.

ครั้งก่อนเคยเกริ่นๆไว้(ตอนสติไม่ค่อยดี) ว่าจะเปลี่ยนฟิลล์ พักเขียนรีวิว แต่มาเมาท์ๆเรื่องเรียนๆสอบๆดูบ้าง แก้กลุ้ม...ส่วนพวกประเด็นจากหนังสือ หนัง อนิเม ซีรีย์ นิยาย การ์ตูน ฯลฯทั้งหลายแหล่นั่น...เอาไว้ก่อนละกันนะ ^^//

-----------------------------------------------------

ว่าด้วยชีวิตการเรียนหมอ

อย่างที่ได้ยินๆกันนะครับว่า กว่าจะได้หมอซักคนมานี่ ต้องผ่านเส้นทางหฤโหดที่ยาวไกลสุดๆ ประมาณว่า การเข้าเรียนก็ยากระดับนึงแล้ว...แต่เรียนให้จบนี่ มันช่างยากยิ่งกว่า

ดิ้นรนเข้ามาเรียนกันได้ ก็ต้องกระเสือกกระสนต่อไปอีก 6 ปี และยังต้องออกไปทำงานใช้ทุน-กลับเข้ามาเรียนต่อเฉพาะทาง-ออกไปทำงาน(อีกที)ตามเงื่อนไข-กลับมา(อีกที)เลือกเส้นทางต่อไปในโรงพยาบาลรัฐ /ออกนอกทางไปโรงพยาบาลเอกชน /ทำวิจัยเพื่อเลื่อนขั้นและเป็นอาจารย์ ฯลฯ สารพัดสารเพ...เอาเป็นว่า อีกสิบปีนับจากนี้ พวกผมก็ยังมีอะไรๆให้ทำอีกเรื่อยๆครับ =="...ยังไม่ต้องพูดเรื่องแต่งงานแต่งเงินอะไรพวกนั้นเลยนะ

วันนี้มาคุยกันขำๆดีกว่า ว่าชีวิตนักศึกษาแพทย์ ที่(ว่ากันว่า)สบายเกือบจะที่สุดของการเป็นหมอแล้วเนี่ย มันมีอะไรมันส์ๆให้ทำ มีอะไรตื่นเต้นๆให้สอบกันบ้าง:

*** ปัจจุบันโรงเรียนแพทย์ในเมืองไทย มีทั้งสิ้น 17 แห่ง และกำลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้บางแห่งจะอยู่ในสังกัดมหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่ก็ไม่มีแห่งไหนเลย ที่จะมีหลักสูตร และการสอบที่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง..."การสอบ"ที่กำลังจะยกขึ้นมานี้ เป็นเพียงตัวอย่างจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเท่านั้น...ทั้งเงื่อนไข รูปแบบ หรือวิธีการต่างๆ ไม่ใช่ลักษณะสากลทั่วประเทศ...นะจ๊ะ ***

---------------------------------------------------------------------

1. MCQ - Multiple Choice Questions - คำถามปรนัย

รูปแบบการสอบดั้งเดิม ที่เด็กไทยโปรดปรานเป็นพิเศษ...ด้วยเงื่อนไขการทำที่เข้าใจง่าย ผู้ทำไม่ต้องรับผิดชอบ หรือเอาใจใส่อะไรมากมายนัก ก็สามารถฝ่าฟันโจทย์ปัญหาแต่ละข้อไปได้เรื่อยๆ....ไม่ว่าจะรู้คำตอบดี หรือไม่รู้คำตอบเลยก็ตาม

 

**One Best** เลือกข้อที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว

เราจะมีโจทย์คำถามมาให้ และมี"ตัวเลือก"ให้ท่านอย่างพร้อมสรรพ ถ้าท่านอ่านโจทย์แล้ว คิดว่าข้อไหนถูกโฉลก ก็ฝนใส่กระดาษคำตอบไปได้ทันที...แต่ถ้าท่านไม่ปลื้มคำตอบไหนเลย ก็อย่าไปกลัว........โอกาสถูกมีถึง 20 % ด้วยกัน...เลือกข้อที่ชอบไปโลด !!

.....................จำได้ว่า ตอนสมัยประถม ทั้งผมและเพื่อนๆ ออกจะปลื้มข้อสอบแบบนี้มากเป็นพิเศษ ตอนที่สอบปลายภาค มีปรนัย 50 ข้อ กับเติมคำแค่ 10 ข้อ ก็โวยวายกันจะเป็นจะตาย...ถ้ากลับไปได้ตอนนี้ จะไปตบหัวตัวเองให้เกรียนแตก

อย่างที่บอกแล้วว่า ข้อสอบแบบนี้ ผู้ทำสามารถ"ให้คำตอบ"กับคำถามทุกข้อไปได้เรื่อยๆ ไม่ติดขัด ขอให้ได้ฝน...แต่ที่จริงแล้ว นี่เป็นรูปแบบการสอบที่ "ได้คะแนน" ยากที่สุด !!

