81: My Prince - เจ้าชายน้อย สัจธรรมบนเวิ้งฟ้า
posted on 15 Sep 2008 15:41 by zieghart in My-Sight.
สวัสดีครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจในเอนทรีก่อนหน้านะครับ ตอนนี้เสร็จสิ้นภารกิจ...ได้กลับมาประจำอยู่หน้าคอมตัวเดิมได้ซะที...สอบตา หู คอ จมูกไปเป็นคอมโบต่อเนื่อง...คาดว่า....ผมคงไม่กล้าเป็นหวัดไปอีกนานเลยทีเดียว
....ช่วงก่อนหน้านี้ มีมลภาวะทางจิตหลายอย่างมากครับ เล่นเอาเบลอไปพักใหญ่ๆ....วันก่อน ก็ว่าจะเอารายงานคนไข้ไปคุยกับอาจารย์แบบชิวๆ....ถือไป 4 ฉบับ ผ่านไปสองชั่วโมง...อ่านไปได้แค่ 3 บรรทัด....ที่เหลือ โดนยิงคำถามมาเป็นชุด ...ตอบเท่าไหร่ก็ไม่ตรงใจอาจารย์ซะที เล่นเอาตัวหดจิ๋ว เหลือไซด์เท่าของเล่น Happy meal เลยล่ะ
มีประโยคทิ้งท้าย ที่อาจารย์ฝากยัดใส่หัวผม ว่า ให้ไปหัดใช้สมองส่วนจินตนาการให้มากกว่านี้ และเรียบเรียงสมองส่วนตรรกะให้เป็นที่เป็นทางมากกว่านี้...ด้วยการไป"อ่าน" หนังสือเล่มนึงครับ
เป็นหนังสือที่ผมเคยอ่านเมื่อครั้งยังเด็ก และได้มาอ่านจริงจังอีกทีก็สมัยเข้ามหาลัยใหม่ๆ...ผ่านมาถึงตอนนี้ ก็กลายเป็นชื่อที่ ไม่ได้ยินมานานไปซะแล้ว...
...หนังสือนิยายประกอบภาพ ที่มีชื่อเสียง และได้ถูกตีพิมพ์มากที่สุดเล่มหนึ่ง...วรรณกรรมอมตะที่มีชื่อว่า เจ้าชายน้อย
เจ้าชายน้อย ( The Little Prince / Le Petit Prince )
เมื่อครั้งยังเด็ก ผมได้สะดุดตากับหนังสือเล่มเล็กๆ ที่มีภาพปกเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาเศร้าหมอง ยืนอยู่บนดาวดวงเล็กๆที่อ้างว้างและโดดเดี่ยว...ทำไมต้องทำหน้าเศร้า? ทำไมต้องดูเหงา? แม้อ่านจนจบ ผมก็ยังไม่ได้คำตอบ
....ผ่านมาหลายต่อหลายปี ผมก็ค่อยๆลืมความข้องใจเหล่านั้นไปจนหมดสิ้น...
เจ้าชายน้อย เป็นหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องเล่าของ อองตวน เดอ แซง-เตกซูเปรี นักเขียน และนักบินชาวฝรั่งเศส เมื่อครั้งที่เครื่องบินของเขาประสบปัญหา ตกอยู่กลางทะเลทรายกว้างใหญ่...ณ ที่แห่งนั้นเอง เขาได้พบกับเด็กหนุ่มตัวน้อยที่มีผมสีทอง ยืนอยู่ข้างกาย และเริ่มพูดกับตัวเขาว่า...."ช่วยวาดแกะให้ฉันตัวหนึ่งสิ"
ช่วงเวลาหลายต่อหลายวันหลังจากนั้น ชีวิตของแซงเตกซูเปรี หมกมุ่นอยู่เพียงแค่ การพยายามที่จะซ่อมเครื่องยนต์ของเขาให้สำเร็จ...และการพูดคุยกับ "เจ้าชายน้อย" ผู้มาจากดวงดาวที่แสนห่างไกลบนเวิ้งฟ้า
...เจ้าชายน้อย ไม่เคยให้ความสำคัญกับการตอบสารพัดข้อสงสัย ที่แซงเตกซูเปรีโยนไปซักเท่าไหร่...แต่ตัวกลับมีความสุขมากกว่า ที่ได้เป็นฝ่ายถาม และพูดคุยเรื่องราวการเดินทางต่างๆ ตั้งแต่ที่ตนออกมาจากดาว B 612 บ้านเกิด ซึ่งมีขนาดเล็กจิ๋วเท่าบ้านหนึ่งหลัง
ไม่ว่า "เจ้าชายน้อย" จะมีตัวตนอยู่จริง หรือเป็นเพียงแค่ภาพหลอนที่เกิดจากความกดดันและภาวะสิ้นหวังของแซงเตกซูเปรีก็ตาม...เมื่อพูดคุยกันไปมากเข้า ได้รับฟังเรื่องราว ได้พร่ำตอบข้อสงสัย และได้รับฟังมุมมองไปมากขึ้น มากขึ้น...ตัวเขาเอง ก็ค่อยๆที่จะซึมซับ รับรู้ถึงเบื้องลึกของ "ตัวตน" จากเจ้าชายน้อยมากขึ้นทุกที...
