.

ถ้าหนูไม่ได้จากพี่มา

หนูก็คงไม่รู้ตัวว่า ตัวเองโชคดีแค่ไหน ที่มีพี่ชายอยู่ข้างๆหนูมาโดยตลอด...

~อาราคากิ คาโอรุ~

.

สวัสดีครับ

ผ่านจากช่วง 2 อาทิตย์ที่ดูเลื่อนลอย...ไม่ต้องเรียน ไม่ต้องทำงานอะไรเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว...ทำให้รู้เลยว่า สงสัยตัวเองจะไม่ชินกับการอยู่เฉยๆแล้วจริงๆแฮะ อยู่ติดที่ได้ไม่เกิน 2 วัน ก็เป็นอันย้ายถิ่นไปเรื่อย

ร่อนเร่ไปมาหลายที่ หลายจังหวัดเลยครับ กลางวันก็เตร่ไปที่นึง กลางคืนก็เตร่ไปอีกที่นึง (?) รู้สึกเหมือนอ่านนิยายคนละเรื่อง ที่มีตัวละครหลักเป็นตัวเดียวกัน

...แล้วตอนนี้ ช่วงเวลา teatime ก็หมดลงซะแล้ว...ต้องกลับมาประจำที่เดิมอีกครั้ง ก็ขอถือโอกาสปิดฉากหนังสือชีวิตเล่มเก่า ด้วยการเขียนถึงหนังซักเรื่อง ที่เพิ่งได้ดูไปละกัน

ภาพประกอบจาก >>Popcornmag<<

Nada Sou Sou - Tears for you- รักแรก รักเดียว รักเธอ

เรื่องย่อ (จากหลังปก DVD...วันนี้มาแนวเล่นง่าย ไม่สรุปเอง ^^)

ที่เกาะนาฮา เมืองโอกินาว่า โยตะ เด็กหนุ่มวัย 21 ปี มีความใฝ่ฝันอยากเปิดร้านอาหาร โยตะมีน้องสาวซึ่งเป็นน้องเลี้ยงชื่อคาโอรุ โยตะ เจอคาโอรุตอนเธออายุ 3 ขวบ และตัวเอง 8 ขวบ แม่ของโยตะได้แต่งงานใหม่กับนักดนตรีที่มีลูกติดคือ คาโอรุ และนักดนตรีคนนั้นก็ทิ้งพวกเขาไปในระยะเวลาอันสั้น

ก่อนแม่ของโยตะจะสิ้นใจ โยตะได้สัญญาว่า จะดูแลคาโอรุอย่างดีที่สุด

โยตะกับคาโอรุได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เมื่อคาโอรุเข้าเรียนมัธยมปลาย โยตะก็เปิดร้านอาหาร...แต่ทุกอย่างกลับพังทลายเมื่อเขาถูกพวกต้มตุ๋นโกงจนหมดตัว

โยตะและคาโอรุดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และต้องต่อสู้กับความรักที่มีให้กันมากเกินพี่น้อง...

นี่เป็นหนังจอเงินสัญชาติญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง ที่เข้าฉายในบ้านเราไปเมื่อตอนวันวาเลนไทน์ปีนี้ครับ จำได้ว่า ตอนนั้นค่อนข้างอยากดูมากทีเดียว เพราะติดใจเสน่ห์ของหนังญี่ปุ่น อารมณ์เรื่องที่เป็นดรามาเฉพาะตัว และความน้ำเน่าในแบบนิปปอนๆ

ตัวหนัง เน้นหลักไปที่ชีวิตของชายหนุ่มและหญิงสาว ที่ไม่ได้เป็นพี่น้องกันโดยสายเลือด และแยกจากกันมานานปี จนเพิ่งจะมีโอกาสได้มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนก็คือ การถ่ายทอดความรักความผูกพันธ์ที่ "พี่น้อง" ที่สนิทกันมากๆคู่หนึ่งพึงจะมีให้กัน โดยเฉพาะในสภาพที่ถูกบีบคั้นจากหลายๆปัจจัยในชีวิต