ต่อให้ท่านอ่านหนังสือมาอย่างดิบดีแค่ไหน...แต่สุดท้ายแล้ว มันก็เหมือนเป็นการวัดดวง ลุ้นรูปแบบความคิด และเช็คระนาบตรรกะ ระหว่างผู้ออกข้อสอบ กับผู้ทำข้อสอบอย่างแท้จริง...เพราะด้วยข้อจำกัดของตัวคำถาม และตัวเลือกแล้ว มันเลี่ยงไม่ได้เลย ที่จะบีบให้คำถามออกมาเป็นเพียงแค่"เศษเสี้ยว"ของความรู้ เป็นแค่เนื้อหาเพียง"ท่อนเล็กๆ" ที่จะจับประเด็นไหนมาก็ได้ จากพูลคำถามที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ตัวอย่าง

## ข้อใดเป็นผลผลิตหลักของสาธารณรัฐอูกันดา

a. ข้าว

b. แป้ง

c. น้ำตาล

d. เผือก

e. มัน

ต่อให้เรารู้ว่า โรคนี้น่าออก อาการของโรคนี้เป็นยังไง ต้องส่งตรวจอะไรบ้าง ต้องผ่าตัดด้วยวิธีไหน ต้องดูแลคนไข้ยังไง แต่ถ้าแค่เราตกม้าตายตอนจบ ไม่รู้ว่าเค้าต้องพักฟื้นกี่วัน...ผลลัพธ์มันก็ไม่ได้ต่างไปจากการตกม้าตายตอนเริ่มเท่าไรนัก

ข่าวดีก็คือ เพื่อแก้ปัญหา fragment of knowledge ดังกล่าว...ข้อสอบปรนัยยุคปัจจุบัน ก็มีการพัฒนาให้มีมาตรฐานมากขึ้น ให้คุ้มค่ากับความพยายามของนักศึกษาที่อุตส่าห์อ่านมาอย่างบ้าระห่ำ แม้จะจำไม่ได้ 100 %

แต่ข่าวร้ายก็คือ...มันยากขึ้นมาก...

.

## ผู้ป่วยชาย อายุ 27 ปี ถูกมีดปลายแหลม ฟันที่ท่อนแขนด้านบน ลึกถึงกระดูกต้นแขน และมาทำแผลที่ห้องฉุกเฉินหลังเกิดเหตุ 1 ชั่วโมงครึ่ง ผ่านไปสองเดือน ผู้ป่วยเริ่มมีอาการทางระบบประสาท อยากทราบว่า ผู้ป่วยจะไม่สามารถทำสิ่งใดได้?

a. หวีผม

b. จับปากกา

c. ตัดกระดาษ

d. ปั้นดินน้ำมัน

e. พับผ้า

.........โจทย์ปรนัยแบบฟูลคอร์ส จึงกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป และสร้างความปวดหัวให้กับคนสอบอย่างมาก โดยร่างจริงของมัน จะประกอบไปด้วยโจทย์+ตัวเลือกที่เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไม่มีคำอธิบายศัพท์เฉพาะ มีให้ 5 ตัวเลือก และใช้ภาษาที่ปั่นหัวคนอ่านไปมาอย่างไม่เกรงใจกัน...ข้อใดไม่น่าจะ ข้อใดไม่ควรจะทำ ข้อใดควรทำเป็นอันดับสุดท้าย ฯลฯ

ที่ร้ายก็คือ ทั้งคำถาม และตัวเลือก ต่างบังคับให้ตัวคนทำข้อสอบ ต้องมี"เศษเสี้ยว" ของความรู้ให้หลากหลายกว่าเดิม...บางครั้ง ถึงแม้เราจะรู้คร่าวๆ แต่ถ้ารู้ครอบคลุม ก็อาจจะได้คำตอบที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเข้าใจโจทย์ทั้งหมด...แต่บางครั้ง ถ้าเราขาดเนื้อหาประเด็นสำคัญไปเสีย เราก็จะทำข้อสอบข้อนั้นด้วยความยากลำบาก...หรือถึงขั้นอ่านโจทย์ไม่เข้าใจไปเลย !!

...ความเห็นส่วนตัวผมถึงคิดว่า นี่เป็นข้อสอบประเภทที่ทำให้เกิด "ความไม่แน่นอน"มากที่สุด และไม่สามารถจะ"คาดหวัง" ไว้ก่อนได้เลยว่า เราจะทำได้ดี หรือทำได้แย่...

