.

ถ้าจะว่าไป...บลอกของผมเนี่ย นอกจากพวกเนื้อหาหลัก ที่เป็นการรีวิวสื่อบันเทิงต่างๆแล้ว ก็ได้มีเริ่มซีรีย์แปลกๆไว้เยอะเหมือนกันนะครับ...และแต่ละอัน ก็ยังคงอัพแบบกระดึ๊บๆ สับไปสับมาหลายๆซีรีย์ ไปไม่ถึงไหนซะที

...แต่ที่น่าแปลกใจตัวเองก็คือ มินิซีรีย์ ที่เริ่มเขียนขึ้นมาจากอารมณ์งงๆก่อนสอบ กลับไล่ยาวรวดเดียวมาได้จนจบ...นับว่าน่าตกใจมากทีเดียว ^^" ...เป็นความมั่นคงที่เกิดจากความไม่มั่นคงสินะ...

>>ลิงค์บทความ ตอนที่สาม<<

วันนี้มาว่ากันในตอนสุดท้ายของซีรีย์ [ Exam ] ดีกว่า...หากตัดการสอบหยุมหยิมตามวาระ อย่างพวก True-False หรือ จับคู่ 2 column ออกไปแล้ว การสอบหลักๆที่เหลืออยู่ก็คือ...

---------------------------------------------------------------------

6. Long Case - การสอบรายยาว

อันนี้ เป็นการสอบที่ใช้วัดทักษะด้านการซักประวัติและการตรวจร่างกายคนไข้ ของนักศึกษาแพทย์ครับ ดูว่าสามารถที่จะซักถาม หรือตรวจร่างกายระบบต่างๆได้อย่างครอบคลุม พร้อมกับมีปฎิสัมพันธ์อันดีหรือไม่ ก่อนที่จะนำไปสู่การวินิจฉัยโรคขั้นสุดท้าย

การสอบแบบนี้ ระดับเบาะๆ จะเจอแค่ในภาควิชาอายุรศาสตร์ครับ รูปแบบการสอบเนี่ย เราจะรู้แค่เพียงว่า ต้องสอบกับอาจารย์หมอท่านไหนเท่านั้น...ส่วนเวลา วิธีการ และเกณฑ์การให้คะแนนสอบ ก็ต้องให้เราไปนัดหมาย และคุยกับตัวอาจารย์เอง

ตามปกติแล้ว เมื่อถึงเวลานัดหมาย ( = เวลาที่อาจารย์ว่าง) อาจารย์หมอก็จะพาเราไปหาคนไข้ซักคนนึงที่นอนอยู่บนตึก ซึ่งท่านเล็งๆไว้แล้ว จากนั้น ก็จะปล่อยให้เรา "ซักประวัติ & ตรวจร่างกาย" คนไข้ "อย่างละเอียด" พร้อมกับจับตาดูอยู่ตลอดเวลา ว่าตัวเราสามารถบรรลุวัตถุประสงค์(ดังกล่าวแล้วข้างต้น) ได้ครบถ้วนหรือไม่

ซักถามประวัติได้ละเอียดมั๊ย? เก็บข้อมูลสำคัญๆมาได้ครบถ้วนมั๊ย? ใช้ภาษาและท่าทางที่เหมาะสมรึเปล่า? ตรวจร่างกายเจอสิ่งสำคัญๆมั๊ย? และสุดท้าย...สามารถมา"พูดสรุป" ทุกสิ่งที่ได้รับมา ให้อาจารย์ฟังอย่างครบถ้วนรึเปล่า

ฟังดูหลักการ ก็จะคล้ายๆกับซักห้องนึง ในการสอบ OSCE ที่พูดถึงเมื่อคราวก่อนแหล่ะครับ...แต่อันนี้ จะให้เรามาสอบกับผู้ป่วยจริงๆ...สามารถได้ประวัติ(ที่กำกวม)สมจริง และได้ผลตรวจร่างกาย (ที่ไม่ตรงตามตำรา) จริงๆ...ก็เน้นหลักไปที่ ความสามารถในการ "เข้าหา&เข้าถึงผู้ป่วย" น่ะนะครับ...เรื่องผลการวินิจฉัยโรคอะไรนี่ ไม่ได้เน้นอะไรเท่าไหร่

...เพราะหลายครั้ง ที่แค่การ"คุย"กับผู้ป่วย ก็เป็นสิ่งที่ยากยิ่งแล้ว...

"แผลนี่ ไปโดนอะไรมา และได้การรักษาแบบไหนไปแล้วบ้างครับ?"

".............งั้นหรอ ชั้นได้รับบาดเจ็บมางั้นหรอ"

"อา...จำไม่ได้หรอกรึเนี่ย ตอนนั้นได้รับการกระแทกที่ศีร...."

"เปล่า ชั้นไม่รู้น่ะ...

........บางทีชั้น.....คงเป็นคนที่สาม"

((...พูดเห้อะไรของหล่อนห๊ะ !!!))

.

สำหรับนักศึกษาแพทย์แล้ว การเข้าไปทักทาย ซักประวัติ และตรวจร่างกายคนไข้อย่างละเอียดนี่...ถือว่าเป็นเรื่องปกติสามัญ ที่มีเวลาให้ทำมากกว่าเวลานอนเล่นเสียอีก...แต่น่าเสียดาย ที่ส่วนมากแล้ว ความรู้สึกคุ้นเคยเหล่านั้น จะถูกลบไปเสียสิ้น เมื่อมี "จิตคุกคาม" ที่แผ่ซ่านออกมารุนแรงจากด้านหลัง...

