1.0: My Evangelion - [รีวิว] ปฐมบท รุ่งอรุณพิพากษา
posted on 19 Aug 2008 22:18 by zieghart in My-Mania.
* บทความนี้ มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ของฉบับดั้งเดิม
* ภาพประกอบบางภาพ อาจเปิดเผยฉากสำคัญ ของฉบับภาพยนตร์
------------------------------------------------------------
คุณเคยนึกสงสัยหรือไม่ว่า แค่เพียง "ความโดดเดี่ยว" เล็กๆ...สามารถมีผลกระทบเช่นไร ต่อสิ่งใหญ่ที่กำลังจะตามมาภายหลัง...
เมื่อถึงวันที่มนุษยชาติ ได้พัฒนามาจนถึงจุดสูงสุด...และกำลังพบกับทางตันแห่งวิวัฒนาการ
เมื่อผู้คน ต่างเริ่มสร้างกรอบ กั้นแบ่งความสัมพันธ์...ทั้งที่ยังคงโหยหาความอบอุ่น
เมื่อเส้นที่คั่นกลาง ระหว่างความเป็นตัวเรา กับตัวเขา กำลังจะถูกฉีกกระชากให้พินาศลง
และเมื่อสิทธิ์ในการตอบทุกคำถาม...ได้ถูกส่งมอบให้กับเด็กเพียงคนเดียว
...เด็กน้อยที่จิตใจไม่มั่นคง แหลกเหลว และกำลังจะพังทลาย...
Evangelion: 1.0 You Are (Not) Alone - ปฐมบท รุ่งอรุณพิพากษา
หากมองย้อนกลับไป ที่จุดกำเนิดของเรื่องราวทั้งปวง...เมื่อครั้งที่องค์กรเซเล่ (Seele) ผู้เร้นกายอยู่เบื้องหลังองค์การสหประชาชาติ...และมีอิทธิพลอยู่เหนือการทหาร และงานวิจัยระดับลับสุดยอดนับไม่ถ้วน ได้ค้นพบคัมภีร์มรณะจากท้องทะเล "Dead sea scrolls" ซึ่งเป็นดั่งคำพยากรณ์ ที่บ่งบอกเหตุการณ์ในอนาคต และวิธีตามรอย สู่เส้นทางเข้าหาจุดสูงสุดของวิวัฒนาการ อย่างมีลำดับขั้น...
...แผนการสุดท้าย เพื่อปลดปล่อยเหล่ามนุษย์ที่เดินทางมาถึงทางตันแห่งวิวัฒนาการ...ภายใต้ชื่อโครงการลับสุดยอดว่า "แผนเพื่อการพัฒนามนุษยชาติ" (Human Instrumentality Project) ก็ได้เริ่มต้นขึ้น...อย่างแช่มช้า และเงียบงัน
เมื่อเข้าสู่ปี 2000 ปีแห่งชะตากรรมตามคำทำนาย ก็ได้เกิดการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นที่ขั้วโลกใต้...กระแสความร้อน และคลื่นน้ำที่พัดโหมอย่างบ้าคลั่ง ได้แผ่กระจายไปทั่วผืนโลก ทิ้งไว้เพียงซากพังทลายและแอ่งทะเลเลือดที่ไร้สัญญาณแห่งชีวิตใดๆ
...การระเบิดครั้งใหญ่นี้ เกิดจากการพยายามกระตุ้นการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ซึ่งได้รับชื่ออันยิ่งใหญ่สมตัวว่า "อดัม"(Adam)...และเรื่องราวก็ถูกเปิดเผยอย่างบิดเบือน ในฐานะของผลกระทบจาก"อุกกาบาต"ลูกยักษ์ ที่ห่างหายจากพื้นโลกไปเนิ่นนาน ตั้งแต่เมื่อครั้งดวงจันทร์ก่อกำเนิด..การระเบิดอีกครั้ง ที่มีนามว่า "Second impact"