ตั้งแต่ที่จากลาดาวบ้านเกิดมาจนถึงโลก เจ้าชายน้อยได้เดินทางผ่านดวงดาวต่างๆมากมาย ได้พบเจอสารพัดผู้คน และพูดคุยกับสิ่งมีชีวิตต่างๆมานับไม่ถ้วน...
พระราชา ผู้ดิ้นรนแสดงอำนาจให้เป็นที่ประจักษ์ แม้จะไม่มีใครเหลืออยู่ให้ปกครอง
ชายหลงตัวเอง ผู้เฝ้าแสวงหาคนมาชื่นชมคุณความดี แม้จะอยู่เพียงตัวคนเดียว
นักกินดื่ม ผู้พยายามมึนเมาให้มากขึ้น เพื่อให้ลืมความอับอายที่เคยดื่มเหล้า
นักธุรกิจ ผู้ขวนขวายจะครอบครองสินทรัพย์อันไม่สิ้นสุด แม้จะไม่เคยได้กลับมาเชยชมคุณค่า
คนจุดตะเกียง ที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตนไปไม่หยุดหย่อน แม้จะต้องเสียเวลาที่มีให้กับความสุขของตัวเอง
ฯลฯ
หลายเรื่องราวฟังดูน่าขัน แต่กลับหัวเราะไม่ออก
เรื่องราวต่างๆที่ทยอยพรั่งพรูออกมาจากเจ้าชายน้อยนั้น...สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่อยู่ความพิกลและน่าเหลือเชื่อ...แต่กลับเป็น "มุมมอง"ของเด็กน้อย ซึ่งแตกต่างไปจากตัวแซงเตกซูเปรีอย่างสิ้นเชิง...ต่างเสียจนตัวเขาและเราทุกผู้ ต้องหันกลับมา มองที่ "ตัวตน" ของ"ตัวเอง" กันอีกครั้ง...
คนอ่านหลายชาติหลายภาษา ยอมรับโดยทั่วกันว่า "เจ้าชายน้อย" มีมุมมองที่แสดงถึงความนึกคิดที่ชวนหวนระลึก...เป็นมุมมอง และสายตาอันบริสุทธิ์ของวัยเยาว์ ซึ่งเราๆท่านๆ ได้เคยครอบครอง และต่างสูญเสียมันไปหมดสิ้นแล้ว ตั้งแต่เมื่อกาลก่อน
มุมมองเหล่านั้น ไม่ใช่"ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง" ถึงขั้นเป็นผ้าขาว ที่ไร้เดียงสาหาประโยชน์ไม่ได้
ไม่ใช่ "ความพยายามกร้านโลก" ที่มาจากเด็กน้อยผู้ไม่ประสา และพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่
ไม่ใช่สิ่งที่สุดขั้ว หรือครึ่งๆกลางๆใดๆ...