ครับ แม้จะมีอาจารย์หลายท่าน ที่ใจดีพอที่จะปล่อยให้เราอยู่กับคนไข้ตามลำพัง ก่อนมาสรุปเนื้อหาให้ท่านฟังทีหลัง...แต่ก็จะมีอีกหลายท่าน ที่ใจร้ายพอ จะยืนกอดอก เงี่ยหูฟัง และจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเราถูกฝีก้าว...ซึ่งบรรยากาศแบบนั้นเอง ที่ทำให้เหล่านักศึกษาแพทย์ ปากสั่น ตัวสั่น และใจสั่น...ทฤษฎง ทฤษฎีอะไรนั้น...พลันว่างเปล่าไปเสียสิ้น !!!

"คุณป้า ก้มตัวมาข้างหน้า แล้วมีเจ็บหน้าอกรึเปล่าครับ?"

(เสียงเพรียกจากด้านหลัง) "ถามทำไม? ถามไปแล้วได้อะไรรึ?"

...อ่ะ

"ตรวจระบบไหลเวียนเลือด...เสียงหัวใจ..................ปกติดีครับ"

(เสียงเพรียก เวอร์ชันเพิ่ม volume) "ป้าคนนี้เค้าเป็นลิ้นหัวใจรั่ว เป็นมาปีกว่าแล้วด้วยนะ !"

..............อ่ะ

(เสียงเพรียก เร้า tempo ) "ไหนบอกสิ ว่าต้องให้ยาอะไร ขนาดเท่าไหร่ กินกี่วัน วันละกี่ครั้ง"

..........................อ่ะ

(เสียงเพรียก MAX) "พูดไม่ออกเลย? ไม่ออกเลยเรอะ?...ป้า! สอนหมอหน่อยซิ! วันนึงๆกินยากี่เม็ด วันละกี่ครั้ง"

.........................................อ๊าาาาาาาาาาาา

โดนซอยแบบ real time เช่นนี้ ต่อให้มีความรู้แค่ไหน เป็นต้องเสร็จทุกราย...และผมเอง เชื่อเหลือเกินว่า สำหรับนักศึกษาแพทย์แล้ว ไม่มีอะไรน่าอับอายไปกว่า การถูกอาจารย์หมออบรม กดดัน ตักเตือน และด่าทอ ต่อหน้าคนไข้อีกแล้ว

 

...ยิ่งถ้าหากเกิดขึ้นต่อหน้าคนไข้ของตัวเอง...ก็คงแทบอยากจะขอนอนป่วยแทนเลยครับ...T__T

โชคยังดี ที่ผ่านๆมา ตัวผมเจอแต่อาจารย์ที่มีเมตตา(?) อยู่มาก ทำให้สามารถมีชีวิตอยู่ต่อมาได้...โดยไม่หลงเหลือบาดแผลในใจครับ...อ้า โลกช่างสวยงามจริงๆ

คนไข้ Narcolepsy...นอนหลับยาว หลับลึก หลับโลด เป็นเจ้าหญิงนิทรา...แบบนี้ซักประวัติไม่ได้นะเฟ้ยเฮ้ยยย !! เจอจริงๆด้วยนะเออ~~

---------------------------------------------------------------------

7. Oral - การสอบปากเปล่า

นี่ล่ะครับ...จานหลักที่สุด ที่ต้องเก็บไว้พูดสุดท้าย และท้ายสุดกันเลยทีเดียว...

การสอบปากเปล่า ก็เป็นตามชื่อนะครับ ที่จะให้นักศึกษา เข้าไปในห้อง เพื่อ "พูดคุย" และ "ตอบคำถาม" กับอาจารย์ เกี่ยวกับ"ความรู้อะไรก็ได้" (ย้ำว่า "อะไรก็ได้") ที่เราได้ร่ำเรียนไป...จะยกตัวอย่างคนไข้มาให้วินิจฉัย /จะพกผล CT scan มาให้อ่าน /จะสมมติให้เราคุยกับพ่อแม่ผู้ป่วย/จะถามเจาะลึกคนไข้ที่เราเคยรับๆมา /จะสร้างสถานการณ์เสมือนมาให้เราตัดสินใจ / จะถามความคิดเห็นที่มีต่อการเรียนการสอน ฯลฯ

.....ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีเพียงนักศึกษาหนึ่งคน และอาจารย์หนึ่งท่านแล้ว...ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง...ตัวเราและตัวเขา ต่างหลุดออกนอกกรอบข้อบังคับแห่งกาลอวกาศกันทั้งสิ้น !!!

การสอบปากเปล่า ไม่ใช่การสอบที่ "ยากที่สุด" และก็ไม่ใช่การสอบที่ "ได้คะแนนลำบากที่สุด"...แต่สำหรับผมแล้ว คิดว่า Oral Exam นี้..."บั่นทอน" ชีวิต และจิตวิญญาณของนักศึกษาตาดำๆ อย่างหาใดเปรียบไม่ได้ครับ

ตั้งแต่ยังเด็กยังเล็ก...ผมได้ยิน quote คลาสสิคอันนึง ซึ่งไอสไตน์ยกขึ้นมาอธิบายทฤษฎีสัมพันธภาพของเค้าอย่างง่ายๆว่า..."ถ้าคุณนั่งอยู่บนเตาร้อนๆซักหนึ่งนาที คุณจะรู้สึกเหมือนว่า มันยาวนานเป็นชั่วโมง...กลับกัน ถ้าคุณนั่งใกล้ชิดกับสาวสวยซักหนึ่งชั่วโมง คุณจะรู้สึกเหมือนว่า มันช่างสั้นเหมือนแค่นาทีเดียว"

...การสอบปากเปล่าก็เช่นกัน...

 

Tell me ,Doc. Have the lambs stopped screaming?

