันต่อไปโดยปราศจากลูกทั้งสอง เธอทนไม่ได้ ที่เห็นคนรักของเธอยังคงเข้มแข็งต่อสู้กับความเจ็บปวดต่อไปได้ โดยที่เธอเป็นฝ่ายที่ยอมแพ้กับโชคชะตาอันแสนโหดร้าย...สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ ก็คือการจบชีวิตอันแสนเศร้าของเธอ แล้วหันหลังให้กับความจริงอันสุดจะทานทนนี้เอง...

...แต่ผ่านมาอีกหลายปี...เธอก็ยังอยู่รอดต่อมาได้ และคริสก็ยังคงอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา...

ไม่มีใครรู้ว่า สองสามีภารยาผ่านเหตุการณ์ช่วงวิกฤตของชีวิตนั้นมาได้อย่างไร?

แต่มาถึงตอนนี้ มันก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะถามอะไรอีก ในเมื่อทั้งคริสและแอนนี่ต่างก็หัวเราะและมีความสุขดีได้ กับชีวิตในปัจจุบัน...หากแต่...

...อุบัติเหตุได้คร่าชีวิตคนสำคัญของแอนนี่ไปอีกครั้ง...คริสถูกรถชนเสียชีวิตในวันครบรอบแต่งงาน...


ตัวคริสเองได้ถูกนำตัวไปยังโลกหลังความตาย และเริ่มเรียนรู้ถึงรูปแบบและการใช้ชีวิตที่นี่...โลกอันบริสุทธิ์ที่เหมือนกระดานขาวที่ตัวเขาเป็นเป็นผู้กำหนดที่จะแต่งแต้มให้ออกมาเป็นแบบใดก็ได้

ตัวคริสได้รับการชี้แนะจากอาจารย์เก่าแก่สมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่ และค่อยๆยอมรับสภาพหลังการตายของตน พร้อมกับได้พบกับคนสำคัญที่เขาเคยคิดว่า จะไม่มีโอกาสได้พบเจออีกแล้ว...คริสยิ้มทั้งน้ำตาออกมาอย่างปลื้มปิติ...


ทว่า ฝ่ายแอนนี่เองเล่า?...เมื่อฟางเส้นสุดท้ายเส้นเดียว ที่ยื้อให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ขาดสะบั้นลง เธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่อีกต่อไป...

...แอนนี่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงอย่างไม่ยากเย็นนัก


วิญญาณที่ปฎิเสธที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาของตัวเอง

วิญญาณที่หนีปัญหาก่อนที่จะเริ่มคิดต่อสู้

วิญญาณเหล่านี้ล้วนเต็มไปด้วยบาปที่ต้องชดใช้

พวกเขาหรือเธอ ต้องวนเวียนอยู่ในวังวนความทุกข์ที่ตัวเองก่อขึ้น และจ่อมจมอยู่ในนรกแห่งความนึกคิดของตัวเองชั่วกาลนาน...

แน่นอนว่า คริสเอง ไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แม้ว่ามันจะเป็น"กฏ"ที่ต้องยึดถือ แม้ว่ามันจะเป็น"กติกา"ที่ทุกคนต้องยอมรับ แต่เขาเองก็หาได้สนใจไม่ เขายอมทิ้งความสุขจากโลกเบื้องบน ลงไปสู่ก้นบึ้งแห่งความทุกข์ เพื่อนำภรรยาสุดที่รักของเขากลับคืนมา...

กล่าวกันว่า "คู่แท้" แต่เดิมคือวิญญาณดวงเดียว ที่แบ่งภาคเป็นสอง แยกจากกันไปคนละแห่งหน เพื่อรอวันที่จะได้กลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้ง...เช่นนั้นแล้ว...แม้นรกจะกั้น แม้สวรรค์จะขวาง แต่ชายหนุ่มก็มิได้ย่อท้อ ยังคงมุ่งมั่นฝ่าอุปสรรคไป เพื่อจะได้พบหน้าหญิงอันเป็นอีกครึ่งชีวิตของตนอีกครา...

