.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

มาถึงบทความตอนที่สี่แล้ว กินเวลากว่าจะเขียนเสร็จ นานเอาเรื่องทีเดียว เพราะช่วงที่ผ่านมา มีเวลาว่างแค่เป็นหย่อมๆ...ได้แต่เขียนทีละนิด ทีละหน่อยก่อนนอน...แต่สุดท้ายก็เสร็จได้จริงๆแฮะ เหลือเชื่อจริงๆ

ก็เป็นครั้งที่สี่แล้ว...คงไม่ต้องย้ำอีกรอบว่ามันยาว....ยาว ยาวววว ยาวววววววววววว จริงๆนะ พี่น้อง!! o_0 โปรดตั้งสติ และเตรียมใจก่อนอ่าน ขอให้สนุกครับ

----------------------

~Dragon Quest Reminiscence ~

~ Part IV ~

เมื่ออดีตกาลนานมาแล้ว ราชานรก นาม เอสตาร์ค ได้ค้นพบศาสตร์ต้องห้ามที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเรียกขานกันว่า "เวทย์ลับแห่งวิวัฒนาการ" (The Secret of Evolution) และได้ใช้พลังเหนือจินตนาการนั้น ทำลายกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติจนสะบั้น พัฒนาร่างกายของตัวเอง จนแทบจะก้าวไปสู่ความเป็น "สุดยอดสิ่งมีชีวิต" ที่อยู่ปลายทางแห่งสายวิวัฒนาการ !

เอสตาร์คครอบครองพลังที่เกินสามัญสำนึก แต่ก่อนที่มันจะก้าวไปสู่ร่างขั้นสุดท้าย...ชนเผ่าศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้า "ชาวนภา" (Zenithia) ก็ได้ผนึกเอสตาร์คไว้ยังโลกใต้พิภพได้สำเร็จ

และเวลากว่า 300 ปีก็ล่วงเลยไป...

----------

Chapter 1

ในดินแดนแห่งเบอร์แลนด์ ประชาชนกำลังเดือดร้อนกันอย่างมาก กับเหตุการณ์สะพรึงขวัญ ที่เหล่าเด็กน้อยในหมู่บ้านได้'หายสาบสูญ'ไปอย่างลึกลับ...แรกนาร์ ทหารหาญในสังกัดแห่งพระราชาเบอร์แลนด์ ได้ติดตามสืบคดีลึกลับนี้อย่างเป็นจริงเป็นจัง...หลังจากหาทางเข้าไปยังหอคอยลับกลางน้ำเป็นผลสำเร็จแล้ว แรกนาร์ก็ได้พบกับมอนสเตอร์ ตัวการที่ลักพาตัวเหล่าเด็กน้อยมาในที่สุด

แรกนาร์จัดการปีศาจร้ายได้ในพริบตา แต่ก็ได้รับรู้เรื่องราวที่รบกวนจิตใจของเขาเป็นอย่างมาก...เหล่าปีศาจที่ก่อความวุ่นวายมากขึ้นอย่างผิดปกติในระยะนี้ เหตุเพราะ ต่างกำลังดำเนินแผนการใหญ่ที่จะ "ปลุกชีพ"ราชานรกขึ้นมาอีกครั้ง !! ซึ่งหากเอสตาร์ค สุดยอดสิ่งมีชีวิตได้กลับมายังโลกอีก ช่วงเวลาแห่งหายนะก็จะกลับคืนมา และครั้งนี้ จะไม่มีใครสามารถกำจัดสุดยอดสิ่งมีชีวิตตนนี้ได้เลย นอกจาก "ผู้กล้า" ในตำนาน เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น!

----------

แผนการกวาดต้อนเหล่าเด็กน้อยอายุไล่เลี่ย ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเติบโตเป็นผู้กล้าในอนาคตนั้น คงไม่ใช่เป็นเหตุร้ายอันเดียวที่เกิดขึ้น...ชะตากรรมของโลก และของผู้กล้าวัยเยาว์ จะต้องอยู่ในอันตรายอย่างใหญ่หลวงเป็นแน่

คิดได้ดังนั้น แรกนาร์รีบกราบทูลพระราชาอย่างไม่รอช้า ขอออกเดินทางไปยังโลกกว้าง เพื่อค้นหา"ผู้กล้า" ในตำนาน...ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมวลมนุษย์โดยทันที

Chapter 2

ในปราสาทแห่งแซนทีม มีเจ้าหญิงจอมแก่น นามอารีน่า ผู้หลงไหลในวิทยายุทธการต่อสู้ และแสนจะรังเกียจขนบธรรมเนียมของพระราชาผู้เป็นพ่อ ที่ต้องการให้ตนเป็นเจ้าหญิงที่แสนงามอ่อนหวาน...เมื่อถึงจุดหนึ่ง เจ้าหญิงจอมพลัง ก็ได้หลบหนีออกจากปราสาท เพื่อไปทดสอบความสามาถของตนเอง ในวิถีทางแห่งการต่อสู้ในที่สุด

เจ้าหญิงอารีน่า และคนสนิทสองคน ราชครูบอร์ยา และบาทหลวงคิริว ได้ออกเดินทางไปในโลกกว้าง และไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆมากมาย จนได้มีชื่อเสียงที่โด่งดังไปทั่ว

ทว่า เมื่อถึงคราวที่กลับไปยังบ้านเกิดอีกครั้ง เธอก็ได้พบกับความเป็นจริงอันน่าตะลึง ที่ว่าด้วย"นิมิต"ซึ่งพระราชาได้มองเห็นซ้ำไปซ้ำมา ถึงปีศาจร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน ได้ยาตราทัพจากโลกปีศาจ มาทำลายล้างมวลมนุษย์ !!

...ด้วยความไม่สบายใจเหลือจะกล่าว พระบิดาได้อนุญาตให้เจ้าหญิงอารีน่าออกเดินทางเพื่อสืบค้นความเป็นจริงได้อย่างเสรี...และได้มีโอกาสที่จะเข้าร่วมการประลองยุทธครั้งใหญ่ เพื่อหาสุดยอดนักสู้จากทั่วดินแดน

อารีน่าชนะประลอง ผ่านเข้ารอบไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงรอบสุดท้าย ที่ผู้คนต่างเฝ้ารอดูยอดฝีมือ "ปิซาโร่" (Psaro The Manslayer) ให้ออกมาแสดงเพลงดาบอันไม่เป็นรองใคร และความโหดเหี้ยมที่เกินจินตนาการ

ทว่า เมื่อถึงการประลองรอบชิงชนะเลิศ กลับไร้ร่องรอยของปิซาโร่ผู้เกรียงไกร...จนถึงที่สุด อารีน่าจึงได้คว้าตำแหน่งผู้ชนะ โดยที่ไม่ทันได้มีโอกาสเผชิญหน้ากัน

----------

เมื่อการประลองจบลงไปอย่างค้างคา ร่องรอยของเหล่ามอนสเตอร์ในละแวกใกล้เคียงก็กลับเบาบางลงอย่างผิดสังเกต...อารีน่าแบกความรู้สึกไม่สบายใจ กลับบ้านเกิด และได้พบกับเรื่องน่าประหลาดใจอย่างที่สุด...ทุกคนหายสาบสูญไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงปราสาทที่ว่างเปล่าเท่านั้น!!

