.

หลังจากหนังสือเล่มแรกในชุด รวมผลงานอมตะ ฟุจิโกะ SF คอลเลคชัน ออกวางขายไม่นานนัก...ก็อาจจะบอกได้ว่า ผลงานลายเส้น"สำหรับเด็ก" ซึ่งใช้ถ่ายทอดมุมมอง"ของผู้ใหญ่" ที่มีต่อด้านต่างๆในสังคมนั้น สร้างกระแสตอบรับที่ไม่เลวเลยทีเดียว

มาถึงเล่มที่สองนี้ อ.ฟุจิโกะ เอฟ ฟุจิโอะ ผู้สร้างชื่อจากผลงานเปี่ยมจินตนาการอย่าง โดราเอมอน ก็ยังคงสร้างความน่าทึ่งใหักับผลงานเรื่องสั้นแนวไซ-ไฟได้ดี อย่างเช่นที่เคยทำไว้ในเล่มแรก

เรื่องสั้น 13 เรื่อง ที่ดำเนินไปโดยตัวละครที่แตกต่าง และฉากที่ไม่เกี่ยวข้องกันนั้น เน้นหลักไปที่การนำเสนอแนวคิด"ด้านมืด"ในมุมต่างๆออกมา...เล็กน้อยบ้าง ใหญ่โตบ้าง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่เกิดในอดีตก่อนหน้า หรือในอนาคตอันแสนไกล...

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่ดูห่างตัวแทบไม่น่าเชื่อ หรือเรื่องราวที่อยู่ติดชิดกับสถานการณ์ปัจจุบัน จนแทบจะสัมผัสได้

Path of Fujiko F Fujio

Vol.2 - Retiring age from Eating 

หากจะให้ยกตัวอย่าง หลากหลายแนวคิดที่น่าสนใจ ที่ปรากฎขึ้นในเล่มนี้ ผมก็จะขอเล่าย่อๆ ตอนที่น่าสนใจซักเล็กน้อยเช่นเดิม

เกษียณอายุการกิน - คุณคิดว่า สิ่งมีชีวิตซักชนิดหนึ่ง จะสามารถเติบโต และขยับขยายสายพันธุ์ของตัวเองออกไปได้มากแค่ไหน ท่ามกลางอาหารและทรัพยากรที่จำกัด?

...เมื่ออัตราการเกิด พุ่งสูงไม่มีขีดจำกัด สวนทางกับอัตราการตายแล้ว...ในที่สุด ภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ก็กลายมาเป็นปัญหาขั้นวิกฤติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ภาครัฐไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการ "จำกัด" และ "กำจัด" จำนวนสมาชิกที่มีอายุสูง ซึ่งถูกตีค่าว่า "ไม่มีความหมาย"ในทางสังคม ให้ลดต่ำลง...จนสุดท้าย ผู้เฒ่าผู้แก่เหล่านั้น ก็จะไม่เหลือสวัสดิการใดๆทั้งสิ้น...ซึ่งรวมไปถึง ส่วนแบ่งอาหาร สิทธิในฐานะพลเมือง และจุดยืนที่พึงจะมี ในฐานะของมนุษย์...

รากไม้ล้ม - คนหนึ่งคน ต้องมีเหตุผลมากแค่ไหน ในการที่จะจบชีวิตใครอีกซักคน?

...ในอาณาเขตบ้านหลังเล็กๆ ที่สามีเป็นใหญ่ และภรรยาเป็นได้เพียงภาชนะที่เอาไว้รองรับอารมณ์...การถูกทุบตีทำร้ายร่างกาย ถูกเหยียดหยาม ถูกประเมินค่าให้ต่ำยิ่งกว่าสัตว์เดียรัจฉาน ถือเป็นเรื่องที่เห็นจนชินตา

...เมื่อถึงจุดๆนึง "อารมณ์" อันรุนแรง ซึ่งถูกยัดเยียดเอาไว้จนปริ่ม จะล้นออกมายังที่ใด? ความแค้นที่ดูลึกจนมองไม่เห็นก้น จะถูกตอบสนองออกมาในทางไหน?

