ลิงค์หน้าหลักบทความ

วันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่งหมดเวรหมดกรรมกับภาควิชาศัลยศาสตร์ครับ...เป็นหนึ่งเดือนครึ่งที่ไม่รู้ว่าเร็วหรือนานกันแน่...แม้จะค่อนข้างชอบทีเดียว แต่ที่หนักใจคือ...แทบไม่มีเวลาว่างเป็นเรื่องเป็นราวเลย ยิ่งตัวผมเอง มีความสามารถในการจัดเวลาชีวิตตัวเองในระดับสูงสิ้นดีด้วยแล้ว...พอมาเจอ"เวลาว่างแบบเป็นท่อนๆ" เข้าไปทีนี่...ทำเอาเบลอไปเลย

ต่อจากนี้ จะมีเวลาให้หายใจหายคออีก 2 อาทิตย์ครับ(YA~~HAAA) ก่อนจะไปต่อที่ตึกอายุรศาสตร์...ซึ่งไม่ได้เบากว่ากันเล้ย~~ ตอนนี้ก็เลยมีแต่อะไรๆที่อยากจะทำเต็มไปหมด ในเวลาที่จำกัดนี่...บลอกก็อยากอัพ หนังสือก็อยากเขียน นิยายก็อยากอ่าน เที่ยวก็อยากไป ภาพก็อยากถ่าย เกมส์ก็อยากเล่น ฯลฯ...และมันก็กลับมาสู่ข้อสรุปสุดคลาสสิค.......ลดเวลานอนลงครับ ^^"


Prologue

จักรวรรดิพาราเมเกียอันเกรียงไกร นำโดยจักรพรรดิผู้มักใหญ่ใฝ่สูง ได้ทำการขยายอำนาจ รุกรานดินแดนข้างเคียงอย่างไม่หยุดหย่อน...ภายใต้เวทย์มนตร์ดำอันกล้าแข็ง และกองทหารแห่งความมืดที่ฆ่าไม่ตายแล้ว...เสียงร่ำไห้ของผู้คน ก็ดังระงมไปทั่ว เปลวเพลงโหมกระหน่ำ หยดเลือดสาดกระจาย ย้อมราตรีที่มืดมิด ให้เป็นสีแดงฉาน...

แม้จะไร้ซึ่งกำลัง แต่ราชาแห่งเมืองฟินน์ ก็ได้แอบก่อตั้งกองทัพปฎิวัติขึ้นมาในเมืองที่แสนห่างไกล ทำการซ่องสุมกองกำลัง และประสานความร่วมมือกับอาณาจักรอื่นๆ ที่ต่างก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน และกำลังจะเดินหน้าไปสู่จุดจบในรูปแบบเดียวกัน...

Innocent Lambs

ฟิริออน/มาเรีย/กาย เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นกันจนชินตา ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามที่เต็มไปด้วยความกระหาย แต่ไร้ซึ่งความหมายครั้งนี้...พ่อแม่ของทุกคน ถูกสังหารสิ้นในการโจมตีของจักรวรรดิ...พวกเขาและเธอ ถูกกองทหารแห่งความมืด ไล่ล่าหมายปลิดชีวิต

เจ้าหญิงฮิลดา บุตรีแห่งราชาเมืองฟินน์ ได้ช่วยเหลือเหล่าเด็กน้อยไว้ได้ คงมีเพียงเลออน พี่ชายของมาเรียเท่านั้น ที่ถูกพาตัวไปโดยทหารจักรวรรดิ...ด้วยความต้องการที่จะแก้แค้น และตามหาสมาชิกคนสำคัญที่สูญหาย...เด็กน้อยทั้งสามคน ได้ยื่นคำขอ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพปฎิวัติทันที พร้อมประกาศกร้าว จะล้มจักรวรรดิแห่งความมืดให้จงได้

...ชีวิตที่รักษามาได้ ไม่ใช่สิ่งด้อยค่าขนาดจะเอามาทิ้งขว้าง...เจ้าหญิงฮิลดาปฎิเสธคำขอร้องของเด็กน้อยในทันที...แต่มาถึงตอนนี้ ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งพวกเขาได้ ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่น ที่โหมกระหน่ำในใจทั้งสามได้อีกต่อไป...

