.

"What we do for ourselves dies with us. What we do for others and the world remains and is immortal.” 
                                                                         ~Albert Pine~

.

ชีวิตอันเป็นนิรันดร์

เป็นหนึ่งในยอดปรารถนาของเหล่าปุถุชนมาเนิ่นนาน อาจจะพร้อมๆกับที่มนุษย์เราเริ่มจะมีสิ่งที่เรียกว่า ความใฝ่ฝัน

วัฎจักรของชีวิตและการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ตั้งต้น ผ่านสงครามและสันติสุข การเกิดและดับ การสร้างสรรค์และทำลายมานับครั้งไม่ถ้วน...เรื่อยมาจนถึงยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟูเช่นปัจจุบัน...และอาจจะเลยต่อไปถึงยุดอวกาศในอนาคตเบื้องหน้า...

เรื่องราวของ "ชีวิตอมตะ" ก็ยังคงอยู่คู่กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมาอย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง

ตำนาน ศรัทธา ความเชื่อ บทเพลง เรื่องเล่าพื้นบ้าน หรือแม้กระทั่งคำกลอนหลายต่อหลายบท...ต่างสอดแทรกความปรารถนาอันแรงกล้านี้เข้าไปอย่างไม่ได้ขาด

.

คนแต่ละผู้ มีเหตุผลแตกต่างมากมายเหลือคณานัป ที่จะต้องการ และไขว่คว้าความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา...

เพื่อขีวิตของคนอันเป็นที่รัก เพื่อไล่ตามความฝัน เพื่อฐานะที่เฝ้าขวนขวาย เพื่อครอบครอง เพื่อควบคุม ฯลฯ

...แต่ยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็มีแต่จะยิ่งสูญเสีย

...ยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็มีแต่จะแสดงความนึกคิดที่มืดลึก จากก้นบึ้งของตัวเองออกมาเพียงเท่านั้น

.

.....................และที่น่าเศร้าก็คือ ณ ปลายทางของอุโมงค์ที่แสนมืดมิด ก็ยังไร้ซึ่งแสงสว่าง

แม้คนที่ดั้นด้นไปในจุดที่ไกลที่สุด ก็ยังต้องปิดฉากเรื่องราวของตนลง อย่างน่าเศร้าและเดียวดาย แทบเท้าอมตภาพที่ตนใฝ่ฝัน...

แทบเท้าวิหคเพลิง ผู้มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์

ฮิโนโทริ - วิหคเพลิง เป็นการ์ตูนแนวปรัชญา จากปลายปากกาของอ.เทะสึกะ โอซามุ ปรมาจารย์ และบิดาแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่น ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ล้ำค่ำและเลื่องชื่อมานับไม่ถ้วน ดังเช่น เจ้าหนูปรมาณู แบล็คแจ๊ก-หมอปีศาจ เจ้าหนูสามตา ฯลฯ

ตัวเรื่อง จับความที่เรื่องราวบนฉากหลากหลายสมัย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ยุคก่อตั้งของอาณาจักรญี่ปุ่นโบราณ ไปจนถึงยุคอวกาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งโลกอนาคต

แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนช่วงเวลา หรือเปลี่ยนสถานที่ของเรื่องราวไปแห่งหนใดก็ตาม มีอยู่เพียงไม่กี่สิ่ง ที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม

หนึ่งคือ ความปรารถนาที่จะมีชีวิตยืนยง เป็นอมตะเหนือกาลเวลา

อีกหนึ่งคือ เรื่องราวของวิหคเพลิง นกวิเศษที่ห้อหุ้มร่างกายด้วยเปลวไฟและประกายแสงอันโชติช่วง

...กล่าวกันว่า วิหคเพลิงนี้ เมื่อมันบาดเจ็บ หรือสิ้นอายุขัย ก็จะบินพุ่งลงไปยังเปลวเพลิง ให้แผดเผาร่างกายตัวเองจนเป็นเถ้าถ่าน...และถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยร่างที่อ่อนเยาว์ แข็งแรง และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

...และผู้ใดก็ตาม ที่ได้ลิ้มรสเลือดสดๆของวิหคเพลิง ก็สามารถที่จะได้รับ  "ชีวิตอันเป็นนิรันดร์" เฉกเช่นเดียวกัน

เรื่องเล่าที่แสนจะน่าเหลือเชื่อ และแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่โรแมนติคนี้ กลับดึงดูดคนทุกผู้ ให้หลงใหล คลั่งไคล้ และดิ้นรนที่จะได้มาครอบครอง