ไม่ต้องถึงมือดอกเตอร์เลคเตอร์...พวกเราก็สามารถถูกบีบคั้นจนถึงตายได้ กับบรรยากาศที่ชวนเกร็ง กดดัน และอึดอัดไม่ใช่น้อย...ผมขอยกตัวอย่างตอนที่สอบของศัลยศาสตร์นะครับ จะมีห้องอยู่ 3 ห้อง รอบนึงจะสอบกันอยู่ 3คน ก็ไปยืนรอที่หน้าห้องนั้นๆ...และเมื่อ"เกมส์"เริ่มต้นขึ้น พร้อมๆกับเสียงสัญญาณ พวกเราก็เข้าไปพบกับท่านอาจารย์ที่นั่งอยู่ในห้องได้ทันที

...สำหรับผู้ที่รอสอบอยู่ จะไปเก็บตัวอยู่ในห้องพัก ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง และ"ช่วงเวลา"ก่อนที่จะถึงคิวสอบของตัวเองนั้น...ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนจะยาวนานสิ้นดี...เวลาแค่ชั่วโมงกว่า กลับรู้สึกเนิ่นนานครึ่งค่อนวัน

...และสำหรับผู้ที่เข้าไปสอบนั้น เวลา 15 นาที ก่อนที่จะต้องลุกออกไปสอบกับอาจารย์ท่านอื่นในห้องข้างๆ...มันก็กลับรวดเร็ว และสิ้นหวังอย่างที่ไม่น่าจะเป็น....ประมาณว่า คิดยังไม่ทันถ้วนถี่ ตอบยังไม่ทันสมบูรณ์ น้ำตายังไม่ทันจะแห้งหาย..............เวลาสอบในห้องนี้ ก็พลันจบลง

ตอนอยู่ภาคศัลย์ ผมต้องสอบกับอาจารย์ 3 ท่าน ท่านละ 15 นาที...ซึ่งทั้งอึ้ง ทึ่ง เสียวมากๆ ที่ทุกท่าน สามารถหาคำถามที่แสนจะสร้างสรรค์ รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากๆ ในการวัดความรู้ และบีบคั้นนักศึกษาตาดำๆอย่างพวกเรา...และคำถามนับสิบ จะถูกยิงมาทันที ตั้งแต่ที่เราเริ่มลงนั่ง

"มีคนไข้ถูกรถชนหมดสติมาตอนตีสอง คุณเป็นแพทย์เวรห้องฉุกเฉิน ผมเป็นพยาบาลเฝ้ากะดึก...คุณจะสั่งอะไรผมบ้าง"

(("ผมอยากกินแคนตาลูปปั่น" ..............เสียดาย ไม่ได้ตอบไปแบบนั้น))

"คุณรู้มั๊ย แผลถูกแทง กับแผลถูกกระแทก ต่างกันยังไง"

(("ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วนี่ อาจ๊านนนนนน"....................อันนี้ดีใจ ที่ไม่ได้ตอบไปแบบนั้น ))

"ผมให้เวลาคุณ 2 นาที พูดอะไรก็ได้ ที่คุณคิดว่าถูกต้องที่สุด"

(("ผมซื้อ Nintendo Wii มาทิ้งไว้ได้สองเดือน มีปัญหามาก คือไม่มีเวลากลับบ้านไปเล่นเท่าไหร่ แถมพอได้กลับบ้าน ก็อยากจะเอาเวลาไปนอนยาวๆซัก 8-9 ชั่วโมงเหมือนกัน...กลุ้มครับ กำลังกลุ้มมากๆเลย ".................เอาวิชาการสิโว้ย !! อาจารย์คงสวนมายังงี๊แหงมๆ ))

"อ่านฟิล์มนี้ แล้วลองบอกมาซิ ว่าคิดถึงโรคอะไรบ้าง"

"เด็กอัณฑะไม่เคลื่อนลง พ่อแม่ยืนยันไม่อยากให้ผ่าตัด คุณจะว่ายังไง?"

"เด็ก 18 ปี ไฟไหม้ทั้งแขน หิ้วเข้ามาหา คุณจะทำยังไงก่อน"

 ฯลฯ

การสอบเยี่ยงนี้ นับว่า "ให้อิสระ" กับอาจารย์ผู้สอบมากๆ อยากคุย อยากถาม หรืออยากจะยกประเด็นไหนขึ้นมา ก็ไม่เป็นปัญหาใดๆ...แต่สำหรับผู้สอบแล้ว รู้สึกราวกับลูกไก่ตัวน้อยๆ ที่ต้องลุ้นระทึกว่า จะมีคำถามเรื่องไหน โยนมาให้ตอบ ในเวลาอันน้อยนิด และสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้...ถ้าถามมาตรงกับที่เตรียมมา ก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นที่ไม่รู้มาก่อนเลย...การ "ดำน้ำ" ตอบแถไปเรื่อยนั้น...มันยากกว่าการร้องคาราโอเกะเพลงที่ไม่รู้จักยิ่งนัก...

 

Hello,Doc. I want to play a game.

How much blood will you shed to stay alive?

((เกมส์บ้านมรึงสิ...มีแต่น้ำตานี่ล่ะเหวย ที่มันไหลริน !! ))

....

อาจารย์หมอ อยู่ในวงการมาร่วม 30+ ปี...นักศึกษาน้อยๆ มีความรู้อยู่เพียงเดือนกว่าๆ...การไปประชันความรู้กัน ก็ประหนึ่งเอาไข่ไปกระทบหิน....

