.

ห่างหายไปนาน กับซีรีย์ Medicine in Fiction ของผมนะครับ...จริงๆมีมุขที่อยากจะเขียน แต่ขอสะสางต้นฉบับเก่าๆก่อนละกัน ^^"

เมื่อคราวก่อน ได้พูดไปถึงเรื่องของ "การหนีจากอดีต" ที่ตัวเองไม่อยากจดจำ โดยการยกกลไกป้องกันตัวเอง (Defence mechanism) ออกมาใช้ และได้เอาตัวเอกของเกมส์ซีรีย์ดัง Final Fantasy VII มาใช้เป็น case study

"คลาวด์" ช่วงชีวิตดุจเมฆหม่น - ภาคต้น

"คลาวด์" ช่วงชีวิตดุจเมฆหม่น - ภาคปลาย

มาคราวนี้ เป็นบทความต่อเนื่อง ที่จะจับประเด็นเรื่อง "พัฒนาการ" ทางความนึกคิดของเด็กน้อย ซึ่งเป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู ทำให้มีการแสดงออกในวัยผู้ใหญ่ที่ไม่ตรงไปตรงมา...case study ของงานนี้ก็คือ ตัวเอกอีกหนึ่งคน จาก Final Fantasy VIII ที่เพื่อนๆน่าจะเคยผ่านตามาบ้างนั่นเอง...ยาวซักนิด แต่เนื้อหาไม่น่าจะตกหล่นครับ...ขอเชิญติดตาม...

---------------------------------------------------------------------------------

.

เมื่อคราวก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึง "คลาวด์" ตัวเอกคนหนึ่ง จากซีรีย์ไฟนอล แฟนตาซี ซึ่งใช้เวลากว่าค่อนชีวิตของเขา สร้างเปลือกปลอมๆขึ้นมาบดบังความรู้สึกผิด และวิ่งหนีอดีตของตนอย่างสุดกำลัง...มาคราวนี้ เราจะมาพูดถึงตัวเอกอีกหนึ่งคน จากอีกหนึ่งเรื่องราว ซึ่งมีโจทย์ที่แตกต่างกัน แต่ต้องประสบความทุกข์ใจกับเรื่องราวเหล่านั้นเฉกเช่นเดียวกัน

เราจะพูดถึง ชายหนุ่มวัย 17 อีกหนึ่งคน ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่แผลเป็นที่พาดเด่นอยู่กลางใบหน้า และอุปนิสัยเงียบขรึม ไม่เปิดใจให้กับใคร

ครับ วันนี้เราจะมาพูดถึง ชายหนุ่มหัวใจสิงห์ นาม สคอลล์ เลออนฮาร์ท

" Squall " - ความทรงจำดั่งพายุคลั่ง

เมื่อแรกเกิด สคอลล์ ก็เป็นดังเช่นเด็กน้อยอีกมากมายในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งไม่มีโอกาสได้สัมผัสความอบอุ่นจากผู้ให้กำเนิด..เหตุเพราะว่า ณ ขณะนั้น เป็นยุคที่การปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ได้แผ่ขยายสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว โดยผู้นำสูงสุด คือหญิงสาวผู้เหี้ยมโหด และทรงพลังราวกับหลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการ ที่ได้รับการขนานนามว่า แม่มดอาเดล

พ่อของเด็กน้อย ได้จากบ้านไปตั้งแต่ก่อนที่ตัวเขาจะทันลืมตามาดูโลก ด้วยภารกิจไล่ตามหาเด็กสาวอีกหนึ่งคน ที่เขารักเหมือนลูกแท้ๆเช่นกัน...เด็กสาวคนนั้น ถูกช่วงชิงไปโดยกองกำลังแม่มด เพื่อทดลองถึงพลังเหนือธรรมชาติบางอย่าง...เป็นพลังที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงยุคสมัย และมีบทบาทอย่างมาก ต่อช่วงชีวิตของตัวเด็กหนุ่มเองในภายหลัง...

