116: Flip -อีกหนึ่งขวบปี...ซ่อนอะไร ไว้หลังเอนทรี
posted on 28 Jun 2009 09:56 by zieghart in My-Life.
สวัสดีเพื่อนๆครับ
วันที่ 5 กรกฎาคมนี้ เป็นวันครบรอบขวบปีที่สาม ของบล็อก My Life, My Mania ครับ ^^ เพื่อเป็นการแสดงความยินดี ที่ตัวเองสามารถคงความเป็น "บล็อกที่บ่นสะเปะสะปะ รีวิวเรื่อยเปื่อย และยำใหญ่สาระกับบันเทิงมั่วซั่วจนแทบหาคอนเซปต์ไม่ได้" (ตามที่หลายคนเข้าใจกัน) ไปได้อีกปี...ผมก็เลยเขียนเอนทรีนี้ขึ้นมา เพื่อใช้เป็น milestone เผื่อจะได้กลับมาอ่านเล่นในอนาคตครับ
และเนื่องจากไม่แน่ใจว่า ช่วงวันเกิดบล็อกจริงๆจะว่างรึเปล่า และเพื่อเป็นการเฉลี่ยๆกับปีที่แล้ว ที่อัพช้าไปหลายวัน ก็ขอยกมาอัพล่วงหน้าก่อนเลยละกัน ^^
------------------------------------
นึกย้อนกลับไปหลายปีก่อน ช่วงที่ยังทำตัวเป็น "คนอ่าน" ซุกซ่อนอยู่ตามหลืบบล็อกชาวบ้านเค้า เวลาก็ผ่านไปนานนม จนได้มาทำอาชีพเสริมเป็น "คนเขียน" เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง...แต่งานหลักของผม ก็ยังคงเป็นการตามอ่านเอนทรีของคนอื่น ไม่เปลี่ยนแปลง
หลังจากได้มาเขียนเอนทรีด้วยตัวเองเป็นร้อย และได้อ่านเอนทรีเพื่อนๆอีกหลายร้อย...มาช่วงหลังนี่ ผมได้เริ่มที่จะมีความสุข ในการให้ความสนใจกับสิ่งอื่น นอกเหนือจากแค่ "เนื้อหา" ของเอนทรีนั้นๆครับ
...นั่นก็คือ "อารมณ์" ที่ซุกซ่อนอยู่หลังเนื้อหาเอนทรีนั่นเอง
-----------------------------------
อย่างที่เข้าใจตรงกัน ว่า exteen เป็นที่รวมของผู้คนมากมายหลายอาชีพ หลายที่มา...เอนทรีที่เขียนออกมาวันละเป็นร้อยเป็นพัน ก็หลากหลายไม่ซ้ำซาก...แค่กวาดตาดูผ่านๆ เราก็จะได้เห็นเอนทรีสอนทำอาหาร พากินพาเที่ยว วิเคราะห์ข่าวบ้านการเมือง รีวิวภาพยนตร์ แนะนำหนังสือ แจกไฟล์ บ่นตัดพ้อชีวิต แปะบทกลอน อวดชีวิตรักแสนหวาน โชว์ภาพถ่ายคอสเพลย์ อัพเดทแวดวงเกมส์ กรี๊ดกร๊าดดารานักร้อง เรื่อยไปจนถึงการพูดคุยสัพเพเหระ ฮาวทู การเรียนการทำงาน เป็นต้น
แต่โดยส่วนตัว ผมเห็นว่า สิ่งที่น่าสนใจนอกจากตัวเอนทรีที่เขียนแล้ว...การสังเกต "ข้อความระหว่างบรรทัด" ของผู้เขียน ก็เป็นความสนุกอีกอย่างนึง ที่ทำให้เราอ่านบล็อกได้อย่างมีความสุขมากขึ้นครับ
เอนทรีที่สร้างสรรค์ออกมา จะเกี่ยวกับอะไรก็ตาม มักสะท้อนให้เห็นถึง "อารมณ์" ที่ท้นออกมาของผู้เขียน ไมว่ามันจะสอดรับ หรือคัดค้านกับเนื้อหามากน้อยแค่ไหนก็ตาม...ก็ทำให้เรา "เข้าถึง" ความรู้สึกของผู้เขียนได้มากกว่าที่เคยเป็น
