30: My Train Man - ความเพ้อฝัน? จินตนาการ? หรือความเป็นจริงที่เลือนลาง?
posted on 30 Mar 2007 00:24 by zieghart in My-Maniaอาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่งได้มีโอกาสสัมผัสซีรีย์เรื่องหนึ่ง ที่สร้างกระแสค่อนข้างมากในบ้านเราเมื่อประมาณครึ่งปีก่อนครับ
เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มสุดจืดคนหนึ่ง ซึ่งคนสามารถเรียกว่าเป็น "โอตาคุ" ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ...

ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คำว่า Otaku นี้ เป็นคำญี่ปุ่น ที่ใช้เรียกบุคคลที่มี"ความหมกมุ่น" ในเรื่องที่ตัวเองชอบในระดับที่เกินพอดี อาจถึงขั้นที่เรียกว่า "คลั่งไคล้" กันเลยทีเดียว...ซึ่งความหมายในปัจจุบัน จะตีความไปในด้านลบซะมาก
ลองนึกสภาพชายหนุ่มโสดอายุย่างเข้าวัยที่ควรจะเป็นที่พึ่งของคนใกล้ตัวได้แล้ว มาใช้เวลากับเงินที่มี หมดไปกับเหล่าโมเดล โปสเตอร์การ์ตูน และฟิกเกอร์ของเล่นกองเท่าภูเขา อัดแน่นกันอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่ไร้ร่องรอยการทำความสะอาดดูนะครับ...คนหลายคนมักจะมองเหล่าโอตาคุในเชิงเหยียดหยามและไม่อยากเข้าใกล้ หรือที่ร้ายกว่านั้น อาจมองในเชิงที่ว่า คนเหล่านี้ออกจะ "โรคจิต" เสียด้วยซ้ำ
แต่เรื่องราวของ"โอตาคุชาย"คนหนึ่ง กลับสร้างกระแสที่รุนแรงมากเป็นประวัติการณ์ ในเวปบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จนจัดเข้าขั้น "ตำนานขึ้นหิ้ง" ของกระดานสนทนาชายโสดแห่งนั้น และถูกต่อยอดต่อไปตามสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย ทีวีซีรีย์ การ์ตูน หรือภาพยนตร์
...เกริ่นมาเสียนาน...ใช่แล้วครับ วันนี้ผมมาพูดถึงเรื่อง Densha Otoko [Train Man] หรือ ที่หลายๆคนคุ้นหูกันดีจากชื่อหนังสือ "แชทรัก หนุ่มรถไฟ" และชื่อซีรีย์ช่องTไอทีวี "ภารกิจแชทลุ้นรัก" นั่นเอง

