.

"What we do for ourselves dies with us. What we do for others and the world remains and is immortal.” 
                                                                         ~Albert Pine~

.

ชีวิตอันเป็นนิรันดร์

เป็นหนึ่งในยอดปรารถนาของเหล่าปุถุชนมาเนิ่นนาน อาจจะพร้อมๆกับที่มนุษย์เราเริ่มจะมีสิ่งที่เรียกว่า ความใฝ่ฝัน

วัฎจักรของชีวิตและการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ตั้งต้น ผ่านสงครามและสันติสุข การเกิดและดับ การสร้างสรรค์และทำลายมานับครั้งไม่ถ้วน...เรื่อยมาจนถึงยุคเทคโนโลยีเฟื่องฟูเช่นปัจจุบัน...และอาจจะเลยต่อไปถึงยุดอวกาศในอนาคตเบื้องหน้า...

เรื่องราวของ "ชีวิตอมตะ" ก็ยังคงอยู่คู่กับเส้นทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติมาอย่างไม่มีเปลี่ยนแปลง

ตำนาน ศรัทธา ความเชื่อ บทเพลง เรื่องเล่าพื้นบ้าน หรือแม้กระทั่งคำกลอนหลายต่อหลายบท...ต่างสอดแทรกความปรารถนาอันแรงกล้านี้เข้าไปอย่างไม่ได้ขาด

.

คนแต่ละผู้ มีเหตุผลแตกต่างมากมายเหลือคณานัป ที่จะต้องการ และไขว่คว้าความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา...

เพื่อขีวิตของคนอันเป็นที่รัก เพื่อไล่ตามความฝัน เพื่อฐานะที่เฝ้าขวนขวาย เพื่อครอบครอง เพื่อควบคุม ฯลฯ

...แต่ยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็มีแต่จะยิ่งสูญเสีย

...ยิ่งไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็มีแต่จะแสดงความนึกคิดที่มืดลึก จากก้นบึ้งของตัวเองออกมาเพียงเท่านั้น

.

.....................และที่น่าเศร้าก็คือ ณ ปลายทางของอุโมงค์ที่แสนมืดมิด ก็ยังไร้ซึ่งแสงสว่าง

แม้คนที่ดั้นด้นไปในจุดที่ไกลที่สุด ก็ยังต้องปิดฉากเรื่องราวของตนลง อย่างน่าเศร้าและเดียวดาย แทบเท้าอมตภาพที่ตนใฝ่ฝัน...

แทบเท้าวิหคเพลิง ผู้มีชีวิตอันเป็นนิรันดร์

ฮิโนโทริ - วิหคเพลิง เป็นการ์ตูนแนวปรัชญา จากปลายปากกาของอ.เทะสึกะ โอซามุ ปรมาจารย์ และบิดาแห่งวงการการ์ตูนญี่ปุ่น ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่ล้ำค่ำและเลื่องชื่อมานับไม่ถ้วน ดังเช่น เจ้าหนูปรมาณู แบล็คแจ๊ก-หมอปีศาจ เจ้าหนูสามตา ฯลฯ

ตัวเรื่อง จับความที่เรื่องราวบนฉากหลากหลายสมัย ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ยุคก่อตั้งของอาณาจักรญี่ปุ่นโบราณ ไปจนถึงยุคอวกาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งโลกอนาคต

แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนตัวละคร เปลี่ยนช่วงเวลา หรือเปลี่ยนสถานที่ของเรื่องราวไปแห่งหนใดก็ตาม มีอยู่เพียงไม่กี่สิ่ง ที่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม

หนึ่งคือ ความปรารถนาที่จะมีชีวิตยืนยง เป็นอมตะเหนือกาลเวลา

อีกหนึ่งคือ เรื่องราวของวิหคเพลิง นกวิเศษที่ห้อหุ้มร่างกายด้วยเปลวไฟและประกายแสงอันโชติช่วง

...กล่าวกันว่า วิหคเพลิงนี้ เมื่อมันบาดเจ็บ หรือสิ้นอายุขัย ก็จะบินพุ่งลงไปยังเปลวเพลิง ให้แผดเผาร่างกายตัวเองจนเป็นเถ้าถ่าน...และถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยร่างที่อ่อนเยาว์ แข็งแรง และเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

...และผู้ใดก็ตาม ที่ได้ลิ้มรสเลือดสดๆของวิหคเพลิง ก็สามารถที่จะได้รับ  "ชีวิตอันเป็นนิรันดร์" เฉกเช่นเดียวกัน

เรื่องเล่าที่แสนจะน่าเหลือเชื่อ และแฝงไปด้วยกลิ่นอายที่โรแมนติคนี้ กลับดึงดูดคนทุกผู้ ให้หลงใหล คลั่งไคล้ และดิ้นรนที่จะได้มาครอบครอง

