.

>>66: My Fujiko F Fujio- [รีวิว] ด้านมืด ของคนเขียนโดราเอมอน<<

>>68: My Fujiko 2- [รีวิว] โดราเอมอน กับคำตอบจากโลกอนาคต<< 

. 

หลังจากทิ้งช่วงให้แฟนๆเจ้าแมวสีฟ้า เสียวสันหลังวาบไปร่วมสี่เดือน...และแล้ว เล่มล่าสุด ในหนังสือชุด 8 เล่ม ของซีรีย์ รวมผลงานอมตะ ฟุจิโกะ SF คอลเลคชัน ก็ออกมาให้ยลโฉมกันอีกครั้ง

นี่เป็นฉบับที่ 3 ของการ์ตูนรวมสารพัดเรื่องสั้นแนวไซ-ไฟ ที่อาจารย์ฟุจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ผู้ให้กำเนิดแมวจากโลกอนาคต "โดราเอมอน" ได้สร้างสรรค์ออกมา โดยยังคงเจาะกลุ่มผู้อ่านที่อายุมากขึ้น และเน้นประเด็นที่จริงจัง ใกล้เคียงกับความเป็นจริงในสังคมรอบข้างมากกว่างานไหนๆ

เรื่องสั้น 18 เรื่อง...ต่างตัวละคร ต่างสถานที่ ต่างกาลเวลา ล้วนไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย...แต่ทุกเรื่อง ยังคงทำหน้าที่ที่สมบูรณ์ในตัวมันเอง นั่นคือ การถ่ายทอด"ความนึกคิด" และ"มุมมอง" ที่มีต่อด้านต่างๆในสังคม ออกมาให้คนอ่านได้ร่วมรับรู้ และถกเถียงกัน ในรูปแบบของการ์ตูนเชิงวิจารณ์และเสียดสี...ไม่ว่าจะเป็นด้านที่หดหู่จนแทบไม่อยากเปรยตามอง ด้านที่ขบขันจนแทบหาแก่นสารอันใดไม่ได้ หรือด้านที่มีสเน่ห์จนแทบอยากเข้าไปมีส่วนร่วม

ภายใต้แนวคิดหลัก และบรรยากาศแบบไซ-ไฟ ที่ชัดแจ้ง เพียงหนึ่งเดียว...

 

Path of Fujiko F Fujio

Vol.3 - Me and Myself and I

มาครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกับที่ผ่านๆมา...ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องสั้นที่ถูกใจภายในเล่ม เอามาพูดให้ฟังพอเห็นภาพนะครับ

ทางแยก - ชีวิตคนเรา หลายต่อหลายครั้ง ต้องเผชิญหน้ากับตัวเลือกสำคัญ ซึ่งบีบให้เราต้อง"ตัดสินใจ" ว่าจะก้าวไปในเส้นทางไหน...จะเหมาะสมหรือไม่ จะยอมรับหรือไม่ จะพอใจหรือไม่...อย่างไรก็แล้วแต่ "จุดหมาย" ของเส้นทางหลายๆเส้นเบื้องหน้านั้น ย่อมทอดไปยัง"อนาคต" ที่ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง

และคงไม่ใช่เพียงแค่ครั้งหรือสองครั้ง ที่คนเราจะต้องหยุดชะงัก และย้อนกลับมาถามตัวเองว่า หนทางที่ได้เลือกไปแล้วนั้น....เป็นหนทางที่"ดีที่สุด"แล้วหรือไม่? หากได้กลับไปเลือกตัวเลือกเดิมอีกซักครั้ง...เราจะได้คำตอบที่ "ถูกต้องที่สุด" หรือไม่?

แม้นได้มีโอกาส 'เลือกใหม่'เช่นนั้นจริงๆ...ใครเลย จะกล้ายืนยันว่า จุดหมายจุดใหม่ของตนนั้น..."ดีที่สุด" และ "ถูกต้องที่สุด" แล้วจริงๆ?

...อีกตัวตนของตัวเรา ที่กำลังยืนอยู่ที่ปลายทางของอีกเส้นทางหนึ่ง...จะกำลังหัวเราะร่วน หรือหลั่งน้ำตาด้วยความเจ็บช้ำ...ก็สุดที่จะรู้ได้...

