.

Tragedy and comedy are but two aspects of what is real, and whether we see the tragic or the humorrous is a matter of perspective.

~Arnold Beisser~

"ฝนตกขึ้นฟ้า" เป็นผลงานชิ้นใหม่ของคุณวินทร์ เลียววาริณ นักเขียนคนโปรดท่านนึงของผม และนี่ก็เป็นหนังสือที่ซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ผ่านมา ที่ผมอ่านจบเป็นเล่มแรกด้วยครับ

นวนิยายฟิล์ม นัวร์เล่มนี้ ถูกเขียนขึ้นโดยอิงสไตล์ ฟิล์ม นัวร์ (หนังดำ) ที่คุณวินทร์ได้อธิบายไว้ชัดเจนในบทนำว่า "เป็นหนังที่ฉายภาพดำมืด หดหู่ หม่นหมอง ดิ่งลงลึกถึงด้านมืดของสัญชาตญาณดิบของมนุษย์"...โดยทั่วไปจะใช้โทนหนังสีดำๆ ทึมๆ และโทนเรื่องที่เรียกอารมณ์อย่างมีลักษณะเฉพาะตัว

แม้"บุ๊ค นัวร์" เล่มนี้ จะไม่ได้ให้อารมณ์ที่ตึงเครียดจริงจังมากถึงขนาดที่หลายคนทนอ่านไม่ได้ แต่ผมรู้สึกว่า ตัวเนื้อเรื่อง การวางพลอต และแง่มุมต่างๆที่ผู้เขียนพยายามนำเสนอ ก็ยังคงสาระและความบันเทิงได้เช่นเดียวกับผลงานที่ผ่านๆมาของคุณวินทร์เอง

ฝนตกขึ้นฟ้า เป็นเรื่องราวของมือปืนหนุ่มคนหนึ่ง ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และความถูกต้อง เขาคอยรับงานลอบสังหารเหล่าคนเลวที่กฏหมายเอาผิดไม่ได้ ด้วยความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่ทำอยู่นี้ จะเปลี่ยนแปลงสังคมไปในทางที่ดีขึ้น แม้ซักนิดก็ยังดี

...ในขณะที่กำลังทำงานชิ้นหนึ่งอยู่ ตัวเขาถูกลูกกระสุนยิงตัดผ่านทะลุกะโหลก และนอนโคมาอยู่หลายเดือน...จะว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่ทราบได้ ตัวเขารอดตายมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทว่า ประสาทตาของเขา เสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนั้น...ภาพทั้งหมดที่เขาเห็นจากตาทั้งสอง ได้กลับหัวลง !! ผู้คนห้อยหัวกลับ สุนัขเดินบนอากาศ ป้ายประกาศตีลังกา แม้แต่สายฝน ก็ยังสาดเทขึ้นไปบนท้องฟ้า

ณ เวลานั้น ชายหนุ่มตระหนักได้เลยว่า...โลกของเขา ไม่มีทางเหมือนเดิมอีกต่อไป...

...

...

อะไรคือสิ่งที่สูญเสีย? อะไรคือสิ่งที่ได้รับมา?

จากการพยายามดิ้นรนที่จะปรับตัวเข้ากับ"ชีวิตใหม่"ที่กลับหัวของเขานั้น ชายหนุ่มได้รับรู้ถึงความเป็นจริงที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน...เขารู้เลยว่า สำหรับคนบางคนแล้ว การมีชีวิตอยู่ต่อ ช่างเป็นเรื่องที่แสนยากเย็น แต่ว่า วิกฤติครั้งนี้ กลับเป็นโอกาสที่ทำให้ชายหนุ่มได้มองโลกในมุมมองที่ต่างออกไปจากที่เคยเข้าใจ