ฝันร้ายได้กลับมาอีกครั้ง ในปี 2015 เมื่อสิ่งมีชีวิตดุร้าย และใหญ่โตจำนวนมาก ภายใต้ชื่อเรียก "สาวก" หรือ "เทวฑูต" (Angels) ก็ได้ปรากฏตัวขึ้น ตามลำดับที่กล่าวไว้ในคัมภีร์มรณะ...และได้เริ่มต้นบุกจู่โจม เมืองป้อมปราการ Neo-Tokyo 3 ที่เป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการของ Nerv-องค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อปกป้องหายนะตามคำทำนาย...จุดประสงค์ของพวกมัน มีเพียงหนึ่งเดียว คือช่วงชิงร่างยักษ์ใหญ่สีขาวนวล ที่ถูกเก็บรักษาไว้ในจุดที่ลึกที่สุดใต้ผืนโลก...ร่างของ Adam ที่เป็นต้นกำเนิดชีวิตของพวกมันนั่นเอง
คำทำนายกล่าวว่า หากเหล่าสาวกได้สัมผัส และเข้ารวมตัวกับ Adam แล้ว การระเบิดครั้งใหญ่ที่ร้ายแรง จะกำเนิดขึ้นอีกครั้ง...แม้เรื่องจะฟังดูน่าขำ ราวนิทานหลอกเด็ก แต่เมื่อองค์การสหประชาชาติได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อาวุธทำลายล้างใดๆ ก็ไม่สามารถระคายผิวเหล่าสาวก ที่สามารถสร้างสนามพลังไร้เทียมทาน "AT-Field" ขึ้นมาป้องกันตัวแล้ว...
หนทางที่จะหยุดยั้ง "Third impact" ก็เหลือเพียงแค่...โอนอำนาจทางการทหารทั้งหมด ไปอยู่ในการตัดสินใจของ Nerv ซึ่งได้ก้าวออกมาสู่ฉากหน้าเป็นครั้งแรก พร้อมกับหุ่นยนต์ยักษ์ทรงพลานุภาพ ไพ่ตายสุดท้ายของมนุษยชาติ...อาวุธชีวภาพที่สามารถสร้าง และหักล้างสนามพลัง AT-Field ได้เฉกเช่นเดียวกัน...นามว่า เอวานเกเลียน
...เนื้อหาข้างต้น เป็นเรื่องย่อเปิดตัว ของอนิเมชันไซไฟแห่งปี 1995 จากสตูดิโอไกแนกซ์(Gainax) ซึ่งได้รับการขนานนามในภายหลังว่า เป็น"ตำนาน"หน้าหนึ่ง ของวงการอนิเมชันญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นจุดพลิกผัน และต้นแบบเนื้อเรื่อง ตัวละคร และรูปแบบการนำเสนอ ของสารพัดอนิเมในยุคถัดๆมา
ความโด่งดังของเอวานเกเลียน ซึ่งก่อให้เกิดกระแสที่เป็น Talk of the town ในยุคนั้น และหลงเหลือประเด็นอมตะ ที่ถูกยกมาถกเถียงกันจนถึงทุกวันนี้...หากจะให้พูดตามหัวข้อ ก็คงต้องเริ่มจากประเด็น "เนื้อเรื่อง" อย่างไม่ต้องสงสัย
จุดยืนของเนื้อหา...สิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพหุ่นเหล็ก ตัวละครวัยรุ่น และฉากแอคชันที่เห็นกันจนชินตานั้น...กลับเป็น "ความลวง" ที่เต็มไปด้วยเรื่องโกหกคำโต ซึ่งถูกจัดฉากและตระเตรียมมาอย่างดี เพียงพอที่จะหลอกจูงผู้คนทั่วโลก และพวกเราเหล่าคนดู ให้หลงคล้อยไปยังขอบเขตที่ห่างไกลจากแก่นที่แท้จริงของเรื่องเสียนานโข...ถึงขั้นที่ทำให้ "เรื่องย่อเปิดตัว" ที่กล่าวไว้ข้างต้น กลายเป็นเพียงเรื่องเล่าล้อเล่น นอกกรอบของความจริงไปคนละทิศละทาง
- บทบาทสุดท้าย และความนัยซ่อนเร้นของอดัม...ยักษ์ใหญ่เรืองแสงแห่งขั้วโลกเหนือ ?
