.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

รู้สึกผิดทุกครั้งที่จะต้องพูดซ้ำ...ครือเอนทรีนี้....เป็นตอนต่อของบทความซีรีย์ยาว ประจำบลอกของผมเอง ในชื่อ " 20 ปี กับไฟนอล แฟนตาซีในความทรงจำ" ที่เขียนถ่ายทอด สรุปเรื่อง บรรยายเนื้อหา และแสดงความคิดเห็นในหลากแง่มุม ของเกมส์ซีรีย์ดัง Final Fantasy ที่ผมติดตามมานาน

เขียนๆหยุดๆมาร่วมปีกว่าๆ จนตอนนี้ ไฟนอลอายุ 21 ขวบเป็นที่เรียบร้อยซะแล้วครับ เอ้า เฮ~~ \/

ยังไงก็แล้วแต่...ภาคที่ 8 ของบทความนี้ ก็เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ยาวมากติดอันดับโลกจริงๆ ใครตาลาย สามารถผ่านไปได้เลยครับ แต่ถ้าท่านไหนสนใจ เก็บไว้ค่อยๆย่อย ค่อยๆอ่านได้นะครับ ผมยังหากินกับเอนทรีเหล่านี้อีกนานทีเดียว แหะๆ ^^"

>>ลิงค์สารบัญบทความ<<

-----------------------------------------------------------------

Right and wrong are not what separate us and our enemies. It's our different standpoints, our perspectives that separate us. Both sides blame one another.

There's no good or bad side. Just two sides holding different views.

                                                                                  ~ Squall Leonhart ~

Final Fantasy VIII - The Intersection คำสัญญา แห่งช่วงเวลาอันเป็นนิรันดร์

Prologue

นับแต่อดีตกาล จวบจนถึงวันที่วิทยาการเจริญก้าวหน้าถึงขีดสุดนี้...น่าขำนัก ที่ผู้ซึ่งดำรงอยู่ในจุดสูงสุดเหนือสรรพชีวิต กลับมิใช่มนุษย์ผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ หากแต่เป็นเหล่าสตรีที่มีพลังพิเศษเหนือจินตนาการ ซึ่งถูกเรียกด้วยชื่อรวม ที่สะท้อนถึงความหวาดหวั่นว่า...เหล่า"แม่มด" (Sorceress) ผู้น่าพรั่นพรึง...

ก่อนหน้ายุคปัจจุบันไปเพียงเล็กน้อย ทั่วทั้งโลกกำลังระส่ำระสายไปด้วยหายนะที่เกิดจาก แม่มดอาเดล (Adel) ผู้ชั่วร้าย...ด้วยพลังเวทย์ที่ไม่มีผู้ใดเทียบเทียม และกองทัพที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งวิทยาศาสตร์แล้ว อาเดลสามารถปกครองผู้คนด้วยความหวาดกลัวมาเป็นระยะเวลาเนิ่นนาน

...หากแต่ว่า ด้วยธรรมชาติของผู้ที่เป็นแม่มดนั้น เมื่อถึงเวลาที่สมควร ก็จักต้องถ่ายทอด"พลัง"ของตนให้กับผู้สืบทอดที่เหมาะสม...ก่อนที่จะจบชีวิตของตนไปได้อย่างสงบสุข


จุดเริ่มต้นของเรื่องราว อยู่ที่วิกฤติการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของสาวน้อย เอลโอเน่ (Ellone) ผู้มีความสามารถในการ "ส่ง" สัมปชัญญะของผู้คน ให้ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาต่างๆในอดีตได้ ตามที่ต้องการ...ด้วยพลังพิเศษที่เหนือมนุษย์ทุกผู้นี่เอง ที่ทำให้เด็กหญิงตกเป็นเป้าสายตา ทั้งในฐานะตัวอย่างวิจัยชั้นเลิศ และในฐานะ ว่าที่"ตัวแทน" แม่มดคนถัดไป ต่อจากอาเดลนั่นเอง

...ในที่สุด สาวน้อยก็ถูกลักพาตัวไปสู่เงื้อมมือของแม่มด...ทำให้พ่อบุญธรรมของเธอ "ลากูน่า" (Laguna) ต้องจากภรรยาและลูกในท้อง ออกเดินทางกว่าครึ่งค่อนโลก เพื่อไล่ตามหาลูกสาวสุดที่รักของตนกลับคืนมา

ภารกิจไล่ตามสาวน้อยเอลโอเน่ จบลงด้วยดี...ลากูน่าประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำกองทัพปลดแอก ผนึกแม่มดอาเดลไว้ในยานแช่แข็ง และยิงทิ้งออกไปนอกอวกาศได้เป็นผลสำเร็จ...แต่เกียรติยศ และตำแหน่งผู้ปกครองที่เขาได้รับต่อมาจากแม่มดอาเดลนั้น...ทำให้เขาไม่สามารถที่จะปลีกตัวกลับบ้านเกิดพร้อมกับเอลโอเน่...จนไม่ได้แม้กระทั่งไปอยู่ดูใจ ยามที่ภรรยาเสียชีวิต และไม่ได้พบหน้าลูกชายแท้ๆ ตั้งแต่เมื่อครั้งแรกเกิด...

Shedding Tear

หลังจากสูญเสียแม่คนสำคัญไป เอลโอเน่ และน้องชาย ผู้ได้รับชื่อที่เข้มแข็งดุจสิงห์ว่า "สคอลล์ เลออนฮาร์ท" ( Squall Leonhart) ก็ระหกระเหินไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พร้อมๆกับเด็กน้อยวัยไล่เลี่ยกัน ที่ล้วนสูญเสียครอบครัวไปในสงครามแม่มดอันป่าเถื่อนนั้นเอง

แต่ฝันร้ายยังดำเนินต่อไป เมื่อการไล่ล่าเอลโอเน่เพื่อไปทดลองพลังพิเศษนั้น ยังไม่สิ้นสุด...อีเดีย เจ้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าผู้อ่อนโยน และเป็นอดีตผู้สืบทอดพลังแม่มด ได้เป็นห่วงความปลอดภัยของสาวน้อย จึงส่งตัวเอลโอเน่ไปหลบซ่อนยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากลางทะเล...และไม่ได้กลับมาพบหน้าน้องชายของเธอเลย นับแต่นั้นเป็นต้นมา

เด็กน้อยสคอลล์เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวและหวาดหวั่น...ตัวเขาซึ่งไม่เคยได้รับความรักจากผู้ให้กำเนิด เมื่อต้องสูญเสียพี่สาวคนสำคัญไป...ทางเลือกที่เหลืออยู่ ในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของเขา...จึงต้องเป็นการ"ปิดผนึก" อารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง ปฎิเสธที่จะสร้างสายสัมพันธ์กับใครหน้าไหน เพียงเพื่อตัวเองจะได้ไม่เจ็บปวดซ้ำสอง กับการแยกจากคนที่ตนเองรัก...

...และแล้ว รอยยิ้มที่เปื้อนหน้า และน้ำตาของสิงห์หนุ่ม ก็แห้งหายไป นับแต่นั้นเป็นต้นมา...

Tales from the Future

เรื่องราวบทที่สอง เริ่มต้นขึ้นเมื่อ "SeeD" ทหารรับจ้าง ผู้มีหน้าที่หลักในการสังหารแม่มด ได้เดินทางไล่ล่า แม่มดอัลติมีเซีย (Ultimecia) จากโลกอนาคต กลับมายังยุคปัจจุบัน เบื้องหน้าอิเดียและเด็กน้อยสคอลล์

...อิเดียตัดสินใจที่จะรับมอบพลังเฮือกสุดท้ายของแม่มดจากอัลติมีเซียมาไว้ที่ตนเอง เพื่อปกป้องเหล่าเด็กๆของเธอ...และได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของ SeeD เป็นครั้งแรก จากปากของเด็กหนุ่มจากโลกอนาคตนั่นเอง

อีเดียและสามี ตัดสินใจก่อตั้งโรงเรียนพิเศษ ภายใต้ชื่อ "Garden" ขึ้นมาตามคำแนะนำของชายหนุ่ม ด้วยการนำเหล่าเด็กกำพร้า มาบ่มเพาะเป็นกองกำลัง SeeD ในฐานะนักเรียนทหาร ที่รับจ้างปฏิบัติภารกิจเสี่ยงภัยต่างๆ และมีจุดหมายสูงสุดที่ซ่อนเร้น เป็นการ"กำจัด"แม่มดผู้ก่อกลียุค...กำจัดตัว "อีเดีย" ที่รอวันจะถูกควบคุมนั่นเอง !!

สิงห์หนุ่มผู้เย็นชา สคอลล์ ได้เติบโตมาในฐานะ SeeD ฝีมือเยี่ยม และได้มีโอกาสพบกับสาวน้อย รีนอร์ ฮาร์ททิลลี่ (Rinoa Heartilly) ผู้ว่าจ้างให้เขาไปร่วมกับกองกำลังปลดปล่อย เพื่อเผชิญหน้ากับ "แม่มดอีเดีย" ผู้ถูกครอบงำจากพลังของแม่มดอัลติมีเซีย แห่งโลกอนาคต

...อาจกล่าวได้ว่า แผนรับมือของอีเดียตั้งแต่เมื่อกาลก่อน ดำเนินไปด้วยดี...เหล่า SeeD ที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ถึงตัวตนที่แท้จริงของแม่มดผู้เคยเป็นแม่เลี้ยงของพวกเขา ได้สู้ห้ำหั่นกันจนไปถึงบทสรุป...แม่มดอีเดียถูกปลดปล่อยจากพลังด้านมืดในที่สุด...แต่พลังแม่มดนั้น กลับถูกถ่ายทอดต่อไปยังสาวน้อยรีนอร์ !!

ที่สุดของที่สุด แผนการณ์ของแม่มดแห่งโลกอนาคต อัลติมีเซีย ก็ได้กระจ่าง เบื้องหน้าคนทุกผู้...นั่นคือความปรารถนาซ่อนเร้น ที่จะใช้พลังในการส่งสัมปชัญญะของเอลโอเน่ เดินทางย้อนกลับไปครอบงำแม่มดต่างยุคต่างสมัย...เพื่อทำการ "บีบอัด" มิติแห่งห้วงเวลา ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ให้ควบเหลือเพียงยุคสมัยเดียว

...และ ณ จุดบรรจบ แห่งช่วงเวลาที่บีบอัดนั้น...สิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่ง ที่จะหลงเหลืออยู่ได้ ท่ามกลางซากปรักหักพังของกาลเวลา ก็คือเธอ...แม่มดผู้เป็นนิรันดร์ !!!

