.

One born of a dragon bearing darkness and light. Shall rise to the heavens over the still lands

                                                                                  ~ Mysidian Legend ~

 

Final Fantay IV - The Contrary กระจกสองด้าน ดาบสองปลาย และหัวใจสองเรา

Prologue

ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว...อารยธรรมบนดาวเคราะห์น้อยที่แสนห่างไกล ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเจริญถึงขีดสุด และกำลังก้าวเข้าสู่ความล่มสลายตามวัฏจักรแห่งชีวิต...

ชนทั้งผอง ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากอพยพย้ายถิ่น เพื่อหาที่ลงหลักปักฐานใหม่...ด้วยเทคโนโลยีที่แสนก้าวไกล ทำให้พวกเขาใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนจะมาค้นพบสถานที่ซึ่งเหมาะสมยิ่ง ที่จะเป็นสวรรค์แห่งใหม่ของพวกตน...ดาวเคราะห์สีฟ้าสด ซึ่งถูกขนานนามว่า "โลก" นั่นเอง

แต่น่าเสียดาย ที่บนโลกนั้น กลับมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก อาศัยอยู่ก่อนแล้ว และต่างกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญ ที่จะวิวัฒนาการสู่ความก้าวหน้าในภายหลัง

ด้วยความเป็นสิ่งมีชีวิตที่รักสันติและทรงภูมิปัญญา...ผองชนแห่งอารยธรรมที่ดับสูญนั้น ต่างคาดหวังว่า ในท้ายที่สุด สิ่งมีชีวิตบนโลกสีฟ้า จะเติบโตขึ้นจนทัดเทียมพวกตน ทั้งทางความคิดและจิตวิญญาณ...หากถึงตอนนั้น ทั้งสองเผ่าพันธ์ ก็คงจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ...ตัดสินใจได้แล้ว พวกเขาก็ลงหลักปักฐานบนดวงจันทร์ที่สร้างขึ้นวนเวียนอยู่รอบโลกแทน และเข้าสู่ภาวะจำศีลเป็นเวลาเนิ่นนาน เพื่อรอคอยวันแห่งโชคชะตานั้น...อย่างเงียบงัน

...เมื่อเวลาผ่านไป "ชนเผ่าจันทรา" - ลูนาเรียน (Lunarian) นี้ ก็กลายเพียงแค่เรื่องเล่าขาน ที่ถูกถ่ายทอดจากปากสู่ปากเพียงเท่านั้น...

Incomplete slumber

...ทว่า หนึ่งในชนเผ่าจันทรานั้น กลับมีคนผู้หนึ่ง ที่มิยอมจะเสียเวลาเฝ้ารออย่างไร้ความหมาย และลดตัวไปอยู่ระดับเดียวกับชาวโลกผู้ต่ำต้อย...นามนั้นคือ "เซมุส" (Zemus) ผู้ยืนยันเสียงแข็ง จะปลุกสุดยอดอาวุธทำลายล้าง "หุ่นยนตร์ยักษ์แห่งบาเบล" ขึ้นมา หมายจะกวาดล้างชีวิตบนดาวเคราะห์สีฟ้าให้พินาศ เหลือเพียงซากศพ และผืนดินให้แก่ชนเผ่าของตนเท่านั้น...

เคราะห์ดี ที่สองพี่น้อง ผู้พิทักษ์แห่งลูนาเรียน นาม "ฟุซูยะ" (FuSoYa)และ "คุลูยะ" (KluYa)ได้จัดการผนึกเซมุสที่กำลังบ้าคลั่ง ให้เข้าสู่ภาวะจำศีลได้ในที่สุด...

