.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

หายหน้าไปพักใหญ่ เพราะตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงก่อนสอบใบประกอบวิชาชีพ วันอาทิตย์นี้ครับ TwT กำลังเซ็งได้ที่เลย เกมส์เกิมก็ไม่ค่อยได้เล่น เที่ยวเล่นก็ไม่ค่อยได้ไป โธ่...ดรากอน เควส 5 - DS กำลังติดลมแต๊ๆ~~

วันนี้หนีมาอัพรีิวิวอันนึงครับ หลังจากดองไว้นาน เป็นการ์ตูนจากค่ายน้อง(ไม่)ใหม่ TKO comics ที่หลายคนติดอกติดใจกัน และเคยมีเวอร์ชันภาพยนตร์เข้ามาในบ้านเราด้วย...ผมเองก็ไม่มีโอกาสได้ดู ถ้าใครชมแล้ว มาเล่าให้ฟังบ้างนะ ^^

--------------------------------------------------

อิคิงามิ สาส์น-สั่ง-ตาย

MASE Motoro

ลิขสิทธิ์ไทย สนพ. TKO comics / Vol.4 - Ongoing

--------------------------------------------------

ความหมายของชีวิต และคุณค่าของคนเรา วัดกันที่ตรงไหน?

ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย และเหล่าประชากรมากมาย ที่ยังหน้ามืดตามัว ใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยอยู่ทุกค่ำเช้าแล้ว...ประเด็นเรื่อง "คุณภาพของประชากร" จึงถูกนำขึ้นมาถกเป็นปัญหาลำดับต้นๆของประเทศอยู่เสมอ

เมื่อถึงจุดที่เกินกว่าจะแก้ไขแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นได้ผลักดันกฎหมายฉบับสำคัญ ที่ว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพของประชากรออกมา และตั้งชื่ออย่างสวยหรูว่า "กฏผดุงความรุ่งเรืองแห่งชาติ" พร้อมกับตั้งความหวังไว้อย่างแรงกล้าว่า สิ่งนี้จะทำให้ทั้งประเทศ ได้ก้าวออกจากสังคมเอื่อยเฉื่อย ที่ผู้คนไม่เห็นถึงคุณค่าของตัวเอง...ไปผงาดอยู่ ณ จุดที่สูงยิ่งกว่า ซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าคนที่ใช้ความสามารถของตัวเอง ได้ถึงสุดขีดจำกัดอย่างแ้ท้จริง

...ใช้เวลาไม่นานนัก "วัคซีนเพื่อความรุ่งเรืองของชาติ" ก็ได้ถูกกระจายไปทั่วประเทศ เพื่อฉีดให้กับเหล่าเด็กน้อยที่เพิ่งขึ้นชั้นประถมศึกษาทุึกคน พร้อมๆกับคำประกาศเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกอันยิ่งใหญ่ ให้กับเหล่าเด็กที่ยังไม่ประสาเหล่านั้น

ในวัคซีน 1 หลอด จากทุกๆ 1000 หลอด จะบรรจุนาโนแคปซูลชนิดพิเศษเอาไว้ ซึ่งจะแตกตัวเอง และทำให้เจ้าของเสียชีวิตลงอย่างเฉียบพลัน ตรงตามเวลาที่่ตั้งไว้ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่...นั่นหมายถึงว่า เด็กน้อยมากหน้าหลายตา ทั้งชาิยและหญิงในวันนี้ ไม่ว่าจะเติบโตขึ้นเป็นคนที่ดีหรือเลว...จะเปี่ยมด้วยความฝันหรือไร้ซึ่งความหวัง จะมีอนาคตที่รุ่งเรืองหรือมัวจมปลักอย่างไร้แก่นสารก็แล้วแต่...ในช่วงอายุ 18 ถึง 24 ปีนั้น ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ที่จะได้รับ "ใบแจ้งมรณะ" ที่มีชื่อว่า "อิคิงามิ" มาส่งถึงหน้าประตูบ้านกันได้ทุกคน

และเมื่อนั้นก็หมายความว่า...คนๆนั้น กำลังจะย่างเข้าสู่ 24 ชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตเสียแล้ว

ผ่านมานานปี อาจกล่าวได้ว่า นโยบายที่ใช้ "ความตาย" มาถ่วงน้ำหนักให้เห็นถึง "คุณค่า"ของชีวิตนั้น ได้เดินหน้าไปตามทิศทางที่ตั้งใจไว้...เด็กน้อยหลายคนที่อายุยังไม่ถึงเวลา ก็ตระหนักได้ถึงขีดจำกัดของช่วงอายุตัวเอง ที่ไม่มีความแน่นอน พร้อมกับใช้ชีวิตในแต่ละวันของตัวเองอย่างมีคุณค่า...หรือผู้ใหญ่หลายๆคนที่ได้ผ่านช่วงเวลาสำคัญนั้นมาแล้ว ก็จะ้ใช้ชีิวิตในส่วนที่ได้รับมา อย่างเต็มความสามารถต่อไป

ประเทศพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น ความตายถูกยกขึ้นเป็นสิ่งที่สูงส่งและีมีเกียรติ  ผู้ใดที่ขัดขวางแนวคิดสำคัญอันนี้ ก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้มีความคิดด้อยพัฒนา และวิสัยทัศน์ล้าหลัง...ผู้ใดที่ไม่ยอมรับจุดจบอย่างสงบ กลับมาก่อเหตุวุ่นวาย ใช้ชีิวิตช่วงสุดท้ายของตัวเองอย่างผิดที่ผิดทาง ก็จะถูกสังคมตัดสินให้จบชีวิตลงอย่างอาชญากร ไร้ซึ่งความเห็นใจ และตัดเงินช่วยเหลือทุกประการ ที่ครอบครัวพึงจะได้

ตัวเอกของเรา เป็นผู้หนึ่งที่ผ่านพ้นเส้นตายของชีวิตมาได้ และมาทำงานในฐานะ "คนส่งสาส์น" ที่จะนำใบแจ้งมรณะ อิคิงามิ ไปส่งให้กับเป้าหมาย เป็นเวลาหนึ่งวัน ก่อนที่จะถึงจุดจบของชีวิต

ผู้ที่ได้รับอิคิงามินั้น เป็นผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างเพศ ต่างวัย ต่างสายอาชีพ แต่ทุกคน ต่างล้วนมี "เรื่องราว"ของตัวเองมากมาย ที่ยังคงค้างคา...มี "ปัญหา" อีกไม่น้อย ที่ยังรอคอยบทสรุป....แต่อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่ออิคิงามิได้ส่งมาถึงตัว..."การรอคอย" ดังกล่าว ก็จะถูกปิดตายไปอย่างสิ้นเชิง....นาิฬิกาชีวิต ก็จะถอยหลังกลับไปเรื่อยๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่เต็มใจอย่างที่สุดก็ตามที...

คำถามเรื่องที่ว่า "จะใช้ชีิวิตช่วงสุดท้ายอย่างไร" หากคนเรารู้ถึงเส้นตายในชีวิตของตัวเองนั้น เป็นคำถามที่พบเห็นได้ทั่วไป และยังคงดึงดูดความสนใจของผู้ฟังได้อย่างสม่ำเสมอ...อาจในรูปของบทสัมภาษณ์ที่จริงจังของผู้ป่วย ประเด็นเรื่องโลกแตกที่ยกขึ้นมาลอยๆในวงสนทนา หรือกระทั่งฟอร์เวิร์ดเมล์สถานการณ์สมมติที่ส่งโดยทั่วกัน...แต่จะมีซักกีี่คน ที่จะสามารถใช้ 'ชีวิตช่วงสุดท้าย' นั้น อย่างที่ตั้งใจไว้ได้...เมื่อก้าวมาถึงปากประตูมรณะ ด้วยตัวเองเข้าจริงๆ...

จะในชีวิตจริง หรือในเรื่องแต่งนั้น...ปฏิกิริยาตอบรับที่มีต่อข่าวร้าย ย่อมเป็นไปในขอบเขตเดียวกัน และแตกต่างไปได้ในแต่ละคน...บ้างก็ยอมรับอย่างสงบ บ้างก็ปฏิเสธหัวชนฝา บ้างก็พยายามบอกกับตัวเองว่า มันไม่มีทางเกิดขึ้น...คนหลายคนพยายามที่จะสานต่อ หรือกำหนดจุดจบให้กับเรื่องราวชีวิตที่ยังค้างคา ในขณะที่คนอีกหลายคน ก็พยายามที่จะทำลายห่วงแห่งความวิตก และดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอย่างไม่ลืมหูลืมตา...ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้น จะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นหรือไม่ก็ตามที...

อิคิงามิ นำปัญหาที่ไม่ได้แปลกใหม่ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีิวิตของเรา มาปรับสเกลให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ผ่านตัวเอกที่เป็นเหมือนผู้สังเกตเรื่องราวอยู่วงนอก และเทคโนโลยีทางการแพทย์เหนือล้ำ ที่จะขีดเส้นชีวิตของคนได้แม่นยำราวจับวาง

ด้วยการพยายามวางเซตติ้งของเรื่องราวให้ดูสมจริง กำหนดฉากที่กลมกลืนกับยุคสมัย และตั้งใจจับประเด็นใหญ่ของสังคมในปัจจุบันแล้ว...ก็พอจะเรียกได้ว่า อิคิงามิ เป็นการ์ตูนดรามาที่ดี ซึ่งตีแผ่ประเด็นเรื่อง"คุณค่าของชีวิต" และ"นิยามของความตาย" ได้ชัดเจน และดึงอารมณ์ของคนอ่าน ให้คล้องไปกับสถานการณ์ในเรื่องได้ ไม่ว่าบทสรุปของเรื่องจะเป็นเช่นไร...