การเดินทางอันยาวนานเพื่อช่วงชิงเด็กสาวนั้น แม้จะไม่ราบรื่น แต่ก็สามารถจบลงด้วยดี...สาวน้อย "เอลโอเน่" ได้กลับมายังบ้านเกิดในที่สุด...ทว่า ชายหนุ่มผู้เป็นเหมือนพ่อเลี้ยงที่แสนใจดี กลับติดพันธะสำคัญอีกมาก ในการเป็นผู้นำกองกำลังปลดแอกจากแม่มด ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านพร้อมกับลูกสาวผู้น่ารัก...ตัวเขาพลาดโอกาสสำคัญยิ่ง ที่จะได้เห็นหน้าลูกชายคนสำคัญเมื่อแรกเกิด...และที่ร้ายกว่านั้น ตัวเขาไม่ได้อยู่ดูใจ เมื่อคราวที่ภรรยาสุดที่รักของเขา เสียชีวิตลง...ไม่นานหลังจากที่คลอดเด็กชายออกมา

...เด็กชายผู้ที่พวกเขาคาดหวังจะให้มีหัวใจที่แข็งแกร่งกว่าใคร อ่อนโยนยิ่งกว่าใครๆ และเป็นที่พึ่งของคนรอบข้างได้มากกว่าคนไหน...สคอลล์ เลออนฮาร์ท

เมื่อมารดาจบชีวิตลงตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ สคอลล์จึงถูกพาตัวมายังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พร้อมๆกับเอลโอเน่พี่สาว ซึ่งเป็นเหมือนกับสายสัมพันธ์สุดท้ายที่เขาเหลืออยู่

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ดำเนินการโดยหญิงกลางคนผู้อ่อนโยน นามว่า อีเดีย และสามีของเธอ...แม้ตัวเธอจะสืบทอดพลังเหนือธรรมชาติจากแม่มดมาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก แต่ก็ยังสามารถควบคุมพลังนั้นไว้ และต้องการจะถ่ายทอดความรัก และชดเชยความรู้สึกผิดของเธอ ให้กับเหล่าเด็กน้อยที่สูญเสียพ่อแม่ไปกับสงครามที่ไร้ความหมายในยุคปัจจุบัน

แต่แม้ว่า จะถูกเลี้ยงดูโดยคู่สามีภรรยาที่น่ารักเพียงไร ถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูงวัยใกล้เคียงจำนวนมากมายแค่ไหน...ตัวเด็กน้อยสคอลล์เอง กลับไม่รู้สึกว่า ตนจะสามารถหาความอบอุ่นอื่นใดได้ นอกจากการอยู่ใกล้ชิดกับเอลโอเน่..."พี่สาว" เพียงหนึ่งเดียวของตน

สัญชาตญาณแรกสุดของสิ่งมีชีวิต ต่างต้องการแสวงหาความรู้สึก "อบอุ่น" และ "ปลอดภัย" ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ให้พัฒนามาเป็นการปรับตัวดิ้นรน ต่อสู้เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ ก่อนที่จะเติบใหญ่ เข้าสังคม และสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป...

น่าเสียดาย ที่สคอลล์ไม่ได้รับสิ่งเหล่านี้ในลำดับขั้นที่เหมาะสม...ตัวเขาเริ่มต้นชีวิตตั้งแต่ศูนย์ โดยที่ไม่ได้รับรู้ความรักจากผู้ให้กำเนิด

"ความทรงจำ"อันดับแรกของเขา จึงไม่ใช่สัมผัสที่อบอุ่นจากพ่อและแม่ อันเป็นชนวนเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ที่คนเราพึงจะต้องครอบครอง ก่อนจะถ่ายทอดความอบอุ่นนั้นให้คนรอบข้าง

...เมื่อไม่ได้เริ่มต้นก้าวแรกมาจากการได้รับความรัก จึงยากนัก ที่จะส่งมอบความรักต่อให้คนอื่น...สคอลล์พัฒนาความรู้สึกที่จะถ่ายทอด"ความรัก"และ"ความห่วงใย"ต่อคนรอบข้าง ไม่ชัดเจนเท่าที่ควรจะเป็น...

ก่อนที่ตัวเราจะพึงรัก พึงไว้วางใจ และพึงมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้น ตัวเราเอง ต้องเริ่มจากได้รับสิ่งเหล่านั้นมาเป็นพื้นฐานเสียก่อน...ค่อยๆศึกษา และรับรู้รูปแบบของสายสัมพันธ์ที่หลากหลาย ซึ่งผ่านเข้ามาในตัว...เข้าใจได้เองว่า ความรู้สึกใดก่อประโยชน์ ความรู้สึกใดก่อโทษ...สิ่งไหนทำให้อบอุ่น สิ่งไหนทำให้อ้างว้าง...

