.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

วันนี้เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลตากสิน หลังเสร็จสิ้นภารกิจ วอร์ดศัลยศาสตร์เป็นที่เรียบร้อย...งานไม่หนักมาก แต่มีปัจจัยอื่นๆอีกหลายๆอย่าง ที่ไม่ชอบเอาซะเลย เหนื่อยใจเป็นที่สุด...เฮ่อ อย่างน้อยก็ได้กลับมาตายรังที่วังหลังเป็นที่เรียบร้อย

ข่าวดีสุดๆสำหรับผมก็คือ วันหยุดยาว 5 วันนี้ จะได้มีโอกาส"หยุด" เหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเค้าบ้างซะที...หลังจากที่หลายปีหลังมานี่ ทำงานตลอดศก ไม่เคยได้ลิ้มรส"วันหยุดราชการ" แบบจริงๆซักครั้ง (มีแต่จะสาปส่ง เพราะมีวันหยุด = อยู่เวรเพิ่มขึ้นเป็น 24 ชั่วโมง)...ได้ฤกษ์ตื่นสายแล้ว!! โอ้ว!!

วันนี้กำลังว่าง รีบมาต่อบทความตอนที่สองกันเลยดีกว่า หวังว่าจะถูกใจครับ ^^/

------------------------

Dragon Quest Reminiscence

~ Part II ~

1.

ภายหลังจากทายาทแห่งโรโตะ ได้กำจัดราชามังกร และออกเดินทางร่วมกับเจ้าหญิงลอร่าแล้ว เวลาแห่งความสงบสุข ก็ได้ผ่านพ้นไปถึง 100 ปี...สายเลือดของโรโตะ ก็ถูกส่งผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางสามอาณาจักรใหญ่ โลเรเซีย ซามัลโทเรีย และมูนบรู๊ค

ทว่า สันติสุขที่แสนยาวนาน กลับต้องพลันสะบั้นลงในชั่วข้ามคืน เมื่อนักบวชปีศาจฮาก้อน ได้ปรากฎกายขึ้น พร้อมกับยาตราทัพมอนสเตอร์จากโลกปีศาจ เข้าบุกโจมตีเมืองมูนบรู๊คจนล่มสลายไปในพริบตา พระราชาถูกสังหาร แม้แต่เจ้าหญิงแห่งมูนบรู๊ค หนึ่งในผู้สืบสายเลือดโรโตะ ก็ยังถูกสาปเป็นสุนัข หายสาบสูญไปในทุ่งกว้าง !!

ข่าวอันน่าพรั่นพรึงของกองทัพฮากอน ได้มาถึงเมืองโลเรเซีย...ผู้กล้าของเรา เจ้าชายแห่งโลเรเซีย ได้รับมอบหมายจากพระบิดา ให้เร่งรุด ออกเดินทางไปสมทบกับทายาทแห่งโรโตะอีกสองคน เพื่อผนึกกำลังกัน ปราบนักบวชปีศาจให้จงได้ !!

*: Party

ดรากอน เควสต์ สอง "Patheon of Evil Gods" นี้ เป็นพัฒนาอีกก้าวจากภาคแรก นอกเหนือจากกราฟฟิคที่มีความละเอียดระดับเดียวกับภาคหนึ่งเวอร์ชันอเมริกาแล้ว ระบบต่อสู้ ก็ถูกพัฒนาขึ้นเป็นระบบปาร์ตี้ ที่ฝ่ายเรามีสมาชิกถึงสามคน เลือกการโจมตีได้สามคำสั่งในเทิร์นเดียว และฝ่ายศัตรูเอง ก็มีการรวมกลุ่มกัน ให้เราเลือกโจมตี...จุดนี้เป็นเพราะ ทางอินิกซ์เห็นว่า การปูทางจากภาคก่อน ทำให้ผู้เล่นมีความคุ้นเคยกับตัวเกมส์ RPG ในระดับนึงแล้ว ก็พร้อมที่จะเพิ่มความสมจริงเข้าไปอีกขั้น

แต่ข้อจำกัดที่ตามมา ก็เนื่องด้วยจำนวนศัตรูที่เพิ่มขึ้นเต็มจอ จึงต้องตัดฉากวินโดว์ แสดงพื้นหลังของฉากต่อสู้ทิ้งไป และใช้การถมเป็นพื้นดำแทน...อีกทั้งการเลือกโจมตีในแต่ละครั้ง ทำได้เพียงเลือก "กลุ่มศัตรู" กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เช่น เราไม่สามารถจำเพาะได้ว่า ต้องการโจมตีสไลม์ตัวกลาง แต่ตัวละครจะทำการแรนด้อมเลือกโจมตีให้เราเองเป็นต้น (และมักทำให้เราขัดใจเสมอ) ซึ่งจุดด้อยนี้ กลับถูกนำไปใช้ต่อเนื่องไปอีกหลายปี โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแฟนๆอย่างน่าประหลาด

