.

ไปเจอเอนทรี คู่มือเด็กมหาลัย ฉบับคนมีกึ๋น ของคุณ Nancy มานะครับ...ชอบใจคอนเซปต์ที่อยากให้น้องๆหนูๆได้เห็นภาพคร่าวๆของแต่ละคณะในมหาวิทยาลัยมากขึ้น ก็เลยขอยกมาทำด้วยคน

...ไม่เคยแม้แต่จะกล้าคิด ว่าตัวเอง"มีกึ๋น"ในอาชีพนี้...แต่อย่างน้อย ความเห็นจากคนที่ผ่านเส้นทางนั้นๆมาก่อน ก็น่าจะมีประโยชน์ต่อคนที่เดินตามหลังมา ไม่มากก็น้อย

ขอเชิญติดตาม....

- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?

คณะแพทยศาสตร์...ยังไม่ได้เลือกสาขา เพราะปกติแล้ว "การเรียนต่อเฉพาะทาง" ต้องเป็นหลังจาก เรียนจบ 6 ปี ได้แพทย์ศาสตร์บัณฑิต แล้วไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด เป็นเวลา 3 ปีเสียก่อน จึงจะกลับมาเรียนต่อสาขาที่ต้องการได้ (อายุรศาสตร์ / ศัลยศาสตร์ / กุมาร / สูติ-นรีเวช / จิตเวช / รังสี ฯลฯ แล้วแต่ความต้องการ และความสามารถ)

ช่วงเวลาในการใช้ทุน แปรผันได้มาก ตามทุนที่ขอ โรงพยาบาลที่ไปทำงาน และตำแหน่งที่เราไปทำงานใช้ทุน...บางคนอาจใช้เวลาอยู่ข้างนอกเพียงแค่ 1 ปี ก็กลับมาเรียนต่อเฉพาะทางเลย


- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?

เรียนทั้งสิ้น 6 ปี โดยหลักๆจะแบ่งเป็น เนื้อหาก่อนขึ้นเรียนชั้นคลินิก (Pre-clinic) กับเนื้อหาในชั้นคลินิก (Clinic) ...ช่วงปีแรกๆ (ไม่เกินปี 3 )ที่เรียนชั้น Pre clinic จะเน้นไปที่เนื้อหาความรู้ในห้องเลคเชอร์เป็นหลัก...ศึกษาร่างกายคนปกติ ร่างกายคนผิดปกติ โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ วิธีการวินิจฉัยโรค วิธีการรักษา วิธีการป้องกัน ฯลฯ

พอขึ้นชั้นคลินิก ( ปี4-6 ) ก็จะได้ไปทำงานบนตึกผู้ป่วยจริงๆ หมุนเวียนไปตามตึกแผนกต่างๆ ดังได้กล่าวมาแล้ว...ระยะเวลาที่อยู่ในแต่ละแผนก จะแตกต่างกันไปตามหลักสูตร และมหาวิทยาลัย...อาจอยู่สั้นๆเพียง 3 สัปดาห์ หรืออาจมากถึง 10 สัปดาห์ก็แล้วแต่

การเรียนในชั้นคลินิก จะเน้นการเอาความรู้ในหนังสือ มาใช้งานจริงๆ เราจะมีคนไข้ที่ต้องรับดูแล มีเวรที่ต้องคอยทำงานอยู่บนตึก ได้ร่วมคิด ร่วมพูดคุยกับพี่ๆ และอาจารย์แพทย์หลายๆท่าน


- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

หลักๆก็คือ รักษาอาการเจ็บป่วย ป้องกันโรค และให้ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน

- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ

ข้อเดียวเองหรอ....

สำคัญที่สุด ต้องมี"ใจรัก" ที่จะเดินเส้นทางสายนี้

ไม่ใช่แค่รักผู้อื่น รักคนไข้ ทุ่มเทเพื่อคนเจ็บป่วย...แต่ต้องรักตัวเองด้วย ต้องรู้ว่าเราชอบ และยอมรับเส้นทางนี้ได้จริงๆ

- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??

จงแน่ใจเสียก่อนว่า "รัก" และ "มีความสุข" กับงานบริการ ที่จะทำเพื่อคนอื่นจริงๆ

หากต้องการเพียงเงิน หรือชื่อเสียง...กล้าพูดได้เต็มปากว่า มีอีกหลายอาชีพในโลก ที่งานไม่หนัก มีชื่อเสียง และเงินดี ...มากกว่าแพทย์อยู่มากนัก จึงไม่คุ้มค่ากันแน่นอน หากจะปรารถนาสิ่งแอบแฝงอื่นใด

...เส้นทางสายนี้ โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นการอุทิศตนเพื่อผู้อื่น ต้องรัก เข้าใจความเจ็บปวด และปรารถนาที่จะให้คนอื่นพ้นทุกข์จริงๆ

เพื่อการนั้น "ความลำบากของตัวเอง" เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเอามาแลกกับหน้าที่นั้น

อาจต้องตื่นเป็น 10 - 20 ชั่วโมง ต่อวัน วิ่งไปมาไม่ได้แม้แต่จะนั่งพัก

อาจไม่ได้กินข้าว อาบน้ำ หรือพักเหนื่อยเป็นวันๆ

อาจต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคร้าย ที่มีอยู่มากมายบนตึก

อาจต้องเห็นคนไข้ที่ดูแลมากับมือเป็นเดือนๆ เสียชีวิตไปคามือตัวเอง

ฯลฯ

ไม่ว่าจะจบสุขหรือจบเศร้า...สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่จะได้รับมา คือคำขอบคุณจากผู้ป่วยและญาติ  รวมไปถึงความภูมิใจ ที่เราสามารถต่ออายุ และรอยยิ้มของคนรอบข้างได้ ด้วยน้ำมือของเราเอง

.....