ทุกคนไปอยู่ที่ไหน? ทำไมเหล่าปีศาจถึงได้พลันหายหน้าไป? มีความเกี่ยวข้องกับชายยอดฝีมือผู้สาบสูญ นามปิซาโร่หรือไม่?...เจ้าหญิงอารีน่าเก็บสารพัดคำถามไว้ลึกๆ และออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริงอย่างไม่รอช้า

Chapter 3

ณ ร้านอาวุธแห่งเมืองลาคานาบาร์ มีพ่อค้าอวบอ้วน ผู้มีความฝันใหญ่ยิ่งกว่าตัว นาม ทอร์เนโค ที่ตั้งเป้าจะเป็น "พ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" ให้ได้ซักวัน

แต่ความฝันนั้น ดูจะแสนห่างไกล สำหรับตัวทอร์เนโค ที่เป็นเพียงลูกจ้างในร้านอาวุธเล็กๆ ในเมืองที่แสนเงียบเหงาเช่นนี้

เมื่อความเบื่อหน่ายถึงขีดสุด...ความทะเยอทะยาน ก็ผลักดันให้ทอร์เนโคได้ออกเดินทาง เพื่อทำความฝันให้เป็นจริง...แม้ร่างกายจะไม่เอื้อต่อการต่อสู้ แต่เขาทั้งบุกฝ่าถ้ำลึกเพื่อครอบครองไอเทมหายาก ต่อสู้เก็บข้าวเก็บของจากเหล่ามอนสเตอร์ แวะเวียนไปยังเมืองลึกลับ ร่วมมือปฏิบัติภารกิจจากพระราชา จนกระทั่งสามาถผลักดันให้การสร้างสะพาน ที่ทอดไปยังทวีปใหม่ได้สำเร็จดังหมาย

...โดยไม่รอช้า ทอร์เนโครีบร้อนมุ่งไปยังเมืองเป้าหมายของตน ที่ได้ตัดสินใจเลือกเป็นทำเลทองสำหรับร้านในฝัน...และได้ไปเกี่ยวข้องกับสารพัดธุรกิจทางราชวงศ์ ช่วยสะสางความขัดแย้งระหว่างสองอาณาจักรใหญ่ ให้ร่วมมือกันเตรียมรับมือราชานรก และก็ได้รับใบอนุญาตให้เปิดร้านขายของ พร้อมทำสัญญาค้าขายกับกองทัพในที่สุด !!

----------

ความฝันแต่หนหลังของทอร์เนโคและภรรยาสำเร็จอย่างสวยงาม กิจการของทอร์เนโคเติบโตมากขึ้น และทำรายได้อย่างมหาศาล...หากแต่ จุดหมายสูงสุดในการเป็น'พ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด' ยังอยู่อีกไกลนัก...

ข่าวการใกล้คืนชีพของราชานรกกำลังกระจายไปทั่วทุกมุมถนน พร้อมกับเรื่องเล่าของผู้กล้าที่จะมาปราบกลียุค และอาวุธสูงสุดจากฟากฟ้า นาม ดาบแห่งนภา(Zenithian sword) ที่ว่ากันว่า ทำได้แม้กระทั่งเปิดเส้นทางสู่สรวงสวรรค์

หากสามารถค้นหาสุดยอดแห่งศาสตราในตำนานนั้นได้ ไม่แน่ว่า ทอร์เนโคเอง ก็จะเข้าใกล้กับความเป็นสุดยอดแห่งพ่อค้ามากกว่าใครหน้าไหน...โดยไม่พูดให้มากความ ชายหนุ่มร่างอวบ จึงหอบความฝันยิ่งใหญ่ไว้เต็มอก บอกลาภรรยาสุดที่รัก และออกเดินทางไปยังทวีปใหม่โดยทันที

Chapter 4

ณ เมืองแห่งการร่ายรำและขับร้อง มอนฮาบาร่า มีพี่น้องสองสาวผู้งดงามนามว่า มายา นักเต้นรำ และมีนา นักพยากรณ์...แต่เบื้องหลังรอยยิ้มที่ดึงดูดคนทั่วไปนั้น กลับอัดแน่นไปด้วยความแค้นที่เต็มอกของทั้งสอง ที่มีต่อชายหนุ่ม บัลแซกต์ อดีตลูกศิษย์ของบิดาเจ้าหล่อน ผู้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุมากฝีมือ...

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เมื่อครั้งที่ผู้เป็นพ่อล้มเหลวในการทดลองเปลี่ยนวัตถุให้กลายเป็นทองคำนั้น...กลับได้ไปค้นพบขั้นตอนของศาสตร์ต้องห้ามแต่หนหลัง ที่ถูกเรียกขานว่า "เวทย์ลับแห่งวิวัฒนาการ" เข้าโดยบังเอิญ!!

บัลแซกต์สังหารอาจารย์ของตนอย่างเลือดเย็น และขโมยศาสตร์ต้องห้ามหายสาบสูญไป เหลือเพียงซากศพ และความอาฆาตที่ทิ้งไว้ในใจลูกสาวของผู้ตาย...สองพี่น้องใช้เวลาแสนนาน ค้นหาข่าวคราวของฆาตกร...แต่เมื่อถึงที่สุดแล้ว ความเร่งร้อนก็ผลักดันให้ทั้งสองออกจากคณะการแสดง ก้าวสู่โลกกว้างตามลำพัง เพื่อให้ภารกิจชำระแค้น สำเร็จโดยเร็วที่สุด

----------

หลังจากได้พบปะ และสมทบกับศิษย์เอกของบิดาตนแล้ว ทั้งสามก็ตามรอยไปจนได้เบาะแสสำคัญของบัลแซกต์ ที่ได้ทำพันธะสัญญากับโลกปีศาจ และรับพลังเวทย์อันยิ่งใหญ่มาครอบครอง พร้อมขึ้นเป็นผู้ปกครองเมืองด้วยความหวาดกลัว

หลังจากวางอุบายอย่างแยบคาย ทั้งสาม ก็สามารถลอบเข้าไปยังห้องลับที่แสนแน่นหนาในปราสาท และเผชิญหน้ากับบัลแซกต์ ศัตรูชั่วชีวิตได้ในที่สุด !

