70: My Exam II- เรียนหมอน่ะ เค้าสอบกันแบบนี้! [2]
posted on 26 May 2008 16:30 by zieghart in My-Wisdom.
ซีรีย์เรียนๆสอบๆเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น....มาว่ากันต่อ ตอนที่สองนี่เลยครับ
---------------------------------------------------------------------
2. Essay - คำถามอัตนัย
คำถามรูปแบบยอดนิยม ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนักเรียนนักศึกษาไทยมาช้านาน...กับคำถามประเภท "ถามง่าย แต่ตอบยาก(ชิบ)" ที่ใช้วัดได้ทั้ง "ความรู้"โดยรวมของผู้สอบ และความสามารถในการ "เรียบเรียง" เพื่อนำเสนอ...ซึ่งแน่นอน แต่ละข้อ ล้วนมีคะแนนในระดับอลังการงานสร้างทั้งสิ้น...สมดังคำกล่าวของนักบูญปีเตอร์ที่ว่า "คะแนนที่ยิ่งใหญ่ ย่อมต้องแลกมาด้วยคำตอบที่ใหญ่ยิ่ง !!"
## จงอธิบายแผนการตลาดในช่วงปี 2007 ของบริษัทนินเทนโด พร้อมไล่เรียงรายชื่อ 10 เกมส์ยอดนิยมในตาราง Hall of fame ( 100 คะแนน )
...คำถามสั้นๆแค่ไม่กี่บรรทัดนี้ มักจะวงเล็บกำกับไว้ด้วยคะแนนอันมหาศาล และขู่ด้วยการมอบ "กระดาษคำตอบ ไซด์ A4 - เบิกได้ไม่อั้น" (หรือบางวิชาถึงขั้นแจกเป็น "สมุดคำตอบ" )มาอย่างเลือดเย็น ประมาณว่า...ใช้เวลาอ่านโจทย์แค่ไม่กี่วินาที พอมาเจอคะแนนกับกระดาษคำตอบแบบ refill นี่แล้ว...ก็หนาวดึ๋งถึงนิวเคลียส เขียนกันจนมือหงิกไปอีกเป็นชั่วโมงๆกันเลยทีเดียว
คำถามอัตนัยนี้ โดยมากจะเน้นถามเนื้อหาความรู้ในระดับค่อนข้างกว้าง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สอบ สามารถเลือกที่จะโฟกัสไปที่หัวข้อต่างๆได้อย่างกว้างขวาง ไม่ได้บีบจำเพาะไปที่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง
แต่แม้หัวข้อของคำถาม จะปลายเปิดมากแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะยัดๆความรู้เป็นท่อนๆ ใส่เข้าไปได้ทั้งยังงั้น...เราจำเป็นที่จะต้อง "วางโครง" ของคำตอบ ไว้ในหัวของเราให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยบรรจงเขียนไปเป็นหัวข้อๆ ตามลำดับ
## หญิงไทยคู่ อายุ 68 ปี โรคประจำตัวความดันโลหิตสูงกับต้อกระจก อาศัยอยู่บ้านสองชั้น กับสามีวัย 70 ปี มีโอกาสเสี่ยงต่ออุบัติเหตุใดมากที่สุด จงอธิบายพร้อมบอกวิธีการป้องกัน ( 100 คะแนน )
เห็นคำถามเช่นนี้ออกมา เราก็ต้องรีบเรียบเรียงหัวข้อไว้ในหัวแล้ว เช่น อุบัติเหตุ-หกล้ม //ผลต่อเนื่อง-กระดูกข้อสะโพกหัก //วิธีรักษา - ผ่าเปิดข้อสะโพก และยึดด้วยสกรู //วิธีป้องกัน - ย้ายห้องนอนมาไว้ชั้นหนึ่ง ติดไฟตามทางเดินและขั้นบันได ฯลฯ...ถ้าเราลำดับหัวข้อได้ดี อธิบายได้มีเหตุมีผล มีคีย์เวิร์ดสำคัญสอดแทรก และแบ่งเวลาในแต่ละข้อได้เหมาะสมแล้วล่ะก็...นี่จะเป็นข้อสอบประเภทที่ "ได้คะแนน" ง่ายกว่าข้อสอบปรนัยมากนัก