- จุดมุ่งหมายที่แท้จริง และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น...เมื่อสาวก ได้ฝ่าฟันจนพบผู้ให้กำเนิด ?
- เนื้อหาสำคัญที่สุด...บัญญัติสุดท้าย บนหน้ากระดาษแห่งคัมภีร์มรณะจากท้องทะเล ?
- ตัวตน และหน้าที่ของอาวุธชีวภาพ...ที่ซุกซ่อนภายใต้หน้ากากของหุ่นยนต์ยักษ์ ผู้ปกป้องพื้นโลก ?
- บทสรุป และผลต่อเนื่อง ภายหลังการเปิดตัว "แผนเพื่อการพัฒนามนุษยชาติ" อันเป็นยอดปรารถนาของเหล่าคนเบื้องบน ?
....
......
.........
...........หากการพลิกแพลง แตกยอดเนื้อหา จากพื้นฐานของข้อมูลแรกเริ่ม...เป็นหลักเบื้องต้นที่พึงจะทำในการดำเนินเรื่องราวแล้ว...ก็นับได้ว่า เอวานเกเลียน ได้แหกกฏทางวรรณกรรมเหล่านั้นลงอย่างหน้าตาเฉย ด้วยการกระชากจุดยืนของเนื้อหาเปิดตัว และพลิกโทนของเรื่องไปอย่างสุดกู่ จวบจนเข้าสู่บทสรุปสุดท้าย ที่เหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง...
ทุกสิ่งที่รับรู้ กลับเป็นเพียงภาพลวง ไม่มีน้ำหนักแม้เพียงจะยกมากล่าวอ้าง...หลังจากปล่อยให้ผู้ชมพยายามอย่างมาก ที่จะลำดับเรื่องราว และเรียบเรียงจุดประสงค์ยิบย่อยของเนื้อหาทั้งหมดแล้ว...ก็ราวกับถูกกระแทกเข้าเต็มแรง ด้วยการพลิกกลับทุกประเด็นที่อยู่ในมือ ทิ้งไปอย่างไม่ไว้หน้าใคร...เกิดเป็นกระแสที่ฮือฮา ผสมรวมทั้งเสียงก่นด่า และคำชื่นชมที่กึกก้อง
ปรากฏการณ์ที่รุนแรงนั้น ได้ผ่านพ้นมาถึง 13 ปี...เนื้อหาที่มีสเน่ห์อันแสนสับสน ดึงดูด และท้าทายชีดจำกัดความเข้าใจของคนดู ได้ถูกยกขึ้นมาเรียบเรียงใหม่อีกครั้ง และสรุปรวมเป็นภาพยนตร์จอเงิน ความยาว 4 ตอนจบ ในรูปแบบกึ่งตัดทอนกึ่งเพิ่มเติม จนเข้าถึงได้ง่าย ร่วมสมัยยิ่งขึ้น
...และเมื่อพิจารณาจากเนื้อหาตอนแรก Evangelion 1.0 You are (NOT )alone ที่เป็นการนำ 6 ตอนแรกของฉบับซีรีย์เมื่อครั้งปี 95 มาปัดฝุ่นใหม่ด้วยเทคโนโลยีภาพและเสียงที่เต็มรูปแบบ...ก็ออกมาเป็นผลงานตระการตา สมกับทุนสร้างมหาศาล สมศักดิ์ศรีความโด่งดัง และคู่ควรกับรายได้กว่า 2 พันล้านเยนในไม่กี่เดือนแรกของการเปิดตัว
คำถามที่ถูกยกขึ้นมาบ่อยครั้งก็คือ จำเป็นไหม ที่จะต้องเคยดูฉบับดั้งเดิมมาก่อน?...ก็คงตอบได้ว่า ไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างไร เพราะฉบับ Rebuild ตอนที่หนึ่งนี้ เป็นเหมือนแค่ "บทเปิดตัว" ที่จะ"ปล่อย"ส่วนเสี้ยวของเนื้อหาออกมาเป็นระยะ...ในระดับเท่าที่พอให้จดจำไว้วิเคราะห์ หรืออ้างอิงฉากสำคัญในอนาคตเพียงเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลต่อภาพรวมของตัวหนัง
