.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

ทิ้งท้ายวันหยุดยาวอันล้ำค่าของผม ไปด้วยบทความตอนสุดท้าย ในไตรภาคแรกของดรากอน เควสต์...ก่อนที่ผู้เขียน จะต้องกลับไปทำงานหัวปักหัวปำอีกพักใหญ่...ตอนนี้จะยาวเป็นพิเศษ และตั้งใจมากเป็นพิเศษเช่นกัน...ยังไงก็ ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ ^^//

------------------------------

~ Dragon Quest Reminiscence ~

~ Part III ~

1.

สันติสุขที่มีมายาวนานของดินแดนอันแสนสงบ ต้องพลันพินาศลงด้วยข่าวการรุกคืบของ "จอมปีศาจบารามอส" ผู้มีรูปกายเป็นนกน่าเกลียดน่ากลัว...เหล่ามนุษย์ผู้อ่อนแอ ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากฝากความหวังไว้กับนักรบที่แกร่งกล้าที่สุดในผืนพิภพ นามว่า "ออเตก้า" ให้ปราบจอมปีศาจให้จงได้ !

ยอดนักรบออเตก้าได้ออกเดินทาง ต่อสู้กับเหล่าศัตรูร้ายกว่าครึ่งค่อนโลก ทิ้งภรรยา และลูกน้อยไว้ที่อาเลียฮานบ้านเกิด...ข่าวคราวการต่อสู้อย่างห้าวหาญของเขา ได้กระจายไปทั่วแผ่นดินไม่ขาดสาย...จวบจนถึงการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ ที่ปากปล่องภูเขาไฟเนโครกอนโด...ที่แห่งนั้น เป็นที่สุดท้าย ที่ผู้คนได้พบเห็นตัวยอดนักรบ

2.

ห้วงเวลาแห่งความมืดมิดผ่านพ้นไปนานปี ไม่มีผู้ใดได้ข่าวคราว และพบเห็นตัวออเตก้าอีกเลย จนพระราชาแห่งอาเลียฮานได้ยอมรับอย่างเงียบๆว่า นักรบผู้ห้าวหาญ ได้จบชีวิตลงแล้ว และนั่นเป็นสัญญาณนับถอยหลัง ถึงความพินาศของมวลมนุษย์....

ทว่า "ความหวังสุดท้าย" ยังไม่สูญสิ้นไปเสียทีเดียว ยังคงมี "ทายาท" ของออเตก้า..."ผู้กล้า" ของเรา ที่พร้อมจะสืบทอดความฝัน และความหวังของผู้คนอยู่อีกนั่นเอง !!

...เมื่อถึงวันที่ผู้กล้ามีอายุครบ 16 ปี การเดินทางตามรอยเท้าของผู้เป็นพ่อ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น...โดยไม่รอช้า เขาจับดาบ และไปรวบรวมพลพรรค ผู้มีเป้าหมายเดียวกันจากร้านเหล้ารุยด้า และออกเดินทางสู่โลกกว้างโดยทันที !!

 

*: Tavern & Job

แม้จะมีบทบาทเพียงแค่ช่วงสั้นๆ แต่ร้านเหล้ารุยด้า ก็กลายมาเป็นเทรดมาร์คสำคัญอีกอย่างของซีรีย์ ที่เป็นสถานที่รวมพลกันของเหล่าผู้กล้าจากทั่วสารทิศ ที่ต้องการจะจัดการจอมราชาปีศาจ ได้มารวมพล หาข้อมูล และจับกลุ่มกันและกัน...ในการ์ตูนอีกมากมายหลายเรื่อง ก็มักใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง

ใน DQ3 นี้ เราสามารถฟอร์มทีมกับสมาชิกได้สูงสุดถึง 4 คน โดยเลือกเพศ และอาชีพของเพื่อนได้ตามใจชอบ ทั้งนักรบ นักสู้ นักบวช นักเวทย์ โจร ตัวตลก พ่อค้า...และเมื่อถึงเนื้อเรื่องดำเนินไปถึงจุดนึงแล้ว ก็สามารถที่จะเปลี่ยนไปเป็นอาชีพอื่น โดยยังเก็บทักษะของอาชีพเดิมไว้ได้อีกด้วย !! ระบบ "อาชีพ" อันแสนฮิตของเกมส์ภาษาในยุคหลังๆนั้น ก็ได้รับการบุกเบิกมาจาก DQ ภาคนี้นี่เอง !

 

3.

คณะผู้กล้า ได้ออกเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ซึ่งตลอดเส้นทางนั้น นอกจากจะได้ตามรอย รับฟังเรื่องราวการเดินทางของผู้เป็นพ่ออยู่ไม่ขาดสายแล้ว พวกเขายังต้องไปข้องเกี่ยวกับภารกิจต่างๆมากมาย จนได้รับกุญแจเวทย์มนตร์ และกุญแจขโมย มาช่วยในการเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่เคยได้เข้าใกล้

และแล้ว เมื่อนำ"พริกไทยดำ"อันล้ำค่าจากตะวันออกกลางมามอบให้กับพระราชา...ผู้กล้าก็ได้รับเรือใบลำใหญ่เป็นรางวัลตอบแทน...และพร้อมที่จะเดินทางสู่เป้าหมายโดยทันที !

...ทว่า ปราสาทแห่งบารามอสนั้น ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาลึก และมีภูผาสูงใหญ่ กับแม่น้ำกว้างเป็นปราการธรรมชาติ...ชนิดที่ไม่มีมนุษย์หรือพาหนะใดจะเดินทางไปถึงได้เลย...การเข้าถึงตัวจอมปีศาจ ดูจะไม่ตรงไปตรงมาเสียแล้ว...

 

4.

ข่าวคราวจากผู้คนในเมืองต่างๆ นำพาเหล่าผู้กล้าไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนหิมะ ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาไข่ของ "นกอมตะ ลาเมีย" สัตว์วิเศษของเหล่าทวยเทพ...หากผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ สามารถเก็บรวบรวมลูกแก้ววิเศษทั้งหกมาได้ครบแล้ว ก็จะสามารถปลุกนกอมตะ และใช้มันเป็นพาหนะ บินไปได้กระทั่งสรวงสวรรค์ !!

