.

The first and best victory is to conquer self ; to be conquered by self is of all things most shameful and vile.

~Plato~

.


สวัสดีครับทุกคน

แม้อารมณ์จะไม่ต่อเนื่อง (เพราะหายหน้าไปพักใหญ่) แต่เนื้อหาวันนี้...ต่อเนื่องจากเอนทรีที่แล้วนะครับ จะกลับพูดถึงแนวคิดบางอย่าง จากที่ได้อ่าน Eye shield 21 เล่มใหม่ไปน่ะครับ


ในเรื่อง ตัวเอกของเรา ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งคนสำคัญมากมาย ที่ล้วนแล้วแต่มีจุดเด่นและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆก็คือ ทุกคนล้วนเป็น"คนเก่ง" กันทั้งนั้น

และในคนเก่งจำนวนมากนั้น มีไม่กี่คน ที่เป็นคนที่พิเศษยิ่งกว่า...เป็นคนที่มีความสามารถเข้าขั้น"อัจฉริยะ"กันเลยทีเดียว


ในชีวิตคนเรา แน่นอนว่า จำเป็นจะต้องเจอทั้งคู่แข่งและสถานการณ์ที่เหมือนบททดสอบพวกเราอยู่เนืองๆ

บางครั้ง สถานการณ์เบื้องหน้า ก็แสนจะท้าทายความสามารถ กระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็ว

บางครั้ง คู่แข่งเบื้องหน้า ก็เปี่ยมไปด้วยความสามารถ เสริมให้การเผชิญหน้า ดูมีความหมาย

แต่หลายครั้ง ที่สถานการณ์นั้นๆ มีบางอย่างที่"ยากเย็น" เกินกว่าจะเรียกเป็นแค่"บททดสอบ" อย่างเย็นใจ

คู่แข่งบางคน "เก่งกาจ" เกินกว่าจะเรียกว่าเป็น "เป้าหมาย" โดยไม่กระดาก

คำว่า "อัจฉริยะ" ในโลกของความเป็นจริง...แม้จะเป็นกลุ่มคนที่ดูเหมือนมีน้อย และหาได้ยากยิ่ง...แต่ที่แน่ๆ คนเหล่านั้นก็มีอยู่จริง

เหล่าอัจฉริยะ เกิดมาพร้อมทั้งโอกาสและพรสวรรค์ที่เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ การฝึกฝน การพัฒนา ก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ในการเติบโตที่ไม่มีสิ้นสุด

...แม้จะดูเหมือนว่า พวกเราพยายามอย่างเท่าเทียมกัน (รึหนักกว่า)...แต่เหล่าอมนุษย์พวกนั้น ก็ดูจะห่างไกลออกไปทุกที...

พระเอกของเราเคยท้อ ตัวผมเองเคยท้อ และเชื่อว่า...อีกหลายๆท่านก็เคยท้อ รู้สึกเหมือนเป็นแค่เม็ดทรายเล็กๆ ที่ริจะถมมหาสมุทรเบื้องหน้า...การก้าวข้ามคนเหล่านั้น ดูเป็นเรื่องที่ห่างไกลเหลือเกิน

และที่น่าขำขึ้นไปอีกก็คือ เหล่าอัจฉริยะอีกพวกหนึ่ง ที่สามารถสร้างทั้งความชื่นชม และความขมขื่นให้กับตัวเราได้ในเวลาเดียวกัน...เหล่า "อัจฉริยะพันธุ์แท้" ผู้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอุตสาหะ...

ในชีวิตของผม ได้พบคนมีความสามารถมากมาย หลายคนก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็น Real Genius อย่างเต็มปากเต็มคำ และหลายคนก็เป็นได้มากกว่านั้น...พวกเขาไม่ได้เพียงพออกพอใจกับความสามารถเหนือคนอื่นที่ได้รับมาตั้งแต่กำเนิด แต่พวกเขาตัดสินใจที่จะขัดเกลามันให้ดีขึ้น และฝึกฝนตัวเองมิได้ขาด

คนหัวไวหลายๆคน ก็ยังมุทำงานมากกว่าคนอื่น

คนความจำดีหลายๆคน ก็ยังทบทวนบทเรียนมากกว่าคนอื่น

คนมีทักษะทางกีฬาหลายๆคน ก็ยังขยันฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่น

และในที่สุด คนเหล่านั้น ก็สามารถก้าวไปในจุดที่ไกลกว่าที่คนทั่วไปจะเคยหวัง...ก้าวไปไกลกว่าจุดที่อัจฉริยะคนอื่นดำรงอยู่

Eye shield 21 ของเรา ก็เต็มไปด้วยคนเหล่านั้น

วลีเด็ดอันหนึ่งในเรื่อง กล่าวโดยคนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง ที่มุ่งมั่นหักโหมจนเลือดตากระเด็น เพียงเพื่อให้เข้าใกล้ขอบเขตของเหล่ายอดมนุษย์ให้มากขึ้น...แม้ซักก้าวก็ยังดี...

