.

Cherish your Life.

                                                            ~ Johnathan Kramer ~

.

สวัสดีเดือนมีนาครับ....เพิ่งกลับมากรุงเทพเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง...คิดมาหลายตลบ ยังไงผมก็ชอบชีวิตกทม.มากกว่าอยู่ดีแฮะ ได้ทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ไม่ค่อยมีแก่นสาร แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆนั่นแล

...วันนี้มีเรื่องมาคุยเล่นอีกแล้ว...เมื่อวันก่อนได้เข้าไปเห็นกระทู้ในห้องย่อยการ์ตูน โต๊ะเฉลิมไทย บอร์ด pantip นะครับ เป็นกระทู้ว่าถึงเรื่อง "การ์ตูนที่อ่านแล้วหดหู่"...ก็มีหลายท่านแสดงความเห็นมาเยอะเลย และไหนๆผมก็ไม่ได้เขียนเรื่องการ์ตูนมานานแล้ว...วันนี้ก็เลยคิดจะยกเรื่องหดหู่ๆมาพูดถึงบ้าง...

นับคร่าวๆ ถึงตอนนี้...ผมก็อ่านหนังสือการ์ตูนมาเกือบ 20 ปีเห็นจะได้...พวก "เรื่องที่อ่านแล้วหดหู่" ก็ผ่านตามาเยอะ ถึงขั้นที่ว่าแหยง ไม่อยากอ่านอีกรอบเลยก็มี...

แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ...ความหดหู่และสิ้นหวังนั้น ไม่มีข้อดีเลยหรือ? ภาพยนตร์หลายเรื่อง หนังสือหลายเล่ม แม้จะโศกเศร้าและเหงาจับใจเพียงใด ก็ยังคงเป็นที่กล่าวขวัญ...ทำไม?

...มีคนเปรียบไว้เหมือนเมื่อเราได้ประสบพบเจอเรื่องราวอันน่าหวาดหวั่น ไม่ว่าจะด้วยตัวเอง หรือด้วยเรื่องเล่าเรื่องแต่งใดๆก็ตามที...นอกจากความน่ากลัว ความกดดัน และความตึงเครียดแล้ว...ความรู้สึกอีกอย่างที่ได้รับมาหลังจากนั้นก็คือ "ความรู้สึกปลอดโปร่ง" ที่อยู่สุดปลายของอุโมงค์

เหมือนกับที่เกิดในช่วงเวลาที่เราผ่านเรื่องราวคับขันมาได้...พอฝนซา ฟ้าใส...ความรู้สึกปลดปล่อยชนิดที่ว่า...อา...ชีวิตช่างมีคุณค่าเหลือเกิน...ก็จะพลันเกิดขึ้น...เพื่อนๆบางคนก็อาจจะเคยมีความรู้สึกแบบนั้น

"ความทุกข์" ทำให้คนหันกลับมามองตัวเอง และคิดจะพัฒนาตัวเอง ได้มากกว่า "ความสุข"

จริง?...หรือไม่จริง?

ความเห็นของผม เอาไว้ท้ายสุดเลยดีกว่า...มาครับ ก่อนอื่นใด ผมจะยกมินิรีวิว การ์ตูน 7 เรื่องราว (ที่ไม่ได้เรียงลำดับอะไร) ซึ่งสร้างความรู้สึกกดดัน หดหู่ และตึงเครียดมากๆ จนหลายคนถึงกับกุมขมับ...อ่านๆไปก็ลองคิดดูเล่นๆด้วยนะครับ ว่านอกจากความรู้สึกด้านลบแล้ว...ตัวเรายังสามารถหา"ด้านบวก"อะไรได้จากตรงนี้....

มี ?...หรือไม่มี ?

จุดประกาย?...หรือขายความอึดอัด?

ท้ายเอนทรีมาเจอกันใหม่ครับ

.

See what I see - เรื่องราวฉากหน้า ในรูปแบบย่อความ ปูพื้นผู้ไม่เคยผ่านตา

Feel what I feel - เรื่องราวฉากหลัง ในรูปแบบมุมองส่วนตัว เน้นหลักที่ความนัยของเรื่อง

Save as I save - เรื่องราวเอกเทศ ในจุดยืนของบุคคลที่สาม เราจะทำยังไงกับชีวิตที่มันย่ำแย่และไร้ซึ่งอนาคต?