ไม่ว่าจะเป็นราชินีผู้ชิงชังความชรา เด็กหนุ่มผู้ต้องการต่ออายุคนรัก นักบินอวกาศผู้ต้องการความสุขที่ยืนยง นายทหารผู้มีพันธะต้องฟื้นฟูยุคสมัยใหม่ หรือกระทั่งหุ่นยนต์ที่ต้องการพิสูจน์ความหมายการมีอยู่ของตัวเอง ฯลฯ ทุกผู้ทุกคน ต่างหลงวนเวียน อยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก และไล่ตามภาพเงาของวิหคเพลิงนี้ อย่างสุดแรงเกิด

"ยอดปรารถนา" ดังกล่าว มีได้กับคนทุกชนชั้น ทุกยุค ทุกสมัย...ไม่ได้ถูกกีดกันด้วยชนชาติ สถานะ สถานที่ หรือกระทั่งกาลเวลา

แม้จะต้องแลกด้วยเวลาชั่วชีวิต หรือสิ่งล้ำค่าที่สุดของตนเอง...การดิ้นรนไขว่คว้าชีวิตอมตะ ก็ยังดำเนินต่อไป...ผ่านซากศพ โศกนาฏกรรม และการสูญเสียที่เหลือคณานัป...หลายร้อยหลายพันชีวิต ต้องจบสิ้นลงไป โดยที่ยังพกพาความฝันนั้น อัดแน่นไว้เต็มอก

ใครเลย จะล่วงรู้ และซึมซับถึงเนื้อแท้ของความโง่เขลานี้ ได้มากเท่ากับตัววิหคเพลิงเอง

 

ตลอดช่วงชีวิตอันเป็นนิรันดร์ของมัน วิหคเพลิงได้เดินทางผ่านกาลอวกาศมากมายนับไม่ถ้วน...โบยบิน ปักหลัก และจากลา...ไม่เร็วเกินกว่าที่ตำนานจะก่อตัว ไม่ช้าเกินกว่าที่ละอองเลือดจะแปดเปื้อนผืนดิน

ชีวิตอมตะ มีอยู่จริงๆหรือไม่ ?

ทำเช่นไร ถึงจะได้เจอ และดื่มเลือดสดๆของวิหคเพลิง ?

เราจะทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก เมื่อได้รับความเป็นนิรันดร์ที่ถวิลหา ?

ฯลฯ

ท่ามกลางหลากร้อยคำถามนั้น น่าขำที่ คำถามสำคัญที่สุด กลับแทบไม่มีผู้ใดเคยคิดจะยกขึ้นมาขบคิด...

....

........

............แล้วต้องทำอย่างไร ถึงจะพบเจอ "ความสุข"...?

หากจะให้คิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง...แม้นเมื่อความฝันได้ไปถึงจุดหมายเข้าจริงๆ ชีวิตอมตะถูกส่งมอบมายังมนุษย์เดินดินตัวน้อยๆ...เมื่อถึง ณ จุดตรงนั้นแล้ว จะมีซักกี่คน ที่ฉุกคิดขึ้นมาได้โดยพลันว่า นี่คือคำตอบ ของความปรารถนาของเราโดยแท้จริงล่ะหรือ ?

...แม้ว่าคนหลายคน ต้องปิดฉากชีวิตโดยยังไปไม่ถึงจุดหมาย...ก็ยังมีคนอีกหลายคน ได้ย่างเท้า"เข้าใกล้"ความเป็นอมตะที่ใฝ่ฝันนี้ จนมีอายุยืนยาวมากขึ้น แม้เพียงในบั้นปลาย... หรือกระทั่งคนที่ "เข้าถึง"ขอบที่นอกที่สุด ของอมตภาพอันยิ่งใหญ่ได้จริงๆ

...แต่ก็ต้องใช้นิรันดร์นั้น อยู่กับความเปล่าเปลี่ยว ชอกข้ำกับอนาคต และแบกรับน้ำหนักของห้วงเวลาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า อย่างไม่มีวันจบสิ้น...

นี่คือสิ่งที่เราเฝ้าปรารถนาจริงๆหรือ?

คนเราทุกคน ล้วนต้องการแสวงหา "ความสุข" ในรูปแบบที่แตกต่างกัน...ต่างก็มี"คำตอบ" และ "วิธีไปให้ถึงคำตอบ" ที่ไม่เหมือนกัน

"ชีวิตอันเป็นนิรันดร์" เป็นหนึ่งในคำตอบยอดนิยม ที่คนหลายคนมักลากมาเป็นข้อสรุป

...แต่ช่วงเวลาที่ไม่รู้จบสิ้นนี้ จำเป็นจริงๆหรือ ที่จะต้องครอบครอง เพื่อนำมาซึ่งความสุขของตัวเราเอง?