ส่วนตัวแล้ว ผมจึงคิดว่านี่เป็นการสอบที่ "ระทึก" และ "กดดัน" ยิ่งกว่าการสอบไหนๆครับ ที่ผ่านมาก็ทำได้ดีบ้าง แย่บ้าง สลับไปมา แต่ก็ไม่ได้ปลื้มอะไรการสอบแบบนี้เลย ถึงคะแนนจะมากน้อยยังไง ก็คิดว่า ไม่คุ้มเท่าไหร่ กับพลังชีวิตที่เสียไปซักนิด...เผลอๆโชคร้าย เพื่อนผมซึมไปทั้งวันเลย ไม่รู้ไปทำอะไรมา (-_-)"

---------------------------------------------------------------------

Epilogue

ก็พอหอมปากหอมคอนะครับ กับซีรีย์กึ่งสาระ กึ่งรันทด (เฮ้ย?) [Exam] - เรียนหมอน่ะ เค้าสอบกันแบบนี้! ทั้ง 4 ตอน...ชอบไม่ชอบยังไง feedback มาได้ตามสะดวก...ผมเอง ก็ถือว่าหมดภาระไปอีกหนึ่งซีรีย์ อูรา~~

และระหว่างที่อัพเรื่องนี้ ก็มีน้องๆหนูๆหลายๆท่าน หลังไมค์ กับ add MSN มาถามรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่เหมือนกัน...ผมเอง ก็ขอบอกเลยว่า...Just as planned...เอ๊ย !! บอกว่า ถ้าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ที่มีสาระ และเป็นทางการมากกว่านี้ ก็ติดต่อมาได้ครับ ยินดีๆ

มีคนรีเควสซีรีย์ Medicine in fiction ตอนต่อมาด้วยล่ะ...ดีใจที่ชอบครับ แต่อยากบอกว่า คงต้องดองไปซักระยะนึง...ช่วงนี้ขอหนีจากเรื่องสาร๊า-สาระออกไปหน่อยละกัน ขอเอาเป็นรีวิวที่คั่งค้าง ไม่ก็ซีรีย์ [Manga] - การ์ตูนกับสังคม มาลงก่อนละกันเนอะ รออ่านกันนะครับ 

ท้ายสุดๆจริงๆ...ก่อนจะจากกันไปวันนี้  ถ้าเป็นหนังสมัยใหม่ มันก็ต้องมีการพยายามหักมุมกันบ้าง ตามธรรมเนียมสินะ....ไอ้ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำ twisted Ending ยังไงดี...เอาเป็นว่า จะขอสารภาพละกัน...

..... 

.....ผมไม่ได้เรียนหมอหรอกครับ.....

.....

..............ตึ่งโป๊ะ !!....ถ้าเป็นแบบนั้น โดนฆ่าทิ้งแหงม~~

.

.

You think it's over just because I'm dead. Yes it is.

EXAM OVER !!!

ไว้เจอกันใหม่ครับ *_*//

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

555 ชอบตอนจบopen-mounthed smile

#1 By ฺJutatip on 2008-06-22 22:48

กรั่กๆๆๆ แกไม่ได้เรียนหมอสินะ
ว่าแต่การสอบoral มันทำให้ชีวิตสั้นลงๆ ยังไงไม่รุเนอะ

#2 By mutsuki on 2008-06-22 22:53

เป็น twist exding ที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ.... (ฮา)

แอบอ่านมาหลายตอนแล้ว เพิ่งได้มาเมนต์ ชอบบทความของคุณ Zieghart มากเลยค่า >w< ว่าแต่เท่าที่อ่านมาการสอบของว่าทีหมอทั้งหลายนี่หินจริงๆ นะคะเนี่ย อ่านแล้วกลัวแทนเลย =w='

#3 By Irregulars on 2008-06-22 22:59

Nostalgia...Exam 3

SkyKiD คุง...อาจารย์หลายท่านจะมีลีลาข่มขวัญนักศึกษาต่างๆกันไป ...ผมก็พอจะนึกความรู้สึกของอาจารย์คุมสอบออกนะ ถ้ามีลูกเจี๊ยบมานั่งสั่นงงๆอยู่ตรงหน้า...ถ้าเป็นผม ก็อยากจะแกล้งให้ร้องยิ่งขึ้นเหมือนกัน อา โหดสิ้นดี sad smile

พี่ mastermune...ถ้าการสอบนี่ เหมือนหนังสืบสวน..น่าสงสารคนดูเหมือนกัน...เพราะตัวเอกมักจะตายตอนจบครับ question

rokjitจัง...พวกOSCE นี่ เหมือนกับว่า ทันตะกับเภสัชก็มีนะครับ เพื่อนผมเคยบ่นๆมาเหมือนกัน...ฟังดูน่าสนุกครับ แต่ตอนสอบนี่ ไม่ได้รู้สึกแฮปปี้อะไรเล้ยยยย

พี่วลาดิมีร์...นึกภาพปูทันวิ่งชนของหล่น เอามือขึ้นมาจับหัวพร้อมส่งเสียง'อะแฮะ'...โมเอ๊ โมเอะสิ้นดี...open-mounthed smile ส่วนเรื่องข้อสอบ WT-F นี่ วันก่อนผมเพิ่งจะได้สอบไปรอบนึงล่ะ ไม่ได้เจอมาหลายปีแล้วแท้ๆ...เท่าที่ดูแนวโน้ม ส่วนมากก็น่าจะตอบ F รึเปล่าครับ? เพราะรู้สึกว่า การ"หาจุดผิด" มันดูง่ายกว่าการ "ยืนยันว่ามันถูก" แฮะ
อ่านวิธีของอาจารย์ปูทัน ถือว่าโหดได้ใจมากครับ แต่อยากรู้ว่า ทำยังไง ถึงจะหลอกคนสอบได้เยอะๆหว่า embarrassed

เอริธจัง...ยุ่งชะมัด เป็นสัตวแพทย์ เรื่องนี้เพื่อนที่เรียนสัตวะ มันก็เชียร์เหมือนกันนะ (ป่านนี้รู้สึกจะไปใช้ทุนกับม้าที่ไหนแล้วนี่ล่ะ confused smile )ไว้จะลองหามาอ่านดูครับ
ส่วนวิธีปราบอาเบะคุง....สังเวย...สังเวยเรอะ !! จะดีหรอเนี่ยยยย sad smile