1. Neon Genesis Evangelion

 

See what I see

เรื่องราวเริ่มต้น เมื่อกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตลึกลับที่บริเวณขั้วโลก ซึ่งนับเป็นตัวต่อชิ้นสุดท้ายที่สำคัญยิ่ง ในแผนการลับเพื่อการ"พัฒนามนุษยชาติ"....แต่ในขณะที่กำลังพยายามเคลื่อนย้ายร่างอันทรงพลังนั้นกลับมา...ก็พลันเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น จากพลังอันมหาศาลที่ปลดปล่อยจากร่างน้อยๆนั้น...นับจากนั้นมา โลกทั้งใบ และเหล่ามวลมนุษย์ ก็เริ่มต้นนับเวลา...ย้อนถอยไปสู่จุดสิ้นสุด...

สิ่งมีชีวิตลึกลับที่มีรูปแบบใกล้เคียงกัน ทยอยปรากฎตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งหวังจะแย่งชิง"ร่างต้น"ที่ถูกครอบครองโดยฝีมือมนุษย์...ไพ่ตายเพียงหนึ่งเดียว ที่จะต่อกรกับสัตว์ประหลาดอันน่าพรั่นพรึงนั้นได้ ก็คืออาวุธชีวภาพอันทรงพลัง...ที่บังคับโดยเด็กน้อยที่เกิดในปีแห่งโชคชะตา...อาวุธขนาดมหึมาที่เรียกว่า "เอวานเกเลียน"

.

Feel what I feel

ดูเผินๆแล้ว...เรื่องที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน"ตำนาน"ของวงการการ์ตูนแดนอาทิตย์อุทัยนี้...ก็เหมือนจะเป็นแค่การ์ตูนแอคชัน-ไซไฟ ที่ขายการต่อสู้ระหว่างหุ่นยนตร์ยักษ์ และสัตว์ประหลาดๆที่โผล่มาตัวละไม่เกิน 30 นาที(รวมเวลาพักครึ่งโฆษณา)...ซึ่งไม่ผิดซะทีเดียวครับ ถ้าหากว่า ตัวเอกทั้งสามของเรื่อง ไม่ได้เป็น...

.

- เด็กสาววัย 14 ปี ที่เกิดจากการผสมเทียมด้วยอสุจิและไข่ที่คัดคุณภาพมาอย่างดี

อัจฉริยภาพของเธอ กลายเป็นหลักฐานเพียงหนึ่งเดียว ที่จะยืนยันความหมายในการมีชีวิตอยู่

แม่แท้ๆที่คอยชื่นชม เสียสติ และฆ่าตัวตายต่อหน้า

การต่อสู้ของเธอ ยังต้องดำเนินต่อไป เพราะมันเป็นเหตุผลที่เธอเกิดมา

แต่ยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกสูญเสียมากขึ้นเท่านั้น

พันธนาการของเธอหนาแน่นขึ้น พร้อมๆกับภาระที่เพิ่มพูนขึ้นตามวันเวลา

และแล้ว...เมื่อต้องพ่ายแพ้แก่เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ครั้งแล้วครั้งเล่า

...ตัวตน และความหมายที่จะมีชีวิตอยู่เพียงหนึ่งเดียวของเธอ ก็พลันหายไป...

.

- เด็กสาววัย 14 อีกหนึ่งคน...เป็นเหมือนเพียงภาชนะว่างๆ ที่ไว้บรรจุชีวิต และความทรงจำของคนรอบข้าง

ตัวเธอไร้ซึ่งสิ่งเปล่าประโยชน์ใดๆ ที่จะขัดขวางเป้าหมายในการมีชีวิต....อารมณ์ ความรู้สึก ความคิดเห็น และการแสดงออก ไม่ได้สร้างสรรค์อะไร และเธอไม่จำเป็นต้องมี

มีชายเพียงคนเดียวที่เธอเปิดใจ และสร้างสายสัมพันธ์ด้วย

ความรัก? ความเคารพ? ความผูกพันธ์ที่อธิบายไม่ได้?...สิ่งเหล่านี้ยังไม่มีนิยามที่ชัดเจน

และแล้ว...เมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เข้ามาเพิ่มเติม เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต...เกราะที่เคยอยู่รอบตัว ก็เริ่มสั่นไหว

ชีวิตอันโดดเดี่ยวของเด็กสาว มีคนอีกคนหนึ่งเข้ามาอยู่ร่วม และ"ความรู้สึก"บางอย่าง ก็เริ่มก่อตัวขึ้น

ความรัก? ความผูกพัน? ความสนใจ?....สิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่มีนิยามที่ชัดเจน

วินาทีที่เธอตอบคำถามที่ค้างคาตัวเองมาทั้งชีวิตได้ คือวินาทีก่อนหน้าที่เธอจะจบชีวิตลง..