Behind the cover

Final Fantasy VIII - บทแห่ง "ช่วงบรรจบ" - นี้ นับเป็นอีกหนึ่งภาค ที่ปฏิวัตินิยามของไฟนอล แฟนตาซี ให้เปลี่ยนไปอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการปรับโทนของเรื่อง ให้มีความ"ร่วมสมัย"มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...เน้นการประยุกต์รวมกัน ระหว่างเทคโนโลยีสุดล้ำยุค กับสิ่งเพ้อฝันที่กรั่นกรองมาจากจินตนาการ

...แม้จะไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีการพยายามใส่ "อารยธรรม" ที่ล้ำสมัย หรือ "วิทยาการ" ไฮเทคจากโลกความเป็นจริงเข้าไปในตัวซีรีย์...แต่ไฟนอล แฟนตาซี 8 นี้ ก็นับเป็นภาคแรก ที่หยิบจับสิ่งเหล่านั้น มาสร้างเป็นธีมใหญ่โต จนถึงขั้นกลายเป็นโครงหลักของภาค...แน่นอนว่า แฟนๆจำนวนไม่น้อย ย่อมจะไม่พอใจเลย กับการที่ผู้สร้างได้กลบกลิ่นอายแห่งแฟนตาซี ด้วยบรรยากาศของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่รุนแรงเป็นพิเศษ...จะยานอวกาศก็ดี สถานีภาคพื้นดินสุดหรูก็ดี ลิฟต์แก้วเคลื่อนที่ความเร็วสูงก็ดี...และอื่นๆอีกมาก ที่ก่อเกิดกระแสต่อต้านในช่วงเวลาดังกล่าว

แต่หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง ก็คงกล่าวได้ว่า นี่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของภาค ที่กล้านำแนวคิด"ร่วมสมัย"เล็กๆน้อยๆ จากภาคก่อนหน้ามาสานต่อ ฉีกรูปแบบแห่งความเป็น"แฟนตาซีย้อนยุค" ที่ผู้เล่นติดตามาแสนนาน...ซึ่งก็น่าจะพูดได้เต็มปากว่า เป็นการเสี่ยงที่ได้ผลน่าพอใจทีเดียว...เพราะองค์ประกอบที่เห็นทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นผลลัพธ์ที่ได้กลั่นกรองมาอย่างพิถีพิถันแล้ว จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่ติดตาติดใจ ไม่มีใครเหมือน

...เช่นเมื่อพิจารณาจากยุคปัจจุบัน แนวคิดผสมผสานหลายๆอย่าง ก็ยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ดังเช่น เครื่องจักรเวทมนต์ที่สร้างขึ้น โดยเลียนแบบคลื่นสมองของผู้มีพลังพิเศษ / การผนึกแม่มดผู้ชั่วร้ายใส่โลงแช่แข็ง และยิงขึ้นไปปล่อยโคจรในอวกาศ หรือกระทั่งอาคารขนาดยักษ์สีดำมืด ที่ใช้ควบคุมปรากฏการณ์เรียกหาสัตว์ประหลาดจากดวงจันทร์ เป็นต้น

นอกจากธีมหลักของภาค ที่ให้อารมณ์ไซไฟแล้ว ประเด็นอื่นๆที่ก่อกระแสตอบรับที่รุนแรงก็ดังเช่น ความสัมพันธ์ของคู่พระนาง ที่หลายคนคิดว่า เน้นหลักในเรื่องของ"ความรัก" มากเสียจนออกนอกหน้า...ซึ่งในความเป็นจริง ประเด็นเรื่องความรักนั้น น่าจะเรียกว่า ไฟนอล แฟนตาซี 6 เมื่อครั้งก่อนนั้นมากกว่า ที่มีเรื่องราวความรักอยู่หลากหลายรูปแบบ และเน้นย้ำมากเสียจนเป็นประเด็นหลักของภาค

"ความรัก" ในไฟนอล แฟนตาซี 8 นี้ แม้จะดูราวกับเป็นประเด็นสำคัญ...แต่ก็มิได้ถูกให้ความสำคัญเสียเกินพอดี จนกลบแก่นหลักของเนื้อหาไปเลย...กลับกัน เรื่องราวความรักในเชิงหนุ่มสาวของตัวละครหลักนั้น อยู่ในระดับที่ลึกซึ้งพอเหมาะแล้ว ที่จะดึงตัวเนื้อหา และปัญหาปมทางจิตของตัวเอก ให้ไปสู่บทสรุปที่ลงตัว สมเหตุสมผลได้ ในตอนท้ายเรื่อง

...เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบ และบรรยากาศหลายๆอย่างแล้ว อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นอีกภาค ที่มีเสียงตอบรับจากผู้เล่น หรือผู้ชมที่เป็น'ผู้หญิง' มากที่สุดภาคหนึ่ง...อาจด้วยการออกแบบตัวละคร ที่เน้นหน้าตาหล่อเหลา ดูดีมีสไตล์ และการเขียนบทที่ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์ หรือหนังซีรีย์สัญชาติตะวันออกอย่างอดไม่ได้...

ทั้งเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของรุ่นพ่อแม่ เรื่องราวการสานต่อในรุ่นลูก ความสัมพันธ์เริ่มต้นแบบทะเลาะจิกกัดของคู่พระนาง รวมไปถึงเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างหนึ่งสาว และสองหนุ่มที่เป็นคู่รักคู่แค้นกันเรื่อยมา...สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ซึ่งแทบไม่เคยปรากฎในภาคก่อนๆเหล่านี้ จะมองว่ามันทำให้"อมยิ้ม" หรือ "คลื่นไส้" ก็ดี...อย่างน้อยผู้สร้างก็ประสบความสำเร็จ ในการสร้างบรรยากาศโรแมนติค ที่คนรุ่นใหม่คุ้นเคย เข้าถึงง่าย และขยายกลุ่มเป้าหมายไปได้อย่างที่ตั้งใจ

ตัวภาพลักษณ์ของเกมส์ ก็พัฒนาขึ้นจากภาคก่อนอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสัดส่วนของตัวละคร การเคลื่อนไหวที่สมจริง และฉาก Movie ที่สวยงามโดดเด่น...ทั้งฉากต่อสู้เปิดตัวเกมส์ ,ฉากงานเต้นรำของคู่พระนาง และฉากทุ่งดอกไม้ในตอนจบ ต่างล้วนเป็นภาพที่ติดตา และจดจำกันได้อย่างแม่นยำจนถึงทุกวันนี้

...และเหนือสิ่งอื่นใด นี่เป็นภาคแรกของซีรีย์ ที่มีเพลงประกอบคำร้อง Vocal song ออกมาในเกมส์อย่างเป็นทางการ...เพลงสำคัญจากท้องเรื่อง ที่สะท้อนความรู้สึกอบอุ่นและโหยหา ชวนให้ผู้เล่นระลึกถึงบทสรุปแห่งความรักที่ไม่สมหวัง...เพลง Eyes on me ที่โด่งดังนั่นเอง

มาว่ากันถึงระบบเกมส์ ที่อาจจะมีเพียงระบบการต่อสู้แบบช่วงชิงเวลา (Active Time Battle) เท่านั้น ที่ยังสืบต่อมา แต่สิ่งหลักๆที่เหลือ...ทั้งหน้าต่างเมนูสีฟ้าในตอนต่อสู้ เงินที่ได้จากการฆ่ามอนสเตอร์ อุปกรณ์เครื่องป้องกันที่หลากหลาย และการตั้งหน้าตั้งตาเก็บเลเวล...ทั้งหมดนั้น ล้วนพลิกโฉมไป แทนที่ด้วย ระบบเงินเดือน ที่จะเพิ่มขึ้นจากการปฏิบัติภารกิจและทำข้อสอบ / อาวุธใหม่ที่จะได้จากการรวบรวมวัตถุดิบมาตีอัพเกรดของเดิม / พัฒนาการของมอนสเตอร์ ที่จะเก่งขึ้นเรื่อยๆตามตัวเรา / การนำมนตร์อสูร มาเชื่อมต่อกับตัวละคร ให้ได้อบิลิตี้ใหม่ๆมาใช้...

และที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ ระบบการ Draw - "ดึง"เวทมนตร์จากตัวศัตรู มาสะสมไว้ร่าย หรือติดตั้งเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวละคร...ซึ่งเป็นระบบที่แฟนๆหลายคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า เป็นระบบที่ไม่เข้าท่ามากที่สุดระบบหนึ่งในประวัติศาสตร์ซีรีย์ไฟนอล แฟนตาซีกันเลยทีเดียว

เรื่องของอบิลิตี้ และท่าพิเศษในภาคนี้ มีการพัฒนาให้น่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการพยายามสร้าง Interaction - ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเกมส์กับผู้เล่นให้มากขึ้น เช่นการใช้ท่าไม้ตาย ที่ต้องกดปุ่ม ตามจังหวะ ขยี้ปุ่มรัวๆ กดสลอตแมชชีน หรือกดชุดคำสั่ง ในเวลาที่จำกัด รวมไปถึงการเรียนรู้อบิลีตี้จากการเดินไปมา อ่านหนังสือ หรือใช้ไอเทม เป็นต้น

Last page’s story – The Junction of Time

แม้จะมีผู้คนพยายามมาหลายต่อหลายครั้ง...แต่ รีนอร์ ฮาร์ทีลี่ กลับเป็นผู้หญิงคนแรกและคนเดียว ที่สามารถทำลายสายโซ่แห่งความทรงจำอันเปลี่ยวเหงาของชายหนุ่มจนสำเร็จ...สคอลล์รู้สึกถึงความปรารถนา และความรู้สึกอันรุนแรงที่เกิดขึ้นในใจเป็นครั้งแรก...เขาสัญญาจากหัวใจ ว่าจะกลับไปหาหญิงสาวคนสำคัญของตนให้จงได้

...ปฏิบัติการครั้งใหญ่ของเหล่า SeeD เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย...ทุกคนจัดการแม่มดอาเดลที่ถูกปลุกขึ้นมาได้สำเร็จ อัลติมีเซียไม่มีทางเลือกอื่น จึงต้องอาศัยร่างของรีนอร์เป็นภาชนะแห่งแม่มดยุคปัจจุบัน...เอลโอเน่ไม่รอช้า ส่งจิตของทั้งสองกลับไปยังร่างของแม่มดในยุคอดีต...อัลติมีเซียยิ้มร่า แผนการบีบอัดเวลาต่างยุคต่างสมัย...ประสบความสำเร็จแล้ว...