หนังเรื่องนี้ หนึ่งในจุดที่ผมติดใจ ก็คงเป็นเรื่องของแนวความคิดที่ค่อนข้าง"แปลก"กว่าหนังตะวันตกทั่วๆไป หรือจะบอกว่า ออกจะมาทางตะวันออกซะมากกว่าก็คงได้ เพราะตามปกติแล้ว ฝรั่งเค้าจะไม่ค่อยเชื่อในเรื่องของบาปบุญคุณโทษในลักษณะเดียวกับพวกเราซักเท่าไหร่ แต่ What dreams may come กลับยกประเด็นละเอียดอ่อน อย่างเช่นเรื่อง"การฆ่าตัวตาย" ที่เป็นบาปอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาเล่นได้อย่างน่าดูชม และที่สำคัญ ต้องปรบมือให้กับการสร้าง"ฉาก" ที่มีความ contrast กันอย่างมาก ของสวรรค์ และนรก ให้ออกมาดูวิจิตรตระการตา ในขณะที่ดูน่าขนลุกขนพองได้ในเวลาเดียวกัน

หากสวรรค์และนรกมีจริง และถูกสร้างขึ้นมาจากเบื้องลึกของจิตใจเราจริงๆ...ทั้ง'ดี'และ'ชั่ว' ก็อาจจะเป็นรูปธรรมได้ในลักษณะประมาณนี้กระมัง?


ผมไม่ได้ยกหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อย้ำประเด็นการมีอยู่หรือความสำคัญของ Soul mate หรอกนะครับ เพราะเท่าที่ผมสังเกตดู ในเรื่องก็ให้น้ำหนักกับคำว่า"คู่แท้"ของพระนางไว้ไม่มากเช่นเดียวกัน

ผมเคยบอกไว้เมื่อตอนเขียนภาคแรกว่า ส่วนตัวแล้ว "เชื่อ" ว่าคู่แท้มีจริง ไม่ว่าจะมาจากวิญญาณดวงเดียวกันรึเปล่า...แต่ผมก็ "เชื่อยิ่งกว่า" ว่าไม่ใช่ทุกคน ที่จะมีโอกาสหาคู่แท้ของตัวเองพบ...

คำถามคือ หากคริสและแอนนี่ไม่ได้เป็นคู่แท้กันแล้วล่ะ? เขาจะยังดั้นด้นไปหาคนรักของตัวเองอีกหรือไม่? เขาจะยังมุ่งมั่นฝืนกฏจนสุดกำลังหรือไม่? และเขาจะยังดิ้นรนทำจนสำเร็จดังหวังอีกหรือไม่?

คนหลายคน เสียเวลาไปค่อนชีวิต กับการค้นหา และรอคอย "Soulmate" ของตัวเอง...รอคนที่จะ"Click" กับตัวเองในทุกๆด้าน โดยบางครั้งก็ลืมมองคนที่อยู่รอบตัว ว่าห่วงใยและให้ความสำคัญกับตัวเรามากแค่ไหน...และก็ยังคงมองข้าม ทอดสายตาไปเสียไกล พร้อมกับอธิษฐานซ้ำไปซ้ำมา ว่าอยากจะเจอคู่แท้ของตัวเองเข้าซักวัน...

...กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็ใช้เวลาที่ควรจะมีความสุขไปแทบหมดสิ้นแล้ว หรืออย่างร้ายที่สุด ก็อาจจะสูญเสียช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นไปตลอดกาลเลยก็เป็นได้...

"คู่แท้" เป็นนิยามสั้นๆให้ตัวเรามีความสุขที่ได้ค้นหา มีรอยยิ้มที่ได้พบเจอแต่ไม่ใช่ให้ตัวเราไปยึดติดกับมัน...มีคู่รักนับล้านทั่วโลก ที่สามารถมีความสุขไปชั่วชีวิตกับคนที่ตนรัก โดยไม่เคยต้องมานั่งกังวลว่า เขาหรือเธอที่อยู่ตรงหน้า...เป็นคู่แท้ของตัวเองหรือไม่...

