.

* บทความนี้ มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ของฉบับดั้งเดิม
* ภาพประกอบบางภาพ อาจเปิดเผยฉากสำคัญ ของฉบับภาพยนตร์

------------------------------------------------------------

คุณเคยนึกสงสัยหรือไม่ว่า แค่เพียง "ความโดดเดี่ยว" เล็กๆ...สามารถมีผลกระทบเช่นไร ต่อสิ่งใหญ่ที่กำลังจะตามมาภายหลัง...

เมื่อถึงวันที่มนุษยชาติ ได้พัฒนามาจนถึงจุดสูงสุด...และกำลังพบกับทางตันแห่งวิวัฒนาการ

เมื่อผู้คน ต่างเริ่มสร้างกรอบ กั้นแบ่งความสัมพันธ์...ทั้งที่ยังคงโหยหาความอบอุ่น

เมื่อเส้นที่คั่นกลาง ระหว่างความเป็นตัวเรา กับตัวเขา กำลังจะถูกฉีกกระชากให้พินาศลง

และเมื่อสิทธิ์ในการตอบทุกคำถาม...ได้ถูกส่งมอบให้กับเด็กเพียงคนเดียว

...เด็กน้อยที่จิตใจไม่มั่นคง แหลกเหลว และกำลังจะพังทลาย...

Evangelion: 1.0 You Are (Not) Alone - ปฐมบท รุ่งอรุณพิพากษา

หากมองย้อนกลับไป ที่จุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งปวง...เมื่อครั้งที่องค์กรเซเล่ (Seele) ผู้เร้นกายอยู่เบื้องหลังองค์การสหประชาชาติ...และมีอิทธิพลอยู่เหนือการทหาร และงานวิจัยระดับลับสุดยอดนับไม่ถ้วน ได้ค้นพบคัมภีร์มรณะจากท้องทะเล "Dead sea scrolls" ซึ่งเป็นดั่งคำพยากรณ์ ที่บ่งบอกเหตุการณ์ในอนาคต และวิธีตามรอย สู่เส้นทางเข้าหาจุดสูงสุดของวิวัฒนาการ อย่างมีลำดับขั้น...

...แผนการสุดท้าย เพื่อปลดปล่อยเหล่ามนุษย์ที่เดินทางมาถึงทางตันแห่งวิวัฒนาการ...ภายใต้ชื่อโครงการลับสุดยอดว่า "แผนเพื่อการพัฒนามนุษยชาติ" (Human Instrumentality Project) ก็ได้เริ่มต้นขึ้น...อย่างแช่มช้า และเงียบงัน

เมื่อเข้าสู่ปี 2000 ปีแห่งชะตากรรมตามคำทำนาย ก็ได้เกิดการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นที่ขั้วโลกใต้...กระแสความร้อน และคลื่นน้ำที่พัดโหมอย่างบ้าคลั่ง ได้แผ่กระจายไปทั่วผืนโลก ทิ้งไว้เพียงซากพังทลายและแอ่งทะเลเลือดที่ไร้สัญญาณแห่งชีวิตใดๆ

...การระเบิดครั้งใหญ่นี้ เกิดจากการพยายามกระตุ้นการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่งได้รับชื่ออันยิ่งใหญ่สมตัวว่า "อดัม"(Adam)...และเรื่องราวก็ถูกเปิดเผยอย่างบิดเบือน ในฐานะของผลกระทบจาก"อุกกาบาต"ลูกยักษ์ ที่ห่างหายจากพื้นโลกไปเนิ่นนาน ตั้งแต่เมื่อครั้งดวงจันทร์ก่อกำเนิด..การระเบิดอีกครั้ง ที่มีนามว่า "Second impact"

ฝันร้ายได้กลับมาอีกครั้ง ในปี 2015 เมื่อสิ่งมีชีวิตดุร้าย และใหญ่โตจำนวนมาก ภายใต้ชื่อเรียก "สาวก" หรือ "เทวฑูต" (Angels) ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น ตามลำดับที่กล่าวไว้ในคัมภีร์มรณะ...และได้เริ่มต้นบุกจู่โจม เมืองป้อมปราการ Neo-Tokyo 3 ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการของ Nerv-องค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อปกป้องหายนะตามคำทำนาย...จุดประสงค์ของพวกมัน มีเพียงหนึ่งเดียว คือช่วงชิงร่างยักษ์ใหญ่สีขาวนวล ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในจุดที่ลึกที่สุดใต้ผืนโลก...ร่างของ Adam ที่เป็นต้นกำเนิดชีวิตของพวกมันนั่นเอง

คำทำนายกล่าวว่า หากเหล่าสาวกได้สัมผัส และเข้ารวมตัวกับ Adam แล้ว การระเบิดครั้งใหญ่ที่ร้ายแรง จะกำเนิดขึ้นอีกครั้ง...แม้เรื่องจะฟังดูน่าขำ ราวนิทานหลอกเด็ก แต่เมื่อองค์การสหประชาชาติได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อาวุธทำลายล้างใดๆ ก็ไม่สามารถระคายผิวเหล่าสาวก ที่สามารถสร้างสนามพลังไร้เทียมทาน "AT-Field" ขึ้นมาป้องกันตัวแล้ว...

หนทางที่จะหยุดยั้ง "Third impact" ก็เหลือเพียงแค่...โอนอำนาจทางการทหารทั้งหมด ไปอยู่ในการตัดสินใจของ Nerv ซึ่งได้ก้าวออกมาสู่ฉากหน้าเป็นครั้งแรก พร้อมกับหุ่นยนต์ยักษ์ทรงพลานุภาพ ไพ่ตายสุดท้ายของมนุษยชาติ...อาวุธชีวภาพที่สามารถสร้าง และหักล้างสนามพลัง AT-Field ได้เฉกเช่นเดียวกัน...นามว่า เอวานเกเลียน

...เนื้อหาข้างต้น เป็นเรื่องย่อเปิดตัว ของอนิเมชันไซไฟแห่งปี 1995 จากสตูดิโอไกแนกซ์(Gainax) ซึ่งได้รับการขนานนามในภายหลังว่า เป็น"ตำนาน"หน้าหนึ่ง ของวงการอนิเมชันญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นจุดพลิกผัน และต้นแบบเนื้อเรื่อง ตัวละคร และรูปแบบการนำเสนอ ของสารพัดอนิเมในยุคถัดๆมา

ความโด่งดังของเอวานเกเลียน ซึ่งก่อให้เกิดกระแสที่เป็น Talk of the town ในยุคนั้น และหลงเหลือประเด็นอมตะ ที่ถูกยกมาถกเถียงกันจนถึงทุกวันนี้...หากจะให้พูดตามหัวข้อ ก็คงต้องเริ่มจากประเด็น "เนื้อเรื่อง" อย่างไม่ต้องสงสัย

จุดยืนของเนื้อหา...สิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพหุ่นเหล็ก ตัวละครวัยรุ่น และฉากแอคชันที่เห็นกันจนชินตานั้น...กลับเป็น "ความลวง" ที่เต็มไปด้วยเรื่องโกหกคำโต ซึ่งถูกจัดฉากและตระเตรียมมาอย่างดี เพียงพอที่จะหลอกจูงผู้คนทั่วโลก และพวกเราเหล่าคนดู ให้หลงคล้อยไปยังขอบเขตที่ห่างไกลจากแก่นที่แท้จริงของเรื่องเสียนานโข...ถึงขั้นที่ทำให้ "เรื่องย่อเปิดตัว" ที่กล่าวไว้ข้างต้น กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าล้อเล่น นอกกรอบของความจริงไปคนละทิศละทาง

- บทบาทสุดท้าย และความนัยซ่อนเร้นของอดัม...ยักษ์ใหญ่เรืองแสงแห่งขั้วโลกเหนือ ?