.....งานที่ทำ ตั้งแต่เป็นนักศึกษา...ก็"หนัก" "เหนื่อย" "ท้อ" และ "กินเวลา" สมคำร่ำลือที่ได้ยินกันมา...หากรับได้ และยังยืนกรานจุดยืนตัวเอง...ก็ขอยินดีต้อนรับ น้องๆเพือนร่วมอาชีพในอนาคตครับ

 -----------------------------------------------

 

แถมท้าย เอนทรีเก๋ากึ๊ก ที่เคยเขียนเอาฮาๆ ปนสาระ กับการสอบของนักเรียนแพทย์

"เรียนหมอน่ะ เค้าสอบกันแบบนี้"

>> ตอนที่หนึ่ง <<

>> ตอนที่สอง <<

>> ตอนที่สาม <<

>> ตอนที่สี่ <<

 -----------------------------------------------

ขอส่ง Tag ต่อ ให้กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกท่าน ที่อยากให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์

เพื่อเยาวชนรุ่นหลังของเรา จะได้เดินในเส้นทางที่พวกเค้ารักจริงๆครับ

Tag เรียน......อย่างคนมีกึ๋น


กติกา:


1. copy กติกาของแท็กคนมีกึ๋นไปใส่ไว้ในเอ็นทรี่


2. ตั้งชื่อเอ็นทรี่เป็น "Tag เรียน....อย่างคนมีกึ๋น" <-- ใส่ชื่อคณะหรือเอกที่คุณเรียนลงไป


3. ตอบคำถาม 5 ข้อต่อไปนี้
- ตอนนี้กำลังเรียนคณะอะไร สาขาอะไรอยู่?
- สาขาที่เรียน เรียนยังไง เรียนอะไรบ้าง?
- สาขาที่เรียนเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?
- บอกเคล็ดลับการเรียนในสาขานี้อย่างคนมีกึ๋นมา 1 ข้อ
- อยากบอกน้องๆ ที่จะเลือกคณะนี้ว่า??


4. พิมพ์ชื่อ Tags ให้ไปอยู่ในหมวดหมู่ของคณะตัวเอง เช่น มนุษยศาสตร์ นิติศาสตร์ ฯลฯ
รวมถึงหมวดหมู่ Admission เพื่อให้น้องๆ ที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ได้เข้าไปเลือกอ่านได้ตามความสนใจ จากนั้นอย่าลืม.. ส่ง tag ต่อ

 

Comment

Comment:

Tweet

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์โครงการอบรมศัลยแพทย์ ณ ประเทศเกาหลีนะค่ะ

เนื่องจากทางบริษัท stmstyle บริษัทศัลยกรรมเกาหลี ร่วมกับโรงพยาบาลและสถาบันทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศเกาหลี ได้จัดตั้งโครงการอบรมศัลยแพทย์ ( ด้านศัลยกรรมตกแต่งและด้านผิวพรรณ ) ขึ้นมา เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคทางด้านศัลยกรรม สำหรับแพทย์ที่สนใจ

เลยขออนุญาตประชาสัมพันธ์ในบอร์ดนี้ เผื่อน้องๆหรือพี่ๆคนไหน ที่ตั้งใจจะเรียนด้านศัลยกรรมตกแต่งอยู่แล้ว จะสนใจ หรือช่วยกระจายข่าวอันนี้ให้นะค่ะ

ขอบคุณมากๆนะค่ะ

ปล. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-7147663 / 02-7147665
หรือดูข้อมูลได้ที่ http://www.stmstyle.com/doctor-academy.html

#65 By StmStyle MT on 2011-09-13 14:09

อืม ดีคับconfused smile

#64 By ดูหนัง (1.46.189.3) on 2010-10-06 22:48

สวัสดีค่ะ
ยินดีกับพี่ที่จบเป็นแพทย์แล้วนะคะ
เขียนได้ประทับใจมากเลย ขอจำไปใช้มั่งนะคะ
ตอนนี้หนูก้อเรียนแพทย์อยู่ปีสาม รู้สึกว่าเส้นทางยาวไกลจังเลย
แต่ล่ะขั้น แต่ละก้าวที่เดิน มันเหนื่อย หนัก เฮ้อออ
เห็นพี่ๆชั้นคลินิก้อรู้สึกทึ่ในความรับผิดชอบ โอ้ว เรามันช่างเป็นเด็กน้อย
แต่ก้อจะพยามๆๆๆค่า
'อดทนเพื่อผู้คนที่รอคอย'big smile
ขอบคุณมากค่ะที่เอาสิ่งดีๆมาแบ่งปัน นับถือๆๆๆๆHot!

#63 By pangiekosan on 2010-07-07 21:37

เป็นเอนทรี่ที่ดีนะนี่ ว่าแล้วก็รับแทคไปทำมั่งดีกว่า

#47 By jackky on 2009-08-09 21:01

surprised smile

คะแนนหนูน้อยมาก

เลือกได้แค่ พยาบาลกับเทคนิคการแพทย์

ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ


แต่ทางที่ดี
แนะนำหนูหน่อยว่าจะซิ่วดีไหม

หนูยังอยากเป็นแพทย์อยู่
แต่ความรู้น้อยอีก เฮ้อ!!!


ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#46 By inthebee on 2009-04-07 21:26

เรียนแบบไหนก้อเหมือนกัน

#45 By ศึกษาต่อออสเตรเลีย (58.9.245.95) on 2009-01-19 22:36

เรียนต่อต่างประเทศ

#44 By เรียนต่อต่างประเทศ (58.9.226.45) on 2009-01-17 19:55

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#43 By ✿Novpio✿ on 2008-10-29 09:31

ขอบคุณมากที่ให้คำแนะนำค่ะconfused smile

#42 By ✿Novpio✿ on 2008-10-29 09:29

แหมๆๆๆ เป็นhot postอีกแล้วนะจ๊ะ
เป็นกระทู้ how to be a hot postสินะ
อ่านคอมเม้นที่นี่แล้วชื่นใจจัง
ไปอ่านเรื่องที่ถกกันที่หมอบางกลุ่มประกาศไม่รักษา
คนไข้แล้วเศร้าใจจัง

#41 By mutsuki on 2008-10-12 15:41

ผมสอบแพทย์จุฬาปลายปีนี้ครับ

อยากทำให้ได้อะ

สมัคร 1057 คน เอา 70 คนเอง

ถ้าตั้งใจซะอย่างก็ทำได้ ว่ามั้ย

ถ้าผมทำได้จะเป็นคนแรกของโรงเรียน

ชีวิตผมเสียสละมาเกือบทั้งชีวิต แค่นี้จะทำอีกไม่ได้เหรอ

#40 By เจตพล (203.155.225.149) on 2008-10-09 00:54

Hot!

เป็นพี่แนะแนวที่ดีมากๆเลยค่ะ

Hot!

#39 By nero on 2008-10-05 22:21

สู้ๆต่อไปค่ะคุณหมอ cry

#38 By n'o-kanok on 2008-10-05 07:41

Acute Nostalgia เรียนอย่างมีกึ๋น (ต่อ)

* น้อง SAMMON...ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับผม

ถ้าอยากเข้าเรียนหมอ..ส่วนตัวคิดว่า "การเข้ามาเรียน" ยังไม่ยากเท่ากับ "การเรียนต่อไปจนจบ" ครับ จะต้องเจอบททดสอบชีวิตของเรา มากมายหลายด่านกันเลยทีเดียว

ผลสุดท้าย จะคุ้มค่ารึเปล่า? อันนี้ผมคงตอบแทนใครไม่ได้...แต่ถ้าน้องมั่นใจ และต้องการจริงๆ ก็ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จดังหวังครับ มีปัญหาอะไร ยินดีให้คำปรึกษาน่อ

* DDPคุง...เพื่อนๆผมหลายคนก็กลัวเลือดมากๆเหมือนกัน ขนาดเห็นมาหลายต่อหลายปีแล้วนะนั่น confused smile...บางคน แค่บริจาคเลือด ยังแทบลมจับเลยล่ะ

จุดอ่อนนี่ ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็มีกันหมดเลยล่ะเนอะ หุหุ

*คุณliamm ...แหม่ ทำ tag เป็นข้อมูลให้น้องๆหนูๆ อ่านประกอบการตัดสินใจก็ได้นะครับ

*เอริธจัง...ผมเอง มีปัญหาเรื่องนอนไม่พอเหมือนกัน พยายามแบ่งเวลาช่วงเย็นๆมานอนเพิ่มแล้ว...แต่ยังไงก็ไม่พออยู่ดีแฮะ ^^"

ว่าแต่...สนใจรับแทกร้อนๆ ไปทำเพิ่มมั๊ยครับ question

*คุณตุ้มเป๊ะ...ด้วยความยินดีครับ big smile

*คุณ nudee...เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจจริงๆครับ ตัวผมเอง ก็ชื่นชมคนที่สามารถเติบโตได้ จากบทเรียนในอดีตเช่นกัน

ในอนาคต ผมก็อยากเป็นให้ได้อย่างหมอท่านนี้เหมือนกัน surprised smile

*คุณ Jenova...ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ เป็นจุดสำคัญมากที่สุดจุดหนึ่ง ในชีวิตของคนเราเลยนะครับ

ค่อยๆคิด ค่อยๆเลือก หาเส้นทางที่ตัวเราจะมีความสุขกับมันให้มากที่สุด อย่าลืมว่า เราต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต และไม่มีใครอื่น มาร่วมเผชิญด้วย...

ทำตามหัวใจของตัวเอง และยิ้มรับกับผลลัพธ์ที่ตัวเองตั้งใจเลือกมาแล้วเถอะนะครับ...มีปัญหาอะไรเพิ่มเติม ยินดีให้คำปรึกษาครับ

*คุณชาเขียว addict...ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลจ้า ฮิ้วววววววว confused smile

*พี่ แรงใจไฟฝัน...เป็นคำแนะนำที่มีคุณค่า และเป็นจริงอย่างทีสุดครับ

ผมเองก็ได้รับคำสั่งสอนมาหลายต่อหลายครั้งว่า ให้เอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าทำในสิ่งที่"เราเองไม่ชอบ" หรือ"ไม่เข้าใจ" กับคนไข้ตรงหน้า....ให้ปฎิบัติกับทุกคน อย่างเท่าเทียม และทุ่มเทที่สุด เหมือนกับกำลังรักษาคนในครอบครัว

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเตือนสติ และสัญญาว่า จะพยายามเติบโตเป็นหมอที่ดี อย่างสุดความสามารถครับ surprised smile

*คุณลูกคนโต...ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ...อาชีพนี้ ยอมรับว่าเครียดและกดดันมากพอดู แต่เชื่อมั๊ยว่า แค่คำพูดเล็กๆน้อยๆ หรือรอยยิ้มนิดๆหน่อยๆ ที่ได้รับจากคนอื่น...ก็ทำให้มีแรงฮึดสู้ขึ้นมาอีกมากโขเลยครับ confused smile

*คุณซิสซี่ ดิ๊สซี่ ...คนเราแต่ละคน มีเส้นทางที่ไม่เหมือนกัน แต่ต่างก็มี"โอกาส" ที่จะสร้างความสุขให้ตัวเอง และทำประโยชน์ให้กับคนรอบข้างได้ไม่ต่างกันครับ

