75: My Hinotori - [รีวิว] วิหคเพลิง กับห้วงนิรันดร์ที่ไร้คุณค่า
posted on 13 Jul 2008 14:34 by zieghart in My-Mania.
"What we do for ourselves dies with us. What we do for others and the world remains and is immortal.”
~Albert Pine~
.
ชีวิตอันเป็นนิรันดร์
เป็นหนึ่งในยอดปรารถนาของเหล่าปุถุชนมาเนิ่นนาน อาจจะพร้อมๆกับที่มนุษย์เราเริ่มจะมีสิ่งที่เรียกว่า ความใฝ่ฝัน
วัฎจักรของชีวิตและการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ตั้งต้น ผ่านสงครามและสันติสุข การเกิดและดับ การสร้างสรรค์และทำลายมานับครั้งไม่ถ้วน...เรื่อยมาจนถึงยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟูเช่นปัจจุบัน...และอาจจะเลยต่อไปถึงยุดอวกาศในอนาคตเบื้องหน้า...
เรื่องราวของ "ชีวิตอมตะ" ก็ยังคงอยู่คู่กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมาอย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง
ตำนาน ศรัทธา ความเชื่อ บทเพลง เรื่องเล่าพื้นบ้าน หรือแม้กระทั่งคำกลอนหลายต่อหลายบท...ต่างสอดแทรกความปรารถนาอันแรงกล้านี้เข้าไปอย่างไม่ได้ขาด
.
คนแต่ละผู้ มีเหตุผลแตกต่างมากมายเหลือคณานัป ที่จะต้องการ และไขว่คว้าความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา...
เพื่อขีวิตของคนอันเป็นที่รัก เพื่อไล่ตามความฝัน เพื่อฐานะที่เฝ้าขวนขวาย เพื่อครอบครอง เพื่อควบคุม ฯลฯ
...แต่ยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็มีแต่จะยิ่งสูญเสีย
...ยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็มีแต่จะแสดงความนึกคิดที่มืดลึก จากก้นบึ้งของตัวเองออกมาเพียงเท่านั้น
.
.....................และที่น่าเศร้าก็คือ ณ ปลายทางของอุโมงค์ที่แสนมืดมิด ก็ยังไร้ซึ่งแสงสว่าง
แม้คนที่ดั้นด้นไปในจุดที่ไกลที่สุด ก็ยังต้องปิดฉากเรื่องราวของตนลง อย่างน่าเศร้าและเดียวดาย แทบเท้าอมตภาพที่ตนใฝ่ฝัน...
แทบเท้าวิหคเพลิง ผู้มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์
ฮิโนโทริ - วิหคเพลิง เป็นการ์ตูนแนวปรัชญา จากปลายปากกาของอ.เทะสึกะ โอซามุ ปรมาจารย์ และบิดาแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่น ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ล้ำค่ำและเลื่องชื่อมานับไม่ถ้วน ดังเช่น เจ้าหนูปรมาณู แบล็คแจ๊ก-หมอปีศาจ เจ้าหนูสามตา ฯลฯ
ตัวเรื่อง จับความที่เรื่องราวบนฉากหลากหลายสมัย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ยุคก่อตั้งของอาณาจักรญี่ปุ่นโบราณ ไปจนถึงยุคอวกาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งโลกอนาคต
แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนช่วงเวลา หรือเปลี่ยนสถานที่ของเรื่องราวไปแห่งหนใดก็ตาม มีอยู่เพียงไม่กี่สิ่ง ที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม
หนึ่งคือ ความปรารถนาที่จะมีชีวิตยืนยง เป็นอมตะเหนือกาลเวลา
อีกหนึ่งคือ เรื่องราวของวิหคเพลิง นกวิเศษที่ห้อหุ้มร่างกายด้วยเปลวไฟและประกายแสงอันโชติช่วง
