.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

สามอาทิตย์แรกของเดือนธันวานี่ ตัวผมมาทำงานอยู่ที่จ.ราชบุรีครับ ชีวิตตอนนี้ออกแนวสบายๆ ไม่รีบร้อน และค่อนข้างแฮปปี้มากทีเดียว เช้าๆเดินดูคนไข้ สายๆอยู่ตึกผู้ป่วยนอก ห้องฉุกเฉิน ไม่ก็ไปออกตรวจที่สถานีอนามัย บ่ายๆก็ไปเยี่ยมบ้านคนไข้ในชุมชนที่มีปัญหา ดึกๆก็อยู่เวรถึงสองทุ่ม สามวันหน

งานไม่หนักมาก อากาศสบายดี อาหารไม่เลว เวลาว่างพอสมควร ได้นอนเพียงพอ และได้เล่นเนทเป็นประจำ...อูย...นรกตึกอายุรกรรมเมื่อเดือนที่แล้ว ราวกับเป็นความฝันเลยทีเดียว ^^" ...นี่ว่าจะพกเกมส์มาต่อเล่นแล้วเนี่ย

และทำงานในโรงพยาบาลมาตั้งนานปี...เพิ่งจะเคยได้นอนพักห้องผู้ป่วยพิเศษ ก็อีคราวนี้แหล่ะครับ ยังไงก็ขอแจ้งผู้ป่วยราชบุรีที่อยากได้ห้องพิเศษไว้เลยละกัน ว่าผมยึดห้องสุดท้ายไว้ใช้แล้ว วะฮ่าฮ่าฮ่า ว่ายังเหลือให้ใช้ได้อีกหลายห้องครับ

มาอยู่ที่นี่ ได้เคลียร์ไฟล์เก่าเก็บของตัวเอง เจอบทความเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้เยอะเลยครับ ก่อนหน้าที่จะมีบล็อกที่ exteen ซะอีก หลายอันเห็นแล้วเสียดาย ก็ขอเอามาปัดฝุ่น รีเมคใหม่ ลงบล็อกให้เป็นเรื่องเป็นราวไปซะเลย เช่นอันนี้เป็นต้น

อิงจากเวอร์ชันหนังสือการ์ตูนนะครับ อาจหลุดกระแสไปซักหน่อย แต่เชื่อว่า น่าจะมีเพื่อนๆอีกไม่น้อย อ่านเพลินๆ หรือนำไปใช้อ้างอิง ประกอบการตัดสินใจได้ครับ

--------------------------------------------------------------

 

20th century boys ถักจินตนาการ สานทับความเป็นจริง

เมื่อแรกเห็น...เอนโด เคนจิ เป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่เติบโตขึ้นมาอย่างพวกเราทุกๆคน มีวัยเด็ก มีพวกพ้อง มีความทรงจำดีๆ และมีความฝันที่ต้องการจะไปให้ถึง...

แต่อาจเพราะลักษณะเฉพาะ ซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเอง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งเลวร้ายต่างๆก็เป็นได้ ที่ทำให้ตัวเขาเหมือนดัง "ศูนย์กลาง"ของเพื่อนฝูงรอบข้างไปโดยปริยาย

เมื่อครั้งที่เป็นหนึ่งในแกนนำของกลุ่มเพื่อนสมัยเด็ก พวกเขาได้จินตนาการถึงอนาคตข้างหน้า เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ...เข้าสู่ช่วงเวลาที่เทคโนโลยีเจริญไปเกินกว่าที่เหล่าเด็กน้อยจะคาดถึง พวกเขาได้ร่วมกันวาดฝันถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆนานา ที่อาจถาโถมเข้ามาสู่โลกอนาคตนั้น ไม่ว่าจะเป็นไวรัสสังหารอันร้ายกาจ หุ่นยนตร์ตัวใหญ่มหึมา การต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาว การก่อการร้าย และกองซากศพของเหล่าผู้คน

...พวกเขาได้ตั้งปณิธานไว้แน่วแน่ว่า เมื่อเวลานั้นมาถึง ทุกๆคนจะกลับมารวมกัน ร่วมกันยืนหยัดเพื่อต่อสู้ ปกป้องโลกของพวกเขาไว้ให้จงได้ พร้อมกับสร้างสัญลักษณ์ประจำกลุ่ม ที่เป็นเหมือนศูนย์รวมของคำมั่นนั้นไว้อย่างภาคภูมิใจ

