.

ซีรีย์เรียนๆสอบๆเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น....มาว่ากันต่อ ตอนที่สองนี่เลยครับ

>>ลิงค์บทความ ตอนที่หนึ่ง<<

---------------------------------------------------------------------

2. Essay - คำถามอัตนัย

คำถามรูปแบบยอดนิยม ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนักเรียนนักศึกษาไทยมาช้านาน...กับคำถามประเภท "ถามง่าย แต่ตอบยาก(ชิบ)" ที่ใช้วัดได้ทั้ง "ความรู้"โดยรวมของผู้สอบ และความสามารถในการ "เรียบเรียง" เพื่อนำเสนอ...ซึ่งแน่นอน แต่ละข้อ ล้วนมีคะแนนในระดับอลังการงานสร้างทั้งสิ้น...สมดังคำกล่าวของนักบูญปีเตอร์ที่ว่า "คะแนนที่ยิ่งใหญ่ ย่อมต้องแลกมาด้วยคำตอบที่ใหญ่ยิ่ง !!"

## จงอธิบายแผนการตลาดในช่วงปี 2007 ของบริษัทนินเทนโด พร้อมไล่เรียงรายชื่อ 10 เกมส์ยอดนิยมในตาราง Hall of fame ( 100 คะแนน )

...คำถามสั้นๆแค่ไม่กี่บรรทัดนี้ มักจะวงเล็บกำกับไว้ด้วยคะแนนอันมหาศาล และขู่ด้วยการมอบ "กระดาษคำตอบ ไซด์ A4 - เบิกได้ไม่อั้น" (หรือบางวิชาถึงขั้นแจกเป็น "สมุดคำตอบ" )มาอย่างเลือดเย็น ประมาณว่า...ใช้เวลาอ่านโจทย์แค่ไม่กี่วินาที พอมาเจอคะแนนกับกระดาษคำตอบแบบ refill นี่แล้ว...ก็หนาวดึ๋งถึงนิวเคลียส เขียนกันจนมือหงิกไปอีกเป็นชั่วโมงๆกันเลยทีเดียว

คำถามอัตนัยนี้ โดยมากจะเน้นถามเนื้อหาความรู้ในระดับค่อนข้างกว้าง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สอบ สามารถเลือกที่จะโฟกัสไปที่หัวข้อต่างๆได้อย่างกว้างขวาง ไม่ได้บีบจำเพาะไปที่ประเด็นใดประเด็นหนึ่ง

แต่แม้หัวข้อของคำถาม จะปลายเปิดมากแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะยัดๆความรู้เป็นท่อนๆ ใส่เข้าไปได้ทั้งยังงั้น...เราจำเป็นที่จะต้อง "วางโครง" ของคำตอบ ไว้ในหัวของเราให้ดีเสียก่อน แล้วค่อยบรรจงเขียนไปเป็นหัวข้อๆ ตามลำดับ

## หญิงไทยคู่ อายุ 68 ปี โรคประจำตัวความดันโลหิตสูงกับต้อกระจก อาศัยอยู่บ้านสองชั้น  กับสามีวัย 70 ปี มีโอกาสเสี่ยงต่ออุบัติเหตุใดมากที่สุด จงอธิบายพร้อมบอกวิธีการป้องกัน ( 100 คะแนน )

เห็นคำถามเช่นนี้ออกมา เราก็ต้องรีบเรียบเรียงหัวข้อไว้ในหัวแล้ว เช่น อุบัติเหตุ-หกล้ม //ผลต่อเนื่อง-กระดูกข้อสะโพกหัก //วิธีรักษา - ผ่าเปิดข้อสะโพก และยึดด้วยสกรู //วิธีป้องกัน - ย้ายห้องนอนมาไว้ชั้นหนึ่ง ติดไฟตามทางเดินและขั้นบันได  ฯลฯ...ถ้าเราลำดับหัวข้อได้ดี อธิบายได้มีเหตุมีผล มีคีย์เวิร์ดสำคัญสอดแทรก และแบ่งเวลาในแต่ละข้อได้เหมาะสมแล้วล่ะก็...นี่จะเป็นข้อสอบประเภทที่ "ได้คะแนน" ง่ายกว่าข้อสอบปรนัยมากนัก

ข้อสอบอัตนัย เด็กไทยหลายๆคนจะร้องยี้กัน อาจเพราะความไม่คุ้นเคย ความไม่อยากรับผิดชอบกับคำตอบหมดทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ความไม่รู้จะเรียบเรียงหัวข้ออย่างไร ฯลฯ...แต่ที่แท้แล้ว แค่เราดึงคีย์เวิร์ดจำเป็นๆทั้งหลายแหล่ออกมา เขียนให้พอครอบคลุม...อย่างน้อยเราก็ยังจะ"ได้คะแนน" ในส่วนนั้นๆมาบ้าง ไม่ใช่รูปแบบ " All or None " แบบการฝนปรนัย

