small talk

ก่อนอื่นใด ขอสวัสดีปีใหม่ 2008 กับเพื่อนๆทุกคนนะครับ ปีหนูนี้ ขอให้มีความสุขกันมากๆ...ใช้ช่วงเวลานี้ เป็นมาร์คเกอร์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองให้ดีๆยิ่งขึ้นไป และทำให้ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่ง ที่แฮปปี้และมีคุณค่ากันทุกคนนะครับผม

ขอบคุณทุกๆคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยียน มาแลกเปลี่ยนความเห็น มาอวยพร และมาทักทายกันสม่ำเสมอ ทั้งในบล็อก และใน MSN

และขอบคุณ ohohซัง / คุณmastermune / น้ำส้ม / แอริธจัง / ชินยะซัง / คุณtamanxzg และ เจ๊บี มากๆ สำหรับส.ค.ส.ปีใหม่ที่ส่งมาให้ ประทับใจมากๆครับผม

วันนี้มาต่อกันที่บทความจิตวิเคราะห์ตัวละครหลักจาก ไฟนอล แฟนตาซี 7 กันต่อนะครับ...เป็นตอบจบพอดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัว การเผชิญหน้ากับอดีต และการต่อสู้กับจิตใจของตัวเองได้อย่างค่อนข้างชัดเจน เป็นกรณีศึกษาถึงกลไกทางจิตได้เลยทีเดียว...ชอบไม่ชอบอย่างไร ติชมได้เต็มที่ครับ

>>ลิงค์บทความ "คลาวด์" ภาคต้น<<

-------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากผ่านเรื่องราวที่ไม่น่าจดจำมามากมาย…“ คลาว สไตรฟ์ “ เดินทางมาถึงเมืองมิดการ์ ตามความตั้งใจแต่หนหลัง..ที่นี่ เขาได้พบทีฟา เพื่อนสมัยเด็กอีกครั้งหนึ่ง และได้ถูกทาบทามให้มาทำงานร่วมกับกลุ่มอวาลันซ์ กองกำลังต่อต้านบริษัทชินระ ที่กำลังช่วงชิงพลังงานชีวิตของโลกไปอย่างช้าๆ...

หลังจากที่ได้แสดงฝีมือในภารกิจต่างๆ...ฝีมือของคลาวด์ก็เป็นที่ประจักษ์แก่ทั้งฝ่ายตรงข้ามและพวกเดียวกัน...ทว่า ชีวิตของเขากลับต้องมีอันสะดุดอีกครั้ง...เมื่ออดีตที่ตัวเองเคยเบือนหน้าหนี ได้ไล่ตามมาถึงตัว...

“ Cloud ” - ช่วงชีวิตดุจเมฆหม่น [ภาคปลาย]

เซฟิรอธ ซึ่งคลาวด์เข้าใจว่า หายสาบสูญไปแล้วจากเหตุการณ์เมื่อครั้งอดีต กลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และทำให้ความตั้งใจที่จะ”ปกป้องชีวิตของดวงดาว” ที่กลุ่มอวาลันซ์ยึดถืออยู่ ต้องเปลี่ยนเป้าหมายไป...พวกเขาและเธอ ติดตามไล่ล่าอดีตโซลเยอร์เฟิร์สคลาสที่เก่งกาจที่สุดผู้นี้ อย่างเต็มความสามารถ…แต่การเดินทาง กลับไม่ราบรื่นดังที่หวัง...

“เซลล์เจโนว่า” ที่คลาวด์ถูกเพาะเลี้ยงไว้ในร่างกายนั้น มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ และจัดเรียงความทรงจำของผู้คนได้ดังต้องการ

...รูปร่างที่มองเห็น อาจเป็นสิ่งจอมปลอม...ความทรงจำที่รับรู้ อาจเป็นเพียงภาพลวง...