ยัยน้องพี...เอาล่ะ กำลังจะกลับมาว่างแล้วนะ อยู่ตึกเด็ก น่าจะสบายขึ้น..ล่ะมั๊ง? ตั้งใจเรียนด้วยนะหล่อน เปิดเทอมมานานแล้วนา

พี่เส่ง...สอบหมอเนี่ย มันก็โหดระดับนึงครับ แต่สมัยก่อน ตอนเรียนๆอยู่ เพื่อนๆคณะอื่นๆก็มีมาโม้ๆการสอบหฤโหดของคณะตัวเองไว้เยอะเหมือนกัน...จริงๆก็อยากอ่านที่คนอื่นเขียนบ้างน่ะนะ big smile

เจ๊บี...หล่อนตอบคำถามน้ำเน่าแบบนั้นเลยเรอะ !!
...ครือ เหมือนกันเลยอ่ะ 555 บอกไปเลย 10 นาทีที่เหลือ ใช้พลังใจของเพื่อนร่วมทีมกันเถอะ !! ลงไปเดี๋ยวพิการซะเปล่าๆ ^^...อ้า แล้วแลปกริ๊งเนี่ย อยากสอบจริงๆเรอะ...ขอเป็น OSCE ดีกว่ามะ จะได้หลากหลายๆหน่อย 555 โหดเหี้ยมไปเลย

น้อง ☂rain ~Usagi★...หมอมหิดลหรอครับเนี่ย ยินดีที่ได้รู้จักครับ ชีวิตศาลายาตอนนี้ คงแฮปปี้มากๆเลยสิ เจริญกว่ารุ่นผมเมื่อหลายปีก่อนมากๆเลย double wink

คุณคนอ่อนไหว...ว่างๆเขียนเกี่ยวกับเรื่องที่เรียนดูก็ดีนะครับ ผมยังสนใจอ่านเลย พวกดนตรีๆเนี่ย big smile

คุณหมอโรคจิต...สิ้นหวัง สิ้นหวังแล้ว !! เซตสึโบชิต้า~~

คุณ Liebestraum...การสอบที่ต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์นี่ ไม่ว่าที่ไหนๆก็คงเหมือนกันหมดนะครับ...นั่นคือกดดันสิ้นดี!! อาจารย์ก็จ้องจะดูเรา เราก็แอบจ้องชำเลืองอาจารย์ question ใครจะประสาทกินก่อนหนอ~~
อ้อ บลอกน่าสนใจดีครับ ขออนุญาต add ไว้น่อ แล้วถ้ามีเวลาจะเข้าไปตามอ่านนะครับ

คุณ liamm...อ่านแล้วกดดันแทนครับ ถ้าเจอแบบนั้นผมก็กดดันนะ ^^" ตัวผมเอง ยังไม่เคยต้องรับมือกับอาจารย์หลายๆท่านในคราวเดียว แต่เพื่อนๆส่วนมากจะเจอ2คนซะมาก...อา เป็นผมก็คงจะถามเหมือนกันนะว่า ที่ตอบไป...มันได้เรื่องได้ราวบ้างรึเปล่าคร๊าบบบ

ยูจัง...คือถ้าพูดในฐานะบุคคลที่สามแล้ว ผมคิดว่า ข้อสอบทั้งหลายเนี่ย มีวัตถุประสงค์ที่ดีในตัวมันอยู่แล้วครับ วัดระดับความสามารถที่จะเอาไปใช้ได้จริงๆ...แต่ในฐานะบุคคลที่หนึ่ง ที่ต้องสอบเองแล้ว แทบจะดิ้นตาย T_T
OSCE เนี่ย ผมเคยเจอคนไข้จริงๆด้วยล่ะครับ เป็นลิ้นหัวใจตีบ...ยังดีที่ไหวตัวทัน เกือบจะตอบตามแพทเทิร์นไปแล้ว ว่าเสียงหัวใจปกติ...ฟู่ เกือบไปๆ sad smile

เจ้าชาย papillon...ครับ ยากครับ

คุณสามหมอก...ตอนผมเจอแลปกริ๊งครั้งแรก เมื่อม.ปลาย เคยชอบอยู่เหมือนกันนะครับ แบบว่า มันส์ และระทึกดี......แต่นานวันเข้า เริ่มเกลียดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ และยิ่งดูคะแนนด้วยแล้ว ยิ่ง...อ๊ากกกก

คุณหมอเชน...เล่นแฟนพันธ์แท้ก็มันส์เหมือนๆกัน แต่อย่างน้อย มันสนุกกว่าสอบแน่ๆคร๊าบบบ ให้ตายเถอะโรบิ้น ให้ดิ้นเถอะโรเบิร์ต !!

คุณ chill...เรียนเภสัชหรอครับ มีเทคนิคอะไร ให้จำชื่อยา และข้อบ่งใช้ได้เยอะๆบ้างมั๊ยเอ่ย คนนี้มีปัญหาครับ question ...นึกถึงแลปกริ๊งเภสัชแล้วก็ขำตัวเอง เคยสอบไปครั้งนึงตอนปีสาม ทำแทบไม่ได้เลยครับ เจอต้นสมุนไพร เมล็ดพืช หรือใบอะไรก็ไม่รู้มาให้ดู...ยอมแพ้!!ยอมแพ้ครับ sad smile

คุณ rabiitz...ต้องบอกว่า โหด มัน ฮาครับ...การสอบโหดมากๆ เข้า จะเริ่มหลอกตัวเองว่ามันมันส์...และปิดท้าย ด้วยการฮา หนึความจริงนั่นเอง