ทว่า ตัวสคอลล์ซึ่งมี"ความทรงจำ"อันดับแรก เป็นความโดดเดี่ยวไม่มีใคร จึงทำให้เขาหวาดกลัวที่จะรับรู้ ศึกษา และถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่างๆของตัวเอง ให้กับคนรอบข้าง

ตัวเขาเริ่มต้นจากการอยู่เพียงตัวคนเดียว และเผชิญกับหลากหลายความรู้สึกที่ถ่ายทอดเข้ามาจากคนรอบข้าง...ความเห็นอกเห็นใจ ความสงสาร ความก้าวร้าว ความอ่อนแอ ความสมเพช ความหวาดหวั่น ฯลฯ ไม่ว่ามันจะเป็นความรู้สึกด้านบวกหรือด้านลบก็ตามที สำหรับเด็กน้อยผู้โดดเดี่ยวแล้ว สิ่งเหล่านั้นก็ให้ผลที่ไม่ต่างกัน...มันทำให้เขาหวาดกลัว และรู้สึกไม่มั่นคง

"ความอบอุ่น" และ "ปลอดภัย" สำหรับเด็กกำพร้าเช่นตัวเขา ซึ่งถูกโยนเข้ามาในกลุ่มคนหมู่มากอย่างทันทีทันใดนั้น...หากจะมี ก็คงเพียงแค่จาก"พี่สาว"คนสำคัญ...คนๆเดียวที่อยู่ในความทรงจำและสัมปชัญญะของตัวเขา ตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย

...เอลโอเน่ เป็น"สายสัมพันธ์"เพียงหนึ่งเดียว ที่สคอลล์เหนี่ยวรั้งไว้อย่างสุดแรงเกิด

เอลโอเน่เป็นเด็กหญิงที่มีอายุมากกว่าคนส่วนใหญ่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้น...คนเกือบทั้งหมด จึงรักและนับถือเธอเหมือนกับเป็นพี่คนโตของทุกๆคน แต่มีสคอลล์เท่านั้น ที่ยึดมั่น และติดพันเอลโอเน่มากกว่าใครๆ..."น้ำหนัก"ของความรู้สึกที่มีให้กับฟางเส้นสุดท้าย เหนียวแน่นกว่าที่คนอื่นๆจะหยั่งถึง...

แต่แล้ว เหมือนดังโชคชะตากลั่นแกล้ง...การตามล่าเด็กสาว เพื่อนำไปทดลองเรื่อง "พลังเหนือธรรมชาติ"ของเธอ ยังคงดำเนินต่อไป...อีเดียและสามี ส่งตัวเอลโอเน่ให้เดินทางหนีไปกับเรือขนาดยักษ์ ที่เป็นเหมือนสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากลางทะเล...และปล่อยให้เด็กสาวเติบโตอยู่ ณ ที่นั้น เป็นเวลาอีกกว่าสิบปี...

"พี่สาว" และ "สายสัมพันธ์" อันเป็นเหมือนหลักฐานเพียงหนึ่งเดียว ที่ยืนยันกับตัวสคอลล์ว่า เขายังมีคนที่รัก ยังมีคนที่ปกป้อง และยังมีคนให้ยึดเหนี่ยว...พลันหายสาบสูญไปต่อหน้าต่อตา...ดังฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เด็กน้อยที่กระเสือกกระสน คว้าความรักมาจากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีใครเคียงข้าง...กลับถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังอีกครั้ง...

สคอลล์เศร้าเสียใจ และหมกมุ่นกับความผิดหวังที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน...ได้เพียงพร่ำหาพี่สาวคนสำคัญของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้ตัวเอลโอเน่กลับคืนมา...เขาจะไม่ร้องไห้ เขาจะเข้มแข็ง และเขาจะยืนหยัดให้ได้มากกว่าที่เคย...

.....