และต้องไม่ลืมว่า ในเวอร์ชันดั้งเดิม ตัวเกมส์จะไม่มีระบบ "เปลี่ยนเป้าหมายการโจมตี" แบบอัตโนมัติให้กับเรา ...นั่นหมายความว่า ใส่คำสั่งไปครบแล้ว...หากเพื่อนของเราปราบศัตรูตัวหนึ่งๆไปก่อนถึงเทิร์นเรา...ตัวเราก็จะยังคงตั้งหน้าตั้งตา โจมตีตำแหน่งเดิม ส่งผลให้ฟันวืด เสียเทิร์นไปเปล่าๆปลี้ๆ...ความบื้อของฮีโร่นี้ คาดว่าระบาดถึงกันได้ เพราะแม้กระทั่งในสมัยไฟนอล แฟนตาซีภาคแรกออกจำหน่าย ก็ยังพบเห็นปัญหาแบบเดียวกัน

2.

ใช้เวลาไม่นานนัก ผู้กล้าแห่งลอราเซียของเรา ก็ตามตัวพระญาติ เจ้าชายแห่งซามัลโทเรียพบ และร่วมเดินทางไปด้วยกัน...ทว่า เมื่อไปถึงเมืองมูนบรู๊ค ก็กลับพบว่า ปราสาทที่เคยรุ่งเรือง ก็พังทลายด้วยน้ำมือของปีศาจจนสิ้นซาก เหลือเพียงดวงวิญญาณของพระราชา และทหารที่ยังคับแค้นใจต่ออำนาจมืดเพียงเท่านั้น...

เคราะห์ดี ที่ผู้กล้าของเรา สามารถไปตามหาไอเทมในตำนาน (ที่ภาคหลังๆถูกนำมาใช้อีกหลายตลบ) "กระจกแห่งรา" มาถอนคำสาปเจ้าหญิงแห่งมูนบรู๊ค ให้กลายร่างจากสุนัขกลับมาสู่ร่างเดิม...และทำให้ ทีมสามสายเลือดแห่งผู้กล้าโรโตะ ได้รวมตัวกันครบแล้ว !

ปัญหาสำคัญคือ นักบวชปีศาจฮาก้อน ได้ร่ายคาถาภาพลวงตาอันสุดหยั่ง ปกคลุมวิหารปีศาจของตัวเองไว้ ไม่ให้ผู้ใดเข้าถึงตัวได้โดยง่าย....เหล่าผู้กล้าจึงต้องออกเดินทาง เพื่อค้นหาวิธีที่จะขจัดภาพมายาอันทรงพลังเหล่านั้นให้ได้เสียก่อน

การเดินทางในโลกกว้าง จึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง...

*: Nostalgic World

โลกทัศน์ในดรากอน เควสต์ 2 นี้ จะกว้างใหญ่ขึ้นมากกว่าภาคที่ผ่านมาร่วมสี่เท่า และมีเหตุการณ์น่าจดจำ  รวมถึงพาหนะที่ช่วยในการเดินทางที่หลากหลายขึ้น ทำให้ไม่ต้องลำบาก เดินเท้าเทียวไปเทียวมาอีกต่อไป

ดรีมทีมสายเลือดโรโตะ ได้ค้นหาผ้าคลุมสายลม และใช้มันร่อนข้ามหอคอยคู่ ไปยังทวีปอีกฟากของช่องแคบ...ได้ช่วยเหลือเด็กผู้หญิงจากการถูกมอนสเตอร์ทำร้าย จนได้รับเรือใบมาใช้ในการเดินทางสู่โลกกว้างได้สำเร็จ

เรือลำเล็ก ได้เดินทางล่องไปยังทวีปต่างๆ จนได้มาเหยียบยังดินแดนอเลฟการ์ดอันแสนคุ้นเคย...บ้านเกิดของเจ้าหญิงลอร่าแห่งลาดาตอม และบรรพบุรุษสายเลือดโรโตะ ผู้ปราบราชามังกรนั่นเอง!

------------------------ 

3.