กระต่ายตัวน้อย ตัดสินใจกระโจนพุ่งเข้าชนรากไม้ใหญ่ หวังให้ต้นไม้โค่นล้มลง...ไม่ว่าบทสรุปจะสวยงามหรือไม่...อย่างน้อยก็ต้องมีซักสิ่ง หรือซักชีวิตหนึ่ง...ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไป

หักล้าง - วิทยาการของมนุษย์ได้เจริญมากขึ้นทุกขณะจิต...ชีวิตสะดวกสบายขึ้น อายุขัยยืนยาวขึ้น...แต่น่าแปลก ที่สิ่งที่อยู่คู่กับพวกเรามานาน ดังเช่น"ศีลธรรม" กลับถดถอยลงทุกเมื่อเชื่อวัน

สำนึกในความเป็นคู่ครอง สำนึกในการเป็นผู้ให้กำเนิด และสำนึกในการเป็นสัตว์สองเท้า...กลับมีความหมายน้อยลงไปจนแทบจำไม่ได้...การฆ่าสังหารคนที่ไม่ชอบหน้า การทิ้งทารกที่ไม่ได้ต้องการ หรือการแลกชีวิตคนหนึ่งคน เพื่อคนอีกหนึ่งคน สามารถทำได้โดยไม่ต้องตะขิดตะขวงใจ

เป็นเพียงกลไกของธรรมชาติ ที่จะลบล้าง"ความรัก" ให้หายไปจากมโนสำนึกคน...เพื่อลดจำนวนประชากรให้เหมาะสม? หรือเป็นเพียงข้ออ้าง ที่จะเอามาบดบังสัญชาติญาณที่ว่า เราต้องกดคนอื่นให้ลงต่ำ เพื่อที่จะขึ้นสู่ที่สูง?

"คนหนึ่งคน" ได้ตายจากไป...แต่"คนอีกหนึ่งคน" อีกหนึ่งคน อีกหนึ่งคน อีกหนึ่งคน...ก็ได้เกิดตามมา

...หักล้างเท่าไหร่...มนุษย์เราก็ไม่ได้ลดจำนวนลง...

...หักล้างเท่าไหร่...ศีลธรรมก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมา...

 

แม้จะพูดกันอย่างน่ากลัวและดูจะเกินจริงว่า Path of Fujiko F Fujio เป็นเรื่องราวการตีแผ่ "ด้านมืด" ของสังคม โดยใช้แนวคิดผสมรวมทั้งวิทยาศาสตร์และหลักความเชื่อ...แต่โดยแท้แล้ว เรื่องราวต่างๆนั้น กว่าครึ่ง ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "เหตุการณ์จริง" ที่เกิดขึ้นแล้วในมุมต่างๆรอบตัวเรา ตั้งแต่ยุคอดีต...และอีกเกือบครึ่ง ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ "ความน่าจะเป็น" ที่มีแนวโน้มจะเกิดได้ ในอนาคตเบื้องหน้า

โลกเราประกอบด้วยมุมต่างๆ ทั้งสว่างและมืด อยู่ที่ว่าตัวเราจะเลือกมองในมุมไหน...หนังสือชุดนี้ของอ.ฟูจิโมโตะ เลือกที่จะนำเสนอแง่มุมที่ถูกทับอยู่ในเงามืด และมักถูกเผลอเรอ มองข้ามไปโดยผู้คนอยู่บ่อยๆ...ไม่ว่าจะโดย"จงใจ" หรือไม่

...การเพิ่มขึ้นของประชากรที่ไม่มีแนวโน้มจะควบคุมได้ /ภาวะการขาดแคลนปัจจัยสี่อย่างรุนแรง /การถดถอยของศีลธรรมพื้นฐานที่พึงจะมี /การกำหนดบรรทัดฐานของสังคมขึ้นมาอย่างผิดเพี้ยน ฯลฯ สารพัดสารพันเรื่องราวอันเลวร้ายเหล่านี้ เชื่อว่าลึกๆแล้ว ตัวผู้อ่านเองก็คงจะไม่ปฎิเสธว่า "มันได้เกิดขึ้นแล้ว" หรือไม่ก็ "มันกำลังจะเกิดขึ้นจริง"

สาส์นสำคัญของผู้แต่ง ก็อาจเป็นการบ่งชี้ว่า หากคนเราไม่ตระหนักถึงความสำคัญ และทำหลับหูหลับตา มองข้ามสังคมที่ฟอนเฟะนี้ต่อไป...ไม่ช้าก็เร็ว เรื่องราวที่ดูเหลือเชื่อและน่าขัน อย่างการผิดลูกผิดเมียอย่างหน้าตาเฉย การทำร้ายไม่ให้เกียรติบุพการี หรือกระทั่งการพยายามสังหารคนรอบข้างอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ...ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราอย่างไม่มีวันจบสิ้น...

.