“ร่างทดลอง” และ“ร่างจำแลง”ของเซฟิรอธ จำนวนมากที่ได้พบเจอตามรายทาง ต่างคอยย้ำเตือนถึง”ความนัย”เบื้องหลังคำกล่าวที่แสนซ้ำซากประโยคนี้...เมื่อนานวันเข้า จิตใจที่แสนเปราะบางของคลาวด์ ก็ค่อยๆสั่นไหวอย่างช้าๆ…และเงียบงัน

สำหรับตัวคลาวด์ ที่เคยแพ้ใจตัวเอง และใช้กลไกป้องกัน สร้างอีกหนึ่งบุคลิกที่ชื่อว่าแซ็ค มาปกปิดความอ่อนแอและความรู้สึกผิดของตัวเองไปเมื่อกาลก่อนนั้น...สิ่งที่จะทำให้เจ้าตัวหวั่นไหวมากที่สุด ก็คงจะไม่ใช่อื่นใด นอกจาก”ความเป็นจริง” ที่เจ้าตัวปฎิเสธที่จะมองมันเต็มๆตามาตลอด

หากเปรียบเทียบว่ามันเป็นกล่องแห่งความทรงจำซักใบหนึ่ง ที่ถืออยู่ในมือ...เด็กน้อยหวาดหวั่นว่า สิ่งที่อยู่ข้างในนั้น จะเป็นความจริงแท้อันแสนวิเศษ หรือจะเป็นเพียงความรวดร้าวที่ซุกซ่อนไว้จนสุดมือเอื้อม...ตลอดเวลาที่ผ่านมา คลาวด์ได้เพียงแค่ประคอง”ความทรงจำ”ที่คลุมเครือนั้นไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ด้วยสายตาที่เบือนหนี และด้วยหัวใจที่ขลาดกลัว

...อีกครั้ง ชายหนุ่มตัดสินใจวิ่งหนี ก่อนที่ปัญหาจะเข้ามาถึงตัว...คลาวด์ยอมแพ้ให้กับความหวาดหวั่นของตัวเอง กระโจนเข้าสู่ข้อสรุปใกล้ตัวว่า ตนเองเป็นเพียงร่างทดลองร่างหนึ่ง เป็นผลผลิตที่รับสืบทอดเซลล์ของเจโนวา เป็นเพียงหุ่นกระบอกที่ไร้วิญญาณของเซฟิรอธ...ร่างเนื้อที่เห็นอยู่นี้ ความทรงจำที่รับรู้อยู่นี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาจากความสามารถของเซลล์เจโนวา หาใช่ความเป็นจริงไม่

แม้เปลือกนอกจะดูแข็งแกร่งเพียงใด แต่หากแก่นในกลวงโบ๋แล้ว แค่ออกแรงกะเทาะเล็กน้อย มันก็ย่อมแตกออกโดยง่าย...น่าแปลกที่ ผู้มีปัญหาทางจิตส่วนมาก กลับเป็นชายหนุ่มที่ดูภายนอกแสนบึกบึนและเข้มแข็ง...ที่แท้แล้ว ภาพที่เห็น อาจเป็นเพียงแค่อัตลักษณ์ในอุดมคติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาบดบังตัวตนที่แสนอ่อนแอข้างใน...

คลาวด์ยอมทิ้งความจริงที่แสนเจ็บปวด และเลือกที่จะยอมรับข้อสรุปง่ายๆว่า...ที่อ่อนแอนี่ เพราะ”เขา”ที่อยู่ตรงนี้ ไม่ใช่”ตัวเขา”อย่างที่ควรเป็น...”ความอ่อนแอ”ที่เห็นนี่ ไม่ใช่เป็นของ”คลาวด์” แต่เป็นของ”คนอื่น” ที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกันโดยสิ้นเชิง...คลาวด์ทิ้งเปลือกที่เรียกว่าแซ็คออกโดยไม่รู้ตัว และหันมาสร้างเปลือกอันใหม่ ที่เรียกว่าร่างทดลองที่แสนอ่อนแอ และคู่ควรกับการกระทำอันน่าอับอายนี้สิ้นดี !!

กลไกป้องกันตัวเอง ชนิดกล่าวโทษผู้อื่น (Projection) ถูกนำมาใช้โดยไม่ยากเย็นนัก โดยครั้งนี้ มันต้องแลกด้วยสิ่งสูงค่ายิ่ง...คลาวด์มอบอาวุธชิ้นสุดท้ายที่จะทำลายดวงดาวให้กับเซฟิรอธ และ...อีกครั้ง...คนสำคัญของคลาวด์...ต้องจบชีวิตลง…โดยมีเขาเป็นต้นเหตุ

