60: My Valentine - ใช้ชีวิต อย่างรู้เท่าทันความรัก
posted on 12 Feb 2008 10:30 by zieghart in My-Sight
![]()
.
สวัสดีครับ
ผ่านมาครบหนึ่งปี…และแล้ว...14 กุมภาพันธ์...เทศกาลแห่งความรัก ก็เป็นอันวนมาถึงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนดังเช่นทุกปี ที่วันๆหนึ่งนี้ จะนำพามาซึ่งหลากคำถาม หลายความรู้สึก แสดงออกมาให้พวกเราได้ร่วมรับรู้
วันๆหนึ่งนี้ เป็นวันที่ผู้ชายจำนวนไม่น้อย ตั้งหน้าตั้งตารอคอยช็อคโกแลต...ผู้หญิงจำนวนมาก เฝ้าหวังจะได้ดอกไม้ช่อโต...คู่รักหลายคู่ เตรียมพร้อมจะรับคำพูดหวานๆที่จะมีให้กัน...แม้ชายโสดหญิงเดี่ยวอีกมากมาย ก็ยังลุ้นรอละครชีวิตบทใหม่ๆ ที่จะมาทำให้หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยว พองโตขึ้นมาบ้าง แม้ซักนิดก็ยังดี...
และแน่นอน...ไม่ใช่ทุกคน ที่จะได้ ”สมหวัง” ในวันแห่งความรักนี้
14 กุมภาพันธ์ วันแห่งความรัก...แม้จะเป็นวันที่มีสเน่ห์อย่างแปลกประหลาด เป็นวันที่บรรยากาศอบอุ่น ลอยอบอวลไปทั่ว...แต่อย่างไรเสีย มันก็เป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง ที่มี 24 ชั่วโมงเฉกเช่นวันอื่นๆ...มีกลางวัน มีกลางคืน...มีการพบเจอ มีการลาจาก...มีคนที่หัวเราะ และมีคนที่ร้องไห้...
แต่น่าแปลก ที่วันที่ชายหญิงควรจะเข้าถึงความรู้สึกของ “ความรัก” ได้มากกว่าวันไหนๆ...กลับเป็นวันที่ พวกเขาและเธอ กลับซึมซับความเจ็บปวด และต้องหลั่งน้ำตามากกว่าทุกๆวัน
...เมื่อถูกรายล้อมด้วยบรรยากาศและความรู้สึก ของความรักความผูกพันธ์ที่รุนแรงมากเป็นพิเศษ จึงอาจจะช่วยไม่ได้ ที่คนหลายคนจะมองย้อนกลับมาถามตัวเองอีกหลายต่อหลายครั้งว่า ชีวิตของตัวเรานี้ มีความสุข และได้รับความรักมากเพียงพอแล้วหรือยัง...?
ผมเชื่อว่า กว่าครึ่ง ตอบว่า “ ไม่ ” และกว่าครึ่ง ต้องการสิ่งที่ ”มากกว่า” ที่มีอยู่
สนามหญ้าหน้าบ้านคนอื่น มักดูเขียวกว่าของบ้านตัวเองเสมอ...คำกล่าวนี้พิสูจน์ความจริงแท้มาแล้วแสนนาน...คนเรามักไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ และมักคาดหวังที่จะได้พบเจอ ได้ครอบครองสิ่งใหม่ๆ ที่ (คิดว่าน่าจะ) ดีกว่า ดึงดูดกว่า น่าสนใจกว่า และเหมาะกับเรามากกว่า...โดยหารู้ไม่ว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งใหม่ๆที่ไม่สิ้นสุดนั้น ตัวเขาหรือเธอ ต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง...ทั้งเวลา ความรู้สึก ความสัมพันธ์ และอาจเลยไปถึงคนสำคัญที่เคยอยู่เคียงข้าง
ที่ร้ายยิ่งกว่าก็คือ...แม้เมื่อได้ไปถึงจุดที่ต้องการแล้ว...ในไม่ช้า คนเหล่านั้น ก็มักจะไปจบลงด้วยการยกคำถามเดิมๆ มาถามตัวเองอีกหลายครั้ง ว่า...ชีวิตของตัวเรานี้ มีความสุข และได้รับความรักมากเพียงพอแล้วหรือยัง...?
...วงจรแห่งความทุกข์ ความดิ้นรน และความคงอยู่ไม่ได้นี้ ก็ยังหมุนวนต่อไป...