ฟุซูยะจอมปราชญ์ รับหน้าที่เฝ้ารักษาร่างของเหล่าลูนาเรียนทั้งผอง เพื่อให้แน่ใจว่า เมื่อถึงคราวที่เพื่อนพ้องลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง จะได้พบกับโลกแห่งความฝันที่แท้จริง

คุลูยะผู้รักอิสระ ตัดสินใจมาใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์เพียงลำพัง ทั้งถ่ายทอดความรู้ และพัฒนาดวงดาวให้ก้าวหน้า ก่อนที่จะเสียชีวิตลง...ไม่นานนัก หลังจากได้ทิ้งทายาทสองคนไว้กับสตรีชาวโลก คนรักของตน

แล้วเซมุสผู้จองหองเล่า ?...หลังจากที่ถูกบีบให้อยู่ในภาวะจำศีล...สิ่งที่ยังคงพุ่งพล่านอยู่ ก็มีเพียงจิตวิญญาณอันดำมืด ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทาง ให้ความปรารถนาแต่ครั้งก่อนของตนเป็นความจริง...ทำลายทุกชีวิต สร้างสวรรค์ของพวกตน...

...แล้วเวลาก็ผ่านพ้นไป...

 

Trembling Pride 

เซซิล ฮาร์วีย์ ยอดอัศวินดำฝีมือฉกาจแห่งประเทศมหาอำนาจ บารอน...ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำกองกำลังทางอากาศเพียงหนึ่งเดียวบนพื้นพิภพ..." กองพันปีกแดง" - Red Wings...ด้วยเพลงดาบแห่งความมืดที่แข็งแกร่ง และด้วยแสนยานุภาพทางอากาศที่ไม่มีใครทัดเทียมได้...เซซิล ภายใต้คำสั่งของราชาแห่งบารอน ผู้เลี้ยงดูตนมาตั้งแต่ยังเล็ก...ก็นำทัพพิชิตเหนือใต้อย่างเกรียงไกร...

หากแต่เพียงว่า ระยะหลังมานี้ ความภาคภูมิใจของเขา กลับค่อยๆสั่นคลอนไปทีละน้อย...เมื่อได้เข่นฆ่าผู้คนมากเข้า และถึงขั้นช่วงชิงสมบัติชิ้นสำคัญอย่าง "คริสตัล " มาจากประชาชนที่ไม่มีทางสู้แล้ว...ตัวเขาก็ได้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเองเป็นครั้งแรกว่า...สิ่งที่ตนกระทำ เป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงหรือ? การมุ่งมั่นทำตามคำสั่งผู้มีพระคุณ สำคัญกว่าน้ำหนักของชีวิตของคนอื่นจริงรึไม่?

ดาบที่กำแน่นอยู่ในมือ ลูกน้องที่อยู่ในสังกัด และกองทัพที่อยู่ใต้ปกครอง...ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ น่าจะมีค่า มีศักดิ์ศรี มากเกินกว่าจะถูกลากเข้ามา กระโจนลงสู่ก้นบึ้งแห่งความรู้สึกผิดของตัวเขาเอง...

ทุกครั้งที่ได้รับฟังคำปลอบโยนจาก ซิด - ยอดวิศวกรผู้พัฒนาเรือเหาะ ซึ่งรักและเลี้ยงดูตัวเขาเหมือนเป็นลูกแท้ๆ...

ทุกครั้งที่ได้รับความมุ่งมั่นจาก ไคน์ - อัศวินมังกรฝีมือฉมัง สหายคนสนิท อีกเสี้ยวของชีวิตที่แสนสำคัญ...

และทุกครั้งที่ได้มองเห็นถึงความห่วงใยที่สะท้อนในแววตาของ โรซ่า - จอมเวทย์ขาวผู้อ่อนโยน คนรักที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้...

เมื่อนั้น...หัวใจที่ควรจะหยาบกร้านของเขา ก็พลันสั่นไหวอย่างรุนแรง...

เมื่อนั้น...แม้อัศวินดำ ผู้กวัดแกว่งเพลงดาบแห่งความมืด ก็พลันหวาดกลัวความชั่วร้าย ที่กำลังจะเกาะกุมตัวตนของเขาเอง !!