แม้บัลแซกต์จะได้ใช้เวทย์ลับแห่งวิวัฒนาการขั้นต้น จนกลายร่างเป็นอสูรน่าสะพรึงกลัว...แต่เมื่อถูกไอเทมในตำนาน ที่สองพี่น้องนำมาผนึกเวทย์มนตร์ทั้งปวงแล้ว ปีศาจร้ายก็หมดท่า และกำลังจะพ่ายแพ้ต่อเพลิงแค้นในเวลาไม่นาน

...แต่ก่อนที่จะได้ทันจบชีวิตฆาตกรลงนั้น ผู้ปกครองที่แท้จริง คิงเลโอ ก็ปรากฎกายขึ้น และจัดการผู้บุกรุกทั้งสามลงอย่างราบคาบ !...ชายหนุ่มศิษย์เอกแห่งนักแปรธาตุ ตัดสินใจสละชีวิตของตน ฝากความหวังไว้กับสายเลือดของอาจารย์ตน...และเข้าปกป้อง เปิดเส้นทางให้สองสาวหนีไปจากเงื้อมมือปีศาจได้เป็นผลสำเร็จ

มายาและมีนา หนีตายทั้งน้ำตา ขึ้นเรือข้ามทวีปไปอย่างบอบช้ำและคับแค้น ทิ้งบ้านเกิดและฆาตกรผู้สังหารบิดาไว้เบื้องหลัง...ก่อนที่จะตระหนักได้ว่า แสงแห่งความหวังของพวกตน ช่างริบหรี่เหลือเกิน...หากจะเอาชนะรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายได้นั้น...พวกเธอจำเป็นจะต้องเสาะหาประกายอีกมาก ที่จะรวมกันเป็นแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่เหนือเงามืดใดๆ...

*: Spin-off

จากการสร้างตัวละครหลักจำนวนมากถึง 8 คน(บวกอีกหนึ่ง สำหรับผู้กล้าที่สามารถเลือกเพศได้) ทำให้เหล่านักรบจากภาค4นี้ ถูกหยิบยกไปใช้ในภายหลังอีกมากมาย...บางคนกลายเป็นหนังสือการ์ตูน อย่าง ดรากอน เควสต์ ภาคผู้กล้าอารีน่า (ลิขสิทธิ์ไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ทั้งชุด 5 เล่มจบ) ที่เป็นการ์ตูนผจญภัย ลายเส้นออกแนวการ์ตูนผู้หญิง ว่าด้วยการเดินทางของเจ้าหญิงจอมพลัง ที่แตกยอดไปจากเนื้อหาหลักในเกมส์ / พ่อค้าทอร์เนโค ทาลูน ที่โด่งดังมากพอจะสร้างซีรีย์เกมส์ของตัวเองได้ และอีกสารพัดตัวละคร ที่กลายเป็นแขกรับเชิญต่างกรรม ต่างวาระในภาคต่างๆ

Chapter 5

1.

ในหมู่บ้านเล็กๆอันแสนสงบสุข ที่ซ่อนเร้นอยู่กลางขุนเขา...ที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ฟูมฟักเด็กน้อยผู้มีชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ ที่แบกรับชื่อของ "ผู้กล้า" ที่จะนำสันติสุขกลับคืนมา ในยามที่โลกตกอยู่ในกลียุค

วันหนึ่ง ก่อนที่ผู้ใดจะทันรู้สึกตัว กองทัพมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ ก็ได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ และบุกเข้ามาทำลายล้างทุกอย่างจนหมดสิ้น...ผู้คนในหมู่บ้าน ล้มตายไปทีละคน ภายในเวลาไม่นาน

เอลิซ่า เพื่อนสาวคนสนิท เชื่อมั่นในชะตากรรมอันยิ่งใหญ่ ที่ตัวผู้กล้าแบกรับไว้ แม้เจ้าตัวเองจะยังไม่ทราบ...และตัดสินใจ ขังผู้กล้าไว้ในห้องเก็บของใต้ดิน ก่อนที่จะใช้คาถาแปลงกาย ออกไปเผชิญหน้ากองทัพปีศาจด้วยตัวคนเดียว ในรูปลักษณ์ของ"ผู้กล้า" เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของพวกมัน !

ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ความอึกทึกภายนอกก็พลันเงียบหายไป...ผู้กล้าที่ถูกขังอยู่ พยายามเงี่ยหูฟังอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะได้ยินเสียงโห่ร้องของเหล่าปีศาจ และคำพูดสั้นๆเป็นประโยคสุดท้ายว่า..

..."กำจัดผู้กล้าสำเร็จแล้ว ท่านปิซาโร่"...

ท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง และร่างไร้ชีวิตของเพื่อนร่วมหมู่บ้าน...ผู้กล้าแบกร่างที่อ่อนล้าและโศกเศร้า ระหกระเหินจากหมู่บ้านเป็นครั้งแรก เพื่อไล่ตามเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวที่ตนมี...นักเดินทางที่หลบเร้นเข้ามาถึงหมู่บ้านลับ...ผู้นำของกองทัพปีศาจ...ปิซาโร่

ชายหนุ่มออกท่องโลกกว้างเพียงลำพัง โดยไม่ทันได้รู้สึกตัวว่า โชคชะตา กำลังชักนำเหล่านักรบที่ถูกเลือกให้มารวมตัวกัน โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง !

2.

ผู้กล้าได้พบเจอกับสาวน้อยนักพยากรณ์ มีนา โดยบังเอิญ ซึ่งสามารถมองเห็นถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของเขา และกล่าวออกมาอย่างยินดีว่า ตัวเธอได้พบแสงสว่างที่จะปัดเป่าเงามืดแล้ว...

เจ้าหล่อนพาชายหนุ่มไปพบกับพี่สาว นักเต้นรำชื่อดังนาม มายา ที่กำลังสนุกสนานกับการเก็บสะสมเงินในคาสิโน ก่อนจะออกท่องโลก

หลังจากได้ช่วยจัดการปีศาจที่เข้ายึดครองหอประภาคารได้สำเร็จ...พ่อค้าผู้ร่ำรวย ทอร์เนโค ที่กำลังตามหาอาวุธในตำนาน พร้อมกับหนีตายจากเหล่าปีศาจที่ตามราวี จึงยินดีอย่างยิ่ง ที่จะให้ผู้กล้าได้ออกเรือไปด้วยกัน

เมื่อได้ร่วมค้นหาสมุนไพรหายากกับเจ้าหญิงอารีน่า เพื่อมารักษาบาทหลวงคนสนิทที่ป่วยหนักแล้ว...ก็ได้รู้ว่า ต่างฝ่ายต่างกำลังไล่ตามหาชายหนุ่มลึกลับ นามปิซาโร่เช่นเดียวกัน...กลุ่มของอาลีน่าจึงขันอาสา ขอเข้าร่วมกับผู้กล้าทันที

ที่สุดของที่สุด...นักรบคนสุดท้าย แรกนาร์ ที่ออกตามหาผู้กล้าหนุ่มไปทั่วดินแดนตั้งแต่แรกเริ่ม ก็ถูกชักนำภายใต้โชคชะตา ให้มาพบกับคณะผู้กล้า...และทำให้ "เหล่านักรบที่ถูกเลือก" ทั้ง 8 คนตามคำทำนาย มารวมตัวกันครบสมบูรณ์แล้ว !!