- จุดมุ่งหมายที่แท้จริง และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น...เมื่อสาวก ได้ฝ่าฟันจนพบผู้ให้กำเนิด ?

- เนื้อหาสำคัญที่สุด...บัญญัติสุดท้าย บนหน้ากระดาษแห่งคัมภีร์มรณะจากท้องทะเล ?

- ตัวตน และหน้าที่ของอาวุธชีวภาพ...ที่ซุกซ่อนภายใต้หน้ากากของหุ่นยนต์ยักษ์ ผู้ปกป้องพื้นโลก ?

- บทสรุป และผลต่อเนื่อง ภายหลังการเปิดตัว "แผนเพื่อการพัฒนามนุษยชาติ" อันเป็นยอดปรารถนาของเหล่าคนเบื้องบน ?

....
......
.........
...........หากการพลิกแพลง แตกยอดเนื้อหา จากพื้นฐานของข้อมูลแรกเริ่ม...เป็นหลักเบื้องต้นที่พึงจะทำในการดำเนินเรื่องราวแล้ว...ก็นับได้ว่า เอวานเกเลียน ได้แหกกฏทางวรรณกรรมเหล่านั้นลงอย่างหน้าตาเฉย ด้วยการกระชากจุดยืนของเนื้อหาเปิดตัว และพลิกโทนของเรื่องไปอย่างสุดกู่ จวบจนเข้าสู่บทสรุปสุดท้าย ที่เหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง...

ทุกสิ่งที่รับรู้ กลับเป็นเพียงภาพลวง ไม่มีน้ำหนักแม้เพียงจะยกมากล่าวอ้าง...หลังจากปล่อยให้ผู้ชมพยายามอย่างมาก ที่จะลำดับเรื่องราว และเรียบเรียงจุดประสงค์ยิบย่อยของเนื้อหาทั้งหมดแล้ว...ก็ราวกับถูกกระแทกเข้าเต็มแรง ด้วยการพลิกกลับทุกประเด็นที่อยู่ในมือ ทิ้งไปอย่างไม่ไว้หน้าใคร...เกิดเป็นกระแสที่ฮือฮา ผสมรวมทั้งเสียงก่นด่า และคำชื่นชมที่กึกก้อง

ปรากฏการณ์ที่รุนแรงนั้น ได้ผ่านพ้นมาถึง 13 ปี...เนื้อหาที่มีสเน่ห์อันแสนสับสน ดึงดูด และท้าทายชีดจำกัดความเข้าใจของคนดู ได้ถูกยกขึ้นมาเรียบเรียงใหม่อีกครั้ง และสรุปรวมเป็นภาพยนตร์จอเงิน ความยาว 4 ตอนจบ ในรูปแบบกึ่งตัดทอนกึ่งเพิ่มเติม จนเข้าถึงได้ง่าย ร่วมสมัยยิ่งขึ้น

...และเมื่อพิจารณาจากเนื้อหาตอนแรก Evangelion 1.0 You are (NOT )alone ที่เป็นการนำ 6 ตอนแรกของฉบับซีรีย์เมื่อครั้งปี 95 มาปัดฝุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีภาพและเสียงที่เต็มรูปแบบ...ก็ออกมาเป็นผลงานตระการตา สมกับทุนสร้างมหาศาล สมศักดิ์ศรีความโด่งดัง และคู่ควรกับรายได้กว่า 2 พันล้านเยนในไม่กี่เดือนแรกของการเปิดตัว

คำถามที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยครั้งก็คือ จำเป็นไหม ที่จะต้องเคยดูฉบับดั้งเดิมมาก่อน?...ก็คงตอบได้ว่า ไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างไร เพราะฉบับ Rebuild ตอนที่หนึ่งนี้ เป็นเหมือนแค่ "บทเปิดตัว" ที่จะ"ปล่อย"ส่วนเสี้ยวของเนื้อหาออกมาเป็นระยะ...ในระดับเท่าที่พอให้จดจำไว้วิเคราะห์ หรืออ้างอิงฉากสำคัญในอนาคตเพียงเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลต่อภาพรวมของตัวหนัง

...แต่แก่นหลักที่ฉบับจอเงินนี้ ให้ความสำคัญอย่างมากที่สุด ก็คือการปูพื้น ในหัวข้อที่ทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่สามารถรับไปย่อยได้โดยง่าย...ปูพื้นประเด็นอีกครึ่งหนึ่ง ที่เป็นจุดขายหลักจุดที่สองของเอวานเกเลียน

...ประเด็นเรื่องราวของ "ปมอดีตตัวละคร" นั่นเอง

...ในขณะที่ได้ลดความสำคัญของตัวเนื้อหาหลัก และบทอธิบายเรื่องราวลงไป...เอวานเกเลียน 1.0 กลับมาลงลึกที่อุปนิสัยเชิงจิตวิเคราะห์ของเหล่าตัวละคร ที่ต่างสะท้อนนิยามของ "ความไม่สมบูรณ์" ของจิตใจ ที่ต้องการ "การเติมเต็ม" ด้วยกันทั้งสิ้น...ตัวละครทั้งชายทั้งหญิง ทั้งหลักทั้งรอง ต่างก็มีบาดแผล และเรื่องราวในอดีตที่ค้างคา...และน่าขำ ที่แม้จะไม่มีใครยอมรับ ทั้งยังสร้าง"กรอบ"ขึ้นมาหลีกหนีสังคม...แต่คนทุกผู้ ก็ดูจะวนเวียนอยู่รอบตัวของเด็กน้อยวัย 14...พระเอกผู้แสนอ่อนแอและเปราะบาง...อิคาริ ชินจิ คนนี้นี่เอง

"เด็กหนุ่มผู้ถูกเลือก" ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะบังคับเอวานเกเลียนนั้น เคยสูญเสียแม่ที่รักไปต่อหน้าต่อตาเมื่ออายุยังน้อย และตัวพ่อเอง ก็ไม่เคยหันกลับมามองเขา ด้วยความรู้สึกแบบเดิมอีกเลย...พ่อหายไปจากชีวิตเขาหลังจากนั้นไม่นานนัก ด้วยเหตุผลที่เขาไม่มีวันเข้าใจ

...ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวสุดจะทานทน ได้ผ่านพ้นไปอย่างยากเย็น คำพูดประโยคแรกของพ่อ หลังจากห่างหายกันไปนานปี...ก็คือคำสั่ง ให้ตัวเขาขึ้นขับหุ่นยนต์ยักษ์ ออกไปเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่เหนือสามัญสำนึก...โดยมีโลกทั้งใบเป็นเดิมพัน