 

Contrast in Harmony

ภายหลังภารกิจกวาดล้างหมู่บ้านนักเรียกอสูรอันสุดจะทานทน...เซซิลและไคน์ ตัดสินใจที่จะยึดมั่นคุณธรรรมของตนเอง พวกเขาหันดาบเข้าใส่อาณาจักรบารอน...เตรียมใจที่จะต่อสู้กับผู้ที่เลี้ยงดูพวกเขามา...แต่เหตุการณ์กลับพลิกไปอีกทางหนึ่ง เมื่อจอมเวทย์ลึกลับ นามว่า กอลเบซ (Golbez) ปรากฎตัวขึ้นมา รับผิดชอบกองพันปีกแดงต่อจากเขา...และเริ่มแผนการ บุกรุกขยายอำนาจ ช่วงชิงก้อนคริสตัลแห่งธาตุอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง

ด้วยความเชื่อมั่นว่า บุรุษผู้ชั่วร้ายนี้ ต้องอยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงของอาณาจักรบารอน และด้วยความใคร่รู้ อยากจะเข้าถึงความสำคัญที่แท้จริงเบื้องหลังก้อนคริสตัล...เซซิลตัดสินใจ ไล่ตามปกป้องคริสตัลทั้ง 4 ก่อนที่สิ่งเลวร้ายใดๆจะเกิดขึ้น

ชีวิตของอัศวินดำไม่ได้ง่ายดายเลย หลังจากกระจัดกระจายจนต้องแยกจากเพื่อนพ้อง...ตลอดการเดินทาง ตัวเขาต้องสูญเสียสหายศึกไปมากมาย...ทั้งได้พบเจอ...ทั้งได้ลาจาก และน่าเศร้านัก ที่คนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชาย นักรบ นักปราชญ์ รึกระทั่งเด็กน้อย...ก็ล้วนเกี่ยวข้องกับหายนะจากการไล่ตามคริสตัล ที่ตัวเขาเป็นผู้เริ่มก้าวแรกนั่นเอง

ไม่นานเกินรอ...การเผชิญหน้ากับยอดจอมเวทย์ กอลเบซ ก็มาถึง...การโจมตีใดๆก็ไม่อาจเอาชนะอมนุษย์ตนนี้ได้เลย...ยังมิต้องกล่าวถึง อสูรกายแห่งธาตุทั้งสี่ (Elemental Lords) ที่อยู่ข้างกาย และมือขวาคนสนิทของกอลเบซ...อัศวินมังกรผู้ถูกควบคุมด้วยมนตร์สะกด...ไคน์...สหายรักของเขานั่นเอง !!

 

Surpass Thyself

หลังการพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เซซิลได้เผชิญหน้ากับบาปที่ฝังลึกอยู่ภายใต้จิตใจของเขา และเรียนรู้ว่า ความมืดมิด ย่อมไม่สามารถต่อกรกับความมืดมิดได้...ถ้าหากว่าจะมีซักทางที่จะเผชิญหน้ากับด้านมืดอย่างกอลเบซ...นั่นก็หมายความว่า เขาจะต้องเปลี่ยนแปลงไปยังขั้วตรงข้าม...จะต้องรับพลังแห่งด้านสว่างไว้กับตัวเท่านั้น...

เซซิลต่อสู้กับความมืดของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย และได้กลายเป็น"พาลาดิน" อัศวินแห่งแสงสว่างในที่สุด...ณ ตอนนี้ เขาก็มีคุณสมบัติพร้อมที่จะต่อกรกับกอลเบซแล้ว เขาทวงสิ่งต่างๆที่ถูกช่วงชิงไปกลับคืนมาได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพื่อนสนิทและคนรักของตัวเอง...แต่น่าเสียดาย...ภารกิจไล่ล่า "คริสตัลแห่งแสงสว่าง" ทั้ง 4 บนโลก จบลงด้วยความล้มเหลว...พาลาดินหนุ่มและผองเพื่อน ก็ยังไม่ย่อท้อ ไล่ล่าตามไปถึง"คริสตัลแห่งความืด" อีก 4 ที่อยู่ใต้ผืนโลก ด้วยความหวังจนหยาดสุดท้ายว่า จะหยุดยั้งแผนการของกอลเบซให้จงได้ !!

