.

กลางห้องสี่เหลี่ยมที่ดูแสนจะธรรมดา...มีร่างของผู้ตายนอนแน่นิ่งอยู่ รายล้อมด้วยผู้อยู่ในที่เกิดเหตุถึงสามคน

คำให้การสามเรื่องราว สามเหตุการณ์ที่ได้รับ ล้วนขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในรายละเอียด

ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนนี้ เกิดจากความตั้งใจที่ถูกตระเตรียมไว้ หรือเกิดจากความเข้าใจผิดที่ไม่สอดประสานกัน?

เป็นไปได้ไหม ที่แม้จะไปคนละทิศทาง แต่ทุกคน ต่างมอบความจริงที่ตัวเองรับรู้ ?

เป็นไปได้ไหม ที่แม้จะพูดไม่ตรงตามจริง แต่คนทั้งสาม ก็ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ?

และจะเป็นไปได้ไหม ที่เหยื่อคนเดียวคนนั้น...เสียชีวิตจากการฆาตกรรมจริงๆ !!  

...

Q.E.D. อย่างนี้ต้องพิสูจน์ เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวน ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ปัจจุบันออกมาแล้ว 20 เล่ม

ชื่อเรื่อง เป็นคำย่อภาษาละติน มาจากวลี "Quod erat demonstrandum" ซึ่งหลายๆคนอาจจะคุ้นเคย ได้ยินมาจากวิชาคณิตศาสตร์ว่า "ซึ่งต้องพิสูจน์"

คำย่อนี้ จะใช้ลงท้ายข้อสรุปใดๆ ที่เราสามารถหามาจากการอ้างอิง และยกทฤษฎีบทต่างๆ มาพิสูจน์คำถามตั้งต้น...เป็นเหมือนการแปะทิ้งท้ายจบประโยคไว้ว่า ข้อสรุปสุดท้ายนี้ ผ่านการยืนยันและพิสูจน์มาแล้ว อย่างมีตรรกะ

 

ตัวเอกของเรื่อง โทมะ โซ เป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะ วัย 16 ปี ซึ่งกลับมาเรียนต่อชั้นมัธยมปลายที่ญี่ปุ่น หลังจากออกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกามากลางคัน...เหตุผลที่เขาศึกษาไม่จบ และคำถามที่ว่า เขากลับมาเรียนในชั้นก่อนหน้าไปเพื่ออะไรนั้น...สำหรับเด็กน้อยผู้แสนแปลกประหลาดคนนี้แล้ว...ไม่มีใครเคยเข้าใจ และเคยตั้งใจที่จะเข้าถึงเลย แม้เพียงซักคนเดียว...

แต่เมื่อสาวน้อยผู้มากด้วยพลังกาย และความใส่ใจในผู้คนรอบข้าง อย่าง มิสุฮาระ คานะ ได้มาพบเด็กหนุ่มที่แสนจะดึงดูดคนนี้แล้ว...หลากเรื่องราวในชีวิตประจำวัน...หลายมุมมองที่มีต่อปัญหาต่างๆ และแม้กระทั่งความรู้สึกที่มีต่อผู้คนรอบตัว...ทุกสิ่งของทั้งสอง...ก็พลันเปลี่ยนไป...

เนื้อเรื่องของ Q.E.D. เปิดตัวได้ไม่แตกต่างจากแนวทางภาคบังคับของหนังสือการ์ตูน หรือนวนิยายแนวสืบสวนทั่วไปในท้องตลาดเท่าไรนัก...มีการฆาตกรรม มีผู้ต้องสงสัยกลุ่มใหญ่ และมีสถานการณ์ที่ดูไม่น่าเป็นไปได้

...แต่เมื่อเนื้อหาหลักดำเนินไปทีละนิด ผ่านคดีเล็กคดีน้อยตามรายทางไปมากเข้า ทิศทางความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ ก็เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

"คดี" ต่างๆใน Q.E.D. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การฆาตกรรม...ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียชีวิตอย่างแปลกประหลาด /มีตัวเลือกผู้ต้องสงสัยเป็นสิบ /มีทริคซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินจริง หรือมีแรงจูงใจที่เบาโหวงจนไม่น่าเชื่อถือ...แต่จะครอบคลุมเรื่อยไป ตั้งแต่คดีหยุมหยิม อย่างการทะเลาะเบาะแว้ง ของมีค่าหายสาบสูญ หรือมรดกที่แบ่งกันไม่ลงตัว ไปจนถึงระดับคดีฆาตกรรมที่แสนซับซ้อน และน่าเหลือเชื่อ

เรื่องราวทั้งหมด ที่อยู่ในรูปของคดีย่อยๆ จบในเล่มเช่นนี้ มักเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และสับสนของข้อมูล รวมไปถึงลำดับเวลาที่ดูเป็นไปไม่ได้...หลายต่อหลายครั้ง ที่คำให้การของผู้เกี่ยวข้อง สวนทางกันเองอย่างสิ้นเชิง และหลักฐานที่เห็นอยู่ตรงหน้า หรือคนร้ายที่รู้กันอยู่แก่ใจ ก็ยังเกี่ยวพัวพันกันอย่างไม่น่าจะเป็น นำพาผู้อ่านไปสู่ปมที่ยุ่งเหยิงยิ่งขึ้น...และไปชนเข้ากับทางตันในท้ายที่สุด

ทว่า โดยแท้จริงแล้ว "ความสับสน" นั้น ล้วนเกิดจากความนึกคิดที่แปลกแยก...ดังคำกล่าวที่ว่า คนทุกคน ที่เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ...ต่างล้วนมี "สิ่งที่ต้องการปิดบัง"กันทั้งสิ้น...ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง เพื่อคนร้าย หรือกระทั่งเพื่อคนที่ไม่เกี่ยวข้อง...

และสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะสามารถไขปริศนา คลายปมเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย กลับเป็นกุญแจดอกเล็กๆเพียงแค่ดอกเดียว...

 

จะดีหรือร้ายก็แล้วแต่...โทมะ โซ เป็นผู้ที่จะไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ และสิ่งเร้ารอบข้าง...ไม่ว่ารูปคดีแรกเริ่ม จะดูน่าเหลือเชื่อแค่ไหน...แรงจูงใจทั้งหมด จะชี้ไปที่คนๆหนึ่งอย่างชัดเจนเพียงไร...หลักฐานทั้งหมดที่มีในมือ จะพัวพันกันซับซ้อนขนาดไหน...

สิ่งที่สะท้อนในดวงตาของเด็กหนุ่ม มีเพียงแค่ "ความจริง" ที่ไม่มีวันบิดเบือน 

สิ่งที่ประมวลอยู่ในสมอง มีเพียง "ข้อมูล" ที่ได้รับเข้ามา อย่างไม่มีอคติ

สิ่งที่ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อกรั่นกรองเอา"เนื้อแท้"ของความขัดแย้งออกมา...มีเพียงหนึ่งเดียว...

..."ตรรกะ"  หรือ Logic ที่แน่วแน่ ชัดเจนราวกับจะจับต้องได้นี้เอง ที่สามารถเปิดทางสู่บทสรุปของเรื่องราว เผยให้เห็นภาพความจริง ที่ธรรมดาอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อวัตถุดิบในมือพร้อมสรรพ...โทมะ โซ ก็จะเป็นดั่งเครื่องจักรประมวลผล ที่ใช้เพียงตรรกะและสติของตน จัดหมวด เรียงหมู่ และพินิจชิ้นส่วนที่ดูจะยุ่งเหยิงเหล่านั้น นำมาประกอบกันเป็นภาพสุดท้ายอย่างใจเย็น ก่อนที่จะได้คำตอบที่สามารถอธิบายทุกๆเหตุการณ์ และความขัดแย้งทั้งหมดได้อย่างเป็นลำดับขั้น...

"เท่านี้...ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ" เด็กหนุ่มไม่เคยลืมที่จะทิ้งท้ายไว้...ภายหลังจากการเดินทางไปสู่บทสรุปของทุกปัญหา

กล่าวโดยสรุป จุดเด่นของ Q.E.D ในฐานะการ์ตูนสืบสวน จึงอยู่ที่ "รูปแบบ"คดีที่หลากหลาย...เรียบง่าย สลับกับซับซ้อน แต่ก็ล้วนอยู่ในขอบเขตของสามัญสำนึก ที่ทุกอย่าง สามารถแก้ไขได้ด้วยตรรกะ และสติที่ตั้งมั่นโดยแท้

"ความกลมกลืน"ของตัวละครหลักในเรื่อง ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจอยู่ในที เมื่อชายหญิงสองคนที่มีจุดยืน และรูปแบบของความคิดที่แตกต่าง ได้มาร่วมงานภายใต้โจทย์ปัญหาเดียวกัน ทั้งปฎิกิริยา และบทบาทของคนทั้งคู่ ต่างสอดรับ และเกื้อกันให้ไปสู่ผลลัพธ์สุดท้ายได้รวดเร็ว และลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คงไม่พ้น "แนวทางการคิด" ที่ทำให้ไปถึงบทสรุปของเรื่อง ที่คนอ่านอย่างเราๆ ก็อยู่ในวิสัยที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมได้โดยไม่ยากเย็นนัก...และอาจจะตระหนักถึงความสำคัญของการคิดอย่างมีระบบระเบียบได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน มันก็เป็นเช่นนี้...หลายๆปัญหา ควรจะเรียบง่ายและแก้ไขได้อย่างลงตัว หากมองในสายตาของคนนอก...แต่เมื่อมันเข้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องของตัวเราเองเข้าแล้ว ก็มักจะถูกทำให้มัน "ซับซ้อน" ยิ่งขึ้นอย่างไม่น่าจะเป็น

สิ่งที่บดบังความเป็นจริงที่เห็นกันชัดๆ มีได้มากมายหลายหลาก...อคติที่มีต่อคนที่ไม่ชอบหน้า ความโอนเอียงที่มีต่อคนใกล้ชิด ความว้าวุ่นที่มีต่อเรื่องของตัวเอง...และอีกมากมายเกินจะยกมากล่าว ทุกสิ่งล้วนสามารถทำให้เรื่องเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นปัญหาที่แสนยิ่งใหญ่ไปได้ โดยปริยาย

หากเพียงแค่เราถอยมาซักหนึ่งก้าว ใช้เหตุและผลที่พึงจะมี ค่อยๆทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า "ความยุ่งเหยิง" ที่ทำให้เราอยู่ไม่สุขเช่นนี้...เกิดจากเนื้อแท้ของปัญหา...หรือเกิดจากความขุ่นข้องในใจของเราเอง

.