The Stubborn Rebellion

การต่อต้านยังคงยืดเยื้อ ฝ่ายจักวรรดิค่อยๆรุกคืบ กองทัพปฎิติค่อยๆถูกทำให้ล่าถอย...การสูญเสียที่เกิดขึ้น ช่างมากมายเหลือเกิน...ทหารเอก/จอมเวทย์คนสนิท/สุดยอดองครักษ์/คู่หมั้น หรือแม้แต่ราชาแห่งฟินน์ผู้นำทัพ...ก็ยังต้องจบชีวิตลง ท่ามกลางสงครามที่นับวันก็ยิ่งทวีความรุนแรง และเมื่อจักรวรรดิได้ปล่อยสุดยอดยานรบทำลายล้างนาม Dreadnought ออกมา แสงสว่างที่เหลือเพียงริบหรี่ของกองทัพปฎิวัติ ก็พลันวูบหายไป...

ทว่า จะด้วยความรั้นเพราะวัยเยาว์ หรือความมุ่งมั่นเพราะเชื่อในความถูกต้องก็แล้วแต่...ตลอดตั้งแต่ต้นนั้น เด็กน้อยทั้งสาม ได้มีบทบาทอย่างมาก ต่อกองทัพปฎิวัติ...พวกเขาและเธอ เสี่ยงตายนับครั้งไม่ถ้วน

ทั้งลอบเข้าไปสืบข้อมูลสำคัญ...รับมอบถ้อยคำสุดท้ายก่อนสิ้นชีพของผู้นำ...ตามล่าโลหะมิสริลเพื่อเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของกองทัพ...สืบทอดเวทย์มนตร์ในตำนานที่สาบสูญ...ร่วมทางกับมังกรไวเวิร์น ฝ่าสู่ใจกลางพายุหมุนขนาดยักษ์เข้าหาจักวรรดิ...จนสุดท้าย ทุกคนสามารถทำลายยอดยานรบให้กระจุยเป็นผุยผง และปลิดชีพจักรพรรดิพาราเมเกียลงได้สำเร็จ !!

RealConfrontation

น่าเสียดาย...รอยยิ้มแห่งความสุข กลับอยู่ได้เพียงชั่วครั้งคราว...ศัตรูคู่แค้น ที่ขัดขวางเด็กทั้งสามมาตลอดการเดินทาง และรู้จักกันในนาม "อัศวินดำ" สุดยอดทหารมือขวาของจักพรรดิพาราเมเกีย ได้ปรากฎโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา ซึ่งก็คือ"เลออน" พี่ชายผู้พลัดพรากของมาเรีย ซึ่งลุ่มหลงในอำนาจแห่งจักวรรดิอันยิ่งใหญ่นั่นเอง...

จักวรรดิเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าไปอย่างฉับพลัน ด้วยการนำทัพของผู้นำที่แข็งแกร่งกว่าเดิม การรุกรานระลอกใหม่ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น...ซ้ำร้าย จักรพรรดิพาราเมเกียที่ควรจะจบชีวิตลงไปแล้ว ก็พลันกลับมาอีกครั้ง จากพันธะสัญญากับปีศาจพร้อมรูปโฉมของอสูรกายจากโลกมืด และพลังเวทย์ทรงพลานุภาพอันน่าสะอิดสะเอียน

...โลกอันแสนมืดมิด ก็กลับดูมืดมนยิ่งกว่าที่เคย !!!

Behind the Cover

Final Fantasy II - บทแห่ง "การปฎิวัติ" - นั้น ไม่ใช่หมายเพียงแค่ตัวเนื้อเรื่อง ที่กล่าวถึงการต่อต้านจักวรรดิ และความทุกข์ของผู้คนที่ล้วนถูกพลิกให้มาอยู่ท่ามกลางไฟสงครามอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงเท่านั้น...แต่ตัวเกมส์เอง ก็แสดงจุดยืนของซีรีย์อย่างชัดเจน ในก้าวที่สองนี้เองว่า...จะเดินบนเส้นทางของ"การปฎิวัติ" ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป

จนถึงปัจจุบัน ซีรีย์บางซีรีย์ เลือกที่จะคงคอนเซปต์ของการมี"เอกลักษณ์" เดิมไว้เสมอมา...แต่สำหรับไฟนอล แฟนตาซี กลับเลือกที่จะเดินในเส้นทางของ " การเปลี่ยนแปลง" เพราะนอกจากชื่อเฉพาะต่างๆที่ยังคงถูกยกมาใช้เป็นเอกลักษณ์แล้วนั้น...ทั้งระบบการเล่น อารมณ์ของตัวเกมส์ ธีมของเนื้อเรื่อง และบรรยากาศต่างๆ ก็เรียกได้ว่า ไม่เคยซ้ำกัน

ในภาคนี้ จะไม่มีระบบการปราบศัตรู นำแต้มประสบการณ์ มาเพิ่มเลเวล พัฒนาตัวละครอีกแล้ว แต่จะเป็นระบบ"ความถนัด" แทน...ไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิต พลังเวทย์ ความเร็ว ความอึด การใช้ดาบ ใช้ขวาน ใช้ธนู ฯลฯ ตัวละครไหน ใช้การต่อสู้รูปแบบใดบ่อยครั้งกว่า "ความถนัด"ด้านนั้นๆก็จะยิ่งเพิ่มพูน และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งอื่นที่ได้รับการชื่นชมอย่างมาก ก็คือระบบ"คีย์เวิร์ด" ที่เป็นการนำ"ถ้อยคำ"ที่ได้รับมอบจากคนๆหนึ่ง ไปเลือกพูดกับคนอื่นๆ เพื่อนำไปสู่การเข้าหาเนื้อเรื่องที่แตกต่างจากเดิม...อาจเพราะในโลกที่ไม่สามารถแยกแยะมิตรหรือศัตรูได้แล้ว การเลือกใช้คำพูด ก็กลายเป็นสิ่งที่สำคัญ กำหนดเป็น-ตายได้ในฉับพลันนั่นเอง

และในภาคนี้เอง ที่เป็นจุดกำเนิดของตัวละครอมตะอีกหลายตัว ที่เป็นที่จดจำของซีรีย์ อย่างสุดยอดวิศวกรเรือเหาะ "ซิด" หรือนกสีเหลืองขนฟูน่ารักน่าชัง "โชโคโบะ" ที่แม้จะผ่านมาอีกกว่า 10 ภาค นานเกือบ 20 ปี...ทั้งสองตัวละคร ก็ยังคงปรากฎโฉมอยู่ทุกครั้งไป

.................

..........................

.................................

Last Page's story - Last Struggle;Once and for All

จักรพรรดิพาราเมเกีย ที่ได้กลับมาจากโลกมืด ได้สร้างจักรวรรดิโฉมใหม่ ให้กลายเป็นหอคอยทมิฬ นามนั้นคือ แพนเดโมเนียม (Pandemonium)เชื่อมต่อลงไปถึงก้นบึ้งของขุมนรก พร้อมประกาศจะทำลายล้างโลกให้สิ้นซาก...

ณ ตอนนี้ มันมิใช่ปัญหาเพียงแค่คนกลุ่มหนึ่ง หรือเมืองๆหนึ่งอีกต่อไป...แต่โลกทั้งใบ กำลังจะก้าวไปสู่จุดจบที่น่าเศร้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...อีกครั้ง ที่เด็กน้อยทั้งสี่ จะต้องเชื่อมั่นในความถูกต้อง และอีกครั้ง ที่พวกเขาจะต้องจบการต่อสู้ที่แสนเศร้านี้...อย่างสมบูรณ์...

