.

กลางห้องสี่เหลี่ยมที่ดูแสนจะธรรมดา...มีร่างของผู้ตายนอนแน่นิ่งอยู่ รายล้อมด้วยผู้อยู่ในที่เกิดเหตุถึงสามคน

คำให้การสามเรื่องราว สามเหตุการณ์ที่ได้รับ ล้วนขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในรายละเอียด

ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนนี้ เกิดจากความตั้งใจที่ถูกตระเตรียมไว้ หรือเกิดจากความเข้าใจผิดที่ไม่สอดประสานกัน?

เป็นไปได้ไหม ที่แม้จะไปคนละทิศทาง แต่ทุกคน ต่างมอบความจริงที่ตัวเองรับรู้ ?

เป็นไปได้ไหม ที่แม้จะพูดไม่ตรงตามจริง แต่คนทั้งสาม ก็ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ?

และจะเป็นไปได้ไหม ที่เหยื่อคนเดียวคนนั้น...เสียชีวิตจากการฆาตกรรมจริงๆ !!  

...

Q.E.D. อย่างนี้ต้องพิสูจน์ เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวน ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ปัจจุบันออกมาแล้ว 20 เล่ม

ชื่อเรื่อง เป็นคำย่อภาษาละติน มาจากวลี "Quod erat demonstrandum" ซึ่งหลายๆคนอาจจะคุ้นเคย ได้ยินมาจากวิชาคณิตศาสตร์ว่า "ซึ่งต้องพิสูจน์"

คำย่อนี้ จะใช้ลงท้ายข้อสรุปใดๆ ที่เราสามารถหามาจากการอ้างอิง และยกทฤษฎีบทต่างๆ มาพิสูจน์คำถามตั้งต้น...เป็นเหมือนการแปะทิ้งท้ายจบประโยคไว้ว่า ข้อสรุปสุดท้ายนี้ ผ่านการยืนยันและพิสูจน์มาแล้ว อย่างมีตรรกะ

 

ตัวเอกของเรื่อง โทมะ โซ เป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะ วัย 16 ปี ซึ่งกลับมาเรียนต่อชั้นมัธยมปลายที่ญี่ปุ่น หลังจากออกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกามาไม่นาน...คำถามที่ว่า เค้าต้องการเรียนรู้สิ่งใดเพิ่มเติม หรือเขากลับมาเรียนในชั้นก่อนหน้าไปเพื่ออะไรนั้น...สำหรับเด็กน้อยผู้แสนแปลกประหลาดคนนี้แล้ว ไม่มีใครเคยเข้าใจ และเคยตั้งใจที่จะเข้าถึงเลย แม้เพียงซักคนเดียว

แต่เมื่อสาวน้อยผู้มากด้วยพลังกาย และความใส่ใจในผู้คนรอบข้าง อย่าง มิสุฮาระ คานะ ได้มาพบเด็กหนุ่มที่แสนจะดึงดูดคนนี้แล้ว...หลากเรื่องราวในชีวิตประจำวัน หลายมุมมองที่มีต่อปัญหาต่างๆ และแม้กระทั่งความรู้สึกที่มีต่อผู้คนรอบตัว

ทุกสิ่งของทั้งสอง ก็พลันเปลี่ยนไป...

*******

เนื้อเรื่องของ Q.E.D. เปิดตัวได้ไม่แตกต่างจากแนวทางภาคบังคับของหนังสือการ์ตูน หรือนวนิยายแนวสืบสวนทั่วไปในท้องตลาดเท่าไรนัก...มีการฆาตกรรม มีผู้ต้องสงสัยกลุ่มใหญ่ และมีสถานการณ์ที่ดูไม่น่าเป็นไปได้

...แต่เมื่อเนื้อหาหลักดำเนินไปทีละนิด ผ่านคดีเล็กคดีน้อยตามรายทางไปมากเข้า ทิศทางความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ ก็เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