เมื่ออ่านจบเรื่อง ผู้อ่านอาจจะกลับมาตั้งคำถามให้กับตัวเองอย่างจริงจังอีกครั้งว่า ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ได้ทำเรื่องที่ไม่สมควรไปมากแค่ไหน และมีเรื่องอะไรอีก ที่สามารถจะทำได้ ในช่วงเวลาหลังจากนี้ไป

...อาจไม่จำเป็นต้องได้รับ "สาส์นสั่งตาย" มาส่งถึงมือ...ไม่ต้องรอให้รับรู้ "เส้นตาย" ที่แสนจะกระชั้นชิด...พวกเราเองก็สามารถที่จะกำหนดคุณค่าของชีวิต และเริ่มต้นออกเดิน เพื่อทำให้ตัวเองมีความหมายได้ ไม่แตกต่างกัน

.

รักคุณค่าของชีิวิต แม้ในเวลาที่จำกัด

รักคนอ่านครับ #_#/

เก็บตก สารพัดประเด็นโดยรวม จาก "อิคิงามิ"

- วางสถานการณ์ และจับเอาปัญหาในชีวิตจริง มาสอดแทรกด้วยเรื่องราวเหนือธรรมชาติได้อย่างกลืมกลืน ทำให้ตัวเนื้อหามีความสมจริง ไม่รู้สึกติดขัด

- แม้จะเดินเรื่องในลักษณะสั้นๆ จบในตอน แต่ก็จะสลับด้วยประเด็นขัดแย้งหลัก จากมุมมองของพระเอกเป็นระยะ สร้างความต่อเนื่องให้กับเนื้อหาโดยรวม

-  การนำคำถามที่พบกันได้ทั่วไป มาขยายสเกลให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ในรูปแบบของดรามา ที่เข้าถึงได้โดยง่าย

- บางครั้ง การพยายามยัดความเป็นดราม่าที่มากจนเกินงาม ก็อาจไม่สามารถดึงอารมณ์ร่วมของคนอ่านได้อย่างที่ผู้เขียนตั้งใจเสียทุกครั้ง

- สำหรับทางการตลาดแล้ว...สโลแกนสุดขั้วที่แปะอยู่กลางหน้าปก ว่า "จะสั่นสะเืืทือนจิตใจคุณจนถึงขีดสุด"...ไม่น่าจะสร้างอิมแพคในทางที่ดี

-  หลังอ่านจบ ก็จะมีคำถามที่ตามมา ถึงความเป็นไปได้ของนโยบายดังกล่าว ว่าจะทำให้เกิดขึ้นได้จริง และสร้างประโยชน์ได้หรือไม่? รึจะโยงต่อไปถึงประเด็นเรื่องของผลประโยชน์ และธุรกิจเรื่องความเป็นความตายที่ไม่ตรงไปตรงมา?

Comment

Comment:

Tweet

Very often some persons try to determine even some knowledge referring to buy term paper. Thence, I could recommend to use the help of custom writing service. At the same time, it’s available to use some ideas from the this good post page.

#28 By GINGERKidd (94.242.214.6) on 2011-12-09 01:26

ผมก็เป็นอีกคนที่ชอบเรื่องนี้นะครับ แล้วก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับกฏผดุงความรุ่งเรือง แต่ถ้าคิดว่านำมาใช้จริงมันจะกลายเป็นเครื่องมือทำอย่างอื่นไปน่ะครับ เช่นเจาะจงเก็บขู่แข่ง หรือหมั่นไส้บางคน อย่างนี้ล่ะ

สำหรับในเรื่องถ้าเกิดโ๙คไม่ดีไปลงที่คนที่สำคัญๆ
ผมคิดว่าตามธรรมชาติแล้ว จะมีบุคคลอื่นขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างนี้ครับ เช่นอาจจะมีนายเอ(นามสมมุติ) คิดค้นทฤษฏีสัมพัธภาพขึ้นมาได้(แต่ก็อาจไม่เหมือนของไอส์ไตน์ทั้งหมดซะทีเดียว อาจต้องมีคนปรับปรุงอีกหลายครั้ง)

แต่สรุปก็คือการ์ตูนเร่ืองนี้แสดงให้เห็นคุณค่าของชีวิตได้ครับ (ถ้าหากไม่ได้คำนึงว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน)

ปล.คำว่าสิทธิสมนุษยชนปัจจุบันก็ถูกนำมาใช้ประโยชน์เช่นกัน เช่นอ้างว่าแรงงานเด็ก ละเมิดสิทธิ ประมาณนี้

(พอล่ะยาวมากไป