--------------------------------------

อัลตร้าซูเปอร์เดอลักซ์แมน - ทำไมสังคมถึงไม่ได้ดั่งใจ? ทำไมคนดีงามถึงถูกละเลย? ทำไมคนชั่วร้ายถึงได้ก้าวหน้า?...สารพัดคำถาม ที่มีต่อสังคมที่เน่าเฟะและไม่เป็นธรรม...ล้วนสุมแน่นอยู่ในอกของคนหลายผู้ และยิ่งนานวัน ความคิดเช่นนั้น ก็ขยายใหญ่ และพร้อมที่จะระเบิดออกได้ทุกวินาที

...อะไรจะเกิดขึ้น หากคนหนึ่งคน ที่ยึดมั่นในคุณธรรม และมีความต้องการอย่างล้นปรี่ ที่จะนำทางสังคมให้กลับสู่จุดที่ถูกที่ควร ได้รับ"พลัง" และ "ความสามารถ" ที่จะทำเช่นนั้นได้จริงๆ?

ด้วยความแข็งแกร่งอย่างไร้ข้อกังขา และความสามารถอันไม่มีมนุษย์เดินดินคนไหนกล้าต่อกร...สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนจุดสูงสุดของคนทุกผู้นั้น จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันใด ต่อสังคมที่แสนจะมืดมน...

อนาคตที่สว่างไสวกำลังจะเปิดฉาก? คนทุกคนจะเต็มไปด้วยความสุข?

ในท้ายที่สุด...ไม่แน่ว่า แม้แต่"คุณธรรม" อันเปี่ยมล้นของตัวเรา...ก็ยังถูกทำให้บิดเบี้ยวได้...เบื้องหน้า"พลัง" และ "ความสามารถ"อันเป็นที่สุดนั้นเอง

--------------------------------------

ผมกับผมและผม - ยิ่งเติบใหญ่ ผ่านช่วงเวลาต่างๆไปมากเข้า พวกเราเอง ต่างก็ต้องตระหนักในข้อจำกัดแห่งชีวิต และยอมรับโดยทั่วกันว่า ช่วงชีวิตหนึ่งๆนี้ เรามีสิ่งที่ต้องการทำมากเหลือเกิน แต่ตัวเรานั้น มีเวลาอันแสนจำกัดเสียเหลือเกิน...

...อยู่มาวันหนึ่ง ตัวผม ได้เปิดประตูมาพบกับตัวผม ในบ้านของผม..ที่ๆซึ่งผม ควรจะเป็นเจ้าของ...

ปัญหาและความวุ่นวาย ซึ่งรุมเร้าพวกเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น มากเกินพอ ยิ่งกว่าจะต้องมารับมือกับ "ตัวเอง" อีกหนึ่งคน

ภาระที่รุมเร้า และความต้องการที่มากมาย...ทุกสิ่งไม่เคยเพียงพอ ภายใต้ห้วงเวลาชีวิตอันแสนจำกัด...แต่ผม กลับยังต้องมาพบกับปัญหาที่ใหญ่ที่สุด เกินกว่าที่จะจินตนาการได้...

ตัวผม ที่อยู่เบื้องหลังบานประตู จะทำหน้าที่เป็นผู้มาปิดม่าน สรุปจบช่วงชีวิตอันแสนจำเจและฝืดเคืองนี้...หรือจะเป็นผู้มาเปิดฉาก นำทางสู่"ความเป็นไปได้" ที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งแอบทอดกายอยู่เบื้องหน้าตัวผมกันแน่?

คำถามนี้ยังไม่ทันได้ข้อสรุป...ตัวผม อีกหนึ่งคน ก็พลันปรากฎตัวขึ้นมา เบื้องหน้าพวกผมทั้งคู่นี่เอง...

--------------------------------------

เทพผู้คุ้มครองมิโดริ - ภายหลังอุบัติเหตุเครื่องบินตกอย่างรุนแรง...สิ่งที่หลงเหลืออยู่ เบื้องหน้าสาวน้อยผู้รอดชีวิตนั้น ไม่ใช่เพียงป่าที่ลึกราวกับไร้ทางออก...แต่กลับเป็นความโดดเดี่ยว และอ้างว้างเกินจะกล่าว

ซากเมืองใหญ่ที่ปรักหักพัง ไม่ได้บั่นทอนกำลังชีวิตของเด็กสาวมากไปกว่า ความเป็นจริงที่ว่า...ในแห่งหนไหน ก็มิหลงเหลือสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดๆ...

รอยยิ้มของครอบครัว บทสนทนากับเพื่อนสนิท เสียงอึกทึกของสังคมเมือง หรือแม้กระทั่ง เสียงนกร้องหวานหู...ทุกสิ่งล้วนทุกกลืนไปจนหมดสิ้น ท่ามกลางพืชพรรณที่ขึ้นปกคลุมอารยธรรมของมนุษยชาติ ในชั่วไม่กี่อึดใจ...