เมื่อไม่นานมานี้ ตัวผมได้มีโอกาสเข้ารับฟังการบรรยายของอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งจากเชียงใหม่ และพบว่า ท่านได้ถ่ายทอดเรื่องราวดีๆมากมายเหลือเกิน (ซึ่งถ้ามีโอกาส ผมคงได้พูดถึงท่านอย่างละเอียดอีกครั้ง) หนึ่งในนั้นคือ เรื่องราวของ การแสวงหา “ความสุข”
โลกทุกวันนี้ เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆที่พร้อมจะสร้างความสุขให้กับผู้คน แต่คนจำนวนมาก กลับมีความทุกข์มากกว่าที่เคย...เพราะอะไร ?
...อาจเพราะคนเรามีเวลาที่จะอยู่กับตัวเองน้อยลง มีเวลาพูดคุย มีเวลาให้ความสำคัญกับตัวเองน้อยกว่าที่เคยมี และที่ควรจะมี
จนสุดท้าย เราก็เลิกที่จะมองหาคุณค่าในตัวเอง เลิกคิดที่จะสร้างความสุขด้วยตัวของเราเอง
“อย่านำความสุขของตัวเอง ไปแขวนไว้ที่คนอื่น” อาจารย์แพทย์ท่านนั้น ย้ำคำนี้หลายต่อหลายครั้ง...เป็นประโยคที่ชัดเจน และใช้ได้จริงในทางปฎิบัติ ไม่ว่าจะโดยใคร กับใคร หรือด้วยเรื่องอะไร...แต่ทุกวันนี้ คนจำนวนมาก ก็ยังคงแขวนความสุขตัวเอง ไว้กับคนรอบข้าง และฝาก ”เงื่อนไข” ที่จะมีความสุข ให้คนอื่นดูแล
ในเมื่อตัวเรา ไม่ได้เป็นคนที่จะกำหนดความสุขให้ตัวเองเสียแล้ว...จึงไม่น่าแปลกใจ ที่คนเหล่านี้ จะหาความสุขไม่พบ ในเวลาที่ต้องการมันมากที่สุด
เราเลือกที่จะเฝ้ารอคอยโทรศัพท์จากคนรัก และร้อนรน ไม่พอใจทุกครั้ง ที่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้ติดต่อมา
เราเลือกที่จะรอคอยของขวัญ ดอกไม้ หรือคำหวานจากคนรัก และโมโห น้อยใจทุกครั้ง ที่ฝั่งตรงข้ามให้ไม่ได้
เราเลือกที่จะคาดหวังการปฎิบัติต่อกันที่ชัดเจน อ่อนโยน และตรงใจเรา และผิดหวัง เสียใจทุกครั้ง ที่ฝั่งตรงข้ามไม่เข้าใจ
ฯลฯ
ความทุกข์ที่เกิดขึ้น ล้วนมาจากปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตัวเราทั้งสิ้น
แล้วหากเป็นเช่นนั้นแล้ว เราจะมัวคาดหวังกับตัวแปรที่เรากำหนดไม่ได้ไปทำไมกัน?
เมื่อมองย้อนมาที่ตัวเองทุกครั้ง...แทนที่จะคอยมองหาข้อผิดพลาด ช่องโหว่ หรือสิ่งที่ตัวเราไม่มีแล้ว...
จะดีกว่าไหม ที่เราจะเปลี่ยนมามองหาข้อดี จุดเด่น หรือสิ่งที่ตัวเราสามารถทำได้แทน
เราจะไม่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า...ทำไม ชั้นไม่มีความสุขเลย...ทำไม คนอื่นมีความสุขมากกว่าตัวชั้น
แต่เราจะถามเสียใหม่ว่า...ทำยังไง ตัวชั้นถึงจะมีความสุข...ทำยังไง ตัวชั้นถึงจะยิ้มออกมาได้ พร้อมกับคนรัก
คนหลายคน ปล่อยให้คนรอบข้าง มามีอิทธิพลเหนือชีวิตและความสุขของตัวเอง...โดยละเลยคำว่า”ตัวเรา” ออกไปจากการเป็นประธานของประโยค...ลืมไปเสียสนิทว่า “ตัวเรา”เองนี่ล่ะ ที่จะต้องเป็นคนสร้างความสุขให้ตัวเอง
ก่อนที่จะให้คนอื่นมาสร้างความสุขให้เรา...ก่อนที่จะให้เราไปสร้างความสุขให้คนอื่น...สิ่งแรกสุดก็คือ เราต้องสร้างความสุข”ให้ตัวเอง”และ “โดยตัวเอง” เสียก่อน...สิ่งอื่นๆที่เราคาดหวัง จึงจะเป็น consequence ตามมาในภายหลัง
เราสามารถเริ่มโทรไปหาอีกฝ่าย ซื้อของให้อีกฝ่าย ดูแลอีกฝ่าย และบอกกล่าวความรู้สึก ความต้องการของตัวเอง ให้อีกฝ่ายได้รับรู้...ได้เข้าใจให้ตรงกัน โดยไม่ต้องมานั่งกังวลกับความคาดหวังที่ไม่แน่ไม่นอนอยู่อย่างเดียว
เทศกาลวันแห่งความรักนี้...อย่าปล่อยให้บรรยากาศและคนรอบตัว มาทำให้เราเกิดความทุกข์อย่างเปล่าประโยชน์...เลิกคิดเรื่องราวในแง่มุมที่ประชดประชันทำร้ายตัวเอง...เลิกน้อยใจกับสิ่งใดๆที่ไม่เป็นไปดังคาดหวัง...เลิกกระวนกระวายกับความรู้สึกไม่มั่นคงหรือหวาดระแวงคนข้างตัว...และที่สำคัญ อย่าลืมนะครับว่า...