แต่ยิ่งคว้า ก็เหมือนเป้าหมายจะยิ่งไกลไปเรื่อยๆ...เพราะยอดมนุษย์ ก็ไม่ได้อยู่นิ่งๆ รอเพียงให้ผู้คนเข้ามาหา

"ขนาดอัจฉริยะยังพยายามขนาดนี้ แล้วคนธรรมดาๆอย่างเรา จะเอาอะไรไปสู้เล่า?" คำถามนี้ ออกมาพร้อมกับน้ำตาของชายหนุ่ม

โลกแห่งความจริงมันไม่ได้เรียบง่ายเลย คนทุกคน ไม่มีใครเติบโตด้วยความเร็วที่เท่ากัน ความเหลื่อมล้ำทางความสามารถ เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้...ดังนั้น พวกเราอาจจะไม่มีคำตอบให้เด็กหนุ่ม...แต่สิ่งทีสำคัญกว่าคือ...คำถามของเขา ถูกต้องแล้วหรือยัง?

เป้าหมายของคนเรา อยู่ไกลขนาดนั้นเลยหรือ?

คำสอนมากมาย ได้ชี้ให้เห็นว่า...ก่อนที่จะชนะคนอื่น สิ่งสำคัญคือ "ชนะตัวเอง" ให้ได้เสียก่อน

เป็นคำสอนที่แสนยาวนาน จนแทบไม่มีใครเห็นความสำคัญ...แต่มันก็เป็นความจริง...คนที่ไม่สามารถจะชนะแม้แต่ตัวเองได้ ก็ไม่สามารถไปเผชิญหน้าใครได้...และเพื่อให้ได้สิ่งนั้น "ความพยายาม" เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

แม้เป้าหมายนั้นจะยิ่งใหญ่แค่ไหน จะเป็นตัวของเรา หรือเป็นตัวของใคร หากคนเรามีความมุมานะ และหมายมั่นจะก้าวข้ามไปให้ได้แล้ว...ซักวันหนึ่ง...เราก็จะสามารถไปถึงอาณาเขตที่ไม่มีใครเคยไปถึง...ไม่ว่าจะเป็นเหล่าอัจฉริยะคนอื่น หรือตัวของเราในอดีตก็ตาม...

ไม่นานมานี้ อาจารย์ของผมได้สอนมาว่า...ถ้าเปรียบน้ำหนึ่งถังใหญ่ เหมือนดังความพร้อมที่เราจะต้องมี ในการผ่านบททดสอบหนึ่งๆ

น้ำ 100 ลิตร ย่อมไม่สามารถถูกดื่ม และนำไปใช้ในร่างกายได้ ด้วยเวลาเพียงชั่วข้ามคืน

หรือหากทำได้ ด้วยการกล้ำกลืน ฝืนทนผิดธรรมชาติ...มันก็เพียงแต่จะเต็มไปด้วยความอึดอัดทรมาน ไม่รังสรรค์ประโยชน์ใดๆ

...แต่หากเราค่อยๆซึมซับมันทีละน้อย ทีละน้อย วันละลิตร วันละสองลิตร

ในเวลาไม่นาน น้ำก็จะถูกนำมาใช้จนหมด และเราก็มีกำลังเพียงพอ ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาใดๆ

เด็กหลายคน บ่นทุกข์ทรมานกับการเรียน เพียงแค่ได้เห็นจำนวนหน้ากระดาษของตำราเบื้องหน้า...แต่กลับลืมคิดไปว่า ก่อนจะถึงวันที่ต้องใช้ความรู้เหล่านั้น พวกเขามีเวลาเหลือเฟือเพียงใด หากไม่ได้นำไปผลาญทิ้งโดยเปล่าประโยชน์

ค่อยๆก้าว ทีละก้าว ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วแค่ไหน...ขอเพียงเรายังไม่หยุดที่จะเดิน...

เป้าหมายที่เคยอยู่แสนไกล ก็จะกลับกลายมาอยู่เพียงเอื้อมมือในซักวัน

.

.