สำหรับชีวิตอันเล็กกระจ้อยแล้ว...เบื้องหน้าธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้...สิ่งสุดท้ายที่ควรจะต้องทำ ในฐานะของมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่...จะเป็นอะไรก็สุดจะรู้

...หรือจุดหมายปลายของเด็กสาวเอง ก็มืดมน รอเพียงให้แสงสว่างสุดท้ายดับหายไป...เฉกเช่นเดียวกัน?

แม้จะได้กล่าวไว้แล้วว่า เรื่องสั้นแต่ละเรื่อง ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเป็นพิเศษ แม้แต่ช่วงเวลาที่อ.ฟูจิโกะสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา ก็ยังห่างกันนับปี

แต่ผลงานเล่มที่สามนี้ ได้ทิ้งแนวคิดหลัก ที่โดดเด่นไว้หลายต่อหลายข้อ และหนึ่งในนั้น ก็ชัดเจนมากพอจะเป็นแก่นหลักของเล่ม และสามารถจุดประกายให้คนอ่าน ย้อนกลับไประลึกถึงหลากเรื่องเราวที่ผ่านเลยมา...ทั้งในงานการ์ตูนของอาจารย์...และในเส้นทางชีวิตของตัวเรา

เรื่องของ "ทางเลือก" มากมายที่ทอดอยู่เบื้องหน้า

...ไม่บ่อยนัก ที่เราจะได้พบเจอตัวเลือกที่ง่ายต่อการตัดสินใจ และยิ่งไม่บ่อยเลย ที่เราจะรู้สึกพึงพอใจกับคำตอบสุดท้าย ที่เราได้ตัดสินใจไปแล้ว

มนุษย์ทุกคน ล้วนมีช่วงชีวิตอันจำกัด...แม้ดิ้นรนเท่าไหร่ ก็คงไม่สามารถรับมือกับทุกปัญหา และไม่สามารถรองรับทุกความใฝ่ฝัน อันไม่มีขีดจำกัดของตัวเราได้อย่างเพียงพอ

หลากตัวละครในเรื่อง ได้แสดงให้เราได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้อง"เลือก" ก็ควรจะเลือกอย่างมั่นใจ และจงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เลือกเดิน...

เพราะไม่เคยมีใคร มาระบุได้ว่า เรามาถึงจุดที่"เหมาะสมที่สุด"แล้วหรือยัง...และไม่มีใครบอกได้ว่า อีกเส้นทางที่ไม่ได้เลือกนั้น จะมี"คำตอบที่ดีกว่า" เฝ้ารออยู่...อย่างเงียบงัน...

สรุปม้วนเดียวจบ

ข้อดี ข้อเด่นของเรื่องสั้นเล่มที่สาม

- อารมณ์ของเรื่องหลากหลาย ทั้งสุข ทุกข์ สนุกสนาน ขำขัน ซึมเศร้า ภายใต้คอนเซปต์ "เรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์"

- การเสียดสี และจงใจล้อเลียนสังคมแบบแสบๆคันๆ พอทำให้อมยิ้ม

- แนวคิดหลายตอน ที่ลึก และนำมาปรับใช้ได้จริง

- เนื้อหา และกลวิธีการเล่าเรื่อง พัฒนาขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์ ตามช่วงเวลาที่เขียน

- รูปเล่ม และคุณภาพการแปล ทำได้เหมาะสมกับราคา

ข้อเสีย และจุดด้อยของเรื่องสั้นเล่มที่สาม

- ตอนยิบย่อยหลายๆตอน สั้นมากเสียจน แทบจับประเด็นอะไรไม่ถูก

- ชื่อตอนบางตอน สปอยล์แก่นหลักของตัวเนื้อหาไปอย่างน่าเสียดาย

- คุณภาพงานแต่ละตอน มีการแกว่งขึ้นลง ทั้งภาพ และส่วนเนื้อเรื่อง

 

.

แด่ทางเลือกอันไม่เป็นที่สุด

แด่ฟุจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้...จับประเด็นได้ดีมากเลยครับ ตอนผมอ่าน ผมไม่ได้จับประเด็นของทั้งเล่มเลย

สำหรับผม เล่มนี้ก็ยังเป็นการ์ตูนที่ผมอ่านแล้วรู้สึกชอบและประทับใจครับ

เริ่มอยากอ่านเล่ม4ซะแล้วสิ ไม่รู้ว่าจะออกเมื่อไหร่

Hot!