คุณ TaLgY...ถ้าเจอการสอบแบบนี้ ก็เตรียมรับมือดีๆน่อ พวกผมตายไปหลายรอบแล้ว 555

คุณ(^_^)/nana...จบไปหลายปีแล้วนี่ มีคิดถึงการสอบแบบเก่าๆบ้างมั๊ยครับ question เป็นผมนี่ อาจจะมีอาวรณ์นิดๆนะ แต่ไม่กลับไปสอบหรอก หุหุ

คุณ lexManarae...ผมเคยสอบข้อสอบของสังคมไปแค่ตอนปีหนึ่ง รู้สึกว่าเหมาะมือมากกว่าสอบแบบหมอๆเหมือนกันครับ...คือเหมือนว่า เราสามารถยกเหตุการณ์มาอ้าง บรรยายทฤษฎีเกี่ยวข้องที่มันน่าจะเป็น หรือใส่ข้อมูล ความคิดเห็นของเราเองไปได้เยอะแยะเลย เขียนกันมันส์เป็นหน้าๆเลย ^^
มาเจอสอบแบบหมอๆเข้าไป อืมมมม รวดเร็ว ฉับไว และกระชับเช่นนี้...ไม่ปลื้มคร๊าบ ไม่ปลื้ม

คุณ cartoonst..โอ้ว สอบแลปกริ๊งตอนประถม วิชาอะไรครับนั่น ^^" ส่งเสริมให้เด็กมือไวใจเร็วกันตั้งแต่เนิ่นๆสินะ confused smile ดีแล้วครับ มาเจอตอนโต จะได้คุ้นๆ

คูร Bestzuya...PBL ก็มีครับ เป็นวิชาเรียนเป็นเรื่องเป็นราวเลย ตั้งหลายเทอม แต่มันไม่ได้เอามาเป็นการสอบน่ะครับ เก็บคะแนนเฉยๆ สนุกดีเนอะ big smile

เจ๊โอ๋...จำได้ว่า ตอนสอบ OSCE Med พวกข้อพัก จะมีคนชอบเอาทอฟฟี่มาเรียงเป็นตัวอักษรด้วยล่ะ เช่น..GET A บ้างล่ะ FAIL บ้างล่ะ..ไอ้บ้าเอ๊ยยย
ส่วนรีวิว แนะนำขำๆน่ะ แค่อยากอ่านเฉยๆ question

นู๋ลูค...กำลังจะขึ้นตึกเด็กอีกรอบล่ะ เฮ่อ ไม่ชอบเลยรู้มะ วอร์ดเนี๊ย ปีก่อนก็มีความทรงจำไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทั้งรุปแบบการเรียน และรูปแบบการทำงาน
...แถมปีนี้ ต้องมาอยู่เวรโต้รุ่ง 7 โมงเช้าอีก เจ้าข้าเอ๊ยยย
ถ้าเจอเธอ จะไปถามเทคนิคการรอดชีวิตละกันนะ ^^"

#5 By Zieghart on 2008-06-22 23:17

หักมุม!!!!!sad smile sad smile sad smile
สอบ oral นี่ นึกแล้วสะเทือนใจsad smile sad smile

#6 By (^_^)/nana on 2008-06-23 00:23

จบอย่างงี้เลยเหรอ???confused smile

#7 By wesong on 2008-06-23 07:02

ที่จริงเราชอบ(มาก)นะเว่ย
แต่เราไม่ค่อยสันทัดในส่วนของการแสดงออกง่ะ..sad smile
โอว๊ม่ายยยยยยยยยยยยยยยย
.
.
เอาเป็นว่า มัน ตู๊บ ๆ ติ๊บ ๆ อยู่ในใจนั้นแล ทั้ง 4 ตอนเลยนะเออ ^^"
กรู๊ววววว....cry

#8 By * (125.25.58.194) on 2008-06-23 13:50

ฮา มุกอายานามิ เรย์ =[]=

สอบปากเปล่าน่ากลัวไม่อยากพบเจอเลย ว๊ากกก

#9 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-06-23 16:40

หักมุมซะ sad smile มุขนี้ชอบครับ เนี่ยกำลังจะขึ้นวอร์ด อ.ก็ติวเรื่องถามอาการคนไข้ ผมก็เกร็งๆอยู่เพราะยังรู้สึกว่าตัวเองโง่ๆอยู่เลย sad smile
ยังไม่เคยสอบรายยาวแบบจริงจังสักที ปีที่แล้วอาจารย์ใจดีเป็นบ้า ให้สอบตรวจร่างกาย 2 ระบบ...

ปล.วิธีการเอาตัวรอดคือ หาทางลงมาอาบน้ำที่หอซะบ้าง จะได้ไม่ได้อยุ่แต่บนวอร์ดจนรากงอก

#11 By ~*LuCReZiA*~ on 2008-06-23 19:31

สอบ long case med ปีที่แล้ว
เจออาจารย์ neuromed
ก่อนสอบกลุ้มแทบตาย กรูต้องได้คนไข้ neuro แน่เลยเหวย...
neuroanatomy ยิ่งโง่ๆ อยู่

ปรากฏว่าได้ case neuro จริงๆด้วย
แต่อาจารย์บอกว่าไม่ต้องวินิจฉัย case นี้มันยากเกิน
เอาแค่ซักประวัติกับตรวจร่างกายพอ
แต่ก็ตรวจ neuro sign ผิดไปไกลโข
เราตรวจ sensory nerve ที่ขาเค้าได้ + สองข้าง
แต่อาจารย์มาตรวจให้ดูใหม่บอกว่า
"เวลาตรวจอย่าถามแค่ รู้สึกมั้ยคะ? แต่ต้องถามว่ารู้สึกเท่ากันมั้ยคะ? เทียบกันสองข้าง เห็นมั้ย คนไข้เค้ารู้สึกไม่เท่ากันสองข้าง"

พอไปคุยกับเพื่อนที่วอร์ดนั้น ปรากฏว่า...
"เฮ้ย! เตียงนั้นเรอะ!!! บ้าไปแล้ว
นั่นเค้าเก็บไว้สอบพี่ resident เลยนะ!"

