Final Fantasy VII - กระแสแห่งชีวิต ลิขิตจากดวงดารา
posted on 04 Aug 2008 18:10 by zieghart in My-Sight.
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...สมัยเมื่อบล็อกนี้ได้เขียนๆเคาะๆไปราวๆ 40 เอนทรี...ก็ได้บังเกิดไอเดียสนอง need ของตัวเอง...ริเริ่มบทความซีรีย์ยาว " 20 ปี กับไฟนอล แฟนตาซีในความทรงจำ" ขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อถ่ายทอด สรุปเรื่อง บรรยายเนื้อหา และแสดงความคิดเห็นในหลากแง่มุม ของเกมส์ซีรีย์ดังสุดโปรด Final Fantasy ที่ติดตามมาเป็นสิบๆปีนี้...
แต่ด้วยความที่...คนเขียนมีของ "สุดโปรด" มากเกินไปนิด...บทความนี้ ก็มีอันต้องเขียนๆหยุดๆ สลับกับเอนทรีอื่นเป็นช่วงๆ...จนล่วงเลยมาถึงเอนทรีที่ 77 จนแทบจะต้องเปลี่ยนชื่อบทความเป็น " 20 (เอ็ด) ปี กับไฟนอล" ไปเสียแล้ว...
อย่ากระนั้นเลยครับ ช้าไปนิด แต่บทความตอนต่อ ก็จะทยอยมาเรื่อยๆแล้วจ้า ~~ ขอเชิญติดตาม~~
.....
...อา และอย่าเอ็ดไป...เนื้อหาตอนต่อ...ค่อนข้างยาว จนเก็บไม่หมดในหนึ่งเอนทรี...นะ
-------------------------------------------------------------------------
What I have shown you is reality.What you remember, that is illusion
~Sephiroth~
Final Fantasy VII - The Terrestrial กระแสแห่งชีวิต ลิขิตจากดวงดารา
Prologue
ทั่วทั้งมหาโลกไกอา ดาวดวงใหญ่ที่แสนสวยงามแห่งนี้ ถูกหล่อเลี้ยงด้วยกระแสธารแห่งชีวิต นามว่า "ไลฟ์สตรีม" (Lifestream)...ทุกสรรพสิ่ง ต่างวนเวียนอยู่ภายใต้วัฎจักรแห่งการเกิดดับนี้มาช้านาน...ชีวิตหนึ่ง ถูกหล่อหลอม ถือกำเนิดขึ้นจากกระแสไลฟ์สตรีมสีเขียวสด...และเมื่อชีวิตนั้นดับสูญ ก็ย่อมต้องเสื่อมสลาย ทอดกายกลับคืนสู่ผืนดิน
...ทั้งร่างเนื้อ อารมณ์สัมผัส และความทรงจำ ทุกสิ่งต่างกลับคืนสู่จุดกำเนิด ก่อนจะหลอมรวม ก่อกำเนิดเป็นชีวิตใหม่ ให้แก่พื้นโลก และสรรพสิ่งต่อไป
ณ จุดสูงสุดของดวงดาวเมื่อครั้งกระนั้น ก็คงไม่พ้นเหล่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงแห่งดวงดาว...เผ่าพันธ์ที่สูงส่ง และทรงภูมิปัญญา นาม "เซทร่า" (Cetra) หรือที่เรียกขานกันภายหลังว่า "ชนเผ่ายุคโบราณ"...ชนเผ่าซึ่งดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับจิตวิญญาณแห่งผืนดินอย่างสงบสุข และเร่ร่อนอพยพอยู่ร่ำไป โดยมีจุดหมายอยู่ที่ "ดินแดนแห่งพันธสัญญา" (The Promised Land) ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นสถานที่สูงสุดของจิตวิญญาณ ที่ซึ่งกระแสแห่งไลฟ์สตรีมมารวมกันอย่างเนืองแน่น
ทว่า วัฎจักรที่ดำเนินมาเนิ่นนาน กลับต้องพังทลายลงเพียงชั่วเสี้ยวเวลา...เมื่อวันหนึ่ง ฝันร้ายในรูปของอุกกาบาตขนาดยักษ์ ก็ได้พุ่งตรง ฝ่าชั้นบรรยากาศลงมาสู่ผืนโลก พร้อมกับสิ่งมีชีวิตอันเป็นปรสิตจากมหาอวกาศ...สิ่งมีชีวิตที่สามารถรับรู้ แทรกแซง และเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ให้สัมพันธ์กับเหยื่อได้ดังต้องการ...หายนะแห่งฟากฟ้าที่ถูกขนานนามว่า..."เจโนว่า"
สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายจากเวิ้งฟ้า ใช้เวลาไม่นานนัก ที่จะแทรกซึม และแพร่พันธ์ทำลายล้างชาวเซทร่าจนแทบพินาศสิ้น...ก่อนที่จะดำเนินการขั้นสุดท้าย เหมือนกับที่เคยทำกับดวงดาวอื่นๆที่ผ่านมา...ใช้โลกใหม่อันแห้งแล้งและพังพินาศ เป็นพาหนะขนาดใหญ่ เร่ร่อนต่อไปในจักรวาล...จวบจนวันที่จะได้พบเจอดาวเคราะห์ดวงใหม่อีกครา...
Greed and Foolishness
ผลลัพธ์ของวิกฤติการณ์ครั้งนั้น เลือนหายไปกับประวัติศาสตร์กว่าสองพันปี แต่โลกไกอาก็ยังคงยืนหยัดต่อมาได้ถึงทุกวันนี้...วันที่วิทยาการ ความก้าวหน้าใหม่ๆ ได้ถูกพัฒนาจนเติบโตขึ้นมาก...พร้อมๆกับความโง่เขลา และละโมบโลภมาก ของเผ่าพันธ์ที่เรียกตัวเองว่า มนุษย์
บริษัทยักษ์ใหญ่ ผู้กุมบังเหียนของวงการวิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจกว่าค่อนโลก นามว่า "ชินระ" ได้ค้นพบวิธีการนำไลฟ์ สตรีมจากผืนโลก มาแปรสภาพเป็นพลังงานสูงค่า ใช้ควบคู่กับวิทยาการใหม่ๆมากมายเหลือคณานัป...หนึ่งในนั้น คือการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ ที่เกิดจากการ"อาบ"พลังงานนั้น ให้กับมนุษย์เป็นๆ เพื่อก่อให้เกิดสุดยอดกองทัพที่ทรงพลัง และเกรียงไกร..กองกำลังพิเศษ ที่ขึ้นตรงต่อบริษัท...กองกำลัง "โซลเยอร์" อันเลื่องลือ...
เมื่อพลังชีวิตของดวงดาว ถูกสูบไปใช้อย่างต่อเนื่อง คนจำนวนมาก ย่อมไม่พอใจกับความโง่เขลาที่ไม่น่าให้อภัยนี้ และรวมกลุ่มเป็นกองกำลังใต้ดิน ออกต่อต้านบริษั่ทชินระ ก่อนที่ดวงดาวที่ตนรัก จะสูญสลายกลายเป็นเพียงซากที่แห้งเหี่ยวไร้สัญญาณแห่งชีวิตใดๆ
Cloudy Insurgent
คลาวด์ ชายหนุ่มผู้เป็นอดีตทหารชั้นเฟิร์สคลาสของกองกำลังโซลเยอร์ ได้ถูกว่าจ้างให้มาร่วมก่อการใต้ดินอวาลันซ์หลายต่อหลายครั้ง และได้แสดงให้เห็นถึงเชิงดาบอันไม่เป็นรองใคร...และเมื่อได้พานพบเจอกับ เอริธ สาวน้อยผู้สืบสายเลือดจากชนเผ่ายุคโบราณ ซึ่งสามารถสื่อสารกับจิตวิญญาณของดวงดาวได้แล้ว...ภาพสุดท้ายของภารกิจต่อต้าน ก็ดูจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นทุกที
แต่ทว่า เมื่อถึงวินาทีเป็นตาย...ประธานบริษัทชินระ กลับถูกฆาตกรรมไปอย่างกระทันหัน! โดยฝีมือของ ยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ...อดีตโซลเยอร์ชั้นเฟิร์สคลาสที่เก่งกาจที่สุด...ตำนานที่มีชีวิต นามว่า เซฟิรอธ
ชายหนุ่มผมขาวและดาบยาวคู่ใจ ปรากฎตัวขึ้นเบื้องหน้า พร้อมประกาศกร้าว จะทำลายล้างเหล่ามนุษย์ผู้โง่งม และช่วงชิงผืนดิน คืนมาสู่มือของผู้ที่เหมาะสม...มือของ พระเจ้าคนใหม่แห่งสรรพชีวิต ...ตัวเขานั่นเอง...