แต่ก่อนที่แม่มดร้ายจะทันรู้ตัว เอลโอเน่ตัดการเชื่อมต่อของสัมปชัญญะทั้งหมด...ดึงรีนอร์กลับยุคปัจจุบัน และลากอัลติมีเซียกลับไปยังโลกอนาคตได้สำเร็จ...สคอลล์เดินทางผ่านห้วงเวลาที่ถูกบีบอัดนั้น ไปปรากฏกายต่อหน้าแม่มดร้ายในยุคอนาคต...และกำจัดเธอลงได้ในที่สุด !

..............ภาพรอบข้างลางเลือน...ชายหนุ่มพลัดหลงกับผองเพื่อน ในมิติเวลาที่แสนสับสน...สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขา คือร่างบอบช้ำก่อนสิ้นลมของอัลติมีเซีย ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เขาคุ้นเคยเมื่อครั้งอดีต...พร้อมกับอีเดีย และตัวของเขาเอง ในวัยเยาว์

..ณ จุดบรรจบแห่งช่วงเวลาทั้งมวลนั่นเอง สิงห์หนุ่มเข้าใจได้ทันทีว่า หน้าที่ในยุคสมัยของเขา กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า และถึงเวลาแล้ว ที่เขาจะส่งไม้ต่อ บอกผ่านเรื่องราวทั้งมวล ให้กับ"ตัวตน" ของ"ตัวเอง" ที่กำลังไล่ตามมา จากห้วงอดีตที่ห่างไกล...

Closing Comment

กล่าวโดยสรุป...ภาคที่สอง ของไตรภาคที่สาม ในซีรีย์ไฟนอล แฟนตาซีนี้ เป็นอีกหนึ่งจุดบรรจบ ที่เชื่อมโยงองค์รวมทั้งหมด ของซีรีย์สมัยครั้งเก่าก่อน เข้ากับเส้นทางที่ตัวมันจะมุ่งหน้าต่อไปในอนาคต...เป็นการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ที่ย่อมเลี่ยงกระแสตอบรับที่รุนแรงไม่ได้...แต่หากมองย้อนกลับไปจากทุกวันนี้ ไฟนอล แฟนตาซี 8 นับว่าเป็นภาคสำคัญ ที่มีบทบาทต่อทิศทางของซีรีย์ในยุคต่อๆมา และช่วยขยายกลุ่มเป้าหมายของตัวเกมส์ ให้กว้างไกลขึ้นมาก จนถึงขั้นเป็นปรากฏการณ์เลยก็ว่าได้

โดยส่วนตัวแล้ว จุดที่ผมถูกใจมากของภาคนี้ ก็เป็นเรื่องของ"ตัวละครหลัก" สิงห์หนุ่มจอมเหงาผู้ประหยัดถ้อยคำ...นายสคอลล์ของเรา ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างซับซ้อน และเต็มไปด้วยปมทางจิตวิทยาที่สมจริงหลายๆขั้น

...ทุกครั้งที่เนื้อหาดำเนินไป พวกเราเหล่าคนเล่น จะค่อยๆเห็นพัฒนาการทางอารมณ์ของเจ้าหนุ่มทีละน้อย...ปมใหม่จะถูกเผยมาทีละนิด ปมเก่าจะถูกแก้ทีละหน่อย จนไปถึงบทสรุปสุดท้ายได้อย่างลงตัวพร้อมๆกับที่ตัวเกมส์สิ้นสุดลง...เหล่าผู้เล่นจะรู้สึกได้เลยว่า ชายหนุ่มหน้าบากคนนี้ เป็น "จุดศูนย์กลาง" ของปัญหารอบตัว...และเป็นกลจักรที่สำคัญที่สุด ของความขัดแย้งในตัวเรื่องอย่างแท้จริง

 

ส่วนเรื่องของการกำหนดธีมหลัก เป็นเรื่องของเทคโนโลยีผสมกับแฟนตาซีนั้น...ส่วนตัวผมเอง ไม่มีข้อค้านมากนัก กลับถูกใจความคิดที่หลากหลายเสียอีก ทั้งเรื่องการบีบอัดเวลาอดีตปัจจุบันอนาคตให้เป็นยุคเดียว / การส่งสัมปชัญญะของผู้คนให้ย้อนกลับไปในต่างยุคสมัย / ปรากฏการณ์ Lunar cry ที่สัตว์ประหลาดจากดวงจันทร์ จะเดินทางลงมายังโลกมนุษย์ เป็นสายราวกับน้ำตาที่หลั่งจากดวงจันทร์/ การปลดปล่อยหญิงสาวที่ถูกพลังครอบงำ ท่ามกลางห้วงอวกาศที่เวิ้งว้าง / การกำจัดแม่มดร้าย โดยผนึกใส่โลง ยิงทิ้งไปนอกผิวโลก ฯลฯ...ทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนเป็นส่วนผสมที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว จนต้องยิ้มชมออกมาว่า

...ถ้าไม่ใช่ไซไฟ-แฟนตาซี...คงทำไมได้แบบนี้เลยนะนี่...

.

แด่จุดบรรจบ ศุนย์รวมแห่งโชคชะตาที่ทาบทับกัน

.

--Trace Memory…Trace Fantasy--

To be continued…Final Fantasy IX – บรรเลงเพลงร้อง ท่วงทำนองผู้วายชนม์

 

----------------------------

ลิงค์บทความที่เกี่ยวข้อง

>>" Squall " - ความทรงจำดั่งพายุคลั่ง <<

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยะ.......ยาว

ยาวกว่าที่คิดจริงๆ...



งั้นผมคงต้องบอกสรุปอีกทีว่า...บทความไฟนอลนี้...


ไม่ใช่แฟน อ่านแทนไม่ได้ จริงๆครับ


confused smile

#1 By Zieghart on 2008-12-23 23:17

วิเคราะห์ได้โหดร้ายมาก sad smile ความพยายามสูงส่งจริงๆครับ

กับภาคนี้ ผมไม่เถียงเลยในความโดดเด่นและเอกลักษณ์ที่ฉีกแนวมาก ผมชอบคำที่ซิกใช้ว่า "เป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่า" เพราะมันทำให้ผมคนนึงล่ะ หันมาสนใจ FF เป็นครั้งแรก เพราะความเป็นแฟนตาซีจ๋าก็ไม่ใช่สเน่ห์ที่ดึงดูดนักเล่นทุกรูปแบบ จริงๆแล้วดึงดูดได้เพียงกลุ่มที่ชอบแบบนั้นๆเท่านั้นเอง

FF 8 จึงเหมือนประตูที่ต้องรับนักเล่นเกมให้หันมาสนใจเกมเอกของ square เป็นครั้งแรก ด้วยแรงดึงดูดของกราฟฟิก แล้วก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจากนั้นมาพวกเขาก็จะเริ่มชอบใจฝีมือ square จรติดตามภาคต่อๆไปโดยปริยาย
ออกจะเอาตัวเองเป็นหลักไปหน่อย แต่ลองสอบถามผู้ที่เริ่มเล่นภาค 8 ผมก็รับทราบมาว่าพวกเขาก็คิดแบบผมเหมือนกัน

จริงๆเรื่องความสัมพันธ์ตัวละครผมเข้าใจนะ และผมก็ไม่ปฏิเสธเลยว่า พระเอกอย่างสควอลเป็นอะไรที่ฉีกแนวมากๆ และสร้างแรงดึงดูดที่ดีต่อภาค 8 แน่นอนว่าพระเอกแบบนี้ต้องใช้นางเอกช่างรุกอย่างรินัวร์ช่วยจริงๆ หาไม่ท่อนไม้อย่างสควอลคงจะไม่ตอบสนองแน่ๆ (อย่าคิดลึก) แม้ว่าความช่างรุกของเธอมันจะงามหน้านักก็ตาม sad smile

แต่ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่คุณซิกบอกว่า ความรักผสานได้อย่างลงตัว เพราะผมว่าจริงๆแล้วมันมากเกินพอดีแฮะ... คำว่ามากเกินพอดีไม่ได้หมายความว่าทุกฉากหรือธีมหลักเป็นความรัก แต่มันเป็นความรักที่กระชากมิติตัวละครที่สมจริง กลายเป็นสื่อที่แบนราบเหมือนหนังเกาหลีไปเลย คือพระเอกกัดกับนางเอก นางเอกช่างเง้างอน ฯลฯ ผมว่า...มันไม่สมจริงน่ะครับ FF6 เน้นความรักแต่ก็ดูมีมิติของมนุษย์มากกว่า ตรงนี้แหละมั้งที่ผมคิดว่าทำให้ FF8 ดูเอียนๆยังไม่รู้ (แค่ความคิดเห็นส่วนตัว)

สำหรับผมแล้ว ภาคนี้ผมชอบเรื่องราวของลากูน่ามากที่สุด แน่ล่ะ พล็อตของลากูน่าก็เป็นแพทเทิร์นเหมือนกัน แต่อย่างน้อยๆ ลากูน่า เรน และจูเลีย (ใช่ไหมวะ?) ก็เป้นตัวละครที่มีมิติ มีความเป็นมนุษย์มากๆ อย่างลากูน่านี่ เรื่องราวของเขาแสดงถึงความไม่สมหวัง และการยอมรับโชคชะตาที่มันเดินไปแบบไม่สมดังใจ มันเป็นอะไรที่มนุษย์มากๆ อันนี้ผมชอบนะครับ อีกอย่างบุคลิกลากูน่าน่ารักกว่าสควอลด้วย (ฮา)

อื่นๆเคยได้ยินคนติงเรื่องระบบ GF Draw ฯลฯ ที่วุ่นวายเหมือนกัน แต่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะมันเป็นภาคแรกที่ผมเล่น เป็นประตูแรกที่ทำให้ผมรู้จัก FF ดังนั้นผมเล่นด้วยความตื่นเต้นแปลกตากับกราฟฟิกระดับเทพ(ของสมัยนั้น) ผมยังไม่ได้เล่นภาค 10 และไม่ได้ผ่านภาค 7 เพราะฉะนั้นถ้าให้ผมตอบ ผมชอบภาคนี้ที่สุดในตระกูล FF ครับ confused smile

#2 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-12-23 23:35

Hot! Hot!