อาจ๊านนนน.... ทำกับหนูได้

#12 By >>VaRioLa on 2008-06-23 20:44

อ้อ... ตอน oral ปีที่แล้วอีก

เจออาจารย์ตอกหน้ากลับมาว่า...
เธออย่ามาเรียนต่อศัลย์เลยนะ ไม่เหมาะกับเธอหรอก


อึ้งค่ะ... อึ้ง....
หนูก็ไม่ได้คิดอยากมาต่อศัลย์สักนิดหรอกค่ะ
แต่เจออาจารย์พูดแบบนี้ใส่แล้วมันบาดลึกไปถึงทรวง
เล่นเอาซึมไปทั้งวัน.....
ชั้นจะไม่เป็นหมอศัลย์เด็ดขาด!!!!
Hot!

#13 By >>VaRioLa on 2008-06-23 20:49

ตอนจบ อย่างกะหนังสืบสวนหักมุมตอนจบ 555
แหม่ จริงๆ เรื่องเล่าการสอบนี้ ... เอาไปเขียนการ์ตูนได้หลายตอนนะเนี้ย (แต่คนเขียนคงไม่ใช่เรานะ)

ดีจังเคลียร์ไปได้หนึ่งซีรีย์ .. ซีรีย์ญีปุ่นเราเนี้ย ดองยาวอยู่เลย 555

แหม่เอนทรี่ได้ดราก้อนบอลหลายลูกเชียว ... ครบเจ็ดลูกเมื่อไร อย่าลืมขอพรนะ (เริ่มไม่เกี่ยวแระ)question

#14 By aerith-chan on 2008-06-23 21:25

คุณรู้สึกอย่างนั้นจริงๆหรอ








.......อาจารย์หมอ............

#15 By warattaya (61.7.137.172) on 2008-06-23 22:11

ฮ่าๆ
ป้านี่อย่างเกลียดเลยอ่ะ สอบoralเนี่ย
เหมือนเป็นหมูที่กำลังจะถูกเชือดไม่มีผิด
บางทีนะคิดว่า
"ฆ่ากันให้ตายไปเลยดีกว่า"

ตอบไม่ได้วู้ยยยยยยยยย เข้าใจม้ายยยยย
อยากจะตะโกนออกไปดังๆให้อาจารย์ได้ยิน
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#16 By CanineGirl on 2008-06-23 22:32

เรียนหมอเหมือนกันค่ะ กำลังประสบปัญหาชีวิตปรับตัวเข้าสู่ปี 2 ไม่ค่อยได้อ่ะค่ะ พี่พอมีอะไรแนะนำฝห้มั้ยค่ะ เพราะเป็นการสอบครั้งแรกๆที่ต้องสอบติดๆกันอ่ะค่ะ =="

#17 By Nokorichan on 2008-06-23 22:50

เป็นตอนจบที่สุดยอดจริงๆครับ 5555

ปล.เสียงเพรียกจากอจ.โหดจริงๆ sad smile

#18 By SkyKiD on 2008-06-23 23:42

เจอหน้า ดร. เลกเตอร์แล้วถึงกับผงะ sad smile

Oral Exam ของหมอนี่ ท่าทางจะร้ายกาจกว่า Thesis Defense ที่ผมเจอหลายเท่าแฮะ เพราะอย่างน้อยในกรณีหลัง เรายังสามารถวางแผนการ present ให้ทางคณะกรรมการฯ ถามเฉพาะคำถามที่เราอยากจะตอบได้ แถมเรายังมีปากเสียงที่ดังไม่ด้อยไปกว่าอาจารย์ทั้งหลายเท่าไหร่

ถ้าโดน Oral exam แบบนี้ไป คงโดนความ "เกินคาด" ของมันตบร่วงเอาง่ายๆ จริงๆ แหละครับ
ไม่พูดพร่ำทำเพลง

ขอ add บลอคน้า~~surprised smile

#20 By แมวหน้าแว่น on 2008-06-24 00:17

ฝึก AQ,EQ ได้ดีมากครับ... angry smile
ดีนะเนี่ย เราไม่หมอ big smile

#23 By :: MeiJiKo :: on 2008-06-24 09:09

อ่านไปขำไป เจอหน้าเพื่อนหมอบางคนลอยมา555
เข้าใจมันมากขึ้นนะ
แต่งงกะที่บอกตอนท้ายของเจ้าของบล็อค555
-
-
-
ขอแอดนะค้าbig smile

#24 By ninjaarch on 2008-06-24 11:02

ฮ่าๆ ชอบๆค่ะชอบๆ
จริงๆ เรียนหมอก็ควรจะยากลำบากหนักหนาสาหัสนะคะ เพราะเป็นวิชาชีพที่เกี่ยวพันกับชีวิตคน ต้องรู้จริง เชี่ยวชาญจริง ทำเนียนไปเรื่อยไม่ได้
Hot!

ขอแอดด์ไว้เช่นกันนะคะ confused smile

#26 By Liebestraum on 2008-06-24 15:07

มิน่า จบมาถึงได้เป็นหมออ่ะsad smile

#27 By Peaw-weaw on 2008-06-24 15:48

สัมพัทธภาพ ไม่ใช่ สัมพันธภาพ

#28 By book on 2008-06-24 17:11

จบซะแล้วกะซี่รีย์นี้ (พูดซะอย่างกะหนัง อิอิ)

สอบแบบกดดันแบบนี้ไม่ชอบเลยแฮะ มันเครียดดด

ไม่รู้ว่าจะทำ twisted Ending กับการเม้นซีรี่ย์นี้ยังไงดี...เอาเป็นว่า จะขอสารภาพละกัน...