Closing Comment

FF 2 นี่ จัดได้ว่ามีความสมจริงหลายๆอย่าง ทั้งระบบการพัฒนาความสามารถตัวละครแบบ 'ใช้มากได้มาก' หรือการใช้พาสเวิร์ดไปบอกคนนั้นคนนี้ ...ถ้าไม่นับบั๊กแปลกๆอีกมาก ที่เพิ่งจะมาถูกแก้เอาเวอร์ชันหลังๆนี้เอง ^^"

สิ่งที่ผมชอบที่สุด นอกจากเพลงประกอบ (โดยเฉพาะเพลงหน้านี้แหล่ะ) คือบรรยากาศของเรื่องครับ ได้อารมณ์การต่อต้านของคนกลุ่มน้อย ที่ค่อยๆฝ่าไปทำภารกิจทีละอย่าง ทีละอย่าง ค่อยๆเข้มแข็งขึ้น ได้เพื่อนใหม่มากขึ้น จนท้ายที่สุด ก็กลับมารวมกัน เป็นกลุ่มเดิมกับ ณ ตอนเริ่มแรกนี่เอง

โดยฉากที่โดนใจที่สุด ก็คือยอดนักเวทย์มินวู ที่เชื่อมั่นการมาของตัวเอก ก่อนที่จะสละชีวิตตัวเอง แลกกับสุดยอดคาถา อัลทิม่านั่นเอง...

การผูกโยงไปถึงเรื่องทายาทต่างๆก็ทำได้น่าสนใจ อย่างอัศวินมังกรคนสุดท้าย(ที่ภาครีเมคหลังๆ ก็อุตส่าห์นำไปโยงกับตัวละครหลักอีกตัวในภาค 4 ได้อย่างแนบเนียน)หรือมังกรไวร์เวิร์นที่กำลังจะตาย ฝากไข่ให้ไปเก็บในที่ปลอดภัย และก็กลับมาช่วยตัวเอกในตอนท้าย...เล่นไปก็ยิ้มไปเลยครับ

และยิ่งกว่านั้น นี่น่าจะเป็นภาคแรก ที่ความเป็น"ดรามา" ถูกใส่เข้าไปอย่างเต็มที่...ตลอดการเดินทาง เหล่าเด็กน้อยได้พบเจอคนมากมายที่เข้ามาร่วมต่อสู้ด้วย และโดยมากแล้ว แทบทุกคนต่างก็ต้องจบชีวิตลงเพื่อปกป้องเหล่าตัวเอกทั้งสิ้น...ทั้งๆที่บางคน ก็เพิ่งจะได้รู้จักกันไม่นานแท้ๆ ? บางครั้งก็อาจทำให้รู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดความรู้สึก ทั้งๆที่ไม่ได้บิลด์อารมณ์คนเล่นซะก่อน....

...เพราะข้อจำกัดของเกมส์ RPGยุค old school ที่ทำให้ต้องเน้นหลักที่ผลของเหตุการณ์ มากกว่าจะมานั่งปูพื้นความสัมพันธ์ตัวละคร?

...หรือเพราะตัวละครเหล่านั้น เชื่อมั่นใน"อุดมการณ์"ของตน และฝากความหวังไว้ที่"อนาคต"ของตัวละครหลัก? แม้จะพบกันเพียงแค่ชั่วข้ามคืน?

...ผมเลือกที่จะเชื่อแบบหลังครับ มันดูโรแมนติกกว่าเป็นไหนๆ ;)

.

แด่ความเพ้อฝัน ที่แลกมาด้วยชีวิตและการเสียสละ

.

--Trace Memory...Trace Fantasy--

To be continued...Final Fantasy III - เสียงเพรียกสุดท้าย จากสายลม

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Nostalgia...FF1

ยัย panpandog...คนนี้ไม่ได้ตอบ แต่มาเมนท์เป็นการส่วนตัว บอกว่าบทความยาวไป...ไม่อ่าน...แหม่ คราวนี้เลยพยายาม(แล้ว) ที่จะย่อลง(นิดนึง) อ่านด้วยล่ะหล่อน!!

เอริธจัง...เกมส์ตลับเกมส์แรกของผม...คุ้นๆว่า ไม่คอนทราก็มาริโอ้นี่ล่ะ เล่นกันข้ามวันข้ามคืน...เชื่อมั๊ยครับว่า เคยกด pause ทิ้งไว้ทั้งคืน เพื่อจะตื่นกลับมาเล่นใหม่ตอนเช้าด้วยนะเออ...พอเข้ายุคที่มีตลับเซฟเท่านั้นล่ะ ชีวิตเกมส์เมอร์สบายขึ้นอีกเยอะ ^^