ดังนั้นแล้ว จึงไม่น่าแปลก ที่"ความจริงจัง"ของปัญหานี้ ได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างหนักหน่วง แม้จะผ่านลายเส้นที่ดูสดใส

ดังนั้นแล้ว จึงไม่น่าแปลก ที่"ผลงาน" เกือบทุกตอนนั้น แม้จะมีบทสรุปในส่วนของเรื่องราว แต่ก็จะทิ้ง"คำถาม" ไว้ในใจของคนอ่านอยู่เสมอ

...สิ่งสำคัญก็คือ "คำถาม" เหล่านี้ ถูกตั้งขึ้นมา เมื่อกว่า 30 ปีก่อนหน้า...

...ในสายตาของอ.ฟูจิโมโตะแล้ว พวกเราเหล่าคนอ่านเอง ก็คงไม่ได้ต่างอะไรไปจากแมวสีฟ้าที่มีกระเป๋าสี่มิติอยู่หน้าท้อง

..เรามีสิ่งที่คนในยุคนั้น ไม่มีทางได้ครอบครอง

.

...เรามี"คำตอบ" ที่มาจาก "โลกอนาคต"

...เรามี "ผลลัพธ์" ของ "คำถาม" เหล่านั้น ซึ่งเกิดจากการกระทำของตัวเราเอง

.

ขึ้นอยู่กับพวกเรานี่ล่ะครับ ว่าจะกล้ารับรู้ และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงมัน...ก่อนที่เรื่องราวจะไปจบลง ด้วยผลลัพธ์อันโหดร้ายเช่นในเรื่องหรือไม่...มันก็เท่านั้นเอง...

 ----------------------------------------------------

สรุปม้วนเดียวจบ

หากท่านได้ผ่านตาผลงานมาแล้ว อย่างน้อยหนึ่งเล่ม...

ควรจะซื้อ และติดตามอ่านต่อไป ถ้าหากว่า

- ติดใจในการนำเสนอ เรื่องราวความจริงของโลก ในประเด็นที่มักถูกมองข้ามไป

- ยอมรับในระดับหนึ่ง ว่าหลายๆเรื่องที่ดูเหลือเชื่อเกินจริงเหล่านั้น สามารถเกิดขึ้นได้ (หรืออาจจะเกิดไปแล้ว) ในสังคม

- อยากร่วมถก เสนอความเห็น และตีความไปกับเพื่อนๆนักอ่าน

- อยากจะได้ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ของประเด็นที่ว่า "หนังสือการ์ตูน" ก็มีความหมายต่อแนวคิดคนอ่าน

ควรจะเลิกซื้อ และเลิกติดตามอ่าน ถ้าหากว่า

- ไม่ได้รู้สึกถึงความแปลกแตกต่างอะไรในเล่ม นอกจากกระแสที่คนเขาพูดๆกัน

- ไม่ชอบใจการที่คนอ่านพยายามวิเคราะห์ตีความ หรือยกประเด็นจริงจังใดๆขึ้นมา ทั้งๆที่ตัวเนื้อหาไม่น่ามีอะไรขนาดนั้น

- รู้สึกขัดตา ที่นำเรื่องราวซีเรียส มานำเสนอด้วยลายเส้นที่ดูเบาโหวง

- เสียดายเงิน รู้สึกเหมือนโดนหลอก และคิดว่าราคา ไม่คุ้มค่ากับแก่นสาระที่ได้รับ

แด่คำตอบที่ส่งกลับไปยังอดีต

แด่ฟุจิโกะ เอฟ ฟุจิโกะครับ

>>รีวิว Path of FFF เล่มหนึ่ง<< 

.

.

.

ปล. เพิ่งสอบเสร็จ หมดเวรหมดกรรมกับภาควิชาศัลยศาสตร์ในที่สุด...ยากแทบขาดใจจริงๆครับพี่น้อง นานๆครั้ง ก็จะรู้สึกตัวเป็นระยะๆว่า...เรียนหมอนี่ มันหนักสิ้นดี...ถ้ายังไง คราวหน้าๆ ลองมาว่ากันเรื่องเรียนๆ สอบๆกันบ้างดีกว่ามะ? เผื่อแก้กลุ้มได้บ้าง ^^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แล้วผมก็ยังหาเล่ม 1 ไม่ได้ T_T!!!