แด่หลายๆอย่าง

#3 By Evan Yzac -- The Crow on 2008-12-23 23:36

ภาคนี้ ผมทั้งรักทั้งชังครับ confused smile
มีจุดที่ไม่ชอบเยอะ แต่ก็ดันมีงาน original ของภาคนี้ออกมาเยอะที่สุดซะงั้น...

#4 By chubby on 2008-12-23 23:46

พูดขึ้นมาแล้วก็นึกได้
งาน original เก่าๆ ของภาคนี้ ผมดองจนเกือบลืมไปแล้ว sad smile

#5 By chubby on 2008-12-23 23:50

รู้จัก FF จากภาคนี้แหละครับ
จำได้ว่าเล่นในเครื่อง PS-1

ที่สำคัญ Ost. เพราะดีเนอะ ^0^

และจนถึงป่านนี้ก็ยังเล่นไม่จบ
เพราะไม่มีเวลาเล่นเลย T-T

ยังเขียนได้น่าอ่านเหมือนเคยนะครับผม ^^

#6 By MPD●VeNTRiLOQuiST™ on 2008-12-24 01:24

Disclaimer:

อ่านเอนทรี่นี้แล้ว มีเรื่องอยากค้านหลายอย่างอยู่นะ ^^;

ผมชอบ "ไอเดีย" ของภาคนี้ ในเรื่องของการบีบอัดกระแสเวลา และชอบ "คาแรกเตอร์" ของคู่พระนาง และพัฒนาการของสควอล รวมถึงลากุน่า แต่จุดอ่อนของภาคนี้ ก็ยังเป็น "บท" อยู่ดีแหละครับ สำหรับผมแล้วภาคนี้เป็น FF ที่การเขียนบทและกำกับเนื้อเรื่องอ่อนด้อยที่สุดเลยก็ว่าได้

ภาคนี้มีปัญหาที่การกระจายบทบาท ทั้งที่มีตัวละครหลักน้อยมาก แต่ก็ยังไปเน้นที่พระนางจนตัวละครหลักคนอื่นๆ กลายเป็นตัวประกอบที่ไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องไปซะงั้น

ถ้าลองจินตนาการว่าเซล, เออร์ไวน์, ควิสทิส ฯลฯ เป็นทหารรับจ้างกอขอ ... เราก็ยังสามารถดันเนื้อเรื่องของ FF8 ไปยังบทสรุปเดิมได้โดยไม่ลำบากนัก

ปมปัญหาทางจิตของสควอลนั้นน่าสนใจจริง และต้องการรายละเอียดของพัฒนาการแน่นอน

แต่ถ้าจะเปรียบเทียบกับกรณีภาค VII ซึ่งนายคล้าวมีปมที่ซับซ้อนกว่า (หรือไม่น้อยกว่า) นายสควอล ... เนื้อเรื่องของ VII ก็ยังสามารถกระจายบทให้ตัวละครอื่นมีส่วนร่วมในทิศทางของเนื้อเรื่อง และทำให้คนเล่นรู้สึกว่าพวกเขามีเลือดเนื้อ มีบทบาท-ความสำคัญได้มากกว่าตัวละครหลักในภาค VIII

หรือแม้กระทั่งภาค VI ซึ่งมีตัวละครหลักเยอะกว่ามาก แต่ละคนมีลักษณะนิสัย และปูมหลังที่หลากหลายกว่าในภาค VIII มาก ซึ่งทำลงบนแพลตฟอร์มที่มีความจุน้อยกว่ามากๆ ก็ยังกระจายบทบาทได้อย่างไม่มีที่ติเลย

ไม่ได้เกลียดภาคนี้หรอกนะครับ แต่เสียดาย...เสียดายหลายอย่างของภาคนี้ที่น่าจะทำออกมาดีกว่านี้ ... ไอเดียไซไฟ ปมปัญหาทางจิต ภาวะสูญเสียความทรงจำและวัยเด็กของตัวละครหลักตัวอื่นๆ ที่มีความไม่สมประกอบเช่นเดียวกับตัวเอก...ถูกกลบด้วย CG และบทพระ-นางที่มากจนเกินพอดี

มันเหมือนกับสตูว์ที่ใช้เนื้อวัวอย่างดีกิโลละสองพัน แต่ออกมามีแต่รสผักน่ะครับ...ไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อย แต่กินไปกินมาก็อยากถามพ่อครัวเหลือเกินว่าเนื้อมันหายไปไหน?

เป็นเอนทรี่แรกที่ผมโต้แย้งกับ Zieghart แทบจะโดยสิ้นเชิง (ฮา) แต่ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกสินะครับ big smile

Hot!
เป็นไฟน่อลภาคแรกที่เล่นเลยครับ แล้วตอนนี้ ผมคิดว่าผมชอบภาคนี้ที่สุดแล้วล่ะ Hot!
ชอบบบบ

#9 By b-padung Studio on 2008-12-24 10:00

ภาคนี้ท่าทางจะคุยมันส์ ขอดอดมาตอบก่อนซักยกดีกว่า ^^


* คุณอีวาน...ผมนั่งเขียน นั่งหารูป แล้วก็นั่งจัดภาพเล่นไปเพลินๆ...จนพออัพบลอกเสร็จนี่ล่ะครับ ถึงได้รู้สึกตัวเองว่า..แม่ม ยาวมาก!! แถมเสียเวลาอิ๊บอ๋ายเลยนี่หว่า !!

ผมเชื่อเหมือนคุณอีวานครับ ว่าภาค 8 นี่แหล่ะ ที่เป็นภาคที่ขยายกลุ่มลูกค้าประจำกลุ่มใหม่ ให้กว้างขึ้นกว่าเดิมมากๆ...คนหลายๆคน ก็เริ่มรู้จัก และเริ่มเล่นมาจากภาคนี้นี่เอง คงต้องขอบคุณท่อนไม้หน้าบาก และนางเอกช่างรุกของเราไว้ด้วยล่ะมั๊ง (ชอบแฮะ...ชื่อนี้ )

อย่างสมัยภาค 7 ที่ว่ากันว่าโด่งดังที่สุด และมีคนหันมาเล่นกันมาก...ในช่วงเวลานั้น ก็ยังไม่สามารถดึงดูด gamer กลุ่มอื่น(ที่ไม่ได้เล่นเกมส์ภาษา) แล้วก็ non-gamer (ที่ไม่สนใจเกมส์อยู่แล้ว) ให้หันมามอง FF ได้อย่างนี้ครับ

ส่วนเรื่องคู่พระนาง...เข้าใจครับว่ามันดูเอียน และคลื่นไส้อย่างแจ่มชัด (แถมยังน้ำเน่าเข้าขั้น ^^")ผมเองก็ไม่เคยได้ปลื้มอะไรมากมาย กับคาแรกเตอร์สาวรุกแบบนี้(และไม่เคยได้โหวตรีนอร์ เป็น"นางเอกที่ชอบ"เลยซักครั้งเดียว)...แต่จุดที่ผมเขียนชมในบทความ เป็นการมองจากตัวสคอลล์เป็นศุนย์กลางครับ ผมรู้สึกว่า ตัวเอกที่มีปมทางใจเช่นนี้ การที่ต้องให้นางเอก มีคาแรกเตอร์รุนแรงแบบรีนอร์...ก็น่าจะเป็นทางออกที่"เข้าล็อค" และสมเหตุสมผลที่สุด สำหรับการเคลียร์ปัญหาของชายหนุ่มครับ (เพื่อนผู้หญิงผมบอกว่า นึกถึงการ์ตูนผู้หญิง ที่พระเอกทั้งขรึมทั้งโหด แต่ค่อยๆเปลี่ยนแปลง อ่อนโยนทีละนิด หลังจากได้เจอกับนางเอก ice breaking เข้าให้...อืม...สาวๆกรี๊ดกันมากทีเดียวเชียว)

ส่วนตัวแล้ว ชอบเนื้อเรื่องลากูน่ามากกว่าสคอลล์เช่นกัน ผมลุ้นลากูน่าxเรนxจูเลีย อยู่นานทีเดียวครับ...เนื้อหาทำได้โศกเศร้าเกาหลีมาก แต่ก็ประทับใจครับ...พอมาคู่ลูกๆนี่ ไม่มีอะไรให้ลุ้นเลย 555

แนะนำให้เล่นภาค 7 อีกภาคครับ อันนั้นก็เป็น masterpiece ของซีรีย์อีกชิ้นเลยทีเดียว

---------------------

* พี่ศิชน...เคยตามอ่านงาน FF8 ของพี่ตั้งแต่เมื่อครั้งนู๊นนนนนน เหมือนกันครับ อยากให้เอามารีรัน และเขียนต่อจริงๆ

ถ้าวันไหนว่างๆ ไม่มีหนังอะไรดู...ก็สนองรีเควสแฟนๆหน่อยละกันนะครับquestion

---------------------

* คุณ MPD●VeNTRiLOQuiST™...เพลง eyes on me นี่เพราะมากๆครับ จนถึงทุกวันนี้ มีเวอร์ชันใหม่ๆออกมาให้เก็บอีกมากเลย (เวอร์ชันไวโอลิน เพราะมาก!) และต้องขอบคุณเพลงนี้จริงๆ ที่ทำให้ FF หันมาให้ความสำคัญกับการแต่ง vocal song ออกมาอย่างต่อเนื่อง ^^

ภาค 8 นี่ ผมก็พยายามขุดมาเล่นในคอมอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยไปได้ไกลเลย...ขี้เกียจเอากลางทางทุกที แหะๆ





ไปทำงานต่อ เดี๋ยวไว้กลับมาตอบท่านอื่นทีหลังนะครับ big smile

#10 By Zieghart on 2008-12-24 12:09

ก่อนอื่นขอปรบมือและให้ดาวก่อน อิอิ Hot! Hot! Hot!