แน่นอนครับ ว่าผมไม่ใช่คนประเภทขวางโลก แอนตี้สังคม ชนิดที่ว่า กระแดะหลบหลีกเรื่องดังๆ รอกระแสซา แล้วค่อยหยิบมาดูแน่ๆ แต่เรื่องที่สนใจ มันก็เยอะเหลือเกิน กว่าจะใช้เวลาไล่ดู ไล่อ่าน จนมาถึงคิว"หนุ่มรถไฟ" นี่ ก็เมื่อวันก่อนนี่เอง
เรื่องราวที่ (อ้างว่า) ถูกสร้างจากเรื่องจริงของหนุ่มญี่ปุ่น ที่เป็นโอตาคุเต็มขั้น หมกมุ่นอยู่กับโมเดลสาวน้อย และมีทักษะทางสังคมต่ำติดดิน...หากจะมีที่ๆตัวตนของเขาจะเด่นชัด ก็อาจจะเป็นกระดานสนทนาชื่อดัง 2 channel เท่านั้น
วันหนึ่งในขณะนั่งรถไฟกลับบ้าน ตัวเอกของเรา ได้รวบรวมความกล้าทำในสิ่งที่ตัวเขาเองไม่เคยคิดจะทำมาก่อน นั่นก็คือ ปกป้องหญิงสาวจากการถูกคนเมาลวนลามบนรถไฟ
หลังจากนั้นไม่นาน สาวสวยคนดังกล่าว ก็ได้ส่งเซตถ้วยน้ำชายี่ห้อสุดหรูHermèsมาให้ตัวเอกของเรา ในฐานะของตอบแทนที่ปกป้องตัวเองไว้...และแล้ว ความสัมพันธ์ของเขาและเธอ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น...
ตัวเอกของเรา ตกหลุมรักสาว "Hermès" นี่อย่างจัง แต่เนื่องจากตัวเขาเอง ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมาครึ่งค่อนชีวิต ทำให้เขาไม่รู้เลยซักนิด ว่าจะตอบสนองความรู้สึกของตัวเองออกมาเช่นไร ให้สื่อไปถึงสาวคนที่เขาชอบนี้ได้
บอร์ด 2 channel จึงเป็นสถานที่แห่งเดียว ที่เขาจะได้คอยถ่ายทอดวีรกรรมต่างๆที่ตัวเขาทำ คอยบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอ ให้คนทั่วไปได้รับรู้ และเพื่อนๆมากมายในที่แห่งนี้ แม้จะไม่ได้รู้จักอะไรเป็นการส่วนตัวกับ"หนุ่มรถไฟ" และ"สาวHermès" เลยแม้แต่น้อย ก็พร้อมอกพร้อมใจกัน ให้คำปรึกษา และสนับสนุนความรักของหนุ่มสาวคู่นี้อย่างเต็มความสามารถ
ด้วยสารพัดคำแนะนำจากคนหลายกลุ่มอาชีพ หลากช่วงอายุ...หนุ่มรถไฟของเรา ก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ เขาเริ่มเรียนรู้ทักษะการเข้าสังคม เริ่มเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าให้เป็นผู้เป็นคน เริ่มแสวงหาร้านอาหารดีๆ หาที่เที่ยวที่น่าสนใจ และที่สำคัญกว่านั้น...เขาเริ่มรู้สึกถึงความสำคัญทุกๆรายละเอียดของโลกกว้าง ในมุมมองที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน...

บทสรุปและเรื่องราวความรักในสไตล์โรแมนติกคอมเมดี้ของโอตาคุถอดรูป หนุ่มรถไฟและสาวผู้ดีHermès จะเป็นเช่นไร...ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด...แต่ที่สะดุดใจผมยิ่งกว่านั้น ก็คือว่า "เรื่องราว" นี้ มีอิทธิพลอย่างชัดเจน ต่อผู้คนจำนวนหนึ่งในโลกของเรา ไม่มากก็น้อย
ตัวผมเอง ก็มีเพื่อนหลายคน ที่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็น "โอตาคุ" ตัวเป็นๆอย่างเต็มภาคภูมิ และมีเพื่อนหลายคน ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวัน หมดไปกับหน้าจอสี่เหลี่ยม และโลกไซเบอร์...ถ้าจะเปรียบเทียบให้ชัดๆ วิถีชีวิตของหนุ่มรถไฟคนนี้ ก็เหมือนเป็น"ภาพสะท้อน" ชีวิตของผู้คนมากมาย ในโลกยุคอินเตอร์เนทเฟื่องฟูเช่นนี้
เวลาที่ผ่านมาหลายต่อหลายปี ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า พลอตน้ำเน่าอย่างเรื่องของหนุ่มสุดเห่ย หาดีไม่ได้ ซึ่งมาสมหวังกับสาวสวยผู้งดงามราวนางฟ้านั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ยังสามารถสั่นคลอนจิตใจของผู้คนได้ไม่น้อยกว่าที่มันเคยทำ