อย่าแขวนความสุขของตัวเอง ไว้กับคนอื่น
และเราไม่จำเป็นต้องตั้งเงื่อนไข เพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข
สุขสันต์วันแห่งความรัก...ไม่ว่าคุณจะอยู่เป็นคู่ หรืออยู่ตัวคนเดียว...อย่างน้อยที่สุด คุณก็ยังสามารถรักตัวคุณเองได้อย่างมีคุณค่า และไม่อายใคร...ขอเพียงแค่ คุณรู้จักที่จะ”รัก” อย่างรู้เท่าทัน
.
รักความรู้สึกดีๆที่มีให้
.
รักคนอ่านครับ (^_0)//
ปล. จากการเคยใช้ชีวิตนักเรียนแถวปากคลองตลาดมานานปี...ภารกิจสำรวจราคาสินค้า จึงเหมือนงานอดิเรกกลายๆของผมและเพื่อนสนิท...และขอแจ้งให้ทราบว่า ราคาดอกกุหลาบ @ ปากคลองเมื่อวันก่อน พุ่งจากกำละ 30-50 บาท เป็น 300-500 บาทเสียแล้ว...ส่วนดอกลิลลี่สีขาวเจ้าประจำของผม ก็กลายเป็นกิ่งละร่วมร้อยกว่าบาท...นี่แค่ราคาดอกไม้ที่ยังไม่ได้จัดนะครับ...ท่าทางว่า คนที่ยิ้มแก้มปริที่สุดในวันแห่งความรัก ก็คงเป็นร้านดอกไม้และร้านของหวานนั่นแล
... ดูแลสุขภาพความรัก และสุขภาพกระเป๋าสตางค์ของท่านไว้ให้ดี...
...ขอให้ มีความสุข ในวันแห่งความรักนะครับ...
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
ละ
คุณ Piggy...เรื่องเวปภาพ ไม่เห็นต้องอายเลยนี่ครับ
ว่าด้วย FF7...คู่ A-Zก็เป็นคู่โปรดครับ...นั่นสินะ ถ้าจะว่ากันจริงๆ มันก็ต้อง A-Z กะ C-T นี่เนอะ
แอริธจัง...พูดออกมาเต็มปากเต็มคำว่า...เกิดไม่ทันยุค FF6...งั้นคงต้องหักหาญน้ำใจ กราบเรียนตรงๆว่า..จากอายุของเราๆแล้วเนี่ย...ไฟนอลหนึ่งยังทันเลยครับเพ่น้อง !!!
พี่วลาดิมีร์...ฉากสองอันที่ว่ามา ก็เป็นฉากเด็ดของผมเหมือนกันครับ มุขเหรียญสองหน้านี่ ทำให้เอดการ์ดูเท่ห์ขึ้นมาอีก 150 % จริงๆ (ตัวละครโปรดผมนะนั่น
...อะไรนะ ผมมองตัวละครซ้อนทับกับเรย์? บังเอิญครับ บังเอิญ...จริงๆนะ
ภายในปีนี้ ผมรอประกาศ FF5 DS อยู่นะเนี่ย ถ้ามาล่ะก็...ยังไงก็ต้องออกครบไตรภาคแน่ๆ
อาเจ๊หนูน้อยหมวกแดง...ที่สิงห์บุรีนี่ มีเนทให้เล่นนา เร็วใช้ได้เลยด้วย ไว้เดี๋ยวจะเอาภาพไปฝากที่บอร์ดคณะละกัน
ถ้าถามว่ายุ่งมั๊ย...ก็ว่างพอจะมาอัพบล็อกได้น่ะ 555
แกะขาวGono...ดีใจที่มาเยี่ยมกัน ไว้เดี๋ยวกลับกทม.แล้วจะนัดแดร๊กอีกซักที
ส่วนเจ๊หัวบล๊อก...เพื่อนครับ คนละคนกะที่เคยเล่านะ
#1 By Zieghart on 2008-02-12 10:42