...แต่แก่นหลักที่ฉบับจอเงินนี้ ให้ความสำคัญอย่างมากที่สุด ก็คือการปูพื้น ในหัวข้อที่ทั้งแฟนเก่าและแฟนใหม่สามารถรับไปย่อยได้โดยง่าย...ปูพื้นประเด็นอีกครึ่งหนึ่ง ที่เป็นจุดขายหลักจุดที่สองของเอวานเกเลียน
...ประเด็นเรื่องราวของ "ปมอดีตตัวละคร" นั่นเอง
...ในขณะที่ได้ลดความสำคัญของตัวเนื้อหาหลัก และบทอธิบายเรื่องราวลงไป...เอวานเกเลียน 1.0 กลับมาลงลึกที่อุปนิสัยเชิงจิตวิเคราะห์ของเหล่าตัวละคร ที่ต่างสะท้อนนิยามของ "ความไม่สมบูรณ์" ของจิตใจ ที่ต้องการ "การเติมเต็ม" ด้วยกันทั้งสิ้น...ตัวละครทั้งชายทั้งหญิง ทั้งหลักทั้งรอง ต่างก็มีบาดแผล และเรื่องราวในอดีตที่ค้างคา...และน่าขำ ที่แม้จะไม่มีใครยอมรับ ทั้งยังสร้าง"กรอบ"ขึ้นมาหลีกหนีสังคม...แต่คนทุกผู้ ก็ดูจะวนเวียนอยู่รอบตัวของเด็กน้อยวัย 14...พระเอกผู้แสนอ่อนแอและเปราะบาง...อิคาริ ชินจิ คนนี้นี่เอง
"เด็กหนุ่มผู้ถูกเลือก" ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะบังคับเอวานเกเลียนนั้น เคยสูญเสียแม่ที่รักไปต่อหน้าต่อตาเมื่ออายุยังน้อย และตัวพ่อเอง ก็ไม่เคยหันกลับมามองเขา ด้วยความรู้สึกแบบเดิมอีกเลย...พ่อหายไปจากชีวิตเขาหลังจากนั้นไม่นานนัก ด้วยเหตุผลที่เขาไม่มีวันเข้าใจ
...ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวสุดจะทานทน ได้ผ่านพ้นไปอย่างยากเย็น คำพูดประโยคแรกของพ่อ หลังจากห่างหายกันไปนานปี...ก็คือคำสั่ง ให้ตัวเขาขึ้นขับหุ่นยนต์ยักษ์ ออกไปเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่เหนือสามัญสำนึก...โดยมีโลกทั้งใบเป็นเดิมพัน
ใจครึ่งหนึ่ง เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตัดพ้อ เรียกหาคุณค่าที่แท้จริงของตัวเขา ในสายตาผู้เป็นพ่อ...แต่ใจอีกครึ่ง กลับอัดแน่นไปด้วยความต้องการพิสูจน์ตัวเอง ปรารถนาให้ตัวตนเด่นชัด และถูกประเมินด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป...มุมมองแห่งความชื่นชมและยอมรับ...มุมมองที่เด็กน้อยซักคนหนึ่ง ควรจะได้รับ ตั้งแต่ครั้งอดีตที่แสนไกล