ใจครึ่งหนึ่ง เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตัดพ้อ เรียกหาคุณค่าที่แท้จริงของตัวเขา ในสายตาผู้เป็นพ่อ...แต่ใจอีกครึ่ง กลับอัดแน่นไปด้วยความต้องการพิสูจน์ตัวเอง ปรารถนาให้ตัวตนเด่นชัด และถูกประเมินด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป...มุมมองแห่งความชื่นชมและยอมรับ...มุมมองที่เด็กน้อยซักคนหนึ่ง ควรจะได้รับ ตั้งแต่ครั้งอดีตที่แสนไกล

...ความนึกคิดที่แสนลักลั่นและขัดแย้งนี้ กลับเป็นแกนหลัก ทำหน้าที่ผลักดันให้ตัวเด็กหนุ่มก้าวต่อไป...แม้จะทุลักทุเล แต่ก็ดิ้นรนราวกับจะพยายามรับรู้ และเรียกคืนความรู้สึกที่ตกหล่นไป...บนเส้นทางของพัฒนาการทางอารมณ์ที่ผ่านพ้นมาแสนนาน

กล่าวโดยรวบยอด...จุดเด่นของเอวานเกเลียนฉบับดั้งเดิม ซึ่งว่าด้วยความสมจริงของมิติตัวละคร /การหักมุมเรื่องราวอย่างน่าสนใจ และการพยายามใส่บรรยากาศของตำนาน ศาสนา และความเชื่อต่างๆเข้าไปตลอดเรื่อง...เมื่อถูกยกมาทำใหม่อีกครั้ง จุดเด่นเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ แม้จะเน้นหลักไปที่ประเด็นแรก เพื่อปูพื้นให้กับผู้ชมทุกกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้ลดทอนเสน่ห์อีกสองส่วนให้หายไปไหน

แต่ในฐานะของคนดูแล้ว...จุดที่สำคัญที่สุด ซึ่งผมคิดว่าเป็นไฮไลท์หลักของ"ส่วนเนื้อเรื่อง" ที่ไม่อยากจะให้พลาดกันในตอน 1.0 นี้...ก็คงไม่ได้เป็นอื่น นอกจาก"ข้อมูลแอบแฝง"ที่บรรจงใส่มาอย่างแนบเนียน บอกใบ้ออกมาตั้งแต่ "ฉากแรกเริ่ม" จนถึง "ฉากสุดท้าย" ของตัวเรื่อง...เป็นจุดที่ผู้ชมหลายคนร่วมลงความเห็น และเริ่มเกิดความหวาดระแวงที่คุ้นเคยอยู่ในใจว่า...นี่อาจจะไม่ใช่เพียงแค่ 'การตีความใหม่' 'การยกมาทำอีกครั้ง' หรือ 'การหากินกับของเก่า' อย่างที่เคยเข้าใจกัน...และก็ได้แต่ถอนใจ แสดงความนับถือโดยพร้อมเพรียงกัน ต่อหน้าเขาวงกตแห่งไกแนกซ์ ว่า

...นี่ล่ะ ตัวจริงเสียงจริง...นี่ล่ะ เอวานเกเลียน...

ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนๆ...ผมเชื่อว่า เมื่อได้สัมผัสกับการกลับมา ของอดีตแนวหน้าแห่งวงการอนิเมชันครั้งนี้ ก็น่าจะทำให้ได้คำตอบที่ค้างคากันถ้วนหน้า...เรื่องนี้มีดีเช่นไร? ความเก๋าของมันยังคงอยู่หรือไม่? การพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ให้เหนือสิ่งเดิม จะเป็นไปได้อีกหรือ? ฯลฯ สารพัดคำถาม ทุกคนมีสิทธิ์จะข้องใจ แต่คนที่จะให้ภาพสุดท้ายที่ชัดเจนที่สุด ก็คงไม่ใช่ใครอื่น...และวิธีที่จะได้รับคำตอบที่รวดเร็วที่สุด ก็คงไม่ใช่วิธีที่เข้าใจยากอะไร...แค่เพียงลองสัมผัสด้วยสายตา และความรู้สึกของตัวเอง...เพียงเท่านั้น

สำหรับแฟนรุ่นหลัง...แม้จะไม่คุ้นหู...แต่เอวานเกเลียน จะเป็นเพื่อนใหม่ที่น่าสนใจ และไม่เสียหาย ที่จะลองทำความรู้จัก

สำหรับแฟนรุ่นแรก...แม้จะเปลี่ยนไปผิดหูผิดตา...แต่เอวานเกเลียน ก็ยังคงเป็นเพื่อนคนเดิมของคุณ คนที่คุณเคยรัก และผูกพันธ์มาเมื่อเนิ่นนาน...

เอวานเกเลียน 1.0 กำเนิดใหม่ วันพิพากษา - ใช้เด็กน้อยในวัยหัวเลี้ยวหัวต่ออย่าง อิคาริ ชินจิ มาแสดงออกถึงความโดดเดี่ยวและสับสน เมื่อถูกจับโยนมาในสังคมที่ไม่คุ้นเคย...สังคมที่นอกจากตัวของเขาแล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยเหล่าผู้ขลาดเขลา ที่สร้างกำแพงขึ้นมาบดบังสายสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

...ไม่ว่าผลลัพธ์ของการดิ้นรนจะจบลงเช่นไร...อย่างน้อยพวกเราเหล่าคนดูเอง ก็น่าจะได้รับ"อะไรบางอย่าง" ที่หนุ่มน้อยคนนี้ ต้องการจะแสดงออกให้ทุกคนได้เห็น...เสียงกู่ร้องที่ดังก้องว่า...อย่ากลัวที่จะเข้าหา จงกล้าที่จะทำลายกรอบ และอย่าได้คิดเบือนหน้า หนีปัญหาที่ถาโถมเข้าใส่

...เพราะเราทุกคน (ไม่ได้) อยู่ตัวคนเดียว...

.

แด่กำแพงแห่งจิตใจ ที่กำลังจะพังทลายลง

แด่เอวานเกเลียนครับ

สรุปม้วนเดียวจบ

จุดเด่น จุดดีของ Eva 1.0

- สรุปย่อเรื่องราวของเวอร์ชันดั้งเดิม ออกมาได้อย่างกระชับ เข้าถึงง่าย

- กราฟฟิค การกำกับภาพ และคุณภาพเสียงที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ออกมาเป็นฉากที่น่าตื่นตานับไม่ถ้วน

- นำจุดเด่นในเรื่องทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของตัวละคร มาเน้นย้ำให้ชัดเจนขึ้น เพียงพอจะใช้เป็นแกนหลักของภาค

- การนำจุดพลิกผันสำคัญ ซึ่งเคยใช้เป็นไม้ตายหักมุมหัวทิ่มของฉบับดั้งเดิม มาเปิดเผยกันซึ่งๆหน้าตั้งแต่ต้น ทำให้คนดูต้องจับตามองว่า จะดำเนินเรื่องไปในทิศทางใดต่อ

- การแอบบอกใบ้ แทรกประเด็นแอบแฝงเข้ามาตลอดทั้งเรื่อง กระตุ้นต่อมวิเคราะห์ของเหล่าแฟนเก่า ให้รอลุ้นถึงความจริงเบื้องหลังชื่อ " rebuild" ที่อาจไม่ตรงไปตรงมา

- แม้คนดูหน้าใหม่ ที่ไม่สนใจปมทางจิตของตัวละคร ไม่เข้าใจเนื้อเรื่องหลัก ก็สามารถสนุกไปได้ กับฉากแอคชันอันตระการตา

- เพลงประกอบ บทพูด ฉากเหตุการณ์สำคัญ และกระทั่งตัวอย่างของตอนถัดไป ยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมๆ สร้างความรู้สึกอันชวนระลึก [eg. ฉาก "เราจะหนีไม่ได้" "ส่งมอบคีย์การ์ด" "แค่ยิ้มก็พอแล้ว" etc.]