...และส่วนตัวผมเห็นว่า ส่วนใหญ่แล้ว...อย่างน้อยถ้ามีอะไรเขียน เราก็จะได้ค่าน้ำหมึก และค่าความตั้งใจมา ไม่มากก็น้อย ...สมัยปีหนึ่ง เคยทำข้อสอบฟิสิกส์(ไอ้ ไทม์ พาราด่ง พาราดอกซ์อะไรซักอย่างน่ะแหล่ะ ไอ้ที่กลับมาบ้านตอนเย็น เจอกับตัวเองตอนเช้า หรือไอ้ที่ดูนาฬิกาบนยานอวกาศหมุนช้าลง เทือกๆนั้นน่ะ ) "ผิดทั้งข้อ" แต่มีสูตรตั้งต้นถูก มีวิธีทำที่ถูก ถึงจะไถสมการไปหลุดโลก...ก็ยังพอจะได้มา 4 คะแนน จาก 10 เชียวนะเออ...)

...และใครอยากไซโคเพื่อนรอบข้าง ด้วยการเบิกกระดาษคำตอบมาตุนไว้ทีละหลายๆแผ่น...ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร...เห็นทำกันเยอะแยะ (แต่แม่มไม่เห็นใช้กันเลย...หอยหลอดเอ๊ย)

ถ้าถามความเห็นโดยสรุป ผมคิดว่าข้อสอบประเภทนี้...น่าจะได้คะแนนมา ค่อนข้างเป็นกอบเป็นกำกว่าประเภทอื่นๆ ขอเพียงเรามีพูลความรู้ติดหัวอยู่บ้าง...และท่าทางว่า "ความถูกต้อง" ของคำตอบ ดูจะมีความสำคัญกว่า "ปริมาณ" ที่เราทำได้ พิจารณาจากเพื่อนของผม ที่ทำไม่ทันไป 2 ข้อจาก 10 ข้อ (คิดเป็น 200 คะแนนถ้วน) มันก็ยังได้ A มาเชยชม....ทีของตรู เขียนมือหงิกกันตั้งสามชั่วโมง =="

---------------------------------------------------------------------

3. MEQ - Modified Essay Questions - อัตนัยประยุกต์

หนึ่งในความมันส์ที่ผู้สอบไม่เคยลืมเลือน นั่นคือ MEQ อันนี้นี่เอง~ หากการสอบอัตนัยปกติ ทำให้ท่านต้องเหนื่อยหน่ายเมื่อยมือ กับการนั่งปั่นสมุดคำตอบแล้วล่ะก็..."ข้อสอบอัตนัยประยุกต์" นี้ ก็จะทำให้ท่านลืมความทุกข์เหล่านั้นไปเสียสิ้น !!! (...และหันมาตะเกียกตะกายกับข้อสอบอันนี้แทน...)

 

...รูปมันก็ไม่ค่อยคล้ายเท่าไหร่แฮะ แต่เอาเป็นว่า การสอบแบบนี้ จะจัดให้ผู้สอบนั่งกันแบบการสอบทั่วๆไปนั่นแหล่ะ แล้วก็จะมี "ปึกกระดาษคำตอบ" มาให้เป็นจำนวนมาก...กระดาษคำตอบหนึ่งแผ่น เอาไว้สำหรับตอบ คำถามข้อย่อยหนึ่งข้อ

พอพวกเราเตรียมตัวพร้อมแล้ว สไลด์ power point ที่ตั้งเวลาไว้อย่างดี ก็จะเริ่มทำงานขึ้น...และผู้สอบทั้งห้อง ก็จะได้เห็นโจทย์ "ข้อสอบสั่งตาย"เหล่านั้น พร้อมๆกัน

## โจทย์ 1 ข้อที่ 1 - ฮันมะ ยูจิโร่ ผู้ป่วยชายญี่ปุ่น อายุ 38 ปี ปรากฎตัวขึ้นกลางห้องอุบัติเหตุในยามค่ำคืน ด้วยอาการหายใจติดขัด และเหนื่อยมาก....ท่านจะซักประวัติอะไรเพิ่มเพิ่มเติม? (3 นาที) ( 30 คะแนน )