ถึงแม้สเกลของดินแดนอเลฟการ์ดจะถูกย่อส่วนลงจากภาคแรก แต่ผู้เล่นก็จะยังจำได้ดี กับสภาพภูมิประเทศที่คุ้นตา และสถานที่สำคัญหลายๆแห่ง ที่ผ่านเวลาล่วงมากว่าหนึ่งศตวรรษ

เหล่าผู้กล้าได้เดินทางไปยังปราสาทราชามังกร และได้เผชิญหน้ากับทายาทแห่งราชามังกร ผู้ไม่มีความคิดที่จะรุกรานเผ่าพันธุ์อื่นใด และได้ฝากฝังภารกิจปราบนักบวชปีศาจให้กับสายเลือดโรโตะ โดยการมอบข้อมูลสำคัญที่สุด...สปอยล์เนื้อหาหลักดรากอน เควสต์สองแบบไม่มีชิ้นดีว่า

" การจะเข้าถึงตัวนักบวชปีศาจฮากอนได้นั้น จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองจากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ รูบิส ผู้ปกปักษ์ผืนพิภพ...เพื่อการนั้น พวกเจ้าต้องรวบรวมสัญลักษณ์ทั้งห้า และใช้มันปลุกเรียกวิญญาณแห่งรูบิสเสียก่อน !! "

4.

กล่าวร่ำลาคุณเหลนราชามังกรเสร็จสรรพ เหล่าผู้กล้าก็ออกเดินทางต่อโดยไม่รอช้า และได้ค้นพบไอเทมสำคัญ "ขลุ่ยเสียงสะท้อน" จากภารกิจกู้สมบัติใต้ท้องทะเล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการค้นหาสัญลักษณ์ทั้งห้าที่กระจายอยู่ทั่วโลก

ขลุ่ยเสียงสะท้อน เป็นไอเทมศักดิ์สิทธิ์ ที่จะเปล่งเสียงกังวาน สอดรับกับสัญลักษณ์ทั้งห้า...เมื่อผู้กล้าเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมือง ปราสาท คุกใต้ดิน หอคอยร้าง วิหารโบราณ เกาะโดดเดี่ยว และอื่นๆ...หากเป็นสถานที่ที่มีสัญลักษณ์ซุกซ่อนอยู่ เมื่อลองเป่าขลุ่ยนี้แล้ว จะมี "เสียงสะท้อน" ก้องตอบกลับมา เป็นสัญญาณบอกว่า เป้าหมายอยู่ไม่ไกลแล้วนั่นเอง !!

ภารกิจตามล่าตราสัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดารา วารี และชีวิต ก็ดำเนินต่อไป...หลังจากการเดินทางต่อสู้อย่างยากลำบาก...ทั้งการฝ่าดงศัตรู เขาวงกต หอคอยสูง ลานประลอง และอื่นๆ...เหล่าผู้กล้าได้ใช้กุญแจเงิน กุญแจทอง เปิดไขเส้นทางลับมากมาย จนได้รับหินแสงจันทร์ ที่สามารถดึงระดับน้ำทะเลให้ขึ้นสูง แล่นเรือฝ่าดงปะการัง เข้าไปยังถ้ำลับกลางท้องทะเล เพื่อค้นหาเทวรูปปีศาจ....และนำมันมาเปิดปากทางลับกลางขุนเขา เข้าไปรับตราสัญลักษณ์ชิ้นสุดท้ายได้สำเร็จ !

เมื่อนำตราทั้งห้าไปยังวิหารแห่งรูบิส วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกปลุกขึ้นมาในที่สุด...เทพรูบิสรับรู้เรื่องราวโดยตลอด พร้อมกับกล่าวถึง "คำสัญญา" ที่ตนเคยให้ไว้กับผู้กล้าโรโตะในอดีตกาล และมอบ "ตราแห่งรูบิส" ไว้ขจัดเวทย์ลวงตาของนักบวชปีศาจ พร้อมกับอวยชัยให้กับเหล่าผู้กล้า ได้รับชัยชนะในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่กำลังจะมาถึง...

---------------------------------- 

*: Past 

อะฮ่า ! เทพรูบิส กับผู้กล้าโรโตะออริจินอล...ดูจะมี something wrong และคำสัญญาบางอย่างกันอยู่ !...รายละเอียดเหล่านั้น ตัวเกมส์ในภาคหลัง จะมีการขยายความอีกเล็กน้อย...แต่หากต้องการรับรู้เรื่องราวแบบ inside ที่จับเอาความสัมพันธ์ในเรื่องเล่าเหล่านั้น มาแตกหน่อเป็นเอกเทศ ต้องอ่าน ดรากอน เควสต์ ภาครูบิส (ลิขสิทธิ์ไทย สนพ.วิบูลย์กิจ ทั้งชุด 7 เล่มจบ) ครับ

เนื้อหาว่าด้วยพระเจ้าผู้สร้างโลก และเผ่าพันธ์เทพต่างๆ...รวมไปถึงรูบิส หญิงสาวแห่งตระกูลธาตุไฟ กับโรโตะ หนุ่มลูกครึ่งตระกูลธาตุดินกับมนุษย์ธรรมดา...แม้ลายเส้นจะออกแนวการ์ตูนผู้หญิง แต่เรื่องราวความรักที่ทั้งหวานซึ้งและน้ำเน่า การพลัดพราก การช่วงชิง และการปะทะกันของเหล่าทวยเทพ ก็ถือเป็นไซด์สตอร์รี่ที่น่าประทับใจ และแฟนๆควรหามาอ่านอีกเรื่องเลยทีเดียว

 

----------------------------------

5.