เวทย์มนตร์ดำต้องห้าม เมเทโอ กำลังจะถูกร่ายขึ้น เพื่อเรียกหาอุกกาบาตลูกยักษ์จากห้วงอวกาศ ให้พุ่งลง สร้างบาดแผลอันยิ่งใหญ่ให้กับดวงดาวอีกครั้ง...และเมื่อถึงเวลานั้น ตัวเซฟิรอธก็จะมุ่งตรงไปยังบาดแผลที่เอ่อล้นไปด้วยกระแสแห่งไลฟ์สตรีม และรับเอาพลังชีวิต ความทรงจำ และความรอบรู้แห่งดวงดาว มาเป็นของตนในที่สุด...
แผนการณ์ที่ดูเลื่อนลอยและน่าขำนี้ จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ก็แล้วแต่...กองกำลังใต้ดินอวาลันซ์รู้สึกตัวโดยพร้อมเพรียงกันว่า ความตั้งใจที่จะ "ปกป้องดวงดาว" ของพวกตน...ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปเสียแล้ว...
Behind the cover
Final Fantasy VII - บทแห่ง "พื้นพิภพ" - นี้ เป็นภาคแรกของซีรีย์ ที่ได้ก้าวข้ามครื่องซูเปอร์ แฟมิคอม 16 bit มาสู่โลกแห่ง 3D โพลิกอนเต็มรูปแบบ ความจุถึง 3 แผ่น CD ...นับว่าเป็นเกมส์ยักษ์ใหญ่ หัวหอกในการเปิดฉากยุคสมัยใหม่ แห่งวงการเกมส์ RPG ยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
แม้จะไม่สามารถตัดสินแทนผู้เล่นแต่ละคนได้ว่า ไฟนอล แฟนตาซี 7 เป็นภาคที่ "ดีที่สุด"หรือไม่...แต่คงไม่เกินเลยไปนัก หากจะกล่าวว่า นี่เป็นไฟนอลภาคที่ "โด่งดังที่สุด" และ "เป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุด"อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง...ซึ่งมาถึงปัจจุบัน ก็ได้มีการแตกยอด ต่อเรื่องราวออกมาอีกมากมาย ตลอด 10 กว่าปีให้หลัง
หากจะพูดถึงสาเหตุแห่งความโด่งดัง คงต้องย้อนกลับไปตั้งแต่จุดกำเนิดของตัวเกมส์ ที่เรียกคะแนนตั้งแต่ First impression ไปมากโขอยู่...เพราะท่ามกลางรอยต่อระหว่างตัวเกมส์ยุค 2 มิติและ 3 มิติในขณะนั้น บริษัท Square soft ได้ชิงปล่อยผลงานที่โดดเด่น และพิถีพิถันอย่างที่สุดนี้ ออกมาตบหน้าคู่แข่งน้อยใหญ่ที่กระจัดกระจายได้อย่างรุนแรง
ด้วยศักยภาพของเครื่องคอนโซลที่พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด ทำให้อาณาเขตของจินตนาการ กับตัวเกมส์ เข้ามาใกล้ชิดกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหล่าตัวละคร ฉากเหตุการณ์ และบทสนทนาเปี่ยมคุณภาพทั้งหลาย ก็สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ดึงอารมณ์ของคนเล่นให้ยึดแน่นอยู่กับตัวเกมส์ได้อยู่หมัด