ขอให้แฮปปี้กับเส้นทางที่ตัวเองเลือก และยิ้มกับมันได้นะครับ

*คุณสโนไวท์กับเจ้าชายทั้งหก ...ทุกวันนี้ ก็ทั้งอด และทั้งทนอยู่มากเหมือนกันครับ อย่างน้อยก็อยากเป็นหมอที่รักษาคนไข้ได้ อย่างสุดความสามารถเช่นกัน open-mounthed smile

*คุณ zheanarzhean...ความรู้สึกที่ได้"ช่วย"ใครซักคนตรงหน้า...ไม่ว่าเราจะเป็นใคร หรือทำอาชีพไหนๆ ก็คงจะเกิดความรู้สึกตื้นตัน และประทับใจไม่ต่างกันครับ

ข้อดีอย่างนึงของหมอ ที่ได้เปรียบกว่าอาชีพอื่นๆหน่อย ก็คงอยู่ที่ มี"โอกาส"ช่วยคนได้มากกว่าล่ะมั๊งครับ big smile ....แต่โอกาสทำบาป ก็ไม่น้อยเหมือนกัน แหะๆ

ส่วนประเด็นเรื่องการฟ้องร้อง...อันนี้ก็เป็นความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆในบ้านเราจริงๆครับ....ผมเอง ยิ่งฟังก็ยิ่งหมดแรง...อยากให้คนทั่วไปเข้าใจแค่ว่า คนเป็นหมอเอง ก็อยากช่วยเหลือ และทำให้คนไข้ปลอดภัย ไม่ต่างกันแน่นอน

*คุณkoyubi...เห็นภาพ และเข้าใจปัญหาครับ

แม้ผมเอง ตอนนี้จะเรียนหมอ แต่ก็เคยเป็นคนไข้มาก่อนเช่นกัน ได้พบเจอหมอหลายๆท่าน ที่มีพฤติกรรมไม่น่าเคารพ และไม่อยากจะฝากชีวิตไว้

...แต่อย่างน้อยที่สุด ตัวผมเอง และคนรอบข้าง ก็กำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะเป็นหมอที่มีคุณภาพ และทุ่มเทเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริงครับ surprised smile

*คุณ Pleng...ขอให้เชื่อมั่นในความสามารถ และการตัดสินใจของตัวเองครับ ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว จะเลือกก้าวไปในเส้นทางไหนก็ตามที

หากมีข้อสงสัยอะไร ยินดีให้คำปรึกษาเพิ่มเติมเสมอครับ

* นายลมสูง...เห็นด้วยกับที่พูดนะ...มาจะถึงตอนนี้แล้ว...อาจจะน่าอายนิดๆ แต่ก็คิดว่า ตัวเองพูดได้แล้วเหมือนกันว่า ดีใจที่ได้เลือกเรียนหมอ...

เหมาะกับตัวเองหรือไม่? คงเป็นคำถามที่ไม่มีความสำคัญเสียแล้ว เพราะอย่างน้อย ตอนนี้พวกเราก็มีความสุขไปกับมัน และต้องการจะนำสิ่งที่ได้รับ ไปทำประโยชน์ให้คนอื่นอย่างแท้จริง big smile

จะรออ่าน Tag นะ open-mounthed smile

#37 By Zieghart on 2008-10-04 02:27

Acute Nostalgia...Tag เรียนอย่างมีกึ๋น

*คุณดอง,โด่ง...เศร้าเหมือนกัน แต่เป็นเรื่องจริงครับ T_T อยู่ๆไปจะเริ่มชิน และปรับตัวได้...มากขึ้นหน่อย

*คุณ iDoi*...ผมชอบ tag นี้มากนะ รู้สึกสร้างสรรค์ และมีประโยชน์จริงๆ...ผมผ่านช่วง"ต้องเลือก"อะไรแบบนี้มานานแล้ว แต่ไปตามอ่านชีวิตการเรียนของคนอื่นๆ ก็สนุกไปอีกแบบครับ big smile

*คุณ +Ayame+...ดีใจกับน้องเมย์ด้วยนะครับ ที่ยังแน่วแน่ และมั่นใจกับเส้นทางของตัวเองมากขนาดนี้

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของอาชีพนี้ คือการได้อุทิศตนเพื่อคนอื่นจริงๆจังๆ ถ้าต้องการเช่นนั้น ก็ขอให้มุ่งมั่นเดิมเข้ามาอย่างภาคภูมิใจนะครับ มีปัญหาอะไร ยินดีให้คำปรึกษาจ้า

*คุณ ความรักสร้างฉัน...ยินดีที่ได้พบกันอีก ด้วยความห่วงใย question

*คุณกวีเทราสเฟียร์ เอล เซราฟีเตอร์...ตัวผมเอง แม้ตอนนั้น จะไม่ได้เข้าหมอเพราะใจรัก แต่ตอนนี้ กล้าพูดได้ว่า อยู่ด้วยใจรักได้แล้วจริงๆครับ ^^

จะอาชีพอะไรก็แล้วแต่ ความรู้สึกของตัวเราเอง เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเลย ที่จะผลักให้ก้าวไปข้างหน้าได้...ผมเชื่อแบบนี้นะ double wink

*พี่วลาดิมีร์...คนเรียนหลายคณะก็คงมีปัญหาในแบบของเค้าสินะ question

ตอบ ems ไปใน PM เวป all-final แล้วนะครับ ไปอ่านได้ตามสะดวก

*นู๋ลูค...เข้าไปอ่านแล้วน่อ ^^//

*พี่เส่ง...หัวใจของสายอาชีพ ในอุดมคติครับ ^^ พยายามจะทำให้ได้ตามคำกล่าวอ้างเหมือนกัน surprised smile

