113: Time - คุณค่าของเวลาที่ไร้ระเบียบ
posted on 09 Jun 2009 20:14 by zieghart in My-Sight.
สวัสดีเพื่อนๆครับ
งานที่รพ.ตากสิน เริ่มต้นมาได้แค่ไม่กี่วัน...ผมก็ยังอยู่ในระยะปรับตัวอยู่ แต่เท่าที่ได้ลองงานคร่าวๆแล้ว คิดว่าคงสบายตัวกว่าหลายๆเดือนที่ผ่านมาแน่นอน ^^ กำลังเข้าสู่ระยะ slow down ของชีวิต ได้ใช้ชีวิตช้าๆซักที หลังจากเร่งรีบแบบไม่มีเหตุผลมาซะนาน
-----------------------------------
"งานยุ่งจริง งานหนักจริง ไม่มีเวลาเลย"
เป็นคำคลาสสิค ที่เราได้ยินคนพูดกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ซึ่งเป็นได้ทั้ง คำบ่นที่ไม่มีความหมาย ข้ออ้างที่ใช้หลีกเลี่ยงหน้าที่ หรือเหตุผลที่ใช้ปฏิเสธคำขอของคนอื่น
...ข้อเท็จจริงคือ คนเราแต่ละคน มีเวลาวันละ 24 ชั่วโมง อย่างเท่าเทียมกัน คิดให้ละเอียดขึ้น ก็เป็นพันกว่านาที เป็นแปดหมื่นกว่าวินาที
จริงอยู่ว่า "สัดส่วนชั่วโมง" ระหว่างการทำงาน กับการว่างงานในแต่ละวัน ของแต่ละคนไม่เท่ากัน...เราจึงยอมรับได้ว่า คำกล่าว "งานยุ่ง" กับ "ไม่มีเวลา" ในบริบทที่สื่อว่า ชั่วโมงการทำงานมากกว่าคนรอบข้าง (ไม่ใช่ในแง่เป็นข้ออ้างเท่ห์ๆในการเบี้ยวนัด และหนีเจ้าหนี้) จึงสื่อความหมายได้ตรงตัว
ใน 24 ชั่วโมง จึงมีคนที่จมหายไปกับกองงานบนโต๊ะ ทำงานจริงจัง มากเท่าๆกับคนที่หันเข้าหาหน้าจอคอมพ์ กดเล่นเรื่อยเปื่อย
คำถามคือ คนเรา ยิ่งมีเวลาว่างมากกว่า ยิ่งดีกว่า...จริงหรือไม่?
...
หลายคนอาจบอกว่าจริง
เป็นคำตอบที่ถูก แต่ไม่ได้คะแนนเต็ม...
ชั่วโมงการทำงานของคนหลายคน เพียงวันละ 4-5 ชั่วโมง ก็ถือว่าเสร็จกิจ ในขณะที่อีกหลายคน ทำงานเต็มกะ 8-10 ชั่วโมง ก็ยังเหลืองานที่ต้องทำต่อ
ประเด็นคือ เวลาว่างที่เหลือ...เราเอาไปทำอะไรกัน?
...
มีคำพูดอมตะ ที่ถูกยกมาพูดกันอย่างสม่ำเสมอว่า คนเรามีเวลาเหลือเฟือ ถ้ารู้จัก"แบ่งเวลา"...เป็นคำพูดที่สมเหตุสมผล และถูกพูดกันอย่างง่ายๆ...แต่กลับทำได้ยากกว่าการพูดเสียเหลือเกิน
จะว่าไปแล้ว คำกล่าวนี้ ก็ไม่ได้เกินเลยไปนัก...เพราะหากมองกันอย่างตั้งใจแล้ว จะเห็นว่า "เวลาว่าง" กระจายแทรกตัวอยู่ในทุกช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่สเกลเล็กๆ เป็นหน่วยนาที จนถึงเวลาที่เหลือทบอยู่เป็นชั่วโมงๆ...