*: System

ดรากอน เควสต์ 4 (Chapters of the Chosen) ใช้รูปแบบการเดินเรื่องแบบแบ่งบทย่อย บรรยายชีวิตของเหล่าตัวละครหลักที่มาจากคนละมุมของโลก แต่มีเหตุการณ์สำคัญให้ต้องออกเดินทาง ก่อนจะมาผูกทุกเรื่องราวรวมกันที่ตัวผู้กล้า...ซึ่งนับเป็นจุดเด่นที่สุดของภาคนี้ ที่จะค่อยๆปูพื้นระบบของเกมส์ให้ละเอียดมากขึ้นตามลำดับ ทั้งระบบการต่อสู้ การมีเพื่อนร่วมทาง ใช้เวทย์มนตร์  ทำเควส จัดปาร์ตี้ในรถม้า จนเมื่อไปถึงบทหลักของผู้กล้านั่นทีเดียว ที่ถือได้ว่า เนื้อหาที่แท้จริงของ DQ4 เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น !!

ระบบเก่าแก่อย่างสารพัดกุญแจไขประตู และระบบกลางวัน-กลางคืน ก็ยังคงอยู่...พร้อมกับเปิดตัวระบบใหม่อย่าง การเซฟเกมส์ได้ตามโบสถ์ การสะสมเหรียญเล็กไว้แลกของรางวัล มินิเกมส์อบายมุข ที่กลายมาเป็นคาสิโนให้เล่นพนันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว รวมไปถึงระบบการรับสมาชิกชั่วคราวเข้ามาในปาร์ตี้ (โดยที่ไม่สามารถควบคุมคำสั่งได้)นั้น ก็ถูกยกมาใช้ตลอดทั้งภาค

 

3.

กลุ่มผู้กล้า ร่วมแรงต่อสู้ จนเอาชนะบัลแซคและคิงเลโอจนสำเร็จ และได้ใช้ไม้เท้าแปลงร่าง ลักลอบเข้าไปถึงปราสาทแห่งมอนสเตอร์ จนได้พบเจอกับปิซาโร่ ผู้นำแห่งเหล่าปิศาจเป็นครั้งแรก

การประชุมตึงเครียดของเหล่าอสูรจากใต้พิภพ ถูกขัดจังหวะด้วยข่าวใหญ่โต ว่าด้วยเอสตาร์ค นายเหนือหัว กำลังจะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว...ด้วยฝีมือของเหล่ามนุษย์ คนงานขุดเหมืองที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ !

คณะผู้กล้า เร่งรุดไปยังที่ผนึกของเอสตาร์คอย่างรวดเร็ว...ด้วยความที่ถูกจองจำมานานปี และร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เช่นแต่ก่อน...เอสตาร์คที่เพิ่งลืมตาตื่น ก็ถูกสังหารลงไป ใต้คมดาบของผู้กล้านั่นเอง !!

ปิซาโร่ที่ตามทีหลัง ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก และรู้โดยทันทีว่า ฝ่ายตรงข้าม จะต้องเป็นผู้กล้าตามตำนาน ที่ถูกส่งมาเป็นปรปักษ์กับพวกตนเป็นแน่แท้...แต่ก่อนที่จะได้เข้าเล่นงานผู้กล้าที่กำลังบอบช้ำ ปิซาโร่ก็ได้รับแจ้งข่าวร้าย ที่สำคัญมากพอให้เขาวางมือจากเรื่องราวทั้งหมดโดยไปทันที

4.

คนรักของปิซาโร่ นามโรซารี่ เป็นเอลฟ์สาวที่มีความสามารถพิเศษ ทำให้น้ำตาที่หลั่งออกมาของเธอเปลี่ยนเป็นอัญมณีล้ำค่าได้ ดังนั้นจึงมีผู้คนมากมาย มุ่งมั่นข่มเหงทำร้ายให้เธอเสียน้ำตาอยู่เสมอ

แม้จะพยายามปกป้องคนรักมากแค่ไหน แต่สาวน้อยก็ไม่เคยอยู่อย่างเป็นสุข...โรซารี่ได้ถูกมนุษย์ชั่วลักพาตัวไป...กว่าปิซาโร่จะตามไปพบนั้น ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว โรซารี่ถูกทุบตีจนบอบช้ำ และกำลังจะจบชีวิตลง

โรซารี่ขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย ให้ชายหนุ่มอภัยมนุษย์ผู้โง่เขลา ก่อนที่จะสิ้นใจลง...แต่ปิซาโร่ไม่ได้ยินสิ่งใดแล้ว ความโกรธเกรี้ยวผลักดันให้เขาใช้เวทย์ลับแห่งวิวัฒนาการที่เฝ้าศึกษามานาน เปลี่ยนร่างตัวเองเป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิตทันที !!

*: Characterization

จะมองว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียก็ตาม...แต่เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ซีรีย์ดราก้อน เควสต์ยึดถือมาตลอดจนถึงปัจจุบันก็คือ รูปแบบการนำเสนอในลักษณะ"เติมคำในช่องว่าง" ที่จะเหลือพื้นที่ของเนื้อหา ให้ถูกเติมเต็มด้วยจินตนาการของตัวผู้เล่นเองเสมอ

ดังนั้นแล้ว แม้จะเป็นภาคใหม่ หรือภาครีเมคในยุคที่กราฟฟิคสมจริงกำลังเฟื่องฟูเช่นนี้...ฉากเหตุการณ์สำคัญ ปูมหลัง ความลับสูงสุด หรือกระทั่งเนื้อหาหลักของเกมส์ ก็ยังจะถูกนำเสนอในรูปแบบของ "เรื่องเล่า" และ "บทสนทนา" เป็นตัวอักษรแบบละเอียดยิบอยู่  ในสัดส่วนที่มากกว่าการใช้กราฟฟิคหวือหวา...ซึ่งหลายครั้ง ที่มันสามารถดึงจินตนาการและอารมณ์ร่วมของคนเล่น ได้ดีกว่าการฉายฉากอีเวนท์เสียอีก! (นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่า เหตุใดจึงควรที่จะใส่ใจกับส่วน "Text" ของดราก้อนเควสต์ มากเป็นอันดับหนึ่ง และไม่สมควรที่จะเล่น โดยปล่อยปละในส่วน"เนื้อหา"ของมัน)