แด่ตรรกะที่สวยงาม

ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ

 

สรุปม้วนเดียวจบ

.

ข้อดี และจุดน่าสนใจของ Q.E.D.

- เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนที่มีรูปแบบหลากหลาย แหวกจากแนวทางบังคับทั่วๆไป

- การหยิบยกปัญหาที่ดูเหมือนซับซ้อน มาแก้ไขให้เห็นกันซึ่งๆหน้า อย่างมีลำดับขั้น และสมเหตุสมผล

- เน้นรูปแบบการคิดที่เป็นตรรกะ มุ่งไปที่การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลอันสับสน

- การไปสู่คำตอบของเรื่องราว ไม่ได้ยากเกินขอบเขตที่คนอ่านจะพยายามด้วยตัวเอง

- ตัวละครหลักและรอง ผลัดกันมามีบทบาทสำคัญโดยทั่วถึง

- นำประเด็นทั้งทฤษฎีคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ปรัชญา และอื่นๆ มาผูกเป็นโจทย์ได้อย่างน่าสนใจ

.

ข้อด้อย และจุดที่อาจไม่ปลื้ม

- ความจริงจังและหนักหน่วงของเรื่องราว ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้อ่านบางกลุ่ม

- บ่อยครั้ง ที่การไม่รู้ศาสตร์เชิงลึกบางประเภท ทำให้ไม่สามารถไล่ตามความคิดของตัวเอกได้ ในระดับรายละเอียด

- ปัญหาที่ดูซับซ้อนกว่าที่ควร...เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างคลายออกมา ก็สามารถเรียกคำชื่นชมได้ พอๆกับเสียงบ่นผิดหวัง

- การใช้เวลาปรับตัวอยู่พักใหญ่ กว่าทิศทางของเรื่อง และเอกลักษณ์ตัวละคร จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ตายแล้ว หนึ่งในการ์ตูนโปรดของข้าพเจ้า!!!
ดีใจที่มีคนมาเขียนรีวิว (ฮา)

เข้าเรื่อง
การ์ตูนเรื่องนี้ ถ้าจะเทียบกับโคนัน หรือคินดะอิจิ ก็คงจะเป็นคนละแนวกัน...เพราะโทมะพิจารณาความน่าจะเป็นไปได้จากสิ่งที่มีอยู่ คิดวิเคราะห์ด้วยกระบวนการทางตรรกศาสตร์ต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อน จนได้ข้อลงตัวที่สมเหตุสมผลที่สุด
ซึ่งทฤษฎีบางข้อคนอย่างเรา ๆ อ่านแล้วไม่สามารถเข้าใจได้ (ฮา) เคยนั่งอ่านวิธีคิดของโทมะเป็นสี่ห้ารอบ แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้นิดเดียวT___T
เทียบกับเรื่องอื่น ยังพอจะเข้าใจง่ายกว่านี้นะคะเนี่ย...
แต่ที่ชอบก็เพราะเหตุผลตรงจุดที่ชอบนั่นแหละค่ะ ยิ่งด้วยความไหลลื่นของเนื้อเรื่องด้วยแล้ว สุดยอดจริง ๆ^^
สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้มีคนเขียนคนเดียวกับ 'ร็อคเก็ตแมน' แต่ว่าเรื่องนี้สนุกกว่าแฮะ*O* (เราอ่านร็อคเก็ตแมนก่อน ฮา)
เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนที่ปัจจุบันติดไปแล้วค่ะ

ตายละ เม้นท์ยาวอีกแล้ว ขออภัยแทนนะคะถ้าเม้นท์ยาวเกินไป^^"Hot!

#1 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-06-30 19:16

ชอบเรื่องนี้มากเลยครับ เป็นการ์ตูนเล่มแรกๆที่ประทับใจจนต้องติดตามงานเขียนของคนเขียนท่านนี้อีกหลายเล่มเลยทีเดียว cry

ยิ่งตอนไหนมีเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์นี่เป็นอะไรที่แปลกใหม่มากๆ จนบางทีต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองเลยครับ cry

นอกจาก rocket man ยังมี C.M.B. อีกนะครับ

Hot!

#2 By NOT_KUNG on 2008-06-30 19:44

โอ้ ยังไม่เคยอ่านเลย แนวสืบสวนเคยอ่านแต่โคนันเอง เรื่องนี้น่าสนมาก ลายเส้นก็ ok ^^

#3 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-06-30 19:44

Nostalgia...Exam 4 [Fin]

คุณ Jutatip...ชอบตอนจบ แล้วสามตอนแรกล่ะครับ ไม่ดีหรอ question

เจ๊บี...สอบ oral นี่ เป็นการสอบที่เราไม่อยากจะเจอเท่าไหร่หรอก และยิ่งได้อาจารย์ที่รู้จัก ยิ่งเสียววาบ...ทำอะไรไม่เข้าท่าไปที เจอสายตาผิดหวังเข้าไป ...damage x2 อีก 555

คุณ Irregulars...ขอบคุณที่ติดตามซีรีย์จนจบครับ โอกาสหน้าก็แวะเข้ามาเยี่ยมเยียนได้น่อ...ส่วนการสอบของหมอ ผมว่าไม่ได้โหดที่สุดหรอกนะครับ ต้องลองฟังเด็กวิศวะเค้าบ่นบ้างครับ อาจจะหนาวกว่านี้ confused smile

พี่เก้า...ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลจ้า~~

พี่ (^_^)/nana...สอบ oral เป็นอย่างที่ผมบอกครับ ไม่ใช่ว่าคะแนนเยอะสุด ไม่ใช่ว่าได้คะแนนยากสุด...แต่..โคตะระบั่นทอนจิตใจเลย เจ้าข้าเอ๊ย

พี่เส่ง...จบแบบนี้ล่ะพี่ !!...จริงๆลืมทิ้งท้าย ไว้ต่อมุขไปภาค 5 อีกนะเนี่ย (ฮา)

คุณ*...ขอบคุณที่ชอบ และติดตามจนจบครับ ^^

A k ! r a คุง...ครือ ภาพประกอบที่แปะๆไปนี่ เอาไว้สนอง need ของคนเขียนเป็นส่วนมากครับ...ภาพอายานามิ เรย์ ก็ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น 555

คุณหมอเชน...ตอนเจอคนไข้ใหม่ๆ ผมเกร็งทำอะไรไม่ถูกเลยครับ อ.บางท่านให้วินิจฉัย สั่งยา และแนะนำคนไข้เสร็จสรรพ...ผมวิ่งไปถามอาจารย์ (และโดนด่า) ไปหลายรอบ...อดทนไว้นะ...แล้วมันก็จะผ่านพ้นไปครับ 555

นู๋ลูค...ตอนนี้อยู่ตึกเด็กโต อยู่เวรแต่ละที...เวลาทำ ward work มันกวนประสาทมาก ..6 โมง/ 2 ทุ่ม /4 ทุ่ม /ตีสอง /ตีสาม /หกโมง....เวร แล้วตรูจะนอนยาวๆตอนไหนฟระเนี่ย !!