ไอ้เรื่องหักล้างนี่แหละครับที่น่ากลัว
"ใครๆเขาก็ทำกัน" เป็นคำพูดที่อันตรายที่สุดนะ confused smile
Nostalgia...สคอลล์ กับความรักที่ input ไม่ถูก

คุณหมอโรคจิต...ผมติดตามเล่นเกมส์ Final Fantasy มาตั้งแต่เด็กๆครับ แล้วก็เป็นแฟนยาวมาถึงตอนนี้...แม้จะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เล่นแบบบ้าคลั่ง เจาะลึกอะไรไม่ไหวแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ ที่จะตามๆเนื้อเรื่อง อ่านๆบทความ แล้วก็ฟังๆพวกเพลงต่างๆน่ะครับ confused smile
ไอ้บทความซีรีย์ที่เขียนๆไปพวกนี้ ก็คือการหยิบยกเอาประเด็นทางจิตของตัวละครในเรื่อง มาอธิบายให้ละเอียดขึ้น โดยไม่ได้ผ่านการแต่งเติมอะไรเลย ว่างๆลองอ่านตอนเก่าๆดูได้น่อ ยิ่งเป็นคุณหมอ น่าจะเข้าใจพวก psychoanalysis ได้ดีนะครับ คนทำเค้าพิถึพิถันมากเลยbig smile

เอริธจัง...เรื่อง squall นี่เป็นแค่บทความวิเคราะห์ถึงตัวละครครับ(เหมือนที่ตอนนั้น เขียน cloud ไป..) บทความส่วนของเนื้อเรื่อง FF8 เต็มๆ รออีกนิดครับ มีแน่นอน....หลังจาก FF7 เสร็จก่อนน่ะนะ sad smile
อ้า...แล้วช่วงที่ผมยุ่งๆ เอริธจังก็เขียนไปอีกสองเอนทรีซะแล้ว...เด๋วจะไปตามอ่านนะคร๊าบบบ 555

พี่วลาดิมีร์...เขียนบลอกมาปีกว่าๆ ไม่ว่าอันไหนจะมีคนเข้ามาดูเยอะ หรืออันไหนจะได้ขึ้น hot...ปกติคนคอมเมนท์ก็จะประมาณเดิมๆครับ เลยไม่คิดว่า จะมีปัญหาถึงขั้นตอบไม่ไหว แหะๆ ^^
เคยทึ่งคุณภูภู่ ที่กลับไปตอบให้ทุกคนที่มาเมนท์สงกรานต์ให้แก สุดยอดครับ หลายร้อยคน ตอบกลับหมด...ตอบแบบ อ่านแสกนเนื้อหาที่คนนั้นเขียนก่อนด้วยนะเออ
อ่ะ ไหนๆก็พูดเรื่องเมนท์แล้ว มี quiz ให้ทำเล่นๆครับ...ผมเขียนมาเกือบ 70 เอนทรีแล้ว คิดว่าปูทันน่าจะผ่านตาเกินครึ่ง..ให้เดาว่า เอนทรีไหนของผม "มีคนเข้ามาชมสดๆ" หลังอัพ เยอะที่สุด?..ประมาณว่า อัพทิ้งไว้วันแรก ก็มี hits พุ่งพรวดเป็นพันๆแล้ว...เก่าหน่อย แต่คิดว่า น่าจะเคยเห็นเอนทรีนี้ครับ question

คุณ Piggy...จุดสำคัญของทุกๆเรื่อง ผมว่าอยู่ที่"ความน่าสนใจ"ของตัวละครครับ ว่าจะมีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์ หรือมีจุดเด่นอะไรให้เราสนใจอยากติดตามได้รึเปล่า...ดังนั้นแล้ว พวกพระ-นางสไตล์เก็บกดๆ ดูมีอดีตแรงๆ ดูมีบุคลิกกำกวมๆอะไรแบบนี้ เลยมักถูกนำมาใช้บ่อยๆครับ...ผมก็ชอบนะ 555
ฉากสคอลล์ยิ้มนี่ ก็นับว่าเป็นไฮไลท์ของภาคเหมือนกันครับ ประมาณว่า เป็นผลลัพธืสุดท้าย หลังจากเรื่องราวต่างๆมัน solve ไปหมดแล้วนั่นแล...จำไปนานเลยผม ยิ้มหลอน เอ๊ย สวยมาก open-mounthed smile
ภาค 8 เดี๋ยวจะมีเขียนถึงละเอียดๆอีกทีครับ ช่วงนี้เริ่มว่างแล้วด้วย มีอารมณ์อยากเขียนอะไรเต็มไปหมดเลย แหะๆ
...แล้วอย่าเอ็ดไปนะ...ผมเคยอยากเขียนพอกเกตบุ๊คซักเล่มสองเล่มเหมือนกันนะ 55
...เคยอ่านผลงานวิเคราะห์หนังของ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" จากบอร์ด pantip แล้ว ถูกใจสไตล์ประมาณนั้นเหมือนกัน ไว้ว่างๆจะมาเล่าให้ฟังครับ open-mounthed smile