ณ วินาทีนี้...ความรู้ทั้งหมดในสมองของผู้สอบ จะเริ่มพลั่งพรู และเสนอหน้าออกมาอย่างบ้าคลั่ง...เหนื่อยมานานแค่ไหน? ตอนทำอะไร? ออกแรงแล้วเหนื่อย? เจ็บหน้าอกแบบปวดตื้อๆ? ปวดแปล๊บๆ? นั่งพักแล้วดีขึ้น? ทำท่าไหนแล้วอาการดีขึ้น? มีโรคประจำตัว?  ล้มช้างแอฟริกาด้วยมือเปล่าได้จริงๆ? ว่ายทวนน้ำตกในยามว่างงั้นหรือ? ไปดีดไข่ชาวบ้านเค้าไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ฯลฯ

 

ด้วยข้อมูลเบื้องต้นที่มี และเวลาอันจำกัด...เราต้องรีบจัดระบบความคิดของตัวเอง และตอบใส่กระดาษคำตอบเล็กๆในมือ ให้รวดเร็ว และแม่นยำที่สุด...เมื่อเวลาหมดลง เราก็จะส่งกระดาษคำตอบแผ่นนั้นให้เจ้าหน้าที่ พร้อมๆกับที่ โจทย์ท่อนต่อไป ถูกฉายขึ้นมา...

## โจทย์ 1 ข้อที่ 2 - ผู้ป่วยให้ประวัติเหนื่อยมา 6 ชั่วโมง ออกแรงแล้วเหนื่อยมากขึ้น นั่งพักแล้วดีขึ้น ปวดแบบแปร๊บๆ เหมือนเข็มทิ่ม ร้าวไปกลางหลัง ไม่มีโรคประจำตัว...ท่านจะส่งตรวจอะไรเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการวินิจฉัย? ( 5 นาที ) ( 50 คะแนน )

...แล้วข้อมูลต่างๆ ก็จะค่อยๆทยอยออกมาทีละข้อ ทีละข้อ...ความสนุก(?)ของมัน จึงอยู่ที่การเก็บรวบรวมข้อมูลทีละนิด ทีละหน่อย เอามาวิเคราะห์กับข้อมูลที่จำได้จากข้อก่อนๆ...ค่อยๆนึกให้ได้ ก่อนคำตอบข้อสุดท้าย จะจบลง

และจะเห็นได้ว่า "คำถาม"ของข้อถัดมา จะเหมือนเป็น "คำตอบ" กลายๆ ของคำถามข้อก่อนหน้าอยู่แล้ว...ดังนั้นผู้สอบจะสามารถรู้ตัวได้ทันที...ว่าตรูข้าได้พลาดอะไรไปบ้าง...เมื่อข้อก่อนหน้า

โจทย์ข้อแรกถามว่า จะตรวจร่างกายอะไรบ้าง...ก็ใส่กันไปเมามันส์ ฟังเสียงหัวใจ  ดูชีพจร วัดความดัน ฟังเสียงกระเพาะ คลำตับ ฯลฯ....พอโจทย์ข้อต่อไปขึ้นมาตัวเบ้อเร่อว่า..."ระบบหายใจเป็นดังข้อมูลด้านล่าง..." เท่านั้นแหล่ะครับ....จะมีเสียงคนกรี๊ดขึ้นมาเป็นแถบๆ ^^" ....ความสนุก(?) อีกข้อ จึงอยู่ที่ การได้ทำข้อสอบ และได้เห็นโจทย์พร้อมๆกับเพื่อนๆนี่แหล่ะ

บางครั้งก็จะมีฟิล์ม x-ray /มีผล CT scan อะไรมาให้ดูประกอบ (...เฮ้ย...แต่ข้อก่อนหน้า ตรูส่งตรวจไปแค่ปัสสาวะนี่หว่า =[]= ) ก็ดูๆกันไป มั่วๆกันไป...ปกติก็จะมีโจทย์ประมาณ 5-6 ข้อใหญ่ (ประกอบด้วย 5-6 ข้อย่อย)ครับ ซึ่งโดยมาก จะสำคัญที่ การซักประวัติ ตรวจร่างกาย แล้วก็การส่งตรวจต่างๆ ที่เราต้องทำให้ตรงจุด ถูกระบบ อันนี้สำคัญกว่านะครับ...ไอ้การวินิจฉัยโรคสุดท้ายจริงๆเนี่ย แทบจะไม่มีความหมายเลย คะแนนน้อยมากๆ

ความเห็นส่วนตัว...แม้จะยาก และก็บีบคั้นด้วยเวลา....แต่ก็เป็นข้อสอบประเภทที่ ทำแล้ว"สนุก" มากครับ อารมณ์มันเฮฮาปาร์ตี้ไปกับเพื่อนฝูงดี ขึ้นสไลด์ใหม่มาที ก็จะฮือฮาๆกันเป็นทอดๆ เวร...ข้อเมื่อกี๊...ตรูวินิจฉัยไปคนละโรคเลยนี่หว่า...อะไรประมาณนั้น