ทั้งนี้ รูปแบบการเติมคำในช่องว่างดังกล่าว ก็ยังถูกใช้ในการสร้างบุคลิกของ"ตัวละครหลัก" ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคล่าสุด ให้เป็นผู้เดินเรื่องราวที่ "ไม่มีบทสนทนาใดๆ" ถูกถ่ายทอดออกมาเลย นอกจากการตอบ Yes และ No

ตรรกะที่สร้างตัวเอกที่เป็นใบ้ ไม่มีท่อนบรรยายบุคลิกภาพ หรือบทสนทนาที่จะสะท้อนความเป็นเจตบุคคลใดๆออกมาเลยนั้น...เพื่อจุดประสงค์หลักในการให้ผู้เล่นสามารถ"สวมบทบาท" ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปในการเดินเรื่องได้อย่างสมจริงที่สุดนั่นเอง

----------

แน่นอนว่า รูปแบบการนำเสนอที่ให้ความสำคัญกับบทบรรยาย และช่องว่างไว้ถมที่ของตัวละครเช่นนี้ หากมองอีกมุม ก็จะกลายเป็นข้อจำกัดที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของซีรีย์ ว่าด้วยการที่"ตัวละครไร้สเน่ห์ และขาดเอกลักษณ์" ตามมา...ดังเช่นในดราก้อน เควสต์ 4 นี้ ที่แม้จะมีตัวละครหลักหลากรูปแบบ หลายที่มา มากถึง 8 คน...แต่กลับไม่มีใครที่จะถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวเองให้โดดเด่นเป็นที่จดจำได้เลย...ภายในเวลาไม่นาน ผู้เล่นก็จะผ่านตากับตัวละคร และก็ผ่านไป แทบไม่เหลือติดไว้ในความทรงจำ

...ดังนั้นแล้ว ตัวละครฝ่ายคู่อริ ที่มีฉากเหตุการณ์ และบทสนทนามากมาย มาคอยสะท้อนถึงบุคลิก มุมมอง หรือกระทั่งปมโศกเศร้าในใจ อย่าง ปิซาโร่ จึงกลายมาเป็นคนที่โดดเด่นมากที่สุดในเรื่องเสียแทน

หน้าที่ชูโรง และดึงคะแนนด้านสเน่ห์ตัวละครจากสายตาของผู้เล่น จึงตกเป็นของปีศาจหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้...อาจบอกว่า เด่นเสียยิ่งกว่าคณะเดินทางของผู้กล้าทั้งหมดเสียอีก!

5.

ผู้กล้าได้ออกเดินทางท่องโลก และค้นหาเซตอุปกรณ์แห่งนภา (Zenithian equipments) ทั้งหมดได้จนครบ ทั้งชุดเกราะ หมวก โล่ห์ และดาบแห่งนภา...และใช้มันเปิดทางไปสู่ปราสาทแห่งนภา เพื่อเข้าพบผู้ปกครองสูงสุด มาสเตอร์ดราก้อน (Zenith Dragon) ที่เคยผนึกสุดยอดสิ่งมีชีวิตเอสตาร์คเมื่อครั้งอดีต

แต่น่าเสียดายที่ปิซาโร่นั้น ครอบครองพลังที่สมบูรณ์กว่าเอสตาร์คมากนัก มาสเตอร์ดราก้อนต้องยอมรับว่า ผู้เดียวที่จะสามารถต่อกรกับอสูรร้ายได้...ก็คือนักรบตามคำทำนาย ที่สืบเชื้อสายครึ่งหนึ่งมาจากสาวชาวนภา และอีกครึ่ง มาจากหนุ่มคนตัดไม้ชาวโลก...ผู้กล้าของเรานั่นเอง !!

สายเลือดศักดิ์สิทธิ์ของชาวนภา กับปาฎิหาริย์แห่งความมุ่งมั่นของชาวโลก รวมกันอยู่ในตัวชายหนุ่ม...มังกรเทพได้ปลุกพลังแฝงของผู้กล้าและเซตอุปกรณ์นภา ก่อนจะส่งคณะเดินทางลงไปยังดินแดนใต้พิภพ Nadiria ทันที

6.

ทั้งหมดได้บุกไปยังวิหารทั้งสี่ทิศ เพื่อจะกำจัดสี่ขุนพล ลูกน้องคนสนิทของปิซาโร่ จนสามารถปลดบาเรียที่ขึงป้องกันที่พำนักของปิซาโร่เอาไว้

ทว่า เมื่อถึงคราวที่ขุนพลคนสุดท้าย นักบวชปีศาจอามอน (Aamon) กำลังจะพ่ายแพ้ลงไปนั้น...พวกผู้กล้าก็ได้พบกับความจริงว่า นักบวชปีศาจจอมเจ้าเล่ห์นี่เอง ที่อยู่เบื้องหลังแผนการสังหารคนรักของปิซาโร่...เพียงเพื่อผลักดันให้ชายหนุ่มคลุ้มคลั่ง และตัวเองจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพปีศาจเสียแทน!!

น่าเสียดาย ที่ทุกสิ่งทุกอย่างสายเกินแก้เสียแล้ว ปิซาโร่กำลังพัฒนาร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง และไม่อยู่ในสภาพที่จะรับฟังสิ่งใดได้อีกต่อไป...เหล่านักรบที่ถูกชักนำ และผู้กล้าแห่งนภา จำต้องปะทะกับปิซาโร่ในร่างสุดยอดสิ่งมีชีวิต...ก่อนจะคว้าชัยชนะมาได้ในท้ายที่สุด !

7.

มาสเตอร์ดรากอน บินมาช่วยพาผู้กล้ากลับไปยังปราสาทนภา และกล่าวสรรเสริญในวีรกรรมของนักรบทั้ง 8 ที่สามารถนำสันติสุขกลับคืนสู่โลกได้สำเร็จ

ผู้กล้าสายเลือดแห่งนภาปฎิเสธคำเชิญชวน ไม่อาศัยอยู่ต่อที่โลกเบื้องบน แต่ได้ตามมาส่งพลพรรค ให้กลับไปยังบ้านเกิดของตัวเองทีละคน พร้อมกับพกพาความภาคภูมิใจกลับไปด้วย

ท้ายที่สุด ชายหนุ่มก็ได้กลับมายังบ้านเกิดกลางขุนเขาอีกครั้ง...และราวกับปาฎิหาริย์ พลันเกิดเป็นแสงสว่างวาบขึ้นกลางหมู่บ้าน...เอลิซ่า เพื่อนสาวคนสนิทผู้ล่วงลับ ได้ฟื้นกลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่เบ่งบาน !!