...กล่าวกันว่า วิหคเพลิงนี้ เมื่อมันบาดเจ็บ หรือสิ้นอายุขัย ก็จะบินพุ่งลงไปยังเปลวเพลิง ให้แผดเผาร่างกายตัวเองจนเป็นเถ้าถ่าน...และถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยร่างที่อ่อนเยาว์ แข็งแรง และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต
...และผู้ใดก็ตาม ที่ได้ลิ้มรสเลือดสดๆของวิหคเพลิง ก็สามารถที่จะได้รับ "ชีวิตอันเป็นนิรันดร์" เฉกเช่นเดียวกัน
เรื่องเล่าที่แสนจะน่าเหลือเชื่อ และแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่โรแมนติคนี้ กลับดึงดูดคนทุกผู้ ให้หลงใหล คลั่งไคล้ และดิ้นรนที่จะได้มาครอบครอง
ไม่ว่าจะเป็นราชินีผู้ชิงชังความชรา เด็กหนุ่มผู้ต้องการต่ออายุคนรัก นักบินอวกาศผู้ต้องการความสุขที่ยืนยง นายทหารผู้มีพันธะต้องฟื้นฟูยุคสมัยใหม่ หรือกระทั่งหุ่นยนต์ที่ต้องการพิสูจน์ความหมายการมีอยู่ของตัวเอง ฯลฯ ทุกผู้ทุกคน ต่างหลงวนเวียน อยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก และไล่ตามภาพเงาของวิหคเพลิงนี้ อย่างสุดแรงเกิด
"ยอดปรารถนา" ดังกล่าว มีได้กับคนทุกชนชั้น ทุกยุค ทุกสมัย...ไม่ได้ถูกกีดกันด้วยชนชาติ สถานะ สถานที่ หรือกระทั่งกาลเวลา
แม้จะต้องแลกด้วยเวลาชั่วชีวิต หรือสิ่งล้ำค่าที่สุดของตนเอง...การดิ้นรนไขว่คว้าชีวิตอมตะ ก็ยังดำเนินต่อไป...ผ่านซากศพ โศกนาฏกรรม และการสูญเสียที่เหลือคณานัป...หลายร้อยหลายพันชีวิต ต้องจบสิ้นลงไป โดยที่ยังพกพาความฝันนั้น อัดแน่นไว้เต็มอก
ใครเลย จะล่วงรู้ และซึมซับถึงเนื้อแท้ของความโง่เขลานี้ ได้มากเท่ากับตัววิหคเพลิงเอง

ตลอดช่วงชีวิตอันเป็นนิรันดร์ของมัน วิหคเพลิงได้เดินทางผ่านกาลอวกาศมากมายนับไม่ถ้วน...โบยบิน ปักหลัก และจากลา...ไม่เร็วเกินกว่าที่ตำนานจะก่อตัว ไม่ช้าเกินกว่าที่ละอองเลือดจะแปดเปื้อนผืนดิน
ชีวิตอมตะ มีอยู่จริงๆหรือไม่ ?
ทำเช่นไร ถึงจะได้เจอ และดื่มเลือดสดๆของวิหคเพลิง ?
เราจะทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก เมื่อได้รับความเป็นนิรันดร์ที่ถวิลหา ?
ฯลฯ
ท่ามกลางหลากร้อยคำถามนั้น น่าขำที่ คำถามสำคัญที่สุด กลับแทบไม่มีผู้ใดเคยคิดจะยกขึ้นมาขบคิด...
....
........
............แล้วต้องทำอย่างไร ถึงจะพบเจอ "ความสุข"...?
หากจะให้คิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง...แม้นเมื่อความฝันได้ไปถึงจุดหมายเข้าจริงๆ ชีวิตอมตะถูกส่งมอบมายังมนุษย์เดินดินตัวน้อยๆ...เมื่อถึง ณ จุดตรงนั้นแล้ว จะมีซักกี่คน ที่ฉุกคิดขึ้นมาได้โดยพลันว่า นี่คือคำตอบ ของความปรารถนาของเราโดยแท้จริงล่ะหรือ ?
...แม้ว่าคนหลายคน ต้องปิดฉากชีวิตโดยยังไปไม่ถึงจุดหมาย...ก็ยังมีคนอีกหลายคน ได้ย่างเท้า"เข้าใกล้"ความเป็นอมตะที่ใฝ่ฝันนี้ จนมีอายุยืนยาวมากขึ้น แม้เพียงในบั้นปลาย... หรือกระทั่งคนที่ "เข้าถึง"ขอบที่นอกที่สุด ของอมตภาพอันยิ่งใหญ่ได้จริงๆ
...แต่ก็ต้องใช้นิรันดร์นั้น อยู่กับความเปล่าเปลี่ยว ชอกข้ำกับอนาคต และแบกรับน้ำหนักของห้วงเวลาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า อย่างไม่มีวันจบสิ้น...
นี่คือสิ่งที่เราเฝ้าปรารถนาจริงๆหรือ?