เจ๊โอ๋...long case นี่ เราก็ไม่อยากจะได้นิวโรที่สุดแล้วล่ะ บื้อสุดๆเลยจริงๆ สาขานี้ ...แต่งี๊เธอเอง ก็ถือได้ว่า ความสามารถระดับ resident (evil ?)แล้วสินะ ^^
ส่วน oral...อาจารย์ตอกใส่หน้ายังงั้นเลยเรอะเนี่ย~~โหดหลายๆ sad smile แต่เอาน่า...หมอศํลย์เนี่ย หนักจริงๆอ่ะนะ ผู้ชายยังแหยงเลย แหะๆ

เอริธจัง...ดักคออีกแระ...กะว่าจะเขียน story board ให้เอริธวาดรูปแล้วนะเนี่ย confused smile
ผมเคลียร์มินิซีรีย์ไปได้หนึ่งอันแล้วนะ เรื่องญี่ปุ่นของเอริธจัง ก็มาได้เกินครึ่งทริปแล้วนิ ^^ จะรออ่านน่อ
(ตอนนี้ อยากเที่ยวมากกกกกก เลยครับ จะบอกให้ แต่ติดปัญหานิดหน่อย คือไม่มีเวลา ไม่มีเงิน ไม่มีเพื่อนไป ไม่มี.....บลาๆๆ)


คุณ warattaya...หวอ...กลัวแล้วค๊าบบบบ

คุณป้าหื่น...ฟังอาการแล้ว คาดว่า ผมกับป้า จะต้องเป็นโรคเดียวกันแน่ๆ !! โรค Orophobia ! กลัวการสอบปากเปล่า 555 หมูถูกเชือด เปรียบได้เห็นภาพครับ

น้อง Nokorichan...ส่ง EMS ไปแล้ว คิดว่าคงมีประโยชน์นะครับผม

SkyKid คุง...เสียงเพรียกจากอาจารย์ เวลาสอบนี่ มีหลายเวอร์ชันนะครับ ตั้งแต่ละมุนละม่อม ไปจนถึงขนพองสยองเกล้า...อืม....แบบไหน ก็ทำผมสะดุ้งได้ทุกทีละนะ sad smile

พี่วลาดิมีร์...thesis defense นี่...ใช่ที่เคยบอกว่าแปะ apil's fool ไว้สุดท้ายรึเปล่าเอ่ย confused smile สอบของผมอันนี้ เราไม่มีปากมีเสียงครับ เพราะไม่สามารถเตรียมตัว และเตรียมใจอะไรไว้ก่อนเลย เหมือนเป็นลูกไล่อาจารย์ท่านตั้งแต่แรกแล้ว...รบในที่ที่ไม่คุ้นเคยนี่ แย่จริงๆนะ ^^;
และตอนสอบตึกกระดูก...มีสอบ oral แบบเวอร์ชันอาจารย์สองท่าน ช่วยกัน"ดูแล" เรา ด้วยละเออ...นึกภาพดร.เลคเตอร์ กับจิกซอร์ นั่งกอดอกอยู่ตรงหน้าดูนะครับ (....เอ...นั่นก็เกินป๊ายยยย 555)

คุณแมวหน้าแว่น...ยินดีที่ได้รู้จักครับ big smile

Shuu คุง...น่าเสียดายเล็กน้อย วัตถุประสงค์ที่เค้าต้องการวัด กับระดับความสามารถพื้นฐานของผม...มันไม่เคยไประนาบเดียวกันซะด้วยสิ

คุณแอปเปิ้ลตั้งเวลา...

คุณ MeiJiKo...ผมเล่าขำๆน่อ อย่าได้ไปคิดจริงจังว่า มันหดหู่สิ้นหวัง และน่าเศร้าขนาดนั้นเลยนะ...จริงๆแล้ว ดีกว่านั้นเล็กน้อยครับ(?) open-mounthed smile

คุณ ninjaarch...ถ้าได้ไปเจอเพื่อนฝูง ลองถามๆเค้าดูก็ได้ครับ เผื่อจะมีอะไร"มันส์ๆ" กว่าที่ผมยกตัวอย่างมา แต่อย่างน้อย ก็จะเข้าใจเพื่อนได้มากขึ้นละเออ double wink

#4 By Zieghart on 2008-06-30 19:55

เรื่องนี้ชอบมากเลยค่ะ

รีวิวได้เก่งมาก มาก

ถ้าอ่านไปเรื่อยๆ คนอ่านก็จะเห็นพัฒนาการของพระเอกไปด้วยค่ะ จากแรกๆที่ไม่ค่อยสนใจใคร ก็เริ่มมีความรู้สึกกับเค้าบ้างแล้ว หลังๆกะลังลุ้น ให้แสดงท่าเลิฟกับคานะเยอะๆหน่อย อิอิ

ชอบเรื่องนี้ จนนักเขียนกลายเป็นคนโปรดไปแล้วค่ะ เลยตามเก็บผลงานตลอด ทั้ง Rocket man ทั้ง C.M.B แต่ละเรื่องสนุกไม่แพ้กัน แถมได้สาระเชิงวิชาการอีกต่างหาก open-mounthed smile Hot!

#5 By (¯`°•°Lisa °•°´¯) on 2008-06-30 20:07

#2
มี C.M.B. อีกเรื่องเหรอคะ อ๊ะ ไม่เคยอ่าน=[]=!!
ต้องไปหาอ่านแล้วล่ะ!!
แต่ทางด้านตัวละครแล้ว QED กับ Rocket Man ก็มีตัวละครคล้าย ๆ กันเหมือนกันนะ
อย่างโทมะก็จะเหมือนมิสุนาชิ
หรือโลกิก็เหมือน R

จะให้พูดตามตรงแล้ว ชอบโทมะมากกว่ามิสุนาชิแฮะ...^^

#6 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-06-30 20:08

ตามความเห็นผม ความสุดยอดของโทมะที่ทำให้เขาเหนือกว่านักสืบ ม. ปลายทั่วไปคือเรื่องการหา degree of freedom ของโจทย์ปัญหาในแต่ละคดีนี่แหละครับ เขาจะแจกแจงประเด็นปริศนาเป็น independent expressions แล้วสามารถสรุปได้เลยว่าข้อมูลเท่าที่เขามีอยู่ในมือ ณ เวลานั้น “เพียงพอ” สำหรับการไขปริศนาแล้วหรือยัง (เปรียบเหมือนการแก้สมการโหดๆ ชุดนึง ที่ต้องหาจำนวนสมการให้เท่ากับจำนวนตัวแปรแล้วค่อยเริ่มลงมือแก้)

ถ้าข้อมูลยังไม่พอ โทมะก็จะใช้งานคานะให้ไปหาข้อมูลเพิ่ม sad smile

ส่วนที่เหลือก็จะใช้ brute force ลอง trial and error เอาจน degree of freedom = 0 พอดิบพอดี

หลังจากที่ปรับโจทย์ปัญหาข้อนี้ให้ properly constrained แล้ว นายโทมะก็จะ run simulation ด้วยความเร็วระดับจตุคอร์-แรมเทพ ก่อนจะออกมาเป็น definite solution…ที่แม้ขาดหลักฐาน…แต่ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้

อ.โมโตฮิโร คาโต้ นี่เก่งมากนะครับที่แสดง “ตรรกะ” อันสวยงามหมดจดของโทมะออกมาได้อย่างเรียบง่ายและน่าเชื่อถือ และผมยิ่งทึ่งเขาเข้าไปอีกเมื่อเขาเริ่มเขียน CMB ที่ถ่ายทอดระบบความคิดของนักโบราณคดีได้สมจริงมากเช่นกัน

คาแรกเตอร์ของโทมะก็น่าสนใจมากครับ เขามีพัฒนาการเป็นขั้นเป็นตอน และนอกจากตรรกะระดับเทพเจ้าที่ทำให้เข้าถึง "ความจริง" ได้มากกว่าคนทั่วไปแล้ว เขายังมีวิจารณญาณอันยอดเยี่ยมที่สามารถ "ประเมิน" ความมีนัยสำคัญของความจริงดังกล่าวได้แม่นยำเอามากๆ

มีปริศนาอยู่หลายเรื่องมากที่โทมะรู้คำตอบแต่แรกแล้วแต่อุบเงียบไว้เพราะไม่อยากให้เพื่อนเสียใจบ้าง ไม่อยากทำลายบรรยากาศการเที่ยวบ้าง เกรงใจคานะบ้าง...และอีกหลายครั้งที่โทมะต้องขออนุญาต "เจ้าบ้าน" ก่อนที่จะเฉลยปริศนา

นอกจาก "คำตอบ" จะสมบูรณ์แบบแล้ว "จังหวะ" การเฉลยปริศนาของโทมะก็ยังไร้เทียมทานอีกต่างหาก ที่สำคัญคือ สีหน้าของโทมะในยามไล่ตามความจริงจะมีแต่ความสนุกสนานแบบสบายๆ ...ไม่ได้มีแววของความหยิ่งจองหองที่อัจฉริยะคนอื่นๆ (ในความคิดของคนธรรมดาทั่วไป) จะมีเลย

ปล. ผมว่าโทมะสอนคณิตศาสตร์ได้เข้าใจง่ายกว่าอาจารย์ผมเมื่อสมัย ม.ปลาย หรือมหาวิทยาลัยเป็นไหนๆ sad smile

Hot! Hot! Hot!
(ต่อ)

คุณ [ギッグ] k i k n a k a *...ขอบคุณที่ติดตามครับผม big smile

คุณ Liebestraum...เรื่องความจริงจังและหนักหน่วงเนี่ย ผมว่าอาชีพไหนๆก็ต้องมีครับ ที่สำคัญคือ เราต้องหาทาง manage และจัดการกับ stress ต่างๆอย่างเหมาะสม (กับตัวเรา และกับสายอาชีพ) ให้ได้ เป็นอันดับแรกนั่นเอง~~ แหม่ พูดง่ายๆแค่ไม่กี่บรรทัด แต่ทำยากจริงจิ๊ง !! พับเผื่อย

คุณ Peaw-weaw...ปัจจุบันนี้ หมอหลายๆคน จบมา ก็ไม่ได้ทำงานสายนี้นะครับ ไปทำธุรกิจ ตั้งบริษัท ลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย...มองในบางมุม พวกเค้าอาจจะทำได้ถูกแล้วก็ได้นะ ^^" ดีเสียคนละแบบครับ

คุณ book...ขอบคุณที่ชี้จุดผิดมาครับ อ่านละเอียดมากเลย question

คุณ chill...อะ โดนลอกมุข !! confused smile
ขอบคุณที่ตามอ่านนะครับ หลังจากนี้ คงเจอบทความเบาๆ ไม่เครียดแล้วล่ะ (เอ แล้วที่ผ่านมามันเครียดจริงเรอะ !!)