...และหากบวกร่วมไปกับบทเพลงที่ไพเราะ ในระบบเสียงเต็มรูปแบบ และฉาก movie ตระการตา ซึ่งไม่เคยปรากฎมาก่อนในซีรีย์เข้าไปด้วยแล้ว...แค่เพียง"รูปลักษณ์ภายนอก"ของมัน ก็เพียงพอที่จะดึงดูดผู้พบเห็นให้หันมามอง...เป็นปรากฏการณ์แห่งการเปลี่ยนยุคสมัย ที่รุนแรงมากที่สุด จนแม้แต่สมัยเปิดตัวเครื่องเกมส์ยุคหลังๆ ก็ยังไม่สามารถเรียกกระแสใดๆได้ถึงเพียงนี้
แต่เมื่อมองลงไปให้ลึกกว่านั้น เหล่าแฟนๆ ทั้งพันธุ์แท้ พันธุ์ทาง หรือพันธุ์เดนตายของซีรีย์ ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า...จุดเด่นที่สุด ที่สมควรถูกชื่นชม และถูกกล่าวขวัญมากที่สุด ก็คงหนีไม้พ้น มิติที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น ของ "เนื้อเรื่อง" ซึ่งลงลึกถึงรายละเอียด หักมุมกระชากอารมณ์หลายต่อหลายหน และรวบยอดไปถึง "เหล่าตัวละคร" ที่มีเสน่ห์ สมจริง เต็มไปด้วยเรื่องราวหนหลัง และปมแต่เก่าก่อน สะท้อนออกมาชัดเจนจนจับต้องได้...เป็นจุดเด่นที่ไม่เคยเลือนหายไปไหน ตลอดช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา...
แม้วัตถุดิบหลายๆอย่างในเรื่อง จะเป็นการ"ปรับใช้"...พัฒนามุขมาจากภาคเก่าๆก็ตามที แต่เมื่อทีมงาน สามารถที่จะปล่อยไอเดียเหล่านั้น ให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างอย่างไม่ต้องมีขีดจำกัดแล้ว...แม้เหล้าเก่า ก็ยังดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ในขวดที่ใหม่ขึ้น
เป้าหมายหลัก-การต่อสู้เพื่อเดิมพันชะตาของโลกมนุษย์...เป็นแนวคิดดั้งเดิม ที่ถูกยกมาใช้จนน่าจะหมดราคาไปแสนนาน...ทว่า มูลค่าของ"ดวงดาว" ในไฟนอล แฟนตาซี 7 กลับถูกเน้นย้ำอย่างชาญฉลาด และผลักดันให้มีราคาสูงค่ามากขึ้น จนเพียงพอที่จะเป็นแก่นหลักของเรื่องราว ลากโยงทุกตัวละครไปจนถึงบทสรุปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง
น้ำหนักของเรื่องราว-หมายรวมไปถึง"ความสมจริง" ของเหตุผลในการต่อสู้ และออกเดินทางของตัวละครแต่ละตัว ซึ่งเคยเป็นจุดเด่นจากภาคก่อนหน้า...ได้ถูกพัฒนารายละเอียดให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการบรรจงใส่อดีตแต่หนหลัง เหตุการณ์ที่เป็นชนวนหักเหของชีวิต และบทสนทนาที่แน่น สมเหตุสมผล...คำถามโลกแตกที่ว่า ตัวละครนี้...ทำไมต้องต่อสู้ ทำไมต้องร่วมทาง ทำไมต้องทุ่มเท...ในที่สุด เหล่าผู้เล่นก็จะได้รับคำตอบที่เข้าที ไม่ตื้นเขินอีกต่อไป