แต่ตัวเจ้าชายน้อย สะท้อนภาพลักษณ์ที่ตรงไปตรงมา ของ "ความฝัน" และ "ตัวตน" ในวัยเยาว์ของมนุษย์ทุกคน เมื่อครั้งที่กำลังอยู่ตรงเส้นแบ่งหน้าประตู ก่อนจะก้าวมาสู่ความเป็นผู้ใหญ่....มาสู่วัยที่ ตรรกะ ภาพที่เห็น และตัวเลขบนแผ่นกระดาษ เป็นคุณค่าเพียงอย่างเดียวที่เชื่อมั่นได้
...เป็นคุณค่าเพียงอย่างเดียวที่ต้องยึดถือ ยิ่งไปกว่า จินตนาการ ความใฝ่ฝัน และหัวใจของตัวเอง
ประโยคที่ผู้คนมักยกมาอธิบายถึง"จุดเด่น"ของหนังสือเล่มนี้ คือการที่ว่า มันเป็นหนังสือซึ่ง "การหยิบอ่านแต่ละครั้ง ก็จะได้รับอะไรไป ไม่เหมือนเดิมเลย"...ซึ่งประเด็นนี้ ก็อาจไม่ใช่เรื่องเกินเลยไปนัก เพราะคนเรา เมื่อเติบโต อายุมากขึ้น มุมมองต่อโลกและชีวิต ก็ย่อมเปลี่ยนไป....ประสบการณ์การอ่านและการเสพสื่อ ก็ย่อมต้องกว้างขวางขึ้น ตามวัยวุฒิที่พอกพูน
ดังนั้นแล้ว จนถึงทุกวันนี้ จึงมีวรรณกรรมมากหน้าหลายตา ที่ต่างกล่าวอ้างในประเด็นเดียวกันว่า "ลึกล้ำ และหลากมุม...หยิบยื่นแง่มุมที่แตกต่างให้กับคนอ่าน ได้ทุกครั้งที่สัมผัส"
แล้วอะไร คือสิ่งที่ต่างไป? อะไรคือลักษณะที่โดดเด่น อันได้รับการยกย่องอย่างจริงแท้ ของ"เจ้าชายน้อย" ?
อาจเพราะ Le Petit Prince หรือ Little Prince เป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ที่เจาะเข้าไปได้ถึงแก่นที่ลึกที่สุด และให้ภาพที่ชัดเจนที่สุด สำหรับผู้ใหญ่ในสังคมปัจจุบัน ซึ่งคุ้นชินกับการพยายามหาเหตุผลมาอธิบายทุกสิ่งเบื้องหน้า...ไม่ว่าสิ่งนั้น จะขัดต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างชัดเจนเพียงไรก็ตาม...
และจนถึงท้ายที่สุด เมื่อผู้อ่านได้หวนระลึก และเปิดประตูรับรูปแบบความคิดอันปราศจากอคติกลับคืนมาแล้วนั้น...ก็ถึงช่วงเวลาที่ เข้าถึงประเด็นหลักที่สำคัญที่สุดของหนังสือ
...ประเด็นที่เป็นที่กล่าวขวัญ และถูกยกมากล่าวอ้างให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง...ผ่านการพูดคุยกับสุนัขจิ้งจอกสีแดงตัวจ้อย
เธอยังไม่มีความหมาย เพราะไม่มีใครมาสร้างความสัมพันธ์กับเธอ และเธอยังไม่เป็นของใคร เธอเป็นเหมือนสุนัขป่าของฉันในตอนแรก ซึ่งเหมือน ๆ กับสุนัขป่าอื่น ๆ หมื่นตัว แต่ฉันเป็นเพื่อนกับเขา เขาจึงกลายเป็นสุนัขป่าตัวเดียวในโลกสำหรับฉัน
...เราจะมองเห็นแจ่มชัดด้วยหัวใจเท่านั้น...สิ่งสำคัญนั้น ไม่อาจเห็นได้ด้วยดวงตา...