รักความมุมานะ

รักคนอ่านครับ \\ +_+ //

ปล....เอนทรีนี้ ผมเขียนด้วยอารมณ์ร่วมที่มากกว่าตอนแรกเยอะครับ...เพราะกำลังจะต้องดิ้นรนดื่มน้ำซัก 500 ลิตร...เพื่อสอบปิดวอร์ดในสัปดาห์หน้าาาาาา

ปล.2 จะจบนรีเวชเสียแล้ว...เร็วจนน่าตกใจ กับ 6 สัปดาห์ที่หมกมุ่นกับเรื่องหญิงๆ...ชีวิตจะเป็นยังไงต่อไปนะ?

ปล.3 แล้วเอนทรีนี้...มันก็อายชิลด์ตรงไหนฟระ ?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Nostalgia...อายชิลด์ - ออกทะเลเวอร์ชัน เอกลักษณ์

แอริธจัง...เรื่องอายชิลด์นี่ ไปๆมาๆกลับกลายเป็นเรื่องที่ผมชอบอันดับต้นๆในบูมเลยครับ ทั้บลายเส้น ทั้งเนื้อเรื่อง แล้วก็เทคนิคการวาด...ถ้าจะบอกว่า ออกแนวอเมริกาก็อาจจะใช่ แต่ยังดี ที่พระเอกไม่โชว์ล่ำโชว์กล้ามล่ะน่อ ยังเป็นนายเห่ยตามสไตล์การ์ตูนญี่ปุ่นอยู่ครับ แหะๆ

พี่วลาดิมีร์...เรื่องข้อดีของเรื่องนี้ ก็เห็นด้วยอย่างที่พูดครับ ถ้าไม่ติดว่า เอนทรีมันออกทะเลไปยังไงก็ไม่รู้แล้วเนี่ย ตอนแรกก็กะว่าจะเขียนเป็นแนวรีวิวน่ะนะ 555 และแน่นอนว่า ฮิรูม่า ก็เป็นตัวเอกที่ผมชอบเช่นกัน เชื่อเลยว่า ถ้าขาดตัวละครตัวนี้ไป สเน่ห์ของเรื่อง จะลดไปจมหู

ออ เรื่องโปรเจคน์ chap2 ขออนุญาตดีเลย์ไปซักอาทิตย์นะครับ แหะๆ อู้มาเขียนบลอกนี่ ก็รู้สึกผิดเต็มที่แล้ว

เจ๊วิน...ใช้ได้ทั้ง"มุข"และ"มุก"แหล่ะน่า...แหม่ ดีจัง เหมือนมีคนตรวจปรู๊ฟให้ทุกเอนทรี
เรื่องอนาคตประเทศไทย ขอฝากให้เธอ คอยสั่งสอน"ลูก"และ"หลาน" ให้ทั้งแข็งและใหญ่ด้วยละกันนะยะ

คุณ reed...ยินดีที่ได้รู้จักครับ ส่วนตัวแล้ว คิดว่าทั้งการ์ตูน นิยาย เกมส์ หรือสื่อหลายๆอย่างเนี่ย เป็นตัวจุดประกายทั้งความฝันและแนวคิดของคนเราจริงๆ... ดังนั้น แม้ว่าตอนนี้ผมจะพ้นวัยรุ่นมาน๊านนานพอดูแล้ว ก็ยังไม่เห็นว่า "กิจกรรมของเด็กๆ" พวกนี้ มันจะจำกัดแค่สำหรับเด็กตรงไหนเลย
...นับว่าเป็นข้อดีล่ะมั๊ง?

#1 By Zieghart on 2007-06-15 22:28

กำลังจะตามท่านไปขึ้นวอร์ดนรีต่อเนี่ยแหละจ้ะ....

ถึงแม้เราจะไม่ได้อ่าน Eye-Shield แต่เราก็รู้สึกเหมือนกับที่บรรยายไว้ในเอนทรีนี้อ่ะนะ....
เราก็คิดว่าตัวเองต้อง "พยายาม" นะ
แต่มันก็มีเวลาที่ "เหนื่อย" และ "ท้อ" เหมือนกัน
เมื่อก่อนมีคนบอกว่าเราไม่ฉลาด... แต่เราขยัน
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าต่อให้ขยันแค่ไหน คงสู้พวกเบื้องบนไม่ได้อยู่ดี....
......
เห็นทีก่อนอื่นคงต้อง "ชนะตัวเอง" ให้ได้ก่อนด้วยการ............
....
เลิกบ้าผู้ชาย แล้วกลับไปอ่านหนังสือได้แล้ว!!!
วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่จ้องหน้าพวกมันใน MV อยู่นั่นแหละ!!!
............
เอาเถอะ.... ตอนนี้ขอแค่ให้รอดจนเรียนจบได้ก็พอแล้ว