แม้จะเป็นภารกิจที่ยากยิ่ง แต่เหล่าผู้กล้า ก็ตัดสินใจที่จะเดินทางค้นหาลูกแก้วทั้งหก ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก โดยมีเพียง ขลุ่ยเสียงสะท้อน เป็นอุปกรณ์หนึ่งเดียวที่ใช้ตามหาลูกแก้ว คอยฟังจากเสียงที่สะท้อนก้องตอบกลับมา...บุตรแห่งออเตก้า ได้เสี่ยงตายนับครั้งไม่ถ้วน...ทั้งค้นหาจากคลังสมบัติโจรสลัด ได้รับจากนักโทษผู้ถูกคุมขัง ส่งมอบจากเมืองที่เข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อตั้ง บุกทะลวงถ้ำลึกด้วยตัวคนเดียว ช่วยกำจัดงูยักษ์ในตำนาน ฯลฯ

------------------------------------- 

5.

...หลังจากการเดินทางที่แสนยาวนาน ผู้กล้าก็ได้ใช้กระจกแห่งรา เปิดโปงร่างจริงของราชาตัวปลอม นำไม้เท้าแปลงร่าง ที่ยึดได้ ไปแลกกับกระดูกลูกเรือ เพื่อนำทางไปหาล็อคเกตแห่งความรัก เอาไปใช้ปลดปล่อยวิญญาณคู่รักที่เร่ร่อนกลางมหาสมุทร ได้รับดาบไกอาเป็นการตอบแทน และใช้มัน จุดประทุภูเขาไฟเนโครกอนโด...เปิดทางไปสู่ลูกแก้วลูกสุดท้ายได้เป็นผลสำเร็จ!! และนำลูกแก้วทั้งหก ไปปลุกวิหคอมตะ ลาเมีย ให้ฟักตัวออกจากไข่ได้ในที่สุด !!

บุตรแห่งออเตก้าไม่รอช้า ขึ้นขี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์แห่งทวยเทพ และบินตรงไปยังปราสาทแห่งบารามอสกลางขุนเขาโดยทันที...ใช้เวลาไม่นานนัก การต่อสู้ก็จบลง....คณะผู้กล้า สามารถปราบจอมปีศาจได้สำเร็จ !! สันติสุขก็กลับคืนสู่ผืนดิน !!

*: Day & Night

หนึ่งในสุดยอดพัฒนาการที่เพิ่มขึ้นมาในภาคนี้ คือระบบ "กลางวัน-กลางคืน" ที่ตัวเกมส์จะมีการสลับช่วงเวลาไปเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่เราเดินทางในทุ่งกว้าง ตั้งแต่เช้า จนถึงกลางคืน...และแน่นอนว่า ในช่วงเวลาที่ต่างกัน ก็จะทำให้ในแต่ละสถานที่ มีเหตุการณ์พิเศษ และเงื่อนไขการได้รับไอเทมที่ไม่เหมือนกัน เพิ่มความลึกของเนื้อหา  มุขตลกยิบย่อย และภารกิจพิเศษมากมาย ให้ผู้เล่นได้ค้นหา ดังเช่น

- คู่รักต้องสาป ที่ถูกมนตร์สะกดของบารามอส ทำให้ไม่สามารถอยู่เคียงคู่กันได้...ฝ่ายชายจะต้องกลายเป็นม้าในช่วงเวลากลางวัน และฝ่ายหญิงจะกลายเป็นแมวในช่วงเวลากลางคืน...ไม่ว่าจะไปพบใคร ในช่วงเวลาไหน ก็จะได้รับรู้ความโดดเดี่ยวของแต่ละฝ่าย

- ทหารยามเฝ้าประตู ห้องสมบัติราชินี ที่ยืนยันเสียงแข็ง ไม่ให้เราเข้าไปหยิบสมบัติของราชวงศ์ได้โดยเด็ดขาด !...หากเราย่องมาในตอนกลางคืน จะพบว่า ทางโล่งสะดวก เพราะทหารยาม หนีไปนอนแล้วนั่นเอง...เลิกจ้างมันเถอะครับ ราชินี

- เมืองร้างเทดอน ที่พังทลายจากกองทัพของบารามอส หากเข้ามาในตอนกลางคืน จะพบเห็นวิญญาณของผู้คนในเมือง ที่ไม่รู้ว่าตัวเองได้จบชีวิตลงแล้ว ยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ สามารถพูดคุย ขายของ หรือกระทั่ง ให้เรานอนพักแรมได้อีกต่างหาก!

ฯลฯ

 

6.

งานเฉลิมฉลอง แสดงความยินดีกับเหล่าผู้กล้า ได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ปราสาทอาเลียฮาน...ทว่า รอยยิ้มที่เปื้อนหน้าของเหล่าผู้คน ก็พลันหายไปในบัดดล เมื่อเกิดสายฟ้าฟาดกึกก้องไปทั่ว และมีภาพมายาของอสูรขนาดมหึมาปรากฎขึ้นกลางห้องโถง...พร้อมกับป่าวประกาศว่า มันผู้นั้น คือ "จอมราชาปีศาจโซม่า" ผู้ปกครองโลกแห่งความมืดใต้พื้นพิภพ และเป็นนายใหญ่ที่แท้จริง ของจอมปีศาจบารามอสนั่นเอง !!

หลังจากทักทาย และกล่าวทิ้งท้ายว่า จะยังคงเดินหน้าทำลาย มอบความสิ้นหวังให้กับผู้คนแห่ง "โลกเบื้องบน" นี้ต่อไป...พระราชาและผู้คน ก็ถูกปกคลุมด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง...ผู้กล้าของเรารู้โดยทันทีว่า การเดินทางครั้งนี้ ยังคงมีต่ออีกยาวไกล...

นกอมตะลาเมีย ได้พาผู้กล้ามาส่งยังปราสาทแห่งราชินีมังกร ผู้สืบสายเลือดเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ เพื่อขอคำปรึกษาในศึกครั้งใหญ่ที่จะมาถึง...ตัวราชินีแสนสวย ผู้กำลังจะจบชีวิตลงด้วยโรคร้าย ได้ส่งมอบไอเทมในตำนาน "ลูกแก้วแห่งแสง" เพื่อใช้ในการต่อสู้กับโซม่า ก่อนที่จะสิ้นชีวิตลง ทิ้งไว้เพียงลูกน้อยในไข่ใบเล็ก...ที่เธอคาดหว้งว่า จะเติบใหญ่มาสืบทอดตำแหน่ง "ราชามังกร" ที่ดีต่อไป

7.