ไม่มีเสียงตอบรับ เอลโอเน่ไม่ได้กลับมาพบกับน้องชายคนนี้อีกเลย

จากพฤติกรรมการเรียนรู้ บ่งชี้ว่า สิ่งมีชีวิตที่พัฒนามาจนมีสติปัญญาควบคู่กับสัญชาติญาณ จะเรียนรู้และเติบโตจากความผิดพลาดที่เคยพบ และเมื่อเจอกับปัญหาเดิมอีกครั้ง ก็พร้อมที่จะมีการตอบสนองที่เปลี่ยนแปลงไป...ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลงก็ตามที

ด้วยเหตุนี้ สำหรับสคอลล์แล้ว..."การแยกจาก" จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความอันตราย ความไม่มั่นคง และความรู้สึกที่แตกสลาย...หนทางเดียวที่จะป้องกันการสูญเสีย "สายสัมพันธ์" ไปได้ ในสายตาของเด็กน้อยผู้โดดเดี่ยวแล้ว...ก็มีแต่เพียงการ "ไม่สร้าง"มันขึ้นมาเสียตั้งแต่ต้นเท่านั้น...

สคอลล์เติบโตมา ด้วยการสร้างกรอบป้องกันอย่างที่เขาต้องการ เขากลายเป็นคนเงียบขรึม ไม่สนใจใคร และพยายามมีชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียว ไม่มีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่น

...เขาทำตามสิ่งที่เขาเชื่อได้อย่างดี และเติบโตมาเป็นทหารรับจ้างที่มีฝีมือสูงส่ง...แต่น่าขำ ที่ยิ่งชายหนุ่มพยายามทำตัวโดดเดี่ยวมากแค่ไหน มันก็ยิ่งดึงดูดความสนใจของคนรอบข้าง และกลายเป็นเสน่ห์อันน่าพิศวง ที่ทำให้ผู้อื่นอยากเข้าหามากยิ่งขึ้น...ยังไม่ต้องพูดถึง"ฝีมือ"แท้ๆ ที่ได้รับการขัดเกลา จนโดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมรุ่นทุกๆคน

แต่แล้ววันหนึ่ง เปลือกหนาๆ ที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นมาอย่างเร่งร้อน ก็ถูกทำให้สั่นไหว...เมื่อหญิงสาวนาม "รีนอร์ ฮาร์ททิลลี่" ได้ปรากฎตัวขึ้น

...สาวน้อยผมดำยาว คนที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกแรกว่า...หล่อนช่างอ่อนต่อโลกสิ้นดี...ทั้งไม่ยอมรับด้านที่โหดร้ายของสังคม และพยายามอย่างเอาเป็นเอาตาย ที่จะต่อสู้เพื่อสิ่งที่เธอคิดว่าไม่ถูกต้อง

...หญิงสาวพร่ำบ่นแต่เรื่องในอุดมคติ อย่างการพยายามปลดปล่อยผู้คนที่ทุกข์ทรมาน การต่อสู้โดยที่มีคนสูญเสียน้อยที่สุด หรือกระทั่งการปฎิบัติภารกิจที่เต็มไปด้วยอุดมการณ์กล้าแข็ง...แต่กลับเต็มไปด้วยแผนการณ์ที่หละหลวมและดูไม่เข้าท่า

และที่ยิ่งกว่านั้น...ไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม...เธอเริ่มที่จะสนใจในตัวชายหนุ่ม และต้องการที่จะรู้จักตัวเขาให้มากยิ่งขึ้น...

สำหรับตัวสคอลล์ที่ปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นในสังคมแล้ว สิ่งที่เขาจะยอมรับไม่ได้ที่สุด ก็คือการปล่อยให้ใครซักคน "เข้ามา" ในชีวิต และยุ่มยามกับสิ่งที่เขาจะคิด สิ่งที่เขาจะทำ และสิ่งที่เขาจะรู้สึก

"ก่อนที่ตัวเราจะรัก ไว้วางใจ และมีปฎิสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้น ตัวเราเอง ต้องเริ่มจากได้รับสิ่งเหล่านั้นมาเป็นพื้นฐานเสียก่อน" ...ความทรงจำที่เลอะเลือน และความหวาดกลัวต่อความไม่มั่นคง ได้บดบังสายตาของชายหนุ่มมาเนิ่นนาน...

มิหนำซ้ำ ผลข้างเคียงจากการฝึกฝนเพื่อเป็นทหารรับจ้างของเขา ยิ่งกัดกร่อนความทรงจำตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยไปทีละน้อย ทีละน้อย...เหลือเพียงความรู้สึกที่เลือนลาง และหวาดกลัวที่จะสร้างความสัมพันธ์กับใครไหนๆ...