อยากบอกว่าภาคนี้เป็นภาคทมี่เราชอบมากๆ บ้าขนาดเขียนฟิคเป็นเรื่องๆได้จนจบ ( ทำไปได้ ) จึงไม่มีอะไรจะคัดค้านในบทความที่คุณเขียนมาเลย เพราะเราเห็นด้วยทุกประการ โดยเฉพาะระบบ draw นี่ เป็นระบบชวนหลับคาเครื่องจริงๆ sad smile แต่พอเอาเวทย์ได้มาจังค์ชั่น มันสนุกที่จะได้เซ็ตนะ แต่ทำไมไม่คิอระบบอื่นก็ไม่รู้ sad smile

เราเคยได้ยินบทวิเคราะห์อื่นเกี่ยวกับอัลทีมีเซียว่า บางทีเธออาาจะเป็นรีนัวร์ในอนาคตก็เป็นได้ โดยเขาเอาเรื่องสร้อยคอของสอคลล์มาเป็นตัวเชื่อมโยง เพราะถ้าใครจำได้ว่าจะมีฉากที่มห้ตั้งชื่อสร้อยคอ แล้วไอ้ชื่อนี้ดังไปเป็นชื่อการ์ดเดียนของอัลทีมีเซียไป ประเด็นเลยเกิดขึ้นมา
และมันก็น่าสนใจด้วยล่ะ แหะๆ confused smile

#11 By taki on 2008-12-24 13:26

ลงชื่ออ่าน

#12 By ซูเนะโอะ on 2008-12-24 13:34

โอ้วเพิ่งทราบว่ามีคนทำบทวิเคราะห์ FF ด้วย
ขอไล่อ่านนะครับ
ว่าแต่ อยากให้มีเขียนถึง Dissidia ด้วยจังนะครับ
ถึงระบบเปลี่ยนไป แต่เอาเนื้อเรื่องทั้ง 12 ภาคมาผูกกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เรื่องเนื้อเรื่อง ผมคิดว่ามันน่าจะชัดตั้งแต่เห็นโลโก้เรื่องก่อนเกมออกล่ะครับ
ว่าภาคนี้เน้นความรักของสองคนนี้แน่ๆ
ตอนเล่นก็เลยไม่ได้รู้สึกเลี่ยน แถมประทับใจความน่ารักของนางเอกด้วย:D
เหมือนว่าเราควรจะรู้ว่าเรากำลังจะดูหนังรักมากกว่าหนังแฟนตาซ

เห็นด้วยว่าภาคนี้สแควรพยามเปิดตลาดใหม่ในหลายๆด้าน


ตอนนี้เล่นdissidia บทภาค8อยู่พอดี^ ^

#14 By garun on 2008-12-24 14:46

*** job by internet ***
ทำงานผ่านระบบอินเตอร์เน็ท
จะทำเป็น part time หรือ full time ก็ได้
ใช้เวลาเพียง 2-5 ชั่วโมงต่อวัน
ไม่จำกัดอายุ เพศ การศึกษา
รายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถแต่ละคน
สนใจกรอกข้อมุลที่ http://doiop.com/460f48

#15 By s (222.123.189.175) on 2008-12-24 15:01

/me ไม่ได้เข้ามาอ่านบล็อกคุณ Zieghart นานมาก
ขอโทษด้วยนะคะ

เกือบ 10 ปีแล้วสินะเกมนี้ อ่านแล้วคิดถึงความหลังดีจัง (´ー`)
ภาคนี้เป็น FF ที่เราเริ่มเล่นเป็นภาคที่สองต่อจาก FF7
แน่นอนค่ะ ณ เวลานั้น ประทับใจม้ากกก กับ CG สุดอลังการ
ด้านเนื้อเรื่องก็ใช่ว่าจะขี้เหร่อะไรมากมายขนาดนั้น
(แค่เสียดายที่บทเด่นส่วนใหญ่มันไปอยู่ที่คู่พระนางหมด
คนอื่นๆ ดูจืดจาง จนแทบจะกลายเป็นตัวประกอบไปเลย)
เพียงแ่ต่..หลังได้สัมผัส 9, 6, 5, 4, 3 << เล่นถอยหลัง orz
ทั้งหมดนี้กลับทำให้เราชอบ และติดตรึงอยู่ในความทรงจำมากกว่าภาค 8 ซะได้ - -" (แต่ถ้ามองโดยรวม ยังไงก็ต้องยกให้ภาค 7 จริงๆ ค่ะ รู้สึกว่ามันสมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง)

อ้อ แต่เราแอบชอบระบบจังค์ชั่นของภาคนี้นะคะ เจ๋งดีออก
เพราะ (ถ้าไม่ดูไกด์บุ๊ค) ต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวพอสมควร
ในการปรับแต่งให้สเตตัสตัวละครออกมาแข็งแรง แข็งแกร่ง
มีภูมิต้านทานเวทมนตร์แต่ละธาตุ open-mounthed smile

#16 By Piggy on 2008-12-24 15:06

ช่างเป็นบทความที่เขียนโดนแฟน เพื่อแฟนจริงๆค่ะ
อ่านจบมาเจอความยาวของแต่ละคอมเม้นท์แล้วสยดสยองถึงขั้นไม่กล้าอ่านต่อเลยทีเดียว

ส่วนตัวตอนที่เล่นครั้งแรก ด่าภาคนี้ให้เพื่อนฟังตั้งแต่ต้นจนจบ หมั่นไส้นางเอกอย่างแรงค่ะ แต่พอเวลาผ่านไปกลายเป็นว่าภาคนี้เป็นภาคที่เล่นบ่อยรองจากภาค VI ซึ่งมันก็คงจะบอกอะไรบางอย่างในตัวมันเองอยู่ล่ะมั้งbig smile

#17 By talalan on 2008-12-24 16:53

จะว่าไปเกมส์นี้เป็นเกมส์เเรกที่ผมเล่นใน PS1 เลยน่ะ
เเต่ว่าก็เคยเล่น FF ภาคอื่นมาก่อนนะครับ

เห็นด้วยว่าเป็นก้าวพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ของ SS จริงๆ
ทั้งด้านระบบ ทั้งด้าน CG ทั้งด้าน RPG
เเต่ว่าตอนนั้นเล่นไม่ได้สนใจเนื้อเรื่องซักเท่าไร

รู้เเต่ว่า สองคนนั้นรักกันปานกันจะกลืนจริงๆ sad smile

#18 By Red on 2008-12-24 17:07

เพิ่งรู้เนื้อเรื่อง "ที่แท้จริง" และจุดประสงค์ของเรื่องก็จากนี่แหละครับ ให้ดาวเลย Hot!

มุก time loop ภาคนี้ผมว่าเจ๋งมากนะ มาเฉลยเอาตอนจบ
เล่นตอน ม.1 ก็งงๆเหมือนกันเพราะเล่นภาคญี่ปุ่น
พอมาเล่น Eng ก็ไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้อ่าน+อ่อน แหะๆๆ
พอโตแล้ว กลับมาอ่าน เพิ่งจะรู้ความลึกของเนื้อเรื่อง

ถ้าเกมนี้ไม่ติดตรงระบบจังค์ชั่นที่ซับซ้อน ผมว่าจะให้ดาวเยอะๆเลยครับopen-mounthed smile
sad smile เคลียร์ซะที เพราะเกมนี้ ตอนนั้นผมยังเด็กๆ เลยไม่ค่อยเข้าใจ เหอๆ

#20 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-12-24 17:57

ปล.เบื่อตอนล่าทอนเบรี่คิง angry smile
ภาคนี้ผมชอบนะ
มันเข้าถึงอารมณ์ได้ดีสุดอะ
แล้วจบ Happy Ending ด้วย

#22 By DeathTheKid on 2008-12-24 18:23

ก่อนอื่นขอบอกว่า... ขอบคุณที่รีวิวค่า
เป็นภาคที่เราเล่นไม่จบ เลยแทบไม่รู้เนื้อหาอะไรเลย
และตอนนี้เราก็ได้รู้ที่มาที่ไปของภาคนี้ซะที

แต่ว่าน้า.... เราก็ว่าภาคนี้น้ำเน่าไปหน่อยน้า question
แถม การขโมยมนต์เนี้ย มันช่างน่าเบื่อจริงๆ sad smile

#23 By aerith-chan on 2008-12-24 20:16

สะ...สคอลล์ซัง!!! (ไม่เกี่ยว- -")
ภาคนี้ยาวจริง ๆ ค่ะ อ่านแล้วเกือบปวดตา แฮ่ก ๆ

รู้สึกได้ถึงความเป็นไซไฟอย่างรุนแรง...เริ่มมีวิทยาการใหม่ ๆ ออกมาเยอะแยะเต็มไปหมดเลยแฮะ= =" แปลกดีเหมือนกันที่เอามาปนกับแฟนตาซียุคเก่าที่มีเวทมนตร์อะไรแบบนี้ เพราะปกติจะหาได้ยากหน่อย...
แต่ก็เป็นภาคที่น่าสนใจ และซับซ้อนมากค่ะ อ่านไปมึนไป งื้อ~

ยิ่งมีอดีต ปัจจุบัน อนาคตมาอีก ยิ่งมึนซ้ำสอง
ถ้าจะให้เราเล่น คงนานค่ะกว่าจะจบ^^Hot!

#24 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2008-12-24 20:21

อึก มาสำรวจความยาวไว้ก่อนฮับ แต่ยังอ่านไม่ไหวแน่ๆ
หนึ่ง คือไม่ได้เล่นภาคนี้(และหลังจากนี้ด้วย) เลยยังไม่มีอารมณ์ร่วมให้เกาะติดสถานการณ์จนจบ อีกทั้ง...
สอง คือ...ข้าน้อยกำลังจะสอบฮับ

ไว้สอบเสร็จ วันที่ 29 แล้วจะกลับมาอ่านอีกทีฮับ ตอนนี้ขอต๊ะไว้ก่อน แหะๆ

#25 By DDP on 2008-12-24 21:04

เกมที่เห็นครั้งแรกแล้วหลงรัก แต่เกมเพลย์ไม่ค่อยน่ารักค่ะ บทความยอดเยี่ยมเลยจ้า Hot! Hot!