.

- เด็กหนุ่มวัย 14 อีกหนึ่งคน...คุ้นชินกับการใช้ชีวิตในโลกส่วนตัวของตน มากกว่าการมีปฎิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

คุณแม่ "เสียชีวิต" ไปต่อหน้า ทิ้งไว้เพียงความทรงจำที่สับสนและเลือนลาง

คุณพ่อ "ลาจาก" ชีวิตของเขาไปตั้งแต่นั้น ด้วยจุดประสงค์ที่เขาไม่มีทางเข้าใจ

หลังจากที่ห่างเหินกันเนิ่นนาน การติดต่อครั้งแรกจากผู้ให้กำเนิด  คือคำสั่งให้ออกไปต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่โตและทรงพลัง

จากเด็กมัธยม กลับกลายมาเป็นกุญแจสำคัญที่จะปกป้องคนทั้งโลก

เด็กธรรมดาๆ ที่ไม่เคยมีใครสนใจ และไม่เคยต้องสนใจใคร...เริ่มจะคุ้นชินกับสายตาที่คาดหวัง และคำพูดที่ปลุกเร้า

แต่ยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่ เค้าก็เริ่มสูญเสียความเป็นตัวเองมากขึ้นทุกที

คำถามที่ว่า ต่อสู้ไปทำไม และต่อสู้เพื่อใคร ถูกยกขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีก

ชีวิตของเด็กหนุ่ม ไม่เคยอยู่ในการควบคุมของเขาเลย...นับตั้งแต่จุดเริ่มต้น 

แต่ทั้งหมดนั่น ไม่เท่ากับ"สายสัมพันธ์"รอบข้าง ที่เริ่มจะเบาบาง และทยอยขาดสะบั้นลง

ผู้หญิงที่เขาสนใจ เริ่มจะเปิดใจให้ และพร้อมที่จะให้เขา ก้าวเข้าไปในโลกของเธอ....เธอเสียชีวิตในไม่กี่วันถัดมา

ผู้หญิงอีกคนที่เขาสนใจ เริ่มจะเปิดใจให้ และยอมรับในสิ่งที่เขามี แต่เธอไม่มี...เธอเสียสติ และหนีจากความเป็นจริง ไม่เป็นผู้เป็นคน หลังจากนั้นไม่นานนัก

ผู้หญิงอีกคนหนึ่ง คอยดูแล และให้กำลังใจตัวเขามาตลอด ไม่ว่าเขาจะล้มเหลวหรือออกนอกลู่นอกทางกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง...เธอปลีกตัวออกไป จมปลักกับอดีตและปัญหาของตัวเอง ในเวลาที่เขาต้องการเธอมากที่สุด

ผู้ชายอีกหนึ่งคน ปรากฎตัวออกมาในยามที่เขาไม่มีใคร และเริ่มมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา เติมเต็มให้กับทุกช่องว่างที่เขาเคยขาดหายไป...เขาฆ่าเพื่อนคนสำคัญคนนี้ลง ด้วยมือของตัวเขาเอง...

Save as I save

ตลอดทั้งเรื่อง...Evangelion ซุกซ่อนเรื่องราวปัญหาของเหล่าเด็กน้อยในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ....ปัญหาครอบครัว การไม่มีคนควบคุมพฤติกรรมและรูปแบบการคิด การค้นหาตัวเอง การต้องการเป็นที่ยอมรับ การประเมินคุณค่าของตนและคนรอบข้าง การเปิดใจรับสังคมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ฯลฯ ทั้งหมดถูกใส่มาอย่างต่อเนื่อง และทำให้คนดู ทั้งอึดอัด ทั้งเห็นใจกับ"ชีวิต" และ"อนาคต" ของเหล่าเด็กน้อย...ที่ดูยังไงก็ไม่มีทางสดใส

...หลายประเด็นดูเสียดสี และเป็นตลกร้าย แต่ทุกๆข้อ ก็อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ และพบได้จริงในสังคมทุกวันนี้...สังคมที่เด็กน้อยที่สูงแค่เอวของเราๆท่านๆ เริ่มต้นที่จะเปิดคอมพิวเตอร์ และก่อความวุ่นวายที่พวกเขาไม่ต้องรับผิดชอบ...เริ่มต้นมีความสุขกับการคบหา และทำตัวยิ่งใหญ่กับคนนับพันนับหมื่น โดยที่ไม่จำเป็นต้องลุกออกจากห้องนอนที่อบอุ่นและปลอดภัย

<