...อีกครั้ง...ที่เหล่านักรบต้องผิดหวัง...

ความมืดช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันสามารถแทรกซึมไปได้ทุกหนแห่ง ไม่เว้นแม้แต่การค้นลึกไปในหัวใจของคน...ไม่เว้นแม้แต่ความรู้สึกที่เก็บงำอยู่ลึกที่สุด..อย่าง...ความรัก...ความรักต้องห้าม...ความรักที่ไม่สมควรจะมี...ความรักที่ควรจะเก็บไว้อยู่แค่เพียงในจินตนาการของตนเอง...

ไคน์ ไฮวินด์ ถูกครอบงำโดยด้านมืดอีกครั้ง...ด้วยความรู้สึกริษยาที่มีต่อเพื่อนสนิทข้างกาย...ด้วยความรู้สึกเกินเลยที่มีต่อแฟนสาวของเพื่อนรัก...เซซิลไม่เคยล่วงรู้เลยซักนิดว่า...ลึกๆแล้ว ไคน์ริษยาตนแค่ไหน...และปรารถนาตัวโรซ่ามากเพียงไร !!

คริสตัลสองขั้วทั้ง 8 ก้อน ถูกกอลเบซครอบครองได้หมด...แผนการสร้าง"เส้นทางสู่ดวงจันทร์" ที่เจ้าตัวเคยกล่าว ก็ได้เริ่มต้นขึ้น กอลเบซมุ่งหน้าไปยังดวงจันทร์...ในเวลาเดียวกับที่เซซิลได้รับความร่วมมือจากชนเผ่าโบราณมิซีเดีย-ชนเผ่าที่เขาแย่งชิงคริสตัลก้อนแรกมาด้วยมือที่เปื้อนเลือด- ให้ปลุกเรือเหาะยักษ์ในตำนาน ผลงานของชาวลูนาเรียนคนแรกที่มาอาศัยยังโลกมนุษย์...เรือเหาะ"ปลาวาฬแสงจันทร์" - The Lunar whale ของคุลูยะนั่นเอง...

ณ ปราสาทคริสตัลบนดวงจันทร์ เซซิลได้พบกับผู้พิทักษ์แห่งชนเผ่าจันทรา...จอมปราชญ์ฟุซูยะ...เขาได้รับรู้ถึงความเป็นมาอันน่าทึ่งของชาวเผ่าจันทราเป็นครั้งแรก เริ่มตั้งแต่เรื่องราวครั้งอารยธรรมล่มสลาย ไล่มาจนถึง เศษซากความนึกคิดอันชั่วร้ายของเซมุส ที่ยังคงพุ่งพล่านอยู่ ณ ใจกลางดวงจันทร์...ที่น่าตะลึงก็คือ...ความนึกคิดนั้น มีพลานุภาพขนาดที่สามารถครอบงำ และบงการผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย...ซึ่งหุ่นกระบอกตัวสำคัญ ที่ถูกเซมุสควบคุมอยู่ และทำหน้าที่เป็นแกนหลักของแผนการกวาดล้างโลกสีครามนั้นก็คือ...กอลเบซ !! ชายผู้สืบสายเลือดจากชนเผ่าจันทรา...ชายผู้เป็นบุตรคนโต ของผู้พิทักษ์คุลูยะผู้ล่วงลับไปเมื่อเนิ่นนาน !!!