....ประเด็นที่ว่าด้วย "ความสัมพันธ์" และ"ความรัก" ที่มีต่อสรรพสิ่งนั่นเอง
ดอกกุหลาบจำนวนมากมายเพียงไร ก็ไม่มีความสำคัญเท่ากับดอกเล็กๆหนึ่งดอก ที่เราได้คอยดูแล ให้ความสำคัญ และเอาใจใส่มันมาตลอด
...เป็น "สายสัมพันธ์" ที่เราสร้างขึ้นมาด้วยตัวเราเอง
สิ่งของ ผู้คน สัตว์เลี้ยง คำพูด เงินทอง และการกระทำทุกอย่าง...หากเราไม่เปิดใจรับอย่างบริสุทธิ์ พร้อมเดินเข้าไปสร้างสายสัมพันธ์กับมันแล้ว ไม่ว่าจะล้ำค่าเพียงไร มากมายเพียงไร...ก็ย่อมต้องหมดค่า นอนกองอย่างไร้ความหมาย...เบื้องหน้า"หลักเหตุและผล" ที่จืดชืด และไร้ซึ่งหัวใจที่จะเชยชมกับความสุข
นิยายภาพสมัยปี 1943 ซึ่งกล่าวถึงมุมมองอันบริสุทธิ์ ที่มีต่อผู้คนในสังคม ผ่านสายตาของเด็กน้อย บนฉากหลังที่เป็นห้วงอวกาศอันเหงาจับใจ...จนถึงปัจจุบัน ผมได้เห็นมุมมองอันหลากหลาย ที่มีต่อวรรณกรรมอมตะฉบับนี้...หลายคนนำไปใช้เป็นตัวอย่างเรื่องเล่าต่างแง่ต่างมุม หรือประกอบสไลด์นำเสนอทางวิชาการ
...ไม่ว่าจะเป็น นิทานแฟนตาซีก่อนนอนของลูกน้อย หลักจิตวิทยาและพัฒนาการเด็ก การแบ่งสันปันส่วนการทำงาน การดูแลบริหารทรัพยากรองค์การ การบำบัดสภาพล้มเหลวทางจิต การกระตุ้นเรียกแรงบันดาลใจแต่ครั้งเยาว์วัย...หรือกระทั่ง การหัดใช้สมองส่วนจินตนาการ และการจัดระเบียบตรรกะ...อย่างที่อาจารย์แพทย์ได้กล่าวอ้าง...
เส้นแบ่งระหว่างจินตนาการและความเป็นจริง วัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ ความรู้สึกและหลักเหตุผล ความบริสุทธิ์และความขุ่นข้อง...เป็นเส้นบางๆที่หลายๆคนเดินข้ามมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
หลายคนก็ยังจำทางกลับบ้านเดิมได้ และแวะไปเยี่ยมเยียนเป็นครั้งคราว...แต่หลายคน กลับยังหลงวนเวียนอยู่กับข้อจำกัด และเสียเวลาชีวิตทั้งหมดหลังจากนั้น ทุกข์ทรมานไปกับความเป็นจริงที่ไม่ยอมหย่อนข้อ...โดยที่ไม่เคยได้หันหลังกลับมาอีกเลย...
...คนที่จะเลือกแบ่งเส้นวิถีชีวิต และความนึกคิดที่เหมาะสม...ก็ย่อมต้องเป็นตัวของคุณเอง...
.....
ผ่านมานานปี ผมหยิบหนังสือเจ้าชายน้อยมาอีกครั้ง และระลึกถึงคำถามเดิมที่เคยสงสัยมาได้...แต่ครั้งนี้ ผมตัดสินใจโยนคำถามเดิมทิ้งไปอย่างไม่ยากเย็นนัก
...ไม่ใช่เพราะผมหายข้องใจ กับใบหน้าเศร้าหมองของเจ้าชาย
...แต่เพราะดูไปดูมา ผมก็ไม่เห็นความเปลี่ยวเหงาและโศกเศร้าอันเดิมอีก
...มันเป็นใบหน้าบริสุทธิ์ และสดใสที่สุดอันหนึ่ง เท่าที่ผมจะเคยเห็นเลยทีเดียว
.
.
รักในการสร้างสายสัมพันธ์อย่างไร้อคติ
รักคนอ่านครับ @_@//
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
(ตอนนั้นกำลังอินเลิฟอ่ะค่ะ)

...แต่ คุณเจ้าชายน้อย
http://zedth.exteen.com/
ขาประจำสุดเก๋าของ Exteen เป็นทหารเรือนะจ๊ะ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
#1 By Zieghart on 2008-09-15 16:18