เหล่าผู้กล้าได้เดินทางผ่านหลุมไกอาขนาดใหญ่ ลงมายังโลกเบื้องล่างอันแสนมืดทึบ และได้พบเจอผู้คนจำนวนมาก...แต่ยิ่งสอบถามข้อมูลมากเท่าไหร่ ก็รังแต่จะได้รับรู้เรื่องราวที่แสนสิ้นหวัง หดหู่ และดำมืดไม่ต่างจากบรรยากาศของโลกแห่งนั้นเลย

" พวกท่านมาจากโลกเบื้องบนสินะ ที่นี่คือ ดินแดนแห่งความมืด ที่ไร้ซึ่งแสงสาดส่อง นามว่า อเลฟการ์ด "

" สถานที่แห่งนี้ ปกคลุมด้วยความสิ้นหวัง...จอมราชาปีศาจโซม่า เก็บรักษาชีวิตมนุษย์ต่ำต้อยอย่างพวกเรา ไว้เพียงเพื่อเล่นสนุกเท่านั้น "

" ท่านจัดการบารามอสไปแล้วรึ? เจ้านั่นก็เป็นเพียงหนึ่งในผู้ติดตามของโซม่าเท่านั้นล่ะ " 

" จอมปีศาจ...นิยมในการลิ้มรสความสิ้นหวัง รื่นรมย์กับความเกลียดชัง และดื่มด่ำกับน้ำตาแห่งความรวดร้าวของผู้อ่อนแออย่างเราๆไงล่ะ"

" พวกท่านมาจากอาเลียฮาน ที่แผ่นดินด้านบนงั้นรึ? ข้าเหมือนจะเคยได้ยินชื่อนั้นมาจากใครซักคน..."

" ข้าคือพระราชาแห่งลาดาตอม หากท่านผู้กล้า คิดจะต่อกรกับจอมปีศาจร้าย ข้าก็พร้อมที่จะมอบความหวังให้ แม้ม้นจะน้อยนิดก็ตาม"

" ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีผู้กล้ามากมาย หาญกล้าหันคมดาบเข้าสู้กับโซม่า แต่ก็ไม่มีผู้ใดได้กลับมาอีกเลย...ไม่เว้นแม้แต่ยอดนักรบ ออเตก้า ก็ตามที..."

---------------------------------

8.

ท่ามกลางสารพัดข้อมูลที่สะเปะสะปะเหล่านั้น มีชื่อของ ยอดนักรบออเตก้าจากโลกเบื้องบน...พ่อของผู้กล้าอยู่ด้วย !! หรือความหวังลึกๆอันแสนริบหรี่จะยังคงมีอยู่จริง?...ผู้กล้าของเรา เก็บคำถามนั้นไว้ในใจ และออกเดินทางต่อโดยทันที

เมื่อได้นำโลหะในตำนาน โอริฮารูก้อน ไปตีเป็นดาบราชา และค้นหาชุดเกราะแสง ที่แข็งแกร่งไม่เป็นสองได้แล้ว คณะเดินทางก็พร้อมที่จะเข้าสู่ศึกสุดท้าย 

...แต่ปัญหาคือ ปราสาทแห่งจอมปีศาจโซม่า อยู่อีกฟากฝั่งของทะเล ไม่สามารถข้ามไปได้โดยง่าย...ผู้กล้าของเรา จึงต้องเริ่มออกรวบรวมไอเทมในตำนานของดินแดนอเลฟการ์ด อันได้แก่ "ไม้เท้าเมฆฝน" และ "หินแสงอาทิตย์" ตามคำกล่าวแต่หนหลังว่า...

"เมื่อสายฝนและแสงแดดสอดประสานกัน สายรุ้งจักบังเกิด เปิดเส้นทางพิชิตจอมมาร"

9.

บุตรแห่งออเตก้า ได้เดินทางไปทั่วดินแดนแห่งอเลฟการ์ด จนได้ครอบครองขลุ่ยนางฟ้า ที่มีอำนาจวิเศษทั้งในการสะกด หรือคลายสะกดคำสาปทั้งปวงได้ และได้ใช้มัน ปลดปล่อยวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็นทั้งผู้พิทักษ์ และผู้สร้างดินแดนแห่งอเลฟการ์ด นามว่า เทพเจ้ารูบิส !!

รูบิสต้องมนตร์สะกดของโซม่า ให้กลายเป็นรูปปั้นหินอยู่เนิ่นนาน เมื่อผู้กล้าได้คลายคำสาปให้ เธอจึงเห็นความหวังรำไร และส่งมอบ "เครื่องรางแห่งรูบิส" เพื่อคุ้มครองเหล่าผู้กล้าในการเดินทาง

ด้วยเครื่องรางรูบิส ผู้กล้าได้ไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์...ใช้พลังของไม้เท้าเมฆฝนและหินแสงอาทิตย์ ก่อกำเนิดเป็น "ลูกแก้วสายรุ้ง" สร้างสะพานทอดข้ามแม่น้ำใหญ่ พาผู้กล้าไปยังปราสาทจอมปีศาจโซม่า...เหล่าผู้กล้าบุกทะลวงปราสาทเขาวงกตไปจนแทบจะสุดปลายทาง

-------------------------------- 

ทว่าอีกไม่กี่อึดใจก่อนถึงตัวจอมปีศาจนั้น เบื้องหน้าของทุกคน ปรากฏร่างนักรบผู้หนึ่ง กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดด้วยตัวคนเดียว กับอสูรกายยักษ์ใหญ่ คิง ไฮดร้า....การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดและรุนแรง ชนิดที่คณะเดินทางได้แต่เพียงหยุดยืนนิ่งด้วยใจระทึก....ก่อนที่จะจบลง ด้วยความพ่ายแพ้ของนักรบผู้เก่งกล้า...นักรบที่มีใบหน้าคุ้นเคยแต่หนหลัง...ออเตก้า พ่อของเรานั่นเอง !!

เลือดไหลรินไม่หยุด สติของออเตก้าเริ่มเลือนราง มองไม่เห็น และไม่ได้ยินสิ่งใด...รับรู้เพียงเงาวูบวาบของคณะผู้กล้า เขาทำสิ่งใดไม่ได้ นอกจากฝากฝังคนแปลกหน้าเหล่านั้น...ว่าหากมีโอกาส ขอให้ช่วยส่งต่อคำสั่งเสียไปยังลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ว่าเขารักลูกชายคนนั้นมากเพียงไร และขอโทษอย่างที่สุด ที่ไม่สามารถนำสันติสุขกลับคืนมาได้อย่างที่สัญญาไว้...

ออเตก้า สิ้นลมคาอ้อมกอดของลูกชายตนในที่สุด

 

10.