.....

.....เราไม่ได้อ่านเนื้อหาเลยอะ ลากมาเม้นเฉยๆ.....

.....

..............ตึ่งโป๊ะ !!....ถ้าเป็นแบบนั้น โดนฆ่าทิ้งจากคุณZieghartแหงม~~



อิอิ ล้อเล่น เราอ่านน้า ชอบด้วย !
open-mounthed smile

Hot!

#29 By .-.Chill.-. on 2008-06-24 22:55

PinG~ ขอเก็บไปไซโคเพื่อนที่เรียนหมอนะครับ ฮี่ฮี่ฮี่ cry

#30 By Pl@y-M@Te on 2008-06-24 23:17

เรียนพยาบาลก็ประมาณนี้เหมือนกันละครับ -..-"
ยิ่งช่วงซักประวัติ พยาบาลฝึกหัดอยากตายซะตรงนั้น เจอทั้งสายตาอาจารย์ พี่พยาบาล หัวหน้าเวร รุ่นพี่ และผู้ป่วยรุมประณามเมื่อทำผิด sad smile

#31 By ฟ่าง on 2008-06-25 10:15

อ่านจนจบแล้วได้อารมณ์กลับไปเรียนใหม่เลยค่ะ แต่ให้เรียนอีกก็คงไม่ไหวแล้วนะคะ เอิ๊ก แก่ไปแล้ว ^^

ตอนเด็กๆ สอบทีน้ำตาริน ตอนโตๆเลยได้รู้ว่าทำงานแล้วน้ำตาไหลเป็นน้ำตกกว่าตอนเรียนเยอะเลย sad smile

คนไข้น่ะมักจะน่ารักนะคะ ไม่ค่อยเจอแบบมึนๆเท่าไร ยิ่งเวลาเป็นเคสที่เอามาสอบบ่อยๆแกจะรู้งานมาก แบบว่าใบ้สุดๆ เคยเจอตอนสอบเป็นเคสผิวหนัง แกก็แบบว่า...ทำท่าแอบเกาให้ดู จะได้ถามว่าคันไม๊... อาจารย์จะได้เช็คลิสต์ให้คะแนนถูก

งานนั้นเลยสบายตัวไปHot!

#32 By liamm on 2008-06-25 17:36

หง่า ผมเองยังไม่โดนฆ่าทิ้งเลย ^^'' ขนาดเลิกเรียนมาปีกว่าแล้วนะนี่

#33 By on 2008-06-25 17:50

หมอซาดิสอ่ะ

#34 By Blue Chararter on 2008-06-25 23:01

เข้ามาเจอบล็อคนี้โดยบังเอิญ แต่เริ่มอ่านโดยตั้งใจ
เรียนคณะเดียวกับคุณ Zieghart แต่ต่างมหา'ลัย

ที่สำคัญ...ปีนี้Freshy ค่ะ

อยากจะฝากตัวเป็นรุ่นน้อง แต่ไม่แน่ใจ

คิดว่าอาจได้เป็นรุ่นน้องปีเดียว ไม่รู้จะต่อปีสองกับคณะนี้หรือเปล่าsad smile

ยังไงก็ขอแอดไว้ก่อนนะคะ
confused smile
จะดีมากเลย ถ้าการสอบของคุณหมอ จะเป็นการแสดงความรักและความเห็นใจคนไข้จากท่าทีที่ใส่ใจคนไข้ มากกว่า อาการที่สอบถามอาการคนไข้ ด้วยอาการกลัวการ คุกคามของอาจารย์หมอที่เฝ้ามองการสอบ
..ยิ่งถ้าได้ลองเข้าไปซักถามอย่างอ่อนโยน ละมุนละไม ต่อให้เป็นการสอบ ก็เข้าไปนั่งในใจของคนไข้แล้วล่ะค่ะ
เรียนยังไง ถึงได้เป็นหมอ

#37 By ปั๊บ (61.7.190.135) on 2008-08-13 16:33

555

ชีวิตนักศึกษาแพทย์มันน่ากลัวอย่างงี้นี่เอง -*-

#38 By viroid from Blackhole on 2008-10-15 06:19

ชอบตอนจบ แต่ไม่ชอบภาพจบจาก saw ดูไปก็บรื๊อออ...เครียดอ่ะ

อ่านสนุก แต่ก็เครียด ยิ่งคิดถึงการสอบปลายภาคที่เกรดออกมาแล้วยิ่งเครียด คะแนนจะตกต่ำไปไหนเนี่ย

แต่หลังจากนี้สักอาทิตย์ก็กลับมาลัลล้าเล่มเกมส์อ่านการ์ตุนเหมือนเดิม

ข้อสอบมีหลายแบบ แต่ขออย่าเจอแบบสุดท้ายเลยเนอะ เรียนชีววิทยาไม่น่าเจออยู่แล้วล่ะนะ ฮะฮะ

#39 By pearl on 2008-10-28 12:53

ชอบตอนจบมากเลยค่ะพี่ ฮาดี

#40 By REaL ...MiN on 2009-06-27 18:19

เวลาแถต่อหน้าอาจารย์มันเป็นอะไรที่แบบว่า....อ.เลิกซักหนูเห๊อะ แล้วเอาเบลดมาปาดคอหนูทิ้งเลยดีกว่า

เพราะงั้นเวลาไม่รู้ก็อย่าแถ ตอบว่าไม่รู้ไปเลย

แล้วบางคำถามก็เป้นคำถามที่คิดไม่ถึง...แค่อึ้งก็หมดเวลาแล้วอ้ะ

#41 By jackky on 2009-08-09 20:55

อยากเป็นพยาบาลมากๆต้องทำยั่งไงดี

#42 By ดาว อาย (118.173.227.246) on 2009-08-10 10:35