#26 By Daughter Of Sparda on 2008-12-24 22:27

เม้นแล้วนะ

ฮะๆๆ ล้อเล่นน่า
พึ่งรู้เนื้อเรื่องจริงๆก็วันนี้หละ
เล่าได้ดีจัง ปกติไฟนอลเป็นอะไรที่เข้าใจยากน่ะ
รายละเอียดมันเยอะ
เห็นด้วยว่าระบบดรอว์ห่วยแตกที่สุด
อัลเทม่าสุดหรูของเรากลายเป็นลูกแตงโมรับไม่ได้

เราชอบสคอลนะ

ที่หน้าตามันน่ะ ฮ่าๆ

#27 By mutsuki on 2008-12-24 22:51

Acute nostalgia (ต่อ)

* พี่วลาดิมีร์...ประเด็นเรื่อง"การกระจายบทบาท"นี่ ผมก็เห็นด้วยครับ ว่าสู้สองภาคก่อนหน้าไม่ได้เลย (ตอนเขียนบทความภาค 6 นั่น ผมก็ชมการแจกบทตัวละครทั้ง 14 ตัวไปเหมือนกัน) กลุ่มปาร์ตี้ของภาค8 นี่ แม้แต่ละคนจะมีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างชัดเจน แต่ก็แทบไม่ได้มีอิทธิพลต่อตัวเนื้อหา และการดำเนินเรื่องเลย...หรือถ้ามี ก็เป็นในระดับที่ผิวเผิน ไม่ส่งผลต่อภาพรวมของเรื่องแต่อย่างใด

ในภาค6และ7...ตัวละครจะมีที่มาที่ไป และจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนมาก พอมาภาค 8...เรากลับได้ถังขยะใบใหญ่ ที่เอาไว้ผูกตัวละครเข้าหากัน เพียงแค่ว่า "เป็นเด็กร่วมสถานกำพร้า"เท่านั้น
....(แต่ยังดีนะ ถ้าหากว่ารีนอร์ก็เคยรู้จักกับพระเอกมาก่อน แล้วจำต้องพรากจากกันไปอีกคนนี่...ผมจะให้คะแนนน้ำเน่า +500 ไปเลยครับ ^^")

...นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมผมไม่ได้กล่าวถึงตัวละครอื่นๆเลย...เพราะพยายามยังไง ก็หา"ที่ลง" ให้กับรายละเอียดที่"เบาบาง" แบบนี้ไม่ได้จริงๆ...จะประเด็นเรื่อง การรู้จักกันมาก่อนก็ดี ความจำเสื่อมก็ดี เพื่อนร่วมวิชาชีพก็ดี...ดูเผินๆเหมือนจะสำคัญ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อเนื้อหาหลักเลยแม้แต่น้อย

ส่วนเรื่องไอเดียไซไฟ ปมทางจิตของตัวเอก และฉากพระนางนั้น...ส่วนตัวผม แม้จะชอบปมเสียเซลฟ์ของค้าวมากกว่า หรือชอบฉากหวานๆแต่พองามของค้าวxแอริธมากกว่า (และก็ไม่เคยจัดให้ภาคนี้อยู่ใน Top3 ที่ชอบ)

...แต่อย่างน้อยก็คิดว่า เป็นสตูว์ที่ทำได้ดีเท่าที่หวังแล้วครับsurprised smile คะแนนไอเดียส่วนใหญ่ ก็เป็นมุขที่ผมถูกใจ ตามที่เขียนไว้ในบทความนั่นแล

...นานๆที เห็นต่างกันบ้าง ก็เป็นเรื่องดีครับ ถ้าชอบเหมือนกันหมด หรือเกลียดเหมือนกันหมด...มันคงจืดชืดสิ้นดีเลย พับเผื่อย question

---------------

* คุณ แด่เพื่อนผู้ตดเป็นฝนเลือดเข้มข้น!...เคยเข้าไปเยี่ยมที่บล็อกอยู่หลายรอบครับ ขอชมก่อน ว่าฮาได้ใจมาก cry

ถ้ามีโอกาส ลองหาภาคอื่นๆมาเล่นดูได้นะครับ เผื่อจะถูกใจเหมือนกัน ของเขาดีจริง~~

* คุณ b-padung...ชอบ FF8 หรือชอบบทความผมครับ? question

* คุณ taki...เรื่องทฤษฎีอัลติมีเซีย-รีนอร์นั่น ผมก็เคยอ่านเหมือนกันครับ เป็นเรื่องที่แฟนๆพูดกันเยอะมากเหมือนกัน อ่านสนุกดี confused smile

ตอนนั้นก็มีแฟนฟิค FF8 ของไทยออกมา ด้วยทฤษฎีคล้ายๆกันนี่ อ่านสนุกมาก เสียดาย ผมทำไฟล์หายไปซะแล้ว ว่าจะหามาอ่านระลึกความหลังซะหน่อย

* คุณ ซูเนะโอะ...ลงชื่อตอบ ^^

* คุณหมาสายตาเอียง...Season แรกของบทความ กะว่าจะเขียนภาคหลักถึงภาค 10 และจบด้วย Dissidia ครับ

ถ้าถูกใจยังไง สามารถกลับไปติดตามตอนเก่าๆได้ ตามลิงค์สารบัญข้างบนครับ ^^ แต่ขออภัยล่วงหน้าไว้ก่อนว่า...อาจไม่ได้อ่านตอนใหม่ๆ ต่อเนื่องเท่าไหร่นะ แหะๆ

* คุณ garun...เป็นนักวาดอีกคน ที่ผมเคยผ่านตาผลงานในโลกไซเบอร์เมื่อนานมาแล้ว...วาดได้น่ารัก และคมกริบมากครับ ยังเคยอุดหนุดโดจินมาด้วยนะ ยินดีที่ได้พูดคุยกันครับ big smile

ภาค 8 นี้ ก็เป็นอย่างที่บอกครับ ว่ามีปารปรับบรรยากาศหลายๆอย่าง ให้เข้าถึงง่ายขึ้น และคุ้นเคยมากขึ้น ผลลัพธ์ออกมา ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่เอง แฟนประจำเพิ่มขึ้นเยอะทีเดียว confused smile

* คุณ s...วันธรรมดา ผมมีอยู่เวร และเขียนรายงานเกือบตลอดวันครับ คงไม่มีเวลาทำงานพิเศษเพิ่มเติมอีก

......อ้าว เฮ้ย !! บอทนี่หว่า !!!


To be continued...

#28 By Zieghart on 2008-12-24 23:16

* คุณ s...วันธรรมดา ผมมีอยู่เวร และเขียนรายงานเกือบตลอดวันครับ คงไม่มีเวลาทำงานพิเศษเพิ่มเติมอีก

......อ้าว เฮ้ย !! บอทนี่หว่า !!!


เข้ามาฮาตรงนี้ครับ


ถูกใจมากครับ ติดตามอ่านมาตลอด

ภาคหลังๆ ไม่ได้เล่นเลย
นี่เพิ่งถอย ps2 มา
(มีนกอีมูแล้ว ไยข้าจึงยังะจะต้องถอยมันมาอีกฟะเนี่ย T T
ด้วยเหตุผลทางการตลาดนิดหน่อย)

#29 By tomo (125.24.169.118) on 2008-12-24 23:34

ภาคนี้เป็นอีกภาคที่เล่นจบ

แต่เล่นจบแบบทรมาณมาก เล่นภาษาญี่ปุ่นไม่เข้าใจเนื้อหา งงๆเลยไม่ค่อยอินเหมือนตอนเล่นไฟนอล9ที่เล่นภาคอังกฤษ แต่ที่ประทับใจที่สุดคงไม่พ้นเพลง เพราะมากๆ

ถ้าเทียบไฟนอลทั้งหมดเราประทับใจภาค9ที่สุด
แต่ถ้าเล่นสนุกเพลินต้องคิงดอมฮาร์ตเลย ชอบมากๆ


ตอนนี้กำลังเริ่มเล่น Kingdom Hearts Re:Chain Of Memories เป็นช่วงระหว่างภาค1กับ2 มึนได้ที่กับระบบการ์ดอยู่เลย

sad smile

Hot!

#30 By .-.Chill.-. on 2008-12-25 00:12

Hot!

เปนเกมส์ที่คิดถึงจริงๆค่ะ

^^

เปนอีก 1 ภาคที่ประทับใจสำหรับ FF

#31 By J.KaMe on 2008-12-25 00:32

ตั้งแต่มี Series Final Fantasy มา

ผมเล่นภาค 8 เป็นภาคแรกและภาคเดียว

เนื้อเรื่องชวนติดตาม

แล้วที่สำคัญคือใช้แบบ 1:1 ไม่ใช่แบบ SD หัวโตเหมือนทุกครั้ง

เลยแล้วติดมากมาย

จำได้ว่าแต่ก่อนไม่หลับไม่นอน 2 วันเพื่อเล่น FF XIII

(คิดย้อนไปแล้วเหอๆ sad smile ทำไปได้)

ยังไงก็ยังรักภาคนี้อยู่ครับ

(แต่เพื่อนบอกระบบที่ดีที่สุดของ Final คือภาค XII)

Hot!

#32 By Maxtrix™ on 2008-12-25 01:22

ณิชอบไฟนอลภาคนี้มากที่สุดเลยเจ้าค่ะ

อิอิ

เล่นได้ไม่เบื่อดี

confused smile

~^o^~

#33 By Noo_Ni on 2008-12-25 01:30

ส่วนตัวแล้วผมชอบไฟนอลภาคนี้มากครับ
แต่เชื่อไหม
ผมยังไม่เคยเล่นเลยซักครั้งเดียว
แค่เห็นรีนอล ก็หลงรักซะแล้วตอนนั้นsurprised smile

#34 By Wisor on 2008-12-25 08:58

เป็นภาคแรกที่เรา งง เนื้อเรื่องมันมากอ่าค่ะ

ตกลง เอลโอเน่เป็นลูกบุญธรรมของลากูน่ากับภรรยา?

แล้วภรรยาของลากูน่าคลอดลูกออกมาเป็น สควอล?

มีฐานะเป็นน้องของเอลโอเน่?

แล้วหนุ่มน้อยในอนาคตที่ไปบอกอีเดียกับสามี นั่นก็คือ สควอลใช่ไหมค่ะ? (แล้วตอนจบมันย้อนไปไหนกันล่ะ?)