คนเราทุกคน ล้วนต้องการแสวงหา "ความสุข" ในรูปแบบที่แตกต่างกัน...ต่างก็มี"คำตอบ" และ "วิธีไปให้ถึงคำตอบ" ที่ไม่เหมือนกัน
"ชีวิตอันเป็นนิรันดร์" เป็นหนึ่งในคำตอบยอดนิยม ที่คนหลายคนมักลากมาเป็นข้อสรุป
...แต่ช่วงเวลาที่ไม่รู้จบสิ้นนี้ จำเป็นจริงๆหรือ ที่จะต้องครอบครอง เพื่อนำมาซึ่งความสุขของตัวเราเอง?
เมื่อคนหนึ่งคนยืนอยู่เหนือกาลเวลาแล้ว คนผู้นั้น ก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความสูญเสีย...ทุกสิ่งในโลกล้วนไม่จีรัง มีเกิดและมีดับ หากตัวเราเอง กลับต้องมาคอยพบเจอ เฝ้ามอง และจับตาดูจนกระทั่งสิ่งนั้น เดินทางไปสู่จุดจบ ก่อนที่จะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นตามมาเป็นลำดับ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราบนิจนิรันดร์...
แล้วเราจะยังมีความสุขได้โดยแท้ล่ะหรือ ?
แล้วเราจะเข้าถึงแก่นแท้แห่งอมตภาพ ที่หมายถึงความเข้าใจในสังขารที่ไม่เที่ยง...ละได้สิ้นทั้งโลภ โกรธ หลง ได้จริงๆล่ะหรือ?
.
จะง่ายกว่าไหม หากเราเลิกไล่ตามสัญลักษณ์ไร้ค่า อย่าง"ชีวิตอมตะ"แล้วมาไขว่คว้าหา "ความสุข"ที่อยู่ในขอบเขตที่ตัวเราเอื้อมมือไปได้ถึง
จะตรงประเด็นกว่าไหม หากเราถามตัวเองว่า ทำอย่างไร จึงจะมี "ความสุข" มากกว่าจะใคร่ครวญว่า ทำอย่างไร จึงจะมี"ชีวิตอันเป็นนิรันดร์"
และจะสมเหตุสมผลกว่าไหม หากเราใช้ช่วงชีวิตที่เรามีอยู่อย่างจำกัดนี้ ในการหาบทสรุปที่"เปี่ยมสุข"อย่างแท้จริง มากกว่าจะมานั่งสร้างเรื่องราวไร้ค่า ที่"ไม่มีวันสิ้นสุดลง"
.
...เราทุกคน ต่างก็มีขีดจำกัด มีชีวิตที่ต้องสิ้นสุด และมีความไม่เที่ยงที่ต้องพบเจอ...
แต่เพราะเช่นนี้เองไม่ใช่หรือ ที่ทำให้วันทุกวันของเรา เปี่ยมด้วยคุณค่า...ชีวิตในแต่ละห้วงของเรา เปี่ยมด้วยความหมาย...โดยแท้จริง
.
.
แด่เรื่องราวของนิรันดรที่แสนโรแมนติค
แด่ความสุขที่สามารถหาได้ แม้ในช่วงเวลาที่จำกัด
รักวิหคเพลิง
รักคนอ่านครับ
สรุปม้วนเดียวจบ
จุดเด่น จุดดีของฮิโนโทริ
- นำเสนอเรื่องราวอภิปรัชญา ว่าด้วยชีวิตอันเป็นนิรันดร์ได้อย่างน่าสนใจ
- แนวคิดหลักของเรื่อง มีความทันสมัย ปรับใช้ได้แม้ในปัจจุบัน แม้จะมีอายุมากกว่า 40 ปี
- เปิดตัวด้วยโจทย์ที่น่าติดตาม ก่อนนำไปสู่บทสรุปที่ต้องการการขบคิดจากผู้อ่าน เป็นประโยคปิดสุดท้าย
- ผู้เขียนใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิต ทยอยถ่ายทอดออกมาทีละตอน ตัวผลงานจึงเติบโตไปพร้อมกับผู้เขียน และผู้อ่าน
- ฉากของเรื่อง มีความหลากหลาย ผ่านยุคสมัยที่ไม่เหมือนกัน
ตอนที่ว่าด้วยอดีต: สามารถด้นเรื่องแต่ง ให้มาเข้ารูปกับเหตุการณ์จริง ในประวัติศาสตร์ได้
ตอนที่ว่าด้วยอนาคต: สามารถมีจินตนาการบรรเจิด สร้างสรรค์โลก และแนวคิดไซไฟออกมาได้อย่างน่าทึ่ง