เมื่อคนหนึ่งคนยืนอยู่เหนือกาลเวลาแล้ว คนผู้นั้น ก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความสูญเสีย...ทุกสิ่งในโลกล้วนไม่จีรัง มีเกิดและมีดับ หากตัวเราเอง กลับต้องมาคอยพบเจอ เฝ้ามอง และจับตาดูจนกระทั่งสิ่งนั้น เดินทางไปสู่จุดจบ ก่อนที่จะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นตามมาเป็นลำดับ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตราบนิจนิรันดร์...

แล้วเราจะยังมีความสุขได้โดยแท้ล่ะหรือ ?

แล้วเราจะเข้าถึงแก่นแท้แห่งอมตภาพ ที่หมายถึงความเข้าใจในสังขารที่ไม่เที่ยง...ละได้สิ้นทั้งโลภ โกรธ หลง ได้จริงๆล่ะหรือ?

.

จะง่ายกว่าไหม หากเราเลิกไล่ตามสัญลักษณ์ไร้ค่า อย่าง"ชีวิตอมตะ"แล้วมาไขว่คว้าหา "ความสุข"ที่อยู่ในขอบเขตที่ตัวเราเอื้อมมือไปได้ถึง

จะตรงประเด็นกว่าไหม หากเราถามตัวเองว่า ทำอย่างไร จึงจะมี "ความสุข" มากกว่าจะใคร่ครวญว่า ทำอย่างไร จึงจะมี"ชีวิตอันเป็นนิรันดร์"

และจะสมเหตุสมผลกว่าไหม หากเราใช้ช่วงชีวิตที่เรามีอยู่อย่างจำกัดนี้ ในการหาบทสรุปที่"เปี่ยมสุข"อย่างแท้จริง มากกว่าจะมานั่งสร้างเรื่องราวไร้ค่า ที่"ไม่มีวันสิ้นสุดลง"

.

...เราทุกคน ต่างก็มีขีดจำกัด มีชีวิตที่ต้องสิ้นสุด และมีความไม่เที่ยงที่ต้องพบเจอ...

แต่เพราะเช่นนี้เองไม่ใช่หรือ ที่ทำให้วันทุกวันของเรา เปี่ยมด้วยคุณค่า...ชีวิตในแต่ละห้วงของเรา เปี่ยมด้วยความหมาย...โดยแท้จริง

.

.

แด่เรื่องราวของนิรันดรที่แสนโรแมนติค

แด่ความสุขที่สามารถหาได้ แม้ในช่วงเวลาที่จำกัด

รักวิหคเพลิง

รักคนอ่านครับ

สรุปม้วนเดียวจบ

จุดเด่น จุดดีของฮิโนโทริ

- นำเสนอเรื่องราวอภิปรัชญา ว่าด้วยชีวิตอันเป็นนิรันดร์ได้อย่างน่าสนใจ

- แนวคิดหลักของเรื่อง มีความทันสมัย ปรับใช้ได้แม้ในปัจจุบัน แม้จะมีอายุมากกว่า 40 ปี

- เปิดตัวด้วยโจทย์ที่น่าติดตาม ก่อนนำไปสู่บทสรุปที่ต้องการการขบคิดจากผู้อ่าน เป็นประโยคปิดสุดท้าย

- ผู้เขียนใช้เวลาครึ่งค่อนชีวิต ทยอยถ่ายทอดออกมาทีละตอน ตัวผลงานจึงเติบโตไปพร้อมกับผู้เขียน และผู้อ่าน

- ฉากของเรื่อง มีความหลากหลาย ผ่านยุคสมัยที่ไม่เหมือนกัน

ตอนที่ว่าด้วยอดีต: สามารถด้นเรื่องแต่ง ให้มาเข้ารูปกับเหตุการณ์จริง ในประวัติศาสตร์ได้

ตอนที่ว่าด้วยอนาคต: สามารถมีจินตนาการบรรเจิด สร้างสรรค์โลก และแนวคิดไซไฟออกมาได้อย่างน่าทึ่ง

- คงไว้ซึ่งความเชื่อมโยงของตัวละคร ภายใต้"จักรวาลของเทะสึกะ โอซามุ" ที่แม้ต่างสถานที่ ต่างเวลา ก็ยังผูกเรื่องให้เกี่ยวเนื่องกันโดยทั่วถึง

- ลายเส้น รูปแบบการนำเสนอ และมุขสอดแทรกในเรื่อง คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตัวผู้เขียน