"คดี" ต่างๆใน Q.E.D. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การฆาตกรรม...ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียชีวิตอย่างแปลกประหลาด /มีตัวเลือกผู้ต้องสงสัยเป็นสิบ /มีทริคซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินจริง หรือมีแรงจูงใจที่เบาโหวงจนไม่น่าเชื่อถือ...แต่จะครอบคลุมเรื่อยไป ตั้งแต่คดีหยุมหยิม อย่างการทะเลาะเบาะแว้ง ของมีค่าหายสาบสูญ หรือมรดกที่แบ่งกันไม่ลงตัว ไปจนถึงระดับคดีฆาตกรรมที่แสนซับซ้อน และน่าเหลือเชื่อ

เรื่องราวทั้งหมด ที่อยู่ในรูปของคดีย่อยๆ จบในเล่มเช่นนี้ มักเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และสับสนของข้อมูล รวมไปถึงลำดับเวลาที่ดูเป็นไปไม่ได้...หลายต่อหลายครั้ง ที่คำให้การของผู้เกี่ยวข้อง สวนทางกันเองอย่างสิ้นเชิง และหลักฐานที่เห็นอยู่ตรงหน้า หรือคนร้ายที่รู้กันอยู่แก่ใจ ก็ยังเกี่ยวพัวพันกันอย่างไม่น่าจะเป็น นำพาผู้อ่านไปสู่ปมที่ยุ่งเหยิงยิ่งขึ้น...และไปชนเข้ากับทางตันในท้ายที่สุด

ทว่า โดยแท้จริงแล้ว "ความสับสน" นั้น ล้วนเกิดจากความนึกคิดที่แปลกแยก...ดังคำกล่าวที่ว่า คนทุกคน ที่เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ...ต่างล้วนมี "สิ่งที่ต้องการปิดบัง"กันทั้งสิ้น...ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง เพื่อคนร้าย หรือกระทั่งเพื่อคนที่ไม่เกี่ยวข้อง...

และสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะสามารถไขปริศนา คลายปมเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย กลับเป็นกุญแจดอกเล็กๆเพียงแค่ดอกเดียว...

 

จะดีหรือร้ายก็แล้วแต่...โทมะ โซ เป็นผู้ที่จะไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ และสิ่งเร้ารอบข้าง...ไม่ว่ารูปคดีแรกเริ่ม จะดูน่าเหลือเชื่อแค่ไหน...แรงจูงใจทั้งหมด จะชี้ไปที่คนๆหนึ่งอย่างชัดเจนเพียงไร...หลักฐานทั้งหมดที่มีในมือ จะพัวพันกันซับซ้อนขนาดไหน...

สิ่งที่สะท้อนในดวงตาของเด็กหนุ่ม มีเพียงแค่ "ความจริง" ที่ไม่มีวันบิดเบือน 

สิ่งที่ประมวลอยู่ในสมอง มีเพียง "ข้อมูล" ที่ได้รับเข้ามา อย่างไม่มีอคติ

สิ่งที่ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อกรั่นกรองเอา"เนื้อแท้"ของความขัดแย้งออกมา...มีเพียงหนึ่งเดียว...

..."ตรรกะ"  หรือ Logic ที่แน่วแน่ ชัดเจนราวกับจะจับต้องได้นี้เอง ที่สามารถเปิดทางสู่บทสรุปของเรื่องราว เผยให้เห็นภาพความจริง ที่ธรรมดาอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อวัตถุดิบในมือพร้อมสรรพ...โทมะ โซ ก็จะเป็นดั่งเครื่องจักรประมวลผล ที่ใช้เพียงตรรกะและสติของตน จัดหมวด เรียงหมู่ และพินิจชิ้นส่วนที่ดูจะยุ่งเหยิงเหล่านั้น นำมาประกอบกันเป็นภาพสุดท้ายอย่างใจเย็น ก่อนที่จะได้คำตอบที่สามารถอธิบายทุกๆเหตุการณ์ และความขัดแย้งทั้งหมดได้อย่างเป็นลำดับขั้น...