อา เด็กๆทั้งหลาย อย่ามัวทำข้อสอบอยู่รูปเบบเดียวเลยนะ...ไม่ดีต่อการเรียนรู้แน่นอนครับ

** K-Type **

เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของคำถามให้ตัวเลือก โดยจะมีเงื่อนไขที่ซับซ้อน และโหดหินกว่าเดิมมาก นั่นคือการให้คำถาม และคำตอบมาเป็นชุดๆ เหมือนพวก one best แต่...จะมีคำตอบที่ถูกต้อง "มากกว่า" หนึ่งข้อ

## ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับโนบิตะ

1. มารดาชื่อทามาโกะ

2. เคยทำคะแนนสอบได้มากที่สุด 68 คะแนน

3. เรียนอยู่ชั้นประถม 4

4. มีห้องนอน หันหน้าไปทางทิศตะวันตก

-----------------------

a. ข้อ 1,2,3 ถูกต้อง

b. ข้อ 3,4 ถูกต้อง

c. ข้อ 1,3 ถูกต้อง

d. ข้อ 4 ถูกต้อง

e. ข้อ 1,2,3,4 ถูกต้อง

...อารมณ์จะประมาณนี้ครับ จากตัวเลือกเบื้องต้นนั้น...คุณจะแยกแยะข้อผิดถูกได้มากหรือน้อยแค่ไหนไม่สำคัญ...แต่อาจจะพูดได้เลยว่า ถ้าคุณไม่รู้"ทั้งหมด" แล้วล่ะก็...กว่าจะไปถึงคำตอบสุดท้ายได้จริงๆ มีช่องให้คุณผิดพลาดได้อย่างนับไม่ถ้วน...

ปัจจุบัน ข้อสอบแบบนี้จะพบเห็นได้น้อยลง เพราะมันเปลืองสมองทั้งคนทำ และคนถูกกระทำ(?) เป็นอย่างมาก แต่จริงๆแล้ว มันเป็นรูปแบบคำถามที่รัดกุม และวัดความรู้เชิงลึก+เชิงกว้างของผู้เข้าสอบได้ดีกว่าแบบ One best มากๆ

...ถึงผมจะว่ามันเป็นข้อสอบที่ดี แต่ก็ไม่ได้ชอบมันเลยแม้แต่น้อยครับ...

## ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเชื้อ Salmonella Thyphi

1. แพร่จากคนไปคน ผ่านทางอุจจาระเป็นอันดับหนึ่ง

2. สามารถพบเชื้อได้จากอาหารจำพวกไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม

3. เชื้อมักไปฝังตัวอยู่ที่เนื้อเยื่อน้ำเหลืองในผนังลำไส้

4. ปอด เป็นอวัยวะที่เชื้อแพร่ไปได้ง่ายที่สุด

-----------------------

a. ข้อ 1,2,3 ถูกต้อง

b. ข้อ 3,4 ถูกต้อง

c. ข้อ 1,3 ถูกต้อง

d. ข้อ 4 ถูกต้อง

e. ข้อ 1,2,3,4 ถูกต้อง

....แค่เห็นก็กุมขมับแล้วครับ...เป็นรูปแบบคำถามที่ชาญฉลาดเอามากทีเดียว...วิธีการตัดตัวเลือกที่นิยมๆกัน เชื่อว่าแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย ต่อหน้าข้อสอบประเภทนี้...คุณจะตัดไปได้ซักข้อสองข้อ ก็ไม่ได้ทำให้ใกล้คำตอบที่ถูกต้องไปซักเท่าไหร่

...ความเห็นส่วนตัวผมคิดว่า เป็นข้อสอบประเภทที่ "อ่านสนุก" มากครับ ทำให้เราระลึกย้อนประเด็นสำคัญๆได้ดีมากๆ เหมาะกับไว้ทวนก่อนสอบ...แต่พอมาเจอในห้องสอบจริงๆแล้ว เป็นข้อสอบแบบที่ผม "ทำใจ" ไว้ก่อนเลยว่า แต่ละข้อมันจะต้องทำลายทั้งสภาพร่างกายและจิตใจไปมากโขทีเดียว...และก็ใช่ว่า...สุดท้ายเลือกได้ แล้วจะต้องถูกซะที่ไหนกัน ฮา~~เคยเจอคอมโบไป 20 กว่าข้อ....ตายสนิทครับ

.

.

.

You think it's over just because I'm dead. It's not over...

The Exams have just begun.

...จบรูปแบบการสอบที่ผมปลื้มน้อยไปแล้ว คราวหน้ามาว่ากันใหม่ กับรูปแบบอื่นๆ ที่จะทำให้เรา "รักชีวิต" ของตัวเองขึ้นอีกเยอะเลย ^^ ไว้เจอกันครับ

.