----------------------

จุดด้อย และข้อจำกัดของฮิโนโทริ

- ความลึกของเนื้อหา บ่อยครั้งที่ยากต่อการเข้าถึงตัวแก่น

- ตอนที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ในเชิงลึก ย่อมเป็นข้อจำกัดสำคัญ ของผู้ที่ไม่มีความรู้ในรายละเอียด

- ลายเส้น รูปแบบการนำเสนอ และมุขสอดแทรกอันเป็นเอกลักษณ์ ผ่านกาลเวลามากว่าครึ่งศตวรรษ ย่อม"พ้นยุค"ไปมาก สำหรับผู้อ่านกลุ่มใหม่

- ในเมืองไทย สำ*ตู๊ด*พิมพ์วิบูลย์กิจ (ขอเซ็นเซ่อ เพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวอ้าง)พิมพ์ค้างไว้ที่เล่ม 12 มาเนิ่นนาน แม้เหล่านักอ่านจะเรียกร้อง 4 เล่มสุดท้ายมานานปี ก็ได้รับคำตอบเพียงแค่ว่า มี"ปัญหาใหญ่" จากทางต้นสังกัดเอง ทางเราจึงพิมพ์ต่อไม่ได้...นี่อาจเป็นการพิสูจน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อตัวผู้อ่านว่า แม้จะมีชีวิตอมตะเหนือกาลเวลา..."ความสุข"บางเรื่อง ก็ไม่สามารถแม้จะไขว่คว้ามาได้...

----------------------

----------------------

ปล. ที่ทิ้งท้ายไว้คราวก่อน ก็คือรีวิวฮิโนโทริเรื่องนี้นะครับ ตามคอนเซปต์ที่ว่าด้วย"ห้วงเวลา" นี่เอง เอง เอง ~~

ปล.2 ปกติแล้ว ถ้าเจอคำถามโหดร้ายอย่าง "ภาพยนตร์ เพลง การ์ตูน นิยาย อะไร ที่คุณ"ชอบมากที่สุด"...ผมเชื่อว่า เพื่อนๆก็คงต้องมีอึ้งกันไปบ้าง ไม่รู้จะยกอะไรมาตอบบ้างดี...แต่ถ้าพูดเรื่องการ์ตูนแล้ว ผมคิดว่า วิหคเพลิง ก็ไม่น่าจะหลุดโผ เรื่องที่ผมว่าดี และชอบมากที่สุดเรื่องนึงไปได้ครับ ^^

................................แล้วดูสำ*ตู๊ด*พิมพ์วิบูลย์กิจทำสิ !! เศร้ามากนะเนี่ย !! เล็งๆฉบับภาษาอังกฤษที่คิโนคุนิยะมาหลายรอบแล้วครับ แต่ท่าทาง ฝรั่งเค้าก็มีปัญหาเรื่องต้นฉบับเหมือนกัน เลยไม่ได้พิมพ์ไปถึงตอนที่อยากได้ซะที T__T ....เล่นเอาอยากซดเลือดวิหคเพลิงก็อีตอนนี้ล่ะ

ปล.3 Nostalgia ช่วงนี้ ขออนุญาตมาช้าเล็กน้อย เนื่องจากผู้เขียนหยุดพัก เพื่อไปหาข้อมูล เขียนรายงานส่งอาจารย์

ปล.4 ปกติเอนทรีไหนได้ขึ้น hot post...ผมว่าไงๆคนเขียนก็น่าจะดีใจ....แต่เอนทรีก่อนหน้า...HBD blog ตัวเองแท้ๆ...ได้ขึ้นกะเค้าด้วยนี่....ผม.....ควรจะดีใจสินะครับ? สินะครับ?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบผลงานของ อ.โอซามุ มากๆ ครับ เป็นการ์ตูนคลาสิกจริงๆ Hot!

#1 By st.GiZMo on 2008-07-13 15:53

ผลงาน อ.เท็ตซึกะ เราอ่านไม่ครบทุกเรื่องเลย ที่ชอบมากคือ ม้ายูนิคอนละมั้ง(ชื่อเต็มว่าอะไรหว่าลืม) รองมาก็ เจ้าหนูสามตา (อันนี้ดูตอนเด็ก)
แต่ฮิโนโทริ เพิ่งมาได้อ่านเมื่อสองปีก่อนเอง อ่านแล้วก็ตะลึงตาที่ชาวบ้านกล่าวขานกันเลยว่า เป็นการ์ตูนปรัชญาโคตรๆ เขียนในยุคโน้นน ได้ขนาดนี้สุดยอดจริงๆ

ปล. ก็เอนทรี่ของ Zieghart มันเด็ดทุกเอนทรี่นะสิ ถึงได้ขึ้น hot post อิๆ

#2 By aerith-chan on 2008-07-13 19:46

ไม่น่าเชื่อว่าเนื้อเรื่องการ์ตูนเก่าๆจะลึกขนาดนี้ wink
อ่าน Review ทำใหเ้นึกถึุงว่า เราไม่จำเป็นต้องสนใจว่าดวงอาทิตย์ตกหรือขึ้นกี่ครั้ง แต่เราทำอะไรแล้วยังก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกเนอะ...