คุณ Pl@y-M@Te...อย่าขู่เพื่อนมากนะครับ เดี๋ยวหนีไป ไม่เรียนกันซะหมด 555

คุณไข่ตุ๋นสาหร่าย : ฟ่าง ...ผมเอง ก็ได้มีโอกาสเรียนอยู่ใกล้เคียงกับพยาบาลเป็นช่วงๆเหมือนกันครับ เคยได้เข้าห้องผ่าตัดกับน้องพยาบาลปี 3...น้องเค้าก็โดนอบรมยกใหญ่ เรื่องการหยิบจับ และเทน้ำเกลือ...ผมเอง ก็โดนสวดยกใหญ่ เรื่องการใส่เสื้อและถุงมือ...อืม...คนนอกมองการถูกด่าเป็นคู่แบบนี้ คงจะฮาน่าดู sad smile

พี่ liamm ...อ่านแล้วรำลึกความหลังได้มั๊ยครับ confused smile
ผมเองก็ฟังพี่ๆพูดไซโคเรื่องการทำงานอยู่บ่อยๆเหมือนกัน...ถ้าจะให้เลือกตอนนี้ ก็ไม่ค่อยอยากรีบจบเท่าไหร่ ขอเรียนไปอีกซักพักดีกว่า กันเหนียว แหะๆ open-mounthed smile

คุณหมอโรคจิต...ผมเอง ยังต้องดิ้นรนต่อไปอีกพักใหญ่ๆครับ 55 เคยคิดเปลี่ยนเส้นทางมาหลายรอบมากๆแล้วนะเนี่ย...มาป่านนี้ คงกลับตัวไม่ทันแล้วล่ะมั๊ง แหม่...ไปทางไหนก็ได้...ขอไปให้ไกลที่สุดละกันเนอะ question

คุณ Blue Chararter...ซาดิสรึเปล่านี่ ไม่แน่ใจ แต่อย่างน้อย ผมไม่ได้มาโซดิส มีความสุขที่ต้องสอบแบบนี้แน่ๆครับ question

น้อง S_IN_NOCENCE...ยินดีที่ได้รู้จักรุ่นน้องร่วมอาชีพนะครับ ^^
อยากบอกว่า เรียนสาขาไหนๆ มันก็มีความลำบาก และข้อจำกัดของมัน ไม่อยากให้ไปตั้งแง่ หรือท้อแท้ตั้งแต่ต้นครับ เพราะมันจะทำให้เราไม่มีความสุข และทำอะไรได้ไม่ดีเลย กับชีวิตต่อจากนี้อีกหลายปี
ถ้ามีปัญหา หรือกลุ้มใจยังไง ยินดีให้คำแนะนำครับ อย่างน้อยก็เคยผ่านความลำบากตรงนั้นมาบ้างแล้ว big smile

คุณนางสาวธาลัสซีเมีย...ชอบคอมเมนท์ของคุณมากเลยครับ แสดงจุดยืนที่ชัดเจนดี อ่านแล้วได้ความรู้สึกในมุมมองของคนไข้ได้ดีมากๆ big smile

บทความ 4 ตอนที่ผมเขียนไป เป็นการเขียนแบบติดตลก ไม่ได้เน้นความจริงจังของบรรยากาศ วัตถุประสงค์ ของการสอบ แล้วก็คุณธรรมวิชาชีพอะไรเลยครับ ตั้งใจให้คนทั่วไป อ่านกันแบบขำๆซะมากกว่า...สังเกตได้จากสำนวนที่ไม่เป็นทางการแม้แต่น้อย และรูปประกอบที่เอามาจากหนังและการ์ตูนเสียมาก confused smile

ในมุมมองของผม ซึ่งเรียนมาทางนี้หลายปีอยู่ ก็อยากจะขอพูดเข้าข้างอาชีพตัวเองนิดหน่อยนะครับ...ผมเชื่อว่า พี่ๆหมอและอาจารย์หมอทั้งหลาย ส่วนมากแล้ว แต่ละท่านก็ทุ่มเท และรักที่จะทำงานทางด้านนี้จริงๆ...การเข้าหาผู้ป่วย พูดคุยอย่างอ่อนโยน และตั้งใจจะรักษานี่ เป็นไปด้วยความทุ่มเท อยากให้คนไข้หายจริงๆ

เพราะถ้าไม่ได้รักในงานที่ทำแล้ว คงไม่มีทางมีความสุข และสามารถอยู่ในสายอาชีพนั้นๆได้นานหรอกครับ...ยิ่งถ้าเป็นงานที่หนัก เสี่ยง และไม่คุ้มกับเงิน คุ้มกับเวลาที่เสียไปเช่นนี้

เด็กรุ่นน้องๆ รุ่นหลังๆ อย่างผม ก็ได้รับอิทธิพลจากคนเหล่านี้มาโดยปริยายครับ อย่างน้อยกลุ่มรุ่นเดียวกัน ที่ผมรู้จัก ทุกคนก็รักที่จะทำงานนี้ และอยากเข้าไปในใจของผู้ป่วยด้วยความตั้งใจจริงๆแน่นอนครับ confused smile ถ้าเขียนอะไรให้รู้สึกไม่สบายใจ ก็ขออภัยไว้ที่นี้ด้วยน่อ

#8 By Zieghart on 2008-06-30 20:23

อะเย้ QED มีคนมาพิสูจน์จนได้ (เกี่ยวมะเนี้ย)
การ์ตูนในดวงใจเลยค่า
ปริศนามาแนวพวกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จนบางทีก็ปวดกะบาล (เข้าใจอารมณ์นางเอกเลย ... 55)แต่ก็ทึ่งคนเขียนเลยแระว่า ท่าจะเก่งคณิต กะวิทย์จริงๆนะเนี้ยquestion
จริงๆ เราว่าข้อด้อยเรื่องนี้ไม่มีนะเนี้ย .. ถึงจะโดนคนบ่นเรื่องตอนคดีมรดกของนักปราชญ์ ว่าไม่สมจริงๆ แต่เราว่ามันก็โรแมนติกไปอีกแบบน้า

ปล. ถ้าไปญี่ปุ่นเมื่อไรบ้างด้วยน้า ... ฝากซื้อของบ้าง อิๆๆquestion

#9 By aerith-chan on 2008-06-30 20:29

เคยได้ยินมาพักนึงแล้ว แต่พอมาอ่านคำแนะนำแล้วอยากไปหามาอ่านเลยเอาตอนนี้question
ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้เลยครับ แต่หลังจากอ่านรีวิว เริ่มอยากอ่านขึ้นมาซะแล้วล่ะครับ confused smile

จุดที่ทำให้อยากอ่านก็คือบรรทัดนี้ล่ะครับ

นำประเด็นทั้งทฤษฎีคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ปรัชญา และอื่นๆ มาผูกเป็นโจทย์ได้อย่างน่าสนใจ

confused smile

#11 By SkyKiD on 2008-06-30 20:52

วาดเส้นได้น่าอ่านจังเลยอ่ะครับ
แต่พวกตรรกะอะไรเหล่านี้
มักไม่ค่อยถูกกับผมซักเท่าไหร่sad smile

#12 By cvane on 2008-06-30 21:29

เฮ

ถ้าชอบแนวนี้ น่าจะชอบนิยายชุด นักสืบสมองกล จาก สนพ รหัีสคดีด้วยครับ ซึ่งน่าจะเป็นต้นแบบของโทมะ โซ

ดร ออกุสตุส ฟานดูเซิ่ล http://en.wikipedia.org/wiki/Augustus_S._F._X._Van_Dusen
"เครื่องจักรนักคิด" จากฝีมือของชาร์ค ฟูเทรย์ เป็นนักสืบที่เน้นตรรกะอย่างยิ่ง และโดดเด่นอย่างน่าประทับใจ น่าเสียดายที่วาดลวดลายไว้เพียงรวมเรื่องสั้น 2 เล่มเท่านั้น เนื่องจากคนเขียนอยู่บนเรือไททานิค

ผมรักนักสืบคนนี้มากกว่าโฮล์ม(แต่ไม่มากกว่า ปัวร์โร กับ เอลเลอรี่ ควีน)confused smile

แนะนำให้หามาอ่านครับ

#13 By house on 2008-06-30 21:42

ในที่สุดก็มีคนรีวิวเรื่องนี้
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบมาก แต่มันดูยิ่งใหญ่เกินจะมาเขียนขนาดนี้
อย่างผมอย่างมาก็คงพูดเชิงการ์ตูนเท่านั้น

ใช่ครับ เรื่ิองนี้เรียบและเรื่อยจนคนบางกลุ่มอาจไม่สน
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ผมว่าตรงนี้แหละที่เป็นจุดยืน
ที่ทำให้ได้รสชาติที่มีคนกลุ่มหนึ่งเช่นผมรอคอยอยู่