ไม่ว่าจะเป็นราชินีผู้ชิงชังความชรา เด็กหนุ่มผู้ต้องการต่ออายุคนรัก นักบินอวกาศผู้ต้องการความสุขที่ยืนยง นายทหารผู้มีพันธะต้องฟื้นฟูยุคสมัยใหม่ หรือกระทั่งหุ่นยนต์ที่ต้องการพิสูจน์ความหมายการมีอยู่ของตัวเอง ฯลฯ ทุกผู้ทุกคน ต่างหลงวนเวียน อยู่ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก และไล่ตามภาพเงาของวิหคเพลิงนี้ อย่างสุดแรงเกิด

"ยอดปรารถนา" ดังกล่าว มีได้กับคนทุกชนชั้น ทุกยุค ทุกสมัย...ไม่ได้ถูกกีดกันด้วยชนชาติ สถานะ สถานที่ หรือกระทั่งกาลเวลา

แม้จะต้องแลกด้วยเวลาชั่วชีวิต หรือสิ่งล้ำค่าที่สุดของตนเอง...การดิ้นรนไขว่คว้าชีวิตอมตะ ก็ยังดำเนินต่อไป...ผ่านซากศพ โศกนาฏกรรม และการสูญเสียที่เหลือคณานัป...หลายร้อยหลายพันชีวิต ต้องจบสิ้นลงไป โดยที่ยังพกพาความฝันนั้น อัดแน่นไว้เต็มอก

ใครเลย จะล่วงรู้ และซึมซับถึงเนื้อแท้ของความโง่เขลานี้ ได้มากเท่ากับตัววิหคเพลิงเอง

 

ตลอดช่วงชีวิตอันเป็นนิรันดร์ของมัน วิหคเพลิงได้เดินทางผ่านกาลอวกาศมากมายนับไม่ถ้วน...โบยบิน ปักหลัก และจากลา...ไม่เร็วเกินกว่าที่ตำนานจะก่อตัว ไม่ช้าเกินกว่าที่ละอองเลือดจะแปดเปื้อนผืนดิน

ชีวิตอมตะ มีอยู่จริงๆหรือไม่ ?

ทำเช่นไร ถึงจะได้เจอ และดื่มเลือดสดๆของวิหคเพลิง ?

เราจะทำสิ่งใดเป็นอันดับแรก เมื่อได้รับความเป็นนิรันดร์ที่ถวิลหา ?

ฯลฯ

ท่ามกลางหลากร้อยคำถามนั้น น่าขำที่ คำถามสำคัญที่สุด กลับแทบไม่มีผู้ใดเคยคิดจะยกขึ้นมาขบคิด...

....

........

............แล้วต้องทำอย่างไร ถึงจะพบเจอ "ความสุข"...?

หากจะให้คิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง...แม้นเมื่อความฝันได้ไปถึงจุดหมายเข้าจริงๆ ชีวิตอมตะถูกส่งมอบมายังมนุษย์เดินดินตัวน้อยๆ...เมื่อถึง ณ จุดตรงนั้นแล้ว จะมีซักกี่คน ที่ฉุกคิดขึ้นมาได้โดยพลันว่า นี่คือคำตอบ ของความปรารถนาของเราโดยแท้จริงล่ะหรือ ?

...แม้ว่าคนหลายคน ต้องปิดฉากชีวิตโดยยังไปไม่ถึงจุดหมาย...ก็ยังมีคนอีกหลายคน ได้ย่างเท้า"เข้าใกล้"ความเป็นอมตะที่ใฝ่ฝันนี้ จนมีอายุยืนยาวมากขึ้น แม้เพียงในบั้นปลาย... หรือกระทั่งคนที่ "เข้าถึง"ขอบที่นอกที่สุด ของอมตภาพอันยิ่งใหญ่ได้จริงๆ

...แต่ก็ต้องใช้นิรันดร์นั้น อยู่กับความเปล่าเปลี่ยว ชอกข้ำกับอนาคต และแบกรับน้ำหนักของห้วงเวลาที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า อย่างไม่มีวันจบสิ้น...

นี่คือสิ่งที่เราเฝ้าปรารถนาจริงๆหรือ?

คนเราทุกคน ล้วนต้องการแสวงหา "ความสุข" ในรูปแบบที่แตกต่างกัน...ต่างก็มี"คำตอบ" และ "วิธีไปให้ถึงคำตอบ" ที่ไม่เหมือนกัน

"ชีวิตอันเป็นนิรันดร์" เป็นหนึ่งในคำตอบยอดนิยม ที่คนหลายคนมักลากมาเป็นข้อสรุป

...แต่ช่วงเวลาที่ไม่รู้จบสิ้นนี้ จำเป็นจริงๆหรือ ที่จะต้องครอบครอง เพื่อนำมาซึ่งความสุขของตัวเราเอง?

เมื่อคนหนึ่งคนยืนอยู่เหนือกาลเวลาแล้ว คนผู้นั้น ก็ย่อมต้องพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความสูญเสีย...ทุกสิ่งในโลกล้วนไม่