เมื่อเปลือกนอกค่อยๆหลุดร่อนออกทีละชั้น เผยให้เห็นเนื้อในที่อ่อนยวบยาบ คลาวด์สูญเสียอัตลักษณ์ของตนไปอย่างสิ้นเชิง เคว้งคว้างอยู่ในคำถามที่ยกขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ตัวเขาเป็นใคร ทำไมถึงต้องอ่อนแอ ทำไมถึงต้องสูญเสีย...แม้คนทั่วไป ก็ดูออกโดยง่ายว่า หากปล่อยไว้ไม่นาน คลาวด์จะเข้าสู่ระยะสุดท้ายของอาการสูญเสียตนเอง...กลายเป็นท่อนไม้ที่ไม่สามารถกลับมามีสติได้อีกต่อไป

ทว่า...ตั้งแต่แรกเริ่มที่ได้พบกันอีกครั้ง...ทีฟา เพื่อนสนิทตั้งแต่ครั้งเยาวว์วัย เริ่มเอะใจในเรื่องเล่า ปากคำ และความทรงจำของคลาวด์ ที่ทยอยถ่ายทอดออกมา...เธอเป็นคนแรก ที่สังเกตเห็นความผิดปกติในสภาพจิตใจของเด็กหนุ่ม...ภาพความเป็นจริงที่เธอจดจำฝังใจ กับภาพจินตนาการที่ถูกร้อยเรียงออกมาอย่างเรียบเฉยของคลาวด์นั้น...มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง !! และกว่าที่เธอจะตั้งหลัก รู้ลึกถึงสาเหตุที่แท้จริง...เรื่องราวทั้งหมด ก็ก้าวไปไกลจนแทบจะเกินแก้ไขเสียแล้ว...

วิธีการรักษาที่จำเพาะ และตรงจุดที่สุด สำหรับผู้ป่วยที่หลีกเลี่ยงปมในจิตใจ ก็คือการทำ”จิตบำบัด” พูดคุย สะกด ถอยจิต หรือชักจูงอย่างไรก็แล้วแต่ เพื่อให้คนๆนั้น กล้าที่จะกลับไปมองปัญหาของตน ให้เต็มสองตา

...คนส่วนมาก จะไม่กล้าเผชิญหน้ากับความกลัวซึ่งๆหน้า ทำให้ภาพปัญหาที่แสนจะขุ่นมัวนั้น กลับขยายใหญ่โตขึ้นกว่าที่มันควรจะเป็น อยู่เบื้องหลังเปลือกตาของเรา...และนั่น จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ทีฟาได้ทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคลาวด์ นั่นคือการพาคลาวด์ย้อนระลึกกลับไปยังเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่ครั้งกาลก่อน...ให้คลาวด์ได้มองเห็นการกระทำ ได้ขุดคุ้ยความรู้สึก และได้หวนกลับไปพินิจความคิดของตัวเองในหลากหลายช่วงเวลา...ต่างกรรมต่างวาระ

ผ่านมานานปี คลาวด์ สไตรฟ์ เพิ่งจะได้มองเข้าไปถึงเบื้องลึกของความทรงจำของตัวเองเป็นครั้งแรก...ทั้งความรู้สึก และสำนึกชั่วดีทั้งหลาย ค่อยๆผุดขึ้นมาสู่ระนาบของความเป็นจริงอย่างช้าๆ...และแล้ว แม้จะกินเวลานานไปซักนิด แต่ในที่สุด “อัตลักษณ์”ที่สมควรจะถูกเรียกว่า “คลาวด์”อย่างเต็มภาคภูมิ ก็ถือกำเนิดขึ้นมาในที่สุด

เมื่อคนเกิดความเข้าใจ และรู้จักตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่จะตามมา คือความสำนึกรู้ ที่จะนำทางให้คนๆนั้นยึดถือบทบาท และปฎิบัติตามหน้าที่ของตนได้อย่างเหมาะสม...ซึ่งปกติแล้ว มันเป็นสิ่งที่จะค่อยๆพัฒนาขึ้นมา พร้อมๆกับวัยวุฒิที่เพิ่มขึ้น และผู้ใหญ่ทั่วไปในสังคม พึงจะต้องมี

เมื่อหมดซึ่งความกังวลที่มองไม่เห็น เมื่อเลิกหลีกหนีปัญหาภายใต้หน้ากากของคนอี่น....เมื่อนั้น คลาวด์ สไตรฟ์ ก็แสดงความสามารถที่แท้จริงของตนออกมาให้เป็นที่ประจักษ์อีกครั้ง...ดาบที่ไร้ซึ่งความลังเล และเต็มไปด้วยสำนึกในหน้าที่ของตน ย่อมมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งจอมปลอมทั้งปวง...เซฟิรอธถูกกำจัดลงได้อีกครั้ง และดวงดาวก็รอดพ้นจากการถูกทำลายในที่สุด

...การเดินทางเพื่อปกป้องดวงดาวจบลง แต่การเดินทางของคลาวด์ ก็ยังไม่สิ้นสุด...