ถ้าอมตะแต่ไร้ความสุขแบบหุ่นยนต์ที่รอดูเจ้านายตายไป ผมขอไม่มีชีวิตอมตะดีกว่าครับ มันเจ็บปวดน่ะHot! Hot!
1 ในการ์ตูนในดวงใจเลยครับ >_<


ป.ล. ชาตินี้จะมีโอกาสได้อ่าน 4เล่มสุดท้ายไหมเนี่ย

#4 By ☆☆☆ on 2008-07-13 21:37

เรื่องในดวงใจเลย
แต่โดนดองอีกแล้ว ไม่เข้าใจจริงๆๆHot!

#5 By wesong on 2008-07-13 22:39

ช่วงตอนจบนี่ยาวถึง 3 เล่มเลย นั่งอ่านดิบไป เข้าใจน้อยกว่าไทยเยอะ..
แต่อ่านแล้วบรรเจิดจริงๆ แต่ซักพักก็ลืมล่ะ ต้องมาอ่านใหม่

เมื่อไร*ตื๊ด*กิจจะพิมพ์ต่อนะ จะได้ครบๆชุดไป
Hot! Hot! Hot!

#6 By Day on 2008-07-14 07:09

ผมเกลียดคำว่า "ปัญหาใหญ่" ในบ้านเมืองนี้จริงๆ
เหอๆๆ

#7 By ilumin on 2008-07-14 08:57

อ่า..ตกลงเขาพิมพ์ไม่จบหรือคะ ดีนะที่ไม่หลวมตัวซื้อ - -"
ต่อไปจะซื้อการ์ตูนของค่ายนี้ สงสัยต้องคิดยาวๆ
ไม่งั้นถ้าเจอโดนลอยแพกลางอากาศอย่างนี้ เซ็งห่าน

ฮิโนโทริ นี่เคยซื้อของญี่ปุ่นมาอ่านแค่เล่มเดียว (เหมือนเราเคยบอกไปแล้วเนอะ? ภาค 鳳凰編 ที่มีตัวเอกชื่อ กาโอ กับ อาคาเนะมารุ หรือไงเนี่ยค่ะ) แต่อ่านแล้วทั้งรู้สึกประทับใจ ทั้งหดหู่เล็กน้อย และก็ทึ่งกับเนื้อเรื่องมากๆ ด้วย ถ้ามีโอกาส (เงิน?) จะสอยของญี่ปุ่นยกชุดเลย >.<

ป.ล. ควรจะดีใจค่ะ อิอิ ก็เขียนดีออก ต้องได้ขึ้น hot อยู่แล้น double wink

#8 By Piggy on 2008-07-14 09:54

Hot! Hot! Hot! อยากดูเรื่องนี้มากๆ หลายคนที่ดูบอกว่าต้องดูจริงๆ

#9 By (^_^)/nana on 2008-07-14 15:32

ชอบเรื่องนี้มากมากเลยครับ
Hot! Hot!

#10 By wasin on 2008-07-14 23:17

อยากมีเก็บ

แต่ก็ยังไม่มีโอกาสเก็บ

ไว้ให้ได้ไปญี่ปุ่น ถ้าไม่ลืม (อ้าว) จะหาซื้อให้ครบเลย OAO
ผมก็ยังอยากได้เลือดวิหกเพลิง เอามาต่ออายุรอสำนัก*ตื๊ด* วิบูลย์กิจออก 4 เล่มสุดท้ายเหมือนกันครับ

ไม่รู้ว่า ชิวิตอมตะนั้นจะเพียงพอสำหรับการรอคอยครั้งนี้หรือเปล่าsad smile

เป็นอีกเรื่องที่แสดงอัจฉริยภาพของอ.เทตซึกะ โอซามุ จริงๆครับ สมกับฉายาว่าเป็นบิดาแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่นจริงๆ แม้จะเก่าแก่ถึง 41 แล้ว แต่เนื้อเรื่องก็ยังคงล้ำสมัย ทั้งในด้าน Sci-Fi และ แฟนตาซี

#12 By tamanxzg on 2008-07-15 00:06

ผมก็เคยอ่าน


แต่ เซ็งตรงที่ร้าานแถวบ้านมีไม่ครบอาดิ

#13 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-07-15 00:09

อ่านรีวิวแล้วรู้สึกว่าเป็นการ์ตูนที่ดีมากทีเดียว แต่สำนักพิมพ์ดองอย่างนี้ก็นะ...