ข้อสอบอัตนัย เด็กไทยหลายๆคนจะร้องยี้กัน อาจเพราะความไม่คุ้นเคย ความไม่อยากรับผิดชอบกับคำตอบหมดทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ความไม่รู้จะเรียบเรียงหัวข้ออย่างไร ฯลฯ...แต่ที่แท้แล้ว แค่เราดึงคีย์เวิร์ดจำเป็นๆทั้งหลายแหล่ออกมา เขียนให้พอครอบคลุม...อย่างน้อยเราก็ยังจะ"ได้คะแนน" ในส่วนนั้นๆมาบ้าง ไม่ใช่รูปแบบ " All or None " แบบการฝนปรนัย
...และส่วนตัวผมเห็นว่า ส่วนใหญ่แล้ว...อย่างน้อยถ้ามีอะไรเขียน เราก็จะได้ค่าน้ำหมึก และค่าความตั้งใจมา ไม่มากก็น้อย ...สมัยปีหนึ่ง เคยทำข้อสอบฟิสิกส์(ไอ้ ไทม์ พาราด่ง พาราดอกซ์อะไรซักอย่างน่ะแหล่ะ ไอ้ที่กลับมาบ้านตอนเย็น เจอกับตัวเองตอนเช้า หรือไอ้ที่ดูนาฬิกาบนยานอวกาศหมุนช้าลง เทือกๆนั้นน่ะ
) "ผิดทั้งข้อ" แต่มีสูตรตั้งต้นถูก มีวิธีทำที่ถูก ถึงจะไถสมการไปหลุดโลก...ก็ยังพอจะได้มา 4 คะแนน จาก 10 เชียวนะเออ...)
...และใครอยากไซโคเพื่อนรอบข้าง ด้วยการเบิกกระดาษคำตอบมาตุนไว้ทีละหลายๆแผ่น...ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร...เห็นทำกันเยอะแยะ (แต่แม่มไม่เห็นใช้กันเลย...หอยหลอดเอ๊ย)
ถ้าถามความเห็นโดยสรุป ผมคิดว่าข้อสอบประเภทนี้...น่าจะได้คะแนนมา ค่อนข้างเป็นกอบเป็นกำกว่าประเภทอื่นๆ ขอเพียงเรามีพูลความรู้ติดหัวอยู่บ้าง...และท่าทางว่า "ความถูกต้อง" ของคำตอบ ดูจะมีความสำคัญกว่า "ปริมาณ" ที่เราทำได้ พิจารณาจากเพื่อนของผม ที่ทำไม่ทันไป 2 ข้อจาก 10 ข้อ (คิดเป็น 200 คะแนนถ้วน) มันก็ยังได้ A มาเชยชม....ทีของตรู เขียนมือหงิกกันตั้งสามชั่วโมง =="
---------------------------------------------------------------------
3. MEQ - Modified Essay Questions - อัตนัยประยุกต์
หนึ่งในความมันส์ที่ผู้สอบไม่เคยลืมเลือน นั่นคือ MEQ อันนี้นี่เอง~ หากการสอบอัตนัยปกติ ทำให้ท่านต้องเหนื่อยหน่ายเมื่อยมือ กับการนั่งปั่นสมุดคำตอบแล้วล่ะก็..."ข้อสอบอัตนัยประยุกต์" นี้ ก็จะทำให้ท่านลืมความทุกข์เหล่านั้นไปเสียสิ้น !!! (...และหันมาตะเกียกตะกายกับข้อสอบอันนี้แทน...)