Nostalgia...path of คนเขียนโดราเอมอน 1

Shuuคุง...รีวิวผม กับการขาดตลาด...มันไม่เกี่ยวอะไรกันเลยน๊า แต่เห็นตอนนี้ หาเล่มหนึ่งได้แล้วสินะครับ ยินดีด้วยน่อ confused smile
จะว่าไป เล่มหนึ่งมันก็หายากขึ้นมาซะงั้น สงสัยจะพิมพ์น้อยแฮะ...(ทั้งๆที่ขายกันตั้งหลายที่ 7-11 ยังขายเลยนะเออ)

คุณ banana7...ถ้าหาไม่ได้จริงๆ รอพิมพ์ใหม่ได้ครับ สำนักพิมพ์ NED พิมพ์ซ้ำบ่อยนะ ถ้าเรื่องมันขายได้
หรือยังไง ลองไปดูตามเซเว่น เซ็นทรัลเวิร์ล สยาม สวนกุหลาบ สะพานควาย อะไรพวกนี้ดูน่อ เป็นพวกร้านใหญ่ๆน่ะครับ ^^

#2 By Zieghart on 2008-05-08 17:29

(เพิ่ม) ตอบ Shuu

อ่าว ยังหาไม่ได้หรอคร๊าบ T_T แล้วผมไปเห็นจากไหนนะ ว่าได้แล้ว 555
เพิ่มทางเลือกสุดท้ายให้...สั่งจากเวป comtoon ครับ confused smile

ตอบเพิ่ม...คุณdekyim_koi...สนับสนุนการใส่ภาพในเวปครับ เข้าไปเยี่ยมชมแล้วด้วยนะ confused smile

#3 By Zieghart on 2008-05-08 17:31

...เรามี"คำตอบ" ที่มาจาก "โลกอนาคต"

...เรามี "ผลลัพธ์" ของ "คำถาม" เหล่านั้น ซึ่งเกิดจากการกระทำของตัวเราเอง


ตรงใจอย่างที่สุดเลยครับ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ผมพูดตามตรงเลยนะ ตอนซื้อเล่มแรก 150กว่าบาท เพราะซื้อที่งานหนังสือ ยังลังเลอยู่นิดหน่อย แต่เห็นมีหลายคนพูดถึง เลยซื้อๆมา

...พออ่านจบ ก็เฝ้ารอเล่ม2

พอเล่ม2ออก....ต่อให้ไม่มีส่วนลดก็ซื้อครับ(แต่ผมได้ลด10%นะครับ ^^)

#4 By SkyKiD on 2008-05-08 18:42

ผลงานขึ้นหิ้ง

อ่านแล้วยิ่งทำให้ประทับใจ
อ.ฟูจิโกะเอฟ ฟูจิโอะมากขึ้นไปอีก

#5 By wesong on 2008-05-08 19:01

เล่มแรกยังไม่ได้ซื้อเลย (โดนเล่มอื่นแซงก่อน อิๆ)
โห้ เพิ่งสอบเสร็จนี่เอง ... ใกล้จบยังคะ ไว้จะไปใช้บริการ double wink
คุยเรื่องสอบก็ได้นะแก้เครียดดี (ละมั้งอิๆ)

#6 By aerith-chan on 2008-05-08 23:31

เคยเห็นอยู่เหมือนกันมาอ่านบล๊อกนี้แล้วต้องไปโดนนนbig smile big smile big smile big smileขอบคุณนะคะ confused smile

#7 By (^_^)/nana on 2008-05-09 09:22

อ่านเล่ม2จบแล้ว(แต่เสียดาย หาเล่ม1ไม่ได้ -_-")

คิดไม่ผิดจริงๆที่ซื้อมาค่ะ ^^
(ชอบตอนคุณลุงโฮมซิก กับรากไม้ล้ม )

#8 By Rio ▪ V Ĭ P ▪ on 2008-05-09 10:29

ติดตามอ่านของ อจ.นักเขียนคนนี่ประจำครับ



#9 By [Blog]-`Nutty,,* on 2008-05-09 14:29

เขียนเรื่อง FF มานานแล้วเหรอครับ? ผมจะได้ตามอ่าน... ^^

ตอนนี้ที่ร้านข้างหอผมเล่ม 1 ยังไม่มาเลยครับ - -''

