.

สวัสดีครับ

ผ่านมาครบหนึ่งปี…และแล้ว...14 กุมภาพันธ์...เทศกาลแห่งความรัก ก็เป็นอันวนมาถึงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนดังเช่นทุกปี ที่วันๆหนึ่งนี้ จะนำพามาซึ่งหลากคำถาม หลายความรู้สึก แสดงออกมาให้พวกเราได้ร่วมรับรู้

วันๆหนึ่งนี้ เป็นวันที่ผู้ชายจำนวนไม่น้อย ตั้งหน้าตั้งตารอคอยช็อคโกแลต...ผู้หญิงจำนวนมาก เฝ้าหวังจะได้ดอกไม้ช่อโต...คู่รักหลายคู่ เตรียมพร้อมจะรับคำพูดหวานๆที่จะมีให้กัน...แม้ชายโสดหญิงเดี่ยวอีกมากมาย ก็ยังลุ้นรอละครชีวิตบทใหม่ๆ ที่จะมาทำให้หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยว พองโตขึ้นมาบ้าง แม้ซักนิดก็ยังดี...

และแน่นอน...ไม่ใช่ทุกคน ที่จะได้ ”สมหวัง” ในวันแห่งความรักนี้

14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก...แม้จะเป็นวันที่มีสเน่ห์อย่างแปลกประหลาด เป็นวันที่บรรยากาศอบอุ่น ลอยอบอวลไปทั่ว...แต่อย่างไรเสีย มันก็เป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง ที่มี 24 ชั่วโมงเฉกเช่นวันอื่นๆ...มีกลางวัน มีกลางคืน...มีการพบเจอ มีการลาจาก...มีคนที่หัวเราะ และมีคนที่ร้องไห้...

แต่น่าแปลก ที่วันที่ชายหญิงควรจะเข้าถึงความรู้สึกของ “ความรัก” ได้มากกว่าวันไหนๆ...กลับเป็นวันที่ พวกเขาและเธอ กลับซึมซับความเจ็บปวด และต้องหลั่งน้ำตามากกว่าทุกๆวัน

...เมื่อถูกรายล้อมด้วยบรรยากาศและความรู้สึก ของความรักความผูกพันธ์ที่รุนแรงมากเป็นพิเศษ จึงอาจจะช่วยไม่ได้ ที่คนหลายคนจะมองย้อนกลับมาถามตัวเองอีกหลายต่อหลายครั้งว่า ชีวิตของตัวเรานี้ มีความสุข และได้รับความรักมากเพียงพอแล้วหรือยัง...?

ผมเชื่อว่า กว่าครึ่ง ตอบว่า “ ไม่ ” และกว่าครึ่ง ต้องการสิ่งที่ ”มากกว่า” ที่มีอยู่

สนามหญ้าหน้าบ้านคนอื่น มักดูเขียวกว่าของบ้านตัวเองเสมอ...คำกล่าวนี้พิสูจน์ความจริงแท้มาแล้วแสนนาน...คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และมักคาดหวังที่จะได้พบเจอ ได้ครอบครองสิ่งใหม่ๆ ที่ (คิดว่าน่าจะ) ดีกว่า ดึงดูดกว่า น่าสนใจกว่า และเหมาะกับเรามากกว่า...โดยหารู้ไม่ว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งใหม่ๆที่ไม่สิ้นสุดนั้น ตัวเขาหรือเธอ ต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง...ทั้งเวลา ความรู้สึก ความสัมพันธ์ และอาจเลยไปถึงคนสำคัญที่เคยอยู่เคียงข้าง

ที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือ...แม้เมื่อได้ไปถึงจุดที่ต้องการแล้ว...ในไม่ช้า คนเหล่านั้น ก็มักจะไปจบลงด้วยการยกคำถามเดิมๆ มาถามตัวเองอีกหลายครั้ง ว่า...ชีวิตของตัวเรานี้ มีความสุข และได้รับความรักมากเพียงพอแล้วหรือยัง...?

...วงจรแห่งความทุกข์ ความดิ้นรน และความคงอยู่ไม่ได้นี้ ก็ยังหมุนวนต่อไป...