#2 By >>VaRioLa on 2007-06-15 22:38

Nostalgia...เก็บตกหลาย Entry

ขอบคุณหลายๆท่านที่เข้ามาเมนท์นะครับ

-สมองสองซีก-
นายซักตัว...อารมณ์ที่เขียนตอนนั้น วิชาการสุดๆ แต่อ่านดูสิ เราว่าเอามาใช้ประโยชน์ได้ดีจริงๆนะเออ
ปล....ตรูก็เกลียดนิวโร

-ฮิคิโคโมริ-
นายซักตัว...ชื่อเรื่อง NHK สมาคมคนหนีโลก ออกมาแล้วสามเล่ม สนพ. สยามอินเตอร์คอมิคน่ะ (อย่าซื้อผิดกับของไพเรทนะ เพราะสนพ.แอนท์เคยออกมาก่อนหน้าแล้ว 6 เล่มน่ะ)

คุณ456...ประเด็นเรื่องฮิคิโคโมริ ตอนเขียนเอนทรีนั้น ผมไม่อยากจะโจมตีมาก เพราะจะยาว+ซีเรียสซะเปล่าๆ...แต่ในความคิดของผมแล้วเนี่ย การมีอยู่ของฮิคิโคโมริ จะส่งผลต่อคนรอบข้างแน่นอนครับ
รูปแบบการใช้ชีวิตของฮิคิโคโมริ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว จะเป็นพันธะให้กับครอบครัวและญาติพี่น้อง ที่ไม่สามารถตัดหางปล่อยวัดคนเหล่านี้ได้ ต้องคอยดูแลอยู่ไม่ได้ขาด ตัวตนของคนเหล่านี้ จะรบกวนทั้งเวลา ความสุข และสภาพจิตใจของคนที่ต้องคอยมาดูแลเป็นอย่างมาก
ผมมีคนใกล้ชิด(มากๆ) ตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ และได้เห็นแล้วว่า วิถีชีวิตแบบนี้ ทำให้คนที่ดูแล บอบช้ำมากแค่ไหน ต้องมาดูแลทั้งด้านเงินทอง เสียเวลา เสียการงาน จนกระทั้งตัวเองล้มป่วย และมีอาการทางจิตจนต้องปรึกษาหมอเสียเอง...โดยที่เจ้าตัว ก็ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว ซ้ำเติมชีวิตตัวเองไปอย่างเปล่าประโยชน์อย่างนั้นต่อไป

อย่างน้อยที่สุด ลองนึกภาพพ่อแม่ที่ต้องดูแลคนเหล่านี้ดูนะครับ ว่าจะเจ็บช้ำแค่ไหน การที่ต้องเห็นช่วงเวลาที่เสียเปล่าและการกระทำที่ไร้ค่าของลูกตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเนี่ย...ความสุขในบั้นปลายชีวิต ก็คงไม่เหลือแล้วล่ะครับ
...ผมอาจจะมองในมุมของผู้เกี่ยวข้องมากเกินไปอยู่ฝ่ายเดียว...ยังไงก็ตาม อยากให้คุณ 456 ลองหาหนังสือที่ผมแนะนำ มาลองอ่านดูนะครับ มีมุมมองที่น่าสนใจให้ศึกษาเยอะเหมือนกัน

- EXE-
คุณกานดา...ถ้าอาทิตย์ไหนมีโอกาส ผมก็จะตบ C-kids ของเพื่อนมาอ่านเหมือนกันครับ อ่านอยู่ไม่กี่เรื่องเองแหล่ะ EXE/One piece/กินทามะ อะไรแบบนี้ ถ้านับรวมเล่ม ตอนนี้ก็ได้เล่ม 7 แล้วล่ะมั๊ง?

คุณวิภาวี...การ์ตูนไทยเรื่องนี้ สมควรสนับสนุนครับ นานๆทีมีผลงานอะไรออกมาให้วงการไทยคึกคักซักทีอย่างนี้ ก็ไม่เลวเลยเนอะ
เห็นโปรโมทว่ายอดขายกว่า 6 หมื่นเล่ม จะจริงเท็จแค่ไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่อย่างน้อย มียอดของผมรวมไปแล้ว 6 เล่มแหล่ะ แหะๆ