...เขาไม่สามารถตีความใบหน้าของผู้คนได้ในแวบแรก

...เขาไม่สามารถจำแนกและหยิบจับสิ่งของได้ในทันที

...เขาไม่สามารถอ่านตัวอักษรได้ในลักษณะปกติ

สิ่งที่ตามมาคืออะไร? ชายหนุ่มผู้นี้ ต้องใช้ เวลา ที่มากขึ้น ในการสังเกตและรับรู้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเขา เขามีความใส่ใจมากขึ้น กับผู้คนเดิมๆ สิ่งของเดิมๆ และเหตุการณ์เดิมๆ เขาได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น สัมผัสในสิ่งที่ไม่เคยสัมผัส...แล้วท้ายที่สุด เขาก็ค่อยๆเข้าใจขึ้นมาได้ว่า ตัวเขา ยังคงเหมือนเดิม โลกใบนี้ ก็ยังเป็นโลกใบเดิม...แต่สิ่งต่างๆรอบตัว กลับเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เขาไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน ความรู้สึกต่างๆที่มีต่อสิ่งของและคนรอบตัว ก็เหมือนกับเด่นชัดและมีความหมายมากยิ่งขึ้น

ทั้งความสุข ความทุกข์ น้ำตา เสียงหัวเราะ...สิ่งที่เคยผ่านตัวเขาไปนับครั้งไม่ถ้วน และตัวเขาไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันเลย มา ณ ตอนนี้ ทุกอารมณ์ที่ผ่านเข้ามา ต่างเป็นเหมือนชิ้นส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตของชายหนุ่มไปเสียแล้ว

...เคราะห์ร้าย ? หรือโชคดี ?...คำตอบของคุณและเขา...อาจไม่เหมือนกัน


อ่านนิยายเล่มนี้จบแล้ว ผมก็ได้ข้อคิดขึ้นมาหลายประเด็นครับ โลกของเรามีหลายมุม บางทีเราอาจจะมองในด้านที่มันซ้ำซากมานานเกินไปเสียแล้ว เราอาจมัวแต่ลุ่มหลงอยู่เพียงด้านเดียว กับสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข...เราอาจกร่นด่าไม่ลืมหูลืมตาอยู่เพียงด้านเดียว กับสิ่งที่ทำให้เรามีความทุกข์

ทั้งๆที่ ของแต่ละสิ่ง ต่างมอบความสุข และสร้างความทุกข์ได้ทั้งสิ้น ขึ้นกับด้านที่เรามอง

เวปไซต์นี้เหมาะสมหรือไม่? กระทู้นี้เหมาะสมหรือไม่? รายการนี้เหมาะสมหรือไม่? คลิปตัวนี้เหมาะสมหรือไม่? การตอบโต้แบบนี้...เหมาะสมหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกคนที่จะมองอะไรในด้านเดียวกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมถึงผู้คน จึงมักมีความขัดแย้งกันเสมอ ในประเด็นๆเดียวกัน

...ถ้าเราเข้าใจในความแตกต่างตรงนี้ได้ โลกของเราก็อาจจะดูสวยงามกว่าที่เคย และมันจะเปิดกว้างยิ่งขึ้น จากมุมมองของคนอื่นๆ ที่เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยให้ความสนใจมาก่อนเลยก็เป็นได้...

.

อาจไม่ต้องรอให้มองอะไรหัวกลับ

อาจไม่ต้องรอให้ฝนตกขึ้นฟ้า

...โลกของเราก็สามารถสดใสกว่าที่มันเคยเป็นได้

ปล. คุณวินทร์กล่าวไว้ว่า หนังสือแนวทดลองเล่มนี้ มีครบแทบทุกองค์ประกอบของเรื่องจากฟิล์ม นัวร์ยุคแรก เช่น การสืบสวน ฆาตรกรรม เซ็กส์ คอร์รัปชัน อาชญากรรม ตำรวจเลว โสเภณี มาเฟีย นักฆ่า และสาวสวยแสนอันตราย !!

ผมก็อยากจะชื่นชมเพิ่มไปอีกซักนิดว่า หนังสือเล่มนี้ ยังมีกลิ่นจางๆ ของสไตล์การเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ของวินทร์ เลียววาริณไว้ไม่น้อย ในระดับที่ทำให้แฟนๆยิ้มได้...ทั้งการวางพลอตเรื่อง การสลับฉาก การตัดบทของอดีตและปัจจุบัน การเปรียบเปรย การเสียดสี การหักมุม และบทสรุปในมุมมองของตัวละครหลัก...

ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจที่มอบให้ผู้อ่านเสมอมาครับ ^^

www.winbookclub.com

ปล.2 เออ...เพิ่งเห็นอีโมปืนฉีดน้ำด้านล่าง ว่า Exteenมีกิจกรรมสงกรานต์ด้วยแฮะ...บลอกใครอยากเปียกมั๊ยครับ เดี๋ยวจะแวะเข้าสาดใส่ หุหุ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Nostalgia...คำถามที่ไม่น่าตอบ

นู๋ลูค...คำถามหลายข้อ เราก็"กลัว"เหมือนกัน แต่ถ้าเอาความรู้สึกที่ว่า มันเป็น "หน้าที๋" เข้ามาข่ม แล้วตั้งใจทำให้มันดีที่สุด เราก็(หวังว่า) มันจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยน่ะนะ
ว่าแต่ แฝดนี่...ถึงขึ้นเจ็บใจที่ได้ดูเลยเรอะ

พี่วลาดิมีร์...Say hello to blackjack ผมก็อ่านนะครับ ซื้อเก็บด้วยล่ะ...เพื่อนผมก็ชอบกันนะ แต่ตัวผมเอง กลับค่อนข้างเฉยๆแฮะ เพราะใจหนึ่ง ก็รู้สึกเหมือนตัวละครในเรื่องด้วยล่ะ ว่าตัวเอก ทำแต่เรื่อง Ideal ที่...(บ่อยครั้ง) ไม่เข้าท่าเอาซะเลย และหลายบท ก็ทำเอาผมไม่ค่อยเข้าใจจุดประสงค์ของตัวละครเท่าไหร่ อย่างตอนบทมะเร็งนั่น ก็อ่านอยู่นานมากเลยครับ
ตอนที่รู้สึกได้เลยว่า ดีมากๆ ก็คงเป็นวอร์ดจิตเวชครับ เขียนได้ดีทีเดียวล่ะ

แอริธจัง...เอนทรีที่แล้ว ผมก็พยายามไม่เน้นเรื่องการแพทย์เท่าไหร่น่ะครับ แล้วเขียนเสนอในหลายๆมุมมองดู แต่คิดว่า ประเด็นละเอียดอ่อนอย่างชีวิตของคนเนี่ย พวกเราๆก็น่าจะเคยสัมผัสกันมาบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อย เฮ้อ เศร้า

คุณ DDP...เพื่อนผมก็เชื่อมั่นมากนะครับ ว่าสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้วเนี่ย มันไม่มีหรอก การทำอะไรตามกรอบที่วางไว้น่ะ มันรู้สึกแย่จะตาย...บางที แม้จะเห็นความเป็นไปได้แค่เล็กน้อยขนาดไหน ก็อาจจะคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเหมือนกันนะครับ ไม่แน่ว่า อะไรบางอย่าง อาจเปลี่ยนแปลงไปก็ได้

รัตนาดิศร...เห็นด้วยอย่างที่บอก ชีวิตคนเรา เต็มไปด้วยทางเลือกจริงๆ และไม่มีอะไรยืนยันซะด้วยสิ ว่าต้องผ่านทางเลือกไปซักกี่ครั้ง กว่าชีวิตจะไปถึงจุดที่เราเรียกได้ว่า เพียงพอแล้ว...
ดู The Matrix นานๆ ก็เต็มไปด้วยประเด็น "ทางเลือก" เหมือนกันนะ

เจ๊วิน...มาว่าเราหลอกด่งหลอกด่าอะไร ไม่เค๊ย ไม่เคยคิดจริงๆนะ แหม่
ที่เขียนมาน่ะ ดีมากเลยนะ เหมือนที่เค้าว่า คนที่ไม่เคยผิดพลาด ก็คือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย
...แต่...ไม่รู้เรารู้สึกไปเองรึเปล่าว่า ช่วงนี้สำนวนเธอน่ะ ที่เขียนตามที่นู่นที่นี่... มันสะท้อนความรู้สึก "ไม่ค่อยสบายใจ" หลายๆอย่างออกมา
...ถามไปเธอก็คงไม่บอกเราหรอกเนอะ เอาเป็นว่า ถ้ามีเรื่องกลุ้ม เรื่องต้องคิดอะไร เข้าหาเพื่อนใกล้ตัวไว้นะ อย่าฟุ๊งซ่านๆ

