.

If your actions inspire others to dream more, learn more, do more and become more, you are a leader.

~ John Quincy Adams ~

.

เมื่อวันก่อน เพิ่งได้อ่านฉบับรวมเล่มล่าสุดของ Eyeshield 21 มาน่ะครับ ...เป็นหนึ่งในเป็นการ์ตูนเรื่องโปรดเรื่องหนึ่ง ที่ยังคงตามอ่านและตามเก็บอยู่ถึงปัจจุบัน แม้ว่าปกติจะไม่ค่อยได้ชื่นชอบการ์ตูนกีฬาเป็นพิเศษก็ตาม

Eyeshield 21 เป็นการ์ตูนกีฬา+ดรามา+คอเมดี้ เรื่องหนึ่ง ที่พูดถึงตัวเอกผู้แสนอ่อนแอ ซึ่งแม้จะเพิ่งได้ใช้ชีวิตเด็กมัธยมปลายหมาดๆ ก็ยังมิวายต้องประสบชะตากรรมเดิมๆ นั่นก็คือ การถูกกดขี่ กลายเป็นลูกไล่ชาวบ้าน วิ่งวุ่นซื้อข้าวซื้อของ เป็นเบ๊คนอื่นเขาไปเรื่อย

เคราะห์ดี (หรือร้าย?) ที่ตัวเอกผู้แสนอ่อนแอของเรา ได้พบเจอกับรุ่นพี่สุดโหดผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ที่มองเห็นพรสวรรค์ลึกๆของตัวเขา นั่นก็คือ"ความเร็ว"ที่ยากจะหาใครเปรียบเทียบ เป็นความเร็วที่เกิดจากการบ่มเพาะมามิได้ขาด ตลอดชีวิตการเป็นลูกไล่คนอื่น จึงได้ลากให้เข้ามาสู่ทีมอเมริกันฟุตบอลของโรงเรียน พร้อมสร้างภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ให้กับ"ผู้เล่นลึกลับ"ผู้ใส่ maskปิดบังโฉมหน้าคนนี้...สุดยอดรันเนอร์มือหนึ่ง อิมพอร์ทจากอเมริกา...เจ้าของฝีเท้าความเร็วเสียง...' Eyeshield 21 '

แม้หลังๆนี้ ผมจะไม่ได้มีโอกาสได้ตามอ่านการ์ตูนรายสัปดาห์ได้ครบทุกเล่ม แต่ก็มีอยู่สองสามเรื่อง ที่ยังคงเฝ้าอ่าน+เฝ้าซื้อเก็บไว้ด้วยความประทับใจส่วนตัว...และเรื่องอายชิลด์นี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น (ทั้งๆที่เกิดมา เคยดูอเมริกันฟุตบอลอยู่น้อยครั้งจนนับนิ้วได้)

...สำหรับเรื่องนี้ ก็ติดใจอยู่หลายเรื่องเลยครับ ทั้งงานภาพ ที่แม้จะเป็นลายเส้นโล่งๆ แต่ก็เต็มไปด้วยลายละเอียดที่สูงมาก...ฉากหลัง สนามแข่ง ตัวประกอบ...ตัวละครแต่ละตัวก็เต็มไปด้วยสเน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะ และเปิดตัวด้วยจุดเด่นที่ไม่เคยซ้ำกัน สเตปการดึงอารมณ์ของเรื่องก็ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว ตอนเล่นมุขก็สามารถทำให้ขำได้ และตอนเล่นซึ้งก็เรียกอารมณ์ให้รู้สึกร่วมไปกับตัวละครได้

...เรียกได้ว่า เป็นสไตล์การ์ตูนผู้ชายร่วมสมัย ที่ยังคงคอนเซปต์คลาสสิคเดิมๆไว้ครบถ้วนมาตลอดหลายสิบปี นอกเหนือจาก"ความสนุก" ..นั่นก็คือ "มิตรภาพ ความฝัน และความรัก" นั่นแล...

ประเด็นหนึ่งที่เด่นชัดในเรื่อง ก็คือการสร้าง "ภาพลักษณ์ของผู้นำ" ขึ้นมาในทุกๆทีม...ตัววิ่งที่รวมเร็วดุจแสง ฝีเท้าที่ไร้น้ำหนัก ลูกส่งที่สูงเกินเอื้อม ท่าพาสที่รวดเร็วแม่นยำจากสิงห์ปืนไว พละกำลังที่มากดุจไดโนเสาร์ เกราะป้องกันที่ไม่มีทางพังทลาย ฯลฯ...