เมื่อคลาวด์สลัดเปลือกอันแสนอบอุ่นที่ปกป้องร่างกายและจิตใจของเขาออกไป และกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง...นั่นก็หมายความว่า เด็กหนุ่มต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอีกครา...”การเข้าใจ” หรือ “ไม่เข้าใจ” ตัวเอง ไม่สามารถบดบังความจริงที่ว่า ตัวเขา ทำให้คนรอบข้างต้องเสียสละไปมากเพียงไร…สิ่งนี้เท่านั้น เป็นความจริงที่ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ไหนๆ ก็ไม่สามารถหลบเลี่ยง

แม้จะจัดการแก้แค้นให้คนสำคัญของตนได้แล้ว คลาวด์ก็ยังถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ได้จางหายไป เขาเฝ้าหมกมุ่นอยู่กับอดีตที่แท้จริงของตนเอง และฝังใจตลอดมาว่า ตนเองสมควรที่จะถูกกล่าวโทษ และไม่สมควรจะมีความสุขอยู่กับคนอื่นๆเลย…การได้รู้จักตัวเองช้าเกินไป กลับทำให้คลาวด์ร้อนรนที่จะมองภาพชีวิตตัวเองอย่างไม่รอบคอบมากยิ่งขึ้น...วัยรุ่นหลายคนก็อาจต้องผ่านเส้นทางลักษณะเดียวกัน

ตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อตัวตน (autonomy) ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเหมาะสม ทำให้เมื่อเติบโตขึ้น อัตลักษณ์ (identity) ของคลาวด์ จึง สะท้อนความไม่มั่นคงออกมาอย่างรุนแรง...เขาหลบหนีเพื่อนฝูง แยกตัวเองออกจากสังคม หลีกหนีความกลัวที่ว่า ตนเองอาจจะต้องสูญเสียคนสำคัญไปอีก...

จะโดยโชคดีหรือโชคร้ายก็แล้วแต่ หายนะจากฟากฟ้า ยังไม่หมดสิ้นไป...เศษซากของวิญญาณเซฟิรอธ ได้กลับมามีรูปลักษณ์ และพร้อมที่จะสร้างความเสียหายให้กับดวงดาวอีกครั้งหนึ่ง
คลาวด์ถูกบีบบังคับให้ต้องต่อสู้อีกครั้ง แต่คราวนี้ ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คือตัวของเขาเอง

สิ่งสำคัญข้อหนึ่ง ที่จะดึงคนที่สับสน ให้กลับมายืนให้ถูกที่ถูกทางได้ ก็คือ”คนรอบข้าง” ที่พร้อมจะสนับสนุน และให้กำลังใจอย่างไม่ขาด...คลาวด์ได้รับปัจจัยข้อนี้อย่างเต็มเปี่ยม...จากการเผชิญหน้ากับความอ่อนแอของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้เขาเข้าใจแล้วว่า ไม่มีใครสามารถยกโทษให้ใครได้ หากคนๆนั้น ไม่ยอมให้อภัยตัวเองเสียก่อน...

คลาวด์เฝ้าหมกมุ่นขอให้ผู้ที่ตายจากไป ยกโทษให้กับความขลาดเขลาของตัวเอง แต่กลับไม่ยอมตอบคำถามที่ง่ายที่สุดว่า ตัวเขาเองนั้น ได้ปล่อยวางความผิดของตัวเองไปหรือยัง?

เวลาผ่านไปเนิ่นนาน แม้ความผิดจะไม่ถูกลบล้าง แต่ก็สามารถชดเชยได้ด้วยการตอบแทนด้วยสิ่งที่เท่าเทียม...คลาวด์ได้ช่วยเหลือ และปลดปล่อยความทุกข์ของผู้คนมากมาย แต่ตัวเองกลับติดอยู่ในบ่วงของความผิดพลาดแต่ครั้งอดีต ไม่เคยคิดที่จะก้าวออกมา

ในครั้งนี้ ทุกๆคนได้ชี้ให้ตัวเขาเข้าใจในที่สุดว่า คลาวด์ สไตรฟ์ไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว ความรู้สึกต่างๆ ทั้งสุข และทุกข์ ย่อมมีคนที่จะร่วมรับรู้ ร่วมแบ่งเบา...และท้ายที่สุดแล้ว คลาวด์ก็เริ่มจะเข้าใจจุดที่สำคัญนี้ และหันมาเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจของเขา ด้วยจิตใจที่ไม่เหมือนเดิม

...คลาวด์ต่อสู้เพื่อ”ปกป้อง” ไม่ใช่เพื่อ “ชดใช้”...