*คุณ Zensukae...ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลจ้า

*SkyKiD คุง...ขอบคุณสำหรับคำชมครับ แต่ผมว่า อาชีพไหนๆ ก็ต้องทุ่มเทแรงกาย แรงใจมากสุดๆเหมือนกันนะ confused smile แค่ให้จบก็ยากแล้ว จบแล้วทำงานยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แหะๆ

* Shuu คุง...ที่ว่าหมอตังเยอะ...จริงๆก็ไม่ผิดเนอะ แต่มันจะเป็นแบบว่า "ได้เงิน" ตาม "งานที่ทำลงไป" ซะมาก...เรียกได้ว่า ทุ่มเททำงานมากๆ ก็ได้เงินไปตามนั้น...ไอ้พวกหลักเท่ห์ๆอย่าง "อยู่เฉยๆอย่างฉลาดๆ ปล่อยให้เงินทำงาน" อะไรต่างๆ คงใช้กับอาชีพอย่างหมอไม่ได้แหล่ะ question

อ้อ อีกข้อที่สำคัญ ...มันตังเยอะ เพราะไม่มีเวลาจะใช้น่ะสิ 555

ส่วนเรื่องฟ้อง....ขอโนคอมเมนท์ละกัน พูดไปแล้ว ไมเกรนจะขึ้น T_T

*คุณ หมูทอดซามะ ...ประสบการณ์ตรง ไม่ต้องใช้สตันท์แมน และไม่มีสลิงครับ question

*คุณ Liebestraum...โอ้ พี่ชายเป็นหมอศัลย์ เก่งมากเลยนะครับ ยิ่งด้านหัวใจนี่...อันดับต้นๆของศิริราชเลยล่ะ

มีคำที่ผมชอบพูดกับคนอื่นๆอยู่บ่อยๆเหมือนกัน คือว่า...ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ ก็สามารถช่วยเหลือผู้คน และทำประโยชน์ให้สังคมได้ ไม่ทางใดก็ทางนึง

ดนตรีของคุณ Liebestraum เอง ก็น่าจะสร้างรอยยิ้มให้กับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดีเช่นกันครับ double wink

*คุณShuriken...confused smile

*ทราย akari...ลองเรียนๆเล่นๆ ดูๆลาดเลาไปก่อนซักพักก็ได้นะครับ อาจจะเจอเส้นทางที่ถูกใจเราเข้าซักวัน

ก้าวแรกๆนี่ล่ะ ที่สำคัญเลย ติดกระดุมผิดไปเม็ดนึง ก็ทำรวนไปได้เยอะเลยล่ะ สู้ๆน่อsurprised smile

*อาเจ๊หนูน้อยหมวกแดง...ธ่อ เพื่อนๆเราก็มาเขียนกันตั้งเยอะแล้ว นึกว่าเจ๊จะเขียนด้วยคน...

ว่าแต่ มีอะไรอยาก"ขู่" คนอ่านมากขนาดนั้นเลยเรอะ !! sad smile

แต่เห็นด้วยนะว่า อยู่มานานๆ โดนล้างสมองไปเยอะแล้วจริงๆ 555

* คุณ HeDw!g...ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะครับ

แนะนำเป็นการส่วนตัวว่า "ไม่จำเป็นเลย" ที่จะต้องทำตามความเห็นของคนอื่นครับ อาจฟังเป็นแนวทางได้ แต่คนสุดท้ายที่จะเลือก และรับผิดชอบอนาคตของเราได้ ก็เป็นตัวเราเองนี่ล่ะ

ถ้าคิดว่า เรามีใจรัก และต้องการเส้นทางนั้นๆจริงๆ ก็เลือกไปอย่างมั่นใจเถอะครับ big smile มีปัญหาอะไร ยินดีให้คำปรึกษาจ้า

#36 By Zieghart on 2008-10-04 01:56

สุดยอด ๆ

เราเองตอนเข้ามาเรียนตอนแรกจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้จักตัวเองและก็ไม่ได้เข้าใจวิชาแพทย์มากพอที่จะบอกว่าตัวเราเหมาะสมกับเส้นทางสายนี้หรือไม่หรอกนะ

แต่พอตอนนี้...ถ้ามีครื่องไทม์แมชชีนให้ย้อนกลับไปก็คงไม่ย้อนกลับไปแล้วล่ะ

เพราะเราหลงใหลกับมันแล้วล่ะ...

เส้นทางที่แม้จะขรุขระบ้าง มีขึ้นเนิน ลงห้วยบ้าง

แต่ข้างทางก็มีความอบอุ่นของเพื่อน ๆ ความรักความเอ็นดูของอาจารย์ ที่สำคัญ, รอยยิ้มของคนที่เราได้ช่วยเหลือประดับเป็นวิวทิวทัศน์สวย ๆ ไปตลอดทาง

ดีใจที่เลือกเรียนหมอครับ
.
.
.
ขอรับแท็กไปด้วยละกันนะ

Hot! Hot!