รีนอร์เป็นผู้หญิงที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง...เธอไม่เห็นว่า การพยายามปิดกั้นความรู้สึกตัวเอง และบดบังตัวตนจากสังคมภายนอก มันจะมีประโยชน์ตรงไหน...เธอพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน "โลก" ของชายหนุ่ม

ที่สุดของที่สุด...อาจกล่าวได้ว่า เธอทำได้สำเร็จ...รึอย่างน้อย รีนอร์ก็ก้าวผ่านเกราะกำบัง และเข้าถึงตัวตนของ สคอลล์ เลออนฮาร์ท ได้มากกว่าที่คนไหนๆ จะเคยทำสำเร็จ...

สัมผัสที่ห่างหายไปเนิ่นนาน ทั้งความรัก ความห่วงใย ความอบอุ่น และความรู้สึกปลอดภัย...ได้กลับคืนมาที่ตัวของชายหนุ่มทีละน้อย...ซึ่งหากจะว่ากันจริงๆแล้ว มันก็เป็นสิ่งที่คนทั่วไป พึงจะพัฒนาให้มีขึ้น ตั้งแต่ก่อนจะก้าวพ้นวัยเด็ก...

...แม้จะช้าไปนับสิบๆปี...แต่ที่สุดแล้ว มันก็พลันเริ่มต้นขึ้น ในหัวใจของเขา..."สายสัมพันธ์" ที่เขาลืมเลือนไปแสนนาน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา สคอลล์ใช้ชีวิตโดยการ "มองเข้ามา" ภายในจิตใจของตัวเองเป็นหลักใหญ่...และพยายามอย่างยิ่งยวด ที่จะปกปิด ไม่ให้ใครเข้ามาก้าวก่ายกับอาณาเขตภายในหัวใจของเขา

...แต่เมื่อปมแห่งความสูญเสียที่ซุกซ่อนอยู่นั้น ได้คลายออกอย่างช้าๆ...และภาพที่พร่าเลือนในความทรงจำ เริ่มกระจ่างชัด...ชายหนุ่มก็เริ่มที่จะเลิกหวาดหวั่น และกล้าที่จะ "มองออกไป" ยังผู้คน และความเป็นจริงที่อยู่ภายนอก

"ความทรงจำ" ที่วุ่นวายสับสน ดุจพายุที่พัดโหมอย่างบ้าคลั่ง...เริ่มที่จะสงบลงอย่างแช่มช้า...ความรู้สึกผิด ความรู้สึกอ่อนแอ และความเกลียดชัง ที่ถูกสร้างขึ้นจากจิตใจเมื่อครั้งยังเป็น "เด็กน้อยสคอลล์" ผู้ไร้พลังและขาดความรัก ได้เผยขึ้นมาอีกครั้ง ต่อหน้า "สคอลล์" ที่เติบใหญ่ เข้มแข้ง และพร้อมที่จะเข้าชนกับภาพอดีต

...ผ่านมาเนิ่นนาน...ชายหนุ่มได้เผชิญกับภาพแห่งปัญหาที่แท้จริงเป็นครั้งแรก...ความรู้สึกโดดเดี่ยว และหวาดกลัวการสูญเสีย ที่ตัวเขาหลีกหนีมันมาตั้งแต่วัยเด็ก...ได้ปรากฎขึ้นเบื้องหน้าอีกครั้ง...แต่คราวนี้ "อะไร"...ที่เปลี่ยนไป ?

ชายหนุ่มก้าวเข้าเผชิญกับภาพแห่งความทรงจำอันขมขื่นนั้น ด้วยหัวใจที่เติบโต และด้วยความมุ่งมั่นที่กล้าแข็ง ดุจหัวใจของสิงห์

....

...อาจไม่มีใครสามารถบอกถึงบทสรุปที่แท้จริง ของเรื่องราวการเผชิญหน้าครั้งนั้น...

ทว่า ท้ายทีสุดแล้ว..."รอยยิ้ม" ที่ปรากฎเป็นครั้งแรก บนหน้าของชายหนุ่ม...อาจเป็น"คำตอบ" ที่ชัดเจนที่สุด ที่เขาจะส่งมอบให้กับผู้คนรอบข้าง...ผู้คนที่เขารัก...และผู้คนที่เจิดจ้าอยู่ในความทรงจำ...