...ความนึกคิดที่แสนลักลั่นและขัดแย้งนี้ กลับเป็นแกนหลัก ทำหน้าที่ผลักดันให้ตัวเด็กหนุ่มก้าวต่อไป...แม้จะทุลักทุเล แต่ก็ดิ้นรนราวกับจะพยายามรับรู้ และเรียกคืนความรู้สึกที่ตกหล่นไป...บนเส้นทางของพัฒนาการทางอารมณ์ที่ผ่านพ้นมาแสนนาน
กล่าวโดยรวบยอด...จุดเด่นของเอวานเกเลียนฉบับดั้งเดิม ซึ่งว่าด้วยความสมจริงของมิติตัวละคร /การหักมุมเรื่องราวอย่างน่าสนใจ และการพยายามใส่บรรยากาศของตำนาน ศาสนา และความเชื่อต่างๆเข้าไปตลอดเรื่อง...เมื่อถูกยกมาทำใหม่อีกครั้ง จุดเด่นเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ แม้จะเน้นหลักไปที่ประเด็นแรก เพื่อปูพื้นให้กับผู้ชมทุกกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้ลดทอนเสน่ห์อีกสองส่วนให้หายไปไหน
แต่ในฐานะของคนดูแล้ว...จุดที่สำคัญที่สุด ซึ่งผมคิดว่าเป็นไฮไลท์หลักของ"ส่วนเนื้อเรื่อง" ที่ไม่อยากจะให้พลาดกันในตอน 1.0 นี้...ก็คงไม่ได้เป็นอื่น นอกจาก"ข้อมูลแอบแฝง"ที่บรรจงใส่มาอย่างแนบเนียน บอกใบ้ออกมาตั้งแต่ "ฉากแรกเริ่ม" จนถึง "ฉากสุดท้าย" ของตัวเรื่อง...เป็นจุดที่ผู้ชมหลายคนร่วมลงความเห็น และเริ่มเกิดความหวาดระแวงที่คุ้นเคยอยู่ในใจว่า...นี่อาจจะไม่ใช่เพียงแค่ 'การตีความใหม่' 'การยกมาทำอีกครั้ง' หรือ 'การหากินกับของเก่า' อย่างที่เคยเข้าใจกัน...และก็ได้แต่ถอนใจ แสดงความนับถือโดยพร้อมเพรียงกัน ต่อหน้าเขาวงกตแห่งไกแนกซ์ ว่า
...นี่ล่ะ ตัวจริงเสียงจริง...นี่ล่ะ เอวานเกเลียน...
ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนๆ...ผมเชื่อว่า เมื่อได้สัมผัสกับการกลับมา ของอดีตแนวหน้าแห่งวงการอนิเมชันครั้งนี้ ก็น่าจะทำให้ได้คำตอบที่ค้างคากันถ้วนหน้า...เรื่องนี้มีดีเช่นไร? ความเก๋าของมันยังคงอยู่หรือไม่? การพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ให้เหนือสิ่งเดิม จะเป็นไปได้อีกหรือ? ฯลฯ สารพัดคำถาม ทุกคนมีสิทธิ์จะข้องใจ แต่คนที่จะให้ภาพสุดท้ายที่ชัดเจนที่สุด ก็คงไม่ใช่ใครอื่น...และวิธีที่จะได้รับคำตอบที่รวดเร็วที่สุด ก็คงไม่ใช่วิธีที่เข้าใจยากอะไร...แค่เพียงลองสัมผัสด้วยสายตา และความรู้สึกของตัวเอง...เพียงเท่านั้น
สำหรับแฟนรุ่นหลัง...แม้จะไม่คุ้นหู...แต่เอวานเกเลียน จะเป็นเพื่อนใหม่ที่น่าสนใจ และไม่เสียหาย ที่จะลองทำความรู้จัก
สำหรับแฟนรุ่นแรก...แม้จะเปลี่ยนไปผิดหูผิดตา...แต่เอวานเกเลียน ก็ยังคงเป็นเพื่อนคนเดิมของคุณ คนที่คุณเคยรัก และผูกพันธ์มาเมื่อเนิ่นนาน...