...รูปมันก็ไม่ค่อยคล้ายเท่าไหร่แฮะ แต่เอาเป็นว่า การสอบแบบนี้ จะจัดให้ผู้สอบนั่งกันแบบการสอบทั่วๆไปนั่นแหล่ะ แล้วก็จะมี "ปึกกระดาษคำตอบ" มาให้เป็นจำนวนมาก...กระดาษคำตอบหนึ่งแผ่น เอาไว้สำหรับตอบ คำถามข้อย่อยหนึ่งข้อ
พอพวกเราเตรียมตัวพร้อมแล้ว สไลด์ power point ที่ตั้งเวลาไว้อย่างดี ก็จะเริ่มทำงานขึ้น...และผู้สอบทั้งห้อง ก็จะได้เห็นโจทย์ "ข้อสอบสั่งตาย"เหล่านั้น พร้อมๆกัน
## โจทย์ 1 ข้อที่ 1 - ฮันมะ ยูจิโร่ ผู้ป่วยชายญี่ปุ่น อายุ 38 ปี ปรากฎตัวขึ้นกลางห้องอุบัติเหตุในยามค่ำคืน ด้วยอาการหายใจติดขัด และเหนื่อยมาก....ท่านจะซักประวัติอะไรเพิ่มเพิ่มเติม? (3 นาที) ( 30 คะแนน )
ณ วินาทีนี้...ความรู้ทั้งหมดในสมองของผู้สอบ จะเริ่มพลั่งพรู และเสนอหน้าออกมาอย่างบ้าคลั่ง...เหนื่อยมานานแค่ไหน? ตอนทำอะไร? ออกแรงแล้วเหนื่อย? เจ็บหน้าอกแบบปวดตื้อๆ? ปวดแปล๊บๆ? นั่งพักแล้วดีขึ้น? ทำท่าไหนแล้วอาการดีขึ้น? มีโรคประจำตัว? ล้มช้างแอฟริกาด้วยมือเปล่าได้จริงๆ? ว่ายทวนน้ำตกในยามว่างงั้นหรือ? ไปดีดไข่ชาวบ้านเค้าไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ฯลฯ
ด้วยข้อมูลเบื้องต้นที่มี และเวลาอันจำกัด...เราต้องรีบจัดระบบความคิดของตัวเอง และตอบใส่กระดาษคำตอบเล็กๆในมือ ให้รวดเร็ว และแม่นยำที่สุด...เมื่อเวลาหมดลง เราก็จะส่งกระดาษคำตอบแผ่นนั้นให้เจ้าหน้าที่ พร้อมๆกับที่ โจทย์ท่อนต่อไป ถูกฉายขึ้นมา...
## โจทย์ 1 ข้อที่ 2 - ผู้ป่วยให้ประวัติเหนื่อยมา 6 ชั่วโมง ออกแรงแล้วเหนื่อยมากขึ้น นั่งพักแล้วดีขึ้น ปวดแบบแปร๊บๆ เหมือนเข็มทิ่ม ร้าวไปกลางหลัง ไม่มีโรคประจำตัว...ท่านจะส่งตรวจอะไรเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการวินิจฉัย? ( 5 นาที ) ( 50 คะแนน )
...แล้วข้อมูลต่างๆ ก็จะค่อยๆทยอยออกมาทีละข้อ ทีละข้อ...ความสนุก(?)ของมัน จึงอยู่ที่การเก็บรวบรวมข้อมูลทีละนิด ทีละหน่อย เอามาวิเคราะห์กับข้อมูลที่จำได้จากข้อก่อนๆ...ค่อยๆนึกให้ได้ ก่อนคำตอบข้อสุดท้าย จะจบลง
และจะเห็นได้ว่า "คำถาม"ของข้อถัดมา จะเหมือนเป็น "คำตอบ" กลายๆ ของคำถามข้อก่อนหน้าอยู่แล้ว...ดังนั้นผู้สอบจะสามารถรู้ตัวได้ทันที...ว่าตรูข้าได้พลาดอะไรไปบ้าง...เมื่อข้อก่อนหน้า