#35 By Highwind on 2008-10-03 23:10

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆที่แฝงไว้ด้วยกำลังใจนะคะ
"จะเป็นหมอ" คำนี้ยังไม่เคยเลือนหาย
จะเดินทางตามฝันของตัวเองให้ได้ค่ะbig smile

#34 By Pleng on 2008-10-03 18:37

คนเป็นหมอถ้ารักษาเต็มที่แล้วผู้ป่วยเสีย
คิดว่าญาติไม่มีใครอยากฟ้องคะ

แต่ที่เห็นๆอยู่ว่าคนไข้แย่แล้ว
แต่หมอกินข้าวอยู่ รอกรอกชื่อแบบฟอร์ม รอจ่ายเงิน รอลงชื่อยินยอมบลาๆๆๆๆ จนคนไข้ขาดใจตายนี่สิคะ

เคยประสบมากับตัว ไม่รักที่จะรักษาชีวิตคน อย่าเลือกเรียนเลยนะคะ บาป

#33 By koyubi on 2008-10-03 12:57

เป็นเอนทรีที่อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ
ที่ทางบ้านเรามีคนเป็นหมอหลายคน เลยรู้เรื่องการฟ้องหมอ หรือปัญหาหลายๆอย่างของผู้ประกอบวิชาชีพแบบนี้
บางทีก็กลัวอาชีพหมอไปเลยค่ะ
ตอนเด็กๆเคยตั้งใจว่าจะเป็นหมอ แต่พอโตมาก็รู้สึกแปลกๆ เพราะเราเป็นคนไม่ค่อยชอบที่จะบริการคนอื่น เสียสละให้คนอื่นยาก
แต่เคยคิดอยู่ว่าถ้าเป็นหมอแล้วได้ช่วยชีวิตคนไว้ได้มันก็คงจะดีไม่น้อยใช่ไหมค่ะ เพราะสิ่งที่อยู่ในมือเรา คือชีวิตคนนี่นา
Hot!

#32 By : zheanarzhean : on 2008-10-02 19:06

เรียนได้นี่อดทนและเก่งมากๆ ค่ะ big smile
Hot!

เคยอยากเป็นหมอนะ


ตอนอนุบาล
แต่พอโตมาพบสภาพที่แท้จริงของสมอง
และความรับผิดชอบก็คิดว่า

คงไม่สามารถให้ใครมาฝากชีวิตได้
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ


กึ๋นไม่ถึง T___T

#30 By ...... on 2008-10-02 17:37

เป็นกำลังให้คุณหมอค่ะ
ถึงจะเหนื่อยแต่คุณหมอก็ยังยิ้มได้ สู้สู้นะคะbig smile Hot!

#29 By ลูกคนโตเอง on 2008-10-02 17:14

แวะมาเพิ่มเติมความเห็นของคนที่ผ่านเส้นทางนี้มาเกือบยี่สิบปีแล้ว .. และยังต้องเดินต่อไปอีก

อยากให้ใส่ใจวิชาคน โดยเฉพาะการสื่อสารกับคนเดินดินที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ ไว้ให้มากๆ

ในยามเรียน คนที่ความรู้ดี จำได้เยอะ เข้าใจเยอะ ร่ายตำราออกมาได้เยอะ มักจะดูดีที่สุด

ในยามจบแล้ว สิ่งที่คนไข้ต้องการไม่ใช่หมอที่ความรู้เยอะที่สุดแต่พูดด้วยไม่รู้เรื่อง

หมอที่คนไข้รัก มักเป็นหมอที่อธิบายเรื่องราวการเจ็บป่วยของเขาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และรับรู้ได้ถึงความใส่ใจและเห็นใจเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเดือดร้อน

หมอที่ไม่ได้รักษาแต่โรค หากแต่รักษาคนไข้ทั้งคน ทั้งกายและใจ

ไม่ยากนัก ที่เราจะเกิดความรู้สึกเมตตาเห็นใจแม่ตัวดำๆผอมๆที่อุ้มลูกน้อยที่ป่วยหนักมารักษาด้วยน้ำตานองหน้า

มนุษย์ปกติธรรมดา ไม่ต้องเป็นหมอ ก็บังเกิดความรู้สึกเห็นใจและอยากช่วยเหลือได้

แต่ถ้าในทางกลับกัน ..

คนไข้ที่พูดจากระโชกโฮกฮาก หน้าบึ้ง คาดหวังสูง พูดแกมสั่งว่าหมอต้องรักษาให้หายนะ ไม่หายโดนฟ้อง ..

คุณยังสามารถ .. เมตตา .. คนแบบนี้ได้หรือไม่

หากคิดจะเป็นหมอที่ดี ความเมตตาไม่ควรเลือกว่าจะมอบให้เพียงแค่คนที่เราคิดว่า "สมควรได้รับ"

หากแต่ต้องเสมอภาคกับทุกคน ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ ทุกสถานที่

ลองคิดดูให้ดี .. ก่อนจะเลือกเดินบนเส้นทางนี้

เพราะสักวัน .. คนแบบนี้จะโคจรมาบนเส้นทางการทำงานของหมอแน่นอนครับ

big smile Hot!

#28 By แรงใจไฟฝัน on 2008-10-02 16:20

Hot! Hot! Hot!

ฮิ้ววววววววว

#27 By ชาเขียวaddict on 2008-10-02 15:31

เราเรียนสายวิทย์ค่ะ ที่บ้านก็เชียร์ให้เรียนหมอ แต่โดยส่วนตัวแล้วเราไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเรียนคณะนี้ได้ไหม

เพราะแค่'ใจรัก'บางทีก็ไม่พอ 'กึ๋น'ก็ต้องให้ด้วย

เราเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอยากเข้าคณะแพทย์ แต่ไม่รู้ใจตัวเองว่า'รัก'อาชีพนี้จริงๆหรือไม่ บางครั้งในบางเวลาเห็นชีวิตของหมอที่แทบไม่มีเวลาพักผ่อน ตอนเป็นนิสิตเรียนหนักไม่มีเวลามาเที่ยวเล่น สอบก็เครียดมากขนาดนั้นแล้วไม่อยากให้ชีวิตตัวเองต้องเป็นแบบนั้น

เราคิดว่าตัวเองยังรักสบายอยู่มาก ยังไม่อยากเสียสละอะไรเพื่อคนอื่นจริงๆจังๆ อยากรับผิดชอบตัวเองให้ได้ก่อนที่จะทำเพื่อคนอื่น ไม่อยากเอาคำพูดสวยหรูที่เพื่อนบางคนของเราชอบพูดกันว่ารักอาชีพนี้และอยากจะเรียนทั้งๆที่ความจริงไม่ได้คิดเช่นนั้น