สองพี่น้องในเรื่อง มีความตรงไปตรงมาสูง สามารถเข้าถึงอุปนิสัยตัวละครได้ง่ายมากครับ...มองในแง่ดีคือ ทำให้ผู้ชม ได้ไอเดียเดียวกันกับที่ผู้กำกับต้องการจะสื่อ ตามหลัก Simple is the Best จริงๆ

คนพี่ก็แสนซื่อ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างดี และเถรตรงเสียนี่กระไร ยิ่งเมื่อได้พบเจอน้องสาวคนสำคัญด้วยแล้ว ยิ่งมุ่งมั่นทำงานยิ่งกว่าเดิม...เพราะประเด็นที่ค้างในจิตใจว่า ตัวเองไม่สามารถเรียนให้สูงๆได้ ก็อยากผลักดันให้น้องสาวก้าวไปให้ไกลที่สุด

คนน้องก็เป็นห่วงเป็นใยพี่ชายคนนี้มากๆเช่นกัน แม้จะไม่ถูกใจ ที่เหมือนกับได้รับยัดเยียดความฝันของคนอื่นมาให้ตัวเอง แต่ก็ทำใจรับได้ ว่าความสุขของพี่ ก็เหมือนความสุขของตัวเอง และมุมานะเรียนอย่างหนัก ทั้งยังแอบทำงานพิเศษเพิ่มเติม เพื่อแบ่งเบาภาระของ "นีนี่" (พี่ชาย) คนสำคัญ

จุดเด่นของหนัง ไม่ได้อยู่ที่พลอตที่มีการหักไปมา หรือโครงเรื่องที่แน่นหนารัดกุม แต่เป็นที่ "อารมณ์" ของเรื่อง ที่อบอวลไปด้วยความรักและความผูกพันธ์ของคนสองคน ซึ่งแลกมาด้วย ชีวิต ความฝัน และหัวใจของตัวเอง บนฉากหลังที่เป็นทะเลกว้างใหญ่บนเกาะโอกินาว่า

แต่ข้อความระหว่างบรรทัด ที่ทำให้หนังที่ดูธรรมดาเรื่องนี้ ไม่ธรรมดากว่าเรื่องอื่นอีกก็คือ โจทย์อีกหนึ่งข้อ ที่ถูกใส่เข้าไปให้เป็นประเด็นตั้งแต่ต้นเรื่อง...คือการที่คนสองคนนั้น ไม่ได้ "ผูกพันธ์" กันโดยสายเลือด

คีย์เวิร์ดของเรื่อง จึงต้องเพิ่มจาก 'สองพี่น้อง' 'ความฝันของสองเรา'และ 'ความรักที่บริสุทธิ์' ไปอีกซักหน่อย...

'ศีลธรรม'

ในชีวิตคนเรา มีทั้งเรื่องที่กระทำเพื่อคนอื่น และเรื่องที่กระทำเพื่อตัวเอง

"ความรู้สึก" ที่ได้รับกลับมา...ไม่ว่ายังไง...ก็ไม่มีทางเหมือนกัน

ความสุขที่ได้จากการกระทำเพื่อตัวเอง และความสุขที่ได้จากการกระทำให้คนอื่น มันก็ย่อมต่างรสชาติ แต่พวกเราก็ยอมรับมัน และอยู่กับความเหมือนที่แตกต่างนี้ได้ อย่างกลมกลืน...เสมอมา

ทว่า..สำหรับโยตะ...ตัวเอกของเรื่องนั้น ไม่สามารถจะทำใจ แยกแยะความรู้สึกสองประเด็นนี้ให้ออกจากกันได้

เขาไม่กล้ามองให้เต็มๆตาได้ว่า ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง หน้าตาเป็นอย่างไร

เขาไม่กล้าคิดให้ชัดๆได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่นี้ เพื่อความสุขของน้องสาว หรือเพื่อความพึงพอใจของตัวเขาเอง

เขาไม่กล้าพูดออกมาให้ดังๆได้ว่ามิเคยมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เป็นอื่นใด นอกจาก"น้องสาว" ที่ตัวเองรักอย่างบริสุทธิ์

ดังนั้น...เขาจึงไม่สามารถหาความสุขจากสิ่งที่ตัวเองกระทำได้...ไม่ว่ามันจะเป็นการกระทำเพื่อใคร...