#10 By on 2008-05-09 20:08

(ตอบเอนทรี่)

พอมาอ่านเล่มสองแล้ว บอกตรงๆ ว่า อ. แกจะใช้มุข timeloop บ่อยเกินไปหรือเปล่าหว่า -_-a

เล่มนี้ชอบ "รากไม้ล้ม" และ "หักล้าง" ที่สุดครับ โดยเฉพาะเรื่องหลังที่สอดรับกับแนวคิด "โลกเป็นสิ่งมีชีวิตหน่วยเดียว" ที่ผมชอบเอามากๆ เสียด้วย

ตอบ Nostalgia

ขอเดาว่าเป็นเอนทรี่ของเอวานเกเลียน ใช่หรือเปล่าครับ?

อืม เขียนมาจะครบ 70 เอนทรี่แล้ว...แบบนี้พอครบร้อยเอนทรี่จะมีแบบสำรวจความนิยมตัวละคร(?!) ด้วยมั้ยครับ open-mounthed smile
ซื้อมาแล้วเหมือนกันเล่มสอง open-mounthed smile

เนื้อหาการ์ตูนชุดนี้ ผมมองว่าทันสมัยนะ
ลองเปิดหน้าท้ายๆ ดูปีที่เขียนในแต่ละตอน
ไอเดียมุมมองแกล้ำยุคมาก

อย่างประเด็นเรื่องอาหารขาดแคลน ที่แกนำมาเสนอ
มันก็ไม่ไกลจากความจริงใกล้ๆตัวเราตอนนี้

ของกินบ้านเราตอนนี้แพงขึ้นมาก แถมปริมาณก็น้อยลง
ประเทศเราได้ชื่อว่าอุดมสมบูรณ์เรื่องอาหารการกิน
ต่อให้เศรษฐกินแย่พังยับเยินแค่ไหน ก็มีข้าวกินไม่อดตาย
แต่วันนี้มันเริ่มไม่ใช่แล้วล่ะ

..วันนี้แวะเข้า 7-11 ดูตรงชั้นข้าวขายสาร เขียนแปะไว้ว่า
"ซื้อได้คนละไม่เกิน 3 ถุง"

angry smile

#12 By mastermune on 2008-05-10 18:09

เห็นอยู่ที่ร้านหนังสือเหมือนกัน ยังไม่เคยอ่านเลย เหอๆ

ปล.ขอบคุณที่มา HBD ที่บล็อกนะคะ ^^

#13 By ~@Little M. Fox@~ on 2008-05-12 16:36

สู้ๆ ฮะคุณหมอ
ปล.ผลงานของอ.ฟูจิโกะ ฟูจิโอ่ะ ผมยอมรับว่ามาสเตอร์พีสจริงๆฮะ คารวะเเละขึ้นหิ้งbig smile
น่าสนใจมาก คงต้องไปหามาไว้ในครอบครอง big smile

#15 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-05-20 15:42

เรื่องนี้ที่หลอนที่ยกให้ \"หักล้าง\"
โดยเฉพาะตอนจบ สี่พันห้าร้อยล้านลบหนึ่ง บวกหนึ่ง บวกหนึ่ง บวกหนึ่ง (ได้ข่าวว่าตอนนี้บวกมาถึงหกพันล้านแว้ววTToTT)

ส่วนอีกเรื่องที่หลอนสุดยอดก็คือ \"อะไรบางอย่าง\" นี่ถ้าสมมุตเราเป็นแบบตัวเอกในเรื่อง บึ๋ย~~

เล่มนี้เรื่อง \"บ้านเย็นใจ\" ทำเอาร้องไห้ คิดถึงแม่ แง้ง้ง(ทั้งๆที่แม่ยังไม่ตายแล้วอยู่บ้านเดียวกันเนี่ยนะ ไอ้ลูกแหง่=_=)

เรื่อง \"เรือโนอาห์เต็มแล้ว\"ก็หลอนใช้ได้

แต่เรื่อง \"เกษียณอายุการกิน\" ทำไมเราไม่ชอบเท่าไหร่เลยแฮะ???

ส่วนเรื่อง \"เมื่ออังโกะโกรธสุดขีด\" นี่ น่ารักสดใสดี^^

#16 By bell4210 (158.108.147.253) on 2009-02-26 13:38