ทุกคนไม่ได้เกิดมา พร้อมกับสติที่จะแก้ปัญหา เมื่อถึงภาวะที่ตกต่ำที่สุด

ทุกคนไม่ได้เกิดมา พร้อมกับคนรักรายล้อม ซึ่งคอยดึงให้ตัวเรากลับมามองปัญหาในมุมที่ถูกที่ควร

คลาวด์ สไตรฟ์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนตัวอย่างหนึ่ง ที่แม้จะหลงทางไปหลายต่อหลายครั้ง แต่ที่สุดแล้ว ก็สามารถก้าวพ้นความอ่อนแอของตัวเอง เผชิญหน้ากับอดีต และดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาร่วมต่อสู้กับความเป็นจริง

...ผลลัพธ์ในช่วงสุดท้าย ย่อมเกิดจากความตั้งใจมั่น ที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ และดิ้นรน เพื่อคว้าเอาอนาคตที่มีความสุขมาไว้ในมือนั่นเอง...

...และแล้ว...หลังจากที่เมฆหมอกถูกพัดไป ท้องฟ้าที่แจ่มใส ก็จะตามมาในที่สุด...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Nostalgia...มิสเตอร์เมฆหม่น FF7

คุณเชน...ไฟนอล แฟนตาซีภาคหลังๆ จะมีการหยิบยกเอาทฤษฎีทางจิตมาเล่นเยอะแยะเลยครับ จากที่แต่ก่อน มีเพียงแค่แรงปูมหลังคร่าวๆ(เช่น แก้แค้นให้คนรัก อะไรแบบนั้น)มาตอนนี้ก็จะมีการเน้นรายละเอียด เจาะให้ลึกและสมเหตุสมผลมากขึ้น เป็นการเพิ่มมิติให้ตัวละครได้ดีทีเดียว big smile

พี่วลาดิมีร์...เดี๋ยวเอนทรีหลังจากนี้ จะกลับไปเขียนโรคทางกายแล้วครับ ไม่งั้นจะได้กลายเป็นบล้อกจิตวิทยาเข้าซักวัน sad smile
ส่วนที่วิเคราะห์เอนทรีก่อนหน้าไว้...มัน...มัน...ช่างตรงจุดสิ้นดี !! ข้าพเจ้าคำนวณไว้ 100 แผนการ แต่ท่านกลับคำนวณไปถึงแผนการที่ 101 !! กุนซือปูทัน...ข้าขอยอมแพ้จากใจจริง !! 555

ohoh ซัง...HNY 2008 ครับ ว่างๆอัพ al fine ให้อ่านหน่อยสิครับ กะลังติดหนึบเลย question
ตัวละครFF ภาคหลังๆ (ที่โนมูระเป็นคนออกแบบ)จะชอบเอาชื่อดินฟ้าอากาศมาตั้งน่ะครับ มีทั้งเมฆ ทั้งพายุ ทั้งืพระอาทิตย์ ทั้งสายฟ้า...อีกหน่อยมันต้องมี Snow แน่ๆ !!

แอริธจัง...ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ผมเริ่มมีอาการมึนส์หัว คลื่นไส้แล้วล่ะ กินยาก็ไม่หาย...ติดมาจากเหน่งแหงๆ !! ที่ว่าท้องน่ะ...เอ๊ย ม่ายช่ายยยย confused smile

นู๋ลูค...อาทิตย์หน้า จะลงจากจิตเวชซะแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ยังไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่เลย angry smile อาทิตย์นี้เลยกบดานอยู่ที่หอ อ่านหนังสือ เพิ่ม IQ ซะหน่อย 555
เอ้อ ปีหน้าจะทำงานอะไรป่ะ? เราว่าจะทำสพศ.แหล่ะ