และแล้ว...เมื่อพายุที่บ้าคลั่ง ได้ผ่านพ้นไป...ความทรงจำที่แจ่มใส ก็พลันติดตามมา...

.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ประวัติละเอียดมากเลยครับ ^_^ ท่าทางจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ลยนะนี่
โอ้ว...เขียนได้เด็ดฮ้า open-mounthed smile
แหม่ จริงๆอยากให้เขียนให้จบเนื้อเรื่องเลยนะเนี้ย .. เพราะภาคนี้เป็นภาคที่เราเล่นไม่จบ เลยไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหาซักเท่าไร sad smile

#2 By aerith-chan on 2008-04-24 20:56

Nostalgia...Path of คนเขียนโดเรมอน

นินคุงซซซ์...ถ้าชอบเรื่องแนวๆนี้ ลองหาผลงานของอ.เทะซึเกะ โอซามุ คนเขียนเจ้าหนูอะตอมมาอ่านดูนะครับ แนวใกล้ๆกัน ^^

คุณเจมส์2005...หนังสือ path of FFF นี่ ไม่รู้ทำไม ช่วงแรกก็ดูหาง่ายๆดี แต่ตอนนี้ รู้สึกจะมีคนมาบ่นหาไม่เจอกันเยอะ...ขายดีจนล้างสตอค หรือขายแย่จนต้องส่งคืนกันแน่นะ sad smile

SkyKiDคุง...เล่มสอง ออกศุกร์ที่ 25 นี้ ตามตารางนะครับ ถ้าถูกใจ มารอเก็บกันเถอะ !!(....แต่ออกถี่เยี่ยงนี้ เริ่มเห็นแววแกลบซะแหล่ว sad smile )

พี่เส่ง...ทั้งหมด 8 เล่มจบ ต้องมาลุ้นสนพ. NED แล้วล่ะครับ...ค่ายนี้ ถ้าไม่ใช่ว่า "ออกปี๊ดเดียวครบเซต" ก็จะเป็น "ออกเล่มเดียวหายจ๋อย" ไปเลย...question

เอริธจัง...เล่มนี้ ถ้าถามผมนะ คิดว่าอ.ฟูจิโมโตะ น่าจะได้อิทธิพลมาจากอ.โอซามุมากพอดูทีเดียว หลายๆตอนผมอ่านแล้ว นึกถึงเรือ่ง "ฮิโนโทริ" มากๆครับ แต่คิดว่า ไม่มืดมนเท่า
ลองยืมคนอื่นมาอ่านดูก่อนก็ได้จ้า สนุกดีopen-mounthed smile

คุณนัน แฟนพันธุ์แท้..."มุมของคนโตๆแล้ว"นี่...ผมว่าเป็นจุดขายของเล่มนี้เลยนะครับ confused smile อ.แกกล้ามาก ที่นำเสนอแง่มุมด้านที่ตัวเองไมเคยเขียนมาก่อน ซึ่งก็ทำได้ไม่เลวเลยล่ะ

คุณ(บัตรผ่าน)^^...ขอบคุณเช่นกันครับ question

Shuuคุง...แนวเสียดสีๆแบบนี้ ผมก็ชอบครับ แต่เสียดาย ที่ไม่ได้ซื้อในงานสัปดาห์...ซื้อข้างนอก ร้านส่วนใหญ่ขายราคาเต็มกัน ไม่ก็ลดจึ๋งเดียว...แทบกระอักเลือด

คุณrokjitjung...ผลงานแนวผู้ใหญ่ๆของอ.แก มีอีกเยอะครับ คิดว่าเซท 8 เล่มนี้ น่าจะมีตอนที่เราๆท่านๆคุ้นเคยกันอยู่อีกเยอะเลยแหล่ะ confused smile

คุณโจอี้...เชียร์ครับ เชียร์...อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไง มาพูดให้ฟังกันด้วยนะ~~

คุณหมอโรคจิต...เล่มหนึ่งนี่ มีแนวไซไฟปนอยู่เรื่องสองเรื่องครับ ยังไม่มีตอนที่หมอยกตัวอย่างมาเลย คาดว่าน่าจะเป็นเล่มหลังๆ
ซึ่งพวกไซไฟๆแนวแปลกๆเนี่ย ผมว่าอ.แกจะเขียนได้สนุกเป็นพิเศษ ยิ่งกว่าแนวอื่นๆแฮะ big smile
ลองหามาอ่านดูนะครับ เผื่อจะได้ไอเดียมาเขียนบลอกสนุกๆเพิ่มได้อีก หุหุ