แล้วก็ ใช่ว่าการยัดความรู้"ทุกอย่าง"ที่อยู่ในหัว ใส่ๆลงไปเลย จะได้คะแนนนะครับ ผู้ออกข้อสอบจะมองว่า อีนี่มันไม่รู้เรื่องอะไรเลยนี่หว่า ส่งตรวจดะไปหมด เลือด ปัสสาวะ เอนไซม์ตับ x-rayปอด บลาๆๆๆ เหมาโคตรๆ...แล้วคะแนนก็จะต่ำต้อยติดดินได้...อาเมน

การจดจำข้อมูลของข้อแรกๆ แล้วก็ตอบข้อหลังๆให้ตรงจุด...จึงเป็นเรื่องควรทำ (แม้จะยาก...จนแทบบ้า) คุณจะโจมตีด้วยระเบิดแอนตี้ซับแสตนท์ หอกลองกินุส พิชัยยุทธทมิฬ ปลดปล่อยสวัสดิกะ ดีดไข่ ไม้เทนนิส หรือกีอัสเวอร์ชันไหนก็ตาม...การตอบแบบ Hit to the point เป็นคีย์สำคัญครับ

อา.............แล้วมันง่ายซะทีไหนกัน...หลายๆครั้งก็รู้สึกว่า อยากกลับไปทำไร่ส้มเสียเหลือเกิน !!!!

.

.

You think it's over just because I'm dead. It's not over...

The Exams have just begun.

คราวหน้ามาว่ากันใหม่ กับ"ความมันส์" ที่กำลังจะเพิ่มขึ้นครับ

.

รักการสอบที่ทำได้

รักคนอ่านครับ *_*//

.

ปล.ช่วงนี้อัพบ่อย แต่ไม่ได้อู้งานนะ รายงานคนไข้ก็เสร็จหมดเรียบร้อย !!  พาคนไข้ไปส่งถึงห้องผ่าตัดเลยนะเออ !! คนไข้ตามโจทย์ข้างบนนั่นแหล่ะ...แหม่ เดี๋ยวจะหาว่ายังงั้นยังงี๊

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คำถามอัตนัย เป็นอะไรที่โคตรเมื่อยมือจริงๆคะ แต่ก็สนุกดีเขียนบ้าบอลงไปเรื่อย ... บางคนก็ชอบตอบเป็นหน้าเลย .. แต่เรานิยมสั้นๆ แต่ได้ใจความ (แต่ใช้เวลาทำเต็มชั่วโมงทุกที)
MEQ เป็นคำถามที่น่าสนุกแฮ่ะ (เอ่ รึเพราะตัวอย่างเป็นการ์ตูนเลยสนุก)confused smile

#1 By aerith-chan on 2008-05-26 18:53

Nostalgia...Exam 1

คุณป้าหื่น.../โค้งสวัสดีคุณป้า big smile ไม่อยากจะคุยครับ...เคยสอบข้อสอบ k-type 10 ข้อรวด...และผิดหมดมาแล้ว !! ยังดีที่ไม่ได้เก็บคะแนน แต่ก็ทำผมหลอนไปนานเหมือนกัน 555

พี่หมอแมว...ไม่เอาน่า~~อย่าพูดเหมือนผ่าน"ชีวิตการสอบ" มานานแบบนั้นสิครับ แค่ไม่กี่ปีเอง...เนอะ question

คุณหมอโรคจิต...เรื่องแลปกรี๊ด เดี๋ยวมีแน่ครับ ตอนต่อๆไปนี่แล question ใครเห็นเป็นต้องกรี๊ดกันทุกคน หุหุ
อา แล้วช่วงนี้ไม่รู้ทำไม ผมเข้าบลอกหมอไม่ได้เลย มันค้างๆตลอด เดี๋ยวจะพยายามใหม่น่อ

คุณ SkyKiD...ข้อสอบตอบผิดติดลบ เคยเจอตอนม.ปลายครับ หลอนจนแทบดิ้น ยังดีที่มหาลัย ไม่เจอแล้ว...อา ค่อยสบายใจหน่อย ^^"

พี่วลาดิมีร์...เงื่อนไขนรกแตกมากครับ ไอ้ที่ว่า"จะมีคำตอบกี่ข้อ หรือไม่มีเลย" เนี่ย sad smile ...ส่วนไอ้ที่หักคะแนนข้อผิด ผมเคยเอาไปแกล้ง ออกข้อสอบติวน้องๆม.ปลายเหมือนกันนะ ปรากฎว่า คนที่ได้คะแนนสูงสุด...อยู่ที่ -4 คะแนนครับ confused smile