โจทย์ข้อแรกถามว่า จะตรวจร่างกายอะไรบ้าง...ก็ใส่กันไปเมามันส์ ฟังเสียงหัวใจ ดูชีพจร วัดความดัน ฟังเสียงกระเพาะ คลำตับ ฯลฯ....พอโจทย์ข้อต่อไปขึ้นมาตัวเบ้อเร่อว่า..."ระบบหายใจเป็นดังข้อมูลด้านล่าง..." เท่านั้นแหล่ะครับ....จะมีเสียงคนกรี๊ดขึ้นมาเป็นแถบๆ ^^" ....ความสนุก(?) อีกข้อ จึงอยู่ที่ การได้ทำข้อสอบ และได้เห็นโจทย์พร้อมๆกับเพื่อนๆนี่แหล่ะ
บางครั้งก็จะมีฟิล์ม x-ray /มีผล CT scan อะไรมาให้ดูประกอบ (...เฮ้ย...แต่ข้อก่อนหน้า ตรูส่งตรวจไปแค่ปัสสาวะนี่หว่า =[]= ) ก็ดูๆกันไป มั่วๆกันไป...ปกติก็จะมีโจทย์ประมาณ 5-6 ข้อใหญ่ (ประกอบด้วย 5-6 ข้อย่อย)ครับ ซึ่งโดยมาก จะสำคัญที่ การซักประวัติ ตรวจร่างกาย แล้วก็การส่งตรวจต่างๆ ที่เราต้องทำให้ตรงจุด ถูกระบบ อันนี้สำคัญกว่านะครับ...ไอ้การวินิจฉัยโรคสุดท้ายจริงๆเนี่ย แทบจะไม่มีความหมายเลย คะแนนน้อยมากๆ
ความเห็นส่วนตัว...แม้จะยาก และก็บีบคั้นด้วยเวลา....แต่ก็เป็นข้อสอบประเภทที่ ทำแล้ว"สนุก" มากครับ อารมณ์มันเฮฮาปาร์ตี้ไปกับเพื่อนฝูงดี ขึ้นสไลด์ใหม่มาที ก็จะฮือฮาๆกันเป็นทอดๆ เวร...ข้อเมื่อกี๊...ตรูวินิจฉัยไปคนละโรคเลยนี่หว่า...อะไรประมาณนั้น
แล้วก็ ใช่ว่าการยัดความรู้"ทุกอย่าง"ที่อยู่ในหัว ใส่ๆลงไปเลย จะได้คะแนนนะครับ ผู้ออกข้อสอบจะมองว่า อีนี่มันไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่หว่า ส่งตรวจดะไปหมด เลือด ปัสสาวะ เอนไซม์ตับ x-rayปอด บลาๆๆๆ เหมาโคตรๆ...แล้วคะแนนก็จะต่ำต้อยติดดินได้...อาเมน
การจดจำข้อมูลของข้อแรกๆ แล้วก็ตอบข้อหลังๆให้ตรงจุด...จึงเป็นเรื่องควรทำ (แม้จะยาก...จนแทบบ้า) คุณจะโจมตีด้วยระเบิดแอนตี้ซับแสตนท์ หอกลองกินุส พิชัยยุทธทมิฬ ปลดปล่อยสวัสดิกะ ดีดไข่ ไม้เทนนิส หรือกีอัสเวอร์ชันไหนก็ตาม...การตอบแบบ Hit to the point เป็นคีย์สำคัญครับ
อา.............แล้วมันง่ายซะทีไหนกัน...หลายๆครั้งก็รู้สึกว่า อยากกลับไปทำไร่ส้มเสียเหลือเกิน !!!!
.
.
You think it's over just because I'm dead. It's not over...
The Exams have just begun.
คราวหน้ามาว่ากันใหม่ กับ"ความมันส์" ที่กำลังจะเพิ่มขึ้นครับ
.
รักการสอบที่ทำได้
รักคนอ่านครับ *_*//
.
ปล.ช่วงนี้อัพบ่อย แต่ไม่ได้อู้งานนะ รายงานคนไข้ก็เสร็จหมดเรียบร้อย !! พาคนไข้ไปส่งถึงห้องผ่าตัดเลยนะเออ !! คนไข้ตามโจทย์ข้างบนนั่นแหล่ะ...แหม่ เดี๋ยวจะหาว่ายังงั้นยังงี๊
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
มันค้างๆตลอด เดี๋ยวจะพยายามใหม่น่อ

MEQ เป็นคำถามที่น่าสนุกแฮ่ะ (เอ่ รึเพราะตัวอย่างเป็นการ์ตูนเลยสนุก)
#1 By aerith-chan on 2008-05-26 18:53