ความโกรธแค้นผลักดันผู้กล้า ให้พุ่งไปยังห้องบูชาสุดท้าย และปราบสมุนสนิท คิง ไฮดร้า และบารามอสซอมบี้ได้ในชั่วอึดใจ ก่อนเข้าเผชิญหน้ากับจอมปีศาจโซม่าโดยไม่รีรอ

...ลูกแก้วแห่งแสงที่ได้จากราชินีมังกร ช่วยปลดเกราะแห่งความมืด ที่ปกป้องจอมราชาปีศาจจากเวทย์มนตร์ทุกชนิด เหล่าผู้กล้าแห่งโลกเบื้องบน ร่วมแรงกัน จนสามารถกำราบเจ้าแห่งความมืด ลงไปกองกับพื้น และพบกับจุดจบเป็นผลสำเร็จ !!

ทว่า ก่อนที่จะสลายไปเป็นธุลี ตัวโซม่าไม่ลืมที่จะทิ้งคำพูดส่งท้าย วลีคลาสสิคจากดรากอน เควสต์ ที่ภายหลังถูกนำไปดัดแปลงใช้อีกหลายต่อหลายเรื่อง ดังว่า

" ผู้กล้า! จงฟังคำข้า...ตราบใดที่ยังมีแสงสว่าง ความมืดก็จะยังคงอยู่...ข้ามองเห็น! ในความมืดที่มืดมิดยิ่งกว่า จะมีคนเช่นข้า ปรากฏตัวออกมาอีกอย่างแน่นอน...หากแต่ว่า กว่าจะถึงช่วงเวลานั้น ตัวเจ้าเอง ก็คงไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า......."

 

ขาดคำ จอมมารก็สลายไป ผู้กล้าหนีจากปราสาทที่ถล่มทลายลงได้ทันเวลา และด้วยพลังของลูกแก้วแห่งแสง...แสงสว่าง ก็เริ่มสาดส่องไปทั่วดินแดนแห่งอเลฟการ์ดอีกครั้ง...

น้ำตา และเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของผู้คน กึกก้องไปทั่วโลกใต้พิภพ ผู้คนต่างสรรเสริญในวีรกรรมของผู้กล้า ตัวพระราชาแห่งลาดาตอม ก็ปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก และได้แต่งตั้งผู้กล้าของเรา ให้เป็นยอดนักรบที่แท้จริง และมอบนามที่คู่ควรกับเกียรติสูงสุดนั้นว่า "ผู้กล้า โรโตะ" !!!

ดาบราชา ชุดเกราะแสง และเครื่องรางแห่งรูบิส ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นดาบโรโตะ ชุดเกราะโรโตะ และสัญลักษณ์แห่งโรโตะ....ส่วนตำนานเล่าขานถึงวีรกรรมผู้กล้า ก็ได้ถูกส่งมอบสืบไปจากรุ่นสู่รุ่น ในฐานะ ผู้กล้าโรโตะ ผู้ปัดเป่าความมืดมิด และนำแสงสว่างมาสู่ดินแดนแห่งอเลฟการ์ด สืบไป !!

~ Dragon Quest III ~

~ Fin ~

 

Misc.

- หลังจากผ่านไปครึ่งค่อนเกมส์ ผู้เล่นจะค่อยๆเอะใจ ถึงเรื่องราว และการดำเนินเรื่องที่ดูไม่ตรงไปตรงมา ก่อนที่จะมาเฉลยยืนยันในฉากสุดท้าย ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดของดรากอน เควสต์สามนี้ เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริง ของตำนานแห่งโรโตะนั่นเอง! เป็นการวางโครงเรื่องที่ดี มีการเชื่อมโยงกับสองภาคก่อนหน้า (ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดภายหลัง) ทั้งทีมงานยังพยายามใส่องค์ประกอบหลายๆอย่าง ทั้งบทพูด ไอเทม และสถานที่ ที่จะทำให้ผู้เล่นนึกย้อนไปถึงสองภาคก่อนหน้าได้เป็นระยะๆ

- เมื่อนำเนื้อเรื่องที่มีสเน่ห์ พลอตที่ผูกไว้อย่างฉลาด ระบบเกมส์ที่สร้างสรรค์ และปริศนามากมายที่ใส่เข้ามาแล้ว ทำให้ดรากอน เควสต์สามนี้ เป็นภาคที่ "สร้างชื่อ" เปิดตัวให้กับซีรีย์ได้อย่างแท้จริง เกิดเป็นเสียงชื่นชมในวงกว้าง ถึงขั้นที่มีแฟนๆหลายๆคนในปัจจุบัน ยกให้เป็นภาคที่ "ดีที่สุด" ของซีรีย์อย่างไม่ลังเล และนิตยสารฟามิตซึชื่อดังของญี่ปุ่น ยังเคยยกให้เป็น TOP 5 ของตำแหน่ง "The Best Game of all Time " อีกต่างหาก

- DQ 3 ยังเป็นภาคที่จำหน่ายได้อย่างมากมายมหาศาล ทำยอดขายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เครื่องแฟมิคอมไปถึง สามล้านแปดแสนตลับ และหากรวมกับฉบับรีเมคเครื่องเกมส์บอย คัลเลอร์ กับซุปเปอร์แฟมิคอม ที่ออกมาภายหลังแล้ว ก็นับได้ถึงกว่า ห้าล้านตลับเลยทีเดียว !! เป็นหน้าหนึ่งของตำนานวงการเกมส์ญี่ปุ่นเลยทีเดียวเชียว !

- โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า DQ แต่ละภาคจะมีจุดแข็งไม่เหมือนกัน ไม่สามารถตัดสินแทนคนอื่นได้ว่า ภาคใด"ดีที่สุด" ...แต่อย่างน้อยก็บอกได้แน่ชัดว่า ภาคนี้ "สนุก" เป็นบ้าเป็นหลังเลย ^^...โดยเฉพาะเวอร์ชันเครื่องซูเปอร์ แฟมิคอม ที่มีการปรับปรุงกราฟฟิค เพิ่มอาชีพ เพิ่มเควส เพิ่มดันเจี้ยนลับ เพิ่มบอสลับ เพิ่มความลึกของบทสนทนา และที่สำคัญ มีแฟนเกมส์แปลงเป็นภาษาอังกฤษแล้ว!!...จึงเป็นเวอร์ชันหนึ่งที่ แฟน DQ สมควรหามาเล่นอย่างยิ่งยวดครับ