- อายานามิ เรย์ สาวผมฟ้า ตาสีแดง กับบุคลิกที่โดดเด่น และเสน่ห์อันเป็นต้นตำรับ

--------------------------------------------------------

จุดด้อย และข้อจำกัดของ Eva 1.0

- การลดทอนความสำคัญของบทอธิบายเรื่องราว จนถึงขั้นที่ คนไม่เคยรู้เรื่องย่อมาก่อน อาจออกจากโรงมา โดยที่ไม่ทันได้รู้จุดประสงค์หลักของเรื่อง

- คนดูที่คาดหวังประเด็นทางศาสนา และปมชวนขบคิดแบบเก่าๆ อาจผิดหวังกับปริมาณของข้อมูลที่มอบให้น้อยกว่าที่หวัง

- ระยะเวลารอยต่อ ระหว่างภาคต่อภาค นานเกินกว่าที่คนดูจะจดจำรายละเอียด และเฝ้ารออย่างเป็นสุขได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Nostalgia...FF 7 & GTA

* พี่ศิชน...ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลครับ...และขอเชียร์ว่า หากวันหน้ามีโอกาสได้ดู...อยากอ่านรีวิวเอวานเกเลียนด้วยครับพ้ม !! question

* พี่ mastermune...มาริโอ้ เซลด้า ร๊อคแมน อะไรพวกนี้ รวมไว้ในเกมส์สร้างสรรค์ได้เลยนะครับนี่...ถ้าไม่ถูกตั้งข้อหาว่า "เหยียบหัวผู้อื่นโดยประมาท" ไปซะก่อนนะ confused smile

* SkyKiD คุง...ขอบคุณสำหรับคำชม และขอเชิญชวน...ลองไปดูเอวาด้วยกันเถอะ big smile เริ่มฉายลิโด้ พฤหัส 21 นี่แหล่ว

* คุณ P.S...ผมเองก็อยากเห็นบทวิจัย ผลกระทบของสื่อบันเทิงต่างๆ ที่มีแนวโน้มให้เด็กก่ออาชญากรรมเหมือนกันครับ...แต่น่าเสียดาย มันคงจะไม่คุ้มแรง ที่ใครจะหยิบมาทำกัน...สู้ยกมาด่าเป็นระยะๆ...จะสร้างกระแส และน่าสนใจต่อคนอ่านมากกว่าเยอะ....ให้ตายสิ คิดกันยังงี๊สิน๊าาาาsad smile

...ผมเอง ก็ได้ศัพท์แปลกๆ และสำนวนภาษาน่าสนใจ จากเกมส์ RPG ที่เล่นๆมามากมายเหมือนกันครับ~~

* คุณหมอโรคจิต (ณ ??)...ถ้าชอบงานเขียนของคุณหมอ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ...เค้าเคยออกพอกเก็ตบุ๊ค เกี่ยวกับการมองโลกในมุมต่างๆ โดยยกภาพยนตร์หลายๆเรื่องมาประกอบครับ อ่านสนุกใช้ได้เลยล่ะ ความคิดน่าสนใจมาก ชื่อว่า "หนังสือรัก" และ "องศาที่ 361" ...มีขายทั่วไปตามร้านหนังสือ ลองหามาอ่านได้

* พี่เส่ง...การ์ตูนกับเกมส์นี่ โดนด่าจนอ่วมแล้วครับ...สงสัยเพราะกลุ่มเป้าหมาย ใหญ่สู้คนดูละครหลังข่าวไม่ได้...อันนั้นเลยรอดตัวได้บ่อยไป ตบ จูบ ข่มขืนได้เปรมกันเลยทีเดียว

* พี่เก้า...เป็นเกียรติที่มาเยี่ยมในบล็อกนะครับ ^^ ขอบคุณสำหรับดาวด้วยจ้า

* คุณ Ohoh ซัง...ในเร็ววันนี้ อาจได้มีโอกาสรีวิว Code Geass...ถ้าถึงวันนั้น คงต้องอัญเชิญมาเป็นที่ปรึกษาซักหน่อยนะครับ question

* Blood Lust Vampyre...confused smile

* Baew-kun...ข่าวโจมตีแต่ด้านเสียของเกมส์...อันนี้ต้องเข้าใจจุดยืนของเขา ในฐานะคน"ขาย"ข่าวด้วยครับ...ประเด็นไหน ตีแล้วฟุ้ง ตีแล้วเกิดกระแส...หลายยคนก็ลืมประเด็นความถูกต้องไปซะงั้น อา..น่าเศร้านิดๆนะ

* คุณพัดโบก...ประเด็นที่พูดมา เรื่องการชี้แนะเด็ก ผมเองก็เห็นด้วยครับ เช่นเดียวกับการเซ็นเซ่อร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา ปล่อยให้เด็กอยากรู้ และขวนขวายหามาเรียนรู้เองอย่างผิดๆ...สู้ปล่อยให้เค้าได้รู้เห็น และมีผู้ใหญ่คอยชี้แนะ น่าจะเป็นวิธีที่ตรงจุด และฉลาดกว่ามาก จริงๆนะ sad smile

* เอริธจัง...แนะนำร๊อคแมนงั้นรึ !! ~~แนะนำเกมส์ได้เหมาะกับช่วงอายุจริงๆนะเนี่ย ฮา confused smile
ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลมั่กมากจ้า~~ก้อนของเอริธนี้...ราคาดีนะเนี่ย open-mounthed smile

* คุณ mage-alchemist...เกมส์ที่ผมแนะนำไป คืออันที่ผมเล่น(เอง) และชอบ(เอง)ครับ ถ้ารู้จักเกือบหมด ก็นับว่า...เราอาจจะเข้ากันได้นะ (ฮา)

แล้วที่บอกว่า ได้ศัพท์ใหม่ๆจาก RO นี่...คงไม่ใช่แพทซ์ไทย-เกรียนครองเซิฟ ใช่มั๊ยครับนี่ cry

* นายลมสูง...คนรุ่นใหม่ๆ เราคิดว่า เริ่มมีมุมมองและวิสัยทัศน์ที่กว้าง (หรืออย่างน้อยก็ร่วมสมัย)กว่าคนยุคเก่าขึ้นมากแล้วนะ...สิ่งที่ทำได้ ก็อาจเป็นการรอให้ถึงจุดผลัดเปลี่ยนบุคลากร ขึ้นมาดูแลงานด้านต่างๆในอนาคตละมั๊ง?