ในเอนทรีรีวิวภาพยนตร์ของคนสองคน ที่แม้จะเป็นการพูดถึงภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน ในเชิงเนื้อหาและสำนวนที่ไม่แตกต่าง...ก็ยังสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่เคยเหมือนกัน คนหนึ่งชื่นชม คนหนึ่งตำหนิ
เอนทรีแปะข่าว และวิจารณ์พอเป็นพิธี...คนหนึ่งให้ความรู้สึกเป็นกลาง นำข่าวสารมาเสนอ อีกคนให้ความรู้สึกเชิงลบ ต่อต้านและไม่พอใจอย่างเงียบๆ
เอนทรีกรี๊ดกร๊าดดารานักร้อง...คนหนึ่งรักอย่างมั่นใจ ไม่ต้องการเหตุผล อีกคนรักอย่างกล้าๆกลัวๆ การแสดงออก
เอนทรีแนะนำหนังสือซักเล่ม...คนหนึ่งประเมินคุณค่าจากเพียงความรู้สึกอิ่มที่ได้รับ หลังจากอ่านจบ อีกคนยกทฤษฎีวิชาการมารองรับมากมาย เพื่อชี้ให้เห็นความงามของวรรณกรรม
---------------------------------------------
...กระทั่งเอนทรีของผู้เขียนคนเดียว แต่มาจากต่างกรรมต่างวาระ ก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน
แม้สำนวนจะไม่แตกต่าง แม้โทนของเอนทรีจะยังเหมือนเดิม การโพสต์รูป การวิจารณ์ การเล่าเรื่อง ตลอดจนการพูดคุยแต่ละครั้ง เราก็จะได้เห็นว่า ผู้เขียนกำลังอยู่ในช่วงที่มีความสุข ไม่พอใจ อยากอวด ตัดพ้อ ประชดประชัน หรืออาจกระทั่ง พยายามดั้นด้นหาเรื่องมาเขียน
การอ่านเอนทรี โดยจับกระแสที่ถ่ายทอดออกมา จึงเหมือนเป็นการเติมความมีชีวิตให้กับหน้ากระดาษ เราสามารถเข้าถึงตัวเนื้อหา และเข้าใจความรู้สึกที่อาจไม่ตรงไปตรงมา ของผู้เขียนได้ชัดเจนขึ้น
หลายครั้ง ที่ได้กลับไปเอนทรีเก่าๆของตัวเอง ผมก็ยังสัมผัสได้ ถึงอารมณ์ความรู้สึกที่เขียน ณ ตอนนั้น...
บางครั้ง ผมดูกระดี๊กระด๊าซะเหลือเกิน ที่ได้มาแนะนำหนังสือหรือเกมส์ที่ตัวเองรัก
บางครั้ง ผมรู้สึกคลายความทุกข์ลงได้ เมื่อได้มาลองแชร์ชีวิตส่วนตัวที่ทั้งกดดันและเร่งเร้า ในมุมมองที่ดูน่าขัน
บางครั้ง ผมดูไม่มีความสุขเสียเลย เหมือนสักแต่ว่ามาปล่อยเอนทรีออกมาซักอัน ราวกับเป็นหน้าที่
บางครั้ง ผมอยู่ว่างๆเหงาๆ ไม่มีอะไรทำ ก็ออกมาเป็นเอนทรี ที่ให้ความรู้สึกแห้งแล้งเปล่าเปลี่ยวซะเต็มประดา
ฯลฯ
.
....แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มีเอนทรีออกมาเท่าไหร่ และสะท้อนความรู้สึกเชิงบวกเชิงลบเช่นไรออกมานั้น สิ่งที่ผมได้เรียนรู้มาตลอดหลายปี จากทั้งที่เป็นคนเขียนและคนอ่าน ก็คือความคิดที่ว่า การเขียนบล็อกอย่างมีความสุข ไม่ว่าตัวเราจะอยู่ในอารมณ์ขึ้นหรือลงเพียงไรก็ตามนั้น...