รักการสอบที่ทำได้

รักคนอ่านครับ @_@//

-----------------------------------------------------------------------

 

Tags Charactors

ทิ้งท้ายๆ ได้รับ tag มาจาก เอริธจัง ครับ มาทำให้หลังเอนทรีเลยละกันนะ ^^

* คนที่ส่งให้จะเลือกตัวละครหรือตัวการ์ตูนขึ้นมา 1 ตัว แล้วส่งให้กับคนต่อไปเป็นคนทำ

* คนทำก็จะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับตัวละครที่คนส่งเป็นคนเลือกมา

ผมได้โจทย์ "แอริท FF7" มา

(ภาพเลเยอร์สาว จากงาน โตเกียวเกมส์โชว์ เมื่อสองปีก่อน)

- ชอบคาแร็คเตอร์นี้หรือเปล่า ?

เป็นตัวละครหญิงที่ชอบที่สุด จากเกมส์ ไฟนอล แฟนตาซี 7 ครับ...ดูภายนอกหวานๆ แต่จริงๆเต็มไปด้วยลูกล่อลูกชน ทันเกม และมีความเป็นตัวเองสูง(มาก)...ซ่อนเล็บได้ร้ายครับ ^^

- เรียกคาแร็กเตอร์ตัวนี้ว่าอย่างไรบ้าง ?

แอริธ /น้องแอ....แต่ไม่เคยคิดจะเรียกว่า "แอริธจัง" ซักกะที....อืม?

- สีอิมเมจของคาแร็คเตอร์ตัวนี้สีอะไร ?

คิดยังไงก็ชมพูแฮะ

- เพลงอิมเมจของคาแร็คเตอร์ตัวนี้คือ ?

ขอตอบทันทีทันใดว่า...Aerith's theme....อย่าโกรธผมนะ คิดงั้นจริงๆน่ะ

- คิดว่าคาแร็คเตอร์นี้กรุ๊ปเลือดอะไร ?

กรุ๊ปเลือดเลยรึครับ !! เอา o ละกัน...พบได้มากสุดในประเทศ (...ไทย ^^")

- ในเรื่องมีคาแร็คเตอร์ตัวไหนที่คิดว่า "ถ้าคู่กับคนนี้ก็ OK!!" หรือเปล่า ?

ก็ต้อง Zack ล่ะมั๊ง กิ๊กเก่านี่นา ^^ ...กับหัวโบะ ก็ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักกันซักเท่าไหร่ และผมคิดว่า ต่อให้อยู่ด้วยกันมากกว่านี้ ก็คงไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปในเชิงนั้นหรอก คิดว่านะ

- มีคำพูดอะไรที่อยากให้คาแร็คเตอร์ตัวนี้ พูดบ้างคะ ?

"คิดว่าพูดกับใครอยู่กันจ๊ะ"...ไม่รู้ทำไม...แต่อิมเมจสาวขี้หยอกหนุ่ม...มันทำให้ปิ๊งคำประมาณนี้ขึ้นมาน่ะ

- จับมือ กอด จูบ ถ้าให้ทำได้อย่างหนึ่งในสามอย่างนี้ จะเลือกทำอะไร ?

...Exteen มีเด็กเยอะครับ ผู้ชายอย่างผม...พูดมากไม่ด้ายยยยย

- ส่งแท็คให้กับอีก 5 คนพร้อมเลือกตัวละครด้วย ?

ปกติไม่ได้ส่ง tags ต่อแฮะ ^^" ท่านไหนอยากทำ บอกมาเลยครับ จะตามไปอ่านถึงที่

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ป้าอ่ะสุดจะเกลียดเลยไอ้ k type เนี่ย
ตอนป้าสอบบอร์ดนะ
ทำจนหลอนเลยอ่ะ
เก็บไปนอนฝันอีกอาทิตย์นึงเต็มๆ
เมากะมันจริงๆ

#1 By CanineGirl on 2008-05-22 19:22

คิดถึงสมัยก่อนขึ้นมาเลย

#2 By หมอแมว on 2008-05-22 19:29

Nostalgia...คนเขียนโดราเอมอน 2

Shuu คุง...รู้สึกจะตอบไปแล้ว แต่อยากทักทายครับ confused smile

SkyKiD คุง... path of fujiko เล่มแรก ผมซื้อราคาเต็มนะนั่น...เพราะหาสภาพดีๆอยู่นานมากกกก จนมาเจอที่ร้านที่มันไม่ลด...กัดฟันซื้อมาจนได้...แต่อ่านๆไป มันก็ยับอยู่ดีนี่หว่า !!!
...เล่มต่อๆไป...กะไว้อย่างแน่วแน่ว่า ถ้าไม่เหลืออดจริงๆ จะหาที่มันดี และถูกให้ได้ครับ sad smile