ตอนนี้ก็รอให้ รมต.Highwind...มาอนุมัตินำเข้าเกมส์ลิขสิทธิ์ และปลดเซ็นเซอร์การ์ตูนชื่อรุนแรงอยู่น่ะนะ~~ confused smile

* คุณ precious_nani...ขอบคุณที่ชอบ และติดตามผลงานครับผม จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ surprised smile

* Shuu คุง...555 ร๊อคแมนนี่ ก็จัดอยู่ในหมวดรุนแรงของชูว์งั้นรึ? ยังงี๊มาริโอนี่คงลำบากพอดูล่ะ...ทั้งเหยียบย่ำ เผาทั้งเป็น วิ่งชนกระเด็นไปคนละทางเลย

* พี่วลาดิมีร์...มุขใต้สะดือ ของดอน คอร์เนโอ ก็สร้างความประทับใจ(?) ให้ผมถึงทุกวันนี้เหมือนกันครับ...จำได้ว่า ตอนเล่นไปยังงงไป...เอ เราเข้าใจถูกป่าวฟระ...มันเอางี๊เลยหรอฟระ กันทีเดียว confused smile

เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า เนื้อหาของ FF7 เดินไปตามคาแรกเตอร์ ไม่ใช่ตามคนเขียนบทครับ...ถ้าหากประเด็นเรื่องตัวตนของตัวละคร ถูกสร้างขึ้นมาตอนแรกอย่างไม่ชัดเจนแล้ว ความเหมือนจริงภายหลัง...ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้เลย

มีเรื่องอยากเมาท์กับ FF7 เยอะเหมือนกัน...ขอยกไว้ครึ่งหลังเช่นกัน 555

ว่าแต่...เอนทรีหากิน รีวิวรีเมคหนที่สาม...เอวานเกเลียน- I Am (NOT) Writing It Twice นี่เป็นไงบ้างครับ...ค่อนข้างหาประเด็นให้มันแตกต่างขึ้นมาอีกนิด...พอจะพ้นข้อหา หยิบของเก่ามาหากินได้รึเปล่าเอ่ย หุหุ open-mounthed smile

#1 By Zieghart on 2008-08-19 23:14

ดูแบบแฟนซับมาแล้ว ยังไงต้องหาเวลาว่างไปสัมผัสแบบเต็มๆ ในโรงให้ได้ล่ะน่า ... รอสอบเสร็จก่อนเหอะ...ฮึ่ย!

COMMENT นี้ SPOIL!!!



ส่วนตัวผมว่าเขาเรียงเรื่องใหม่ได้กระชับดี และตัดทิ้งเฉพาะฉากที่มีนัยสำคัญเป็นอันดับรองๆ ออกซะเกลี้ยงเพื่อไปเพิ่มรายละเอียดส่วนอื่นเข้าไปแทน ซึ่งผมมองว่าเป็นข้อดีเหมือนกัน (เรื่องเกี่ยวกับเทววิทยา ถ้าตัดออกแล้วไม่ทำให้เรื่องเสีย ผมก็เห็นควรว่าตัดได้ เพราะแก่นหลักจริงๆ ของเรื่องนี้ไม่ใช่เทววิทยา)

ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาในภาค 1.0 นี้แล้วผมชอบที่สุดคือ รายละเอียดเชิงไซไฟและยุทธการ ที่แสดงให้เห็นเลยว่านี่ไม่ใช่เพียงการรีเมคโชว์พาว หรืออาการบ้าเห่อยิง CG เพื่อความหรูหราฉาบฉวยแต่อย่างใด สิ่งที่ตรึงผมให้จ้องหน้าจอคอมส่วนตัวแคบๆ ได้ตลอดก็คือรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ที่ช่วยเสริมให้ setting ของเอวาดูน่าเชื่อถือขึ้นอีกมากโข

ซีนที่ผมชอบที่สุดคือ ลูกเล่นใหม่ๆ ของเมืองปราการนีโอโตเกียวที่สาม และัการประชุมวางแผน การย่อยข้อมูลต่างๆ ของเรมิเอล ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นยุทธการยาชิมา ซึ่งรายละเอียดตรงนี้สมจริงเป็นขั้นเป็นตอนมาก จนทำให้ยุทธการยาชิมาเปลี่ยนสถานะจาก "ลูกบ้าเที่ยวล่าสุดของมิซาโตะ" กลายเป็น "ไพ่ตายของมนุษยชาติ" จริงๆ




จบการ SPOIL

เห็นด้วยกับเรื่องที่ว่า ดูยังไงภาค rebuild นี่ก็ยังเหมาะกับแฟนๆ รุ่นเก่ามากกว่า ดูจากช่วงจบของ 1.0 ที่ดูราบเรียบ นิ่งๆ ไม่เร้าอารมณ์เชิญชวนให้ตามภาคต่อ (สำหรับคนที่เพิ่งดูภาคนี้เป็นภาคแรก) แต่จะเน้น "ปล่อยของ" ที่กระตุ้นต่อมอยากรู้ของแฟนที่เคยดูเอวาเมื่อทศวรรษก่อนเสียมาก

แต่ผมเชียร์นะครับ ใครเพิ่งดูภาคนี้เป็นภาคแรก ก็อย่าลืมไปอุดหนุนกันต่อในภาค 2.0 ด้วยนะครับ รับรองน่ารักน่าลุ้นยิ่งกว่านี้แน่ เอาหัวเจ้าของบล็อกนี้เป็นประกันได้ ของเขาดีจริงนะเออ

ลป. งงเล็กน้อยที่เอาภาพซากีเอลแปะไว้เป็นรูปสุดท้าย...แฝงความนัยอะไรไว้หรือเปล่านี่?
อ๊ะ... ดาวตก sad smile Hot!
ดูนานแล้วมาอ่านอยากกลับไปดูอีกรอบconfused smile confused smile

#4 By (^_^)/nana on 2008-08-20 00:43

พูดถึงไรดีหว่า... เอาเรื่องเพลงประกอบแล้วกัน
ยังไม่ได้อ่าน Anlyze ทั้งหลายเกี่ยวกับ 1.0 ไม่รู้เขามีประเด็นกันยังไง เกี่ยวกับเพลง
ว่าไปตามความรู้สึกที่คิดออกมาได้นะครับ

Beautiful World เพลงประกอบของ 1.0 ที่ขึ้นในเครดิตตอนจบ
อย่างที่รู้กัน ขับร้องโดยอูทาดะ เนื้อเพลงฟังเผินๆ ความหมายมันประมาณบอกกล่าวถึงความห่วงใย เฝ้าดูอยู่ห่างๆ

แต่พอมาคิดประเด็นว่า จริงๆแล้วเพลงนี้หมายถึงตัวละครตัวไหนในเรื่อง และกำลังบอกความรู้สึกของตัวเองให้ใคร

มุมมองของผม คิดว่า ใครคนนั้นหรือ Beautiful Boy ในเนื้อเพลง ก็น่าจะหมายถึง "ชินจิ" นั่นแหละ

ส่วนตัวละครที่ร้องเพลงนี้สื่อออกไป น่าจะหมายถึง"ยูอิ" แม่ของชินจิ แต่บางประโยคในท่อนเพลงก็ชวนให้นึกถึง "เกนโด" พ่อของชินจิด้วย

Beautiful World เนื้อเพลงฟังๆแปลๆดูแล้ว มันให้ความรู้สึกห่วงใยในแบบพ่อแม่เฝ้าดูลูกเติบโตมากกว่าคนรักห่วงใยกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจไม่มีไรในกอไผ่ก็ได้นะครับ ผมอาจจะคิดลึกคิดมากไปเอง[e7Hot!