...เขาไม่เคยกล้าที่จะเอ่ยปากออกมาเลย ว่าหล่อนไม่ใช่น้องสาวที่แท้จริงของเขา...เพราะเขากลัวว่า เขาจะสูญเสีย "บางสิ่งบางอย่าง" ที่ครอบครองได้เพียงครั้งเดียว ไปจากชีวิตของตัวเอง...

"ความต้องการ" กับ"ความเหมาะสม" เป็นสิ่งที่คอยคานอำนาจกันและกันเสมอมา แม้มันจะแลกด้วยความเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม...คู่ของโยตะและคาโอรุ ก็เป็นหนึ่งในผลลัพธ์จากการต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง

น่าเสียดาย ที่ตัวหนังไม่ได้เน้นถ่ายทอดความสับสนของจิตใจคน เมื่อมีเรื่องของศีลธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องมากมายนัก...ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมคาดหวังจะได้รับมากที่สุด

แต่ถ้าคุณอยากจะร่วมรับรู้ความน่ารักน่าเอ็นดูระหว่างคู่พี่น้อง

อยากเห็นการเผชิญหน้ากับความเศร้า และน้ำตาที่ไม่อยากให้ไหล

อยากสัมผัสทิวทัศน์ที่งดงามของเกาะทางใต้ในดินแดนญี่ปุ่น

อยากรับชมวัฒนธรรมที่มีกลิ่นอายเป็นเอกลักษณ์

และอยากจะรับฟังดนตรีที่มีสเน่ห์ไม่เหมือนใครแล้ว

Nada Sou Sou - Tears for you เป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีพี่น้อง หรือ"อยาก"จะมีพี่น้องก็ตาม...

...คุณอาจจะได้นิยามที่เปลี่ยนไปจากที่เคย...

.

รักทุกรูปแบบความสัมพันธ์

รักคนอ่านครับ ^^//

ปล.และแอบอยากเพิ่มอีกข้อนึงว่า...แค่ความน่ารักของนางเอก มาซามิ นางาซาว่า ก็ทำให้ผมไม่รู้สึกเสียดายเวลา 2 ชั่วโมงที่ดูไปแล้วล่ะครับ ;)

และที่สำคัญ วลีเด็ดที่เรียกพี่ชายว่า "นีนี่" ในเรื่องนั้น ทำเอาผมเคลิ้มได้อย่างน่าประหลาดจริงๆ...น่าเศร้านัก ที่ฉบับ DVD ใช้คำว่า "พี่ชาย" เสียบไปอย่างหน้าตาเฉย

ปล.2 มีประเด็นที่เป็นจุดขายหลักของเรื่อง คือการ "ห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลริน" ซึ่งผมไม่ได้เขียนถึงเลย เพราะอะไร? จะไม่พูดตรงนี้ ว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยนะครับ...แต่ส่วนตัวคิดว่า เมื่อถึงเวลาแล้ว อะไรที่ควรจะเกิด อะไรที่ควรจะเป็น...ก็ Let it be เถิด...

ปล.3 แว่วๆว่ามีคนด่ากันเยอะ แต่ผมเพิ่งจะเข้าใจเอานี่เอง ว่าเรื่องย่อตามเวปต่างๆ มีระดับความรุนแรงในการ spoil เรื่องจนถึงฉากสุดท้าย !! เพื่ออรรถรสในการชม กรุณาหลีกหนี 95 % ของเวปที่มีเรื่องย่อนะครับ

ปล.4 ***Spoil*** ฉากที่ประทับใจที่สุด

.