เหลือขั้นตอนเตรียมการอีกไม่มาก ก่อนการปะทะกันจะมาถึง...ทีมทรีโอ ได้ตระเตรียมอุปกรณ์ในตำนานทั้งหลายอย่างพร้อมสรรพ ทั้งชุดเกราะแห่งโรโตะ (เวอร์ชันฟูลคอร์ส ทั้งดาบ โล่ห์ หมวก เกราะ และสัญลักษณ์สายเลือด !) เสื้อคลุมนางฟ้า (ที่ถักทอจากเครื่องทอเวทย์ กับด้ายหยาดฝน โดยช่างทอผ้ายอดฝีมือ) และดาบสายฟ้า (ที่เรียกขานเวทย์ศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้าได้ดังต้องการ) ฯลฯ

ทั้งสามมุ่งสู่วิหารแห่งจอมปีศาจ และใช้ตราแห่งรูบิส ขจัดภาพลวงตาให้มลายหายไป ก่อนจะบุกทะลวง เข้าถึงตัวนักบวชปีศาจชนิดไม่ทันตั้งตัว และกำจัดฮากอนได้เป็นผลสำเร็จ !!!

ฮากอนตกตะลึงในความแข็งแกร่งของสายเลือดในตำนานเป็นอย่างมาก แต่ก่อนจะสิ้นลม แผนการลับสุดท้ายของนักบวชปีศาจก็เสร็จสิ้นลงพอดิบพอดี...เทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง ชิโด้ ได้ถูกปลุกขึ้นมาจากโลกปีศาจเป็นที่เรียบร้อย ! ผู้กล้าแห่งโรโตะ เตรียมรับมือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายทันที !!

 

*: Finale

ชิโด้ถูกปราบลงในที่สุด สันติสุขกลับคืนสู่ผืนดิน...ผู้กล้าทั้งสามได้เดินทางกลับบ้านเกิด และได้รับเสียงโห่ร้อง แสดงความยินดีตลอดเส้นทาง ทั้งชาวเมือง ทหาร ราชา เทพเจ้ารูบิส และราชามังกร...ไม่มีผู้ใดไม่ปลาบปลื้ม ไปกับพลังความดีงามอันยิ่งใหญ่ ของสามผู้สืบทอดสายเลือดแห่งผู้กล้าโรโตะ

...และแล้ว การผจญภัยอันยาวนานก็สิ้นสุดลง เจ้าชายแห่งโรเลเซีย ได้ขึ้นรับตำแหน่งพระราชาคนใหม่ และพระญาติ เจ้าชายแห่งซามัลโทเรีย และเจ้าหญิงแห่งมูนบรู๊ค ก็กลับไปยังแผ่นดินเกิด ปกครองบ้านเมืองด้วยความสันติสุขสืบไป

~ Dragon Quest II ~

~ Fin ~

Misc.

- ชื่อไตเติล เสน่ห์ และบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของ DQ ไปได้สวยอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ก่อให้เกิดกระแสตอบรับเชิงบวกที่น่าทึ่ง ภาพผู้คนต่อแถวเป็นวันๆ เพื่อรอซื้อตลับเกมส์ในวันแรกจำหน่าย เมื่อกว่า 20 ปีก่อน เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า "ปรากฎการณ์" เลยทีเดียว...DQ2 ได้รับคำชื่นชมมากมาย ก่อนจะทำยอดขายเสร็จสรรพ ไปถึงกว่าสองล้านสี่แสนตลับ

- ระบบในภาคนี้ พยายามเน้นความแตกต่างของตัวละครให้มากขึ้น เช่นผู้กล้าโลเรเซียของเรา ไม่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้เลย แต่แทนที่ด้วยพลังโจมตีทีสูง และใส่อาวุธดีๆ จนถึงอาวุธในตำนานได้ เจ้าหญิงมูนบรู๊ค จะเด่นที่เวทย์มนตร์โจมตีและรักษา ส่วนเจ้าชายซามัลโทเรีย จะเป็นเป็ด ที่ทำได้ทั้งสองศาสตร์ แต่ไม่ถึงขีดสุดเลยซักอย่างเดียว...