#5 By mastermune on 2008-08-20 10:27

เขียนได้น่าสนใจมากๆสำหรับคนที่อาจจะไม่เคยทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้
ระยะเวลารอยต่อ ระหว่างภาคต่อภาค<<เห็นด้วยนะคะ แต่ยังไงก็จะรอ(อบากดูคาโอรุคุง 555) *-* ถึงยังไงก็ยังชอบเรื่องนี้อยู่ดีละค่าา .... ramielนี่ตัวเงาดีจริงๆแฮะ
Hot! Hot! cry

#6 By Ame... on 2008-08-20 11:10

จะว่าไปนะครับเรื่องก็เป็นเรื่องนึ่งที่ทำให้เรา เปลี่ยนมุมมองในการ์ดูการ์ตูนในตอนเด็กไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยความคิดที่ว่า เม่งอะไรว่ะเนี่ย ดูไม่รู้เรื่องเลย แต่ไม่น่าเชื่อว่า การที่ดูเรื่องนี้แล้วเอาไปคุยกับเพื่อน ดันให้อรรถรสมากกว่า การดูการ์ตูนอีกและทำให้เรื่องนี้น่าค้นคว้าจะหาคำถาม..(และคำตอบ)ว่าผู้แต่งต้องการสื่ออะไรแฝงมาในนั้น นอกจากสร้างความสงสัยและสับสนทางความคิดของผู้ชม เหตุการณ์เช่นนี้ผมได้เจอ 2 ครั้งแต่คนละประเภทของสื่อ เรียกได้เลยว่าเป็น evangelion แห่งวงการภาพยนต์ นั่นก็คือ เรื่อง Matrix นั่นเอง

ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบเรื่องทั้ง 2 นี้มากๆเพราะได้ความรู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันยังไม่จบๆทั้งที่หนังจบแล้ว และเราก็ยังสนุกไปกับมันได้เรื่อยๆ ...แต่ว่ามันเสียเวลามากเลยอ่ะ

ปล.ยังไม่ได้ดูภาคนี้เลย ต้องไปหามาดูซะแล้ว

#7 By พัดโบก on 2008-08-20 14:07

อ๊ะ...เรื่องนี้ยังไม่เคยดูอีกแล้ว=[]=!!
แต่เคยได้ยินแว่ว ๆ มาบ้างแฮะ...
มีความรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นมักจะแต่งเนื้อเรื่องให้มีประเด็นลึก เน้นเรื่องความรู้สึกและเหตุผลเยอะเหมือนกันนะคะ เท่าที่เคยอ่าน+ดูผ่าน ๆ ตามาหลาย ๆ เรื่อง
อย่างเรื่องนี้ก็คงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีจุดพลิกผันเยอะสินะ

สงสัยคงต้องหาทางมาดูให้ได้แล้ว
ทำออกมาได้น่าสนใจ และน่าติดตามมากเลยค่ะ
เพียงแต่ว่าเหมือนจะเกิดไม่ทันอีกแล้ว=w=Hot! Hot!

#8 By 「AKARI*」 : Wonderful Days on 2008-08-20 18:52

ลืม ไปดู !!


หนังออกวันไหน

#9 By herenoi on 2008-08-20 21:05

ดูมาแล้วค่า สนุกมั่กๆ เชียร์ให้คนไปดูเหมือนกัน

เนื้อหาแก่นก็คล้ายๆเดิมนะคะ(สำหรับภาค1.0) แต่ได้ข่าวว่าภาค4.0จะทำใหม่หมดเลยเหมือนกัน สาวกอีวากำลังลุ้นๆอยู่ว่าจะเป็นยังไง 55+

รู้สึกตัละครที่น่าจะเปลี่ยนแปลงที่สุด เดาจากความคิดอุลนะ รู้สึกว่าบทบาทคาโอรุจะเปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน(แต่ก็ดี ชอบค่ะ^^)

#10 By ๑۩ﺴ Ul-Q ﺴ۩๑ on 2008-08-20 21:11

เอวามาอีกแล้ว .. ช่วงนี้กระแสกลับมาอีกแล้ว
ไม่ว่าจะมากี่รอบ เราก็ไม่ค่อยถูกใจเรื่องนี้ซักเท่าไรsad smile
คงจะอติกันหนูเรย์ที่ดังเปรี้ยงปร้างละมั้ง (ประมาณว่าไม่ชอบคนดัง 555)

เพราะฉะนั้นแล้ว ... เอวามารอบนี้ ก็คงไม่ได้กินตังค์เราอีก confused smile (แต่ท่าจะกินตังค์น้องเราแทน 55)

#11 By aerith-chan on 2008-08-20 21:46

คิดถึง อานายามิ เรย์

#12 By Lovelyjay on 2008-08-20 21:56

เหมือนที่ตอบในบอร์ดครับ = ='' ว่า เป็นอนิเมที่ดูยากและสับสนที่สุด ยิ่งดูยิ่งได้ปมใหม่ๆ

แต่ไม่น่าจะพลาดหรอกนะ question

อีกนิด ผมชื่อ ณ ครับ ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้

#13 By on 2008-08-20 22:12

review เมพขิงขิง

แต่ไหง tags เริ่มด้วย ayanami rei....

tomorrow ขอ brief เรื่องอีกที มันหลายปีจัด ถ้าจำไม่ผิดได้ดูครั้งสุดท้ายตอน ม.6 กะอ่าน comic ตอนเรียน ร.ด.

แทบจะจำไรไม่ได้ไปแล้วนอกจากชื่อตัวละคร...

#14 By KillerQueen on 2008-08-20 22:39

ส่วนตัว คิดว่า Gainax ช่วงแรกๆเหมือนเผางานตัวเองเลยนะ ฉากจบแบบ Do you love me น่ะ^^' ....
แต่พอมา movie ก็เผาอีกรอบ คือภาค Death.. มีแต่คนมาสีไวโอลิน ดูแล้วหน่ายเลย = =' และการตลาดของเรื่องนี้คงเน้น talk of the town มากกว่าความสนุก เพราะโหดมากพวกฉากเลือด อะไร

แต่พูดถึง movie บ้าง ที่ผมชอบสุดคือ Ramiel ครับเจ๋งดี เหมือนเยลลี่เลย confused smile
ดูฉบับดั้งเดิมไปเมื่อประมาณปี-2ปีก่อนครับ(เรียกได้ว่า ตอนที่ดูถือว่าเป็นการ์ตูนเก่าระดับตำนาน)

ตอนที่ดูก็งงๆพอสมควร คือประเด็นมันเยอะเต็มไปหมด

และ...เมื่อกี้นี้(ของตอนที่กำลังพิมพ์น่ะครับ) พึ่งไปดูในโรงมาหมดๆ วันพฤหัส รอบ12.15 ...ไม่รู้จะพูดยังไงดี เหอๆ จะว่าสนุกก็ ฉากแอคชันสนุก ภาพสวยขึ้นมาก