กาลเวลาผ่านไป เมื่อวัยเด็กถูกกลืนกินไปกับกระแสเวลา ความเป็นจริงก็มุ่งกลบภาพอดีตเหล่านั้นหายไปแทบหมดสิ้น เหล่าเพื่อนพ้องกระจัดกระจายแยกย้ายกันไปคนละทาง ต่างมีชีวิตของตัวเองในรูปแบบต่างๆกัน ได้เรียนรู้ถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิต และการเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริง ตัวเคนจิเองก็เลิกตามความฝันที่จะเป็นนักดนตรี และมาทำการค้าอยู่ที่บ้าน

...หากแต่เมื่อสัญญาณแห่งสหัสวรรษใหม่ก้าวเข้ามาถึง “ความฝัน”ในวัยเยาว์ ที่เคยลืมเลือนไป ก็ได้ถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง...ด้วยน้ำมือที่ไม่รู้จัก...ด้วยจุดประสงค์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เหตุการณ์ร้ายต่างๆ เหมือนดังที่พวกเขาเคยคิดกันเล่นๆเมื่อครั้งอดีต ได้เริ่มเกิดขึ้นมาในโลกแห่งความเป็นจริง ผสมผสานกับเหตุการณ์แปลกประหลาดหลากหลายรูปแบบ ทั้งการตายของเพื่อนเก่า...การฆาตกรรมต่อเนื่องของบุคคลสำคัญ...การเกิดขึ้นขององค์กรศาสนาลึกลับ... การหายตัวไปของพี่สาว ทิ้งไว้เพียงลูกที่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นพ่อ...ไวรัสเริ่มแพร่กระจายไปทั่ว ผู้คนล้มตาย ภัยพิบัติเริ่มถาโถมเข้ามา

ภายใต้เงามืดของชายลึกลับ ที่เรียกตัวเองว่า “เพื่อน” ผู้พลิกฟื้นสัญลักษณ์แห่งความยืดมั่น...สัญลักษณ์ที่พวกเขาเคยครอบครองไว้เมื่อครั้งเยาว์วัย ให้กลับมาอีกครา...พร้อมประกาศกร้าว ว่าโลกทั้งใบ กำลังจะก้าวไปสู่จุดจบ !!

เมื่อความฝัน เริ่มเคลื่อนซ้อนทับความเป็นจริง ...ก็ถึงเวลาแล้ว ที่เหล่าผู้คนที่มุ่งมั่น จะลุกขึ้นสู้ เพื่อโลกของพวกเรา !!

 

20th century boys (แก๊งนี้มีป่วน / มหาวิบัติ ดวงตาถล่มล้างโลก) เป็นการ์ตูนแนวดรามาสืบสวน ผลงานของนักเขียนชื่อดัง นาโอกิ อุราซาว่า (Monsters/Yawara/Happy/Pluto etc.) ซึ่งใช้เวลาในการเขียนยาวนานถึง 8 ปี รวมทั้งสิ้น 24 เล่มจบ

กระแสตอบรับตลอดเรื่องเป็นไปด้วยดี ด้วยการนำเสนอเรื่องราวที่ก้ำกึ่ง ระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการ ผ่านเรื่องราวหลายช่วงปี ตัดสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นจุดเด่นที่สำคัญของเรื่อง

กลยุทธการนำเสนอของเรื่อง มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอทฤษฎีสมคบคิด แผนซ้อนแผน และความวุ่นวายสับสนของฉากยุคปัจจุบัน มาเติมเต็ม และอธิบายให้ชัดเจนโดยฉากยุคอดีต ก่อนที่จะขมวดปม นำไปสู่บทสรุปของเรื่องที่ลงตัวและสมบูรณ์ ในฉากยุคอนาคต

"เพื่อน" บุคคลลึกลับที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากนั้น เป็นใครกัน ?