เอริธจัง...โจทย์ที่ถูกฟันแขน ผมตั้งเอง ให้ข้อมูลไม่ครบครับ จริงๆต้องมีบอกด้วยล่ะ ว่าฟันแขนด้านนอกหรือด้านใน เพราะเส้นประสาทคนละเส้น question แต่ถ้าปกติแล้ว มันจะเป็นแบบ ต้นแขนอ่อนแรง(ยกแขนไม่ได้ พวกหวีผม หรือโบกมือ จะทำไม่ได้) กะข้อมืออ่อนแรงครับ (ข้อมือตก ทำงานละเอียดๆม่ายด้ายยย)
โธ่ แล้วรูปคอสเพลย์นั่น ก็ส่วนสาวญี่ปุ่นเค้าสิครับ...เราสาวไทย มีดีกว่าชาติไหนๆนะ big smile

คุณ piggy...ผมมีเพื่อนเรียนสัตวแพทย์ ดูมันสนุกสนานกับการศึกษาม้า ศึกษาวัว รักษาหมาอะไรพวกนี้ดีครับ...แต่ก็เรียนหนักใช่เล่นเหมือนกัน เผลอๆหนักกว่าผมอีก ^^"
และถ้าจะว่าไป...เพื่อนผม ไปทางสายศิลป์กันมากกว่าแฮะ ดูแฮปปี้ มีความสุข และก็มีงานมีการทำกันเป็นเรื่องเป็นราวหมดแล้ว อา อิจฉาเหมือนกัน confused smile
ส่วนเอนทรีไหน ไม่สะดวกก็ไม่ต้องเมนท์ก็ได้ครับ เขียนบลอกมา มีคนอ่านก็ดีใจแล้วน่อ
big smile

เจ๊โอ๋...อยากขอบคุณซักหมื่นครั้ง กับ dvd ที่ไรท์ให้ ถ้ามีอะไรให้ช่วย ขอให้บอกเลยนะเจ๊ confused smile
ช่วงนี้มันว่างๆน่ะ เลยมีเวลาดูหนัง แล้วก็อัพบลอกได้มากหน่อย...แต่ยังเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลยฟร่ะ =="
เรื่อง tags ถ้าอยากทำ ทำได้เลย แจกให้ !! เลือกตัวได้ตามใจชอบ แล้วจะตามไปอ่านน่อ.......ว่าจะส่งพวก Clamp ให้ ก็กลัวจะเบื่อซะก่อนน่ะสิ question

พี่เส่ง...ชะตาฟ้าลิขิต เกรดของนักศึกษา ก็อยู่ที่ปลายดินสอของเรา และปลายปากกาของอาจารย์ครับ

Shuu คุง...ข้อสอบวิศวะ ก็ใช่จะง่ายนี่นา...เพื่อนผมบ่นกันเป็นแถบๆ ดรอปแล้วดรอปอีก วิชาปราบเซียนก็เยอะ ดีนะครับ ที่จบมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว confused smile

คุณเมเปิลขาว...ปกติ ผมชอบตอนเรียนนะ เพลินๆ ได้ความรู้ดี....แต่ไม่เคยชอบตอนสอบเลย ให้ดิ้นตายสิ

คุณ Krai...ข้อสอบแบบนี้แหล่ะครับ ที่ปวดขมับสุดๆ ถ้าไม่"รู้หมด" ล่ะก็ ยังไงก็ไม่ได้ฟาดคะแนน เฮ่อ sad smile

คุณ KC_crush...ผมเชื่อว่า ถ้าเอาเด็กนิติมาสอบหมอ จะทำคะแนนได้ไม่แพ้กันแน่นอนครับ เพราะความจำระดับเทพกันทั้งนั้น confused smile เพื่อนผมนี่ท่องกันได้เป็นบทๆ เจาะกันเป็นบรรทัดๆ...อา แต่ผมก็ชอบอัตนัยนะ อย่างน้อยที่เราอ่านๆมา ก็ต้อง"ได้เขียน"ลงไปบ้างล่ะ

คุณ V@N (สารพัดพิษ?)..."สมุดคำตอบ" ในตำนาน เจอเมื่อไหร่ เป็นซีดเมื่อนั้น...พวกข้อเขียนแบบคะแนนล้นหลามนี่ละครับ น่าพรั่นพรึงที่สุด แหะๆ