เอกลักษณ์เฉพาะตัวนี่ล่ะครับ ที่เป็นจุดสำคัญมากๆ ที่ผู้เขียนพยายามเน้น...ถามว่าสำคัญมั๊ย...ผมคิดว่า "สำคัญมาก"ครับ นอกเหนือจากความไม่จำเจของตัวเรื่องแล้วเนี่ย การหา"จุดแข็ง"ของทีมตัวเองขึ้นมา แล้วพัฒนาเสริมความเด่นตรงนั้นให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ก็เป็นเรื่องที่สำคัญในทุกๆวงการ

จะเห็นว่า ประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้ายขายของ ร้านช่างไม้ ร้านตัดผม ร้านของเล่น อะไรก็ตาม เรียกได้ว่า ตั้งแต่ชามก๋วยเตี๋ยวถึงโชว์รูมรถเขาก็ต้องพยายามสร้าง"จุดเด่น"ของตัวเองขึ้นมาให้ได้ จะเป็นสไตล์การจัดวาง เรื่องราวความเป็นมาของตัวร้าน จุดมุ่งหมาย ความฝันของเจ้าของ หรืออะไรก็ตาม แม้เพียงซักน้อยนิด แต่หากทำให้ลูกค้าจดจำภาพองค์กรตัวเองได้เพียงซักนิด ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว ที่จะทำ

คนหลายคนอาจหัวเราะเยาะ ว่าทำไมคนชาตินี้ถึงชอบพูดเกริ่นยืดยาว ชอบทำตัวสร้างเรื่องราวให้เกินความจำเป็น ชอบปูพื้นอะไรที่ดูไม่น่าเชื่อถือเอาซะเลย...แต่ผมก็ยังเห็นด้วยกับเอนทรีเก่าๆซักอัน ที่บอกว่า การขวนขวาย ค้นหา (หรือสร้าง) จุดเด่นของตัวเอง และนำสิ่งนั้น มาเป็นอาวุธในการเดินไปข้างหน้านั้น เป็นใบเบิกทางที่ดีมาก ที่จะไปสู่ความฝัน

พลเมืองหลายล้านคนของดินแดนนิปปอน ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "จุดแข็ง"ของพวกเขานั้น ไม่ใช่แค่จุดเล็กๆที่ไม่มีพลังและความหมายอะไร กลับกัน มันกลับยิ่ง"แข็ง" และ"ใหญ่" มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆกับประสบการณ์ที่ส่งทอด จากรุ่นสู่รุ่น

พิพิธภัณฑ์ดาบซามูไร พิพิธภัณฑ์กิโมโน พิพิธภัณฑ์แกงกะหรี่ พิพิธภัณฑ์ราเมง หรืออีกนับร้อยนับพันพิพิธภัณฑ์ที่ดูเหมือนน่าตลกทั่วญี่ปุ่นนั้น ก็เป็นเหมือนหลักฐานอย่างดี ที่จะยืนยันให้เห็นว่า ความจริงจังและมุ่งมั่นของคนเรานั้น สามารถพาเราไปไกล และสืบทอดไปได้ยืนยาวแค่ไหน ความสำเร็จในสายอาชีพของคนเรา ก็อาจจะต้องใช้ "มิตรภาพ ความฝัน และความรัก" นี้ ทำจุดแข็งให้เป็นรูปธรรมขึ้นมา ไม่มากก็น้อย...^^

ค้นให้พบตัวเองนะครับ แล้วเสริมสิ่งที่เรามี ให้ยิ่งใหญ่ขึ้น แล้วเราจะรู้ว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องไปกลัวการพ่ายแพ้ ให้แก่ใครอื่นอีก...

.

รักจุดแข็ง

รักคนอ่านครับ *_*//

ปล....และน่าเศร้าเหลือเกิน ที่ต้องบอกว่า บ้านเรานั้น ไม่ได้มี"เอกลักษณ์" หรือ"สิ่งแสดงแนวคิดและความุ่งมั่นของคนรุ่นก่อน" น้อยไปกว่าประเทศอื่นแลย แต่ที่เทียบไม่ได้...ก็คงเป็น"คน" ที่จะมองเห็นความสำคัญ และรักษาสืบทอดสิ่งเหล่านั้นเสียมากกว่า...