นี่เป็นคำถามแรกสุด ที่เชื่อว่าผู้อ่านทุกคน ต้องสงสัยอย่างพร้อมเพรียงกัน...แต่สไตล์การเดินเรื่องของนาโอกิ อุราซาว่า มักมุ่งเน้นไปที่การ "ต่อยอดคำถามใหม่" มากกว่าจะมานั่ง "คลี่คลายคำตอบเก่า" อย่างตรงไปตรงมา

จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่หลากหลายคำถาม จะถูกนำมาตั้งเป็น"โจทย์หลัก"ของเรื่องอย่างต่อเนื่อง ในระดับที่มากพอ จะดึงให้คนอ่านผ่านไคลแมกซ์ในแต่ละช่วงไปได้ และค่อยๆรวบรวมเศษเสี้ยวของเงื่อนงำต่างๆ มาประกอบเป็นคำตอบของคำถามเดิม ทีละเล็ก ทีละน้อย

...ทำไมเหตุการณ์นั้นถึงมีบทสรุปมาเป็นแบบนี้ได้? จริงๆแล้วตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมคนๆนั้นถึงยังไม่ตายไป? ทำไมคนๆนี้ถึงได้มายืนยิ่งใหญ่ในจุดนี้? ชะตากรรมของเด็กแห่งศตวรรษที่ 20 จะเป็นเช่นไร? ฯลฯ

กว่าที่จะเริ่มรู้สึกตัว พวกเราก็อาจได้รับคำตอบของปริศนาชิ้นเดิม และกำลังหอบหิ้วชิ้นส่วนของปริศนาใหม่ อยู่ท่ามกลางเขาวงกตของนาโอกิ อุราซาว่าเป็นที่เรียบร้อยเสียแล้ว...


ข้อดีข้อหนึ่งของวรรณกรรมที่เขียนต่อเนื่องยาวนานหลายปี นั่นคือทำให้ผู้อ่านได้ค่อยๆเติบโตขึ้นไปทีละน้อย พร้อมๆกับตัวเรื่องราว...มีหลายครั้ง ที่หากได้ย้อนกลับไปอ่านเนื้อหาเก่าๆ ก็กลับเห็นมุมมองใหม่ๆเพิ่มเติม ผ่านสายตาของตัวเราเอง ที่เติบโตขึ้น

ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อน "ตัวผม" เมื่อครั้งนั้น แม้จะทั้งอึ้ง และทึ่งกับผลงานชิ้นนี้ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ฉากน้อยใหญ่หลายๆฉากตามท้องเรื่อง ดู'น่าเหลือเชื่อ' และ'มีความเพ้อฝัน'มากเกินขอบเขตจะทำใจยอมรับ ว่าสามารถเกิดขึ้นได้จริง นอกกรอบของ 'เรื่องแต่ง'...

แต่เมื่อเวลาผ่านไป มุมมองก็กว้างขึ้น ประสบการณ์ก็สูงขึ้น และชีวิตก็ได้ผ่านความเป็นจริงต่างๆมามากขึ้น...จนเมื่อมองจากจุดนี้ ตัวผมเองก็ค่อยๆจะยอมรับขึ้นมาได้ทีละน้อย ว่าหลายๆเหตุการณ์ที่น่าขำ ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้นั้น...ไม่ได้อยู่ไกลเกินตัวเราไปเลย

ทั้งลัทธิล้างสมอง ที่ทำให้ผู้คนหลงใหลหัวปักหัวปำ

อุปาทานหมู่ ที่ทำให้คนสติดี คล้อยตามไปกับกระแสของคนหมู่มาก

ผู้นำซึ่งมีอำนาจเป็นเด็ดขาด และเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธา

บุคคลผู้เป็นหลักยึดเหนี่ยว ที่แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าหลอกลวง แต่ตัวเราก็ยังยึดมั่น

ความพยายามที่จะสร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จัก แม้จะนำมาซึ่งความสูญเสียของสังคม

ฯลฯ

เรื่องราวชวนหัวเราะเหล่านี้ เกิดขึ้นได้จริงในโลกของเรา ต่างสถานที่ ต่างช่วงเวลา...แต่ทุกครั้ง มันก็สร้างผลเสียเป็นวงกว้าง และล้วนส่งผลกระทบเกินกว่าจะจินตนาการได้ทั้งสิ้น

และเมื่อก้าวมาถึงจุดนี้ ตัวผมเองในฐานะผู้อ่าน ซึ่งได้เห็นอัจฉริยภาพของผู้เขียน ผ่านเหตุการณ์เหลือเชื่อต่างๆในโลกความเป็นจริงแล้ว...ก็อยากจะลองเชื่อในประเด็นสุดท้ายอีกประเด็นหนึ่ง...