แต่ส่วนดำเนินเรื่องบางส่วนผมคิดว่ายังราบเรียบเหมือนเดิม ที่น่าแปลกก็คืออยู่ๆก็เอาจุดที่อยู่ท้ายๆเรื่องมาไว้ในตอนแรกซะงั้น(ซึ่งจากที่อ่านReviewของคุณZieghart ทำให้รู้ว่าตอนอยู่ในโรง ผมไม่ได้เข้าใจผิดไปเอง ^^)

เป็นไปได้ว่า นี่จะเป็นการเรียบเรียงใหม่ และอาจจะนำไปสู่ประเด็นใหม่ๆ หรือ บทสรุปใหม่ๆ cry

ปล.สำหรับผม Evangelionเป็นอนิเมะที่ค่อนข้างแปลก คือดำเนินเรื่องไม่ได้ดึงดูดให้ผมไปดูซักเท่าไหร่ แต่ผมเชื่อว่าถ้าภาค2.0มาฉายอีก ผมก็คงไปดูอีก sad smile (อาจจะเพราะสนใจประเด็นที่อนิเมะนำเสนอล่ะมั้งครับ)

ปล2.มาคอมเมนท์ช้า เพราะตอนแรกกลัวสปอยล์ครับ big smile (ตอนแรกคิดว่าจะสปอยล์ตัวเนื้อหาของฉบับภาพยนตร์น่ะ แหะๆ)

#16 By SkyKiD on 2008-08-21 14:58

เราชอบเรื่องนี้มากเลย
ชอบตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นจะไม่แม้แต่จะสามารถเข้าใจได้เลยล่ะ open-mounthed smile

#17 By น้ำชา on 2008-08-21 18:24

เท่จัง เลยย

เป็นสมาชิกใหม่อ่ะค่ะ ว่างๆเข้ามาทักทายกันนะคะ

ชอบคนเขียนอ่ะ
อิอิconfused smile
ไปดูมาหมาดๆครับ
ย่อยง่ายขึ้นเยอะ และก็อลังการดีไม่น้อย...

แต่เพราะง่ายขึ้นล่ะมั้งครับ มันเลยดูเปิดกว้างให้กับคนหมู่มากพร้อมๆกับที่เกิดการเสิ่อมมนต์ขลังลงไปด้วย

แต่ผมก็ยังชอบอยู่นะครับ

#19 By DDP on 2008-08-21 23:16

Hot! Hot! เป็นแฟนรุ่นเก่าครับ หุๆ ดูแล้วก็ชอบเหมือนเดิม หึๆๆconfused smile

#20 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-08-21 23:53

เป็นบทความที่ดีมากเลยคับ

อ่านตามความรู้สึกของผมแล้ว ถ้ายังไม่เคยดูหรือเป็นแฟนๆของอีวาอยู่แล้ว อยากตีตั๋วไปดูเดี๋ยวนี้เลย big smile

เป็นแฟนรุ่นแรกของอีวาเหมือนกันคับ ดีใจมากที่ไทก้าเอาเข้ามาฉายที่ลิโด้ (ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้ดูในโรงแล้ว)

แด่การกลับมาของเพื่อนเก่า (ที่สนิทกันมาก)

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#21 By SpiderLilies* on 2008-08-22 11:13

Acute Nostalgia...Eva 1.0

* พี่วลาดิมีร์...ถูกใจคำว่า "ลูกบ้าเที่ยวล่าสุดของมิซาโตะ"แฮะ...เพราะเมื่อก่อนมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆน่ะนะ อดสงสัยไม่ได้ ว่าเจ๊แกเจ๋งมาจากไหนกันฟระ คิดแผน สั่งการ และเปิดไพ่ตายใหม่ๆออกมา(จากไหนไม่รุ้)ได้เรื่อยๆ sad smile

ยุทธการยาชิม่าอันใหม่ ช่วยเสริมความสมจริง (และสมตำแหน่ง)ของเจ๊แกได้มากเลยทีเดียว มีการวางแผนจากแต่ละฝ่าย ร่วมประชุม สรุปแผนเป็นขั้นตอน ก่อนถึงเดธไลน์ เยี่ยมครับ big smile

ส่วนว่า ทำไมต้องจบด้วยซากีเอล...ก็ค่อนข้างซับซ้อน และต้องตีความนิดหน่อยน่ะนะครับ ผมจะสรุปให้เข้าใจง่ายๆเป็นสองประเด็นละกัน
1. ผมชอบดีไซน์สาวกตัวนี้ที่สุด และภาพที่เอามามันก็เท่ห์ดี
2. ก่อนเขียน...อัพรูปเผื่อๆไว้ 20 กว่ารูป...และลิงค์รูปไอ้นี่ก็อยู่ใกล้มือมากที่สุด ก็เลยก๊อปมาลง..

.......ซับซ้อนอิ๊บอ๋ายเลยว่ะ ให้ตายสิ


พี่ (^_^)/nana...DVD ออกเดือนหน้า ถ้าไปเจอเข้า อุดหนุนได้นะครับ ราคาห้าง 800 บาทจ้า big smile

พี่ mastermune...ประเด็นเรื่องเพลงที่ยกมา น่าสนใจดีครับ และถ้าคิดแบบนั้น โดยใช้ข้อมูลภาคออริจินอล ผมเอียงมาทางด้าน ถ่ายทอดความรู้สึกของเกนโดมากกว่า...ถึงเฮียแกจะหมกมุ่นกับการกลับไปหาภรรเมียมาตลอดเรื่อง แต่ก็มาเผยในช๊อตสุดท้ายว่า ห่วงใย แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ ไม่งั้นลูกชายจะยิ่งเจ็บปวด (รักนะ แต่ไม่แสดงออก...เกนโด นายเป็นซึนฯสินะ !!)

แต่เวอร์ชันใหม่นี่ ไม่กล้าฟันธงแล้วครับ...ดูอะไรๆก็ Just as planned ! ไปซะหมด ...ท่าทางจะซ่อนจุดประสงค์ลึกๆอะไรเอาไว้ยกใหญ่เลยล่ะมั๊ง แต่ละคน sad smile

* คุณ Misora...Ramiel เวอร์ชันใหม่...ทั้งการแปลงร่างก็ดี เพลงประกอบก็ดี...เค้าตั้งใจเสริมบรรยากาศให้ดู "น่าเกรงขาม" สมเป็นบอสใหญ่ของภาคนี้จริงๆครับ

...แต่ไม่รู้ทำไม...ผมดูมันตัวเงาๆ เหลี่ยมๆ แล้วก็วิ้งๆแบบนั้น...รู้สึกว่ามัน"น่ารัก"ไปซะงั้นแฮะ

* คุณพัดโบก...เวลามีเรื่องที่วิเคราะห์กันมากๆ...คนหลายกลุ่ม จะชอบยกคำพูดขึ้นมาตัดประเด็นว่า "คิดมากเกินคนสร้างไปแล้ววววว" ซึ่งผมก็ไม่เถียงครับ ว่าหลายๆประเด็น คนทำก็ไม่ได้คิดอะไรขนาดคนดูแน่นอน