"เท่านี้...ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ" เด็กหนุ่มไม่เคยลืมที่จะทิ้งท้ายไว้...ภายหลังจากการเดินทางไปสู่บทสรุปของทุกปัญหา

กล่าวโดยสรุป จุดเด่นของ Q.E.D ในฐานะการ์ตูนสืบสวน จึงอยู่ที่ "รูปแบบ"คดีที่หลากหลาย...เรียบง่าย สลับกับซับซ้อน แต่ก็ล้วนอยู่ในขอบเขตของสามัญสำนึก ที่ทุกอย่าง สามารถแก้ไขได้ด้วยตรรกะ และสติที่ตั้งมั่นโดยแท้

"ความกลมกลืน"ของตัวละครหลักในเรื่อง ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจอยู่ในที เมื่อชายหญิงสองคนที่มีจุดยืน และรูปแบบของความคิดที่แตกต่าง ได้มาร่วมงานภายใต้โจทย์ปัญหาเดียวกัน ทั้งปฎิกิริยา และบทบาทของคนทั้งคู่ ต่างสอดรับ และเกื้อกันให้ไปสู่ผลลัพธ์สุดท้ายได้รวดเร็ว และลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คงไม่พ้น "แนวทางการคิด" ที่ทำให้ไปถึงบทสรุปของเรื่อง ที่คนอ่านอย่างเราๆ ก็อยู่ในวิสัยที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมได้โดยไม่ยากเย็นนัก...และอาจจะตระหนักถึงความสำคัญของการคิดอย่างมีระบบระเบียบได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน มันก็เป็นเช่นนี้...หลายๆปัญหา ควรจะเรียบง่ายและแก้ไขได้อย่างลงตัว หากมองในสายตาของคนนอก...แต่เมื่อมันเข้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องของตัวเราเองเข้าแล้ว ก็มักจะถูกทำให้มัน "ซับซ้อน" ยิ่งขึ้นอย่างไม่น่าจะเป็น

สิ่งที่บดบังความเป็นจริงที่เห็นกันชัดๆ มีได้มากมายหลายหลาก...อคติที่มีต่อคนที่ไม่ชอบหน้า ความโอนเอียงที่มีต่อคนใกล้ชิด ความว้าวุ่นที่มีต่อเรื่องของตัวเอง...และอีกมากมายเกินจะยกมากล่าว ทุกสิ่งล้วนสามารถทำให้เรื่องเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นปัญหาที่แสนยิ่งใหญ่ไปได้ โดยปริยาย

หากเพียงแค่เราถอยมาซักหนึ่งก้าว ใช้เหตุและผลที่พึงจะมี ค่อยๆทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า "ความยุ่งเหยิง" ที่ทำให้เราอยู่ไม่สุขเช่นนี้...เกิดจากเนื้อแท้ของปัญหา...หรือเกิดจากความขุ่นข้องในใจของเราเอง

.

แด่ตรรกะที่สวยงาม

ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ

 

สรุปม้วนเดียวจบ

.

ข้อดี และจุดน่าสนใจของ Q.E.D.

- เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนที่มีรูปแบบหลากหลาย แหวกจากแนวทางบังคับทั่วๆไป

- การหยิบยกปัญหาที่ดูเหมือนซับซ้อน มาแก้ไขให้เห็นกันซึ่งๆหน้า อย่างมีลำดับขั้น และสมเหตุสมผล

- เน้นรูปแบบการคิดที่เป็นตรรกะ มุ่งไปที่การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลอันสับสน

- การไปสู่คำตอบของเรื่องราว ไม่ได้ยากเกินขอบเขตที่คนอ่านจะพยายามด้วยตัวเอง

- ตัวละครหลักและรอง ผลัดกันมามีบทบาทสำคัญโดยทั่วถึง

- นำประเด็นทั้งทฤษฎีคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ปรัชญา และอื่นๆ มาผูกเป็นโจทย์ได้อย่างน่าสนใจ

.

ข้อด้อย และจุดที่อาจไม่ปลื้ม

- ความจริงจังและหนักหน่วงของเรื่องราว ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้อ่านบางกลุ่ม

- บ่อยครั้ง ที่การไม่รู้ศาสตร์เชิงลึกบางประเภท ทำให้ไม่สามารถไล่ตามความคิดของตัวเอกได้ ในระดับรายละเอียด

- ปัญหาที่ดูซับซ้อนกว่าที่ควร...เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างคลายออกมา ก็สามารถ