คุณ Piggy...ภาค 7 CC ผมอาศัยอ่าน script เอาน่ะครับ เนื้อเรื่อง กับลำดับภาพ ทำได้ดีมากๆเลย ซึ้งทีเดียว ถ้ามีโอกาส ก็อยากให้หามาเล่นนะครับ ผมยังอยากเล่นเลย 555 (แต่คงไม่ลงทุนซื้อ PSP มาเล่นเกมส์เดียวแน่ๆ อยากได้ Wii มากกว่า question )

รัตนาดิศร...หนังสือที่ว่า น่าสนใจทีเดียว มีให้ยืมอ่านมะ อยากลองเอามาดูน่ะ
Sephiroth ในไฟนอล มีที่มาจากคัมภีร์ไบเบิลน่ะ เป็นแผนผัง 10ช่อง ที่แสดงให้เห็นถึงเส้นทางของจิตวิญญาณ ที่คนเราจะพัฒนาไปทีละขึ้น เพื่อเข้าหาพระเจ้าที่เป็นจุดหมายสูงสุด
เป็นความเชื่อทางคริสต์น่ะ ไม่รู้จะเกี่ยวกันรึเปล่านะ สงสัยต้องถามเจ๊เพื่อนเราซะแล้ว open-mounthed smile

นายรัฐ...ชื่อนี้ ห่างหายไปนานนนนนมากกกกกก คิดถึงว่ะ แต่พี่ก็เข้าไปอ่านเวปเราเป็นระยะๆนา
กะลังจะขึ้นคลินิคแล้วนี่นา รับรองว่าสนุกสุดๆ มีเรื่องมาอัพอีกเยอะแน่นอน รับรอง หุหุ
เพิ่งจะได้เห็นหน้ารัฐแบบเต็มๆก็คราวนี้แล หน้าตาใช้ได้นี่นา !! ถ้าสนใจ ว่างๆจะแนะนำเพื่อนพี่ให้ละกัน มีเจ๊ๆที่ชอบเด็กอยู่หลายคน 555

ยัย choc...ชื่อนี้ก็หายไปนานนนนเหมือนกัน แหม่ ปีที่ผ่านมานี่ เจอเธอนับครั้งได้เลยมั๊ง (ทั้งๆที่ห้อง อยู่ห่างกันซัก 150 m sad smile )ตอนนี้เราอยู่จิตเวชน่ะ มึนส์เล็กน้อย เธออยู่เด็กใช่มะ อย่าไปทำอะไรลูกชาวบ้านเค้าล่ะ 55
อ้อ รูปที่เคยรีเควนสไป ยังอยากได้อยู่นา วันไหนว่างๆ ก็เขียนให้หน่อยดิ อยากได้ๆ question

#1 By Zieghart on 2008-01-05 13:58

โอววว

#2 By book on 2008-01-05 16:43

ไม่เคยได้ดูมาก่อนเลยเรื่องนี้อ่ะ

#3 By นานา (117.47.89.42) on 2008-01-05 18:07

นี่คือทางผู้ผลิตเกมปูเรื่องมาขนาดนี้เลยเหรอครับ หรือว่าคำวิเคราะห์วิจารณ์นี้คุณzieghart เขียนเองเนี่ย เขียนได้ดีและน่าติดตามมากครับ ตัวละครตัวนี้มีมิติดี และถึงปมในใจข้อนี้มักจะถูกหยิบยกมาใช้ในตัวละครต่างๆ
แ่ต่ผมรู้สึกว่าปมนี้เขีัยนได้เด่นชัดและลึึกซึ้งมากกับคลาวด

ยอดครับ Hot!
555 ติดโรคเรามาแล้วquestion (เป็นไปตามแผน ฮึๆๆ)

อ้า บทวิเคราะห์คราวนี้รู้สึกโดนใจจัง โดยเฉพาะช่วงท้ายๆ บักคลาวด์เติบโตได้เองแล้ว~ เสียดายที่ไม่มีภาพสุดท้าย ไม่เห็นหน้าแอริทโผล่มาด้วยopen-mounthed smile