- หากต้องการอ่านไซด์สตอรี่เพิ่มเติม เรื่องราวตอนต่อจาก DQ 3 จะมีการ์ตูน ดรากอน เควสต์ ภาค สัญลักษณ์แห่งผู้กล้าโรโตะ (ลิขสิทธิ์ไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ทั้งชุด 21 เล่มจบ) ครับ เป็นหนึ่งในการ์ตูน DQ ที่เขียนได้ดีมากๆ ทั้งยังมีการอ้างอิงเหตุการณ์ และสถานที่จากเกมส์ DQ 3 อีกมากมาย...ฉากเด็ดๆในเกมส์ หรือฉากในฝันของคนหลายๆคน อย่างการต่อสู้กับโซม่า /การพบวิญญาณรูบิส และต้นไม้โลก(เซไคจู-พฤกษาแห่งพิภพ) /การใช้ทริปเปิ้ลกีก้าดีน โดยผู้กล้าสามคน และอื่นๆ ก็มีให้อ่านอย่างเต็มอิ่ม

 

- มุขตลกในสไตล์เคว๊ส-เควส ก็ยังสอดแทรกอยู่ในภาคนี้เช่นเดิม โดยเฉพาะมุขเด็ดที่น่าจดจำคือ ช่วงต้นๆเกมส์...หลังจากผู้กล้าได้ไปนำมงกุฏกษัตริย์ที่ถูกขโมยไป กลับคืนมาได้แล้ว...พระราชาก็จะบังคับ ยกตำแหน่งพระราชาคนใหม่ให้กับผู้กล้าของเราโดยทันที !!! แถมยังยัดเยียดสุดๆ! ปฏิเสธไปกี่รอบก็ยังจะให้ !

....เมื่อเราตอบตกลงไปอย่างเสียไม่ได้...ฮีโร่ของเรา ก็จะกลายเป็นพระราชาเมืองนั้นไปโดยทันที! และการเดินทางก็จบลง! เพื่อนฝูงในปาร์ตี้ก็หายหมด (ขึ้นมาว่า "ราชาไม่ต้องการมิตรสหาย") เข้าคำสั่งไอเทมก็ไม่ได้ (ขึ้นมาว่า "ราชาไม่ต้องใช้ไอเทม") ออกจากเมืองก็ไม่ได้ (ขึ้นมาว่า "ราชาไม่ต้องออกเดินทาง").............ทำได้เพียงแค่ เดินเยี่ยมชมสารทุกข์สุขดิบของชาวบ้านเพียงเท่านั้น กว่าจะไปลากตัวราชาคนเก่าจากคาสิโนใต้ดินได้ เล่นเอาทั้งใจหายใจคว่ำ ทั้งฮากระจาย ^^"

- มุขสอดแทรกอีกอย่างก็คือ การดัดแปลง "ประเทศ" ต่างๆในโลกจริง ทั้งชื่อ ตำแหน่ง และวัฒนธรรม แอบใส่เข้าไปในเกมส์ อย่างเนียนบ้าง ไม่เนียนบ้าง เช่น เมือง Isis ที่มีพิรามิดอยู่กลางทะเลทราย (=อียิปต์) / เมือง Jipang ที่เป็นอารยธรรมโบราณ มีราชินีฮิมิโกะ มีงูยักษ์ยามาตะ โนะ โอโรจิ (=ญี่ปุ่น) / เมือง Baharata ทางตะวันออกที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเทศ พริกไทยดำ (=ภารตะ อินเดีย) / Portoga ที่มีเทคโนโลยีการเดินเรือ (= โปรตุเกส) / Romaly (= โรมัน) ฯลฯ....ไอเดียดีนะเนี่ย

- มินิเกมส์อบายมุข ต่อยอดมาเป็น "ลานประลองมอนสเตอร์" ที่ให้เราไปวางเดิมพันไว้กับการต่อสู้ของมอนสเตอร์ได้...ถึงแม้ว่า การออกไปปราบศัตรูเก็บเลเวล จะคุ้มค่ากว่า...แต่การได้มานั่งลุ้นเงินเดิมพันที่ขอบสนามนี่...ลองแล้วจะติดใจครับ ฮา

 

- ตอนเริ่มเกมส์ เราสามารถเลือกเพศของผู้กล้าได้ โดยจะมีข้อแตกต่างของอาวุธกับบทสนทนาเพียงเล็กน้อย...แต่อีเวนท์ที่ฮาเป็นพิเศษ (ทั้งๆที่ควรจะซึ้ง) คือฉากที่มีเด็กน้อยในเมืองที่ออเตก้าเคยไปรักษาตัวอยู่ เข้ามาทักผิด คิดว่าเราเป็นออเตก้า...เพราะ"หน้าตาเหมือนพ่อ"...โอ้ว *: ผู้กล้าสาว น้ำตาไหลริน

- ตัวตลก เป็นอาชีพที่แทบจะไม่เก่งเลย ในตอนเริ่มเกมส์ แต่เป็นคีย์หลัก ที่ใช้ในการเปลี่ยนเป็นอาชีพนักปราชญ์ ที่เป็นสุดยอดอาชีพได้อย่างรวบรัดที่สุด !!

- ภาครีเมค เครื่อง GBC/SFC จะมีเพิ่มระบบ "อุปนิสัย" เข้าไป ซึ่งตัวละครที่มีนิสัยต่างกัน (จากการตอบคำถามในช่วงต้นเกมส์) ก็จะมีการพัฒนาแต้มความสามารถที่ไม่เหมือนกัน...คนขี้รังแก ก็จะเพิ่มพลังโจมตีมาก คนขี้โกง ก็จะเพิ่มความฉลาดมาก เป็นต้น และจะมีไอเทมหนังสือให้อ่าน เปลี่ยนอุปนิสัยระหว่างเกมส์ได้อีกต่างหาก

- มีการเพิ่มมินิเกมส์ "Pachisi" เป็นเกมส์กระดาน ทอยลูกเต๋าไปยังเส้นชัยเพื่อรับไอเทม ระหว่างทางจะมีศัตรู มีกับดัก มีตู้ ไห หีบ ร้านค้า อะไรมากมายให้ลุ้นระทึกกัน..สนุกดีครับ

- ดันเจี้ยนลับสองอัน และบอสลับ หลังจบเกมส์ ได้ถูกเพิ่มขึ้นมาในเวอร์ชันรีเมค (ก็อาจจะนับได้ว่า ภาคสามเป็นภาคแรกที่มี After ending story เช่นนี้) ตัวเอกของเราจะขึ้นไปถึงดินแดนเทพกันเลยทีเดียว และได้สู้กับบอสลับอภิมหายากยิ่ง "เทพเจ้ามังกร" ...หากปราบได้ในจำนวนเทิร์นที่กำหนด ก็จะสามารถเลือกขอพรได้ตามต้องการ !! และหนึ่งในพรนั้น คือ "การชุบชีวิตออเตก้า" พ่อของเรานั่นเอง !! โอ้ว Happy ending สุดๆ อะไรมันจะแฟนเซอร์วิสขนาดนี้นะ อีนิกซ์ !!