...และการเดินทางอันแสนยาวนาน ก็มาถึงบทสรุปด้วยรอยยิ้มในที่สุด...

~ Dragon Quest IV ~

~ Fin ~


*: Remake

ดราก้อน เควสต์ 4 ฉบับออริจินอล ในเครื่องแฟมิคอมนั้น ทำยอดขายได้มากกว่าสามล้านหนึ่งแสนชุด และได้มีการหยิบยกมาทำใหม่ ในเวอร์ชัน Play station และ Nintendo DS ในเวลาต่อมา

ซึ่งฉบับ PS จะมีการปรับปรุงกราฟฟิค เพิ่มเนื้อเรื่องเกริ่นนำ ไซด์เควสยิบย่อย อย่างการสร้างเมือง และใส่บทสรุปบทสุดท้ายเข้าไปอย่างดี...แต่เมื่อภายหลัง ที่ DQ 8 ได้พยายามตีตลาดตะวันตก โดยการ "ยกเครื่อง" ปรับปรุงขนบหลายๆอย่างให้เป็นสากลมากขึ้น ดังเช่น ปรับหน้าต่างเมนูให้เข้าใจง่าย มีการแสดงหน้าตัวละครอย่างชัดเจน และมีการแสดงภาพไอเทมต่างๆอย่างสวยงามแล้ว...ทำให้ภาค Nintendo DS ที่ออกมาในภายหลัง ได้รับอานิสงค์เหล่านี้ไปด้วย จนเมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบหลายๆอย่าง ที่ต่อยอดเพิ่มจากเวอร์ชันรีเมคก่อนหน้าแล้ว ก็อาจบอกได้ว่า ฉบับ DS เป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์ และทำได้ดีที่สุดก็ว่าได้


*: After Ending

ฉบับรีเมคครั้งหลังๆ ได้ตอบสนองความต้องการของแฟนๆที่ต้องการบทสรุปสมบูรณ์แบบ ของตัวละครฮิตสุดหล่ออย่างปิซาโร่ ทำให้เกิดเป็นเนื้อเรื่องสุดท้าย คู่ขนานไปกับเนื้อเรื่องหลักของเดิม ที่ผู้เล่นสามารถทำได้หลังจากจบเกมส์แบบปกติไปแล้วหนึ่งรอบ

พวกเราจะปักหลักกันที่เนื้อหาก่อนไปเผชิญหน้าขั้นแตกหักกับปิซาโร่...ซึ่งหลังจากผ่านเส้นทางดันเจี้ยนลับจนถึงสุดทางได้แล้ว...เราจะได้พบกับบอสลับ สไตล์พังค์กี้สุดเพี้ยนสองหน่อ ที่มีชื่อน่าอร่อยว่า ฟูยัง และ เชามิน (Foo young & chow mein จากชื่อเมนูอาหารจีน เป็นไข่เจียว และบะหมี่ผัดคลุกไก่ ตามลำดับ) กำลังเถียงกันอย่างดุเดือด กับคำถามสุดแสนซีเรียสว่า "ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน" !!!

จะยังไงก็แล้วแต่...ผู้กล้าของเราก็หลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่พ้น ! (ทำไมฟระ !!) และเมื่อชนะได้ในแต่ละครั้ง ทั้งสองก็จะสงบลงเล็กน้อย พร้อมกับสร้างปาฎิหาริย์ หรือมอบไอเทมให้กับเหล่าผู้กล้าทีละอย่าง...โดยที่ปาฏิหาริย์แรกสุดก็คือ การทำให้พฤกษาแห่งพิภพ "ออกดอก" ขึ้นมานั่นเอง

เมื่อเราไปนำดอกไม้โลก กลับมาวางไว้ยังหลุมศพของโรซารี่แล้ว พลังอำนาจแห่งผืนพิภพจะก่อเกิด ทำให้โรซารี่ ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์!! และเธอจะร่วมเดินทางไปกับเรา เพื่อหยุดยั้งความโกรธเกรี้ยวของแฟนหนุ่มให้จงได้

คณะเดินทางเข้าเผชิญหน้ากับปิซาโร่ในร่างสุดยอดสิ่งมีชีวิตอีกครั้ง แต่คราวนี้ โรซารี่ได้ใช้ความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของเธอ สื่อใจกับปิซาโร่ ดึงให้ชายหนุ่มกลับคืนสู่ร่างเดิมได้เป็นผลสำเร็จ! หรือนี่คือพลังแห่งความรัก !?

ชายหนุ่มคืนสติกลับมาด้วยความรู้สึกผิด และเมื่อได้รู้ถึงความทะเยอทะยานที่แท้จริงของนักบวชปีศาจอามอน ลูกน้องคนสนิทของตนแล้ว...สิ่งเล็กน้อยที่ตัวเองพอจะทำเพื่อชดเชยกับความผิดนั้น ก็คือการกำจัดเจ้าปีศาจผู้ชั่วช้าตนนั้นให้ได้นั่นเอง...ปิซาโร่ ขอเข้าร่วมทีมกับผู้กล้าแล้ว!!

ปิซาโร่ แสดงบทบาทเป็น"ตัวละครลับหลังจบเกมส์"ได้ไร้ที่ติ ด้วยการมีค่าสเตตัสที่สูงจนน่าตกใจ และอบิลิตี้ที่โกงเหนือจะกล่าว สามารถใช้ท่าโจมตีขั้นสูงได้อย่างง่ายดาย ทั้งสามารถสวมใส่อุปกรณ์ต้องคำสาปได้ โดยไม่ได้รับผลกระทบใดๆ...และหากกลับไปสู้กับนายไข่เจียวกับนายบะหมี่ผัดอีกหลายๆรอบ ก็จะได้รับเซตอุปกรณ์ Pandemonic ที่เป็นสุดยอดอาวุธและเครื่องป้องกันทึ่ดีที่สุดในเกมส์มาจนครบ (ซึ่งเหนือชั้นกว่าเซตอุปกรณ์นภาไปหลายขุม!)...และปิซาโร่ ก็จะกลายเป็นเสือติดปีกทีเดียว !!

...คณะเดินทาง กลับไปยังปราสาท และได้พบกับนักบวชปีศาจ อามอน ผู้ยิ้มเยาะอยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด...แม้จะตกใจที่ปิซาโร่ยังไม่จบชีวิตลงตามแผนของตน แต่อามอนก็หาได้วิตกไม่ และใช้เวทย์ลับแห่งวิวัฒนาการ...พัฒนาร่างตนให้กลายเป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิตที่เหนือชั้นที่สุด ยิ่งกว่าที่เอสตาร์คหรือปิซาโร่จะฝันถึงเสียอีก !!!