ประเด็นที่กล่าวถึง"ความหวัง" และ "วีรบุรุษ" ผู้ปิดฉากโลกจินตนาการอันบ้าคลั่ง และใช้ปาฏิหาริย์ นำสันติสุขกลับมาสู่โลกความเป็นจริงได้อีกครา

หากมีคนเช่นนี้อยู่จริงๆ ในเวลาที่เหมาะสม ในสถานที่ที่เหมาะเจาะ...ไม่แน่ว่า โลกของเราก็จะน่าอยู่ และพวกเราก็สามารถมีความสุขได้ แม้ในสังคมที่เหลือเชื่อ เหนือจินตนาการใดๆ

.

รักโลกจินตนาการที่สร้างสรรค์

รักคนอ่านครับ


สรุปม้วนเดียวจบ

ข้อดี และจุดเด่น

- พลอตเรื่องที่น่าสนใจ ด้วยการจับเอาจินตนาการในวัยเยาว์ของกลุ่มเด็กน้อย มาทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น ด้วยจุดประสงค์ที่แปรเปลี่ยนไป


- การหยิบเอาเรื่องราวที่เหลือเชื่อ มาอยู่ในกรอบบรรยากาศสมจริง ทำให้เกิดเสน่ห์เฉพาะตัว

- กลยุทธ์การนำเสนอที่มีลูกล่อลูกชน ตัดสลับเหตุการณ์หลายสถานที่ หลายช่วงเวลา และนำมาผูกเชื่อมโยงกัน เพิ่มความน่าสนใจของเนื้อหา

- ชั้นเชิงในการถ่ายทอดฉากเหตุการณ์ และบทสนทนา ทำให้เนื้อหาที่ดูเรียบง่าย น่าดึงดูดมากขึ้น

- ประสบความสำเร็จในการสร้างภาพลักษณ์ของ"วีรบุรุษ"ผู้กอบกู้ปัญหา

- สารพัดมุขแอบแฝง (ผ่านทางเหตุการณ์ ของเล่น หนังสือ การ์ตูน เพลง และอื่นๆ) ทำให้คนอ่านที่มีอายุในระดับหนึ่ง รู้สึกหวนระลึกถึงวัยเด็ก

- คนเขียนทำการบ้านมาดี ถ่ายทอดสภาพสังคม และวัฒนธรรมในหลายๆประเทศได้สมจริง

ข้อด้อย และจุดที่อาจไม่ปลื้ม

- แม้จะวางตัวเรื่องไว้ในโทนออกสมจริง แต่หลายเหตุการณ์ดูหลุดกรอบ จนทำใจรับยาก ว่าจะเกิดขึ้นได้จริง

- บทสนทนากระชากอารมณ์หลายๆอัน ทำได้ดี แต่ไม่ได้มีผลต่อเนื้อเรื่อง และดูเท่ห์อย่างไม่เป็นธรรมชาติ

- การมุ่งแต่จะต่อยอดคำถามใหม่ๆ มากกว่าจะคลายคำตอบเก่าๆ ย่อมขัดใจคนอ่านหลายๆคน

- ชื่อภาษาไทยของหนังสือ ที่ฟังแล้วรู้สึกปวดขมับ บิดเบือนโทนของเรื่องไปคนละทาง

- ชื่อภาษาไทยของภาพยนตร์ ที่ฟังแล้วรู้สึกวิบัติ จนอยากไปร่วมถล่มล้างโลกอีกแรง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยังไมไ่ด้ดูหนัง เลยไม่วิจารณ์ส่วนของหนังดีกว่าฮับ

เรื่องนี้จำได้ว่าเป็นหนึ่งในการ์ตูนไม่กี่เรื่องที่อ่านแล้่ววางไม่ลง
เสียดายที่ข้าน้อยไม่ได้ซื้อเก็บไว้ การรอตามยืมอ่านทีละเล่มๆ ทำให้ลืมเลือนและเสียอรรถรสในการติดตามเรื่องราวไปเยอะเลยล่ะฮับ (มีจำชื่อตัวละครไม่ได้ด้วยฮับ 55+)

กำลังมองๆอยู่ แต่คาดว่า อาจจะไม่ได้ไปดูตัวหนังล่ะฮับ จัดการกับแลบให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า sad smile

#1 By DDP on 2008-12-04 18:42

เรื่องชื่อไทย เห็นด้วยทุกประการค่ะ
Hot!

ดูหนังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื้อเรื่องไปค่อนข้างเร็วถ้าเทียบกับการ์ตูนนะคะ
และเหตุการณ์ในหนังหลายๆอย่างก็ไม่ทำให้เราคล้อยตาม ทั้งๆที่ตอนอ่านเป็นการ์ตูนกลับรู้สึกเชื่อเป็นจริงเป็นจัง

แต่ก็ยังถือว่าเป็นหนังดีน่ะแหละค่ะ sad smile
(เรื่องนี้รอบที่เราไปดูคนไปดูเยอะมาก ทั้งๆที่ไปดูเรื่องอื่นในโรงเดียวกันนี่แทบจะยึดครองโรงหนังได้)
ยังไม่ได้ดูหนังค่ะ แต่ก็อ่านเรื่องนี้จนจบ
มีเนื้อเรื่องที่โดดเด่นและชวนให้ติดตาม และทำให้คิดตาม(บวกแอบขัดใจเป็นบางครั้ง=w=)ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้? บ่อย ๆ ครั้งเลยค่ะ
จำได้ว่าเคยเห็นผ่านตาตั้งแต่เด็ก ลองหยิบขึ้นมาอ่านด้วยความสนใจ ไป ๆ มา ๆ ก็ติดงอมแงมไปซะแล้ว
อ่านแล้วก็รู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่อง เหมือนโดนดึงดูดให้ออกจากหน้าหนังสือไม่ได้เลยค่ะ ฮะ ๆ
แต่ว่าตอนจบก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าใครคือ 'เพื่อน' (หรือว่าเราอ่านไม่ดีเองหว่า= =?)

ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง โลกนี้ก็คงแปลกประหลาดจนเกินคาดเดาแล้วล่ะค่ะ แต่ทุกวันนี้โลกนี้ก็ประหลาดอยู่แล้วนี่เนอะ?

ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ!!!Hot! Hot!

#3 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-12-04 19:08

ท่าทางจะไม่ได้ไปดูsad smile

#4 By wesong on 2008-12-04 19:30

อยากอ่านหนังสือก่อนดูหนัง
ยังไม่ได้อ่านเลยซักเล่ม ลองแวะไปดูร้านเช่าหน่อยดีกว่า
(จะขึ้น med แล้ว จะได้อ่านเร้อออออ....)

#5 By >>VaRioLa on 2008-12-04 20:26

ชอบข้อเสียสองข้อสุดท้ายจริงๆ (โดนใจ)
ส่วนเรามีข้อเสียอีกเรื่องคือ ....เนื้อเรื่องซับซ้อนหลอกคนดูหลายรอบจนลืมไปแล้วว่าใครคือเพื่อนตัวจริงหว่า (แป่ววว)sad smile

#6 By aerith-chan on 2008-12-04 20:34

ยังไม่ได้อ่าน ยังไม่ได้ดูเลย T[]T

น่าสนใจมาก เดี๋ยวคงต้องหามาอ่านแล้วconfused smile

#7 By † ゚A゚ k ! r a † on 2008-12-04 21:48

ใช่เลยครับ ชื่อภาษาไทย นี่ป่วนสุดสุดมากsad smile

#8 By นายหนอน on 2008-12-04 21:52

ผมว่าหลัง ๆ มันเริ่มไม่หนุกอะ ในการ์ตูน

#9 By IQ Detective on 2008-12-05 13:03

"..อาหารไม่เลว เวลาว่างพอสมควร ได้นอนเพียงพอ และได้เล่นเนทเป็นประจำ...
...เพิ่งจะเคยได้นอนพักห้องผู้ป่วยพิเศษ ก็อีคราวนี้แหล่ะครับ..."

^
^
^
อิจฉาว้อยยยย!!!