- ฝันร้ายของผู้เล่นชาวญี่ปุ่น ยังไม่จางไปไหน กับระบบการจดพาสเวิร์ด แทนการเซฟเกมส์...มาคราวนี้ ด้วยความละเอียดของตัวเกมส์ที่มากขึ้น ทำให้รหัสที่ต้องจดไว้...เพิ่มขึ้นเป็น 52 ตัวอักษร !! ทำเอาไม่อยากปิดเครื่องกันเลยทีเดียว !!...ส่วนภาคอังกฤษนั้น มีถ่านเซฟให้ใช้เช่นเดิมครับ ^^

- ไอเดียหลายๆอย่าง ถูกปรับแต่งจากภาคแรก และได้กลายเป็นเอกลักษณ์หลักสืบเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ดังเช่น "ลอตเตอรี่" ที่เป็นไอเทมเบิกทาง ต่อยอดเป็นมินิเกมส์อบายมุขทั้งหลายที่จะตามมาในภาคหลังๆ 

รวมถึงเควสการค้นหา "กุญแจ" หลากชนิด ที่ทำให้เหล่าผู้กล้าต้องคอยกลับไปยังเมืองเก่าๆที่ผ่านมา เพื่อเปิดประตูหรือค้นหาสมบัติที่เคยเปิดไม่ได้มาก่อน...ในภาคนี้ จะอยู่ในรูปแบบของกุญแจเงิน และกุญแจทองนั่นเอง

- เมื่อสมาชิกในปาร์ตี้มีมากกว่าหนึ่งคน ก็ทำให้เกิดเป็นมุขคลาสสิคแห่ง DQ อีกอย่าง...เมื่อสมาชิกคนใดคนนึงตายลง ก็จะกลายสภาพเป็น "โลงศพ" ถูกลากเดินตามขบวนของเพื่อนฝูงนั่นเอง ฮาซะไม่มี !!

- "โบสถ์" ได้ถูกเพิ่มขึ้นมา เพื่อคอยชุบชีวิต แก้พิษ และถอนคำสาป

- ระบบบางอย่างที่ไม่สะดวก ดังเช่น การต้องหาคบเพลิงมาจุดไฟเวลาลงถ้ำ ก็ถูกตัดไปถาวร...และเรื่องการเซฟ ที่ผู้เล่นเคยบ่นกันว่า จุดเซฟที่พระราชาลาดาตอมเพียงจุดเดียวใน DQ1 ไม่เพียงพอนั้น...มาภาคนี้ ก็แก้ปัญหาด้วยการ...เพิ่มจำนวนปราสาท เพิ่มจำนวนพระราชา ให้ผู้กล้ามีโอกาสเซฟได้มากขึ้น!! โอ้ว ไอเดียบรรเจิด...แต่ มันไม่ใช่อ่ะ อีนิกซ์! มันไม่ใช่!

...

...

ทุกตำนานย่อมมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด...ตอนหน้าพบกับ การไล่ตามปูมประวัติแห่งสายเลือดโรโตะ และการพลิกผันพลอตอย่างน่าตะลึง กับการปิดฉาก "ไตรภาคแห่งโรโตะ" ใน ดรากอน เควสต์ 3 ครับผม

แล้วพบกันใหม่

แท่ด แท่ด แท่ด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Nostalgia DQ 1

เดี๋ยวกลับไปตอบท้ายเอนทรีที่แล้วนะคร๊าบ ~~

confused smile

#1 By Zieghart on 2009-07-04 20:06

เยี่ยมเลย Hot!

#2 By b-padung Studio on 2009-07-04 20:20

ระบบตายแล้วเป็นโลงศพ...จำได้ว่ากินทามะล้อไปรอบนึงตอนแข่งเกมล่ะมั้ง...โฮกกกก มัน...ฮาไม่ไหวแล้วจริง ๆ นะคะ!!!!T[]T~~
ให้อารมณ์ผีสิงชอบกล...(ไม่ใช่ละ)
อ่านแล้วภาคนี้ให้อารมณ์สมจริงขึ้นนิด ๆ นะคะ ถึงแม้บางอย่างมันจะงี่เง่าปานนั้นก็เถอะ อย่างน้อยก็มีตัวช่วยเสริมเพิ่มมากขึ้น แต่บางอย่างก็หายไปเหมือนกัน เอ๋...สรุปว่ามันจะสมจริงขึ้นหรือเปล่านะ= ="
จะรออ่านภาคต่อไปค่ะ!!!Hot! Hot!