หากหาคนๆนั้นไม่เจอแล้ว ทำไมเราไม่สร้างขึ้นมาเองเลยเล่า?

ไม่ลองสร้างสายสัมพันธ์ที่เรียกว่า "คู่แท้" ขึ้นมาด้วยสองมือของเรา และยิ้มน้อยๆ ให้กับคนๆนั้น...ทุกครั้งที่สายตาของเรา สอดประสานกัน...

.

...To be continued...

รักคนอ่านครับ #_# //

ปล. เอนทรีนี้ ขอส่งมอบให้กับเพื่อนคนหนึ่ง ที่กำลังอยู่ในช่วง "แรกรัก"...และอยากขอให้เขา ได้ลงมือขีดเขียนอะไรซักนิด เพื่อถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกของตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่สิ่งที่เคยคิดเคยเห็น มันจะเลือนไปกับกาลเวลา...อย่างน้อยก็อาจจะไม่ต้องมานั่งเสียดายภายหลัง เหมือนที่ผมเคยเป็น...

ปล.2 มีพรายกระซิบมาว่า What dreams may come ยังพอหาได้ จากการไปคุ้ยกอง DVD ร้านแมงป่อง ในช่วงลดกระหน่ำนี้ครับ ราคา DVD ถูกเหมือนไล่เขวี้ยงหัว...แผ่นไม่ถึง 100 เลยครับ

Comment

Comment:

Tweet

dizi izle

#22 By full dizi izle (95.8.205.151) on 2010-10-20 19:37

thkans

#21 By fragmani izle (95.8.205.151) on 2010-10-20 19:31

thank you kubconfused smile

#20 By ดูหนัง (1.46.189.3) on 2010-10-06 22:10

เปิดอ่านมาเจอค่ะ อยากบอกว่าแมงป่องยังมีขายอยู่นะคะ ราคาถูกจริงๆ เนื้อเรื่องดี ภาพสวย ยิ่งฟังคุณแนะนำแล้วรู้สึกซึ้งดีจังค่ะ แต่โดยส่วนตัวเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องรักแท้เรื่องคู่แท้เท่าไหร่ ขอโทษนะคะที่ขัดกับความคิดคุณ แต่สำหรับเราแล้วมันเหมือนเป็นความฝันที่เหมือนจริงค่ะ ขอบคุณนะคะconfused smile

#19 By ปุ๊ (124.120.153.214) on 2010-08-06 14:12

ผมไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ แต่เคยฟังเพลง Beside You และชอบมากโดยเฉพาะเนื้อหาที่ตรงกับความรู้สึกส่วนตัวมากที่สุด ผมมาเจอโพสต์ของคุณโดยบังเอิญ

คุณวิจารณ์หนังเรื่องนี้ได้ดี แต่ที่สะดุดใจผมมากที่สุดคือแนวคิดของคุณที่แขียนไว้ใน 5 ย่อหน้าสุดท้าย ตั้งแต่ \"คนหลายคน เสียเวลาไปค่อนชีวิต......\" ไปจนถึงประโยคสุดท้าย ที่คุณเขียนไว้ได้ดีมาก คุณน่าจะเป็นผู้ชายที่มีความละเอียดอ่อนมากเท่าที่ผมเคยรับรู้มา

ผมอาจเป็นคนหนึ่งในแบบที่คุณกล่าวถึง ผมฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้จัก ฝันถึงเหตุการณ์เดิม ๆ มานาน ในฝันนั้นผมมีความสุขมากเท่าที่เคยจะมีความสุขได้