ปล.2 เอนทรีอายชิลด์นี้...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...มีต่อนะเออ แต่คนละประเด็นนะครับ

ปล.3 แล้วเอนทรีนี้...มันอายชิลด์ตรงไหนฟระ ?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จริงๆ เป็นเรื่อง เอกลักษณ์ ใช่มั้ย
ถ้าพูดถึงอายชิล ที่เรานึกก่อนคือ ลายเส้นเค้าออกไปทางการ์ตูนอเมริกา นิดหน่อย (นับว่าแปลก สำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นทีเดียว)

#1 By aerith-chan on 2007-05-30 13:04

Nostalgia...สมองน้อยๆที่ไว้คั่นหู

แอริธจัง...สมองส่วนหนึ่งของผม ที่แย่เอามากๆ คือเรื่องการจำหน้าตาคนครับ ไม่รู้ทำไม อยู่ได้ไม่เคยนาน ผ่านไปซักพัก จะค่อยๆหายไปทีละคนๆ เศร้าสุดๆ

น้ำส้ม...เรื่องจำกะเข้าใจน่ะ ตัวเราเองก็ทำได้แบบเป็นส่วนๆน่ะนะ บางเรื่องก็ได้แค่จำ และอยู่ได้ซักพักนึง บางเรื่องก็ได้แค่เข้าใจ แต่พอถาม detail หน่อยก็ลืมซธแระ...คนเรานี่ ซับซ้อนจริงๆ 555

เจ๊วิน...เปิดเทอมมาเดือนที่สาม เริ่มตระหนักแล้วล่ะว่า...สามปีที่ผ่านมา ตรูเรียนอะไรป๊ายยยย โดนอ.ไล่ไปอ่านใหม่หมดเลย physio/anatomy/biochem ยัน basic science

เจ๊บี...แหม่ ธีมเดิมใช้มาตั้งเป็นปี ขอเปลี่ยนมั่งเห้ออออ คราวก่อนขาวจ๋องเวอร์ชันแล้ว คราวนี้มาทึมๆโหมดบ้างละกัน ชอบป่ะล่ะ

คุณ DDP...ประเด็นที่พูดนั้น โดนครับ โดนเลย...นอกจากความจำ หรือความเข้าใจแล้ว ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือ การนำไปใช้นั่นเอง จะจำได้แม่นไม่แม่น จะเข้าใจได้ถ่องไม่ถ่อง สุดท้าย ถ้าเอาไปใช้ไม่เป็น...ก็จบกัน...จริงๆ

นายรัฐ...ที่ม.พี่ก็ชอบให้ประเมินอาจารย์กันเหมือนกัน เรียกได้ว่า แทบทุกคาบกันเลย ก็ต้องใส่ๆอย่างตั้งใจหน่อยน่ะ (แรกๆติ๊กสั่วๆมาก) คนไหนสอนไม่รู้เรื่อง พูดวนไปมา สักแต่ยัดๆเข้าไป ชีทไม่ดี สรุปไม่เวิร์คเนี่ย เราต้องไม่เกรงใจนะ เพราะคำด่า มีความหมายกว่าคำชมเย้ออออ เราคงใช้เวลาคิดถึงคำติตัวเอง มากกว่าคิดึถงคำชมอยู่แล้วล่ะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังไงการเรียนเนี่ย ช่วยกันมากน้อยแค่ไหน ฉากสุดท้าย ก็ต้องอยู่ที่ตัวเราเองด้วยล่ะ ที่เป็นคนลง Finishing strike...ไปคาดหวังกับคนอื่น 100 % ไม่ได้นา~~
ออ เฮดไดอันนี้ เป็นรูปจาก FF6 น่ะ ชอบมั่กเป็นการส่วนตัว

พี่วลาดิมีร์...ปัญหาที่บ้านนั้น เรื้อรังจริงๆครับ...เรื้อรังจนคิดว่า ตลอดชั่วชีวิตผม ก็คงไม่ได้รับการแก้ไข...แน่ๆ
แต่ก็ไม่ได้มองว่า บ้านไม่น่าอยู่ขนาดนั้นนะ คนที่อยากจะกลับไปหา ที่ๆอยากจะกลับไปหา ยังไงก็ยังอยู่ตรงนั้นแหล่ะครับ
คนเรา ยังไงก็ต้องซมซานกลับมาตายรังอยู่ดีครับ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว
...
...ปูทันกลับรังคราวหน้า ขอของฝากจากอเมริกาด้วยะกัน