สเน่ห์ตัวละคร-เป็นประเด็นหลักที่น่าสนใจ และพิถีพิถันมากที่สุดข้อหนึ่ง...เมื่อทีมงานได้ทุ่มเทศึกษา และเจาะลึกลงไปทางด้าน"ปม" ทางจิตวิทยาอย่างถึงแก่น พร้อมใส่เหตุการณ์ตอบสนอง ที่รองรับอาการเหล่านั้นออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด...ผลที่ได้รับก็คือ "ตัวละครเอก" ทั้งฝั่งดีและเลว ที่แสดงออกถึงความมืดมนได้อย่างลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน และชัดเจนมากที่สุด จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของคู่พระ-นาง และคู่ตัวเอก-ตัวร้ายอมตะ ของซีรีย์ไฟนอล แฟนตาซีมาจนถึงทุกวันนี้
Unanswered Questions
โทษทันฑ์อันใด ที่พึงได้รับ เมื่อคนหนึ่งคน หันคมดาบท้าทายดวงดารา?
บนวัฎจักรแห่งการเกิดดับที่ไม่รู้จบสิ้นนี้...หนึ่งชีวิต ก็แสนสั้นไม่ต่างอะไรกับช่วงตากระพริบ...มีก่อเกิด สรรค์สร้าง และแตกดับ กลับคืนสู่กระแสแห่งดวงดาวที่เป็นนิรันดร์...สิ่งใดเป็นความจริงแท้บนหน้าประวัติศาสตร์ สิ่งใดเป็นความลวงที่บดบังใต้แก่นที่ซ่อนลึก...ยิ่งต่อสู้ไปนานเท่าไหร่ คลาวด์ สไตรฟ์ก็ยิ่งสั่นคลอนกับ"ความเป็นจริง" ที่กำลังจะถูกเปิดโปง ...และเศร้าสลดไปกับ"ชะตากรรม" ที่รออยู่ เบื้องหลังภาพหลอนที่ลวงตาคนทุกผู้เหล่านั้น
เซฟิรอธ เหยื่อทดลอง ผู้สืบทอดเซลล์ของเจโนว่าอย่างสมบูรณ์ที่สุด...เข้าใจผิดในรายละเอียดเรื่องหายนะจากฟากฟ้าเมื่อกาลก่อน และบ้าคลั่งโกรธแค้นมนุษย์ ที่ละเลย"บรรพบุรุษ"ของตน ให้ต่อสู้จนตัวตาย
เอริธ สาวน้อยคนสุดท้าย ผู้สืบทอดเชื้อสายที่แท้จริงจากชนเผ่ายุคโบราณ...เมื่อไม่สามารถปัดเป่าความมืดมิดที่บดบังสายตาของศัตรูผู้งมงายไปได้..เธอตัดสินใจเรียกใช้มนตร์ขาวด้านสว่างที่สุด เพื่อปกป้องดวงดาวที่ตนรัก ต้านทานเงื้อมมือของมนตร์ดำอันน่าสะพรึง...แม้มันจะแลกมาด้วยชีวิตอันแสนนั้นและงดงามของตัวเธอเอง
คลาวด์ ชายหนุ่มผู้สูญเสียความเป็นตัวเองไปทุกขณะจิต...ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายที่ไขว่คว้าไปทีละก้าว กระแสความหวาดหวั่นบางประการ ก็คืบคลานเข้ามาหา กระชั้นใกล้อยู่ที่ต้นคอของตัวเอง
ท้ายที่สุดแล้ว..."พันธนาการ"อันใด ที่จะคลายไปสู่คำตอบที่คนแต่ละผู้ไขว่คว้ามากที่สุด?