เนื้อเรื่องซับซ้อนแล้วก็ งงๆ แต่ภาพสวยดี หุหุ

#35 By Garnet on 2008-12-25 16:04

Acute nostalgia (ต่อ 3)

* คุณ Piggy...ไม่ได้เจอกันซะนาน ตอนเขียนภาค 8 เสร็จ ยังว่าจะส่งเทียบเชิญมาอ่านเลยครับ ^^

จุดเด่นของภาค 8 ก็เป็นอย่างที่ว่ามาแหล่ะครับ คือเนื้อเรื่องสไตล์หนังยุคใหม่ กับกราฟฟิคที่สวยสะบัด...ส่วนเรื่องระบบ Junction นั่น ผมก็คิดว่าเข้าท่าดีครับ แต่ไอ้ที่ไม่เวิร์ค คือการ draw เวทย์มาใช้นี่สิ...เสียเวลาดูดยังไม่พอ ได้มาก็ไม่กล้าใช้กันซะอีก sad smile

* คุณ talalan...ภาค 8 นี่ก็มีเสน่ห์ของมันอยู่หลายอย่างครับ ทั้งไอเดียที่ใช้ในเรื่อง ทั้งตัวละครหลากหลายรูปแบบ และฉากต่อสู้ที่ได้อารมณ์ร่วมดี...แต่เรื่องหมั่นไส้นางเอกนี่...ผมก็ไม่มีอะไรจะคัดค้านเช่นกัน question

ภาคที่ผมจบมากครั้งที่สุด คือภาค 5 ครับ ^^ ระบบสนุกดี

* คุณ Red...จุดที่ภาค 8 ให้ความสำคัญมากอีกจุด คือเรื่องปมโดดเดี่ยวของพระเอกครับ เลยทำให้ต้องเน้นเรื่องความสัมพันธ์กับตัวนางเอก ให้มากๆขึ้น จะได้เอามาเคลียร์ปมตรงนั้นได้ ในช่วงไคลแมกซ์......ซึ่งก็อย่างที่เห็น...เน้นมากเกินไป พาลเอาคนเล่นเซ็งจิตได้ง่ายๆ open-mounthed smile

* Shuu คุง...ตอนเล่นรอบแรก ผมก็เล่นภาค jap อย่างไม่รู้เรื่องเลย งงระห่ำโลก เพิ่งจะมาถูกใจเนื้อหา ก็ตอนที่เล่นภาค eng อย่างจริงๆจังๆนี่ละ ^^ สนุกดี ได้อารมณ์ไซไฟอย่างที่ ไม่น่าจะได้ จากเกมส์ซีรีย์ FF

เกลียดการล่าทอนเบรี่คิงเหมือนกัน โผล่ยากมากๆ...แต่คุ้นๆเหมือนตอนนั้นจะคิดว่า ฆ่าทอนเบรี่ไปเรื่อยๆก็ไม่เลวเหมือนกัน ได้มีดอะไรซักอย่างนี่ล่ะ มาเปลี่ยนเป็นกระสุนให้ Irvine ได้ big smile

* คุณ Ex-Thep : NEKU...ถ้าติดใจเนื้อหาตรงไหน เข้าเวป gamefaqs ได้ครับ จะมีสคริปต์ทั้งเกมส์ให้อ่านด้วยล่ะ confused smile

* คุณDeathTheKid...ภาค 8 นี่ ได้บรรยากาศคุ้นเคยกับพวกหนังซีรีย์สมัยใหม่ครับ เลยมีสเต็ปการดึงอารมณ์ที่พวกเราๆจะคุ้นเคยมากหน่อย และจบได้ดีมากจริงๆ big smile

* เอริธจัง...ภาค 8 นี่ โฟกัสเนื้อเรื่องไปที่คู่พระ-นางมากสุดๆจริงๆครับ ส่วนตัวไม่ได้ถึงกับทนไม่ได้...แต่ก็คิดบ่อยๆแหล่ะว่า น้ำเน่าเกินไปแล้ววววววว

รออ่านภาคต่อๆไปด้วยนะ big smile

* น้องทราย...ตอนเล่นภาค 8 นี่ ใช้เวลาไปเป็นร้อยชั่วโมงเลยครับ เนื้อหาเองก็ยาวอยู่แล้ว ยังมีพวกมินิเกมส์ต่างๆ มีเนื้อเรื่องเพิ่มเติม และมีปริศนาบ้าบอให้ทำอีกเรื่อยๆ...เล่นเอาเหนื่อยเลย คงไม่ได้กลับไปเล่นใหม่ง่ายๆแน่นอน

* DDP คุง...อ่านไม่ไหวไม่ว่ากัน แค่เข้ามาเยี่ยมเยียนก็ดีใจแล้วครับ โชคดีกับการสอบนะ confused smile

* คุณDaughter Of Sparda...ถ้าถูกใจ ยังไงก็ขอฝากบทความตอนอื่นๆที่เขียนไปแล้ว และที่กำลังจะเขียนไว้ด้วยนะครับ ^^ แวะเข้ามาเยี่ยมกันได้นะ double wink

* เจ๊บี...555 แตงโมอัลทิม่า พูดซะเห็นภาพเชียว

ภาค8 นี่ เนื้อเรื่องกับฉากต่อสู้ ถือว่าทำได้ไม่เลวแล้ว แต่ที่พ่อไม่ปลื้มที่สุด ก็ไอ้เรื่องเสียเวลาดรอว์เวทย์ และต้องเอามาติดตั้ง ไม่ให้เอาไปใช้นี่ล่ะ sad smile

ฝากบทความภาคอื่นๆด้วยนะ ว่างๆแวะเข้ามาอ่านได้จ้า confused smile

* คุณ tomo...โอ้ คุณปรัชญาใช่มั๊ยครับนี่ แหม เอนทรีนี้ ผมเจอแต่คน(ชื่อ)คุ้นเคยแฮะ ^^ บทสรุป FF5 กับ Castlevania ที่เคยทำไว้(เมื่อครั้งกระนู๊นนน question) ช่วยผมได้มากจริงๆครับ ถือโอกาสขอบคุณเลยละกัน

เห็นว่าช่วงหลังแต่งงาน มีลูกแล้ว เวลาว่างน้อยลงสินะครับ? ยังไงก็ขอให้มีเวลา ได้กลับมาเล่นเกมส์เก่าๆ ระลึกความรู้สึกของ gamer บ้างละกันครับ confused smile

* คุณ Chill... Kingdom Hearts Re:Chain Of Memories ตอนนั้นเล่นของ GBA จบไปรอบนึงครับ ยังไม่ได้เอาเวอร์ชัน PS2 มาเล่นเลย...กะว่าเดี๋ยวมีเวลาจะเอามาลุยอีกซะรอบ เนื้อเรื่องดีมากครับ เชื่อมกับภาคสองซะด้วยสิ...แต่ระบบการ์ดก็อย่างที่ว่า...ทำให้เกมส์ยากขึ้นเยอะ sad smile

รออ่านบทความภาค 9 นะครับ ^^

* คุณ J.KaMe...แด่ไฟนอล แฟนตาซีในความทรงจำครับ surprised smile

* คุณ Maxtrix™...ถ้าเทียบกับภาคใกล้เคียงแล้ว ภาค 8 นี่ทำสัดส่วนตัวละครได้สมจริงมากๆครับ ตอนนั้นผมก็อดหลับอดนอน ตะลุยยาวเหมือนกัน question

ระบบ Gambit ภาค 12 ผมว่าระบบมันก็น่าสนใจ+สะดวกดีน่ะนะครับ แต่มันก็แล้วแต่คนชอบด้วยล่ะ บางคนเกลียด หรือไม่ถนัดสไตล์ตั้งบอทแบบนี้ ก็พาลเลิกเล่นไปเลยก็มี

* คุณ Noo_Ni...แนะนำภาค 7 อีกภาคครับ เนื้อเรื่อง และระบบสนุกมากเช่นกัน อาจจะได้ภาคที่ชอบเพิ่มมาอีกก็ได้นะ confused smile

* คุณ Wisor...นี่เป็นหลักฐาน แสดงความสำเร็จของบริษัทครับ ว่าสามารถขยายกลุ่มเป้าหมาย ให้รู้จักซีรีย์ไฟนอลได้มากขึ้นจริงๆ

ขนาดคนที่ไม่ได้เล่น ก็ยังติดตากับตัวละครหนุ่มหล่อสาวสวยในเรื่องได้ จนถึงทุกวันนี้ question

* คุณ Garnet...เนื้อเรื่องที่พูดสรุปมานั่น เข้าใจได้ถูกต้องหมดแล้วครับ big smile

#36 By Zieghart on 2008-12-25 17:32

ภาคนี้เป็นภาคที่ไม่แย่ค่ะ แต่ก็มีหลายๆอย่างที่รู้สึกว่ายังไม่ใช่ เราเป็นคนที่เล่นภาค 7 มาเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เล่น 8-9-10 เรื่อยมาจนกระทั่ง crisis core อ่านแล้วถูกใจ รีพลายหนึ่งมากๆ ของคุณ วลาดิมีร์ ปูทัน แล้วเห็นด้วยอย่างยิ่ง รีพลายโดนมากค่ะ

บางที FF8 ช่วงที่มี cg จะออกแนวว่า มันเยอะเกินไปจริงๆ ทำให้บทบาทตัวละครอื่นๆหายไปพอสมควรเลย ซึ่งตัวละครทุกตัวล้วนมีความสำคัญไม่ต่างจากตัวเอกเลย แล้วมีตั้ง 4แผ่น แต่ว่า เนือ้เรื่องเราว่าน้อยกว่า 7อีกค่ะ (7มีแค่ 3แผ่น) สงสัย 8 จะจุ CG เยอะไปเสียหน่อย

แล้วเรื่องที่การใช้พลังแล้วทำให้ความทรงจำช่วงเด็กหายไป แล้วยังได้กลับมาเรียนโรงเรียนเดียวกันแบบนี้ บางทีมันดูแปลกๆ ไปหน่อย(อะไรจะจำกันไม่ได้ขนาดน้าน sad smileงั้นสิ่งที่ร่ำเรียนมาตอนเด็กๆ ก็ไม่หายไปด้วยเหรอ? บางทีตอนเล่นจะมีแอบคิดค่ะ)แล้วระบบ GF ที่นานแสนนาน เรียกทีไปต้มมาม่ารอได้เลย sad smile

ถ้าความเห็นไม่ตรงใจท่านใดต้องขออภัยไว ณ ตรงนี้ด้วยนะคะ ภาค 89 เราก็ชอบค่ะเล่นจนจบเลย สนุกใช้ได้ค่ะ แต่จะมีติดตรงเนื้อเรื่องอย่างที่บอกแหละค่ะbig smile

ให้ดาวค่ะ กับความขยันแล้วก็บทความที่ละเอียดละออค่ะ Hot! Hot! Hot!