#5 By aerith-chan on 2008-01-05 21:41

ว๊าว สุดยอดเลยค่ะ ข้าพเจ้าหลงรักคลาวด์มาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น และเมื่อได้รับรู้การกระทำและตัวตนของคลาวด์ ก็ยิ่งหลงรักขึ้น เพราะว่าคลาวด์เป็นตัวแทนของคนปกติสามัญที่ถูกจับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ซึ่งตรงข้ามกับแซคที่เป็นฮีโร่แบบคลาสสิคโดยสิ้นเชิง ตรงนั้นแหล่ะค่ะที่เป็นเสน่ห์ และท่านก็จับมันมาแยกส่วน และวิเคราห์ทางจิตวิทยาได้สุดยอดไปเลย (เห็นภาพกว่าตอนข้าพเจ้าเรียนวิชาของคณะจิตวิทยาซะอีก)

สำหรับบทความอันนี้ ข้าพเจ้าขอปรบมือดังๆให้ค่ะ ^^

#6 By yaoi-fangirl on 2008-01-05 22:13

เรียนมา ใช้คุ้ม ต่อยอดได้เก่งมากๆเลยจ้า

เอาความคิดดีๆอย่างนี้ไปใช้กับคนไข้ จะต้องเป็นหมอที่เก่งแน่ๆเลย

#7 By TheDoctorWearsPrada on 2008-01-06 14:27

ขนลุกเล็กๆ กับประโยคต่อสู้เพื่อปกป้อง ไม่ใช่ชดใช้

ปมเรื่องการไถ่บาปตัวเอง อันนี้เคยเห็นจากการ์ตูนหลายๆ เรื่องแล้วนะ ที่เด่นๆ ก็คงเป็นฮิมุระ เค็นชิน จากเรื่องซามูไรพเนจร ... แต่เท่าที่ผมจำได้พระเอกที่ติดปมพวกนี้ มักจะเป็นปมเรื่องที่ตัวเองเคยทำชั่ว เคยฆ่าคนมาเยอะแยะอะไรแบบนั้น เพิ่งเคยเห็นพระเอกที่ติดปมไถ่บาปโทษฐานที่มันเคย "ห่้วย" ก็นายคล้าวคนเดียวนี่แหละ sad smile

พระเอกไฟนอล 18 ที่โนมุระออกแบบ อาจจะชื่อ Hurricane ก็ได้นะเออ (ส่วนภาค 19 ก็อาจจะเป็น Hail ?!) lol~ sad smile

ชื่อ Eclipse ก็ไม่เลวนะ? ภาษาไทยอาจะเป็น "นายสุริยคราส" question
ทำไมผมลืมทิ่ม hot ทุกทีเลยฟระ Hot!
ชอบแซ็คมาก แต่ก่อนที่จะชอบแซ็คเคยชอบคลาวด์มาก่อนนะ เพราะดาบใหญ่นั่นแหละ ^^
พอ AC แล้วคลาวด์มันดูล่ำขึ้นก็ชักแปลกๆ sad smile
ตามอ่านอยู่นะ เอาเป็นว่ารอเมนต์ทีเดียวตอนจบที่นี่เลยละกัน...

เรื่องของคลาวด์เนี่ยตอนแรกเราก็เคยรำคาญมันนะว่า "คนอะไร...ทำไมถึงอ่อนแอ และไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนี้ แบบนี้มันไม่เหมาะกับคำว่าพระเอกเลย" แต่พอตัวเราเองเติบโตขึ้น ได้เห็นโลกกว้างขึ้น รวมทั้งได้เผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เข้าชนิดจริง ๆ จัง ๆ เราขอยอมรับว่าเราต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่อ่ะ

เพราะหลายครั้งโลกแห่งความจริงก็ดูโหดร้ายเกินกว่าที่ตัวเราเองจะรับไหว

หลายครั้งสถานการณ์รอบข้างก็ทำให้เรารู้สึกต่ำต้อยเอาเสียเหลือเกิน

โชคดีนะ...ที่เรายังพอรู้ว่าอย่างน้อย ๆ ยังมีพ่อแม่ที่คอยห่วงใยและยอมรับเราได้ในทุก ๆ สิ่ง และที่ขาดไม่ได้ก็คือมีเพื่อนที่เข้าใจเราและคบเราในแบบที่เราเป็น

ความภูมิใจในตัวเอง หรือ "Self" esteem ของเราจึงไม่ได้มอดหมดไป

ตลอดเวลาคลาวด์ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและมันทำให้เขาเติบโตมาด้วยความภาคภูมิใจในตัวเองอันน้อยมาก ๆ ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับความจริงที่ว่าเขาไม่สามารถเป็นโซลเยอร์, ตัวตนเป็นเพียงร่างทดลองของเซฟิรอธ, การตายของแอริธอีกหนึ่งคนสำคัญขของคลาวด์,และที่สำคัญคือเขาไม่สามารถปกป้องทีฟา-คนที่เขารัก-ได้ตามสัญญา มันไม่ยากเลยนะครับที่จะทำให้ใครก็ตามที่ประสบเหตุการณ์เดียวกับพระเอกผู้อาภัพของเราจะต้องจิตใจแหลกสลาย ไม่สามารถเป็นผู้เป็นคนได้อีกต่อไป