"บทสรุป"จากดวงดาว จะเปี่ยมไปด้วยความสุขหรือเศร้าหมอง ?
"ดินแดนเห่งพันธสัญญา" ที่แต่ละคนจำเป็นต้องค้นให้พบด้วยตัวเอง จะเผยรูปลักษณ์ออกมาในแง่มุมไหน?
....
...
...ผืนแผ่นดินยังกู่ร้องอย่างทุกข์ทน...ความเป็นจริงยังโอดครวญอย่างเดียวดาย...
.
.
การเดินทางยังไม่จบ ไว้พบกันใหม่ครับ
To be continued...Final Fantasy VII [2] - คำตอบแห่งผืนดิน ชิ้นส่วนจากความทรงจำ
.
.
related links- บทความเจาะลึกตัวละคร
" คลาวด์ ช่วงชีวิตดุจเมฆหม่น "
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
(อันนี้ใช้ความรู้ anatomy...แหม มันก็เก่าเกิ๊นนนนน...3 ปีแล้วนะคร๊าบ )
อยากเปลี่ยนเหมือนกันครับเพ่น้อง เดี๋ยวงานเข้าอีก 
* คุณ st.GiZMo...ในบรรดาผลงานของอ.โอซามุ ผมชอบเรื่องฮิโนโทริมากที่สุดครับ รองไปก็ BJ นี่ล่ะ แม้ตัวเนื้อหาจะโบราณไปหน่อย แต่แนวคิดของเรื่อง ไม่เคยเชยครับ
* aerith-chan...เจ้าหนูสามตา ตอนเด็กๆผมก็ตื่นมาดูช่องสามตอนเช้านะ และจะบอกให้...ตอนนี้ยังจำ dialogue ตอนท่องมนตร์ได้อยู่เลย 555
แล้วเอริธจังมาหาอาจารย์ที่โรงบาลด้วย? ทำวิจัยเรื่องอะไรอยู่หรอ...อาจจะได้เจอกันก็ได้นะ
ส่วนจิตเวช...ครือมันมีปัญหาส่วนตัวเล็กน้อยน่ะครับ ทำให้คิดว่า ต้องเรียนลำบากแน่นอน...คือผมทำตามกฎเกณฑ์ของวิชาชีพข้อนึงได้ลำบากมาก ก็คือ "การวางตัวเป็นบุคคลที่สาม" กับคนไข้นั่นเอง...หลายครั้งที่แบ่งเส้นความสัมพันธ์ กับจัดสรรค์อารมณ์ร่วมในขอบเขตของ หมอ-คนไข้ได้ไม่เข้าท่าเลย...นิสัยเสียแบบนี้ มาเจอคนไข้จิตเวช...ไม่ไหวหรอกครับ ทั้งสำหรับผม และคนไข้เอง
* Shuu คุง...การ์ตูนเก่าๆ แต่เนื้อหาลึกซึ้ง มีแนวคิดดีๆ ก็มีเยอะนะ แบบ path of fujiko ไง
และที่ชูบอก ก็ตรงคอนเซปต์ที่เราคิดเหมือนกันแหล่ะ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่า มีเวลาเท่าไหร่ แต่ต้องเป็น จะเอาเวลาไปสร้างความสุขยังไง ต่างหากเนอะ
* คุณ firemind...4 เล่มสุดท้ายของฮิโนโทริ ผมคิดว่า โอกาสที่ดีที่สุด คือรอสำนักพิมพ์อื่นซื้อไปทำใหม่ครับ ==' นี่เดี๋ยวผมกำลังจะไปซื้อฉบับอังกฤษมาอ่านเล่นแก้กลุ้มแล้วเนี่ย ถ้าถูกใจ จะเอามาเล่าให้ฟังต่อ
* พี่เส่ง...ชอบวิหคเพลิงเหมือนผมเลย ^^ ว่างๆเขียนการ์ตูนแนวนี้บ้างสิครับ อยากลองอ่านดู 555