เอวานเกเลียน 1.0 กำเนิดใหม่ วันพิพากษา - ใช้เด็กน้อยในวัยหัวเลี้ยวหัวต่ออย่าง อิคาริ ชินจิ มาแสดงออกถึงความโดดเดี่ยวและสับสน เมื่อถูกจับโยนมาในสังคมที่ไม่คุ้นเคย...สังคมที่นอกจากตัวของเขาแล้ว ก็ยังอุดมไปด้วยเหล่าผู้ขลาดเขลา ที่สร้างกำแพงขึ้นมาบดบังสายสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
...ไม่ว่าผลลัพธ์ของการดิ้นรนจะจบลงเช่นไร...อย่างน้อยพวกเราเหล่าคนดูเอง ก็น่าจะได้รับ"อะไรบางอย่าง" ที่หนุ่มน้อยคนนี้ ต้องการจะแสดงออกให้ทุกคนได้เห็น...เสียงกู่ร้องที่ดังก้องว่า...อย่ากลัวที่จะเข้าหา จงกล้าที่จะทำลายกรอบ และอย่าได้คิดเบือนหน้า หนีปัญหาที่ถาโถมเข้าใส่
...เพราะเราทุกคน (ไม่ได้) อยู่ตัวคนเดียว...
.
แด่กำแพงแห่งจิตใจ ที่กำลังจะพังทลายลง
แด่เอวานเกเลียนครับ
สรุปม้วนเดียวจบ
จุดเด่น จุดดีของ Eva 1.0
- สรุปย่อเรื่องราวของเวอร์ชันดั้งเดิม ออกมาได้อย่างกระชับ เข้าถึงง่าย
- กราฟฟิค การกำกับภาพ และคุณภาพเสียงที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ออกมาเป็นฉากที่น่าตื่นตานับไม่ถ้วน
- นำจุดเด่นในเรื่องทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของตัวละคร มาเน้นย้ำให้ชัดเจนขึ้น เพียงพอจะใช้เป็นแกนหลักของภาค
- การนำจุดพลิกผันสำคัญ ซึ่งเคยใช้เป็นไม้ตายหักมุมหัวทิ่มของฉบับดั้งเดิม มาเปิดเผยกันซึ่งๆหน้าตั้งแต่ต้น ทำให้คนดูต้องจับตามองว่า จะดำเนินเรื่องไปในทิศทางใดต่อ
- การแอบบอกใบ้ แทรกประเด็นแอบแฝงเข้ามาตลอดทั้งเรื่อง กระตุ้นต่อมวิเคราะห์ของเหล่าแฟนเก่า ให้รอลุ้นถึงความจริงเบื้องหลังชื่อ " rebuild" ที่อาจไม่ตรงไปตรงมา
- แม้คนดูหน้าใหม่ ที่ไม่สนใจปมทางจิตของตัวละคร ไม่เข้าใจเนื้อเรื่องหลัก ก็สามารถสนุกไปได้ กับฉากแอคชันอันตระการตา
- เพลงประกอบ บทพูด ฉากเหตุการณ์สำคัญ และกระทั่งตัวอย่างของตอนถัดไป ยังคงรักษาเอกลักษณ์เดิมๆ สร้างความรู้สึกอันชวนระลึก [eg. ฉาก "เราจะหนีไม่ได้" "ส่งมอบคีย์การ์ด" "แค่ยิ้มก็พอแล้ว" etc.]