สิ่งสำคัญอยู่ที่ การเข้าใจ"อารมณ์" ของตัวเอง และถ่ายทอดมันออกมาอย่างตรงไปตรงมา ไม่หลอกลวง ไม่ปิดบัง...หากทำได้ดังนั้น ความรู้สึกของตัวเรา ก็จะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ฝืน ไม่เร่งเร้า
คนเขียนก็บรรลุวัตถุประสงค์ในการเขียน คนอ่านก็เข้าถึงเนื้อหาได้อย่างไม่ประดักประเดิด
ทุกคนก็จะแฮปปี้ มีความสุข จากทั้งการเขียนบล็อก และการอ่านบล็อกครับ ^^
.
-------------------------------------------------
Trivia
- เจ้าของบล็อก ชอบเลข 7 เป็นการส่วนตัว...และเมื่อสามปีก่อน ก็หมายมั่นปั้นมือมาก ว่าอยากจะสร้างบล็อกในวัน่ที่ 7 เดือน 7...แต่ที่ออกมาเป็นวันที่ 5 เดือน 7 นั้น...ก็เพราะว่า จำวันผิดไปเอง
....จนถึงวันนี้ บอกใครไป ก็มีแต่คนหาว่าเล่นมุข
.
- นอกจากรีวิวสื่อบันเทิงแบบประปรายแล้ว บล็อก My Life ,My Mania ก็มีซีรีย์เอนทรียาวออกมามากมาย อันได้แก่ 20 ปีกับไฟนอล แฟนตาซีในความทรงจำ ที่เป็นการสรุปเล่าเรื่องซีรีย์เกมส์โปรด / Medicine in Fiction ที่เป็นการเล่าเนื้อหาสาระความรู้ โดยหยิบยกตัวอย่างมาจากสื่อบันเทิงต่างๆเพื่อง่ายต่อการเข้าถึง / มองนิยามของชีวิต ผ่านการ์ตูนและสังคม ที่เป็นการรึวิวการ์ตูนเนื้อหาที่หนักไปอีกขึ้น ในเชิงวิจารณ์สังคมที่รุนแรงกว่าปกติ / My Exam ที่เป็นการเล่าเรื่องชีวิตการสอบหฤโหดของนักศึกษาแพทย์ และเอนทรียิบย่อย เล่าชีวิตความเป็นอยู่ อีกหลายเอนทรี
....ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนี้ มีเอนทรีที่จบสมบูรณ์ไปแล้ว แค่ My exam เพียงอย่างเดียวเท่านั้น
.
- มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนธีมบล็อกใหม่ ให้เป็น Season 5 (เปลี่ยนฤดูตามอารมณ์) มาประมาณครึ่งปีที่แล้ว ถึงขั้นให้เพื่อนช่วยเขียนมาสคอตให้ใหม่...แต่เนื่องจากวิกฤตการณ์ Harddisk เจ๊งกระบ๊งไปเมื่อสี่เดือนก่อน ข้อมูลและภาพอันสำคัญยิ่งชีพมากมาย ก็หายไปจนสิ้น...ไม่มีหน้าไปพบเพื่อนคนไหนได้อีกเลย
.
- สมัยเดือนแรกๆที่สร้างบล็อกขึ้นมา มียอดผู้ชมประมาณเพียงวันละ 20-30 hits (และเป็นเจ้าของบล็อกเองซะเกือบ 10)...จนถึงวันนี้ ที่ได้มีสังคมที่ใหญ่ขึ้น ได้รู้จักเพื่อนฝูงต่างอายุ ต่างวิชาชีพมากมาย ทำให้บล็อกไม่เงียบเหงา ถึงขั้นร้างอีกต่อไป แม้ในช่วงที่ไม่อัพบล็อกเลย ก็ยังมีคนแวะมาเยี่ยมเยียน มาขุดคุ้ยเอนทรีเก่าๆอ่านเล่น จนยอดผู้ชมเพิ่มขึ้นเป็นแสนๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ
อยากขอบคุณจากใจ ทั้งขาประจำและขาจร ทั้งขาเมนท์และขามุด ที่หมั่นเข้ามาอ่าน เข้ามาตอบ เข้ามาดู และหมั่นเขียนอะไรให้อ่านอย่างสม่ำเสมอว่า...ดีใจจริงๆ ที่ได้รู้จักกัน
ขึ้นปีที่สี่แล้ว ฝาก My Life, My Mania อีกเช่นเดิมนะครับ ^^
.