-ซับลิมินอล-
คุณ horridus การ์ตูน MMR นี่ ตอนนี้อยากขุดมาอ่าน ผมก็หาไม่เจอซะแล้ว คึดถึงอดีตจังเลย ตอนนั้นผมอยู่แค่ประถม อ่านไปก็หวั่นๆไป กลัวปี 1999 เป็นบ้าเลยครับ
ดีใจที่ได้เจอคนร่วมสมัยเดียวกันแฮะ หุหุ

-ด้วงก้นกระดก-
ตอนนี้ไอ้เจ้าแมลงตัวนี้ ก็ยังระบาดในกรุงเทพนะครับ หอพักของผม ก็เพิ่งจะได้ฤกษ์มาฉีดยาไล่แล้วสิ หลังจากมีเหยื่อไปหลายสิบราย ในช่วงสองปีมานี้

-น้ำตาหนึ่งลิตร-
เนกิจัง...เร็วๆนี้ผมจะมีซีรีย์ญี่ปุ่นมารีวิวอีกซักเรื่องสองเรื่องครับ รออ่านนะ
หลังๆมีเรื่องอยากดูเยอะมากขึ้น แต่แปลกจัง ที่หาเวลา+ข้ออ้างดูไม่ได้ซะที เฮ่อ

#3 By Zieghart on 2007-06-15 23:46

อ่านแล้วโดนเกือบทุกดอกเลยล่ะฮับ เอิ๊กๆๆๆ

#4 By DDP on 2007-06-16 01:10

ทีแรกอ่านจนถึงท่อน "...หลังจากที่ได้อ่าน Eye Shield เล่ม 21 ไปนะครับ..." แล้วหยุด กลัวสปอยล์ เพราะผมยังไม่ได้อ่าน และคงไม่มีโอกาสอ่านอีกนาน

แต่เอะใจอีกที เลยเลื่อนลงมาหาปอลอ...

"ปล. 3 แล้วเอนทรี่นี้...มันก็อายชิลด์ตรงไหนฟระ?"

แล้วผมก็เลื่อนหน้าจอกลับไปด้านบน และอ่านต่อจนจบ



ตอบเอนทรี่ ผมเชื่อ 100% ว่าความพยายามไม่เคยทำให้ใครเสียเวลาเปล่าครับ เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้คนที่คิดเลขพื้นฐานได้ช้ากว่าเด็ก ม.ต้น (ไม่ได้โม้) อย่างผมเรียนวิศวะมาได้ถึงขนาดนี้

อาจจะไปไม่ถึง "สุดยอด" แต่ความมุ่งมั่นของคนๆ หนึ่ง ย่อมจะพาเขาคนนั้นไปยืนอยู่ ณ ที่ๆ เขาคู่ควรอย่างแน่นอนครับ

คราวหน้าขอเรื่องหญิงๆ นะครับ จะรออ่าน
เอนทรี่ให้ข้อคิดอีกแล้ว
ค่อยๆพยายามไปทีละนิด สินะ
เปรียบดั่ง การปั่นโดวันละนิด ซักวันก็เสร็จ(แต่เราดองอยู่ทุกวัน แล้วเมื่อไรจะเสร็จเนี้ย)

#6 By aerith-chan on 2007-06-16 11:03

เป็นไงบ้างยะหล่อน อยู่ศัลย์แล้วชิมิ

ชั้นยังคงว่างอย่างเบื่อๆ

ปล.แวะมาบอก ข้างล่างนี่

#7 By desert (58.8.122.20) on 2007-06-30 18:58

เขียนได้ดีมากค่ะ ว่าจะเม้นให้นานแล้ว

ตอนนี้อายชิลด์เป็นอันดับหนึ่งในใจเราเคียงคู่วันพีซเลยล่ะค่ะ อาจารย์คนเขียนทั้งสองเอง...ก็คงเป็นคนธรรมดาที่มุมานะในการเขียนมาก งานของเขาถึงได้ออกมาดีและกินใจคนขนาดนี้

แต่ว่านะคะ พวกเราคงจะเข้าใจคนธรรมดาในอายชิลด์ได้ง่าย แต่ยังมีสายตาของพวกอัจฉริยะที่มองลงมาอีก เป็นอีกด้านที่น่าสนใจค่ะ เอาไว้ฉันจะเขียนถึงพวกเขาบ้าง เพราะว่าอ่านแล้วรักอากอนมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

#8 By ++Wadoiji++ on 2007-09-10 02:08

อ่านเรื่องนี้เหมือนกาน ทั้งสนุกและได้แง่คิดเหมือนกาน หุหุ ขอบคุณสำหรับความเห็นที่แตกต่างออกไปนะครับ ยังไงทุกคนก็พยายามต่อไปนะครับ

#9 By ><"a on 2007-12-21 14:58