- อายานามิ เรย์ สาวผมฟ้า ตาสีแดง กับบุคลิกที่โดดเด่น และเสน่ห์อันเป็นต้นตำรับ
--------------------------------------------------------
จุดด้อย และข้อจำกัดของ Eva 1.0
- การลดทอนความสำคัญของบทอธิบายเรื่องราว จนถึงขั้นที่ คนไม่เคยรู้เรื่องย่อมาก่อน อาจออกจากโรงมา โดยที่ไม่ทันได้รู้จุดประสงค์หลักของเรื่อง
- คนดูที่คาดหวังประเด็นทางศาสนา และปมชวนขบคิดแบบเก่าๆ อาจผิดหวังกับปริมาณของข้อมูลที่มอบให้น้อยกว่าที่หวัง
- ระยะเวลารอยต่อ ระหว่างภาคต่อภาค นานเกินกว่าที่คนดูจะจดจำรายละเอียด และเฝ้ารออย่างเป็นสุขได้
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
(ตอนแรกคิดว่าจะสปอยล์ตัวเนื้อหาของฉบับภาพยนตร์น่ะ แหะๆ)
* พี่ศิชน...ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลครับ...และขอเชียร์ว่า หากวันหน้ามีโอกาสได้ดู...อยากอ่านรีวิวเอวานเกเลียนด้วยครับพ้ม !!
* พี่ mastermune...มาริโอ้ เซลด้า ร๊อคแมน อะไรพวกนี้ รวมไว้ในเกมส์สร้างสรรค์ได้เลยนะครับนี่...ถ้าไม่ถูกตั้งข้อหาว่า "เหยียบหัวผู้อื่นโดยประมาท" ไปซะก่อนนะ
* SkyKiD คุง...ขอบคุณสำหรับคำชม และขอเชิญชวน...ลองไปดูเอวาด้วยกันเถอะ
* คุณ P.S...ผมเองก็อยากเห็นบทวิจัย ผลกระทบของสื่อบันเทิงต่างๆ ที่มีแนวโน้มให้เด็กก่ออาชญากรรมเหมือนกันครับ...แต่น่าเสียดาย มันคงจะไม่คุ้มแรง ที่ใครจะหยิบมาทำกัน...สู้ยกมาด่าเป็นระยะๆ...จะสร้างกระแส และน่าสนใจต่อคนอ่านมากกว่าเยอะ....ให้ตายสิ คิดกันยังงี๊สิน๊าาาา
...ผมเอง ก็ได้ศัพท์แปลกๆ และสำนวนภาษาน่าสนใจ จากเกมส์ RPG ที่เล่นๆมามากมายเหมือนกันครับ~~
* คุณหมอโรคจิต (ณ ??)...ถ้าชอบงานเขียนของคุณหมอ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ...เค้าเคยออกพอกเก็ตบุ๊ค เกี่ยวกับการมองโลกในมุมต่างๆ โดยยกภาพยนตร์หลายๆเรื่องมาประกอบครับ อ่านสนุกใช้ได้เลยล่ะ ความคิดน่าสนใจมาก ชื่อว่า "หนังสือรัก" และ "องศาที่ 361" ...มีขายทั่วไปตามร้านหนังสือ ลองหามาอ่านได้
* พี่เส่ง...การ์ตูนกับเกมส์นี่ โดนด่าจนอ่วมแล้วครับ...สงสัยเพราะกลุ่มเป้าหมาย ใหญ่สู้คนดูละครหลังข่าวไม่ได้...อันนั้นเลยรอดตัวได้บ่อยไป ตบ จูบ ข่มขืนได้เปรมกันเลยทีเดียว
* พี่เก้า...เป็นเกียรติที่มาเยี่ยมในบล็อกนะครับ ^^ ขอบคุณสำหรับดาวด้วยจ้า
* คุณ Ohoh ซัง...ในเร็ววันนี้ อาจได้มีโอกาสรีวิว Code Geass...ถ้าถึงวันนั้น คงต้องอัญเชิญมาเป็นที่ปรึกษาซักหน่อยนะครับ
* Blood Lust Vampyre...