นายแบงค์...การ์ตูนหมอที่พี่ตามอยู่คอนนี้ (แต่คิดว่าคงอ่านแล้วล่ะ) คือ Dr K2 แหล่ะ สนุกดีนะ อาจารย์พี่ยังอ่านเลย มาโปรโมทในห้องเลคเชอร์ด้วย เชื่อมั๊ยล่ะ 555

นายรัฐ...การเรียนหมอ มันมีวิชาที่สำคัญมากๆอยู่อันนึง (แต่คนหลายคน...รวมทั้งพี๋) อาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันตั้งแต่เนิ่นๆ...นั่นก็คือวิชา จริยธรรมของการเป็นแพทย์นั่นเอง
อาจารย์พร่ำสอนมากมาย เรื่องการวางตัว การปฏิบัติตัว การตัดสินใจ การรับผิดชอบ บลาๆๆ
มาตอนนี้ พี่ว่ามันเป็นอะไรที่ดีมากเลยนะ เรื่องหลายอย่าง อาจจะต้องไปเจอด้วยตัวเองก่อนก็จริง แต่หลายๆเรื่อง ก็จะสามารถแก้ไขได้ดีขึ้น ถ้าเราเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อนน่ะ
เอาเป็นว่า ตั้งใจเรียนตั้งแต่ตอนนี้นะ อย่ามานึกเสียใจทีหลังเหมือนพี่ละกัน 555
โนดาเมะ คิดว่าน่าจะหาได้ล่ะ ถ้าไม่ได้ จะไปใช้บริการละกัน ช่วยเพิ่ม ratio ให้ก็ได้

#1 By Zieghart on 2007-04-13 00:26

ผมซื้อเรื่องนี้มาด้วยล่ะ แต่ยังไม่ได้อ่าน เพิ่งอ่านหัวแตงโมจบไปเล่มนึงเอง ที่เหลือก็ยุ่งๆ กับการอ่าน paper สำหรับวิทยานิพนธ์น่ะครับ

ไว้อ่านเรื่องนี้จบแล้ว (ซึ่งคงเป็นราวๆ ปลายปี) ถ้าผมมีอะไรจะรีวิวเพิ่มก็คงจะเขียนลงบล็อกรับงานหนังสือคราวหน้าล่ะนะ

ปล.







ตูมซ่า! สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ ใส่ก่อนได้เปรียบ การศึกต้องเอาเร็วเข้าว่านะเออ

//me เผ่น...
เรื่องบางเรื่องง่ายๆแต่เรากลับมองข้ามกันไป...
คงเป็นไปได้ว่า ความใกล้ตัว-ความเคยชิน มันบั่นทอนหลายๆสิ่งที่เข้ามาล่ะมั้งฮับ
...ชอบแนวคิดของเรื่องนี้จังฮับผม

มารดน้ำให้ด้วยคนละกันนะฮับผม

#3 By DDP on 2007-04-13 00:59

โห่ หนังสือดีมีคุณภาพ อีกแล้ว
แต่เราคงไม่ได้อ่านแน่ๆ เพราะสงสัยจะอ่านไม่จบ .. หนีไปอ่านการ์ตูนซะก่อน

#4 By aerith-chan on 2007-04-13 09:06

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
หนังสือเล่มนี้ ตอนแรกที่เห็นก็สะดุดตาเหมือนกันค่ะ แต่ว่า คิดว่ามันจะเป็นพวกหนังสือปรชญากลัวอ่านไม่เข้าใจเลยไม่ได้ซื้อมาอ่ะค่ะ
แต่อ่านคร่าวๆจากที่คุณเล่าแล้วเดวจะลองไปหามาอ่านดูบ้าง

#5 By 0uo on 2007-04-13 12:36

ปีนี้ทำให้รู้ว่า แม้ไม่ได้ไปสาดน้ำที่ไหน
ก้อสาดกันในเนทได้แหะ

เอ้าสาดดดดดดดดดดดดดดด~~~ (น้ำ)