ปล.ยินดีด้วยนะคะกับวันหยุดที่เพิ่มขึ้น ส่วนทางนี้...ฮ่า ๆๆๆ ถึงมีวันหยุด ก็ไม่ได้หยุดอยู่ดีค่ะ โฮววว อาทิตย์หน้าสอบบบบบบบบบบ

#3 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2009-07-04 20:34

ตึง ตึง ตึง ตึง
เสียงเดินชนภูเขากับระบบเซฟ confused smile

ไอ้เกมส์นี้สมัยก่อนแถวบ้านเล่นกันรวดเดียวเคลียร์จนอแดปเตอร์แทบละลายกันทีเดียว sad smile

#4 By เม็ดบ๊วย on 2009-07-04 20:51

ปัญหาของภาคนี้คือ เงินหายาก 555+ เล่นเอาไม่อยากเล่นเลยทีเดียวครับ

ส่วนดาบโรโต้ภาคนี้กลายเป็นไม้จิ้มฟันไปซะงั้น
ผมว่าซามัลโตเรียก็เก่งนะครับ เมกันเต้ นี่เทพมาก คือระเบิดไปเลยแล้วค่อยให้มูนบรูค ชุบขึ้นมา ^_^ ผมว่าภาคนี้ไอ้เครื่องจักรที่มันยิงเวทย์ไม่เข้าเก่งกว่าชิโด้อีกครับ ^_^


ขอบคุณสำหรับรีวิว ครับ ทำให้คิดถึงเกมส์นี้จริงๆ Hot!

#5 By Elta_kung on 2009-07-04 21:42

ภาคนี้ไม่เคยเล่นแฮะ

แต่อ่านบทความแล้วอยากไปหามาเล่นสุดๆ เลยล่ะครับ

จะว่าไประบบจดพาสเวิร์ดเนี่ย นอกจากเกม RPG อย่างดราก้อนเควสท์แล้ว เกมแอคชั่นอย่างโคนามิเวิล์ดภาคแรกก็มีลอกระบบจดพาสเวิร์ดไปใช้ด้วยเหมือนกันนี่นะครับ (เอ...หรือว่าจำผิดไปหว่า)

#6 By sasarai on 2009-07-05 11:41

เจ๋งครับ ยอดเยี่ยมมาก พล็อตเรื่องคร่าวๆนี่เอาไปใช้แทนบทสรุปภาคภาษายี่ปุ่นได้เลยนะเนี่ย

เจ๋งดีครับHot!

#7 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-07-05 16:50

อ่านเพลินมากเลยค่ะ

รอดูภาคต่อไป cry

#8 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-07-05 17:45

กำลังหาพวกข้อมูลดราก้อนเควสอยู่พอดีเลย
สุดยอดมาก
Hot! Hot! Hot!

#9 By zaionic on 2009-07-05 18:47

ต้นกำเนิดมุกโลงศพ open-mounthed smile

#10 By mastermune on 2009-07-05 18:49

อยากบอกว่า

เกมนี้ผมเล่นจนจบมาแล้ว ตั้งแต่สมัยเครื่อง Famicom สิ่งที่ยากที่สุดในเกมไม่ใช่บอส ไม่ใช่มอน แต่มันคือ การจดพาสเวิร์ดยังไงไม่ให้ผิดมากกว่า double wink

#11 By palermos on 2009-07-05 18:54

ถ้าจำไม่ผิด ภาคนี้เป็นต้นกำเนิดของไอเท็มติดคำสาปทั้งหลายแหล่ด้วยใช่มั้ยครับ confused smile

แล้วฮาก้อนนี่เป็นบอสตัวแรกที่ฮีลตัวเองได้รึเปล่านะ? จำไม่ค่อยได้แต่คุ้นๆ ว่าฮาก้อนทำผมหงุดหงิดจนแทบเขวี้ยงจอยใส่จอหลายรอบมาก เพราะมันร่ายเบโฮมี่ถี่เหลือเกิน

เอ ว่าแต่เสื้อคลุมที่ทอจากด้ายหยาดฝนนี่ ไม่ได้ชื่อเสื้อคลุมสายน้ำหรอกเหรอครับ? ยังไงก็ตามนี่เป็นหนึ่งในไอเทมที่แฟนตาซี้~แฟนตาซีเอามากๆ คิดได้ไงเนี่ยที่เอาน้ำมา่ทอเป็นเสื้อกันไฟ! ยิ่งใน DQ ยุคเก่าๆ ที่เวทย์โจมตีเป็นเวทย์ไฟซะส่วนใหญ่ เสื้อนี่จะขลังเหลือหลายครับ!

พอโตขึ้นมาหน่อย ผมก็คิดอีกทีว่า ถ้ามีไอ้เสื้อคลุมตัวนี้จริง...คนที่ใส่มันคงจะเย็นแถมวาบหวิวดีพิลึกนะ -;;- ฮา

Hot!
ข้อมูลแน่นมาก
ไปโดน Enter ='=.!!

ภาคนี้ผมเล่นไม่จบครับ แต่ตามอ่านเนื้อเรื่องเอา และดูคลิปเล่นเอา

ฮามาก เหมือนประชดยังไงไม่รู้ที่มันย้อนไปใน อเลฟกาีร์ดแล้วข้ามทะเลเอาดื้อๆไปยังปราสาทราชามังกร....