ตอนหนึ่งใน FFVII ที่ผมชอบมากก็คือตอนที่คลาวด์และทีฟาตกไปในไลฟ์สตรีม และทีฟาก็พยายามทำให้คลาวด์ฟื้นคืนสติขึ้นมาได้โดยการค่อย ๆ พาเขาเดินทางย้อนอดีตไปในห้วงความจำสู่ความจริงในวัยเด็กของพวกเขาทั้งสอง (ดูคล้ายกับนักจิตวิทยาที่พูดคุยกับผู้ป่วยเพื่อหา "ปมทางจิตใจ" ที่เป็นต้นตอของปัญหาเพื่อการรักษามาก ๆ)

บทสรุปของมันนอกจากจะทำให้ทั้งคู่รู้ความจริงว่าได้เกิดอะไรขึ้นในวันแห่งโศกนาฏกรรมที่นีเบิร์ลเฮม มันยังทำให้คลาวด์รู้ว่าตัวตนจริง ๆ ของเขา-ที่เขารังเกียจและมองว่ามันอ่อนแอ ไร้ความพลัง-สามารถรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับทีฟาได้

แม้จะไม่ได้เป็นโซลเยอร์ แม้จะไม่ได้เป็นเฟิร์สต์คลาส และแม้จะไม่ได้ถูกบันทึกชื่อในประวัติศาสตร์ แต่เขาคือคลาวด์ที่ได้เสี่ยงชีวิตแลทุ่มเทพลังทั้งหมดต่อสู้กับเซฟิรอธผู้แข็งแกร่งเพื่อช่วยเหลือบุคคลที่เขารัก

นี่เองทำให้คลาวด์กลับมาภูมิใจในตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองได้อีกครั้ง

เราเชื่อนะกับคำกล่าวที่ว่า "หากมั่นใจ จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น"

พิมพ์ไปพิมพ์มาอยากขุดมาเล่นอีกรอบจังเลย big smile Hot!

#11 By Highwind on 2008-01-15 21:20

เออ ไม่รู้ตอบยาวไปเปล่า

#12 By Highwind on 2008-01-15 21:30

สนุกมากๆค้าาา อ่านแล้วไม่เบื่อเลย ทั้งๆที่เวลาอ่านอะไรยืดยาวแบบนี้จะเบื่อแล้วแท้ๆ แต่ว่าคุณให้ความรู้ทางความสึก จิตวิทยาตลอดเลย เราชอบมั่กๆค้าา >0<

#13 By kanalove (202.44.135.242) on 2008-06-08 22:08

ชีวิตCloudมันเหมือนกับชีวิตเราเปี๊ยบ
เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากCloud
เราเขวมาเยอะ ล้มก้อแยะ


แต่ต่อไปนี้ จะพยายามเป็นคนเข้มแข็ง อดทน และมั่นคงหั้ยจงได้ จะแน่วแน่ และไม่อ่อนไหวไปตามสายลม

Cloud เราขอบคุณนายมาก นายทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเพื่อเป็นบทเรียนชีวิตที่จะนำไปพัฒนาตนเองต่อไป

ขอขอบคุณเจ้าของblog ที่ได้เขียนบทความดีๆนี้ขึ้น

มันทามหั้ยเราได้ตระหนักว่า คนที่มีจิดใจมั่นคง ไม่เขว ไม่รวนไปตามกระแสลม เข้มแข็ง อดทน และสุขุม คือแบบอย่างที่คนเราทุกคนควรนำไปปฎิบัติ

#14 By JAM (58.64.62.247) on 2008-11-04 08:38

มาอ่าน ย้อนหลัง
อ่านแล้วๆ ชอบเหมือนกัน ตอนดู ADvent Children นี่ชอบมากเลย บู้กันมันส์ได้ใจจริงๆbig smile
เป็นบทความที่เยี่ยมมากครับ Hot!

#17 By Little Lamb on 2009-01-06 11:09