เห็นด้วยกับที่บอกว่ามันมีคดีที่หลากหลายจริงๆ
และที่ผมชอบที่สุดคือ เวลาตัวเอกไขคดีเสร็จ
มันมักจะได้เกร็ดคติชีวิตที่เพิ่มมากกว่าการปิดคดีไปเท่านั้น
หลายครั้งก็สะเทือนความรู้สึกจนทำให้นิ่งอึ้งหลังอ่านจบเลย

ขอเก็บลิงค์นี้ไว้บอกต่อคนที่ผมอยากแนะนำเรื่องนี้นะครับ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#14 By โคค่อน on 2008-06-30 21:54

ไม่เคยอ่านเลยแฮะ...sad smile

#15 By wesong on 2008-06-30 21:59

ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน ตรรกะของพระเอกมันดูแน่นดี
คดีก็หลากหลาย พระเอกไม่ใช่ตัวซวย ไปที่ไหนมีคนตายทุกที่

การ์ตูนสืบสวนอีกเรื่องที่ชอบคือ Spiral ผ่าเกลียวปริศนา เรื่องนี้ก็แหวกมาอีกแนวนึง
ทุกคดีเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ฝั่งฆาตกรเล่นกันเป็นทีม มีการุกฝ่ายพระเอกกลับด้วย
ถึงแม้ว่าตอนหลังมันจะเปลี่ยนแนวเป็นแฟนตาซีก็เหอะ

conan เราว่า logic มันอ่อนเกิ๊น
คนเขียนคงหมดมุกดีๆไปนานแล้ว

เดี๋ยวนี้เก่งใหญ่แล้วนะ
ได้ขึ้น hot posts ประจำเลยนี่
แถมให้อีกหนึ่งดวงHot!

#16 By >>VaRioLa on 2008-06-30 23:10

เจ็บใจ IE ตะกี้เขียนไปตั้งเยอะแล้วส่งไม่ได้หายหมด - -"

ไม่นึกว่าจะมีคนรีวิวการ์ตูนเรื่องนึง

ผมบังเอิญเจอเรื่องนี้ตอนที่กำลังหาการ์ตูนแนวสืบสวนอ่าน แล้วก็ไปเห็นที่ร้านเช่าการ์ตูนเลยยืมมาอ่านดู ปรากฏว่า..ชอบครับ..โดยเฉพาะตอนที่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ คนแต่งเค้ามีไอเดียเอามาผูกเรื่องดีมากเลย

แต่ขัดใจกับการแปลเป็นไทยเล็กน้อย มีตอนนึงเกี่ยวกับจำนวนอตรรกยะและตรรกยะ ก็แปลออกมาเป็นอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่คุ้นเคย เล่มล่าสุดที่เกี่ยวกับทฤษฎีเซต ก็ขัดใจชื่อ คันตอล หรืออะไรซักอย่าง ซึ่งจริงๆแล้วภาษาอังกฤษสะกดว่า Cantor แต่ก็เข้าใจว่าแปลมาจากต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นตรงๆ แต่มันก็แอบขัดใจนิดๆไม่ได้ sad smile

ปล. เรื่อง Set Theory ที่เค้าเอามาเป็นประเด็นในเล่มล่าสุดก็น่าสนใจเหมือนกัน ถ้า"ว่างจริงๆ"อาจจะลองหยิบมาเขียนดู แต่ถ้ามีใครจะเอาไปเขียนก่อนก็จะรออ่านนะครับ

#17 By Bucky Ball on 2008-06-30 23:14

ชอบการ์ตูนเรื่องนี้มากเลยค่ะ ถึงความรู้เรื่องคณิตศาสตร์จะต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ติดระดับใกล้ๆ0 อ่านบางเรื่องเป็นสิบๆรอบแล้วยังไม่เข้าใจก็มี

เห็นด้วยค่ะว่าจุดเด่นของเรื่องนี้คือมีคดีที่หลากหลาย ไม่ยึดอยู่แต่กับการฆาตกรรม

แต่มีเรื่องที่คาใจอยู่คือบุคลิกของโทมะ ซึ่งในตอนแรกๆนั้นดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจมุมมอง ความคิดของคนธรรมดาทั่วไปสักเท่าไหร่ (เห็นได้จากการที่ไม่เข้าใจว่าทำไมคานะถึงต้องโมโห เมื่อตัวเขาไม่ยอมช่วยเพื่อน หรือตอนที่ไปเล่นน้ำด้วยกันแล้วเขาปลีกตัวไปอยู่คนเดียว ทให้คานะต้องตามหาเพราะเป็นห่วงที่จู่ๆก็หายตัวไป)แต่กลับสามารถวิเคราะห์คดีในส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์และจิตใจของผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง มันดูขัดๆกันยังไงชอบกล

ตอนที่ชอบคือตอน "ดวงตาสีเงิน" (เล่ม1 ตอน 2)กับตอน "บันไดของจาคอบ" (เล่ม 4 ตอน 2 มั้ง?) เป็นตอนที่อ่านแล้ว อึ้ง ซึ้ง ดวงตาสีเงินนี่ซึ้งกับความรักของแม่ที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก และอึ้งกับแผนที่วางไว้ได้อย่างแยบยลมากกกกกก ส่วนบันไดของจาคอบนี่ชอบตรงตอนจบที่เอาการเดินทางของ ชีวิตประดิษฐ์มาเทียบกับบทในพระคัมภีร์ ได้อย่าง... เหมาะเจาะลงตัว และชวนสะเทือนใจดีจริงๆ

Q.E.D. เป็นแนวคณิตศาสตร์ ส่วน C.M.B. ออกแนวชีวะ สนุกทั้งสองเรื่องเลยค่ะ

#18 By naranjina on 2008-07-01 00:17

ชอบเรื่องนี้มากเหมือนกัน อาจจะเพราะเรียนมาทางวิศวกรรมด้วยแหละมั้ง บางทีเอาเรื่องทางวิศวกรรมมาผูกเข้ากับคดีฆาตกรรมก็ยิ่งอ่านแล้วตื่นเต้นเข้าไปอีก แต่ก็อย่างว่าจริง ๆ บางคนที่ไม่มีความรู้ก็อาจจะคิดตามไม่ทัน แต่ปกติเราอ่านแบบไม่ค่อยคิดอะไรแหละนะ อ่านไปเรื่อย ๆ มันก็เป็นการ์ตูนที่สนุกดี
เรื่องอื่น ๆ ของอาจารย์ท่านนี้ก็อ่านเหมือนกัน cmb ก็เป็นอีกเรื่องที่เราว่าเขียนได้ดีไม่แพ้กันเลยล่ะ :)

#19 By บัส on 2008-07-01 00:20

เรื่องนี้สนุกมาก ชอบเหมือนกัน CMB ด้วย ตัวเอกทั้ง2เรื่องเก่งมาก คิดได้ไงแต่ล่ะปัญหาconfused smile

#20 By B-rz on 2008-07-01 07:00

เรื่องโปรดผมเหมือนกันครับ

ผมชอบอย่างหนึ่งนอกจาก วิธีแก้ไขปัญหาและรูปแบบคดี
คือเรื่องพระเอกมันไม่่ค่อยเป็นตัวซวยแบบไร้เหตุผล ชนิดที่ว่ารอบตัวพระเอกฆาตกรเต็มไปหมด หรือไปที่ไหนมีัคนตายที่นั่น

ยอดนักสืบคอยนาน กับ คินดะนิ นี่ไม่ไหว รับไม่ค่อยได้

ยอดนักสืบคอยนานนี่ถ้าไม่มีไฮบาระกับโมริ โคโกโร่เลิกดูไปนานแล้ว ="=

#21 By Elta_kung on 2008-07-01 09:35

โฮ้ ต้องไปหามาอ่านแล้วเคยเห็นอยู่แต่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องยังไงมาเจอรีวิวที่นี่ น่าสนๆconfused smile

#22 By (^_^)/nana on 2008-07-01 09:59

ขอเพิ่มข้อด้อยอีกข้อนะครับ มีหลายคดีที่คนเขียน "พลาด" เป็นระยะๆ ทำนองว่าให้บทสรุปที่เป็นไปไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ หรือขัดกับหลักความเป็นจริง แทนที่จะขมวดปมปริศนาเข้าถ้าเอามาทำจริงๆ อาจจะก่อพิรุธโดยใช่เหตุ (สรุปว่างานเขียนชิ้นนี้มี bug)

แต่ถึงไงก็ยังชอบเรื่องนี้ครับ มีเอกลักษณ์ดีbig smile

#23 By P.S. on 2008-07-01 13:48

หนึ่งในการ์ตูนโปรดของผมเลยครับ (ผมอ่านการ์ตูนมาก แต่ชอบน้อยเรื่อง qed ติดอันดับมาโดยไม่ได้ตั้งใจ) ดีใจที่ทั่น zig ช่วยรีวิว เพราะขืนเอาสมองอย่างผมมาทำรีวิว มันก็คงจะไม่ได้เรื่องอะไรแหงแซะ