#2 By Zieghart on 2007-05-30 13:58

ผมให้เรตติ้งเรื่องนี้เป็นการ์ตูนกีฬาที่สนุกครบเครื่องมากที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเลยครับ คาแรกเตอร์เยอะ แต่มีความแน่น จดจำได้ง่าย มีสีสัน, มีเนื้อเรื่องประเด็นรองนอกจากการแข่งขันที่น่าติดตาม, มีเรื่องการพัฒนาของตัวละคร (ในด้านบุคลิกภาพ) และชัยชนะที่เกิดจากความมานะทุ่มเทประกอบกับการวางแผนไม่ใช่สักแต่บ้าพลังหรือเล่นท่าประหลาดๆ ฯลฯ

ตัวละครที่ชอบคือฮิรุม่าครับ ผมว่าหมอนี่มีภาวะผู้นำสูงพอๆ กับลูลูช (Code Geass)เลยนะ และถึงจะฉลาดโฉดชั่ว แบล็กเมลชาวบ้านไปทั่ว แต่ฮิรุม่าก็ไม่เคยเล่นนอกกติกาในเกมการแข่งขันแม้แต่ครั้งเดียว
อ้อ สิ่งที่เด่นชัดมากๆ ใน ES21 อีกเรื่องนึงคือลายเส้นครับ เรื่องนี้เป็นการ์ตูนฝั่งญี่ปุ่นเรื่องเดียวที่ผมรู้จัก ที่เน้นการใช้การวาดเพอร์สเป็คทีฟมาช่วยถ่ายทอดการเคลื่อนไหวในมิติลึกได้อย่างมีพลังมากๆ (ปกติเคยเห็นแต่ในการ์ตูนฝั่งอเมริกา)

เซนะวิ่งที รู้สึกยังกับจะพุ่งทะลุหน้ากระดาษออกมา
โดนชินแท๊คทีก็รู้สึกเจ็บแทนเลยละครับ
*รายละเอียด หรือเปล่าแก
อีกคำนึง *มุก เดี๋ยวนี้เขียนงี้แล้วอะ แต่เราไม่แน่ใจว่ามันใช้ได้สองแบบรึเปล่าอะนะ

แกก็มีเอกลักษณ์นะปัด แบบมองทีไรรู้สึกแหม่งๆ ...ถือเป็นเอกลักษณ์มะวะ 555

อเมริกันฟุตบอลเนี่ย ได้ยินเค้าว่ามาว่า ถ้าได้ตั้งใจดู จะติดอะ...

เราก็ครือๆ กับแก ถ้านับครั้งที่เคยผ่านตา เอามารวมกันยังไม่ได้ครึ่งนิ้วก้อยเลยมั้ง ฮา...

ประเทศไทยน่าเป็นห่วง เราต้องปั๊มกำลังใจให้ตัวเองอยู่ทุกวัน ว่าอย่าท้อ มันต้องดีขึ้นได้ๆๆๆ ท่องๆๆ

แกๆ ไอ้ "แข็ง" และ "ใหญ่" เนี่ย ตั้งใจจะยัดความหมายอะไรเข้าไปในสมองป่าววะ

ฮี่ๆ

ปล.ชั้นเอง ถ้าเข้าไปทางวีซีจะหาไม่เจอแล้วนะ



#5 By desertwind (58.8.129.93) on 2007-06-01 20:27

ชอบเรื่องนี้เช่นกัน
เรื่องนี้ได้อ่านช่วงกำลังเคว้งพอดี แล้วประทับใจตรงที่ว่าการทำอะไรอย่างเต็มกำลังไม่ได้เป็นอะไรที่เสียเปล่าเลย
มาอ่านบล็อคนี้แล้วได้แนวคิดเพิ่มเติมดีจริงๆ

#6 By reed on 2007-06-05 18:41

ได้อ่านแล้วต้องสู้กับเขามั้งแล้ว เอาว้อยยย!

#7 By ><"a on 2007-12-21 15:03