คุณอัจฉริยะโง่ เอ๊ะยังไง^^...เคยเรียนแคลคูลัสพื้นฐานมาบ้างครับ...ตระหนักได้เลยว่า หัวผมไม่มีทางไปทางคำนวณได้แน่นอน...ความยากมันไร้ก้นบึ้งเกินไป sad smile แค่คำร่ำลือถึงข้อสอบวิศวะ ก็ยากเถื่อนมากๆอยู่แล้ว โดยเฉพาะวิชา material ล่ะมั๊ง เพื่อนผมกรี๊ดกันเป็นแถบๆ

akira คุง...ข้อสอบ choice...ของผมเองก็ยังมีอยู่ครับ แต่ถ้าให้เลือก อยากเติมคำมากกว่าแฮะ ยังพอจะมีคะแนนให้บ้าง question แต่เมื่อยมือสุดๆ เขียนกัน 3 ชั่วโมง 555
ส่วน K-type---อย่าไปพูดถึงมานนนน

เจ๊บี...เจ๊คิดว่า FF7 นี่ เราจะชอบหัวโบะรึไง question ว่างๆวาดแฟนอาร์ตเจ๊แอให้ยลหน่อยดิ confused smile

คุณ miiself...ทำข้อสอบเสร็จ คนทำก็จะเสร็จไปด้วย เป็นสัจธรรมครับ ^^" เครื่องรวนไปเลย ยิ่งสอบทั้งวัน ยิ่งเบลอข้ามคืน 555

คุณ EyoreZa...หลักสูตรเด็กม.ปลาย เดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ค่อยได้ตาม ว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ส่วนตัวก็อยากให้ลดพวก choice ๆ ลงบ้างนะครับ มันไม่ค่อยเวิร์คต่อการวัดผลจริงๆนะ แม้จะออกง่าย ออกเร็วก็เหอะ

P-chan...Rest in peace นะครับ question

คุณเด็กวันพุธ...ไอ้ซีรีย์ 50 ตัวเลือกนี่ มีจริงๆหรอครับเนี่ย !! โหดทมิฬมั่กๆ
สอบฟิสิกส์แบบหลายๆหน้า ผมเองก็พอจะนึกภาพออกบ้าง เป็นนรกแห่งตัวเลขและการคำนวณอย่างแท้จริง sad smile
สู้ๆละกันน่อ

คุณ Frankie8...ขอบคุณสำหรับคำชม และลูกบอลนะครับ confused smile

คุณ kororo...เห็นด้วยทุกประการครับ พวก MCQ นี่ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ลดๆลง มาเน้นพวกเติมคำ บรรยาย อัตนัยอะไรพวกนี้ดีกว่า ตรวจยากหน่อย แต่ก็ได้วัดความรู้ของนักศึกษาจริงๆอ่ะนะ
ข้อดีของ MCQ คือ รู้คะแนนเร็วมากครับ วันต่อวันกันเลยทีเดียว...เอ มันเป็นข้อดีรึเปล่าหว่า? embarrassed

คุณ tO..FeEL..LoNely โอ้ว ชื่อเท่ห์มากครับ confused smile แล้ว...ว่าอะไรเอ่ย? question

#2 By Zieghart on 2008-05-26 19:17

ข้อสอบอัตนัย ผมติดนิสัยเสียตรงที่ว่านึกอะไรได้ก็ใส่มันไปเลย จะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวก็ตาม เผื่อ อ.มีเมตตาให้คะแนนค่าน้ำหมึกบ้าง 55

มีข่าวลือว่าเพื่อนในคณะผมคนนึง อย่างฮาเลย ตอบไม่ได้ เขียนเนื้อเพลงลงไป [ข้อสอบกฎหมาย] เห็นว่าได้คะแนนมาด้วย อะไรจะฟลุ๊คปานนั้น sad smile

MEQ นี่น่ากลัวเหมือนกันแฮะ

#3 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-05-26 19:31

บางข้อเหมือนให้แต่งเป็นนิยายเลยวุ๊ย555confused smile

#4 By wesong on 2008-05-26 21:22

ไม่เคยเจอข้อสอบ MEQ แฮะ ท่าจะมัน

ข้อยูจิโร่ คำถามแรกที่ผมจะถามคือ "ใช่ตัวจริงแน่นะ?" ครับ sad smile

ลองเดา เอนทรี่ต่อไปเป็นข้อสอบแบบ T/F หรือเปล่าครับ?
คุณจะโจมตีด้วยระเบิดแอนตี้ซับแสตนท์ หอกลองกินุส พิชัยยุทธทมิฬ ปลดปล่อยสวัสดิกะ ดีดไข่ ไม้เทนนิส หรือกีอัสเวอร์ชันไหนก็ตาม...

กร๊ากกกก....
อย่าเพิ่งหนีไปทำไร่ส้มคนเดียวสิ

เข้ามายืนยันว่า MEQ ฮาแตกจริงๆ

ช่วงนี้สมองตีบตัน ไม่รู้จะหาอะไรมาอัพบล็อกดี...

#6 By >>VaRioLa on 2008-05-27 21:30

แวะเข้ามาทักเรื่อง ปล.