ผมไม่ใช่คนที่เก่งเหตุผล แต่ที่ชอบ qed ยิ่งกว่าโคนันหรือคิดะอิจิก็คือ "ความเป็นธรรมชาติ" ของเนื้อเรื่อง เหตุการณ์ และตัวละครในแต่ละตอน กลมกลืนอยู่ในตรรกะเชิงคณิตศาสตร์ ที่เรียกได้ว่าปิดทางเดาของคนอ่านซะสนิท จะให้มานั่งเดาว่าเกิดอะไรขึ้นในแต่ละตอนนั้น ยากยิ่งกว่ายาก มันต่างกับโคนันมากๆที่เน้นความเป็นการ์ตูนมากเกินไป และตรรกะที่ค่อนข้างอ่อน สิ่งสำคัญคือโทมะนั้นเป็นตัวเอกที่ทำตัวธรรมดามากๆ ทั้งๆที่จริงๆแล้วเขาไม่ธรรมดาเอาซะเลย โดยเฉพาะความคิดอ่าน ต่างกับโคนันและคินดะอิจิที่เป็นคนะรรมดา แต่พยายามเก๊กหน้าและท่าทางประหนึ่งนักสืบ ความไม่สมจริงของตัวละครทำให้ผมไม่ชอบสองเรื่องหลัง และหันมาอ่านโทมะแทน

แต่เรื่อง qed ก็มีจุดอ่อนอันใหญ่หลวงที่ทั่น zig ได้กล่าวไว้ นั่นคือ "บ่อยครั้ง ที่การไม่รู้ศาสตร์เชิงลึกบางประเภท ทำให้ไม่สามารถไล่ตามความคิดของตัวเอกได้ ในระดับรายละเอียด" เป็นคำวิจารณ์ที่ยอดเยี่ยมมากครับ โดนใจคนอ่อนคณิตศาสตร์อย่างผมจริงๆ ผมอ่าน qed หลายๆครั้งด้วยการเปิดข้ามหน้าที่โทมะอธิบายตรรกะคณิตศาสตร์ไปเสีย หรืออย่างน้อยๆก็พยายามย้อนมาอ่านครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เชื่อรึเปล่าว่าผมไม่เคยทำความเข้าใจได้เลย สิ่งเดียวที่หนักแน่นพอจะดึงผมไว้กับเรื่องนี้คือ อารมณ์ และมิติของตัวละคร ที่สมจริงกับเหตุการณ์ในเรื่องเป็นที่สุด (ถ้าดูตอนในเงื้อมมือแม่มดจะเห็นได้ชัด) มันเรียบง่าย เหมือนอ.โทโมฮิโร่ กำลังเขียนถึงชีวิตของคนหนึ่งคนที่เดินอยู่บนโลก แต่มันก็มีความลึกซึ้งในชีวิตและการกระทำของเขา พอๆกับมิติความเป็นการ์ตูนที่ผสมผสาน พูดไม่ถูกแฮะ ผมอาจจะวกวนตามประสาคนจบวรรณคดี แต่ก็เพราะตัวละครนี่แหละ ที่ทำให้ qed เป็นการ์ตูนสืบสวนที่ผมชอบมากๆเลยทีเดียว

Rocket man ยังไม่ได้อ่าน เหลือ CMB ที่ผมติดตาม และชอบยิ่งกว่า qed นี่เสียอีก ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะเรื่องราวเปลี่ยนไปเป็นการคลี่คลายปมด้วยการใช้ตรรกะเชิงชีววิทยาและโบราณคดี ซึ่งง่ายสำหรับสมองสังคมศาสตร์อย่างผมมากกว่า qed ประกอบกับผมชอบชินระที่ดูร่าเริง และมีความเข้าใจในเชิงจิตวิญญาณมากกว่าโทมะด้วยกระมังครับ ส่วนตอนที่ชอบที่สุดใน CMB คือภูตพรายแห่งพงไพร บทสรุปของผู้พิทักษ์ป่านั้น แม้จะเรียบง่าย แต่ก็ทำให้ผมถึงกับอึ้งๆ เพราะมันสะท้อนให้เห็น contrast ของหนึ่งผู้ปกป้องที่ยอมแลกชีวิตกับป่า กับอีกหนึ่งผู้ที่ถูกปกป้องแต่กลับนำไปสู่ความตายของคนๆแรก (เชี่ยแล้ว spoil ชัดๆ) คล้ายกับเหตุการณ์จริงในโลกใบนี้ ที่ทั้งน่าเสียใจและน่าจดจำไปในเวลาเดียวกัน

ฟาก qed เล่มล่าสุด มีตอนที่ผมชอบมากคือตอน "ดวงจันทร์อนันต์" ถึงแม้ผมจะไม่อาจเข้าใจเรื่องค่าอนันต์แม้จะอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่แค่ตัวละคร 'หูเจียฮุย' ก็ทำให้ผมอ่านตอนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อดูตัวละครตัวนี้ตัวเดียวได้ และมันก็กลายเป็นตอนที่ผมชอบที่สุดใน qed ไปแล้ว แซงตอนเงื้อมมือแม่มดไปอย่างขาดลอย

ถึงอย่างนั้น เรื่องนี้ก็มีส่วนที่ผมไม่ชอบ คือคานะ ที่เป็นตัวละครที่แหลมมาจากความเป้นจริงมากเกินไปเหมือนกัน (ผู้หญิงอะไร จะมีในโลกเหรอแบบนี้)

สุดท้าย ผมยืนยันว่าผมเกลียดคณิตศาสตร์เข้าไส้ครับ - -"

#24 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-07-01 14:24

เรื่องนี้ไหลลื่น แต่หนัก และเข้าใจยากในหลายจุด บางอย่างดูเหมือนเป็นเศษเสี้ยวของความเป็นไปได้เท่านั้น แต่ถ้าหาข้อมูลอ่านเพิ่มไปด้วยล่ะก็ อ่านสนุกครับ ^^

#25 By on 2008-07-01 18:41

ชอบๆเลยขอคุยด้วยอีกรอบ
อาจจะไม่ได้คุยลึกซึ้งเหมือนคนอื่นนะ
แต่มีข้อสังเกตจากงานคนนี้เหมือนกันครับ

ก่อนอื่นขอบอกว่าrocketmanก็น่าอ่านนะครับ
อาจจะไม่ได้เน้นเรื่องการสืบสวนและปริศนาเท่ากับอีกสองเรื่อง
แต่จะเป็นคล้ายๆกับพวก007ละมั้ง แบบเป็นทำนองภารกิจน่ะ
ซึ่งเรื่องนี้จะได้ความมันส์และดราม่าที่เข้มข้นไปอีกแบบ
แล้วพระเอกของเรื่องนี้ก็ดูมีความเป็นคนปกติสูงด้วย
เป็นอีกรสชาติที่น่าลองครับ เพราะถึงคนละแนวกับอีกสองเรื่อง
แต่ความเป็นอาจารย์คนนี้ยังอยู่อย่างชัดเจน

อ้อ พอพูดครบสามเรื่องแล้ว
จะเห็นว่า นางเอกของทั้งสามเรื่องเปนแนวเดียวกันเป๊ะเลย
อาจจะต่างไปด้วยดีเทลบ้าง แต่คุณสมบัติความห่ามและใส่ใจรอบข้างสูง
เหมือนเป็นคุณสมบัติประจำนางเอกของนักเขียนคนนี้แล้ว
(ประมาณว่านางเอกอาดาจิจะเป็นยังไงก็มาแนวนั้นตลอดเป็นยุคๆ)

ยังไงก็ชอบครับ ถึงหลายครั้งสิ่งที่เอามาจะยากไปก็ตาม
แต่มันก็เป็นการเปิดมิติใหม่ของการ์ตูน
นี่แหละที่ทำให้การ์ตูนญี่ปุ่นไปได้ไกล
เพราะมันไปได้ไกลทุกแนวจริงๆ
ไม่ใช่เข็นแค่แนวที่คิดว่าจะดังเท่านั้น

(ได้ทั้งตลาดและอินดี้นั่นแหละ)

#26 By ร.ร.ล.บ. on 2008-07-01 19:17

และชอบตอน ดวงจันทร์อนันต์ เช่นกัน
หูเจียฮุยเท่ขโมยซีนมากๆ เหอๆ

#27 By ร.ร.ล.บ. on 2008-07-01 19:18

คอมเมนท์ไปแล้วในเวบพันทิป แต่จะตามมาเม้นอีก 555

ขอแนะนำให้อ่าน CMB ด้วยนะ คนเขียนข้อมูลปึ๊กมากจริงๆ

#28 By *cinnamoroll on 2008-07-01 23:03

แวะมาต่อยอดของคุณโรงเรียนลูกบาศก์

ผมเคยอ่าน Rocket man ผ่านการยืมของเพื่อนประมาณ 2 เล่ม เนื่องจากยังจับธีมไม่ได้ ก็เลยยังไม่อ่านต่อ (ยังไม่มีอะไรดึงดูด) แต่คิดว่าเมื่อไม่รู้จะหาเรื่องอะไรอ่านดี มีได้หยิบเรื่องนี้มาอ่านแน่นอน