ราชามังกรรุ่นหลานที่ไม่รุกรานเผ่าอื่น...(แต่ศัตรูในปราสาทโจมตีเรา open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile )

ผมว่าในเกมนี้มีตัวที่เก่งกว่า ชิโด้นะ คือ ลิงสีขาวเข้าปรสาสาทฮาร์ก้อน ร่ายซากี้ทีตายหมู่
ใครจะรู้บ้างว่ีา DQII มีช่องว่าที่แอบลิงค์กับ DQVII เหมือนกันนะ (เคยอ่าน แต่ผมจำไม่ได้แล้ว ยังไม่เป็นที่ยืนยันจาก ทางค่าย แต่ใน manga เขียนไว้ชัดเจนมาก ....)
ตอนนี้อยากอ่านภาคผู้กล้าโรโตะภาคสองครับ.. อยากรู้จุดต่อระหว่างภาคตราสัญลักษณ์ กับภาค 1 ว่าเป็นไง
รู้สึกภาคล่าสุดกำลังจะออก

ยังคงฉากต่อสู้แนวเดิมเปะ

จะมีภาค 3 ต่ออีกไหม confused smile

Hot! Hot! Hot!

#16 By TonHor on 2009-07-05 22:18

รอคอย DQ3 big smile

#17 By ChimERaTeDdY on 2009-07-05 22:37

รอภาคต่อไป cry

เยี่ยมมากกก Hot! Hot!

#18 By ♥..Ta๊y๋l๏r๊~ * on 2009-07-05 23:35

อยากหาอ่านเหมือนกันครับ ดราก้อนเควสท์แต่ละภาค

น่าสนุกออก


แต่ผมไม่เคยเล่นนะ (ไม่มีเครื่องน่อ สมัยนั้น สมัยนี้ก็ยังไม่ได้หารอมมาเล่นเล้ย)

#19 By monboy01 on 2009-07-06 09:51

Acute nostalgia...DQ 2

* คุณ b-padung ...ขอบคุณมากครับ big smile

* น้องทราย...จำกินทามะตอนนั้นได้เหมือนกัน เป็นการ์ตูนที่ฮาสุดๆจริงๆ อยากเขียนรีวิวซักครั้งเหมือนกัน...แต่รู้สึกว่า ยังเพี้ยนไม่พอจะเขียนได้ 5555

แล้วเรื่องสอบ ตอนนี้เป็นไงบ้างแล้วเอ่ย? surprised smile

* คุณ เม็ดบ๊วย...ฮา ใช่แล้ว ภาค 2 นี่ ชอบเดินชนภูเขาเหมือนกันครับ เสียงตึงๆๆๆๆๆๆ ค้างต่อเนื่องไม่หยุดนี่ มันช่างสะใจเสียนี่กระไร ฮา

* Elta_kung...โอ้ ตอนนั้นผมแทบไม่ได้ใช้เมกันเต้เลยครับ เพิ่งรู้ว่า เป็นเทคนิคทำดาเมจแบบนี้นี่เองง

ฝากตามบทความตอนต่อๆจากนี้ด้วยนะครับ ^^

* sasarai ...เออ แฮะ โคนามิไวไวเวิร์ล...จำไม่ได้แล้วแฮะ ว่ามีพาสอะไรยังไง...เพราะตอนนั้น แทบไม่ได้เล่นเลยครับ จำได้แม่นอย่างเดียวว่า เป็นเกมส์ยำใหญ่ผู้กล้าที่ ยาก-ชิ-หาย !!!!

* คุณแมลงกลิ้งขี้...ขอบคุณมากครับ ตอนนี้กำลังมีปัญหากับการเขียนภาค 3 เลย...รายละเอียดยิบย่อยเยอะเป็นบ้า แค่นั่งนึกๆเอา ก็เริ่มจะงงแล้ว ^^" รออ่านนะครับ

* KyuubixUsagi ...ช่วงนี้กำลังว่างๆเลย บทความภาคสามคงกำลังจะตามมาในอีกไม่ช้าครับผม ^^

* คุณ zaionic...ถ้าเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ก็ยินดีครับ confused smile

* พี่ mastermune...ขนาดภาค 8 สามมิติ ก็ยังใช้อยู่นะนั่น !!มุขโลงศพเนี่ย !!

* คุณ palermos...ถือว่าถูก!! 555 การจดพาสเวิร์ด เป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่นเสียนี่กระไร confused smile

* พี่วลาดิมีร์...น่าจะเป็นตัวแรกที่ฮีลได้นะครับ และหลังจากนั้น เหล่าบอสก็เริ่มมีเทรนด์เบโฮมี่กันได้อีกมากมาย...ทำให้รู้ซึ้งสัจธรรมว่า ศัตรูที่ฟื้นพลังตัวเองได้นี่มัน ...นรกชัดๆ !!