เธอคนนั้น อยู่ในเสื้อแขนยาวสีฟ้าลายลูกไม้ กระโปรงสีขาวลายลูกไม้ ผมยาวไม่มากนัก นั่งรอผมที่เก้าอี้สีน้ำเงิน ผมเดินมาหา แล้วเธอก็ลุกขึ้น แก้มเธอมีรอยเปรอะนิดหน่อย แล้วผมก็หยิบผ้าเช้ดหน้าส่งสัญญาณบอกเธอ แล้วเธอก็เช็ดออก (ความเป็นจริงผมเป็นคนที่ไม่มีผ้าเช็ดหน้า) เราเดินจูงมือกันไปบนถนนที่มี่คนเดินกระจายกันทั่ว แต่ไม่มากนัก พื้นปูนลายสี่เหลี่ยม ด้านขวาเป็นบึง ด้านซ้ายมือมีร้านดอกไม้อยู่ร้านหนึ่ง มีหลายสีสวยสดใส ในฝัน ผมพยายามจะบอกเธอว่า ผมฝันถึงแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่เราไม่เคยได้พูดกันเลย เธอมีแต่รอยยิ้มสดใสให้ผม เราเดินกันไปได้เพียงสั้น ๆ ก็มาถึงสะพานที่อยู่ทางขวามือ เราจะจากกันที่นี่ทุกครั้ง และผมก็ตื่น ผมพยายามที่จะนอนหลับต่อ หวังว่าจะได้ฝันต่อ แต่เหมือนเดิม คือผมไม่เคยกลับมาฝันต่อไปได้ นาน ๆ ผมจะกลับมาฝันถึงจุดเดิม จบที่เดิม ทุกครั้ง ตื่นขึ้นมาแล้วก็มานั่งฟังเพลง Beside You

เมื่อคืนผมกลับมาฝันเหมือนเดิม และผมก็มีความสุขเหมือนเดิม แต่ยังคงเหงาใจต่อไป....

#18 By rachovii (117.121.208.2) on 2010-07-14 09:33

big smile open-mounthed smile confused smile

#17 By โหลดเพลงฟรี (125.25.237.146) on 2010-02-10 19:32

เรื่องนี้ภาพสวยมาก เคยไปดูในโรงและมีdvdอยู่ที่บ้าน
เนื้อเรื่องก็ดีมาก ตอนแรกที่เข้าไปดูนึกว่าหนังรักๆธรรมดา
เนื้ัอเรื่องออกแฟนตาซีหน่อยๆชอบมาก

#16 By shub (125.25.176.139) on 2009-12-17 01:12

ผมชอบเรื่องนี้
มันเป็นอะไรที่ดีมาก
ฟังแล้วก้อสนุกดี
ผม ก้อมีคนที่รักมากๆเหมื่อนกัน

#15 By คุณทินกร (114.128.8.19) on 2009-05-15 20:37

^
^
ดีใจที่ชอบครับ

เอาไปแปะได้ตามสบายครับผม แต่ช่วยแถมลิงค์หน้านี้ ติดไว้ด้วยละกันนะครับ เผื่อมีคนอยากมาอ่านตัวเต็ม big smile

#14 By Zieghart on 2009-04-13 10:38

ชอบคำพูดของคุณในนี้ อยากจะขออนุญาตเอาไปเก็บไว้ใน space หน่อยได้รึป่าวค่ะ
"เชื่อ" ว่าคู่แท้มีจริง ไม่ว่าจะมาจากวิญญาณดวงเดียวกันรึเปล่า...แต่ผมก็ "เชื่อยิ่งกว่า" ว่าไม่ใช่ทุกคน ที่จะมีโอกาสหาคู่แท้ของตัวเองพบ...
คนหลายคน เสียเวลาไปค่อนชีวิต กับการค้นหา และรอคอย "Soulmate" ของตัวเอง...รอคนที่จะ"Click" กับตัวเองในทุกๆด้าน โดยบางครั้งก็ลืมมองคนที่อยู่รอบตัว ว่าห่วงใยและให้ความสำคัญกับตัวเรามากแค่ไหน...และก็ยังคงมองข้าม ทอดสายตาไปเสียไกล พร้อมกับอธิษฐานซ้ำไปซ้ำมา ว่าอยากจะเจอคู่แท้ของตัวเองเข้าซักวัน...

...กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็ใช้เวลาที่ควรจะมีความสุขไปแทบหมดสิ้นแล้ว หรืออย่างร้ายที่สุด ก็อาจจะสูญเสียช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นไปตลอดกาลเลยก็เป็นได้...