#6 By +panpandog+ on 2007-04-13 20:07

เอนทรีนี้ขอตัวไม่อ่าน
ไว้อ่านบุ๊คนัวร์เล่มของตัวเองจบแล้วจะมาคุยด้วยนะ

วันนี้ขอสาดก่อนล่ะ

ประแป้งด้วย 555

ปล. อวดหน่อย วันที่ไปงานหนังสือ โชคดี คุณวินทร์มางานฯ เลยได้ขอลายเซ็นมาด้วยล่ะ ^ ^

#7 By fontis on 2007-04-13 21:28

มาสาดน้ำ ดีปีใหม่ไทย ครับ พี่ปัด
ผมไม่ได้อ่าน แนวนี้นะ ขอผ่านละกัน

#8 By bank-Ultima on 2007-04-13 21:36

โดยรวม ผมชอบวิธีการนำเสนอ จากภาพประกอบครับ ภาพแต่ละภาพชัดเจนดี ส่วนเนื้อเรื่องอาจพอจะคาดเดาได้บ้างนะครับ

#9 By คิทชา (203.146.63.183) on 2007-04-13 23:13

ช่วงนี้รู้สึกว่ามีอะไรหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นกับตัวเองมากมายเหลือเกิน หลายครั้งที่คิดว่ามันมากเกินไปจนชวนปวดหัวสับสน

แต่สิ่งหนึ่งที่ได้กลับมาก็คือเราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญคือรู้จัก "โลก" มากขึ้น...รู้ว่าไม่มีทางที่เราจะรู้จักโลกไปได้หมด รวมทั้งใช้ตรรกะของเราตัดสินคนอื่น

โลกก็เป็นอย่างนั้น เพื่อนก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีประโยชน์ที่เราจะต้องเฝ้าคอยหาเหตุผลความเป็นไปของโลกในพื้นฐานความคิดของตัวเราเอง

มองโลกให้เป็นแล้วจะมีความสุข

สุขสันต์วันปีใหม่ไทยเน้อ เอาไปทุกอันเลย

ปล. อ่านเนื้อเรื่องย่อแล้วสนใจหามาอ่านชะมัดเลยอ่ะ

#10 By Highwind on 2007-04-14 09:47

อ่านแล้วได้ข้อคิดพอๆกะบลอคพี่ Raynatz เลย..

ปกติหนังสือของวินทร์จะไปตบเพื่อนมาอ่านน่ะ เหอะๆ เห็นเพื่อนๆชอบซื้อ ตรูก็ชอบยืมมาอ่าน ประหยัดกระเป๋าดีแท้

ชอบเล่มนึงมากๆจากงานหนังสือ "Improvise" ของ aday poets อันนี้แหล่ะมืดหม่นของจริง แม้จะไม่ค่อยมีแง่คิดก็เหอะ

สาดน้ำ!!!!!!!!!!!!!!

#11 By ArMKunG on 2007-04-14 13:03

"ไม่ต้องรอให้ฝนสาดขึ้นฟ้า ไม่ต้องรอให้ดินกลบหน้าใคร ใจของเราเท่านั้น ที่ใช้พิจารณาทุกๆสิ่งเอง"
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ แวะมาสาดน้ำสงกรานต์ค่ะ
นั่นสินะ
มองอะไรซ้ำๆซากๆ ก็น่าเบื่อเหมือนกัน
เหมือนกับดูหนังเรื่องเดิมสักร้อยครับยังไงยังงั้น...

ยังไงก็...สุขสันต์วันสงกรานต์นะ
เอ้า...สาดน้ำ...

#13 By รัตนาดิศร on 2007-04-15 15:10

สวัสดีปีใหม่ไทยคร่ะ คุนคริมสัน . . อยากได้ชิมิ เอาไปเลย 555+

ปกติชอบเป็นบางเล่มค่ะ ของทั่นวินทร์เนี่ย . . แต่เล่มนี้ออกแนวหดหู่ค่ะ ไม่ปลื้มๆ . . ที่ชอบ นี่ชอบประมาณ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน . . สมุดปกดำใบไม้แดง . . แล้วก้อพวกที่แนวๆ ที่เป็นรูป กับคำสั้นๆ ชอบมากๆ คร่ะ โฮ่ๆ ๆ

ปีใหม่ไทยขอให้มีความสุข ปลาบปลื้ม แฮปปี้ดีพร้อมกับทุกสิ่งนะคระ

#14 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od (202.28.180.201 /10.7.57.145) on 2007-04-16 08:47