ฉาก staff roll ที่อุตส่าห์รันภาพถ่ายเหตุการณ์ยิบย่อย ตั้งแต่วัยเด็ก...เติบโตขึ้น...เรื่อยมาเชื่อมต่อ ถึงฉากสรุปสุดท้ายของเรื่องได้...เพราะมีคนสร้างที่พิถีพิถันอย่างนี้ไง ผมถึงมักคาดหว้งกับ"ความละเอียดอ่อน"ในแบบหนังญี่ปุ่นอยู่เสมอมา...แม้จะสมหวังบ้าง หรือผิดหวังบ้างก็ตาม ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Nostalgia...FF2

น้องอาร์ม...ตั้งใจอ่านหนังสือสอบนะ

บทความไฟนอลของพี่เนี่ย จริงๆอยากเขียนภาค 7-8-9 มากนะ ไม่รู้จะได้เขียนเมื่อไหร่ แหะๆ ยิ่งพรุ่งนี้จะขึ้นตึก medicine แล้วด้วย ธ่อ...ลาที ชีวิตชิวๆ

เอริธจัง...เกมส์ซีรีย์ Tales of เนี่ย ผมติดใจ charactor design มากเลยนะครับ แต่ไม่เคยรู้เนื้อเรื่องเล้ย (เพราะเล่นได้ห่วยมาก )...สนใจจะรีวิวให้คนอ่านเล่นบ้างมั๊ยเอ่ย

พี่วลาดิมีร์...ไฟนอล 2 เนี่ย ตอนเวอร์ชันแรกๆ มีบั๊กเห่ยๆกว่านี้เยอะครับ เช่นกดแคนเซิลคำสั่งไปๆมาๆ ก็จะได้แต้มความถนัดไปเรื่อยๆ เป็นต้น...จนถึงปัจจุบัน ก็มีไอ้สูตรซูเปอร์ไซย่า ที่อัดกันให้ปางตาย HP จะกระฉูดนี่ล่ะ ที่ยังคงอยู่

แต่ที่ชมไว้ก็คือ คอนเซปต์ของระบบครับ ทำได้น่าสนใจดี ถือว่าแหวกในยุคนั้น แม้ว่า ถ้าในยุคปัจจุบัน น่าจะทำได้สมจริงกว่านี้...อย่างระบบคีย์เวิร์ดเนี่ย ก็ดูเท่ห์ไปงั้นล่ะ ถึงเวลา กดผิดกดถูกก็ไม่เป็นไรอยู่แล้ว แหะๆ เดี๋ยวรอผมเขียนภาค 3 นะครับ จะอารมณ์คล้ายๆกัน คือระบบ"น่าสนใจ" แต่เล่นแล้ว "ลำบากใจ"เป็นบ้าเลย

เอาเถอะ เหมือนภาค 2 นี่ล่ะ อารมณ์ + ธีมของเรื่อง ทำได้ถูกใจผมดีครับ

คุณ DDP...โอ้ว เล่นภาค2เป็นภาคแรก...พอจะเดาความอาวุโสได้หน่อยๆ

ช่วงนี้ไม่ว่างอัพบลอคเลยหรอ? คงยุ่งสินะ รออ่านอยู่นะครับ

นาย Highwind...เห็นชื่อใคร ก็ไม่แปลกใจเท่าเห็นชื่อนายลมสูง...แอบดีใจนะ ที่ได้แวะเวียนมาดูบ้าง ว่างๆไม่มีอะไรทำ (+ไม่มีใครให้เทคแคร์) ก็อัพนู่นอัพนี่ให้อ่านเล่นบ้างละกัน คิดถึงฟร่ะ !!

รออ่าน+ปรู๊ฟไฟนอล 3 ด้วยนะ สงสัยจะอีกนานเนอะ 555

ยัย choc...มีอีมูเลเตอร์ เล่นเกมส์จากเครื่อง gameboy advance ในคอมน่ะ สนใจมะ?