การต่อสู้สุดท้าย เพื่ออนาคต และความสุขของทุกคน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว !!

........

...........

[หมายเหตุอันแสนข้องใจ: ตัวผมเอง เล่น DQ4 มาหลายรอบ และก็ได้มากุมขมับถึงขีดสุด ก็เมื่อเวอร์ชัน DS นี่เอง...ตลอดทั้งเกมส์ เราจะได้พบกับเหล่าตัวร้ายที่นำศาสตร์ต้องห้าม มาพัฒนาร่างกายตัวเองอยู่มากมาย ทั้งบัลแซกต์ คิงเลโอ เอสตาร์ค ปิซาโร่ จนถึงอามอน

น่าแปลก ที่เกือบทุกคน จะประกาศสรรพคุณคล้ายๆกันว่า ร่างกายตัวเองเป็นสุดยอดที่สุดในผืนพิภพ...แต่ก็จะมีคนอื่นมาบลัฟทับถม ด้วยประโยคคล้ายๆกันอีกหลายต่อหลายตลบ...บังเกิดเป็นความสงสัยของเหล่าผู้กล้าว่า ไอ้เจ้า"เวทย์ลับสำหรับสร้างสุดยอดสิ่งมีชีวิต ที่อยู่ปลายสุดแห่งสายวิวัฒนาการ" นี้...ทำไมมันไปไม่ถึงสุดทางซักทีหว่า...

...ไม่แน่ว่า นี่อาจเป็นมุขบลัฟขยายความ สมัยบุกเบิก ว่าด้วย "ร่างสุดยอด-สุดท้าย-ที่แท้จริง-ของแท้จริง-โดยหัวหน้า-ผู้ใช้ตัวจริง-รุ่นก่อน-ในตำนาน-ต้นตำรับ-เพียงหนึ่งเดียว" ก็เป็นได้ !!]

...

...

แม้ยืดยาวและยากลำบาก แต่ตำนานผู้กล้าแห่งนภาเพิ่งจะเริ่มต้น...ตอนหน้าพบกับ เรื่องราวต่อยอดอันแสนประทับใจ การเดินทางจากรุ่นสู่รุ่น และการส่งมอบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ใน ดรากอน เควสต์ 5 ครับ

แล้วพบกันใหม่

แท่ด แท่ด แท่ด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้วแม่เจ้าเว้ยเฮ้ย ยาวสะบัด ได้ใจเจ้าของบล็อกจริงๆเหวย !!! ไม่นึกว่าจะยาวขนาดนี้ !!!

Scroll mouse กันเมื่อยเลยสินะครับเพื่อนๆ ^^" ยังไงก็ ค่อยๆอ่านกันน่อ แหะๆ

------------

ตอนเขียนบทความ มีติดใจคำแปลเรื่อง "Secret of Evolution" อยู่นานทีเดียว เพราะในเรื่องไม่ได้บอกแน่ชัดว่าเป็นกรรมวิธีรูปแบบไหน...หลังจากได้ปรึกษาเพื่อนบล็อกใกล้เรือนเคียง วลาดิมีร์ ปูทันแล้ว ก็ได้ไอเดียมามากมายจริงๆ...มาดูกันดีกว่าครับ

- เวทย์ลับแห่งวิวัฒนาการ

- เวทย์จุติมหาชีวกาย

- คาถาสุดยอดแห่งสิ่งมีชิวิต

- ภูมิปัญญาลับแห่งวิวัฒนาการ

- ถอดรหัสวิวัฒนาการ

- อุตตมวิวัฒนสูตร (วิชาแห่งวิวัฒนขั้นสุดยอด) <---บร๊ะเจ้า !!!


ชอบชื่อไหนกันบ้างครับเพื่อนๆ ฮา confused smile

#1 By Zieghart on 2009-07-24 16:24

สุดยอดHot!

#2 By n h e p h e x on 2009-07-24 16:30

คนแรกชื่อ ไรอันไม่ใช่เหรอครับ? หรือยึดของ Eng ...
อันนี้ชื่อของภาค ญี่ปุ่น
ตาแก่ครูของอารีน่าชื่อ ไบรท์ คนรักของอารีน่าชื่อคริฟต์
พี่น้องสองคนชื่อ มาเนีย (ถ้าจำไม่ผิด) กับ มิแนร์
Amon ภาค Jap ชื่อ Evil Priest


ส่วนตัว ผมชอบฉากจบแบบลับนะ สมบูรณ์ และ Happy Ending จริงๆ โรซารี่ฟื้น ปิซาโร่เป็นคนดี ^^;

ไอ้บทของ อีวิลพรีสต์ ที่เป็นคนวางแผนเหมือนจะเพิ่งเพิ่มมาในภาครีเมคนั่นแหละครับ (จากการถามคนที่เคยเล่น)

และผมว่า มันได้อิทธิพลมาจากดราก้อนบอลครับ แปลงร่างแล้วพลังเพิ่ม แบบ ฟรีซเซอร์ ซาบอนน่ะ ชัดเจน question open-mounthed smile
^
^

เอ้อ นั่นสินะ ว่าจะบอกในเอนทรี ก็ลืมซะสนิท ^^"

บทความสี่ตอนที่ผ่านมา ชื่อเฉพาะที่ผมใช้ (โดยมาก)จะยึดตามเวอร์ชัน Eng ล่าสุดเป็นหลักครับ แต่จะมีบางคำ ที่ใช้ชื่อจากภาค Jap หรือไม่ก็เป็น Eng เวอร์ชันดั้งเดิม...ซึ่งและอันก็จะไม่เหมือนกัน

อย่างเบรย์ ไบรท์ เบรย่า / คริฟ คริสโต คิริว / โรโตะ เออดริค/เอลิซ่า ซิเลีย / โรส โรซารี่ /ปิซาโร่ เนโครซาโร่ ฯลฯ อะไรแบบนี้เป็นต้น....เอาตรงๆก็คือว่า ผมเลือกใช้เอาตามสะดวก และความคุ้นเคยของผมเองด้วยล่ะ ถ้าเจอชื่อเฉพาะคนละเวอร์ชันปนๆกัน ก็ถือว่า เข้าใจตัวละครตรงกันละกันนะครับ อิอิquestion

อามอน บทตามภาคแฟมิคอมดั้งเดิม จะมีบอกก่อนตายเหมือนกันครับ ว่าตัวเองเป็นคนสั่งฆ่าโรซารี่ แต่เพียงเพื่อผลักดันให้ปิซาโร่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของปีศาจเท่านั้น

มาภาครีเมคนี่ล่ะ ที่มีแถมเพิ่มให้ด้วยว่า เฮียแกต้องการจะทำให้ปิซาโร่คลั่ง แล้วตัวเองขึ้นสูงสุดแทนที่...แย่จัง ชั่วขึ้นเยอะเลยนะแก sad smile

#4 By Zieghart on 2009-07-24 16:46

สงสัยจริงว่า ไอ้แบบปีซาโร่ตายมันจะจบได้ไง ในเมื่อ Evil Priest ยังอยู่?