คนไข้ตามโจทย์ปัญหาที่เพิ่งพาไปส่งห้องผ่าตัดนี่...ใช่ยูจิโร่หรือเปล่าครับ?
Hot!
ชอบครับ confused smile

#8 By หมอแมว on 2008-05-28 15:24

ผมชอบข้อสอบอัตนัยนะครับ ยกเว้นที่ออกโดยอาจารย์ประเภทที่ให้คะแนนตามความยาวของเนื้อหา เพราะผมอรรถาธิบายไม่เก่ง เวลาเห็นคนที่มันเรียนไม่รู้เรื่องเลยได้คะแนนเยอะกว่าเราเพราะตอบยาวกว่าแล้วมันหงุดหงิดแกมหมั่นไส้

แต่อาจารย์แบบนั้นคงมีไม่เยอะหรอกเนอะ

#9 By P.S. on 2008-05-28 15:28

เรียนวิดยา เจอข้อสอบที่ไม่ค่อยต่างกันเลย
ยิ่งประเภท ข้อสอบบรรทัดเดียว หรือไม่ถึงบรรทัด
แต่เว้นที่ไว้ให้ตอบเต็มๆหน้าเนี่ย
หลายๆครั้งที่เล่นเอาปาดเหงื่อเลย sad smile
อืมมมม.... น่าสนุก (เรอะ!!!~)

เรื่องสอบอัตนัย ตามที่เคยทำมา ตอบตรง-คำคีย์เวิร์ดครบ จะได้คะแนนดีก็จริง.... แต่ถ้าหากว่า อ. ใช้วิธีตัดเคิร์ฟในการตัดเกรด... อันนี้ต้องใช้กลเม็ดการแต่งตำราเข้าช่วยด้วยหละ แบบว่า ใครยิ่งอธิบายองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้สมบูรณ์กว่ากัน คนนั้นก็ A

ที่พูดมานี่ไม่ใช่สาขาหมอนะคะ... ไม่รู้ว่าสาขาหมอจะเป็นยังงี้เหมือนกันรึเปล่านะ

ป.ล. เคยได้ยินถึงข้อสอบแบบแปลกกว่านี้อีกในสาขาอื่น.... เอาว่ารอดูดีกว่า ว่าหลักสูตรแพทย์จะมีแบบนั้นด้วยรึเปล่านะ question

#11 By lexManarae on 2008-05-28 15:39

อัตนัยคล้ายๆกันทุกสายละมั้งsad smile

วิชา Software Engineering ปลายภาคมีสามข้อ มีสมุดให้สามเล่ม เบิกเพิ่มได้

สอบเสร็จข้อมือแทบพังsad smile

#12 By house on 2008-05-28 16:02

พระเจ้าจอร์จ ผมละคนนึงที่ไม่ถูกกับอัตนัยเลยsad smile

#13 By rokjitjung on 2008-05-28 16:14

หุ หุ...ปรับตัวยกใหญ่ก็เรื่องสอบนี่ล่ะค่ะ จายมัธยมสู่มหาลัยมันช่างแตกต่าง
สอบไปประกอบของเภสัชนี่อย่างมันส์ค่ะbig smile big smile

#14 By (^_^)/nana on 2008-05-28 16:51

คุคุ ที่โรงเรียนของหนูมีคนทำข้อสอบอัตนัยไม่ได้แล้วเขียนด่าอาจารย์เป็นชุดๆด้วยค่ะ ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันมีชีวิตแบบไหนแล้วsad smile

ชักไม่อยากเรียนหมอแล้วสิ.sad smile
คิดถูกแล้วที่ผม เลือกเรียนบรรณารักษ์
ไม่เลือกหมอ
นับถือวิชาชีพหมอมากๆครับ บุญเยอะ ช่วยคนได้มาก

#16 By Dei on 2008-05-28 18:12

ม่าย ยย ย ย ยย ย ย
ฉั๊นเกลียด MEQ + Essay ทุกชนิด
ขอ MCQ เท่านั้นที่คุณคู่ควร question

ปล. แกพึ่งลง ortho หรืออยู่ ortho ตอนนี้รึป่าว
แต่ละคำถามนี่มันช่างบ่งบอกเหลือเกิน

#17 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-05-28 18:18

น่าสนุกน้า..

แต่ปัญญาเราคงไม่ถึงหรอก..