- และมุขส่งท้าย ที่จะทำให้แฟนๆยิ้มได้ ก็โผล่มาหลังจบเครดิตนั่นเอง...."โปรดติดตามต่อ ในดราก้อน เควสต์ 1 และ 2"......ฮา เข้าใจคิดนะเนี่ย

 

...

...

ลาไตรภาคแห่งโรโตะที่แสนยาวเหยียดไปแต่เพียงเท่านี้...ตอนหน้าพบกับ จุดกำเนิดของอีกตำนาน จากฟากฟ้าอันแสนไกล ในดรากอน เควสต์ 4 แห่ง ไตรภาคนภา ครับผม

แล้วพบกันใหม่

แท่ด แท่ด แท่ด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยะ...ยาวได้โล่ ~~~~~~~ อีกแล้วครับทั่นผู้ชม...


ค่อยๆอ่านกันได้นะครับ ตอนต่อๆไป คงอีกพักใหญ่ๆล่ะ หะ หะ หะ (ยิ้มแห้งๆ) sad smile

#1 By Zieghart on 2009-07-08 14:28

ชอบ ผู้กล้า โรโตะ สุดยอดเลยยย Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By b-padung Studio on 2009-07-08 15:03

เจ๋งมากHot!

เอ่อ ตอนนี้ผมเล่น NDS DQ3 ภาคญี่ปุ่นอยู่น่ะครับ

รบกวนแนะนำเรื่องการเปลี่ยนอาชีพหน่อยได้ไหมครับ พวกตารางรายชื่ออะไรต่างๆน่ะ มันเป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออกครับbig smile

#3 By แมงกลิ้งขี้ on 2009-07-08 15:05

ไม่ได้เล่นครับ แต่อ่านการ์ตูน ชอบภาำคนี้มากๆ cry Hot!

#4 By Akara_gat on 2009-07-08 15:18

ภาคนี้ก็สนุกครับ ^_^ Hot!
สนุกตรงมีระบบอาชีพนี่แหละครับ เพราะทำให้การเล่นทุกครั้งจะไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่

#5 By Elta_kung on 2009-07-08 15:51

Hot! Hot! Hot!

ว่าแล้วตอนนี้ผมก็พึ่งเริ่มว่างสงสัยต้องไปค้นเกมRPG ที่ดองไว้เก่ามาเล่นบ้างแฮะ มีเพียบเป็นตั้งๆเลย

ส่วนการ์ตูนภาคผู้กล้าโรโตะ เนี่ยเป็นภาคที่ผมชอบที่สุดแล้ว ถัดมาคือภาค ได

สำหรับท่านที่ตาม link ไปดู web ของผม นะครับ คือ ว่าเปิดเอาไว้ว่าจะเขียน แต่ว่าก็ยังไม่รู้ว่าจะเขียนให้มันไปทางไหนดีแฮะ เลยยังไม่มีอะไร 555 (ยิ้มแห้งๆ)sad smile

#6 By พัดโบก on 2009-07-08 16:12

บรรรรราโว ~!!!!

สุดยอดครับ

ปิ้ดปิ้ว ๆ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เอาไป 7 ลูกเรียกเทพเจ้ามังกรเลยครับ


อ่านไปนึกถึงตอนเล่นเกมขึ้นมาทุกฉากเลยครับ big smile

#7 By ChimERaTeDdY on 2009-07-08 16:18

สุดยอด~~
จะต่อถึงภาค 9 เลยมั้ยเนี่ย(ภาค9 จะออกแล้ว~~)

#8 By BankZX on 2009-07-08 19:58

^^^^^
ลืมแปะดราก้อนบอล Hot!

#9 By BankZX on 2009-07-08 19:58

ฮาพวกมุขย่อยและเควสแปลก ๆ ค่ะ แบบว่า...ไม่ไหวแล้ว>___<
ชอบที่ 1 - ตอนกลางคืน ยามนอนหลับ...จะจ้างทำไมคะ=[]=!!!
ชอบที่ 2 - ตอนผู้กล้าโดนยัดเยียดให้เป็นพระราชา เป็นมุขที่แรงมาก ๆ ค่ะ!!! แรงจนถ้าโดนคงจะจุกน่าดู เหอ ๆๆๆ
ชอบที่ 3 - หน้าเหมือนพ่อ...ฮะ ๆๆ ถ้าเลือกเพศหญิงก็แอบเครียดเลยแฮะ!!

ภาคนี้เป็นอะไรที่น่าเล่นดีค่ะ ระบบกลางวัน-กลางคืนกับระบบร้านเหล้าเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกน่าเล่นขึ้นเยอะแฮะHot! Hot!

ปล.ยินดีด้วยกับ...เอ่อ...วันหยุดที่ผ่านมานะคะ
ปล.2 แต่ที่ฮาที่สุดคือ ติดตามภาค 1-2 นี่แหละค่ะ!!

#10 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2009-07-08 21:24

ภาคนี้ท่าจะดีจริงนะเนี้ย (แต่หนูไม่เคยเล่นอะ)

#11 By aerith-chan on 2009-07-08 21:56

ชินริว ยังไม่เคยสู้ ได้ข่าวว่ายากนี่นะ เอามาจากดราก้อนบอลชัดๆ open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

ภาคที่ยอดขายเยอะสุดในซีรี่ส์แล้วนี่นะ เกมยอดเยี่ยมของ NES อันดับหนึ่ง ขนะมาริโอ้ซะด้วย :P


เงามืดที่โซม่าเห็นในอนาคตน่าจะเป็น เทพเจ้าแห่งการทำลายล้างชิโด้ แต่ในหนังสือการ์ตูนดันกลายเป็น เทพปีศาจมายาอิมาจิน open-mounthed smile open-mounthed smile

ปล ชอบภาพการ์ตูนที่เป็นพระเอกทั้งสามภาคจัง น่ารักดี
อ้อ พรของเทพมังกรมี แพนตี้ผู้หญิงด้วยนะ ถ้าจำไม่ผิด open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile .. คนออกแบบตัวละครมันคนเดียวกัน หุๆๆๆ