ออ แล้ว fan art น่ะ รีเควสฝีมือเธอเท่านั้นล่ะ อยากเขียนภาคไหนก็ได้ ตามใจชอบเลย แค่คิดว่า อยากเห็นตัวละครไฟนอลในลายเส้นงามๆ แบบ chocๆ เท่านั้นล่ะ จะรอชมละกันนะ

#2 By Zieghart on 2007-08-18 23:13

ขออนุญาตเซนเซอร์ความเห็น 1 ของคุณน้ำหวานนิดนึงนะครับ

อ่านความเห็นเรียบร้อยแล้ว...แต่ข้อความมันสปอยล์แรงไปซักหน่อย

ขออภัยด้วยจ้า

#3 By Zieghart on 2007-08-18 23:15

ครือระบบของไฟนอลภาค 3 เนี่ย...

... ยัง!!! #ตึ่งโป๊ะ#



ไปดูกับน้องสาวในโรงเมื่อครั้งกระโน้นครับ แต่น้องตัวดีต้องรีบไปเรียนตอนบ่าย ผมเลยต้องวิ่งไปส่ง อดดู staff roll ซะงั้น

เสียดายประเด็นรักต้องห้ามอยู่เหมือนกัน แต่เมื่อคิดตามหลักจิตวิทยาแล้วก็สมเหตุสมผลดีครับ และตัวหนังก็ใช้เวลาทั้งหมดเล่าเรื่องความรัก(ที่ทั้งสองคนพยายามจะให้เป็น)แบบพี่น้องออกมาได้ดีมาก จนน่าเชื่อถือว่าสองคนนี้รักกัน และมีเพียงกันและกันอยู่ในโลก

หลังจากฉากสุดท้าย มุมมองของผมคือ ความสัมพันธ์ส่วนที่กำกวมอยู่นั้น ไม่มีความจำเป็นต้องตีความหรือนิยามเพิ่มเติมอีกเลย เพราะไม่ว่าสองคนนี้จะรักกันในแบบไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าคือ "มันเป็นรักแท้" นั่นเองครับ

ลงท้ายก็แอบดีใจ...หนังเรื่องนี้เรียกน้ำตาผมไม่ได้ น้องผมก็ไม่ร้องแฮะ อาจเป็นเพราะ ผกก. เล่าเรื่องแบบไม่จงใจคั้นต่อมน้ำตาคนดูก็ได้มั้ง?
ตอบคำถามก่อน ... เรื่องซีรี่ย์เทล เราเล่นจบแค่ภาคเดียวเอง TOD2 นอกนั้นนะ เราดองกระจาย

หน้งเรื่องนี้เราไม่เคยดูแฮ่ะ อ่านเนื้อเรื่องแล้ว เหมือนการ์ตูนผู้หญิงที่แถมดราม่าเยอะๆ
แต่เรื่องนี้ไม่อยากดูง่ะ แบบว่า ไม่อยากเสียน้ำตา

#5 By aerith-chan on 2007-08-19 20:35

แง ถ้าจบเศร้าจะโกรธเลยเรื่องนี้ อยากดูจัง

พระเอกหน้าตางี้ ถ้าเราดูคงไม่เสียดายเวลาเหมือนกันว่ะ 55+

ปล.ร่อนเร่ไปไหน ทำมาหากินอะไรกลางคืนยะ อิอิ

#6 By วินฯ (58.8.126.169) on 2007-08-25 18:21

หลายครั้ง, อาจจะเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตด้วยซ้ำ,
ที่คนเราเลือกที่จะทำอะไรตามความรู้สึก
กฎเกณฑ์ คงเป็นเพียงแต่แนวทางในการใช้ชีวิต
แต่คงไม่ใช่ข้อกำหนดว่าจะต้องเดินตามเสียทุกอย่าง

ปล. ยังไม่เคยดูเรื่องนี้เลยอ่า...

#7 By รัตนาดิศร on 2007-08-28 22:50

ได้ข่าวว่ากำลังอยู่ med....
หนังเข้าฉายวันวาเลนไทน์ซะด้วย

ไม่ค่อยมีใครเค้าเรียก "พี่ชาย" กันเวลาพูดภาษาไทย
แต่เจอในการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยๆ จนชักจะชินแล้ว
ถึงยังไงเราก็ว่ามันดู แอ๊บแบ๊ว เกิดไปหน่อยอยู่ดี

#8 By >>VaRioLa on 2007-09-06 23:34