"คู่แท้" เป็นนิยามสั้นๆให้ตัวเรามีความสุขที่ได้ค้นหา มีรอยยิ้มที่ได้พบเจอแต่ไม่ใช่ให้ตัวเราไปยึดติดกับมัน...มีคู่รักนับล้านทั่วโลก ที่สามารถมีความสุขไปชั่วชีวิตกับคนที่ตนรัก โดยไม่เคยต้องมานั่งกังวลว่า เขาหรือเธอที่อยู่ตรงหน้า...เป็นคู่แท้ของตัวเองหรือไม่...

หากหาคนๆนั้นไม่เจอแล้ว ทำไมเราไม่สร้างขึ้นมาเองเลยเล่า?

ไม่ลองสร้างสายสัมพันธ์ที่เรียกว่า "คู่แท้" ขึ้นมาด้วยสองมือของเรา และยิ้มน้อยๆ ให้กับคนๆนั้น...ทุกครั้งที่สายตาของเรา สอดประสานกัน...


#13 By Pawalin (203.155.201.131) on 2009-04-13 06:15

อืม...เรื่องนี้ทำให้ผมซึ้งได้เหมือนกันคับอีกทั้งก็ที่นักแสดงด้วยคับ

Robin Williams เรียกได้ว่าแสดงได้น่าประทับใจทีเดียวคับ

#12 By Dev (202.133.139.99) on 2007-05-19 19:59

ครั้งนี้เขียนได้คมคายมากครับ(รักษามาตรฐานสไตล์พี่ไว้ได้้ดีเช่นเคย 55+) ชอบประโยคที่ว่า ".มีคู่รักนับล้านทั่วโลก ที่สามารถมีความสุขไปชั่วชีวิตกับคนที่ตนรัก โดยไม่เคยต้องมานั่งกังวลว่า เขาหรือเธอที่อยู่ตรงหน้า...เป็นคู่แท้ของตัวเองหรือไม่..." แนวดีครับ คมด้วย เลือดไหลซิบๆเกือบหาพลาสเตอร์ไม่ทันเลย

หลังจากการตระเวนเช่าหนังมาดูมาราธอนช่วงปิดเทอม ปัจจุบันผมยังหาร้านไหนในขอนแก่นที่มี What dream may come ไม่ได้เลย สุดยอดจริงๆเมืองผม - -" ตอนนี้กำลังคิดจะโหลดเอาอยู่ครับ รอโหลด Always เสร็จก่อน (ด้วยสปีด 20 % ต่อ 1 อาทิตย์ - -" เอาเข้าไป)

อ่านเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงทฤษฎีค้านความรู้สึกชาวโลกเรื่อง six degree of seperation (ชื่อนี้รึเปล่าไม่แน่ใจนะครับ) ที่ว่า คนเราทั้งโลกจะรู้จักกันไม่เกิน 6 ระดับ มาคิดดูแบบนี้ "คู่แท้" ของเราที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของโลก ก็อยู่ไม่ไกลจากเราเท่าไหร่นะครับ...

ปล.เข้ามาแล้วแอบงงเล็กๆ ว่า เราไปคุยกันเรื่องความสุขกับความพอดีกันตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ แหะๆ นึกไม่ออกจริงๆครับ

ส่วนพี่ลมสูง (Highwind) ผมเคยเข้าผ่านๆช่วงนึงตอนไปอ่านเนื้อเรื่อง FFXII น่ะครับ เหมือนเป็นสไตล์พี่เลยนะครับ เขียนแนวคิดเจ๋งๆดี เดี๋ยวว่างๆคงเข้าไปใหม่ครับ

#11 By Rath (125.26.142.208) on 2007-03-22 23:45

เห็นฉากแล้วน่าดูมากเลยนะ อยากดู ๆๆ เอามาให้ดูมั่งน่อ

เอ้อ...ชอบนะที่ปัดบอกว่าให้สร้าง "คู่แท้" ขึ้นมาเอง

แต่ก็อย่างว่าแหละ รู้มั้ย, ขนาดตัวเองที่ (คิดว่า) เป็นคนบ้าบิ่นไม่ค่อยกลัวอะไร ยังรู้สึกกลัว (จนถึงขนลุก) กับความคิดบางอย่างตัวเองในห้วงเวลาแห่งความรักเลย

ซึ่งพอใช้เวลานั่งนิ่ง ๆ สูดหายใจลึก ๆ จมอยู่กับตัวเอง แล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้ว่า "เฮ้ย นี่ตูเป็นได้ถึงเพียงนี้เลยเรอะ!!!"