เมื่อไม่นานมานี้ ตัวผมได้มีโอกาสเข้ารับฟังการบรรยายของอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งจากเชียงใหม่ และพบว่า ท่านได้ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆมากมายเหลือเกิน (ซึ่งถ้ามีโอกาส ผมคงได้พูดถึงท่านอย่างละเอียดอีกครั้ง) หนึ่งในนั้นคือ เรื่องราวของ การแสวงหา “ความสุข”

โลกทุกวันนี้ เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆที่พร้อมจะสร้างความสุขให้กับผู้คน แต่คนจำนวนมาก กลับมีความทุกข์มากกว่าที่เคย...เพราะอะไร ?


...อาจเพราะคนเรามีเวลาที่จะอยู่กับตัวเองน้อยลง มีเวลาพูดคุย มีเวลาให้ความสำคัญกับตัวเองน้อยกว่าที่เคยมี และที่ควรจะมี

จนสุดท้าย เราก็เลิกที่จะมองหาคุณค่าในตัวเอง เลิกคิดที่จะสร้างความสุขด้วยตัวของเราเอง

“อย่านำความสุขของตัวเอง ไปแขวนไว้ที่คนอื่น” อาจารย์แพทย์ท่านนั้น ย้ำคำนี้หลายต่อหลายครั้ง...เป็นประโยคที่ชัดเจน และใช้ได้จริงในทางปฎิบัติ ไม่ว่าจะโดยใคร กับใคร หรือด้วยเรื่องอะไร...แต่ทุกวันนี้ คนจำนวนมาก ก็ยังคงแขวนความสุขตัวเอง ไว้กับคนรอบข้าง และฝาก ”เงื่อนไข” ที่จะมีความสุข ให้คนอื่นดูแล

ในเมื่อตัวเรา ไม่ได้เป็นคนที่จะกำหนดความสุขให้ตัวเองเสียแล้ว...จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คนเหล่านี้ จะหาความสุขไม่พบ ในเวลาที่ต้องการมันมากที่สุด

เราเลือกที่จะเฝ้ารอคอยโทรศัพท์จากคนรัก และร้อนรน ไม่พอใจทุกครั้ง ที่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ติดต่อมา
เราเลือกที่จะรอคอยของขวัญ ดอกไม้ หรือคำหวานจากคนรัก และโมโห น้อยใจทุกครั้ง ที่ฝั่งตรงข้ามให้ไม่ได้
เราเลือกที่จะคาดหวังการปฎิบัติต่อกันที่ชัดเจน อ่อนโยน และตรงใจเรา และผิดหวัง เสียใจทุกครั้ง ที่ฝั่งตรงข้ามไม่เข้าใจ
ฯลฯ

ความทุกข์ที่เกิดขึ้น ล้วนมาจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตัวเราทั้งสิ้น
แล้วหากเป็นเช่นนั้นแล้ว เราจะมัวคาดหวังกับตัวแปรที่เรากำหนดไม่ได้ไปทำไมกัน?

เมื่อมองย้อนมาที่ตัวเองทุกครั้ง...แทนที่จะคอยมองหาข้อผิดพลาด ช่องโหว่ หรือสิ่งที่ตัวเราไม่มีแล้ว...
จะดีกว่าไหม ที่เราจะเปลี่ยนมามองหาข้อดี จุดเด่น หรือสิ่งที่ตัวเราสามารถทำได้แทน

เราจะไม่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า...ทำไม ชั้นไม่มีความสุขเลย...ทำไม คนอื่นมีความสุขมากกว่าตัวชั้น
แต่เราจะถามเสียใหม่ว่า...ทำยังไง ตัวชั้นถึงจะมีความสุข...ทำยังไง ตัวชั้นถึงจะยิ้มออกมาได้ พร้อมกับคนรัก

คนหลายคน ปล่อยให้คนรอบข้าง มามีอิทธิพลเหนือชีวิตและความสุขของตัวเอง...โดยละเลยคำว่า”ตัวเรา” ออกไปจากการเป็นประธานของประโยค...ลืมไปเสียสนิทว่า “ตัวเรา”เองนี่ล่ะ ที่จะต้องเป็นคนสร้างความสุขให้ตัวเอง