Behind the cover

Final Fantasy IV - บทแห่ง "ความขัดแย้ง" - นั้น เป็นภาคที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของซีรีย์อย่างชัดเจน เมื่อย้ายมาสู่เพลตฟอร์มที่ดีกว่า...จากเครื่องแฟมิคอม สู่ซูเปอร์แฟมิคอม...ทั้งกราฟฟิค ระบบเสียง และความแน่นของเนื้อหา ทำให้ตัวเกมส์ สามารถใส่หลายๆองค์ประกอบดังกล่าวลงไปได้อย่างเต็มที่ ไม่ถูกจำกัดด้วยปัจจัยทางเทคโนโลยีเหมือนภาคที่ผ่านๆมา

ระบบการเล่นที่เปลี่ยนจากแบบ"ผลัดกันเลือกคำสั่ง" (Turn base) เป็นระบบ"ช่วงชิงเวลา"(Active time battle - ATB) ที่ผู้เล่นจะมีเวลาที่จำกัดในการเฝ้ารอคอย และเลือกออกคำสั่งให้กับตัวละคร ก็นับเป็นการพลิกโฉมหน้าของระบบการต่อสู้ในรูปแบบเดิมๆ ให้มีความสมจริง และเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น

หากจะกล่าวถึงจุดเด่นของภาค 4 นี้ ก็คงต้องพุ่งประเด็นหลักไปที่ส่วนของ"ตัวละคร"เป็นสำคัญ เพราะแม้ว่า ระบบการเปลี่ยนอาชีพอย่างอิสระ จะเปลี่ยนเป็นการมีอาชีพติดตัว เปลี่ยนแปลงไปเฉพาะตามเนื้อเรื่องหลัก...และการดำเนินเนื้อเรื่อง ที่เป็นเส้นตรง ยากจะพลิกแพลง...แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือการสร้าง"ความเป็นตัวตน" (Identity) ที่มีเอกลักษณ์ของตัวละครแต่ละตัวเป็นครั้งแรก

...จากการตัดสินใจปูพื้นฐาน"อารมณ์"ที่ละเอียดอ่อน และกล้าที่จะจับประเด็นเรื่อง"ความนึกคิด"ของเหล่าตัวละคร ทำให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสได้ถึงเสน่ห์ที่จำเพาะ อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...อาจบอกได้เลยว่า นี่น่าจะเป็นภาคแรกของซีรีย์ ที่เรามีเหล่าตัวละครที่ดู"มีตัวตน" "จับต้องได้" และ"เข้าถึงได้"โดยแท้จริง

ด้านพลอตเรื่อง แม้จะปฎิเสธไม่ได้ว่า FF4 ได้รับอิทธิพลมาจากนิยายและภาพยนตร์ไซไฟคลาสสิคหลายต่อหลายเรื่อง แต่ด้วยการดำเนินเนื้อเรื่องที่ผสมกลิ่นอายแฟนตาซี และการใส่บรรยากาศที่มีมนตร์ขลัง แทรกเข้าไปตลอดทั้งเรื่อง...ทำให้ท้ายที่สุด...มันก็ถือกำเนิดใหม่ เป็นเกมส์ภาษาสัญชาติตะวันออก ที่มีส่วนผสมทั้งความโรแมนติก ความหวานเลี่ยน ความดุดัน และความงดงามที่ลงตัว...เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีทางซ้ำใคร และจะไม่มีใครสามารถลอกเลียนได้เลย

.................

..........................

.................................



Last Page's story - Twisted bloodline

ณ ปราสาทคริสตัลที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางดวงจันทร์...เซซิลได้ตระหนักถึงความจริงอันน่าพรั่นพรึงอีกหนึ่งข้อ...ว่าผู้ที่จะสามารถยุติเรื่องราวทั้งหมดนี้ได้ อาจจะมีเพียง...อีกหนึ่งทายาทคนสำคัญของคุลูยะ...ลูกครึ่งคนน้อง ผู้สืบทอดเชื้อสายจากผู้พิทักษ์ชาวลูนาเรียน กับหญิงสาวชาวโลก...น้องชายของกอลเบซผู้พี่...เซซิล...พาลาดินแห่งแสงสว่าง...ตัวเขานั่นเอง !!!