*ก่นด่า บ่แม่น กร่นด่า (ชอบทำตัวเป็นป้าแก่พิสูจน์อักษร แต่เกรงใจ ไม่กล้าพิสูจน์ครบทุกแระบวน เดี๋ยวคนอื่นไม่ยอมพูดด้วย ฮา)

แกเขียนรีวิวเรื่องนี้ได้น่าอ่านชะมัด เชื่อปะว่าเราไม่เคยอ่านหนังสือของคุณวินทร์เลย [เออ จะว่าไปก็กะลังอ่านเรื่องปีกแดงอยู่ (ดองไว้นานแล้ว)]แต่เจอเค้าที่งานหนังสือทุกครั้งที่ไป ทุกครั้งจริงๆ ในอิริยาบถต่างๆกันด้วย ใครที่กรี๊ดเค้าจัดๆ คงอิจฉาชั้นไม่น้อย (กรูเจอแต่ละครั้งอย่างใกล้ชิด)

เดี๋ยวไว้จัดการหนังสือที่ดองๆไว้(นานแล้ว)ก่อนนะ จะไปหาตามเก็บไอ้ที่จรดจารึกไว้ในดวงใจ ว่าจะอ่านแต่ยังไม่ได้อ่าน มีเป็นล้านล้านเล่มแล้ว! 555

ปล.ขอบใจมาก

#15 By เจ๊วินฯ (58.8.121.174) on 2007-04-16 09:43

อ่านแล้วจ้า.....
เป็นหนังสือที่สมกับเป็น "วินทร์ เลียววาริณ" จริงๆ
สุดยอดมาก........ คารวะหนึ่งจอก

เราว่าชีวิตจริงมันไม่ใช่สีขาวหรือสีดำหรอก....
มันเต็มไปด้วยสีเทานะ

#16 By >>VaRioLa on 2007-04-17 19:46

แหม ถึงขนาดลงทุนเอาคำปิดท้ายมากลับหัวซะงั้น 55+ เข้าดีครับๆ

จริงๆผมแว่บเข้ามาอ่านตั้งแต่วันแรกที่พี่โพสท์แล้วล่ะครับ แต่ว่ายังไม่มีโอกาสเหมาะๆมาคอมเม้นท์ให้ซักที วันนี้มีแล้งครับ

คุณวินทร์เป้นนักเขียนที่ผมชอบคนนึงเหมือนกันครับ วันนี้ก็เพิ่งซื้อ "ยาแก้สมองผูกตราควายบิน"มา แต่ยังไม่ได้อ่านเริ่มเลยครับ

เห็นพี่มาเขียนรีวิวอย่างงี้ก็ชวนให้ไปหามาอีกแล้ว 55+ แนวคิดเรื่องการใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นนี่ก็ออกแนวๆเดียวกับการอยู่กับปัจจุบันสินะครับ อยู่กับปัจจุบันแล้วใส่ใจสิ่งต่างๆรอบตัว พูดถึงศาสนาพุทธนี่ก็...พอโตมาก็รู้สึกว่ามันมีปรัชญาอะไรลึกๆ ที่ใช้กับชีวิตได้จริงอยู่เยอะเหมือนกันนะครับ (ถึงตอนนี้จะไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ 555+)

ปล.สงสัยสงกรานต์ปีหน้าผมต้องเปลี่ยนจากหัวหอมเป็นสาดน้ำซะแล้ว รู้สึกเล่นกันสนุกเีชียว (อยากเล่นด้วย T_T)

ปล2.Say Hello to Blackjack นี่ก็มีเป็นเวอร์ชั่นซีรีย์เหมือนกันนะครับ ยังไม่ได้ดูเลย แต่เวอร์ชั่นการ์ตูน...ผมอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง - -" ซีรีย์หมอๆพยาบาลๆนี่มีเยอะครับ เห็นเขาแนะนำ Grey's Anatomy มาน่ะครับ ว่าจะไปหามาดูอยู่

#17 By Rath (125.26.144.67) on 2007-04-18 01:04

อือ เจ็บใจที่ดูแฝดจริง ๆแหละ

ปล. โทษทีมาอ่านช้าไปหน่อย

#18 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-05-06 01:11