ก่อนที่จะให้คนอื่นมาสร้างความสุขให้เรา...ก่อนที่จะให้เราไปสร้างความสุขให้คนอื่น...สิ่งแรกสุดก็คือ เราต้องสร้างความสุข”ให้ตัวเอง”และ “โดยตัวเอง” เสียก่อน...สิ่งอื่นๆที่เราคาดหวัง จึงจะเป็น consequence ตามมาในภายหลัง

เราสามารถเริ่มโทรไปหาอีกฝ่าย ซื้อของให้อีกฝ่าย ดูแลอีกฝ่าย และบอกกล่าวความรู้สึก ความต้องการของตัวเอง ให้อีกฝ่ายได้รับรู้...ได้เข้าใจให้ตรงกัน โดยไม่ต้องมานั่งกังวลกับความคาดหวังที่ไม่แน่ไม่นอนอยู่อย่างเดียว

เทศกาลวันแห่งความรักนี้...อย่าปล่อยให้บรรยากาศและคนรอบตัว มาทำให้เราเกิดความทุกข์อย่างเปล่าประโยชน์...เลิกคิดเรื่องราวในแง่มุมที่ประชดประชันทำร้ายตัวเอง...เลิกน้อยใจกับสิ่งใดๆที่ไม่เป็นไปดังคาดหวัง...เลิกกระวนกระวายกับความรู้สึกไม่มั่นคงหรือหวาดระแวงคนข้างตัว...และที่สำคัญ อย่าลืมนะครับว่า...

อย่าแขวนความสุขของตัวเอง ไว้กับคนอื่น

และเราไม่จำเป็นต้องตั้งเงื่อนไข เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข


สุขสันต์วันแห่งความรัก...ไม่ว่าคุณจะอยู่เป็นคู่ หรืออยู่ตัวคนเดียว...อย่างน้อยที่สุด คุณก็ยังสามารถรักตัวคุณเองได้อย่างมีคุณค่า และไม่อายใคร...ขอเพียงแค่ คุณรู้จักที่จะ”รัก” อย่างรู้เท่าทัน

.


รักความรู้สึกดีๆที่มีให้

.

รักคนอ่านครับ (^_0)//

ปล. จากการเคยใช้ชีวิตนักเรียนแถวปากคลองตลาดมานานปี...ภารกิจสำรวจราคาสินค้า จึงเหมือนงานอดิเรกกลายๆของผมและเพื่อนสนิท...และขอแจ้งให้ทราบว่า ราคาดอกกุหลาบ @ ปากคลองเมื่อวันก่อน พุ่งจากกำละ 30-50 บาท เป็น 300-500 บาทเสียแล้ว...ส่วนดอกลิลลี่สีขาวเจ้าประจำของผม ก็กลายเป็นกิ่งละร่วมร้อยกว่าบาท...นี่แค่ราคาดอกไม้ที่ยังไม่ได้จัดนะครับ...ท่าทางว่า คนที่ยิ้มแก้มปริที่สุดในวันแห่งความรัก ก็คงเป็นร้านดอกไม้และร้านของหวานนั่นแล

... ดูแลสุขภาพความรัก และสุขภาพกระเป๋าสตางค์ของท่านไว้ให้ดี...


...ขอให้ มีความสุข ในวันแห่งความรักนะครับ...

Comment

Comment:

Tweet

If you want some pointers on how you can open up the grasping process with regards to <a href="http://www.supreme-essay.com/our-benefits.html">buy paper</a> then you shouldn't miss comprehending this article.

#17 By RiveraRenee30 (31.184.238.73) on 2013-08-24 09:41

โดนใจมากครับ Hot! Hot! Hot!
เกลียดการขายของโก่งราคาจัง

#16 By Aquarium on 2010-12-07 16:57

ความหมายดีจังopen-mounthed smile

#15 By ดูหนัง (1.46.189.3) on 2010-10-06 22:36

big smile open-mounthed smile confused smile

#14 By โหลดเพลงmp3 (125.25.237.146) on 2010-02-10 19:44

*ประทับใจ - -"

#13 By aquarius (125.25.152.41) on 2008-02-16 11:14

เป็นบทความที่ประใจมากครับ...