พี่เส่ง...เป็นผลงานขึ้นหิ้งของผมเช่นกันครับ เหมือนเรื่อง วิหคเพลิงฮิโนโทริ ของอ.โอซามุ อันนั้นผมก็ชอบมากๆเลย แนะนำครับ

เอริธจัง...กว่าจะได้ใบประกอบโรค จ่ายยาได้เอง ผมต้องรออีกซักปีกว่าได้ครับ sad smile แต่ถ้าแค่วินิจฉัยโรค บอกยาให้ไปซื้อ หรือแนะนำวิธีรักษานี่ คิดว่าพอทำได้ครับ ทุกวันนี้ก็มีอยู่แค่นี้แหล่ะ question มาใช้บริการได้จ้า

คุณnana...อ่านแล้วชอบไม่ชอบยังไง มาวิจารณ์ได้นะครับ big smile

ริโอะจัง...ตอนคุณปู่โฮมซิก เศร้าดีนะครับ ขนาดเดาได้ว่าจะจบยังไงแล้วนะ...ไอ้พวกเรื่องวนลูปๆแบบนี้ อ่านเท่าไหร่ ก็ไม่เคยรู้สึกดีเลยแฮะ

คุณ Nutty...ผมเป็นแฟนอ.ฟูจิโกะเหมือนกัน ส่วนใหญ่ถ้ามีฉบับลิขสิทธิ์แปลดีๆออกมา ก็จะไม่พลาดเก็บครับ เหมือนซื้อวัยเด็กของตัวเอง ยังไงยังงั้น question

คุณหมอโรคจิต...เคยเขียนซีรีย์บรรยายเนื้อหา Final Fantasy คร่าวๆไว้ครับ ไล่เขียนมาถึงภาค 6 แล้ว ถ้าสนใจ ลองดูที่ blog map ข้างบนได้จ้า
ส่วน path of fujiko...เซเว่นมีขายจริงๆนะเออ เห็นหลายที่เลยครับ

Sister complex...เรื่อง time loop ผมยังพอรับได้ครับ แต่ไอ้มุขแบบซุปเปอร์แมน หรือพลังพิเศษที่ได้มาแบบฉึบฉับสะดวกใช้เนี่ย...มันก็เกินป๊าย ต่อให้เป็นเรื่องสั้นก็เหอะ
อ่านเล่ม 2 ผมชอบตอน"หักล้าง"มากๆครับ บรรยายทฤษฎี"ความรักที่หายไป"ได้น่าตลก และน่าขนลุกไปในเวลาเดียวกันครับ ^^ ...แล้วแนวคิดโลกเป็นสิ่งมีชีวิตหน่วยเดียวนี่? รบกวนขยายความหน่อยนะครับ confused smile ...ออ ตอนที่จำลองโลกขึ้นมาจากเศษซากความทรงจำ ผมดูแล้วนึกถึงพระเจ้า H เลยนะ 55

อ้อ เฉลย quiz คราวก่อนครับ...เอนทรี Eva นี่ก็มีคนเข้ามาเยอะนะ มีคนเอาไปแปะลิงค์ไว้ที่เวปต่างประเทศด้วยนะเออ...(แล้วอ่านออกกันหรอฟระ ==") แต่ที่มีคน"เข้าวันแรก"เยอะที่สุด(เท่าที่ผมสังเกต) คือเอนทรี One litre of tears ครับ แปลกใจมากเหมือนกัน ตั้งแต่ exteen เวอร์ชันเก่านู่นแหล่ะ บังเอิญเห็น hits พอดี ต๊กกะใจเลย?
...ตอนนี้เขียนบลอกมาจะสองปีแล้ว เดี๋ยวจะมีกิจกรรมแจกลายเซ็นต์เจ้าของบลอกดีมั๊ยครับ? question

พี่ mastermune...ผมก็เห็นด้วยครับ ว่าแนวคิดในหนังสือเมื่อ 30 ปีก่อนนี่ เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจริงๆแล้วสิ...ทุกวันนี้ ข้าวของแพงมากครับ แถวโรงพยาบาลที่ผมอยู่...อาหารมื้อนึงๆนี่ อย่างต่ำก็จานละ40-50 บาท กาแฟก็ 40+ น้ำเนิ้มอะไรก็เพิ่มราคาขึ้นกันหมด...อ้ากกกก ค่าครองชีพมันพุ่งกันพรวดๆจริงๆนะนั่น !!