ส่วนเรื่องชื่อไอเทมต่างๆนี่ ถ้านึกออก ผมจะพยายามใช้ตามบทสรุปเมื่อก่อน(ที่แปลตรงๆจากภาษาญี่ปุ่น และคนเล่นจะคุ้นเคย)ครับ ...แต่ปัญหาครือ หนังสือผมหายไปหมดสิ้นแล้ว ส่วนมากเลยต้องเน้นหาแปลจากชื่ออังกฤษ หลากเวอร์ชัน หลากสำนวนแทน...ถ้าตรงไหนแปร่งๆไป ก็แนะนำได้ครับ ^^

* Shuu...การ์ตูน DQ7 พยายามเชื่อมเรื่องกับไตรภาคโรโตะ ซึ่งผมว่า ตอนนั้นทำได้ดีมากจริงๆครับ อ่านแล้วซึ้งจริงๆ (พอจะไปกลบหนี้กับความไม่สนุกมาหลายสิบเล่มได้ แหะๆ) ก็เป็นส่วนที่คนเขียนเพิ่มมาเองนะครับ เพราะโลก กับไทม์ไลน์มันไม่น่าจะไปด้วยกันได้เลยแฮะ? ทั้งเรื่องแผนที่โลกก็ดี เรื่องพระเจ้าก็ดี

โรโตะภาคสอง ลองหาในเนทดูนะครับ เห็นคนแจกแสกนเยอะเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้ลองอ่านเลย

ปล.เกลียดคาถาซากี้มากๆเหมือนกัน แทบสลบหน้าทีวีเลยทีเดียว

* คุณ TonHor...ผมคงรอ DQ 9 ภาคอังกฤษรวดเดียวครับ คงได้อ่านความประทับใจจากเพื่อนๆก่อนละ confused smile ...ส่วนบทความ จะทยอยออกมาเรื่อยๆ ตามเวลาว่างครับผม

* คุณ ChimERaTeDdY ...ขอเวลาเรียบเรียงภาคสามซักหน่อยน่อ เนื้อหามันยิบย่อยเยอะจริงๆ double wink

* คุณ Zard...ดีใจที่ชอบครับ ^^

* คุณ monboy01 ...ไม่ได้เล่นเกมส์ ก็ลองหาการ์ตูนมาอ่านได้ครับ เขียนสนุกๆหลายภาคเลย อ่านแล้วได้อารมณ์เควสๆดีด้วย big smile

#20 By Zieghart on 2009-07-07 00:59

**** Nostalgia DQ1 ***

กลับไปตอบที่เอนทรีก่อนหน้าแล้วนะ double wink

#21 By Zieghart on 2009-07-07 00:59

ใครว่าเกมไม่มีประโยชน์ เกมนี้ทำให้ผมเขียนตัวฮิรางานะเป็น จดเป็นไอ้บ้าเลย ระห่ำมากๆ

เกมนี้เวอร์ชั่นเครื่องซุปเปอร์เจ้าชายซามัลโตเรียมีอู้ป่วย ต้องเอาใบไม้แห่งชีวิตไปรักษาด้วย ชอบตอนไปช่วยหญิงเอาเรือใบที่สุด รู้สึกว่าตัวเอกถูกบังคับแมนมากๆHot!

#22 By แววแว่ว on 2009-07-07 03:46

ผมไม่เคยเล่น DQ สักภาค แต่อ่านเอนทรีนี้กับอันภาค 1 แล้วอดเกิดอารมณ์ร่วมขึ้นมาไม่ได้เลยครับ
ไม่ลองเปิดตำนานร็อคแมนบ้างเหรอครับคุณซิกฮาร์ต confused smile
เจ๋งค่ะHot! confused smile confused smile

#24 By ชั้นชื่อMAYU on 2009-07-07 21:17

เหมือน DQ Roto Series กับ Eden Series จะคนละโลกกันนะครับ

เพราะ DQ 8 นี่ แผนที่เดียวกับ DQ 7 ชัดเจนมากเลย

เหตุที่คนเขียนนำมาลิงค์ เพราะมีตราโรโตะในปราสาทของราชวงศ์เอสเติร์คน่ะสิ!
open-mounthed smile

บอสแต่ละภาคก็ยศไม่เหมือนกันด้วย เจ๋งดี แต่บทสรุปเมืองไทยทุกภาคเรียก "ราชาปีศาจ" ซะหมด cry

สุดยอด ได้ความรู้มากมายมหาศาล

ฝากเว็บด้วยนะ

ลงประกาศ ซื้อขาย ฟรี
http://www.siamshopmarket.com/

#26 By kokkok on 2009-07-11 11:52