เฮ้อ...มันมีพลังมากจริง ๆ นะ ไอ้สิ่งที่เรียกว่า "ความรัก"

คิด ๆ ไป อาจเป็นเพราะมนุษย์มักจะหวาดกลัวในสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอน ความรักซึ่งเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งจะกำหนดได้ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งจะรู้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ความรู้สึกแบบนี้ล่ะมั้งที่ทำให้ความรักเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากมาย

ใครเจอคนที่คิดว่าใช่ก็รักษามันเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ ไม่ต้องไปคิดถึงวันข้างหน้าหรอกว่าจะเป็นคู่แท้กันหรือไม่

ขอให้วันนี้สิ่งที่ทำไปนั้นมาจากใจและมีความสุขก็พอ

#10 By Highwind on 2007-03-21 10:47

ปัดจัง แซวนิดแซวหน่อยนา
(คราวนี้ก็ขอแซวอีก)
เรื่องนี้เราว่าหนังก็เป็นหนังอะนะจะมายึดเป็นชีวิตจริงมันคงยาก(ก็ชั้นมันคนไรหัวใจอะนะ)
เราชักอยากฟังเรื่องsoul mate ของแกจริงๆแล้วซิว่าเป็นยังไง
ปล. 4 leaf clover เรื่องนี้เราก็ชอบนะ แหม ปัด จาให้เราเดาว่าปัด อัพ โตเกียวบาบิลอนหรือไง จาได้ล้อว่ากลายเป็นหนุ่ม Y แทนนะ

#9 By ~TestsuTo~ テッツト on 2007-03-20 22:34

เราซื้อนานแล้วล่ะ...

เราชอบมากเลย ดูแล้วร้องไห้ทุกครั้ง

เพลง Beside You เพราะมาก ((เพลงประกอบหนัง))

#8 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-03-18 00:02

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันฮับ
ขออนุญาติตอบสั้นๆด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลียฮับ

#7 By DDP on 2007-03-17 21:22

ว้าย เพื่อน Z แกก็อยู่ในช่วงแรกรักรึ เพิ่งทราบ วี้ดดดดดดด วิ้ว (ทำไมวี้ดนานวะ ประมาณหวีดสยองเลย อิอิ)

จะไปเที่ยวโว่ยยยย ทูมอโร่ววววว

ปิดเทอมนานเกิ๊น เบื่อ -'''-

#6 By VC (58.8.119.199) on 2007-03-17 21:17

ช่วงนี้หันไปทางไหนก็มีแต่คนมีความรัก เพราะเพิ่งผ่านไวท์เดย์มารึเปล่าเนี่ย

ทำเป็นยกเอนทรีให้เพื่อน ยังกะตัวเองไม่อยู่ในช่วง"แรกรัก"งั้นล่ะ ซิกฮาร์ทจ๋า
(เอ๊ะ หรือเราได้ข่าวช้าไป??)