เจ้าชายน้อย...ถ้าให้นับเป็นตอนๆ ทั้ง 15 ตอน...ผมมีตอนที่อ่านแล้ว "ไม่ชอบ" มากกว่าตอนที่อ่านแล้ว "ชอบ" ครับ...แต่อย่างน้อย ตอนที่ถูกใจ ก็สนุกมากพอที่จะเขียนเชียร์ และพอรวมกับรูปเล่ม กระดาษ และงานแปลแล้ว ก็ออกมาเป็นเอนทรีรีวิวอันก่อนหน้านี่แล question
คิดว่า ถ้ามีตังค์ ก็จะสะสมให้ครบครับ หุหุ

พี่ mastermune...ผมเคยลังเลกับการซื้อ Dragon Ball Big Book อยู่นานนนนนมาก ก่อนที่จะรู้ตัวว่า มันผลาญตังค์ระห่ำแน่นอน
มาคราวนี้ ชุดเล็กๆแค่ 8 เล่ม...ตั้งใจไว้ว่า จะเก็บให้หมดให้ด้ายยยยยย

พี่วลาดิมีร์...เชื่อมั๊ยครับ ว่าผมตระเวนหา ร่วมสิบกว่าร้าน กว่าจะได้เล่มที่ต้องการ
ตอนผมซื้อเนื่ย...หา"ร้านที่ขาย"ไม่ยากเลย แต่หา"เล่มที่สภาพดี" นี่สิ ที่แทบกระอัก...ไม่ปกยับ มุมหัก กรดาษงอ ก็จะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำลายราคา 195 ของมันไปได้เยอะ..สุดท้ายก็ไปซื้อเล่มดีๆได้ที่เซ็นทรัลเวิร์ลครับ สภาพจ๊อดมั่กๆ !!
..............แต่พอเปิดอ่านปุ๊บ ปกมันก็หักอยู่ดี...WTFFFFFFFFF
ตอนเชือดนิ่มๆที่ว่านั้น...ครือ...ผมอ่านไปรอบเดียว...ยังไม่เก็ตเท่าไหร่เลย question ถ้าอ่านเข้าใจแล้ว มาถกกันหน่อยนะ เหอๆ

นายจดหมายรัก...เทพจริง !!! ยืนยัดจ๊อดดดดด !!! open-mounthed smile

คุณ Ellebazi...ตอนไซไฟ "คนที่เกลียดเกลี๊ยดเกลียด" นั่น ผมก็ชอบครับ คิดว่าเป็นตอนที่น่าสนใจที่สุดตอนนึงในเล่ม
ถ้าชอบแนวๆนี้ แนะนำเรื่อง "วิหคเพลิง ฮิโนโทริ" ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจนะครับ ได้อารมณืเดียวกัน และผมว่ากลมกล่อมกว่าด้วยล่ะ big smile

คุณ was in...ถ้าถูกใจ อย่าพลาดเล่มสองล่ะครับ กะลังจะออกแล้วล่ะ...Retiring age from Eating...ถ้าผมซื้อแล้วคงได้มาคุยกันใหม่ครับ double wink

คุณ Piggy...สวัสดีจ้า ช่วงหยุดยาวที่ผ่านมา ได้ไปเที่ยวไหนรึเปล่าเอ่ย
ขอคอนเฟิร์มครับ ว่าเรื่องสั้นชุดนี้ เขียนเพื่อขาย target group ที่เป็นผู้ใหญ่กว่างานทั่วๆไปของแกแน่นอน
ถ้าถามผม ผมชอบงานของอ.เทะซึเกะ โอซามุ (black jack /วิหคเพลิง ฮิโนโทริ / เจ้าหนูอะตอม /ฯลฯ )มากกว่า แต่แนวที่ใกล้เคียงกัน และทำได้น่าสนใจแบบนี้ ก็ชอบเก็บเหมือนกัน
ถ้ายังไง ว่างๆลองหามาอ่านดูนะครับ งานของทั้งสองท่านข้างบน สนุกทั้งคู่เลยล่ะเออ

คุณเชฟเช้า...ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลเช่นเดียวกันจ้า ดีใจที่ได้กลับมาเขียนบลอกอีกครั้งนะครับ confused smile