แต่ก็ถ้าทำออกมาแล้วขายได้ก็คงไม่มีใครเค้าอยากดองหรอกค่ะ ก็อยากออกมาให้ครบๆ นั่นแหละ

คงต้องไปหามาอ่าน ขอบคุณค่ะ

#14 By uregus on 2008-07-15 07:41

ผมอยากรอให้ครบก่อน ถึงค่อยหามาอ่าน (แต่คงอีกนาน เหอะๆ)

#15 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-07-15 08:22

นานจนผมลืมไปแล้วว่าซื้อถึงเล่มไหน sad smile

#16 By chubby on 2008-07-15 08:47

เก่ามาก ..เห็นภาพถึงจำได้

แต่ผมชอบแบล็คแจ็ค confused smile

#17 By A-leX on 2008-07-15 10:57

สุดยอดครับ เขียนได้แนวคลาสิกจริงๆ

#18 By การ์ตูน (125.27.115.238) on 2008-07-15 13:02


เช่นกัน ผมก็ชอบเรื่องนี้

รู้สึกเซ็งเป็ดอย่างแรง ที่ไม่ได้อ่านแบบต่อเนื่อง

#19 By Juninyá on 2008-07-15 19:40

เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากมาย

เป็นการ์ตูนที่อ่านซ้ำก็ไม่เบื่อ
เพราะมีอะไรให้ต้องค้นหาอีกมากมาย

น่าเสียดาย ที่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ(ละมั๊ง) ชนะความดีของเรื่องนี้

#20 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-07-15 20:03

เสียดายที่เรื่องนี้พิมพ์ไม่ครบจริงๆ
เรื่องนี้อ่านกี่รอบก็ยังอ่านได้ไม่เบื่อ

#21 By LONGA on 2008-07-15 21:45

ผมสนใจประเด็นเรื่อง "ความเป็นอมตะ" กับ "ความสุขที่แท้จริงของมนุษย์" ครั้งแรกจากการอ่านฮิโนโทรินี่แหละครับ
แต่ก็ต้องอ่านหลายรอบอยู่กว่าจะเข้าใจได้

อย่างไรก็ดี ฮิโนโทริ เป็นอมตะเสมอในใจของผมครับ big smile
ขอบคุณครับสำหรับการช่วยให้รำลึกความทรงจำดีๆ Hot! Hot!
เรื่องนี้เป็นหนังสือการ์ตูนที่ผมใช้เวลาอ่านต่อตัวอักษรมากที่สุดเป็นอันดับสอง (รองจากหงสาจอมราชันย์) เลยครับ

ไม่ยักรู้ว่าทำไม เอนทรี่นี้ผมถึงไม่ค่อยมีความเห็นอะไรเป็นพิเศษ sad smile สงสัยจะเขียนดีจัดจนไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมแล้วกระมัง?

ส่วนที่อยากเพิ่มเติมจริงๆ ก็เกี่ยวข้องกับ สนพ. V ซะมาก...ซึ่ง ...ไม่เอาไม่พูดดีกว่าครับ sad smile
Nostalgia...HBD My Blog

** คำถาม Faqs ขอยกยอดไปตอบต่างหากคราวหน้าๆนะครับ **



คุณ 8anana7...เขียนบลอก ก็เหมือนกับชีวิตจริงครับ...ยิ่งโตขึ้น ยุ่งมากขึ้น ก็มีเวลากลับมาแวะเวียนน้อยลงทุกทีๆ แต่ยังไง บ้านก็เป็นบ้านนี่เนอะ นานๆกลับที กลับไปกลิ้งเล่น ใช้เวลาเรื่อยเปื่อย ก็ยังแฮปปี้ได้ ^^

คุณ eddy...อบอุ่นมากครับ นานๆหนาวๆ เปลี่ยวๆ ผมก็ยังแวะมาชาร์ตไออุ่นเป็นช่วงๆได้ question

คุณ 「アカリ*」 : 永久の声 AGAIN...ขอบคุณสำหรับคำอวยพร ขอให้พบเจอเรื่องดีๆ เพื่อนดีๆ และสิ่งที่คาดหวัง กับชีวิต exteen ในอนาคตหน้าๆเช่นกันน่อ