หุ่นยักษ์แห่งบาเบล ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง โลกกำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ...กอลเบซหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง...เซมุสยิ้มน้อยๆอย่างเย้ยหยัน...ในวันนั้น...เซซิลตัดสินใจอย่างแน่วแน่...เหล่านักรบเดินทางกลับสู่โลกทันที...การเผชิญหน้าระหว่างสองพี่น้องผู้ยืนอยู่คนละฝั่งของความถูกต้อง กำลังจะเริ่มขึ้น...ปมสุดท้ายของเรื่องราว...กำลังขมวดเข้าสู่บทสรุปสุดท้าย !!!

Beyond Good and Evil 

...ความเพ้อฝันบทที่ 4 นี้ เน้นหลักไปที่ประเด็นของ"ความขัดแย้ง"เสียมาก ทั้งความขัดแย้งระหว่างคนข้างกาย ความขัดแย้งภายในหัวใจของตน ความขัดแย้งระหว่างสายเลือด ความขัดแย้งระหว่างแสงและเงา...จวบจนถึงความขัดแย้งที่อยู่คนละระนาบของความถูกต้อง...เฉกเช่นเดียวกับสองด้านของภาพที่สะท้อนจากกระจกเงา รึสองด้านของคมดาบที่ต่างก็เสียดแทงผู้เป็นนาย...ไม่มีใครสามารถระบุได้ชัดแจ้งว่า...ด้านสองด้านที่ไม่มีทางได้พบเจอกันนี้...ด้านไหนจะถูก หรือด้านไหนจะผิด...ความมืดคือคำตอบสุดท้ายรึ? หรือแสงสว่างคือความถูกต้อง?

...มนุษย์โลกเหม่อมองดวจันทร์มานานแสนนาน แต่ก็สามารถชื่นชมมันได้เพียงแค่ด้านเดียว...ด้านที่หันเข้ามาหาพวกเรา...แล้วอีกด้านที่พวกเราไม่เคยได้เห็นเล่า? จะแฝงไปด้วยความชั่วร้าย หรือความดีงามกันแน่...ย่างก้าวที่ 4 นี้ นำพาความเพ้อฝันของพวกเรา ให้หลุดออกไปไกลจากกรอบของจินตนาการอีกหนึ่งขั้น...ผ่านมานานปี...สิ่งที่พวกเราเคยคาดหวัง ก็ได้เป็นจริงขึ้นมา...ความเพ้อฝัน ที่ก้าวไปไกล...สู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น...

...ช่างเป็นความขัดแย้งที่...น่าจดจำเหลือเกิน...

.

--Trace Memory...Trace Fantasy--

To be continued...Final Fantasy V - เจตจำนง ณ รุ่งอรุณแห่งการสืบทอด.

>>ลิงค์หน้าหลักบทความ<<

.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คราวนี้...ยาวมาก ยาวมากๆ...เก็บไว้อ่านนานๆละกันนะครับ เพื่อนๆ ^^"

Trivia...นานาทรรศนะ กับความคิดนอกบทความ

FF4

- ภาคอังกฤษ Golbez อ่านว่า กอลเบซ....ภาคญี่ปุ่น Golbeza อ่านว่า กอลเบซ่า...ไอ้เรารึ ชอบชื่อ Jap มากกว่าตั้งเยอะ ==

-ภาคอังกฤษ Kain ภาคญี่ปุ่น Cain...ทั้งคู่อ่านว่า ไคน์ อย่าอ่านว่าเคน...เดี๋ยวจะโดนเหยียดหยามเหมือนผมในวัยเยาว์ T_T

- KluYa...ผมเองอ่านว่า คุลูยะ...เพราะคิดว่า คลูยะ (ซึ่งน่าจะถูกกว่า)มันแปลกสิ้นดี !!