#5 By fontis on 2007-03-17 20:22

เคยดูหนังเรื่องนี้ตอนเด็กๆ ตอนนั้นประทับใจมากกก แต่ว่าลืมไปแล้ว โชคดีจังที่ได้มาอ่านบล็อกนี้ ในที่สุดก็ได้รู้ว่าชื่อ What dreams may come น่ะเอง

Robin Williams เป็นนักแสดงที่มีความสามารถในการเรียกน้ำตาคนดูได้เกือบทุกเรื่องเลยเนอะคะ

#4 By wandering on 2007-03-17 20:02

เรื่องรักแท้...เชื่อคับ
หนังเรื่องนี้เคยได้ดู .. แต่จำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วง่ะ อ่านในเอนทรี่ ก็เหมือนดั่งว่าไม่เคยดูหนังมาเลย (กำ)

#3 By aerith-chan on 2007-03-17 16:17

จบปลายเปิดแบบนี้ กะมีภาคต่อแน่ๆ สินะ

เคยดูเรื่องนี้ทางเคเบิลทีวีซักช่อง แต่ตอนนั้นง่วงมากเลยหลับยาวตั้งแต่ราวๆ 10 นาทีแรก ^^"

อาจไม่ค่อยเกี่ยวกับธีมของ Soul Mate แต่อยากแนะนำนิยายตะวันตกยุคใหม่เรื่องนึงที่นำเสนอภาพของโลกหลังความตายได้น่าสนใจเช่นกัน ชื่อว่า Five People You Meet in Heaven เขียนโดย Mitchell Albom ครับ... เป็นเรื่องของคนๆ นึงที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และต้องพบเจอคน 5 คนระหว่างทางไปสวรรค์ ซึ่งแต่ละคนนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของเขาไม่ทางตรงก็ทางอ้อม การพูดคุยกับคนเหล่านั้นทำให้ตัวเอกของเรื่องเข้าใจความหมา่ยของชีวิตตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ภาษาง่าย อ่านเพลิน ซาบซึ้งพอสมควร และอาจเห็นโลกในมุมที่กว้างขึ้นกว่าเดิมด้วย

ที่จู่ๆ ผมคลิกนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาก็ตรงวรรคที่พูดว่า "แนวคิดที่แปลกกว่าชาวตะวันตกทั่วไป" ในเอนทรี่นี้น่ะ

ซิกฮาร์ทมีไฟอัพบล็อก แต่ช่วงนี้ผมไฟมอดเอาๆ -_- แต่เดี๋ยวพอบริโภค Kanon ตอนสุดท้ายจบ อาจมีแรงมีเขียนอะไรยาวๆ ก็ได้

ปล. มาช่วยโฆษณา Kanon ฟรี
ปล.2 ยังคงรีเควสเอนทรี่เล่นมุข
Nostalgia...โคลเวอร์ 4 แฉก

นู๋ลูค...โคลเวอร์ อ่านแล้วเหงาจริงๆแหล่ะ อารมณ์ตอนจบเรื่องนี่ หดหู่เป็นบ้า ขัดกับชื่อเรื่องจริงๆ

ชินยะซัง...เชื่อหรือไม่ ว่า3เล่มของไพเรท จำนวนตอนมันเท่ากับ 4 เล่มจริงเลยล่ะครับ หั่นตอนกันมั่วซั่วน่าดู อ่านของแท้ ได้อารมณ์กว่าจ้า

คุณ PiKaPon...ยินดีที่ได้รู้จักครับ จริงๆเรื่องนี้เนี่ย ซื้ออ่านได้เลยครับ ไม่ต้องรอตอนต่อหรอก คนเขียนเค้าเปรยๆมา 10 กว่าปีแล้วล่ะครับ ^^" ออ แล้วนี่ผมก็ดองบลอกมาเกือบเดือนแล้วด้วยสิ 555

คุณ DDP...เรื่องนี้อ่านเน้นเอาอารมณ์ของเรื่องเป็นหลักเลยครับ ส่วนพวกเราเอง แม้จะเป็นพวก"ไร้ใบ" จริงๆ ผมก็ยังคิดว่า มันก็ยังพอมีรูปแบบการหาความสุขในแบบของพวกเราเองน่ะนะ

เอริธจัง...ใช่แล้วคับ จุดขายของเรื่องอยู่ที่ซูจังจริงๆ พอเจ๊แกไม่อยู่ ไอ้ผมก็พาลเซ็งเอาดื้อๆเหมือนกัน ไอ้ผมก็แพ้คาแลกเตอร์สาวอย่างนี้ซะด้วยสิ