* คุณ Day...ตอนสุดท้าย กินเนื้อที่ 3 เล่มเชียว โอ้ว ฟังแล้วอยากอ่านน่าดู ...แต่ก็นะ
* คุณ ilumin...คีย์เวิร์ดแก้ตัวว่า "มีปัญหาใหญ่" นี่...บ้านเราใช้กันเยอะนะครับ เอาไว้เป็นข้ออ้างได้ชะงัดดีเนอะ...พี่ๆน้องๆ อย่าเอาอย่างเชียว
* คุณ Piggy...อ่านญี่ปุ่นได้ ก็อยากเชียร์ให้ซื้อของออริจินอลเก็บเถอะครับ เนื้อหาชัวร์กว่า รูปเล่มดีกว่า และดูน่าสะสมกว่าตั้งเยอะ
ตอนที่เชียร์ คือภาคอวกาศๆทั้งหลายครับ ผมชอบมากเลย รู้สึกจะมีเล่ม 10-11 หรือไงนี่ล่ะ เป็นตอนควบ สนุกเป็นพิเศษครับ
ว่าแต่ ได้มาอ่าน faqs แล้วรึยังเอ่ย
* พี่(^_^)/nana...ถ้ามีโอกาส ก็อยากให้ลองหาวิหคเพลิงมาอ่านดูจ้า แล้วจะรู้ว่า ชาวบ้านไม่ได้เชียร์กันเว่อๆ
* คุณ was_in...ชอบมากเช่นกันครับ
* คุณ โนโนโมเอะคุง...ถ้าได้ไปญี่ปุ่น แนะนำให้ไปเหมาโหล ตามร้านมือสอง อย่าง K- book หรือ Book-off ครับ ของถูก คุณภาพดี สุดยอดคุ้ม !!
* คุณ tamanxzg...กำลังรอบทความที่เคยพูดไว้ เรื่องเปรียบเทียบพระเอกหมอทั้งสองด้านอยู่นะครับ ถ้าเขียนเมื่อไหร่ จะรีบไปเชียร์เลย...ไม่ได้เร่งนะเนี่ย 555
* คุณ Dong...ฮิโนโทริ นี่ เก่ามากแล้วครับ หายากทั้งร้านขายและร้านเช่าเลย...ถึงได้บอกไงครับ ว่าเรื่องพิมพ์ต่อ ไม่ต้องพูดถึง
* คุณ uregus...พูดไว้ว่า ถ้าทำการ์ตูนออกมาแล้วขายได้ ก็คงไม่มีใครอยากดอง...ถูกต้องที่สุดครับ สรุปได้ว่า ถ้าเรื่องไหนขายไม่ดี การดอง ก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรม (ของสำนักพิมพ์) นั่นเอง...
ผู้บริโภคส่วนน้อยที่ตามๆอยู่ ก็ต้องเซ็งไปตามระเบียบ
* คุณ Joey...หามาอ่านเลยดีกว่าครับ อย่ารอให้ครบเลย...มันค้างอยู่ 12 เล่มมาครึ่งทศวรรษได้แล้วครับ
* พี่ศิชน...ผมเดาว่า พี่น่าจะซื้อมาถึงเล่ม 12 + เล่มพิเศษ 1 เล่มนะ?
* คุณ A-leX...เก่าจริงๆครับ แบล็คแจ็กก็ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่ล่ะนั่น 30 ปี+ เช่นกันนั่นแล
* คุณการ์ตูน...ขอบคุณสำหรับคำชมน่อ
* คุณ Juninyá...เซ็งเป็ดด้วยคนครับ สำนักพิมพ์ทุกแห่ง...ย่อมมีด้านมืดอยู่ด้วยกันทั้งนั้น..ดองกันได้ทุกที่ ให้ตายเหอะ
#1 By Zieghart on 2008-08-04 23:28