แต่น่าจะออกแบบชินริว sprite ใหม่หน่อยถ้ารีเมค นี่ดันเอาของ skydragon มาใช้เปลี่ยนสีเอา
ข้าน้อยเริ่มเล่นมาครั้งแรกก็ภาค 4 เสียแล้วสิ...
ไว้คงต้องไปหาภาคต้นๆมาย้อนเล่นแล้วล่ะฮับ big smile

#14 By DDP on 2009-07-09 01:25

ภาค 3 มันสนุกสุดๆจริงนะ ..
พรของเทพเจ้ามังกร 4 อัน อันนั้นของเวอชั่น GBC ครับ
ถ้าของ SFC จะมีแค่เปิดที่ทอยเต๋าใหม่ ขอหนังสือโป๊ กับชุบชีวิตออเตก้า

..ออเตก้ามีค่าแค่เท่าหนังสือโป๊ ..
...แต่หนังสือโป๊มันเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเปลี่ยนเป็นอุปนิสัยที่เพิ่มสเตตัสสุดกู่สุดๆconfused smile

#15 By Day on 2009-07-09 08:10

โอย มุขพระราชานี่ฮาได้ใจจริงๆ ครับ confused smile Hot!
สนุกดี

แต่มีใครสังเกตุมั้ยตัวประกอบ ใน ดราก้อนเควสต์ ผู้กล้าได น่ะ

มีหลายตัวที่เอาลุคมาจาก ตัวละครใน DQ3 นะ

เช่น กลุ่มผู้กล้าเลียนแบบ ที่แต่งตัวคล้ายตัวลครDQ3 กับ พวก 3 เสจของปาปูนิก้า ที่เครื่องแบบเหมือน เสจ Dq3 เลย

#17 By ฟีนิกซ์ (113.53.81.227) on 2009-07-09 21:14

สุดยอดครับ ถึงผมจะไม่ได้เป็นแฟนเควสอย่างเหนียวแน่น
แต่มาอ่าน ๆ แล้ว ก็อยากจะไปค้นหามาเล่นตะหงิด ๆ เลยล่ะ cry

#18 By Buffo on 2009-07-10 00:30

ขอบคุณคร้าบบบ http://gamepro-online.blogspot.com/ << เลนเกมฟรี!! เกาะติดเกม สาวกเกมเมอร์ไม่ควรพลาด!!!

#19 By Poring on 2009-07-10 02:26

ภาคนี้มีแต่เรื่องเยี่ยมทั้งนั้น แม้แต่ฉบับการ์ตูนด้วย Hot!

#20 By แมวหอบ on 2009-07-10 05:19

ขอพรจากพระเจ้ามังกรสักที ขอหนังสือโป๊ ผู้กล้าอะไรของมัน

#21 By Fenix M. Lastwaltz on 2009-07-10 14:24

อยากอ่านภาคมังกะแล้วแฮะbig smile

#22 By on 2009-07-10 20:00

รออ่านภาค 4-6 อยู่นะครับ
1-6 + 8 เล่นน็อคทุกภาคแล้ว ขาด 7 ที่ไม่มีเครื่องเล่นครับ เหอๆ

#23 By ginotov (124.120.218.238) on 2009-07-13 16:12

ชอบ DQ 5 ที่สุดอะครับ สุดยอดผู้กล้าพ่อลูก
big smile

#24 By jojo (124.157.147.51) on 2009-07-22 18:22

ตอนที่เกมมันออก ที่บ้านไม่มีตังค์ซื้อ ได้แต่นั่งดูเพื่อนๆเล่น
แต่ถึงเป็นแบบนั้น เวลาได้อ่านอะไรที่อยู่ในยุคเดียวกัน
มันก็มีความสุขนะ....เอนทรีคุณภาพจริงๆครับผม ขอบคุณมากนะ

#25 By 8anana7 on 2009-07-23 21:27

Acute Nostalgia...DQ 3

* คุณ b-padung...ชอบโรโตะเหมือนกันครับ ขลังดี ^^

* คุณแมลงกลิ้งขี้...เวป gamefaqs.com จะมีตารางที่แปลคำสั่งเป็นภาษาอังกฤษอยู่นะครับ และอยากแนะนำให้ลองหา Rom ของเครื่องซุปเปอร์แฟมิคอม (SFC/SNES)ที่มีแฟนๆแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว มาลองเล่นดู จะเข้าใจระบบ และเนื้อเรื่องขึ้นมากๆเลยทีเดียว

* คุณ Akara_gat...การ์ตูนภาคอารุส สนุกมากครับ ตอนนี้คนเขียนมาเขียนภาคสองแล้ว เห็นหลายคนไม่ปลื้มกันเท่าไหร่...แต่ยังไม่มีโอกาสได้อ่านเลย

* Elta_kung...ถ้าจัดปาร์ตี้เบื่อๆแล้ว ลองท้าทายด้วยการ จบเกมส์โดยใช้ผู้กล้าคนเดียวดูสิครับ ฮา

* พัดโบก...การ์ตูนภาคได ถ้าไม่คิดมากว่า มันต่อยอดคอนเซปต์ DQ ไปแบบหลุดโลกแล้วล่ะก็ ถือเป็นภาคที่สนุกมากๆเลยครับ แม้ช่วงหลังๆจะยืดไป (ไม่)หน่อย แต่ไคลแมกซ์เข้มข้นมากทีเดียว

* ChimERaTeDdY...ดีใจที่ชอบครับ อย่าลืมแวะเวียนมาอ่านบทความภาคอื่นๆด้วยนะ ^^

* คุณ BankZX...กะไว้ว่า เขียนถึงภาคหลักภาค 8 ครับ ภาค 9 นี่ ผมคงต้องรอ eng นานเลยทีเดียว sad smile

* น้องทราย...DQ แต่ละภาค จะยัดมุขฮาๆแบบแอบๆไว้เยอะครับ เจอแต่ละที ยิ้มกันทีเดียว ^^ และพวกระบบต่างๆ ดูเผินๆก็จะซ้ำไปซ้ำมา แต่จุดที่พัฒนาไปเรื่อยๆ ก็มีอยู่ทุกภาคเหมือนกัน big smile

* เอริธจัง...สนใจมาเล่น DQ บ้างมั๊ยล่ะครับ confused smile

* Shuu...บอสลับไฟนอลภาคเก่าๆ ที่เอามารีเมค ก็ยังชอบเล่นง่าย เปลี่ยนสีsprite เก่าเหมือนกันนะ ^^ ดูไฟนอล 5-6 GBA สิ ฮา หน้าเดิมๆทั้งนั้น
เควสสามนี่ เทพมังกรก็เล่นง่ายมากทีเดียว ฮ่าๆ