#37 By HOJO on 2008-12-25 19:56

ภาคนี้ผมชอบรองจากภาค7เลยนะเนี่ย ผมชอบตรงเกี่ยวกับความรักหนุ่มสาว นี่แหละเพราะว่าเกมแนวนี้ไม่ค่อยมีให้เล่น

#38 By theflym on 2008-12-25 20:05

สุดยอด....ยาวววได้ใจมาก

ทำเป็นงานวิทยานิพนธ์ได้เลยนะเนี่ย

ดีใจที่ได้ขึ้น hot post เลยพลอยได้อ่านไปด้วย

ff8 เป็นเกมย์แรกๆที่เล่น แล้วหลังจากนั้นก็...

ติดเกมย์งอมแงม555+

เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจ CG ด้วย

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ คะHot!

#39 By KiN-NaRi on 2008-12-25 20:28

สุดยอด แฟน FF เหมือนกัน
ยกนิ้วให้

#40 By Vee on 2008-12-25 23:47

อ่านจบจนได้

อ่านเพราะผมชอบภาคแปดนะครับเนี่ย
ผมชอบทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งเพลงแหละครับ
ไม่รู็ทำไมพวกเพื่อนๆผมไปชอบภาคเจ็ดมากกว่า

แต่เล่นรอบแรกยากโคตร ไม่รู้ว่าตอนหลังต้องแบ่งเป็นสองกลุ่ม เลยเก็บเลเวลแค่3ตัว แทบกระอักแหนะ

Hot! Hot! Hot!

ปล.ตอนนี้เล่น Dissidia Final Fantasy ตัวแรกก็เล่น Squall เลยครับ เพื่อนไปเล่นเซฟิรอส กันหมด -*-

เดี๋ยวไปย้อนอ่านอันเก่าก่อนนะครับ
จริงๆภาคนี้ยังไม่เคยเล่ย แตเดี๋ยวต้องไปหาเล่นดูสักหน่อยแล้วbig smile
ไม่เคยเล่นเลยค่ะ
แต่เคยดู FF 7 ที่เป็นหนัง CG อะค่ะ

ชอบมากกก cry
ชอบเกมนี้นะ ชอบภาพ
แต่คงเล่นไม่ไหว ไม่สันทัด แฮ่ๆ

#45 By Bluemoon on 2008-12-26 16:46

เข้ามาฮามุขตอบบ็อท

ถูกใจมุข ...เอาไปอีกดาวเลยเอ้า! Hot!
โอ้โห ไม่ได้เข้านาน เขียนถึงไฟนอล VIII แล้วเหรอ ภาคนี้เป็นอีกภาคที่ประทับใจมาก ๆ (จริง ๆ ประทับใจไฟนอลทุกภาคอยู่แล้ว) ขอร่วมแชร์ความรู้สึก + ความคิดเห็นด้วยนะ (ซึ่งถ้าไม่ตรงกับใจใครก็ขออภัยไว้ล่วงหน้านะครับ ถือซะว่าแฟน ๆ ไฟนอลด้วยกันมาคุยกันละกันเน้อ)

ก่อนอื่นก็ขอพูดถึงข้อติก่อนละกัน (ที่เหลือจะได้ชมกันยาว ๆ) อ่านมาหลายคอมเมนต์เห็นด้วยกับคุณปูทันนะครับเรื่องที่ภาคนี้ที่กระจายบทได้ไม่ดี และเน้นคู่พระนางมากจนกลบจุดเด่นตัวละครอื่น ๆ ให้กลายเป็นแค่ระดับทหารรับจ้างดาด ๆ ไปซะงั้น

แต่ผมเองไม่ได้รู้สึกว่าบทกระหนุงกระหนิงกระเซ้าเย้าแหย่ของสคอลกับรีนัวนั้นมีมากจนเกินงาม หรือดูเลี่ยนจนเกินไป และ-เมื่อมองย้อนกลับไปโดยเอาตัวเราในวัยนั้นเป็นพื้นฐาน-ผมกลับรู้สึกว่าภาคนี้เป็นภาคที่แสดคงวามรักของคนหนุ่มสาว ได้อย่างสมจริงมากที่สุดภาคหนึ่งในซีรีส์เลยทีเดียว

ลองคิดดูนะครับ เราในวัย 17-18 มองความรักไว้อย่างไรบ้าง ตื่นเต้นแค่ไหนกับการบอกรักครั้งแรก ฮอร์โมนตอนนั้นพลุ่งพล่านขนาดไหน คิด ๆ ไปเนี่ยมันเต็มไปด้วยเรื่อง-ที่เราในวันนี้มองว่า-บ้าบอและน่าขายหน้าใช่มั้ยล่ะครับ

แต่นี่แหละครับธรรมชาติของวัยรุ่น...

แหม ๆ หรือว่าใครหลายคนลืมมันไปแล้ว? อิอิ

เอ้านอกเรื่องไปไกล...มาพูดถึงความประทับใจอันถัด ๆ มาดีกว่า

ขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะครับ ผมเองเป็นคนที่ชอบเรื่องราวทำนอง "เจาะเวลาย้อนอดีตกลับสู่อนาคต" มาก ๆ ยิ่งมีการสลับเหตุการณ์ไปมา อดีตบ้างปัจจุบันบ้าง ซึ่งหลายคนอาจจะยิ่งสับสน แต่ผมชอบครับเพราะมันทำให้เนื้อเรื่องไม่น่าเบื่อ อีกทั้งยังช่วนให้ติดตาม

ตอนท้ายของเรื่องที่คำถามทั้งหมดเริ่มมีคำตอบ ก็เฉลยปริศนาทั้งหมดได้อย่างไม่เกิดข้อกังขา การเชื่อมเหตุการณ์จากอดีตมาสู่ปัจจุบันก็ทำได้ไหลลื่นดี แถมการที่ภาคนี้มองเวลาเป็นการวนลูปไปเรื่อย ๆ ไม่สิ้นสุด และขมวดปมให้จุดจบของการต่อสู้ของสคอล ณ ปัจจุบันกลายเป็นจุดเริ่มต้นการต่อสู้ของของสคอลในอีกจักรวาลนึงก็โดนผมมาก ๆ

ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับฉาก CG สวย ๆ ที่สแควร์บรรจงสร้างและกระหน่ำใส่มาไม่ยั้ง, เพลงประกอบเพราะ ๆ ระดับวงออเครสต้ามาเอง, ความลับในเกมมากมาย, ความหลากหลายของสถานที่ และการได้ขึ้นไปเหยีบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในรูปแบบ 3D รวมทั้งระบบการเล่นที่อาศัยปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นค่อนข้างมาก...

เหล่านี้ทำให้ผมขอยกให้ไฟนอลแปคเป็นภาคที่วางเนื้อเรื่องได้อย่างดี สลับซับซ้อนแต่ก็กระชับ และน่าติดตามที่สุดภาคหนึ่งในซีรีส์ไฟนอลเลยทีเดียว

อย่างนี้แหละเนอะ นานาจิตตังครับ จริง ๆ ก็มีที่ขัด ๆ ความรู้สึกอยู่เหมือนกันน่ะครับ อย่างเช่นเรื่องบทคนอื่น ๆ ที่ไม่เด่นอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่สำหรับผมแล้วมันถูกทดแทนด้วยจุดเด่นอันอื่นหมดแล้วล่ะ

ที่คุณปูทันเปรียบภาคแปดกับ "สตูว์ที่ใช้เนื้อวัวอย่างดีกิโลละสองพัน แต่ออกมามีแต่รสผัก" น่ะ ผมว่าเกินไปหน่อยนะ

สำหรับผมแล้วมันเป็น "การนั่งรับประทานเป็ดอบยอดผัก ที่ถูกปรุงอย่างพิถีพิถัน-หนังกรุบกรอบ เนื้อนุ่มลิ้น แถมผักยังหวาน น้ำจิ้มก็รสเด็ด-อยู่ในภัตตาคารหรู ซึ่งแค่นี้ก็คงสุขมาก ๆ แล้วนะครับ...




น่าเสียดายที่ขาดคนรู้ใจมาร่วมชิมด้วยน่ะซี" หุหุ

Hot! Hot!

#47 By Highwind on 2008-12-28 21:37

น่าจะเขียนภาค FF tactic บ้างเนาะ

#48 By Johi (118.172.138.115) on 2009-01-17 15:19

อยากจะบอกว่าเล่นไม่ค่อยรู้เรื่องค่ะ
(โกงตั้งแต่ช่วงกลางของเกมsad smile)
แต่เกลียดระบบ draw จริงๆ angry smile

#49 By subsub on 2009-01-20 16:21

ในบรรดาไฟนอลเเฟนตาซี ภาคนี้เป็นภาคที่เล่นเเล้วประทับใจสุดๆ ถึงขนาดเล่นจบกัน 3-4 รอบเลยทีเดียวครับ

#50 By washiravit (124.120.53.250) on 2009-09-17 15:36

ภาคนี้ไม่ชอบแค่ Draw และ Junction เท่านั้นเอง นอกนั้นผมว่าพอไปได้ ไม่ถือว่าแย่ หรือดีมากจนเกินไป

อีกอย่างที่ไม่ชอบก็มินิเกมส์เล่นไพ่

#51 By akumaTG (58.11.22.216) on 2009-09-21 00:15

เราเป็นคนที่ชอบคิงดอมฮาร์ทมากๆbig smile cry double wink wink embarrassed surprised smile tongue angry smile sad smile confused smile open-mounthed smile big smile

#52 By 25มหาตะลัย (115.67.195.31) on 2009-11-03 18:49