แต่ก็ไม่ได้คิดว่า จะเป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะคนสร้าง ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ในการ"สร้างประเด็น"เริ่มต้นให้คนดูไปแล้ว...ที่เหลือ การไปต่อยอด วิเคราะห์ พูดคุยกันอย่างออกรส ก็เป็นสิทธิ์ และเป็นความสุขของผู้ชม...ไม่มีใครเสียหายอะไร confused smile

ทั้งตอนเอวา ตอน matrix ผมก็ยึดถือความคิดแบบนี้ และหมกมุ่นมากพอๆกันแหล่ะครับ 555

* คุณทราย mage-alchmist...อา..."เกิดไม่ทัน"เลยหรอ ยิ่งพูดแบบนี้ จะกระทบหลายๆท่านแถวๆนี้เอานะ question

เอวานเกเลียนนี่ เป็นอนิเมแหวกแนวที่สร้างกระแสเมื่อ 10 กว่าปีก่อนครับ คงไม่เชียร์มากกว่านี้แล้ว แต่ถ้ามีโอกาส ก็อยากให้ลองหาเวอร์ชันทำใหม่นี่มาดูนะ เข้าใจง่าย และดูสนุกดีล่ะ big smile

* คุณ herenoi...หนังลิโด้ ปกติฉายอยู่ประมาณ 1-3 อาทิตย์ครับ แล้วแต่เรตติ้ง แต่ปกติไม่น่าเกิน 2 นะ?
ถ้าดูไม่ทัน รออุดหนุน dvd ลิขสิทธิ์ ประมาณปลายเดือนกันยาละกันน่อ

* คุณอุล Ul-Q...คาดว่าตั้งแต่ตอน 2.0 เนื้อหาก็น่าจะเริ่มเปลี่ยนไปแล้วน่ะครับ จากการปรากฎตัวของสาวแว่นคนใหม่ เอวาตัวใหม่ และก็คาโอรุสุดกรี๊ดของสาวๆ ^^ ที่ขโมยซีนภาคแรกไปซะหมด...รอดูกันนะ

* เอริธจัง...แหม่ อุตส่าห์เขียนรีวิวฟูลคอร์สขึ้นมา ...นอกจากให้แฟนเก่า แฟนใหม่อ่านแล้ว ก็เคยบอกไว้แล้วไงครับ ว่าจะเอามายุเอริธจังอีกคน...แต่สงสัยจะเหลวซะแล้ว...นู๋เรย์ดัง แล้วนู่เรย์ผิดตรงไหนนนนนนน 555 confused smile

หมดหน้าที่ผมแล้วล่ะ...ที่เหลือก็คงเป็นคิวคุณน้องของเอริธแล้วล่ะมั๊ง...ที่จะมาเชียร์ต่อแทน cry

* Lovelyjay...คิดถึงน่ะได้ แต่บอกไว้ก่อนว่า ผมหวงนะครับ อายานามิ เรย์น่ะ question

* ณ หมอเถื่อน(เรียกแบบไหนดีนะ 555)...ก็จะเชียร์เหมือนในบอร์ดเช่นกันครับ...ว่าถ้ามีโอกาส ก็อยากให้ไปดูกัน รับรองว่า ภาคนี้ (ยัง) ไม่งงเท่าไหร่ครับ question

* Shuu คุง...555 ภาค death มีคนมาสีไวโอลินให้ฟัง นั่นสินะ...

แต่ตอนนั้น เหมือนกับเค้าตั้งใจเอามาลงโรงคู่กับภาค rebirth ที่เป็น the end ครึ่งแรก เป็นการสร้างกระแสก่อน แล้วก็สรุปย่อๆเนื้อหาฉบับซีรีย์ให้ละมั๊ง...แต่พอมาบ้านเรา ขายเป็นแพคต่อเนื่อง...ดูไปก็บ่นไป มรึงจะย้อนอะไรกันนักหนาฟระ !!

* SkyKiD คุง...ผมเชื่อว่า บทสรุป และทิศทางของเรื่องฉบับใหม่นี่ จะต้องจบไปคนละทางกับของเดิม ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือแน่นอน แต่ตอนนี้ คงกำลังสร้างฐานแฟนใหม่ และปลุกกระแสเรียกแฟนเก่าอยู่ล่ะมั๊ง ^^

แต่แหม ขนาดเนื้อหาเนิบๆ ไม่ดึงดูด...ยังไปดูโรงได้ซะตั้งแต่รอบแรกเลยนะนั่น question

* คุณน้ำชา...ตอนนี้โตขึ้นกว่าเดิมมาก ลองดูอีกซักหน จะได้เห็นมุมมองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ตัวเราไม่เคยได้สนใจแน่นอนครับ confused smile ...แต่ไม่รับประกันนะ ว่าจะไม่งงเหมือนเดิมรึเปล่า 555

* คุณนางแมวยั่วประสาท...ขอต้อนรับสู่ Exteen ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ว่างๆจะแวะไปเยี่ยมเยียนจ้า

* คุณ DDP...ชื่อนี้หายหน้าหายตาไปนาน ดีใจที่ได้เห็นอีกครั้งครับ

ภาคหนัง ดูง่ายลงมาก แต่ก็อย่างที่พูดไป ว่ามันยังแค่เกริ่นปูพื้นอยู่ และไม่อยากจะไล่แฟนๆกลุ่มใหม่ให้หายไป...มารอลุ้นเนื้อหาตอนถัดๆไปกันดีกว่านะ big smile

* คุณ Ex-Thep : NEKU...ยินดีที่ได้เจอ แฟนรุ่นลายครามเอวาอีกคนครับ confused smile

* คุณ Scarlet:3er0...ไม่รู้ว่าได้ไปดูที่โรงรึยัง แต่ขอเชียร์ครับ ว่าได้อารมณ์สุดๆ แตกต่างจากตอนนั่งดูบนจอคอมเลยล่ะ อย่าพลาดนะครับ เพื่อนเก่ากลับมาทั้งที...ต้องต้อนรับกันให้สมราคามิตรภาพซักหน่อย 555

#22 By Zieghart on 2008-08-22 17:32

อีวา...เราว่าชื่อนี้ยังไงก็ยังขายได้เนอะ

จริง ๆ สนใจจะไปดูในโรงเหมือนกันแต่ไม่สะดวก + (จิตใจ)ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ เอาเป้นว่าเดี๋ยวขอยืมไฟล์ที่นายโหลดมาดูไปพลาง ๆ ก่อนละกัน

ไว้เดี๋ยวดูแล้วมาเรียบเรียงความคิดอีกทีละกัน

Hot! Hot!

#23 By Highwind on 2008-08-22 18:16

ไม่เคยดูเรื่องนี้เลย แต่มีโอกาสเข้าไปดู แล้วสนุกมาก ชอบมากเลย มาอ่านเอนทรีนี้ ยิ่งทำให้รู้สึก อยากให้ครบเลย big smile

#24 By st.GiZMo on 2008-08-25 11:01

ตอบ Nostalgia

...ซิกฮาร์ทลงรูปซากีเอลไว้ท้ายเอนทรี่ ด้วยเหตุผลที่ปูทันไม่มีวันจะเข้าใจ...

orz