ช่วงเวลาก่อนเริ่มงาน /ตอนพักทานข้าว /รอยต่อระหว่างคาบเรียน /ชั่วโมงหลังออกเวร /ช่องว่างตอนงานเปลี่ยนกะ /ช่วงจังหวะหลังปิดจอคอมพิวเตอร์ หรือกระทั่ง เวลาสั้นๆไม่กี่นาที ก่อนเข้านอน ฯลฯ
เพียงแค่มันถูกสอดแทรกอย่างไม่เป็นระเบียบ อย่างกะปริบกะปรอย ทำให้หลายคนไม่เห็นค่า หงุดหงิด และไม่อยากแม้จะคิดใช้เวลาสั้นๆเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์...หลายคนนำไปใช้ทอดถอนใจ เหม่อลอย นอนหมดอาลัยตายอยาก...คนที่มีเวลามากกว่านั้น ก็นำไปนอนหลับตลอดวัน นั่งหน้าคอมพ์ คุยกับเพื่อนในเนท ปาร์ตี้สังสรรค์ หรือเดินเล่นสะเปะสะปะ เป็นต้น
...
"คุณค่า" ในการกระทำของแต่ละคน จะต้องกำหนดด้วยตัวเอง วัดแทนกันไม่ได้...จึงไม่ใช่เรื่อง ที่เราจะไปบอกแทนใครได้ว่า สิ่งที่คนอื่นทำนั้นไม่มีสาระ หรือสิ่งที่เราทำนี้ช่างเปี่ยมด้วยคุณค่า...แต่สิ่งที่เราปฎิเสธไม่ได้ก็คือ ในเวลาสั้นๆนั้น คนๆหนึ่งนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงๆ
- พนักงานร้านเช่าหนังสือ ใช้เวลาว่างขณะที่ไม่มีลูกค้า ในการรับจ้างพิมพ์รายงานควบคู่กันไป
- ชั่วโมงสั้นๆยามเช้า แพทย์หนึ่งคนก็สามารถเปิดคลินิก ดูแลคนไข้ได้อีกเป็นสิบๆ
- ในเวลาพักกลางวัน พนักงานบริษัทสาว ก็ถักตุ๊กตายัดนุ่นจนเสร็จ
- ครึ่งชั่วโมงก่อนนอน คุณพ่อก็สามารถอ่านหนังสือดีๆจบไปอีกหนึ่งบท
- ช่วงจังหวะที่รถติดอยู่กลางถนนใหญ่ นักศึกษาหนุ่ม ก็สามารถแต่งกลอนเพราะๆได้สำเร็จ
- สาวน้อยอีกคน ใช้เวลาไม่กี่นาทียามเช้า คอยรดนำต้นไม้ที่ระเบียง จนมันเริ่มที่จะผลิดอก
- ฯลฯ
...
.......
..............สิ่งสำคัญที่แท้ ไม่ใช่อยู่ที่"ปริมาณเวลา"ที่ว่าง แต่เป็น"สำนึกรู้" ที่สามารถประเมินขีดจำกัดความสามารถของตัวเองให้สัมพันธ์กับจังหวะชีวิต และเห็นถึงคุณค่าของสิ่งเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่นเสี้ยวเวลาที่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ว่ามันสามารถที่จะสร้างประโยชน์ใดๆได้จริงๆ
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครจะมาบังคับ หากเราคิดจะนำเวลาของตัวเอง ( ไม่ว่าจะมีเหลือเฟือหรือมีจำกัด) ไปใช้นั่งถอนหายใจ นอนหลับ เล่นคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ...แต่ถ้าเราทิ้งโอกาสที่จะมอง และไม่ตระหนักถึง "คุณค่า"ของการกระทำใดๆ ที่อยู่บนช่วงชีวิตที่จำกัด ได้แต่เพียงหลงมัวเมา "ฆ่าเวลา" ที่ล้ำค่าไปอย่างไม่เกิดประโยชน์แล้ว....
นั่นต่างหาก ที่จะเป็นความสูญเสีย และไร้ประโยชน์ต่อชีวิตอย่างแท้จริง
.
รักการใช้เวลาที่มีคุณค่า
รักคนอ่านครับ ^^//
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
เหมือนโดนต่อว่าทันทีทันใดเลยครับ
#1 By Zieghart on 2009-06-09 20:23