* DDP คุง...เชียร์ภาค 3 กับ 5 มากๆครับ สนุกจริงๆนะ ทั้งเนื้อเรื่องและระบบ ^^

* Day...ตอนที่เล่นครั้งแรก ผมขอเปิดบอร์ดเกมส์ก่อนเลยนะ สนุกดี ไว้ตุนพวกไอเทมหายากได้เยอะแยะอีกต่างหาก ^^ อย่าง DQ5 DS ก็เหมือนกัน จบเกมส์ ปราบบอสลับแล้ว ได้กระดานยักษ์ 70เทิร์นมาอีกอัน เล่นเป็นชั่วโมงๆเลย กว่าจะเคลียร์ open-mounthed smile

* คุณภูมิ...อารมณ์ขันของคนเขียนบทครับ บางอันก็สติแตกดี ฮ่าๆ

* ฟีนิกซ์...ภาคไดช่วงแรกๆ ยังหยิบองค์ประกอบจากเกมส์ (โดยเฉพาะภาคสาม)มาเยอะครับ มาหลุดโลกระเบิดเถิดเทิงก็ตอนหลังๆนั่นเอง ก็อ่านสนุกไปอีกแบบ confused smile

#26 By Zieghart on 2009-07-24 13:37

* Buffo...เชียร์ให้ลองติดตามซีรีย์นี้มากครับ ^^ บ้านเราส่วนใหญ่จะฮิตไฟนอล แฟนตาซีกัน แต่ซีรีย์อืนๆ อย่างเควสนี่ เป็นเกมส์ภาษาระดับคุณภาพ ที่ทำได้ดีไม่แพ้กันแน่นอน

* แมวหอบ...ภาคหลังจากนี้ที่ผมชอบ ก็คือภาคห้าครับ ดราม่าดี ระบบก็สนุก เล่นได้เพลินๆ ไม่ยากเกินไปด้วย

* Fenix M. Lastwaltz...จริงๆต้องบอกว่า พรสามข้อที่เทพมังกรให้เลือก แล้วดันยัดหนังสือโป๊มาเป็นชอยด์ด้วยนี่สิ...เพี้ยนสุดๆ !!!

* ณ จินต์...การ์ตูนภาคโรโตะ หาได้อยู่ตามร้านหนังสือนะ ลองหามาอ่านดูได้ confused smile

* ginotov...ภาค 4 เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวจะเอามาแปะที่บล็อกนี่ล่ะ

* jojo...ผมก็ชอบภาค 5 มากครับ เนื้อเรื่องละเอียดยิบ และน่าติดตามมากๆ เล่นยาวไม่หยุดเลย ตอนนั้น double wink

* 8anana7 ...ถ้ายังไง แวะมาร่วมอ่าน ร่วมแสดงความเห็นกับแฟนๆท่านอื่นได้เรื่อยๆนะครับ จะทยอยเขียนให้ครบแบบต่อเนื่องเช่นกัน big smile

#27 By Zieghart on 2009-07-24 13:42

Hot! Hot! Hot!
ภาคนี้สำหรับผมแล้ว เป็นภาคที่สนุกเกือบที่สุดเลยครับ ด้วยเหตุที่ว่าเป็นภาคแรกที่ได้กลับมาเล่นอีกครั้ง หลังจากที่มีเหตุให้ต้องหยุดเล่นเกมไปหลายปี ผมเล่นเกมนี้บนGBCครับ และเล่นไปแบบไม่สปอยล์ตัวเอง พอเล่นถึงลงสู่โลกเบื้องล่างแล้ว ขนลุกซู่เลยครับ เพราะสถานที่ต่างๆและเหตุการณ์ที่เจอ ทำให้รู้ตัวว่า นี่คือจุดกำเนิดตำนานแห่งโรโตะ ที่เราเคยเล่นDQ1แทบลืมวันลืมคืนสมัยเด็กๆนี่หว่า
ส่วนที่สนุกที่สุดของภาคนี้คือการตั้งทีมและเลือกอาชีพของสมาชิกนี่หละครับ พอเบื่อแล้วก็เอาพวกในร้านมาเปลี่ยนกันเล่นบ้าง สนุกจริงๆ ระบบอาชีพนี้ก็เอาไปพัฒนาต่อในภาค6ซึ่งกลายเป็นภาคที่สนุกที่สุดสำหรับผม แล้วจะรออ่านต่อนะครับ
ภาคนี้จบเลเวล 72 ด้วยความโง่เพราะสมัยนั้นยังอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่องและยังไม่มีบทสรุป เลยทำใ้ห้ใช้ ไข่แห่งแสงหรือลูกแก้วแห่งแสงนั่นแหละ(hikari no tama)ปลดเสื้อคลุมความมืดของโซม่าไม่เป็น เลยเก็บเลเวลแบบที่คิดว่าสุดยอดแบบหนึ่งคือ อาชีพนักเวทย์เก็บเลเวลจนเวทย์ครบ เปลี่ยนเป็นนักบวชเก็บเลเวลให้ครบแล้วเปลี่ยนเป็นอาชีพนักรบ คุณจะได้นักรบเทพที่ใช้คาถาทั้งสองสายได้แล้วก็ฟันแรงแบบสุดๆ (ถ้าเก็บแบบนักปราชญ์MPจะน้อยไปไม่ค่อยพอใช้)แต่กระนั้นก็ยังต้องลุ้นเพราะมันอัดสองทีก็เกือบตายแล้ว

พอมาเล่นภาครีเมคตอนเครื่องซุปเปอร์ แล้วใช้ไข่แห่งแสง โถ่เอ๋ย เลเวลสี่สิบกว่าก็จบสบายๆแล้ว ตอนเด็กๆนี่โง่นี่หว่าเรา

#29 By แววแว่ว on 2009-07-26 00:35

w ไม่ได้แวะมา exteen นานเลย
มัวแต่เล่นเกมละคับ

มาเจอเว็บนี้ แอดเพื่อนไว้ก่อนและงั้น

#30 By เศษกระดาษ on 2009-09-15 20:23

อ่านจบแล้วอิ่มเลยครับ ผมเพิ่งได้ตัวเกมภาค ENG ของ SFC ที่มีคนแปลแล้วมา เพิ่งเริ่มเล่นเมื่อวานนี้เอง >,<

รอมาเกือบสิบปี พยายามเล่นภาค NES/GBC แต่ไม่จบ

รอเล่นภาค SFC ภาพสวยที่สุด! หวังว่าคราวนี้จะได้เล่นจบซะที

#31 By Abystar on 2009-11-03 11:47