Little M. Fox...เห็นชื่อในบอร์ด AF มาหลายปีครับ เข้าไปเยี่ยมเยียนบลอกอยู่เป็นระยะๆเหมือนกัน โชคดีในการเรียนน่อ big smile

นายจดหมายรัก...ขอบคุณสำหรับคำอวยพร และยินดีที่ได้รู้จักครับ big smile

akira คุง...เห็นตอนแรกแอบตกใจเล็กน้อย ที่กลับไปไล่อ่านและไล่เมนท์เอนทรีเก่าๆของผมมากมายเลย...ทึ่ง+ปลื้มมากๆครับ ผมก็ไล่ตามอ่านคอมเมนท์ไปเรื่อยๆเหมือนกัน ยินดีที่ได้รู้จักจ้า confused smile

#3 By Zieghart on 2008-05-22 19:39

กร๊ากกกกก~~~~Hot!

น่าจะเพิ่มเรื่องแล็บกรี๊ดเข้าไปอีกด้วยนะพี่ เจอเกือบทุกที่

แถมด้วยข้อสอบที่ออกแบบ ต้องทำทีละหน้าทีละหน้าน่ะครับ (ข้อสอบสีรุ้งมั้ง) ที่มันบังคับให้คนทำต้องทำข้อแรกแล้วจึงต่อไปข้ออื่นได้น่ะ แบบนั้นรากเลือดมาก...

#4 By on 2008-05-22 19:41

ข้อสอบช้อยส์จะเลวร้ายมากขึ้น เมื่อตอบผิดแล้วติดลบครับ Hot!

#5 By SkyKiD on 2008-05-22 20:22

ข้อสอบ multiple-choice ที่โฉดนรกที่สุดที่ผมเคยเจอ คือแบบที่

"ข้อสอบหนึ่งข้อมีตัวเลือกทั้งหมดหกตัว
ข้อสอบแต่ละข้ออาจมีตัวเลือกที่ถูกต้องเพียงหนึ่งตัว มากกว่าหนึ่งตัว หรือไม่มีตัวเลือกที่ถูกเลย
จงเลือกตอบเฉพาะตัวเลือกที่ถูกต้อง

เกณฑ์การให้คะแนน
กาเลือกข้อที่ถูก: บวก 1 คะแนน
กาเลือกข้อที่ผิด: หัก 2 คะแนน
"

ตอนที่ทำข้อสอบ มือผมสั่นงั่กๆ จนฝนไม่ตรงร่องเลยล่ะครับ -__-;;


ลป. ทีแรกหาชื่อตัวเองในช่วง Nostalgia ไม่เจอ...ที่แท้ก็... -*-
โอ้ว~~ ข้อสอบหฤโหด แต่น่าประลองปัญญาดีแท้ cry (โรคจิตรึเปล่านะเรา)

อ่านแล้วเกิดความอยากรู้ว่า ... ข้อสอบที่คนโดนฟันแขนนั้น สรุปตอบอะไรค่ะquestion

รูปแอริทนางนั้น ช่างผิดขาวนวลผ่อง น่าจับดีแท้ (ช่างผิดกับหญิงอีกคนที่บังอาจใช้ชื่อเดียวกันเลย 555)
"คิดว่าพูดกับใครอยู่กันจ๊ะ" << ช่างเป็นคำพูดที่เหมาะกับพี่สาวสุดสวย (แม่นางในรูป)จริงๆ

#7 By aerith-chan on 2008-05-22 21:04

อือ..โหดจริงๆ เลย ข้อสอบของนักศึกษาแพทย์เนี่ย
โดยเฉพาะ K-Type ถ้าเรารู้จริง จำได้แม่น เวลาทำข้อสอบคงเป็นอะไรที่สนุกมาก แต่ถ้าเกิดจำได้ไม่หมดล่ะก็.. แม้จะตอบได้ "เกือบถูก" แต่ผลที่ออกมาก็คือ "ผิด" อยู่ดี ข้อสอบแบบปรนัย ดูเหมือนจะทำง่าย แต่ได้คะแนนยากที่สุดจริงๆ แหละค่ะ

ที่จริงถ้าหัวเราไปทางสายคณิต-วิทย์ มากกว่านี้ เราก็อยากเรียนสายหมอเหมือนกันนะคะ แต่ไม่ใช่หมอคน อยากเรียนสัตวแพทย์อ่ะ เผอิญหัวมันไม่ไปเนี่ยสิ เลยต้องเลือกเรียนสายศิลป์

เอนทรี่ที่แล้วต้องขอโทษด้วยนะคะ งานยุ่งจนไม่ได้มาอ่าน แต่แอบเห็นคอมเมนต์ที่ตอบแล้ว จะรอคอยพ็อกเก็ตบุ๊คของคุณนะคะ cry