#18 By vaaataaa on 2008-05-28 19:43

อัตนัยประยุกต์น่ากลัวสุดๆ sad smile

#19 By SkyKiD on 2008-05-28 21:50

ยอมให้มีโจทย์น้อยๆ เว้นที่ว่างคำตอบเยอะๆ ดีกว่าค่ะ


ดีกว่า โจทย์ 5 บรรทัด เลือก K-type choice จำนวนมาก และจำกัดเวลาด้วย

แค่อ่านคำถามจบก็แย่แล้นsad smile

#20 By PoY on 2008-05-28 21:57

...กรี๊ด...ดีนะเนี่ยที่เราไม่เข้าขั้นที่จะเป็นหมอได้
เป็นได้แต่หมอลำquestion

#21 By ☆アキちゃん☆ on 2008-05-28 23:47

ชอบค่ะ เพิ่งเคยเข้ามาอ่าน ชอบมั๊กๆเรย มะเคยรุมาก่อนเรยอ่ะ เอามาลงบ่อยๆน่ะ แปลกดี อิอิ

#22 By pawee (125.26.146.187) on 2008-05-29 00:45

อยากทำอัตนัยประยุกต์บ้างจัง ท่าทางจะสนุก

#23 By ปลาทู on 2008-05-29 13:09

angry smile tongue

#24 By CRM Software (116.58.231.242) on 2008-05-29 19:34

อ่านแล้วนึกในใจว่าโชคดีจริงๆที่หลุดพ้นมาได้ ฮ่าๆๆ

#25 By CanineGirl on 2008-06-02 19:57

โอว้..ทำไมมันเข้มข้นอย่างงี้
มิน่า สอบทีไรห่างเหินทุกที
ม่าย..
ม่ายยย..
ม่ายยยยยย...big smile

#26 By :P (202.91.18.206) on 2008-06-05 01:47

ยากดีแท้ sad smile

#27 By .-.Chill.-. on 2008-06-14 19:32

นึกถึง MEQ ของศัลย์ตอนปี 4
ที่อ.ถามว่าจะส่งตรวจพิเศษอะไรเพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด (เคสคนไข้กลั้นปัสสาวะไม่อยู่) (1นาที)

วินาทีนั้นนึกว่าเป็นระบบประสาทชัวร์ ก็คิดว่าจะส่งไรดีว้า VCUG, Cystogram, CT, MRI
สุดท้ายก็บ้าตอบ MRI ไป อับอายที่สุด

โจทย์ข้อต่อไปเฉลยว่า "U/A ผล ปกติ"
(สำหรับคนที่อ่านแล้วคง U/A หรือ Urinalysis คือการตรวจสารเคมีที่ออกมากับปัสสาวะค่ะ เป็นการตรวจที่เบสิคที่สุดของระบบทางเดินปัสสาวะ จะว่าเป็น routine lab ก็ได้)

ตอนโจทย์ขึ้นมานี่จำได้ว่าฮือฮาทั้งห้อง เราหัวเราะเลยอ่ะ ขำตัวเองsad smile

#28 By fontis on 2008-06-19 00:10

= =ชอบอัตนัยจ้า คะเเนนเยอะดี เขียนจนมือหงิก มันส์ได้ใจ หุ หุ

แต่ปรนัยอ่า ก็หนุกเหมือนกัน แต่บางครั้งมันก็ต้องวัดดวงกันไป จี๊ด เลยsad smile

#29 By phantira123 (118.172.39.204) on 2008-10-04 15:29

ข้อสอบแบบนี้ต้องเผื้อเวลาอ่ะค่ะ อย่าตอนพิมพ์ทำ ไอ้ที่เว้นว่างไว้สามหน้ากระดาษ กคำถามสามบรรทัดงี้

กระอักออกมาเป็นเลือดเลยทีเดียว แต่ก็ได้คะแนนมากสุดแล้วล่ะนะ (T-T)

ไอ้ข้อสอบฉายสไลด์อ่ะ อ.ชอบฉายภาพแล้วก็มีเข็มชี้ ดูภาพอ่านคำถาม ก้มลงเขียน ยังไม่ทันเสร็จเปลี่ยนภาพซะแล้ว

แต่ก็สนุกดีอ่ะค่ะ กร๊ดกร๊าดกันเป็นพักๆ

พี่หมอเขียนเก่งจัง ดูการสอบเป็นเรื่องสนุกดี (จริงหรอ??)

#30 By pearl on 2008-10-28 12:33

ตอนปี1สอบฟิสิกส์ในตำนานก็อาศัยเขียนแต่สูตร อธิบายไปหมดอ้ะ ที่แทบจะไม่พอ แต่ไม่มีส่วนไหนเลยที่เขียนอธิบายแสดงวิธีทำจนได้คำตอบ

เพราะว่ารู้นะว่าต้องทำแบบนี้ ใช้สูตรนี้

แต่ทำไม่ได้อ้ะ

...ท้ายสุดก็ได้บีมาแน่ะ

ปลื้มมั่กๆ

#31 By jackky on 2009-08-09 20:49