พี่วลาดิมีร์...ช่วง1-2เดือนที่ผ่านมา ยอมรับว่า ไม่ค่อยได้ตามคอมเมนท์หรือบลอกตัวเองบ่อยเท่าไหร่ครับ มีแต่แอบมาเล่นเนทเป็นช่วงๆตอนอยู่เวร...คราวนี้ nostalgia ก็กลับมาซะที จริงๆแล้ว ผมเขียนเองก็ชอบเองนะ ไอ้ช่วงเนี๊ย ^^ (เปลี่ยนชื่อเป็น zieggy channel ดีมะ? 555)

เกมส์เรียงเลข เป็นมินิเกมส์บนเรือครับ ขึ้นเรือลำแรก แล้วกด A+B พร้อมกัน 55 ครั้ง ก็จะได้เล่นจ้า (ของตอบแทนในภาค NES คือ...เงินอัน...น้อยนิด ==")

พี่ mastemune...ภาคหนึ่ง ผมเพิ่งจะ getเนื้อเรื่องก็ตอนภาค PS เหมือนกันครับ เล่นไปก็อึ้งไป...แต่ตอนเด็กๆที่ไม่รู้เรื่องเลย กลับรู้สึกสนุกและมันส์กว่าแฮะ 555

ภาค 9 นี่ ผมเล่นก็ได้อารมณ์ภาคเก่าๆสุดเลยครับ โดยเฉพาะภาค 1 กับ 4...โดยส่วนตัวคิดว่า ภาค 9 นี่ล่ะ ที่ได้อารมณ์ FF ดั้งเดิมมากๆ

ยัย choc...ว่างๆวาด fan art FF ให้ยลเป็นขวัญตาหน่อยสิ ลายเส้นก็สวยอยู่แล้ว อย่ามัวแต่ไปวาดกันดั้มเซ่ !!! รีเควสๆ

#1 By Zieghart on 2007-08-06 12:56

ออใช่ ผมไม่ได้ใช้ firefox เลยไม่รู้ว่า ตอนจัดหน้า/จัดภาพ/จัดเพลง ไปลบนู่นลบนี่ซะเยอะ ใส่โค๊ดก็มั่วๆ..แต่ใช้ IE ดู มันก็ปกติดีนะครับ 2-3 เอนทรีที่ผ่านมาน่ะ...ถ้าใครดูไม่ได้ยังไง ลองใช้ IE ดูละกันน่อ

#2 By Zieghart on 2007-08-06 13:42

ภาคนี้ไม่ค่อยมีมรดกหลงเหลือไปยังภาคใหม่ๆเลยแฮะ..
เพิ่งได้อ่านภาค 1 อ่อ... เจ้าพวกนี้น่ะเอง บอสลูกน้องของคุจา ภาค 9..
ภาค 9 มีความเป็นรุ่นเก่าหลงเหลืออยู่จริงๆแหละครับ
เอาบอสภาคเก่ามาเต็มไปหมดเลย..

#3 By ArMKunG on 2007-08-06 15:24

อ้า ... เนื้อเรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง สรุปว่าเรามาตามอ่านเนื้อเรื่อง (ฮา)
แอบหลงรักเลออน (ชื่อเหมือนตัวละครในTOD)

#4 By aerith-chan on 2007-08-06 20:59

ก่อนอื่น...ถ้าซิกฮาร์ทไม่ได้ตั้งใจจะเล่นมุข ผมก็ขออภัยอย่างสุดซึ้งไว้ล่วงหน้าแล้วกันครับ m(_ _")m

"พารามีเซีย ไอ้ที่มันเป็นจักรพรรดิใน FF2 น่ะเหรอ?"
"ไม่ใช่! นั่นมันพาราเมเกีย!!"