#8 By Piggy on 2008-05-22 21:25

เขียนมาขู่เด็กม.ปลายที่คิดจะเอนท์หมอเรอะ???
....
เหอะๆๆๆ แล้วจะมาตามอ่านภาคสองนะจ๊ะ
tag น่าทำเหมือนกันนะเนี่ย

#9 By >>VaRioLa on 2008-05-22 22:28

เหอะๆเจอโจทย์แบบนี้ปล่อยให้เป็นลิขิตของฟ้า...เดาโลดดด

ปล.วิหคเพลิงฮิโนโทริ ของอ.โอซามุ ก็อยู่บนหิ้งเรียบร้อยdouble wink

#10 By wesong on 2008-05-22 22:30

แหะๆ พ่อเป็นอาจารย์หมอเหมือนกันครับ เลยนรู้ดี confused smile
โฮะๆ

อ่านแล้วไม่อยากกลับไปเรียนแหละ

#12 By WhiteMapleS on 2008-05-23 02:19

ไม่ชอบ k typesad smile

#13 By เอกน้อย on 2008-05-23 06:23

อ่อ ผมเคยเจอข้อสอบแบบนี้ครับ ประมาณว่าต้องรู้คำตอบทุกข้อว่า ผิดหรือถูก sad smile
--------------------------------------------------------
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับโดเรมอน
1. มีหู
2. มีกระเป๋าหน้าท้อง
3. เป็นหุ่นยนต์จากโลกอนาคต
---------------------------------------------------------
ก. ถูกหมดทุกข้อ
ข. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูก
ค. ข้อ 2 และ ข้อ 3 ถูก
ง. ข้อ 1 และ ข้อ 3 ถูก
จ. ผิดหมดทุกข้อ

#14 By K r a i on 2008-05-23 11:45

แต่นิติสอบอัตนัย...

#15 By KC_CRUSH on 2008-05-23 12:21

ตอนนี้สอบแต่เขียนเหอๆ


เทอมนึงสอบสองครึ้งครั้งละ100คะแนน ข้อสอบมาสามข้อ คุณพระ เขียนตอบเป็นเล่ม เอิ้กๆๆๆ
ผมเรียนวิดวะ

ข้อสอบ quiz lab 1 หน่วยกิต
ถ้าเป็น choice ก็มี 8 ตัวเลือก

calculus เวลา 3 ชม. โจทย์สั้นๆ มีที่ว่างให้แสดงวิธีคิด
รวมๆ เกือบ 20 หน้า

#17 By book on 2008-05-23 14:35

ตอนนี้คิดถึงข้อสอบช้อยมากเลย เจอแต่สอบอัตนัย มือหงิกกันเลยครับท่าน

แต่แบบ K-Type นี่ดูน่าปวดหัวพอสมควรเลยนะ

sad smile

#18 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-05-23 15:09

ไม่ยักรู้ว่าปัดชอบแอริธแฮะ
อยู่กันมาจะ 5 ปีละ
เราก็โคดจะชอบแอริธมากมายมหาศาล
เรื่องสอบเนี่ยเห็นก็เซ็งแล้วหงะ

#19 By mutsuki on 2008-05-23 18:32

K-Type เป็นข้อสอบที่ทำลายระบบการประมวลผลทางความคิดที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยอ่ะ -*-
หลังจากทำข้อสอบประเภทนี้เสร็จจะรู้สึก เหวอๆ วิงๆ เหอๆ

#20 By miiself on 2008-05-23 19:36

ภึงตัดชอยส์ได้บ้าง แต่ข้อที่เหลือก้อไม่สามารถทำให้เราทำอะไรได้เลย
เดี๋ยวนี้ข้อสอบ ม.ปลาย ก็เริ่มมีแล้วค่ะ
สงสัยเค้าจะคงให้เด็กชินมากขึ้น
จะรอฟังภาคต่อไปนะคะHot!

#21 By EyoreZa on 2008-05-23 22:31

เห็นโจทย์แล้วตายอย่างสงบ เหอ ๆ ๆ
Hot! Hot!

#22 By P-chan on 2008-05-23 23:04

ฮ่ะๆๆๆ

คิดถึงจริงๆ
MEQ
MCQ

แล็ปกริ๊ง
กริ๊งปุ๊ปเป็นกรี๊ด

เกลียด K type ที่สุด
เคยมีแบบ
คำตอบมีทั้งหมด 50 ข้อ
บนแผ่นเดียวเลย
เอาไว้ใช้กะคำถามทั้งหมดที่มีในข้อสอบ
เง้อ
สามารถตอบได้ทั้ง 50 ตัวเลือกกะทุกคำถาม
บางทีอ่านข้อสอบก็รู้คำตอบ
แต่พอเปิดไป หน้าคำตอบนี่ดิ งงลืมคำตอบไปเลย
เง้อ

หลัง
ข้อ แบบเขียนอย่างเดียว
จะดีร้ายยังงัย
อาจารย์ยังให้ค่าน้ำหมึกบ้าง

แต่สอบฟิสิกส์นี่แทบอ้วก
ข้อสอบข้อเดียว
กระดาษคำตอบ ปาเข้าไป ห้าหน้า
ไม่ทันเสร็จ หมดเวลา
แง๊sad smile

#23 By WednesdayChild on 2008-05-24 01:01

อ่านเพลินดีคับHot!