คุณอีวาน...เล่มหนึ่งนี่ผมค่อนข้างถูกใจ เลยเขียนเชียร์อย่างปัจจุบันทันด่วนครับ คิดว่าถ้าอ่านเล่มต่อๆไปแล้วชอบอีก คงได้กลับมาเขียนถึงอีกซักรอบ confused smile
ลองอ่านดูนะครับ คิดเห็นเช่นไร มาถกกันได้ อย่าเชื่อผมซะหมดล่ะ...มุมมองของคนๆเดียว แคบจะตายไป question

.......
.........
...........บางครั้งผมก็นึกเกลียดตัวเองอย่างไม่มีเหตุผลเหมือนกันนะ...ที่คิดไอ้ช่วง nostalgia นี้ขึ้นมาน่ะ...

#3 By Zieghart on 2008-04-24 21:03

เคยอ่านแล้ว และคอมเม้นต์ไปแล้ว...เอาเป็นว่าคราวนี้ผมเข้ามาตอกบัตรแล้วกันครับ sad smile

(ต่อจาก Nostalgia) คงเพราะเอนทรี่คราวที่แล้วได้ขึ้น hot post ล่ะมั้ง? เลยมีการบ้านช่วง Nostalgia เยอะหน่อย...แล้วถ้าสมมุติว่าซักวันนึง บล็อกของซิกฮาร์ทดังจนมีคนตอบครั้งละ 100+ จะยังมีช่วงนี้อยู่หรือเปล่าครับเนี่ย (ฮา)

อ่าน Path of FFF เล่มแรกจบแล้วนะครับ หลังไมค์โลด!
มาช้าอีกแล้ว สวัสดีค่า เราก็อยากซื้อฮิโนโทริให้ครบชุดเหมือนกัน แต่หายากชะมัดเลย เมื่อก่อนเคยซื้อของญี่ปุ่นมาอ่านเล่มนึง ตอนจบแอบหดหู่ แต่รู้สึกว่าได้ข้อคิดจากคุณนกมากๆเลยค่ะ
ส่วนช่วงหยุดยาวไม่ได้ไปไหนเลย ป่วยค่ะ! รับปากเขาว่าจะส่งงาน 8 ตอน เลยเหลือแค่ 4 ฮือ..ไม่ได้ไปเที่ยวแล้วยังส่งงานไม่ทันอีก

เข้าเรื่องๆ เขียนได้เยี่ยมยอดอีกแล้วค่ะ สำหรับบทความนี้
ชอบสำนวนของคุณจริงๆ น่าออกพ็อกเกตบุ๊คสักเล่ม อิอิ

จำได้ว่าตอนเล่นภาคนี้จบ เห็นสคอลล์ยิ้มแล้วหลอนมาก มันตกใจน่ะค่ะ หน้าบึ้งมาทั้งเรื่อง อารมณ์เย็นชามาจนเกือบจบแผ่น 3 (เอ๊ะ? ใช่รึเปล่านะ? 9 ปีแล้ว ชักลืมๆ = =") พอมาถึงตอนจบ ยิ้มซะหวาน กี๊ซซซ รับไม่ได้ |o|~~

ว่าไป ตัวเอกภาค 6, 7, 8 นี่มันออกแนวหม่นๆ เหมือนกันหมดเลย แม้ปูมหลังจะต่างกัน แต่ก็น่าสนใจทุกคน เราชอบตัวละครที่ถูกกำหนดให้เป็นแบบนี้นะคะ แต่ด้วยความที่ชอบภาค 8 ค่อนข้างน้อย หากเทียบกับภาคอื่นๆ ที่ได้เล่น เลยทำให้ความสนใจในประวัติของสคอลล์ พลอยน้อยไปด้วย (อารมณ์พาลชอบกล เหอะๆๆ)

แต่ถึงปากจะบอกว่าชอบน้อยที่สุด ก็ยังนั่งเล่นไปตั้ง 107 ชม. แน่ะค่ะ ตอนนั้นฆ่าโอเมก้าเวพ่อนได้ตั้งแต่ที่เจอครั้งแรกด้วยแหละ รอบเดียวผ่าน ดวงสุดๆ โดนท่าดาวนรกแล้วเผอิญรีนอร์รอดมาได้

#5 By Piggy on 2008-04-25 23:06