เจ๊บี...ทานาบาตะ..สิ้นหวัง ! สิ้นหวังแล้ว ! ^^"
อ้า รูปเฮดน่ะ อุตส่าห์ให้เขียนซะสวยทั้งที ต้องใช้อยู่แล้วล่ะ หุหุ แต่ช่วงนี้ ยังไม่ค่อยว่างมาแก้อะไรเท่านั้นเอง แค่จะไปกราบคนอื่นลงสีให้ ยังไม่ได้ทำเลยเธอเอ๋ย แหะๆ

SkyKiD คุง...ปีหน้า(ของบลอกผม ^^) ก็ฝากเนื้อฝากตัวเช่นเดิม แล้วจะแวะไปอ่านรีวิวหนังเป็นระยะๆครับ confused smile

มาสเตอร์แชมป์...เป็นเกียรติมาก สำหรับคอมเมนท์ครับ เอนทรีก่อนหน้านี้ เขียนขึ้นมา คนที่อยากให้อ่านที่สุด ก็เป็นคุณแชมป์นี่เอง ขอบคุณสำหรับเวปดีๆ และประสบการณ์ที่น่าประทับใจครับ big smile

คุณ piggy...ผมเอง ก็เป็นทั้งคนเขียน และคนอ่าน สลับๆกันไปครับ ซึ่งก็จะได้อะไรหลายๆอย่าง จากทั้งสองบทบาทเหมือนกัน ตอนเขียน ก็รู้สึกว่า เรียบเรียงความคิดได้ดีขึ้น ตอนอ่าน ก็เหมือนเปิดกว้าง ได้ความรู้และแง่มุมที่ไม่เคยรู้ (และไม่น่าจะได้รู้ ถ้าเป็นภาวะปกติ)ขึ้นมาอีกเยอะมากๆเลย confused smile บลอกคุณ piggy ก็เป็นอีกที่ ที่ผมแวะไปอ่านบ่อยๆครับ open-mounthed smile

แอริธจัง...ในฐานะหนึ่งในสมาชิกบลอก aerith-chan...ก็ฝากเนื้อฝากตัวอีกปีนะครับ แวะไปอ่านไม่ได้ขาดเช่นกัน confused smile
เอ่อ...แล้วคำถาม...แหม่...จะว่าไงดีนะ...เพื่อนผมมันยังไม่ถามแบบนี้เลย 555 ไว้คราวหน้ามาตอบให้ครับ

พี่วลาดิมีร์...ที่ผ่านมา...ผมเคยมีคิดๆไว้เหมือนกันนะ แต่เพิ่งจะมาชัวร์ ก็อีคราวนี้ล่ะ..
มีคนอ่าน nostalgia ส่วนของคนอื่นอยู่จริงๆด้วย !!! งี๊อีกหน่อย จะเผา นินทา หรือแฉใครข้างเคียง...คงต้องระวังกันหน่อยแล้วสิ cry

พี่เส่ง...ขอบคุณมากน่อ~~

คุณปลาทู...ฝากตัว ฝากบล๊อกด้วยนะครับ question

พี่ mastermune...ผมเห็นคนเขียนบทความหลายคน เลือกใช้ exteen เป็นที่ backup ข้อมูลครับ...หวังว่าเร็วๆนี้ จะได้เห็น mastermune วิเคราะห์สถานการณ์ความน่าจะเป็น ของวงการคอนโซลในยุคหน้านะครับ อยากอ่านเรื่องนี้พอดีเลย confused smile
......ครือตอนนี้ หลังจากงาน E3...ผมสงสาร SONY เป็นที่สุดครับ โคตรเศร้าเลย ไฟนอลเรา...(แต่ก่อนหน้านี้ ถ้าถามผม ก็คิดถึง 360 เป็นตัวเลือกแรกอยู่แล้วครับ เพราะ J-RPG ทั้งหลายนี่แล)


งี :)...? ? ? น้องพีรึเปล่าหว่า ยังไงก็แล้วแต่ ขอบคุณสำหรับยิ้มหวานๆละกันนะ confused smile

คุณ Liebestraum...ตราบใดที่ผมยังมีแรงอยู่ ก็จะมาแวะเวียน อัพบลอกตามโอกาสครับ หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ...อย่างน้อยก็จะขอเป็นผู้อ่าน ติดตามความคิด ความเห็นเพื่อนๆต่อไปแน่นอน question

เจ๊โอ๋...บลอกเรา สาระ กับความรั่ว มันก็ปนๆกันไปนะ สำนวนแบบของเจ๊ เราก็ชอบนะ ฮาๆ มีกัดๆเป็นช่วงๆ แล้วก็บรรยายได้ดีออก confused smile