จะบอกว่า...หนังประเภทนี้ ขายเพียงความเพ้อฝัน เพื่อเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยงจินตนาการให้กับเหล่าคนที่ดูไม่ได้ความ ได้หลอกตัวเองไปวันๆ กับภาพความสุขที่ไม่มีวันเป็นจริงเท่านั้นล่ะหรือ? ก็คงไม่ใช่เลย และฟังดูออกจะโหดร้ายไปเสียอีก
แต่ประเด็นที่แม้ในเรื่องเอง ก็ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเนื้อเรื่องหลักก็คือ "ผลกระทบ" ที่ตัวหนุ่มรถไฟ ได้ทิ้งไว้ให้กับผู้คนมากมายที่รับรู้เรื่องราวนี้
หนุ่มรถไฟ เหมือนเป็นตัวแทนของความหวัง ความสำเร็จ และก้าวๆหนึ่งที่สำคัญของเหล่าคนที่จมปลักอยู่กับตัวเองมานานแสนนาน
ทุกคนที่ร่วมลุ้นร่วมเชียร์เขา หลายคนหวังไว้ลึกๆว่า หากหนุ่มคนนี้ทำสำเร็จ...ตัวพวกเขาเอง ก็อาจจะสามารถก้าวออกจากจุดที่ย่ำอยู่กับที่มานานแสนนานนี้ได้เช่นกัน
คนที่ได้รับรู้เรื่องราวนี้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ผ่านหน้ากระดาษหนังสือ ผ่านจอโทรทัศน์ และผ่านสื่ออื่นๆสารพัด...ผมคิดว่า ก็มีคนอีกไม่น้อย ที่เป็นเหมือนเพื่อนของผม ที่สามารถใช้เรื่องราวเล็กๆที่แสนเหลือเชื่อนี้ กระตุ้นให้ตัวเอง เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
เพื่อนโอตาคุผู้แสนหมกมุ่นของผม ที่ไม่เคยสนใจผู้อื่นและตัวเอง แม้แต่การเรียนต่อก็ไม่เคยอยู่ในหัว...ก็สามารถลุกกลับเข้ามา เดินในเส้นทางที่ตัวเองลืมเลือนไปนานแสนนานได้...
สำหรับตัวผมเอง ซึ่งได้เห็นภาพที่ทั้งน่าเหลือเชื่อและน่ายินดีเช่นนี้กับตาตัวเอง...คำสบประมาทที่เคยตั้งแง่ไว้เมื่อตอนรู้จักเรื่องนี้ครั้งแรกว่า " ไม่มีทางเป็นเรื่องจริงแน่ๆ" ก็ดูไร้ความหมายไปเสียถนัด...
คนหลายคนบอกว่า ช่างน่าอิจฉาหนุ่มรถไฟเสียจริง ที่ได้มีโอกาสผูกพันธ์กับสาวสวยเช่นนี้
แต่สำหรับผมแล้ว กลับมองว่า คนที่น่าอิจฉาจริงๆ น่าจะเป็น เหล่าเพื่อนพ้องไซเบอร์ และผู้คนที่ได้ร่วมรับรู้เรื่องราวของชายหนุ่มผู้ไม่มีอะไรคนนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบต่างหาก
ไม่บ่อยครั้งในชีวิตของคนเรา ที่จะหา "Inspiration" ให้กับก้าวต่อไปของตัวเองได้...แม้จะเป็นเรื่องที่ดูเล็กน้อยหรือไร้สาระแค่ไหน แต่หากเราสามารถหา "แรงบันดาลใจ" ให้กับตัวเองได้
มันก็คงไม่สำคัญแล้ว ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง?
มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่น่ายินดี และมีค่าพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ?
.
รักแรงบันดาลใจ
รักคนอ่านครับ +_+//

ปล. ขอบคุณจากใจอีกครั้ง กับทุกๆคำเตือนสติของเพื่อนทุกคนเมื่อเอนทรีก่อน แม้ปัญหาของผม มันจะไม่มีทางหมดไปได้โดยง่าย แต่อย่างน้อยที่สุด "มุมมอง" ที่ผมมีต่อมัน ก็ไม่หนักหน่วงเหมือนเดิมแล้ว และน้ำหนักของปัญหา ก็ดูจะเบาขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ...ขอบคุณทุกๆคนนะครับ
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
ส่วน Quote เปิด ก็เอามาจากบทปีศาจลักซ่อนแหล่ะครับ จริงเมื่อก่อนตอนยังฟิตๆเนี่ย ผมมีคำเปิดทุกเอนทรีเลยนะ แต่หลังๆนี่ ออกจะตามอารมณ์ซะมากกว่า
แต่ตอนนี้ ก็เห็นว่า ฟื้นฟูสภาพ กลับมาหลั่นล๊าสมบูรณ์ตามเดิมแล้วนี่นา เร็วกว่าเราซะอีกแหน่ะ

) ว่าจะออกความเห็นเหมือนกัน ไม่เป็นไรครับ 55+ รู้สึกดีขึ้นก็ดีแล้วล่ะครับ ดีใจด้วยครับๆ ขอให้แก้ปัญหาได้ในเร็ววันนะครับ
ส่วนชีวิตจริง ก็สู้ๆค่า
#1 By aerith-chan on 2007-03-30 09:01