รักการเขียนบล็อก
รักคนอ่านครับ
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
* ณ จินต์...ช่วงนี้ไม่เหนื่อยมากครับ มีเวลามาอัพเอนทรีได้บ่อยกว่าปกติเยอะเลย ทุกทีอย่างมากสุดๆ ไม่เคยเกินเดือนละ 4 เอนทรี ตอนนี้ทำได้ถึง 6 แล้วนะ ฮา
* Skykid คุง...เทียบกับหลายๆเดือนที่ผ่านมาแล้ว ตอนนี้สบายขึ้นเยอะครับ ^^ น้ำหนักขึ้นเลยทีเดียว แหะๆ
* กล้อง...สิ่งที่ไม่ปลื้มตอนนี้ คงเป็นเรื่อง staff ร่วมสถาบัน ที่สุดยอดซะจน staff ท่านอื่นต้อง"ฝากเรื่อง" ให้เราไปรายงานต้นสังกัดกันเลยทีเดียวเชียว
* คุณ ความรักสร้างฉัน...เป็นความเศร้าอย่างนึง ที่ผมพยายามทำใจมานานแล้วครับ TwT
* น้อง B-rz...อีกหน่อยก็น่าจะได้เจออะไรคล้ายๆกันแหล่ะ ฮา~
* น้องทราย...ฮา เอนทรีไฟนอลที่เขียนไป ถ้าไม่เคยเล่น ก็คงอ่านแล้วงงๆละมั๊งครับ บางทีเขียนเองอ่านเอง ยังแอบสับสนเป็นช่วงๆเลย
* Detonator...คอมโบพ่อเป็นหมอ แม่เป็นหมอนี่ มีปัญหาอย่างนึงครับ ที่โดนขู่กันมาหลายรุ่น......นั่นคือ จะไม่มีใคร ว่างมาเลี้ยงลูกเลยซักคนนั่นเอง !!
* เอริธจัง...อยู่เวรต่อเนื่องหลายๆวันนี่ ไม่ต้องอยู่ในโรงบาลตลอดก็ได้ครับ ไปข้างนอก ซื้อของ หาอะไรกิน ก้ได้ แต่ต้อง standby ไว้ พร้อมจะมาที่วอร์ดทันทีที่ถูกตามนั่นแล.....ซึ่งก็ต้องบอกว่า ลำบาก และเหนื่อยเอาเรื่องจริงๆนั่นแล ^^" จะไปไหนไกลๆก็กล้าๆกลัวๆ น่าหงุดหงิดจริงๆ ฮ่วย
* Shuu...เล่น DQ9 แล้ว มาบรรยาย first impression ให้ด้วยนะ เพราะเราคงยังไม่ได้ตามตั้งแต่มันออกน่ะ ^^
* เจ๊บี...อีกแค่สัปดาห์เดียว ขอให้โชคดีกับวอร์ดสูติที่หนักที่สุดในสยามประเทศนะ
* ยัยน้องพี...thx ที่แนะนำมา เดี๋ยวจะไปหามาอ่านบ้าง ว่าแต่ หล่อนแนะนำเรื่องที่ยังอ่านไม่จบเรอะเนี่ย!
* คุณ MooKoyo Motion Graphics ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ แล้วจะแวะไปเยี่ยมเยียนเป็นช่วงๆจ้า
* พี่วลาดิมีร์...ตอนนี้อยู่ในโค้งสุดท้ายก่อนจบดันเจียน เริ่มขี้เกียจเก็บเลเวลแล้วครับ อยาก speed run บุกไปสู้บอสรวดเดียว แล้วกลับไปนอนโรงแรมที่เมืองเต็มแก่แล้ววว
#1 By Zieghart on 2009-06-28 11:37