คุณ chill...ขอบคุณสำหรับคำชมครับ ที่เขียนๆไป ก็นึกๆเอา ตามๆที่ไล่อ่านบล็อกเพื่อนๆใน exteen นี่ล่ะครับ บางคนผมอ่านทุกครั้ง แต่แทบไม่ได้เมนท์เลย กะไว้ว่า ถ้ามีเวลาได้อ่าน จะเริ่มเมนท์ให้มากขึ้นกว่าปีที่ผ่านๆมาแน่นอน

คุณหมอเชน...ดีมั่กๆครับ confused smile

คุณ NICs Gallery...ขอบคุณจ้า

Shuu คุง...อ่านประโยคแรก แทบสำลัก...ก็รักมาสเตอร์แชมป์น่ะนะ...แต่...แต่ ไม่ใช่อย่างที่คิดเฟร้ยยย
ว่าแต่จะอ่านบล็อกจนน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ?...อืม...ทำไมตั้งเป้าหมายไว้...กำกวม & ก้ำกึ่งปานนั้นล่ะ? อาจจะไม่นานอย่างที่คิดก็ได้นะ 555

คุณ i-musicale...ยกให้เป็นอันดับหนึ่ง(ในใจผม) เหมือนกันครับ confused smile

คุณ [Joey]I'm the tutor home Reborn...ฝากตัวด้วยครับ !!

คุณ zom17...โอ๊ซ !! ขอบคุณสำหรับบอลครับ confused smile

พี่ (^_^)/nana...ชอบเลข 7 เหมือนกัน...งั้นเราคงเข้ากันได้ดีครับ question ...ง่ายปานนั้นเชียว !! 555

คุณ:::อะกรูบี้ อเหกิฟลอฟ::: ...ว่างๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าในตู้ดูบ้างก็ได้ครับ ถือว่าเปลี่ยนฮวงจุ้ยให้ดีขึ้นไง question

คุณ การ์ตูน...เห็นด้วยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง...ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ question

#24 By Zieghart on 2008-07-17 01:57

พี่เราชอบดูการ์ตูนพวกนี้


ฝากทิ้งท้าย

Thaibux เว็บ คลิ๊กของคนไทยครับ เปิดใหม่ มาร่วมเป็นต้นสายงานกันเถอะ
คลิ๊กทิ้งไว้ 20 วิ เอง ไหนๆก็เล่นเน็ต ไม่ต้องทุนไรเลย
จ่ายทันทีเมื่อคลิกได้ 100 บาท

สมัครสมาชิกฟรี
http://www.thaibux.com/register.php?r=silver

ไปดูหลักฐานการจ่ายจิงได้เลย
http://www.thaibux.com/images/payment_thaibux.JPG
ลายเส้นเก่า ๆ เห็นแล้วนึกถึงอดีตเลยค่ะ (เอ๊ะ เรามีอดีตยาวพอให้นึกถึงเลยเรอะ??)
เป็นเรื่องที่อ่านรีวิวแล้วอยาก...อ่านมาก ๆ คลาสสิคสุด ๆ แต่ว่าถ้านำเสนอได้อย่างนี้เนี่ย...น่าสน ๆๆ
จะสามารถไปตามหาอ่านได้ที่ไหนบ้างน้า...ร้านยืมการ์ตูนแถวบ้านจะมีไหมT____T
สำหรับเรา เราชอบชีวิตสั้น ๆ ที่มีความสุข มากกว่าชีวิตอมตะที่มีความทุกข์นะคะ
คนเราอยากจะมีชีวิตเป็นอมตะ แต่พอได้แล้วก็มีไม่น้อยที่อยากละทิ้งมันไป
มนุษย์ไม่มีความพอดีค่ะ

เขียนดีก็ต้องดีใจสิคะ อย่างเราสิ ไม่เคยติด Hot Post เลย ฮะ ๆๆ
แต่ก็แอบดีใจที่เข้ามาเม้นท์ให้^^"Hot! Hot!

ปล.เพราะบล็อกนี้ทำให้เราได้อ่าน C.M.B จนได้ค่ะ ฮ่า ๆๆ ได้อ่านการ์ตูนน่าสนใจอีกเรื่องแล้ว~

ปล.2 เรื่องสำนักพิมพ์ดองหรือมีปัญหาเนี่ย...ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วค่ะT___T ได้แต่ยอมรับความจริง...

#26 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-07-17 20:17

ถ้าเป็นเราจะไม่เลือกชีวิตนิรันดร์ แต่เราขอเลือกความรักแท้ เป็นอมตะไปเพื่ออะไร ไม่อยากตายไปเพื่ออะไร ถ้าหากปราศจากความรัก

#27 By rita (124.120.128.205) on 2008-08-06 01:59

เป็นอีกหนึ่งในการ์ตูนที่อ่านแล้วหลงรักครับ

#28 By DDP on 2008-08-21 23:23