#24 By Frankie8 on 2008-05-24 17:47

เราชอบข้อสอบแบบ k-type นะ สั่นประสาทดี
แต่ที่ชอบกว่าเป็นข้อสอบพวกเขียนพวกอธิบาย
รู้คือได้ ไม่รู้เป็นเจ๋ง รู้บ้างพอเป็นกระสัยยังพอได้คะแนน
แต่ถ้ารู้แบบผิดๆจนอาจารย์รับไม่ได้ อาจมีติดลบ

ข้อสอบ MCQ เจอพวกเล่นคำ ขุดหลุมดักนักศึกษาบ่อย เหมือนอาจารย์อยากวัดไหวพริบเราด้วยนะเนี่ย

แต่เพราะจำนวนนักศึกษาและเนื้อหาทำให้เราต้องสอบแบบ MCQ บ่อยมากถึงมากที่สุด ส่วนตัวเราว่ามันวัดความรู้ความเข้าใจจริงๆยากนะ เพราะแบบนี้ข้อสอบ MCQ จึงเป็นข้อสอบที่ออกยากและผ่านยากมากๆเหมือนกัน ลำบากทั้งอาจารย์ทั้งนักศึกษา sad smile

#25 By kororo on 2008-05-24 23:18

เหยอ..ข้อสอบ..น่ากัว...

ถึงว่า..ดิwink

#26 By ...tO..FeEL..LoNely.... on 2008-05-25 00:23

ชอบเอริสจังเลย!!

kanaloverobig smilehotmail

#27 By kanalove (202.44.135.242) on 2008-06-08 20:36

จะบอกว่า K-type เนี่ย มันมั่วได้~~~~
อาจารย์เค้าถึงเลิกออกล่ะ

ยกตัวอย่าง choice เป็นงี้
a. ข้อ 1,2,3 ถูกต้อง
b. ข้อ 3,4 ถูกต้อง
c. ข้อ 1,3 ถูกต้อง
d. ข้อ 4 ถูกต้อง
e. ข้อ 1,2,3,4 ถูกต้อง

ถ้าเรารู้ว่าข้อ 2 ถูกชัวร์ ตัวเลือกเราจะเหลือแค่ a. กะ e. ใช่มะ
ทีนี้เราก็ไปดูข้อ 4 ถ้าหากถูก ก็ตอบ a. ผิดก็ตอบ e.
เราก็สามารถทำข้อสอบได้แม้จะไม่รู้ว่าคำตอบข้อ 1 กะ 3 ถูกหรือเปล่า
ฯลฯ

วิธีข้างต้นได้ถูกเรานำมาใช้เรียบร้อยแล้วตอนปี 4 เหอๆๆ เหนื่อยbrain น้อยลงเยอะเชียวแก

จะเห็นได้ว่ามันมั่วง่ายกว่า one-best ชนิด "ข้อใดถูกต้องที่สุด" ที่ต้องรู้คำตอบทุก choice เยอะเลยล่ะ sad smile

#28 By fontis on 2008-06-18 23:50

ที่ร.ร.ก็ชอบออกแบบ K-Type

สอบทีชักดิ้นชักงอกันที

#29 By ลูกคนโตเอง on 2008-10-02 17:20

ข้อสอบแบบนี้ทำเอาตาย

บางข้อเหมือนจะมั่วได้ แต่จริงๆมันมั่วไปได้อ่ะ

ต้องรู้แบบแม่นจริงๆ

ตอนเรียนไมโคร โฮกกกก...

มีข้อสอบแบบนี้ติดๆกันเป็นสิบ แถมหลายชุดอีกต่างหาก

เป็นชุดที่ได้คะแนนน้อยที่สุดเลยอ่ะ Y-Y

#30 By pearl on 2008-10-28 12:21

เกลียดมากข้อสอบแบบที่ข้อง1และข้อ2ถูก... บลาๆ แค่ตัดช้อยส์ก็ยากพอแล้ว อันนี้ยังมีแบบกับดักทางจิตใจทำให้รักพี่เสียดายน้อง ถ้าไม่แม่นจริงตายอนาถอย่างเดียว

#31 By jackky on 2009-08-09 20:46