อยู่ในช่วงค้นหาตัวเองค่ะ เราอาจไม่เหมาะกับอาชีพนี้ก็ได้ แต่ก็อยากจะเป็นหมอที่ดีที่ช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วยใจจริงค่ะ confused smile

#26 By + Her highness*Jenova* + on 2008-10-02 15:23

เคยประทับใจกับคุณหมอท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลรามาธิบดีค่ะ..ตอนที่ตั้งครรภ์ตอนอายุครรภ์ได้ 18 สัปดาห์แล้วต้องไปถูกเจาะสายสะดือของลูกที่อยู่ในท้องเพื่อตรวจโรคธารัสซีเมีย..ผลออกมาคือ..พอวันรุ่งขึ้นลูกเสียชีวิตในท้อง..คุณหมอมาหาที่เตียง..มาจับมือแล้วบอกว่า " หมอไม่ทิ้งคุณนะหมอเป็นกำลังใจให้.แล้วอย่าโทษตัวเองนะ..คุณหมอเป็นคนเจาะเองยังไม่โทษตัวเองเลย..เพราะคุณหมอตั้งใจทำอย่างดีที่สุดทำเต็มความสามารถ..คุณแม่ก็ตั้งใจดีที่สุดเหมือนกันอย่าเศร้ากับเหตุการณ์ที่ผ่านมา..เอาอดีตมาเป็นประสบการณ์เพื่อแก้ไขวันนี้และอนาคตจะเกิดขึ้นให้ดีทีสุด." รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ ค่ะกับกำลังใจที่คุณหมอท่านนี้surprised smile Hot!

#25 By nudee on 2008-10-02 13:13

จะเก็บให้น้องเมย์อ่าน big smile

#24 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-02 13:08

Tag นี้ดีมีประโยชน์มากเลยละคะ

แหม่ สงสัยถ้าเราเรียนหมออาจจะไม่รอด ... เพราะอดนอนเนี้ยแหล่ะopen-mounthed smile

#23 By aerith-chan on 2008-10-02 12:46

แก่เกินทำ tag นี่ไปแล้ว ^^เอิ๊ก

#22 By liamm on 2008-10-02 11:55

ย้อนนึกถึงตัวเองทันทีฮับ...

ไม่กล้าเป็นหมอเพราะกลัวเลือด เอิ๊กๆๆ
ดูเป็นคำตอบที่ไร้สาระจัง แต่เิกิดคุณหมอเห็นเลือดแล้วเป็นลมซะเอง คนไข้ก็คงใจแป้วไม่แพ้กัน

สู้ต่อไปฮับ confused smile

#21 By DDP on 2008-10-02 11:30

กำลังรอแทคแพทย์อยู่เลยค่ะ confused smile confused smile

คือว่าอยากเข้าแพทย์มากๆตอนนี้ เริ่มพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะเข้าให้ได้(ตอนนี้อยู่ม.ห้า)

อย่างที่พี่หมอว่าอ่ะนะ คนเป็นหมอต้องอึดจริงๆ หนักทั้งเรียนหนักทั้งทำงาน แต่เราว่าเราน่าจะสู้ได้ เพื่ออนาคตเป็นคุณหมอต้องสู้!!!

เอาดราก้อนบอลไปเป็นกำลังใจให้พี่หมอค่ะ Hot! Hot! Hot!

#20 By SAMMON on 2008-10-02 11:04

โอ้~
ดีจริงๆเลยค่ะ ^^;

ยังไม่แน่ใจตัวเองว่าจะเข้าแพทย์ได้มั้ย หรือว่าเราชอบคณะนี้จริงๆรึเปล่า แต่ที่แน่ๆคือคนที่บ้านก็ดันให้เข้าคณะนี้กันสุดๆ และตัวเองก็อยากเข้าอยู่แล้วด้วย
แต่มีหลายๆคนบอกมาว่ามันเหนื่อยนะ นอนน้อย ตัวเองก็ไม่ใช่สุุขภาพดี ขืนไปเรียนหมอ..ถึงใจรัก แต่สังขารไม่ให้แหงๆ ไม่รู้จะเรียนรักษาคนป่วยหรือเรียนให้คนอื่นมารักษาตัวเราก็ไม่รู้

เรียนสายวิทย์มาอ่ะค่ะ แต่โครงการที่เข้าอยู่ที่โรงเรียน เค้าดูเหมือนจะดันๆให้เข้าคณะวิทยาศาสตร์มากกว่า (ด้วยคำกล่าวที่ว่า ถ้าประเทศไทยเราพัฒนาบุคลากรทางด้านการวิจัยและวิทยาศาสตร์ เราก็สามารถพัฒนาประเทศได้ - -*)

ชั่งใจตัวเอง จะแอด 2553 นี่เอง..
เอาเข้าจริงยังไม่รุ้เลยว่าจะมีปัญญาเข้ามหาลัยได้รึเปล่า

รู้สึกว่าการเป็นหมอเนี่ย..ใช้อะไรหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่เรียนเก่งอย่างเดียว แต่ต้องเป็นด้วยใจจริงๆ ^^;

ขอให้ จขบ. สู้ๆค่ะ

^^;

#19 By HeDw!g on 2008-10-02 10:19

ไม่เอาหรอก
ไม่ tag ต่อหรอก
เดี๋ยวมันก้อคล้ายแก 555+
แต่อาจจะดูเวียร์กว่า เดี๋ยวหลอกเด็กมาเรียนไม่ได้

แต่ก็ดีนะ
มาอยู่ศิริราช ก็เข้าใจถึงความเป็นแพทย์มากขึ้น รักในอาชีพนี้มากขึ้น แบบว่าโดนล้างสมอง ..

" ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศ จะตกแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ "

#18 By LiTt|e`r3d`r|diNg`h0od on 2008-10-02 10:13

เขียนได้ดีค่ะ!!
แต่สำหรับเรา คณะทางสายวิทย์คงจะไม่เหมาะสินะ...(แล้วมาเรียนทำไมด้านนี่เนี่ย?)
เป็นแพทย์ ลำบากกว่าที่คิดไว้เยอะค่ะ เห็นมาหลายคนแล้ว เหอ ๆ
ขอให้ท่านสู้ตาย!!>O<

#17 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2008-10-02 10:09

open-mounthed smile

#16 By Shuriken on 2008-10-02 09:39

มีพี่ชายและน้องสาวเรียนหมอค่ะ พี่ชายจบศิริราช กำลังจะไปเรียนต่อศัลยกรรมหัวใจที่เยอรมัน เครื่องออกคืนนี้ละ น้องสาวยังอยู่ปีหนึ่งแพทย์ธรรมศาสตร์ ได้รู้เลยว่าเส้นทางอาชีพนี้เป็นชีวิตที่อุทิศตนเพื่อคนอื่น ดูแลสุขภาพคนอื่นแต่แทบไม่มีเวลาใส่ใจสุขภาพตัวเอง

ตั้งแต่เด็กคนรอบตัวชอบบอกว่า โตขึ้นต้องเป็นหมอแน่เลย (ขนาดตอนนี้เรียนดนตรีก็ยังไม่วายโดนล้อ) เลยค่อนข้างฝังใจว่า ฉันจะไม่เรียนหมอ เพิ่งมารู้ตอนโตว่าจริงๆ แล้วอาชีพนี้ทำประโยชน์ให้สังคมได้แค่ไหน ยิ่งตอนนี้รู้ว่าแพทย์ชนบทขาดแคลนอย่างหนักก็แอบเสียดายลึกๆ เหมือนกัน แต่มันก็คงไม่ใช่ทางของเราล่ะนะ

ก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอและว่าที่คุณหมอทุกคนค่ะ พยายามหาเวลาดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ

#15 By Liebestraum on 2008-10-02 09:32

โอ ความรู้สึกจากคนที่เรียนจริงๆนะเนี่ย เจ๋งๆ

#14 By หมูทอดซามะ on 2008-10-01 23:49

หมอเสียสละครับ ตังเยอะ แต่เหนื่อย - -' !!
เป้นอาชีพเดียวที่คนจ่ายตังยกมือไหว้ครับ :D Hot!

"อาจต้องเห็นคนไข้ที่ดูแลมากับมือเป็นเดือนๆ เสียชีวิตไปคามือตัวเอง "

อันสุดท้ายคือสิ่งที่ผมกลัวสุดครับ นอกจากตัวเองเสียใจ ไอ้ญาติคนตายเสือกจะฟ้องเราด้วยนี่สิ

#13 By Shuu Exteen on 2008-10-01 23:24

...เส้นทางสายนี้ โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นการอุทิศตนเพื่อผู้อื่น ต้องรัก เข้าใจความเจ็บปวด และปรารถนาที่จะให้คนอื่นพ้นทุกข์จริงๆ

อาชีพหมอเป็นอาชีพที่ต้องทุ่มเททั้งแรงกาย และ แรงใจจริงๆครับ นับถือสุดๆ big smile Hot!

#12 By SkyKiD on 2008-10-01 23:19

Hot! Hot!

#11 By eakusnez on 2008-10-01 23:14

Hot! Hot!

#10 By eakusnez on 2008-10-01 23:14

เส้นทางสายนี้ โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นการอุทิศตนเพื่อผู้อื่น ต้องรัก เข้าใจความเจ็บปวด และปรารถนาที่จะให้คนอื่นพ้นทุกข์จริงๆ


หัวใจคุณหมอเลยconfused smile

#9 By wesong on 2008-10-01 22:48

มาทำบ้างดิ...

หุหุ

#8 By ~*LuCReZiA*~ on 2008-10-01 22:13

เข้ามาช้อน tag ครับ ถึงช่วงนี้จะยุ่งหน่อย แต่เป็นแถกที่มีประโยชน์จริงๆ

จะเริ่มจากคณะไหนดีหว่า ^^;;

รออ่านได้ภายในอาทิตย์นี้ครับ surprised smile
เกือบได้เรียนครับ....
นับถือคนเรียนหมอด้วยใจรักมากๆครับ อาชีพของพระโพธิสัตว์โดยแท้

แต่เรียนยาก confused smile
คนเรียนหมอนี่สิ กึ๋นของจริง

#5 By StillGoing on 2008-10-01 21:35

ด้วยความยินดีครับ,มาหาหมอเพราะป่วยไข้ ไปหาเมียเพราะป่วยใจ :)

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile Hot!
เมย์เป็นคนหนึ่งคะที่ฝันอยากเป็นหมอ
ถ้าถามเมย์รับทุกอย่างได้ไหมที่พี่พูดมา
รับได้คะ^^
ถึงจะหนัก ถึงจะอดยังไง
อย่างน้อยก็คุ้มค่ากับชีวิตคนๆนึง
ความฝันเมย์ยังแน่วแน่จะเป็นหมอเหมือนเดิมคะ^^

#3 By +Ayame+ on 2008-10-01 21:26

ดีค่ะ เขียนกันเยอะๆเนอะ big smile Hot!

#2 By iDoi* on 2008-10-01 21:10

ขอสุดท้ายผมคิดแล้วเศร้าเลย..........

#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-10-01 20:58