- ขอนั่งยัน นอนยัน ยืนยันว่า...เวอร์ชันดั้งเดิม...มันไม่เคยพูดจริงๆนะ...ว่าคุลูยะ เป็น"น้อง"ของตาเหม่งฟุซูยะ !! คิดว่าพี่มาตั้งนาน

- ภาคญี่ปุ่น มีเจ้าชายอ่อนๆคนนึง ชื่อว่า Gilbert...พอเป็นภาคอังกฤษ มันก็อุตริถูกเปลี่ยนเป็น Edward...แล้วก็ไม่ได้ชื่อกลับคืนมาอีกเลย จวบจนรีเมคครั้งล่าสุด

- Edge เป็นนินจา ตัวละครหลักตัวสุดท้ายที่เราจะได้มาเป็นพวกในปาร์ตี้สุดท้าย

- ซึ่งสองตัวข้างต้น...แม่ม...อ่อนด๋อยทั้งคู่...คิดจะใช้ พึงระวัง...

- ริเดียร่างโต...บอมบาเย่ !!

-chocobo อ้วน เอาไว้ฝากของ...แน่นอนว่า กระเป๋าตัวละครภาคนี้ เล็กเป็นพิเศษ...เก็บแมวอะไรนิดหน่อย ก็เต็มซะแล้ว !!! ฮ่วย !!

-สามพี่น้องเมกัส ปรากฎตัวที่ภาคนี้เป็นครั้งแรก พร้อมไดอะล็อคอันคุ้นเคย ที่คนเล่น FF10 มาก่อน อ่านแล้วจะยิ้ม (รึถ้าพูดกลับกัน ต้องบอกว่า ในFF10 คนเล่นภาค 4 มาก่อน อ่านไดอะล๊อคของ Aeon ตัวนี้แล้วจะยิ้ม...เอ๊ะยังไง?

-มุขเด็ดสะระตี่ที่สุดของภาคคือ การพูดคุยกับคนสร้างเกมส์ !! ขอบคุณ SQEN ที่อุตส่าห์นำความคลาสสิคนี้กลับมาทันท่วงที ในการรีเมคครั้งหลังนี้ (ถูกถอดไปเสียนาน ^^:)

- ว่ากันว่า ชุดเกราะอันดามันไทม์ในภาคนี้ เป็นไอเทมที่ทำให้ฝันร้ายของคนเล่นกลับคืนมา...หลังจากนรกเซตหัวหอมในภาค3...

- เซซิล เป็นตัวละครแรกใน FF ที่ทำให้ผมตระหนักได้ว่า...ความเป็นพระเอก...มันเท่ห์เยี่ยงนี้นี่เอง


- "ตัวร้ายสไตล์ไฟนอล"...ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมวนไปวนมา สุดท้ายก็ต้องกลับมาเป็น "จอมเวทย์" เสียทุกครั้ง..นับจากจักรพรรติพาราเมเกีย...ซานเด้...เซมุส...เอ๊กเดธ..เคฟก้า...อัลติมีเซีย...คุจา...ยูเยวอน...บลาๆๆๆ
....................อา....มานึกดูตอนนี้แล้ว ความประทับใจในตัว"บอสนักสู้"ของผมก็พุ่งพรวด...การ์แลนด์และเซฟิรอธ...You are the Man !!

- เอ๊ะ แล้วตาเวนละ?

- ความน้ำเน่าของภาค 4นี้ ผมยกให้เป็นอันดับหนึ่ง ในด้านเรียกรอยยิ้มจากผมได้บอ่ยครั้งที่สุด ตลอดเวลาที่เล่น...ไม่รู้ทำไม พอเล่นไปถึงบทสนทนาต่างๆ...ฉากสวีท ฉากเฉลยปมของเรื่อง ฉากเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด ฉากรักสามเส้า สี่เส้า ห้าเส้าแล้ว...มันจั๊กจี๊ใจเป็นบ้า !!

-พิจารณาจากภาค 5 รีเมค ที่มีการนำตัวละคร 3 บรรทัดอย่าง เอนูโอ มาเป็นโคตรบอสลับแล้ว...ภาค 4 DS...ขอคุลูยะเป็นบอสด้วยเทิ้ดดด SQEN !!