- คงไว้ซึ่งความเชื่อมโยงของตัวละคร ภายใต้"จักรวาลของเทะสึกะ โอซามุ" ที่แม้ต่างสถานที่ ต่างเวลา ก็ยังผูกเรื่องให้เกี่ยวเนื่องกันโดยทั่วถึง
- ลายเส้น รูปแบบการนำเสนอ และมุขสอดแทรกในเรื่อง คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตัวผู้เขียน
----------------------
จุดด้อย และข้อจำกัดของฮิโนโทริ
- ความลึกของเนื้อหา บ่อยครั้งที่ยากต่อการเข้าถึงตัวแก่น
- ตอนที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ในเชิงลึก ย่อมเป็นข้อจำกัดสำคัญ ของผู้ที่ไม่มีความรู้ในรายละเอียด
- ลายเส้น รูปแบบการนำเสนอ และมุขสอดแทรกอันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านกาลเวลามากว่าครึ่งศตวรรษ ย่อม"พ้นยุค"ไปมาก สำหรับผู้อ่านกลุ่มใหม่
- ในเมืองไทย สำ*ตู๊ด*พิมพ์วิบูลย์กิจ (ขอเซ็นเซ่อ เพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวอ้าง)พิมพ์ค้างไว้ที่เล่ม 12 มาเนิ่นนาน แม้เหล่านักอ่านจะเรียกร้อง 4 เล่มสุดท้ายมานานปี ก็ได้รับคำตอบเพียงแค่ว่า มี"ปัญหาใหญ่" จากทางต้นสังกัดเอง ทางเราจึงพิมพ์ต่อไม่ได้...นี่อาจเป็นการพิสูจน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อตัวผู้อ่านว่า แม้จะมีชีวิตอมตะเหนือกาลเวลา..."ความสุข"บางเรื่อง ก็ไม่สามารถแม้จะไขว่คว้ามาได้...
----------------------
----------------------
ปล. ที่ทิ้งท้ายไว้คราวก่อน ก็คือรีวิวฮิโนโทริเรื่องนี้นะครับ ตามคอนเซปต์ที่ว่าด้วย"ห้วงเวลา" นี่เอง เอง เอง ~~
ปล.2 ปกติแล้ว ถ้าเจอคำถามโหดร้ายอย่าง "ภาพยนตร์ เพลง การ์ตูน นิยาย อะไร ที่คุณ"ชอบมากที่สุด"...ผมเชื่อว่า เพื่อนๆก็คงต้องมีอึ้งกันไปบ้าง ไม่รู้จะยกอะไรมาตอบบ้างดี...แต่ถ้าพูดเรื่องการ์ตูนแล้ว ผมคิดว่า วิหคเพลิง ก็ไม่น่าจะหลุดโผ เรื่องที่ผมว่าดี และชอบมากที่สุดเรื่องนึงไปได้ครับ ^^
................................แล้วดูสำ*ตู๊ด*พิมพ์วิบูลย์กิจทำสิ !! เศร้ามากนะเนี่ย !! เล็งๆฉบับภาษาอังกฤษที่คิโนคุนิยะมาหลายรอบแล้วครับ แต่ท่าทาง ฝรั่งเค้าก็มีปัญหาเรื่องต้นฉบับเหมือนกัน เลยไม่ได้พิมพ์ไปถึงตอนที่อยากได้ซะที T__T ....เล่นเอาอยากซดเลือดวิหคเพลิงก็อีตอนนี้ล่ะ
ปล.3 Nostalgia ช่วงนี้ ขออนุญาตมาช้าเล็กน้อย เนื่องจากผู้เขียนหยุดพัก เพื่อไปหาข้อมูล เขียนรายงานส่งอาจารย์
ปล.4 ปกติเอนทรีไหนได้ขึ้น hot post...ผมว่าไงๆคนเขียนก็น่าจะดีใจ....แต่เอนทรีก่อนหน้า...HBD blog ตัวเองแท้ๆ...ได้ขึ้นกะเค้าด้วยนี่....ผม.....ควรจะดีใจสินะครับ? สินะครับ?
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me

#1 By st.GiZMo on 2008-07-13 15:53