พารามีเซีย เป็นชื่อสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวนะครับ


เท่าที่จำได้บางเวอร์ชั่นจะเขียนเป็น Palamecia แต่ก็ยังมีบ้างที่เขียน Paramekia อยู่ ซึ่งถ้าผมยังไม่เลอะเลือน เสียงอ่านต้นฉบับควรจะเป็น "พะ-ระ-เมะ-คิ-อะ" ครับ

// โดนถีบ ข้อหาแซวเจ้าถิ่น

เข้าเรื่องๆ...ไฟนอล 2 นี่เป็นภาคที่ผมเล่นหลังสุดเลยก็ว่าได้(หลังภาค 9 ซะอีกแน่ะ) โดยสิ่งที่ผมชอบและไม่ชอบคือส่วนของเนื้อเรื่องนี่แหละครับ

ข้อดีของมันคือ โครงเรื่องหลักเป็นอะไรที่กว้างและใส่รายละเอียดลงไปได้เยอะมาก แต่ข้อเสีย(ดาย)คือรายละเอียดที่น้อยเกิน จนเติมลงในที่ว่างของโครงเรื่องอันยิ่งใหญ่นี้...ได้ไม่เต็ม อุปมาดั่งเอาปลาวาฬมาเลี้ยงในโหล อย่างที่ผมเคยพูดไว้ในเอนทรี่ก่อนนั่นแล

ผมเป็นคนให้ความสำคัญกับ "การจัดการกับวัตถุดิบในเรื่องให้คุ้มค่า" มากกว่า "ไอเดียของพล็อตหรือโครงเรื่องหลัก" น่ะนะ ผมเลยไม่ค่อยรู้สึกประทับใจเนื้อเรื่องของภาค 2 นี้เท่าไหร่นัก

อ้อ แล้วเท่าที่ผมเข้าใจ เลออนมันไม่ได้โดนพลังด้านมืดครอบงำนี่ครับ? แต่ยอมรับใช้จักรพรรดิด้วยความสมัครใจเลย เพราะนิสัยพื้นฐานมันชั่วอยู่แล้ว

อีกอย่าง เรื่องระบบของเกมนี่ ... อาจเป็นเพราะผมใช้งานระบบผิดประเภทก็ได้มั้ง...แต่อยากบอกว่า การเก็บ status ด้วยการตีกันเอง มันเป็นอะไรที่ nonsense สุดๆ เลยครับ คิดแล้วก็เสียดายว่า ไม่น่าเล่นไปแบบนั้นเลย มันทำให้ระบบการเล่นของภาคนี้เป็นอะไรที่ผมไม่ปลื้มสุดๆ แล้วล่ะ

ส่วนที่ผมชอบภาคนี้อย่างกับยักษ์กับมาร คือเพลง Epilogue (ตอนขึ้นชื่อ staff credits ในฉากจบครับ) โดยส่วนตัวแล้วมันเป็นเพลงปิดเรื่องที่สวยที่สุดในซีรี่ย์ทีเดียว ยิ่งตอนเขาเอามาอเรนจ์ใหม่ พร้อมใส่เนื้อร้องให้เป็นเพลง Love Will Grow แล้ว ... ได้ฟังทีไรน้ำตาพาลจะไหลทุกทีครับ


Darling, strange days are over;
fear and tears, they're all gone.
This is the very beginning.
Now the world is meant for you and me.

"วันคืนอันขื่นขมได้ลาลับ
พอแล้วกับน้ำตาที่หลั่งไหล
ยังไม่จบแต่จะเริ่มจากนี้ไป
โลกทั้งใบจะหมายถึงเพียงสองเรา"

//โดนถีบข้อหาเปลืองที่
#5

See how the day has just broken
Oh,so fresh from the world
See how the brand new sun's coming up
Let it now shine on me
Shine on you...shine on me

ชอบเพลงนี้เหมือนกันครับ โดยเฉพาะตอนเอามาใส่เนื้อร้องนี่ล่ะ

...มาตอบเฉพาะกิจก่อนละกัน...ไปเปิดบทสรุปสมัยเครื่องแฟมิคอมมา เพิ่งจะเดจาวูกลับมาได้...มันอ่านว่าพาราเมเกียจริงครับ...ตอนกลับมาเล่นภาคGBA นี่ เค้าใช้ Palamecia...ผมกลับจำที่เคยอ่านตอนเด็กๆไม่ได้ซะงั้น อ่านพารามีเซียแทนซะนี่...งั้นแก้ตามออริละกัน