#12 By aquarius (125.25.152.41) on 2008-02-16 11:14

จริงครับ

คนเรานั้นมีธาตุรักและธาตุสุขอยู่แล้วในตัว แต่เพราะความที่มันอยู่ในตัวนั้นเอง ทำให้เรามองข้ามมันไปได้ง่าย พอเผลอมองข้ามมันไปครั้งหนึ่ง หากจะดึงกลับมามองหาซ้ำอีกครั้งก็สายไปเสียแล้ว

ความสุขนั้นอยู่ในใจ เมื่อใจเรามีความสุข โลกทั้งใบก็จะมีความสุข และถ้าเรามีความรักในหัวใจ โลกทั้งใบก็จะปูทางรักไว้ให้เราเช่นเดียวกัน มันอาจไม่ใช่ความรักอย่างหนุ่มสาวที่คนส่วนหนึ่งใฝ่ฝันหา แต่มันคือความรักของโลกที่มีต่อเรา และทำให้เรามีความสุขกับชีวิตในแต่ละวัน

หากหัวใจเราหาความสุขไม่ได้ หัวใจยังเต็มไปด้วยความร้อนรน ยังไม่รู้จักรักหัวใจตัวเองแล้ว ต่อให้มีสุขจากภายนอกมากเพียงไร มีรักจากใครมาเติมให้อีกแค่ไหน ก็คงไร้ความสุขที่แท้จริงอยู่ดี

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับbig smile

#11 By รัตนาดิศร on 2008-02-13 22:31

เขียนได้ดีจริงๆค่ะ ขนาดว่าเราเป็นคนไม่สนใจเรื่องพวกนี้ (ความรักและแฟน) อ่านแล้วยังจี๊ดดด ถึงจะไม่ได้มีแฟนเหมือนใครเขา แต่จะเก็บคำสอนนี้ไว้ปฏิบัติกับแม่และเพื่อนๆแทน ขอบคุณมากนะคะ

นอกเรื่องถึง FF นิด ตอนนี้พวกคนญี่ปุ่นในบอร์ด 2ch เริ่มทายนักพากย์ใน FF6 กันแล้วล่ะค่ะ แหม FF5 ยังไม่ทันประกาศเลย มั่นใจกันขนาดนั้นเชียวว่าจะมีออกมาชัวร์ sad smile (แต่เราเองก็หวังว่าจะมีจริงๆล่ะนะ ยังไงมันก็ชอบรีเมคเป็นแพ็คเกจ 4-5-6 ทุกทีนี่นา)

สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ ขอให้มีความสุขเช่นกันนะคะ open-mounthed smile

...ว่าไป วาเลนไทน์นี้สัญญากับเพื่อนไว้ว่าจะวาดคู่ A-Z ขึ้นเว็บ แต่จู่ๆก็มีงานเข้ามา สงสัยเป็นหมันอีกแล้ว orz

#10 By Piggy on 2008-02-12 22:57

ตอบ reply ข้างล่างก่อน 555 ตอบได้หักหาญน้ำใจมากๆเคอะ confused smile

อ่านเจอประโยคที่ว่า "มองหาคุณค่าในตัวเอง.." อ่านแล้วสะดุดกึ้ก เลยละ ทีซีสตัวเองตามมาหลอกหล่อนsad smile

รักคนเขียนด้วยค่า
question

#9 By aerith-chan on 2008-02-12 20:08

"ความรักคืออุดมคติสูงสุดของมนุษย์
คือแรงบันดาลใจของเพลงเพราะๆ ซักเพลง
คือกลยุทธ์ขายของของพ่อค้า
คือชนวนสงคราม"
-- วลาดิมีร์ ปูทัน


ปล. มาสะดุดเอาตรงท่อน
...ส่วนดอกลิลลี่สีขาวเจ้าประจำของผม...

/จับซิกฮาร์ทนั่งเก้าอี้ ไฟส่องหน้า ทุบโต๊ะ เสิร์ฟข้าวหน้าหมูทอด แล้วตะคอกใส่หน้า...open-mounthed smile

"สุขสันต์วันแห่งความรักครับ" question
เอ... ทำไมไม่ได้ Hot! ละ

ราคาดอกไม้แพงโคตร sad smile

#7 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-02-12 15:41

แม้จะรู้ว่ารักมีหลายมุม

แต่เราเองก็มักจะเสียน้ำตากับด้านที่โศกเศร้าของรักอยู่เสมอ บางทีอาจจะยึดติดมากเกินไปก็ได้เนอะ