ผมก็สังเกตเห็นเช่นกันครับว่า ตัวละครหญิงของอ.โทโมฮิโร่จะมีลักษณะคล้ายๆกัน นั่นคือเป็นกำลังให้พระเอก แต่อ่อนโยนเข้าใจคนอื่น จะว่าดีไหมมันก็ดีนะ เวลาผมวาดตัวละครของผม พระเอกก็จะมี pattern แนวๆเดียวกันเหมือนกัน เพียงแต่มันอาจจะทำให้ดูน่าเบื่อเกินไปหน่อยก็ได้ แล้วแต่คนชอบฮะ

อีกอย่างหนึ่งที่บ่งบอกความเป็นมืออาชีพของ อ.โทโมฮิโร่ คือการสื่อบรรยากาศตามท้องถิ่นของเรื่องครับ จะเห็นว่าเมื่อใดก็ตามที่ฉากไปโฟกัสอยู่ประเทศไหน ก็มีจะมีบรรยากาศการดำเนินเรื่อง และมุมมองของตัวละครที่ acting ออกมาเหมือนคนประเทศนั้น อย่าง CMB ตอนภูตพรายแห่งพงไพร คนเดินเรือเอย ชาวบ้านเอย ก็จะมีลักษณะท่าทางเหมือนคนเอเชียแถบอินโดฯจริงๆ หรือตอนเงื้อมมือแม่มด อัยการแอนนี่ก็ acting ท่าทางได้เหมือน american working woman พอไปที่จีนตอนดวงจันทร์อนันต์ บรรยากาศมาเฟียจีนก็เกิดขึ้นมาทันที กระทั่งหูเจียฮุยก็สื่อความเป็นแพทย์แผนปัจจุบันชาวจีนออกมาได้ในตัวของเขาเอง จุดนี้ผมว่า อ.โทโมฮิโร่ เข้าถึงความแตกต่างของวัฒนธรรมมากๆ และผมก็ชอบด้วย มีบางครั้งอยู่ที่หลุดบ้าง อย่างมาว สกาลว์ ที่บุคลิกเหมือนสาวน้อยญี่ปุ่นมากกว่าเป็นสาวยุโรป แต่เทียบๆกับการ์ตูนเรื่องอื่น ก็ต้องยอมรับว่าดีกว่ามากจริงๆ พอดีว่าผมเป็นคนที่สนใจวัฒนธรรมมาก เลยไม่ชอบมากๆกับการ cross culture ที่ไม่สมจริง แบบฉากเป็นตะวันตกแท้ๆ แต่ญี่ปุ่นจ๋า อย่าง Gun Blast West นี่ผมให้ติดลบไปเลย

ร่ายยาวอีกแล้ว ขอโทษคุณ zig ด้วยครับที่ใช้พื้นที่บล้อกท่านคุย ^^"

#29 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-07-02 11:13

http://house.exteen.com/20080702/not-q-e-d-but

รีวิวมั่งsad smile

#30 By house on 2008-07-02 19:55

หึหึ อยู่วอร์ดเด็กโตทำงานจนโงศีรษะไม่ขึ้น...

แต่ยังมีเวลามาอัพได้เรื่อย ๆ

นับถือ ๆ

ปล. สู้ ๆ ต่อไปนะ เพราะว่า...อนาคตอีก 2 วอร์ดข้างหน้าคงจะไม่ได้นอน...-*-

#31 By ~*LuCReZiA*~ on 2008-07-02 20:59

ชอบเรื่องนี้มากเหมือนกันค่ะ
เรื่องนี้ ทั้งภาพ ทั้งเนื้อเรื่อง คิดว่าดีทั้งคู่เลยค่ะ
ถ้าเทียบกับการ์ตูนนักสืบอื่นๆ ก็คืดว่ามันแตกต่าง(อยุ่แล้วแหละ...)
เป็นอีกเรื่องที่รู้สึกว่า ค่อนข้างอิงกับหลักความเป็นจริง ไม่ค่อยเวอร์มากเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้มึนๆบ้างเหมือนกันเวลาเจอหลักการอะไรที่ไม่รู้จัก+ไม่รู้เรื่องเป็นทุนเดิม แต่ก็พยายามอ่านและทำความเข้าใจ แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ผลก็ตามที
แต่อีกอย่างที่ชอบคือ การเห็นพัฒนาการของตัวละคร เพราะเห็นบางนิสัยเป็นไงก็คงนิสัยนั้นไปตลอดจนจบ
ความจริง อย่างคดีที่เขียนไว้ตรงช่วงย่อหน้าแรกนั่น เราเองก็คืดไม่ถึงเหมือนกัน แต่เอาจริงๆ เราเป็นคนที่อ่านการ์ตูนนักสืบแล้วไม่ค่อยคิดตามอยู่แล้ว...ส่วนใหญ่ก็อ่านไปเรื่อยๆ อย่างมากก็แค่เดาตัวคนร้ายถูก แต่ไม่เคยเดาเหตุผลถูกเลยสักครั้ง

รู้สึกเห็นด้วยกับ คห.16 อย่างนึงคือ ไม่ใช่ว่าไปที่ไหนก็มีแต่คนตาย จนเรารู้สึกว่า
ที่ใดมี ---- ที่นั่นก็ต้องมีฆาตกรรม
อ่านจนเลิกอ่านไปแล้วอ่ะค่ะ
เรื่องนี้ ไม่ได้หยิบมาอ่านนานแล้ว...เพราะยืมเพื่อนเอา
แต่รู้สึกว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าซื้อมาเก็บไว้เหมือนกัน
ว่าแต่...ชอบประโยคนี้จัง

'เท่านี้ ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ'

#32 By lat_te on 2008-07-03 00:22

โอ้ เคยคิดว่าจะ review QED เหมือนกันหลังจากอ่านเล่ม 12 แล้ว เพิ่งมาเจอ ยังไงก็ review ต่อไปนะครับ

#33 By IQ Detective on 2008-07-03 12:03

วันนี้ยืมเล่ม 1 มาอ่านแล้ว ชอบมากๆเลย >w<

#34 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-07-07 20:50

ตอนนี้กำลังติด Q.E.D. เลยค่ะ เช่าเค้ามาอ่าน อิอิconfused smile

แต่เสียดาย เล่ม 13 บทสุดท้าย หนังสือมันขาดไป หรือ ว่าเกิดความผิดพลาดตอนพิมพ์หรือเปล่า เหมือนมันไม่จบ (เอ!หรือเค้าให้เราคิดเองหว่า)

ตอนที่เป็นหอคอยอะไรซักอย่างที่โทมะต้องไปเก็บข้อมูล สุดท้ายแล้ว มันมีกลไกอะไรในหอคอยหรอ?

รบกวนคุณZieghart สปอยล์ให้หน่อยได้ไหมคะ แหะแหะ

#35 By toon_car (125.24.145.137) on 2008-07-09 13:37

พอดีมาอ่านอีกรอบ เห็นเม้นต์#29ต่อยอดจากผม(คนเดียวกันกับโรงเรียนลูกบาศก์อะ ตอนนั้นลืมเปลี่ยนชื่อ)

พอพูดถึงประเด็นเรื่องความต่างทางวัฒนธรรม
นั่นก็เปนสิ่งที่ผมชอบครับ เพราะผมก็สนใจเหมือนกัน
(คนที่ชอบเรื่องนี้น่าจะมีจุดร่วมอะไรบางอย่างอยู่เนอะ)
แล้วก็เป็นตามที่คุณบอกจริงๆ ตอนที่แถวๆอินโดมันก็อารมณ์นั้นเลย

แล้วที่สำคัญ นอกจากกลิ่นอายของพื้นที่แล้ว
เค้าก็ยังจับประเด็นปัญหาของแต่ละชาติออกมาได้ชัดด้วย
(ไม่นับการ์ตูนเรื่องพ่อครัวบ้านทูตฯที่มันต้องได้อยู่แล้ว)
ถ้าพูดโดยภาพรวม มันคือการค้นคว้ามาดีครับ
นั่นเป็นข้อดีของการ์ตูนญี่ปุ่นดีๆหลายเรื่องเลยล่ะ ที่เราควรจะเอาเยี่ยงอย่างbig smile

#36 By โคค่อน on 2008-08-20 23:40

เพิ่งจะมาเริ่มอ่านหล่ะค่ะ
แล้วก็ชอบมากเลย จะพยายามไล่ตามนะคะ ^^

#37 By calm_dragon. on 2008-11-19 02:02

ก็อย่างที่ว่าเเหละครับ....Q.E.D นั้นเป็นการ์ตูนที่มีความสมเหตุสมผลเเละคดีต่างๆในเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะมีเเต่การฆาตกรรมอย่างเดียวเท่านั้น ...เต่ยังมีอีกหลายๆอย่างที่อาจจะมีเหตุผลในบางคดีที่ขัดเเย้งกันเล็กน้อยเเต่
ก็คงไม่สับสนอย่าง โคนัน หรือ คินดะอิจิ ยกตัวอย่างเช่น โคนัน...บางปริศนาพวกคุณๆนักอ่านการ์ตูนทั้งหลายนั้นคงอาจคิดว่า "เอ๊ะ!! มันทำได้จริงๆเหรอ" ประมาณนั้น
เเละบางคนอาจคิดว่า "เวอร์เกินจริงอะ" หรือ "เป็นไปไม่ได้ม้าง" เเต่ในเรื่อง Q.E.D นั้นโทมะ ของเราก็จะหาหลักฐานเเละค่อยๆคิกเเละรวบรวมข้อมูลเเละสรุปออกมา
เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลกันมากที่สุด เเละ พระเอกของเราก็ ยังไม่ลืมทิ้งท้ายหลังคดีว่า "เท่านี้...ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ"