#1 By SkyKiD on 2008-09-28 19:17

ยังไม่ซื้อเลยครับ ><!! ทำใจกับราคาไม่ได้ กะว่าสงสัยต้องซื้อเวลามันลดราคาซะแล้ว
ชอบตอนทางแยกมากopen-mounthed smile

#3 By wesong on 2008-09-28 20:58

ยังไม่ได้ซื้ออ่านซักเล่มเลยค่า
แบบว่า งบหมดไปเยอะ เลยต้องผลัดไปก่อน

ไว้ยามมีเงินจะซื้อมาอ่านมั่งละ อิๆdouble wink

#4 By aerith-chan on 2008-09-28 22:05

เป็นซีรี่ย์ที่ผมชอบมากเลยครับ ขนาดอ่านแค่เล่ม 1 นะ อ่านรอบแรกจะรู้สึกเฉยๆปนเสียดายเงินเล็กน้อย แต่พออ่านครบสามรอบ(สามจบคบไม่ได้?) รู้สึกเลยว่าอ.ฟูจิโมโตะสุดยอดที่สุดเลยครับ

เล่ม 1 มีตอนที่ชอบที่สุดคือ เมื่อคุณปู่จากไป และ ละครโรงเล็กผีน้อยคิวทาโร่ เป็น satire ที่แฝงนัยได้ลึกล้ำปนหดหู่จริงๆ

สองเล่มหลังยังไม่ได้ซื้อเลย เพราะมันแพงจริงๆ (ถึงจะรู้ว่าคุ้มค่าแต่เงินเดือนมันน้อยนี่นา TAT) มีโอกาสผมจะเก็บเป็นคอลเล็คชั่นแน่นอน

ปล. มีคนเอา scan มาให้ เชื่อหรือไม่นี่เป็นนักเขียน 1 เดียวเท่านั้นที่ชีวิตนี้ผมจะไม่อ่านของ pirate เด็ดขาด แด่ อ.ฟูจิโกะ F. ฟูจิโอะ ครับ

#5 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-09-28 23:07

อู้ห์...เล่มสามมาแล้วsad smile

รองานสัปดาห์ก็แล้วกัน - -" ราคายังขูดรีดไปหน่อยฮะ

#6 By on 2008-09-28 23:17

ผมชอบจุดจบของอัลตร้าซูเปอร์เดอลักส์แมนมาก ยิ่งกว่าจุดจบของคิระซะอีก มันเป็นการแพ้ภัยตัวเองล้วนๆ sad smile

เทพผู้คุ้มครองมิโดริ ก็เป็นอีกเรื่องที่สื่อถึุงแนวคิด "สมดุลธรรมชาติ" ได้อย่างน่าสนใจ และคงจะทำให้ใครหลายๆ คนหันมามองสิ่งแวดล้อมในฐานะกลไกที่มีชีวิต มากกว่าแค่แหล่งทรัพยากรเท่านั้นครับ

Hot!
อยากอ่าน... มาอาศัยอ่านที่แกละกัน เหอ ๆ ไม่มีทุนการศึกษา... sad smile

#8 By ~*LuCReZiA*~ on 2008-09-28 23:43

ไม่น่าเชื่อว่าคนเขียนการ์ตูนอย่าง 'โดเรมอน' จะเขียนการ์ตูนที่มีแก่นหลักเครียดแบบนี้ด้วย
แต่มันก็คงเป็นหนึ่งในช่วงอารมณ์ล่ะมั้ง?

ราคามหาโหด สงสัยได้แต่ยืนมองค่ะT__T

#9 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-09-29 10:31

ผมชอบและติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่เล่มที่ 1 แล้วครับ ชอบมากๆ
อ่านแล้ว ถึงอารมณ์ ถึงคำว่า คน ดีครับ แต่ว่าตอนนี้มาอยู่ที่ australia ประเทศเทศนี้เค้าไม่นิยมอ่านการ์ตูนกันนะสิครับ หาซื้อไม่ได้เลย คงต้องรอ เรียน จบ แล้วกลับไปอ่าน อีก ตั้ง 2 ปีแหน่ะ T_T

#10 By พัดโบก (203.213.107.48) on 2008-09-29 12:52

พึ่งอ่านจบเมื่อสักครู่เองครับ

เล่มนี้มีความหลากหลายกว่าที่ผ่านมาค่อนข้างมาก

แต่ผมว่าอ่านสบาย สนุกกว่า

มีหลายเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทันทีเมื่ออ่านจบ

บางเรื่องก็สะเทือนอารมณ์จนติดเข้ามาในห้วงความคิดอยู่เป็นพักๆ

นับว่าทำหน้าที่ได้ดีสมกับค่าของความเป็นงานศิลปะชิ้นเอก อีกชิ้นหนึ่ง

#11 By baul (124.121.246.87) on 2008-10-08 02:55