#10 By fontis on 2008-12-06 01:07

ปกติไม่ชอบดูหนังที่ทำจากการ์ตูน แต่สำหรับเรื่องนี้ ยอมรับว่าแค่คัดตัวนักแสดงก็ผ่านแล้วค่ะ

เราว่าจุดแข็งจุดนึงของเรื่องนี้ อยู่ที่ความสมจริง เล่นกับมิติเวลาได้เด็ดดวงสุด ๆ คนรุ่นเก่ามาอ่าน ก็อินด้วยเรื่องสมัยก่อน คนรุ่นใหม่มาอ่าน ก็ไม่รู้สึกแปลกแยก เพราะเขียนได้สมจริงมาก ให้บรรยากาศชีวิตของเด็ก ๆ ในยุคก่อน
อีกจุดที่ชอบคือมุมมองค่ะ คนเขียนเขียนตัวละครได้ไม่สับสนเลย ผู้ใหญ่ก็มีมุมมองอย่าง เด็กที่เกิดทีหลัง ไม่ได้ประสบกับเรื่องสมัยก่อนมาด้วย ก็จะมีมุมมองอีกอย่าง คือเห็นว่านักเขียนการ์ตูนหลายท่านที่เล่นมิติเวลายังไม่ชัดเจนตรงจุดนี้น่ะค่ะ
อ.นาโอกิเอาคำว่า สมจริง มาสร้างการ์ตูนได้อย่างดีทีเดียว

โดยเฉพาะธีมที่ว่าเรื่องใหญ่บางเรื่องก็มาจากเรื่องเด็ก ๆ นี่แหละ

สำหรับที่ว่าการต่อยอดคำถามใหม่ ๆ มากกว่าคลายคำตอบเก่า ๆ ...เราว่าเป็นวิธีเขียนของอ.อุราซาว่ามาตั้งแต่สมัยมอนสเตอร์เลย คือให้เงื่อนงำคนอ่านมาคิดหาคำตอบเองมากกว่าที่จะเฉลยตรง ๆ
อารมณ์เหมือนเป็นชีวิตจริง คือเวลาก็ไหลไปเรื่อย ๆ บางอย่างบางเรื่องก็มีคำตอบอยู่ในสิ่งละอันพันละน้อยในแต่ละวัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะพบหรือเปล่า
ซึ่งคำตอบนั้นก็ไม่ได้มีคู่มือเฉลยตายตัวเสียด้วยสิ sad smile


ว่าแล้วก็ รอแผ่นออกค่ะ surprised smile

#11 By แห-ม่ม (58.64.62.107) on 2008-12-06 04:51

ไปดูมาแล้วเหมือนกันค่ะ


เผอิญอ่านเรื่องมอนสเตอร์จากคนเขียนคนนี้แต่ไม่ได้อ่านเรื่อง20cen

พอเรื่องนี้ฉายก็เลยไม่พลาดที่จะลองไปชมเพราะเห็นเพื่อนบอกการ์ตูนเรื่องนี้สนุกมาก

เราว่าพากษ์ไทยอย่างฮา
confused smile

ส่วนเนื้อเรื่องดูได้เรื่อยๆ
เห็นด้วยกะข้อด้อยค่ะที่ดูเวอร์ๆไม่สมเหตุสมผลดูโดดๆไงไม่รู้

แต่ที่แน่ๆไม่พลาดภาค2แน่ค่ะbig smile

#12 By .-.Chill.-. on 2008-12-08 12:26

หึหึ

นอนห้องพิเศษ...

สภาพดีกว่าที่แกเคยไปมาก่อนนินา...

เราเข้าใจ...

((ไร้สาระน่ะ))

มีความสุขก็บวช.นะ แล้วกลับมาทำคลอด อึ๋ยส์!!!

#13 By ~*LuCReZiA*~ on 2008-12-12 16:45

คนที่ดูหนัง ควรจะไปหาการ์ตูนมาก่อนจะดีกว่านะ
- -++ เพราะขนาดอ่านการ์ตูนยังต้องเอาหลายๆเล่มมากางแล้วเปิดย้อนไปย้อนมาเลย 555

เรื่องนี้สนุกงับ
แต่คิดว่าเรื่องตอนจบออกจะยืด ด ออกมากไปหน่อย
ผิดคาดแฮะ ที่เพื่อนคนที่2คือ.... แต่คิดว่าหลายๆคนคงคิดเหมือนกันว่า ไอ่นี่มันเป็นไควะ 555 ออกอาการลืมเพื่อนจริงๆซะด้วยสิ..

ปล.เพื่อนno.2 เคยปรากฏชื่อมาแล้ว ตอนเล่ม1 ตรงแถวๆปลาคาร์ฟไง confused smile confused smile confused smile

#14 By บลา 11! on 2009-06-07 12:22