อาเจ๊หนูน้อยหมวกแดง...แหม่ แค่ชื่อเอง เฮียเค้าไม่ว่าอะไรร๊อกกก (เพราะไม่ได้เข้ามาอ่านทั้งคู่ 555)

พี่วลาดิมีร์...ครับ เรื่องนี้ไม่ได้ Y กระหน่ำ แต่ก็อย่าประมาท Clampไป...Y โมเลกุลสามารถแทรกได้ทุกอนูของผลงานจริงๆ...ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่ไม่คาดคิด เช่น ซากุระเป็นต้น

ไฮวินด์...เขียนแล้วนะ soulmate ภาค 2 ฝากด้วยล่ะ หึหึ ส่วนการ์ตูนแคลมป์ เราว่าจุดขายหลักอยู่ที่คาแลกเตอร์ และการหักมุมขั้นสุดยอดล่ะมั๊ง ไอ้ประเภทยิ่งทำร้ายความรู้สึกคนอ่าน ยิ่งชอบเขียนนั่นแล...เพราะบางเรื่อง อย่างสึบาสะเนี่ย เราว่าเนื้อเรื่องมันก็กลวงโบ๋พอดู แต่พอหักมุมเข้าเนื้อเรื่องหลักปุ๊บ...เล่นเอาขนลุกเลยเพ่

แม่วิน...ปิดเทอมตั้งนาน(?) ไปเที่ยวไหนอีกมั๊ยเนี่ยหล่อน

ซักตัว...สำหรับเรานะ ก็ไม่ชอบการอยู่คนเดียวอยู่ดีนั่นล่ะ เพราะมันจะทำให้ฟุ้งซ่าน แล้วก็คิดสารพัดสารเพ (ที่มักไปในเชิงลบ) ซะด้วยสิ...ที่สำคัญ ยิ่งทำให้รู้สึกว่า กลางคืนมันยาวนขึ้นอีกน่ะซี่
แล้วอัพการ์ตูนตาหวานแล้วเป็นไงฟระ !! เดี๋ยวคราวหน้าเอาเป็นรีวิวหมัดเทพเจ้าดาวเหนือละกันนะ...

คุณเซชิโร่...ยินดีที่ได้รู้จักครับ ดูชื่อดูบลอกแล้ว ท่าทางจะเป็นสาวกแคลมป์เหมือนกันสิเนี่ย

นายรัฐ...เรื่อง 1 litre of tears ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ยังมีใน youtube นะ ไม่ก็ไปโหลดที่เวป tirkx ก็ได้ ส่วนเรื่องนิยามของความสุขกับความพอดี...หากทำได้ ก็เป็นสิ่งที่ดีนะ ทำให้ทุกฝ่าย happy ได้มากเท่าที่จะทำได้...แต่ชีวิตจริง บางครั้งมันก็อาจจะทำไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ก็ลองชั่งน้ำหนักให้ดีละกัน ว่าในสถานการณ์หนึ่งๆเนี่ย เราจะกระจายความสุขไปให้กับทุกคนได้มากน้อยแค่ไหนกัน...

ออ Highwind น่ะ เพื่อนพี่เอง คณะเดียวกันด้วย ถ้าสนใจ มีลิงค์บลอกมันอยู่ข้างๆแน่ะ..แต่มันเป็นผู้ชายนะ ไม่โสดแล้วด้วย...เอ๊ย ไม่เกี่ยวสิ

เพนๆ...หายไปไหนซะนานหนอเรา ไม่ได้คุยกันตั้งนานแหล่ว ว่างๆจะโทรไปหานะ

เจ๊ Variola...ก็พอจะเดาได้นะ ว่าเธอต้องเชียร์ 3 แฉกแหงมๆ แต่ท่าทางจะอายุไม่ค่อยนานสินะ....วางตัวละครได้สมเป็นแคลมป์จริงๆ ขนาดอ่าน chobits ยังบังคับให้จบหดหู่ได้เลย เอากะเจ๊ๆสิ

#1 By Zieghart on 2007-03-17 09:05