- จากใจจริง...อยากแปะ Quote ขึ้นต้นบทความว่า...A Long Time Ago in a Galaxy Far, Far Away...เสียเหลือเกิน...ให้ดิ้นตายสิ



ปล. Nostalgia...งดลงหนึ่งครั้ง เนื่องจากผู้เขียนหยุดพักเก็บข้อมูล...

#1 By Zieghart on 2007-10-26 17:31

อ่านแล้วเพลินอีกเช่นเคย
ศัพท์หลายคำ และอะไรหลายๆอย่าง ชวนให้นึกถึง เซเคน3 เลย (ซะงั้น)confused smile

#2 By aerith-chan on 2007-10-26 19:28

อา...ซิกฮาร์ทก็ชอบ Theme of Love เวอร์ชั่นจันทราแห่งเคลติกเหมือนกันสินะ ฟังเพลงนี้ทีไร ละลายทุกทีสิน่า ~_~;

แต่ผมชอบตัวร้ายจอมเวทย์นะ ดูลึกลับเหลี่ยมจัดดี ส่วนเซฟิรอธ ... ผมไม่จัดว่าเป็นตัวร้ายนักรบแฮะ เพราะมัน InW ไปซะหมดทุกด้าน

ริเดียร่างเด็กบอมบาเย่!

//ไปเล่นมุขต่อในคุก คุก คุก

ปล. มุขส่งท้ายฮาดีครับ เล่นไปได้ sad smile
ยังคงติดตามต่อไปครับ..
มาให้กำลังใจในการโพสต์ต่อครับ..confused smile

#4 By ArMKunG on 2007-10-26 22:57

ว่ากันง่ายๆ เค้ามา Entry blog คนอื่นที่ลงเกี่ยวกับ DS , PSP แล้ว เศร้า จัง T T

อยากเล่น~~~

#5 By bank-Ultima on 2007-10-27 18:18

(ยังไม่ได้อ่านเอนทรีนะ ขอเม้นก่อน เขียนรายงานเสร็จแล้วจะมาอ่านอีกที)

นี่หล่อน วันนั้นจะเล่าอะไรเหรอ อยากรู้อะ ที่บอกมีเรื่องให้คิด อะไรสักอย่างอะ แล้วตกลงเลยไม่ได้เล่า ตอนนี้กระหายอยากรู้มากฮ่ะ เป็นเรื่องอะไรน้อออออออ :P

ว่าแต่ช่วงนี้หล่อนชิวมากเหรอวะคะ เขียนซะยาวววว เชียวนะแก

#6 By วิน (202.28.180.201) on 2007-10-30 22:14

sad smile อยากเล่นบ้าง...

#7 By ~*LuCReZiA*~ on 2007-10-31 15:28

FFIV เวอรืชั่นดั้งเดิม เป็นรูปไคน์ แต่อันใหม่เป็นกอลเบซ่านี่ สแควร์ต้องการจะสื่ออะไรรึเปล่าเนี่ย^^
ภาคนี้เล่นภาษาไทยครับ

สนุกเหมือนกันนะHot!

ขอบคุณครับ ที่เขียนบทความดีๆ ทำให้ผมเข้าใจในเนื้อเรื่องมากขึ้น
ภาคนี้เคยเล่นที่ภาค SFC บน Emu จนถึงสู้ Boss ใหญ่ แต่สู้ไม่ได้ เลยทำให้หยุดเล่น (ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน โค้งสุดท้ายแล้วแท้ๆ)

พอ Remake กลับมาทำที่ DS ก็รู้สึกละอายในช่วงหลังๆ (หลังจากช่วยโรซ่ากลับมา) เพราะต้องใช้ Action Replay พอทำ LV99 แล้วพบว่า พอเลเวลสูงๆ Status ของแต่ละตัวละครขึ้นได้น่าเกลียดมาก ไม่มีประโยชน์ที่จะตั้งใจเก็บเลเวลเลย สุดท้ายก็เลยหยุดเล่นอีกครั้ง cry

#10 By Abystar on 2009-11-03 12:21