* Baew-kun...ข่าวโจมตีแต่ด้านเสียของเกมส์...อันนี้ต้องเข้าใจจุดยืนของเขา ในฐานะคน"ขาย"ข่าวด้วยครับ...ประเด็นไหน ตีแล้วฟุ้ง ตีแล้วเกิดกระแส...หลายยคนก็ลืมประเด็นความถูกต้องไปซะงั้น อา..น่าเศร้านิดๆนะ
* คุณพัดโบก...ประเด็นที่พูดมา เรื่องการชี้แนะเด็ก ผมเองก็เห็นด้วยครับ เช่นเดียวกับการเซ็นเซ่อร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา ปล่อยให้เด็กอยากรู้ และขวนขวายหามาเรียนรู้เองอย่างผิดๆ...สู้ปล่อยให้เค้าได้รู้เห็น และมีผู้ใหญ่คอยชี้แนะ น่าจะเป็นวิธีที่ตรงจุด และฉลาดกว่ามาก จริงๆนะ
* เอริธจัง...แนะนำร๊อคแมนงั้นรึ !! ~~แนะนำเกมส์ได้เหมาะกับช่วงอายุจริงๆนะเนี่ย ฮา
ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลมั่กมากจ้า~~ก้อนของเอริธนี้...ราคาดีนะเนี่ย
* คุณ mage-alchemist...เกมส์ที่ผมแนะนำไป คืออันที่ผมเล่น(เอง) และชอบ(เอง)ครับ ถ้ารู้จักเกือบหมด ก็นับว่า...เราอาจจะเข้ากันได้นะ (ฮา)
แล้วที่บอกว่า ได้ศัพท์ใหม่ๆจาก RO นี่...คงไม่ใช่แพทซ์ไทย-เกรียนครองเซิฟ ใช่มั๊ยครับนี่
* นายลมสูง...คนรุ่นใหม่ๆ เราคิดว่า เริ่มมีมุมมองและวิสัยทัศน์ที่กว้าง (หรืออย่างน้อยก็ร่วมสมัย)กว่าคนยุคเก่าขึ้นมากแล้วนะ...สิ่งที่ทำได้ ก็อาจเป็นการรอให้ถึงจุดผลัดเปลี่ยนบุคลากร ขึ้นมาดูแลงานด้านต่างๆในอนาคตละมั๊ง?
ตอนนี้ก็รอให้ รมต.Highwind...มาอนุมัตินำเข้าเกมส์ลิขสิทธิ์ และปลดเซ็นเซอร์การ์ตูนชื่อรุนแรงอยู่น่ะนะ~~
* คุณ precious_nani...ขอบคุณที่ชอบ และติดตามผลงานครับผม จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะ
* Shuu คุง...555 ร๊อคแมนนี่ ก็จัดอยู่ในหมวดรุนแรงของชูว์งั้นรึ? ยังงี๊มาริโอนี่คงลำบากพอดูล่ะ...ทั้งเหยียบย่ำ เผาทั้งเป็น วิ่งชนกระเด็นไปคนละทางเลย
* พี่วลาดิมีร์...มุขใต้สะดือ ของดอน คอร์เนโอ ก็สร้างความประทับใจ(?) ให้ผมถึงทุกวันนี้เหมือนกันครับ...จำได้ว่า ตอนเล่นไปยังงงไป...เอ เราเข้าใจถูกป่าวฟระ...มันเอางี๊เลยหรอฟระ กันทีเดียว
เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า เนื้อหาของ FF7 เดินไปตามคาแรกเตอร์ ไม่ใช่ตามคนเขียนบทครับ...ถ้าหากประเด็นเรื่องตัวตนของตัวละคร ถูกสร้างขึ้นมาตอนแรกอย่างไม่ชัดเจนแล้ว ความเหมือนจริงภายหลัง...ก็คงเกิดขึ้นไม่ได้เลย
มีเรื่องอยากเมาท์กับ FF7 เยอะเหมือนกัน...ขอยกไว้ครึ่งหลังเช่นกัน 555
ว่าแต่...เอนทรีหากิน รีวิวรีเมคหนที่สาม...เอวานเกเลียน- I Am (NOT) Writing It Twice นี่เป็นไงบ้างครับ...ค่อนข้างหาประเด็นให้มันแตกต่างขึ้นมาอีกนิด...พอจะพ้นข้อหา หยิบของเก่ามาหากินได้รึเปล่าเอ่ย หุหุ
#1 By Zieghart on 2008-08-19 23:14