บอกให้มองทั้งสุขและทุกข์ แต่ความเป็นจริง ก็ทำไม่เห็นจะง่ายอย่างที่ว่าเลย

ขอบคุณสำหรับแง่มุมดีๆค่ะ จะลองนำไปใช้ดูบ้าง

#6 By Lost in Love (117.47.148.216) on 2008-02-12 14:54

ความรักมันมีทั้งด้านสุข/ทุกข์ครับ - -''

จะให้ชื่นมื่นตลอด คงแปลก เราทำได้แค่ยอมรับมากกว่า

#5 By on 2008-02-12 14:47

เห็นราคาดอกไม้แล้วกลุ้มใจค่ะ
ที่บ้านข้าพเจ้ามีตั้งสามคนที่เกิดเดือนนี้ แถมคนนึงยังเกิดก่อนวาเลนไทน์พอดี จะให้ของขวัญที่ต้องบอกไว้ก่อนว่า"อย่ารีเควสดอกไม้ล่ะ"sad smile

#4 By ohohoh on 2008-02-12 13:33

"อย่าแขวนความสุขไว้กับคนอื่น" โอ๊กกก ... โดนใจมากฮับ sad smile

#3 By DDP on 2008-02-12 13:24

วันแห่งความรักฉันอยู่คนเดียว

#2 By [YU-Gi-Oh!] on 2008-02-12 10:51

Nostalgia...FF6

คุณ Piggy...เรื่องเวปภาพ ไม่เห็นต้องอายเลยนี่ครับ double wink ภาพสวยดีออก ปกติถ้าว่างๆ ผมก็ชอบตระเวนไปดูงาน fanart ของชาวบ้าน จากสารพัดเกมส์ ภาพยนตร์ หรือการ์ตูนต่างๆอยู่เหมือนกัน (เพื่อนผมชอบใช้ deviantart กันครับ)
ว่าด้วย FF7...คู่ A-Zก็เป็นคู่โปรดครับ...นั่นสินะ ถ้าจะว่ากันจริงๆ มันก็ต้อง A-Z กะ C-T นี่เนอะ question

แอริธจัง...พูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่า...เกิดไม่ทันยุค FF6...งั้นคงต้องหักหาญน้ำใจ กราบเรียนตรงๆว่า..จากอายุของเราๆแล้วเนี่ย...ไฟนอลหนึ่งยังทันเลยครับเพ่น้อง !!!

พี่วลาดิมีร์...ฉากสองอันที่ว่ามา ก็เป็นฉากเด็ดของผมเหมือนกันครับ มุขเหรียญสองหน้านี่ ทำให้เอดการ์ดูเท่ห์ขึ้นมาอีก 150 % จริงๆ (ตัวละครโปรดผมนะนั่นbig smile)ส่วนฉากอื่นๆที่ชอบ ส่วนมากจะเกี่ยวกับ Terra นะครับ เรื่องการตามหา แล้วก็เรียนรู้สิ่งที่เรียกว่า "ความรัก" น่ะ แพ้ทางตัวละครประมาณนี้อีกแล้วผม 555
...อะไรนะ ผมมองตัวละครซ้อนทับกับเรย์? บังเอิญครับ บังเอิญ...จริงๆนะ
ภายในปีนี้ ผมรอประกาศ FF5 DS อยู่นะเนี่ย ถ้ามาล่ะก็...ยังไงก็ต้องออกครบไตรภาคแน่ๆ

อาเจ๊หนูน้อยหมวกแดง...ที่สิงห์บุรีนี่ มีเนทให้เล่นนา เร็วใช้ได้เลยด้วย ไว้เดี๋ยวจะเอาภาพไปฝากที่บอร์ดคณะละกัน
ถ้าถามว่ายุ่งมั๊ย...ก็ว่างพอจะมาอัพบล็อกได้น่ะ 555

แกะขาวGono...ดีใจที่มาเยี่ยมกัน ไว้เดี๋ยวกลับกทม.แล้วจะนัดแดร๊กอีกซักที
ส่วนเจ๊หัวบล๊อก...เพื่อนครับ คนละคนกะที่เคยเล่านะ question

#1 By Zieghart on 2008-02-12 10:42