PS.ใครที่ชอบโคนัน หรือ คินดะอิจิ นั้นผมต้องขอโทษมาณะที่นี้ด้วยเพราะบทความนี้เป็นความคิดส่วนตัวของผมเองครับ เท่านี้....ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ

#38 By ซึ่งต้องพิสูจน์ (125.24.55.153) on 2009-02-09 14:12

เปิดเข้ามาเจอเพราะเห็นพูดถึงการ์ตูนสืบสวนเรื่องโปรด
ในฐานะทีอ่านทั้ง 3 เรื่องของ นักเขียนท่านนี้
สำหรับเรา เราชอบ Rocker Man > Q.E.D. > C.M.B. นะ
คือ Rocket Man จะดูมีความต่อเนื่องมากกว่า ซึ่งในขณะเดียวกันก็สามารถแบ่งเป็นตอน ๆ ได้ด้วย อ่าน Rocket Man แล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังแบบองค์กรสายลับ ที่มีการหักมุมตลอดทั้งเรื่องอะไรแบบเนี้ย
แบบตัวละครบางตัวที่ตอนแรกเหมือนไม่น่าจะเป็นมิตร ก็กลายมาเป็นมิตร ตัวละครบางตัวที่ทำให้ใจหายตั้งแต่ต้นเรื่องก็โผล่ออกมา พร้อมเหตุผลที่รับได้ อ่าน Rocket Man ต้องทำใจ

Q.E.D. นี่ชอบรองลงมา แต่เป็นเรื่องแรกที่อ่าน อืมถ้าไม่นับเรื่องออกช้ามาก ๆ ในช่วงแรก ๆ แล้วพอรับได้ แต่ Q.E.D. นี่แบบว่าข้อเสียอยู่ตรงเข้าใจยากจริงน่ะแหละ แบบเรื่องล่าสุดที่กล่าวถึงการพิสูจน์ทฤษฏีของรีมานน์น่ะ อ่านจบรอบแลกแล้วงงไปเลย ต้องมานั่งทำความเข้าใจต่อ ซึ่งจะต่างจาก Conan ที่อ่านจบแล้วส่วนใหญ่จะเข้าใจทันที แต่ในความคิดของเรานะ ยิ่งเข้าใจยาก ตอนมาค่อย ๆ อ่าน จนเข้าใจแล้วก็จะยิ่งภูมิใจ แบบว่าในที่สุดฉันก็ทำได้ แล้วก็ยิ่งนับถือคนเขียน แต่จริง ๆ แล้วสำหรับเรา จาก 23 เล่มที่ออก ก็คิดเป็น 45 ตอน ตอนที่เข้าใจยากจริง ๆ มีไม่ถึงสิบตอนเลยนะ แล้วตอนเหล่านั้นก็เป็นตอนที่ยังคงประทับใจ และจำได้ตลอดมา

อ้อ สำหรับคนที่กำลังเรียนอยู่ทั้งระดับ ม.ปลาย และมหาลัย แล้วต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ด้วย เรียน ๆ ไปบางทีจะมีทฤษฏีในเรื่องบางตัวโผล่มา ให้ได้แอบนั่งยิ้มตอนเรียนด้วย แบบวิธีลากเส้นผ่านจุดไม่ให้ซ้ำกัน ( จำชื่อตอนไม่ได้แล้ว ), ทฤษฏีของรีมานน์เป็นต้น

ส่วน C.M.B. ด้วยตอนนี้ยังออกมาน้อยเล่ม ก็เลยให้ความรู้สึกว่ายังสนุกไม่เท่า แล้วก็เนื้อเรื่องยังไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอย ถ้าให้ตินิดนึงนะ ตั้งเชื่อเรื่องเป็นภาษาไทยว่าพิพิธภัณฑ์พิศวง แต่เอาเข้าจริง เรื่องยิ่งผ่านไป ยิ่งหลุดจากพิพิธภัณฑ์ของชินระขึ้นเรื่อย ๆ
แต่อ่าน Q.E.D. กับ C.M.B. แล้วก็รู้สึกเหมือนได้ข้อคิด ได้มุมมองต่าง ๆ ต้องกลับไปคิดด้วย


สุดท้าย ตอนนี้ Q.E.D. ได้ทำเป็น Series แล้ว ยังออกมาไม่กี่ตอนหลอก ยังไม่ไม่แปลไทย ตอนนี้ที่ดู ดูเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วมี Sub อังกฤษให้ ที่เว็บ http://www.mysoju.com/qed/ ขออนุญาติเตือนว่า คนที่ประทับใจจากการ์ตูนมาก ๆ แล้วจะดูเพราะประทับใจมาแบบสุด ๆ ให้ลดความคาดหวังลง แต่ถ้าดูเพราะแค่แบบ เออมันลองมาทำเป็นละครนะ มีคนเล่น เป็นไงบ้าง อะไรแบบเนี้ย จะน่าดูค่ะ แต่บอกแล้วนะคะว่าอย่าคาดหวังมาก เดี๋ยวจะผิดหวังค่ะ

#39 By Napicos (168.120.84.59) on 2009-02-14 21:23

หลังจากหาการ์ตูนนักสืบอ่านอยู่พักนึง ก็มาเจอ Q.E.D วางอยู่ ซื้อมาอ่านแล้วไม่ผิดหวังเลยคะ เทพแท้ๆ น้องโทมะช่างเก่งอะไรเช่นนี้

วันนี้ผ่านมาเจอ รีวิว ก็เลยอยากแสดงความคิดเห็นมั่ง

ชอบจริงๆ ตอนที่ชอบคือ บุรุษผู้ชักพาเภทภัย กับ เภทภัยจากบุรุษผู้ชักพาเภทภัย เพราะธรรมดาดี ดอนอื่นๆก็สนุกมาก ได้ขุดคุ้ยความรู้คณิตศาสตร์ที่ฝังดินเสียนานมาคิดด้วย (แต่ไม่ค่อยช่วยได้มากนัก)

สุดท้ายก็ชอบความสัมพันธุ์ที่ไม่มีชื่อให้เรียก ของโทมะ กับ คานะ มาก ตรงใจดี

#40 By mourirun4869 (203.144.180.66) on 2009-03-10 21:18

Naranjina
เราว่าคำบรรยายตัวละครของโทมะมันต้องพลาดไปแน่ ๆ ละ

เพราะเท่าที่อ่าน ตั้งแต่แรก โทมะมีความเข้าใจมนุษย์ดีทั้งในแง่สังคม จิตวิทยา สามัญสำนึก ครอบคลุมประมาณนึงเลย (เมื่อคิดว่าเป็นเด็กประหลาดอัจฉริยะที่มีเพื่อนสนิทเป็นอัจฉริยะประหลาดอย่างโลกิ) เราว่าโทมะ ไม่ใส่ใจผู้คนรอบตัวประมาณว่าขาดทักษะทางสังคมมากกว่า คือรู้ แต่ไม่สน ไม่เกี่ยวกับตัว ไรเงี้ย
อย่างใหม่ ๆ เห็นบางช่องที่โทมะคิดประมาณว่าพอพูดอย่างนี้คนอื่นจะโกรธอย่างนั้น อะไรทำนองนี้เหมือนกันงิ
แรก ๆ โทมะคงมองมนุษย์เป็นปัจจัยในสมการ อ่านโจทย์แตก เข้าใจลึกซึ้ง แต่ไม่ได้มองว่ามีความเกี่ยวพันอะไรกับชีวิตตัวเองอ่าจ้ะ

เหมือนที่ตอนเด็ก ๆ ไม่พูดเรื่องอิจิเอ็งเพราะรู้ว่าน้องสาวจะเสียใจ แต่ก็ไม่ได้สนว่าน้องจะรู้สึกไงกับตัว หรือที่เก็บสัตว์มารักษาแต่ก็ไม่คิดจะเลี้ยงดูอาลัยอะไร หายแล้วก็ปล่อยไป ชีวิตใครชีวิตมัน

จนอยู่กับคานะมาก ๆ ถึงได้ตระหนักว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคมเพียงไร นั่นแล

q.e.d. นี่ก็แผนวิทย์อย่างร้าย
ส่วน c.m.b. เป็นอะไรทีสายสังคมสุด ๆ
พอคิดว่าสองเรื่องนี้เขียนโดยคนเดียวกันแล้วก็ชักรู้สึกว่าเส้นแบ่งมันเลือน ๆ ไป q.e.d. บางเรื่องก็ละเอียดอ่อน c.m.b. บางเรื่องก็แก่ตรรกะ
ชักอยากรู้แล้วสิว่าคุณคนเขียนเธอศึกษาทางไหนมา

#41 By แห-ม่ม (58.10.102.108) on 2009-03-10 23:03

Q.E.D. เหรอคะ...

เป็นการ์ตูนเรื่องโปรดเรื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้

น่าติดตามกว่าคินดะอิจิและโคนันเยอะเลย

ถึงแม้ลายเส้นจะไม่ค่อยถูกใจนักก็เหอะ...

แต่ก็สนุกมากค่ะ...1 ในการ์ตูนในดวงใจตลอดกาล

#42 By atomic_No1 on 2009-05-15 23:49