ส่วนเรื่องเนื้อเรื่องเนี่ย...อันนี้ก็ต้องขออภัยด้วยจริงๆ เพราะตอนเขียน รันเรื่องตามความทรงจำตัวเองเกือบจะล้วนๆ แทบไม่ได้ไปเปิดไล่สคริปต์ดูเลยจริงๆ (และของภาค GBA ผมยังเล่นค้างอยู่ จำได้แม่นแค่เนื้อเรื่องตอนเวอร์ชันแฟมิคอม patch Eng ซะด้วยสิ ^^") จะสังเกตว่า เหตุการณ์ต่างๆ ไม่ได้เขียนให้เรียงตามไทม์ไลน์เป๊ะๆของเรื่อง แต่จะเลือกยกมาเป็นส่วนๆครับ...คราวหน้าผมต้องทำการบ้านมามากกว่านี้แล้วแหล่ะ แหะๆ

บทเลออนนั่น ผมคงสับสนกับไดอาลอคของมาเรีย และใช้คำไม่เข้าท่าไปหน่อย...ก็อย่างที่ว่าครับ จริงๆตัวเลออนไขว่คว้าอำนาจและพลังด้านมืดอยู่แล้ว...สุดท้ายเลยถึงกับไม่ยอมกลับมาอยู่กับพวกพ้องอีกคร้ง...

...เพราะเบลอนู่นเบลอนี่อยู่เรื่อยล่ะน๊า ผมถึงยังไม่อยากเอาบทความไปแปะที่ไหนซะที...ขอบคุณที่ช่วยปรู๊ฟครับ คราวหน้าจะระวังให้มากขึ้น

ส่วนคอมเมนท์ด้านอื่นๆ ไว้รอเอนทรีหน้าครับ...เดี๋ยวหมดมุข

#6 By Zieghart on 2007-08-07 22:37

จำได้ว่าเป็นเกมส์ภาคแรกของไฟนอลฯที่ได้ลองเล่นฮับ
ชอบระบบของเกมส์นี้พอสมควรเลยล่ะฮับ ทำออกมาได้น่ารักดี จนติดซีรียส์ ไฟนอลฯ ไปอย่างงอมแงมในที่สุดฮับผม

#7 By DDP on 2007-08-08 18:30

โอ้ แอบอัพเรื่องไฟนอลแล้วเรอะ ไม่เห็นบอกกล่าว

ภาคนี้ยังเล่นไม่ถึงไหนเลย จะรอคุยให้ออกรสออกชาติกับภาค 3 ละกันเน้อ

แล้วจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะ

#8 By Highwind on 2007-08-10 13:09

อ่า ได้ความรู้ในภาคที่ยังไม่ได้เล่นอ่ะ
ชอบๆ อยากสัมผัสของจริง
มันมีภาคคอมมั้ยฟะ จะได้ไปซื้อ

#9 By choc on 2007-08-16 22:42

ง่า...ตอบรีเควส
ก็เค้าไม่ได้เล่นภาคแรกนิฝ่า
เด๋วจะลองๆไปหาคาแรกเตอร์มาวาดดูละกัน แหะๆ---_----"@

#10 By choc on 2007-08-16 22:44

ภาคนี้ลองเล่นแล้ว ครับ ซื้อ มาพร้อมff1 ยังไปไหนไม่ได้เลยครับ สู้มอนสเตอร์ไม่ไหว ตีกันเอง จนhp1000 กว่า แล้ว ยังหาทางไป ต่อไม่ได้เลย
เอาข้อความของ พระราชา ที่เริ่ม ต้นไป บอกคนใน บาร์เมือง ที่3 แล้ว มันก็เดินหายไปเฉย เลย ไม่รู้จะไปไหน ของมัน หาไม่เจอ ทางไปต่อ ก็ไม่รู้ งง มากๆๆ ครับ ขอบอก...

#11 By เด็กย้อนยุค (58.137.15.153) on 2008-03-08 15:41

ภาคนี้ก็เล่นรีเมคเหมือนกัน เขียนได้น่าสนใจดีครับ
ผมจะตามอ่านให้ครบนะHot!
จริงๆแล้วไฟนอลภาคที่เราชอบมาที่สุดคือภาคสองค่ะ นานจะหาคนชอบภาคเดียวกันเจอ(แบบว่าคนรู้จักน้อย)

#13 By dark_lady on 2009-09-06 00:36