ฮ่าๆ
ส่วนเอสตาร์คนี่ท่าทางจะเป็นอมตะ? ไม่ตายซักที cry สู้แล้วแค่หลับ
ผมว่าภาคนี้เล่นแล้วสนุกสุด เป็นภาคที่เริ่มมีระบบ auto อ่ะครับ ใส่คำสั่งให้ตัวเอง อย่างเดียว ในเนื้อเรื่องผู้กล้า ทำให้เรารู้สึกว่าผจญภัยกับเพื่อนๆได้ สุดยอดเลยทีเดียว (แลกกับระดับเกมส์ที่ยากขึ้น เพราะ AI มั่ว 555+) และแถมด้วยมีการปูเนื้อเรื่องของเพื่อนของเราแต่ละคน เล่นแล้วอินครับ ^_^

#6 By Elta_kung on 2009-07-24 17:28

ยาวสุด ๆ ค่ะ*O*!!

อ่านแล้ว...รู้สึกว่า...เพื่อน ๆ ของผู้กล้า...ดู...เหมือนจะถูกกลืนหายไปกับการเล่นเอาง่าย ๆ เลยนะคะ แบบว่า จำไม่ค่อยได้ว่าใครเป็นใคร= ="
ส่วนปิซาโร่...จะกลายเป็นตัวเอกแทนซะงั้น...

#1 ฮาแต่ละชื่อที่คิดค่ะ มันอลังการสุดยอด!!

ปล.ขณะนี้กินทามะอนิเมล่าสุด...ล้อดราก้อนเควสแบบเต็มสตรีม..........ว่าแต่อาจารย์เขาชอบดราก้อนเควสนี่นา?

#7 By 「AKARI*」 : Hadou ~kono koe~ on 2009-07-24 17:49

หมู่บ้านเอลฟ์ของโรซารี ปรากฏตัวในภาค 5 สินะ?
เสริมนิด

ตำแหน่งของ ปิซาโร่เหมือนจะเป็น "ราชาเผ่าปีศาจ" มั้ง(จำชื่อ Jap ไม่ได้) ^^;

ยศของราชาปีศาจเกมนี้ไม่ซ้ำกันเลยซักภาค
ราชามังกร
ราชาแห่งการทำลายล้าง ชิโด้
จอมราชาปีศาจโซม่า (ไดมาโอ)
ราชาเผ่าปีศาจ เดธปิซาโร่
sad smile
โอ้ว
ชอบ ๆ


รอภาค 5 อย่างใจจดใจจ่อ

อยากบอกว่า ภรค 4 เป็นภาคเดียวที่ไม่ได้เล่น sad smile

#9 By ChimERaTeDdY on 2009-07-24 18:53

น่าเล่นมาก ๆๆ

รู้สึกว่าพอเอามารีเมคใหม่ ๆ ให้ทันสมัยขึ้น ปรับความยากง่ายให้เหมาะสม (ซึ่งก็คือง่ายลง - -;) แล้วน่าเล่นขึ้นจริง ๆ นะเนี่ย

รอภาค 5 ครับ

#10 By Highwind on 2009-07-24 20:09

เป็นภาคที่ไม่ได้เล่นแฮะ ว่าไปแล้วก็อยากหามาเล่นซะแล้ว

#11 By on 2009-07-24 20:10

แจ่ม Hot!

#12 By b-padung Studio on 2009-07-24 20:16

อ้าว ไม่ชอบชื่อ อุตตมวิืวัฒนสูตร หรอกเหรอครับ? ผมว่ามันฟังดูขรึมขลังอลังการสะท้านโลกันตร์ดีออกนะ (ฮา)


ตัวร้ายภาคนี้เด่นสุดจริงๆ ครับ ผมเล่นจบไปรอบเดียว จำใครไม่ได้เลยนอกจากปีซาโร่กับโรซารี่ และปีซาโร่เองก็เป็นตัวร้ายของ DQ (นับแค่ซีรี่ย์เกม) ที่ผมชอบมากที่สุดด้วยแหละ

นอกจากประวิติชีวิตที่เศร้าหม่นออกอารมณ์คล้ายๆ ทั่นแดรกคิวล่า และความน่าสงสารที่โดนหลอกใช้ (กระทั่งเด๊ดอนาถในการจบแบบปกติ เพ่แกยังไม่รู้ตัวเลยว่าโดนหลอก!) แล้ว ... Final Battle กับปีซาโร่นี่ มันพีคสุดยอดยิ่งกว่าภาคไหน ๆ เลยครับ สู้กับบอสใหญ่ที่เปลี่ยนร่างไปเรื่อยๆ ได้ตั้ง 7 ร่างนี่มันกดดันมหาศาลจริงๆ นะ!! ยิ่งเทิร์นหลังๆ นี่ลุ้นมาก ถึงกัีบนอนกลิ้งไปกลิ้งมา ซี้ดซ้าดครวญครางอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าแน่ะ ... โอววว มันงอกได้อีก มันยังงอกได้อีกเร้ออออออ!!

บทสรุปของ Final battle ครั้งแรกของผม จบลงด้วยการล้มตายของเหล่าผู้ถูกเลือก เหลือทอร์เนโกที่เลเวล 20 ต้นๆ เป็นคนสุดท้ายที่เด้งออกมาจากรถม้า และเป็นนายพ่อค้าจอมงุ่มง่ามคนนี้แหละ ที่เป็นคนลงดาบสุดท้าย จบชีวิตของปีซาโร่จ้าวแห่งสัตว์ปีศาจลงได้แบบพลิกความคาดหมายสุดๆ !!! อา...ทอร์เนโก นายนี่มันยอดจริงๆ... เอาตำแหน่งผู้กล้าไปแทนเลยมั้ย?

ว่าแต่ ภาค 5 นี่มีถึง 3 เจเนอเรชั่นเชียวนา sad smile คงจะยาวโคตรๆ...แต่ยังไงก็จะตามอ่านแน่นอนครับ ^^

Hot! Hot! Hot!
ถามหน่อยครับคุณหมอ ไม่เกี่ยวกับเรื่องเกม

คือการเป็นหมอ ก็มีเวลาน้อยมากๆอยู่แล้ว (เมื่อเทียบกับอาชีพอื่น)
แล้วยังมีเวลาเล่นเกมอีก อัพบล๊อกด้วย อ่านการ์ตูนด้วย

ทำได้ยังไงครับเนี่ย sad smile (ผมเองแทบไม่ได้มีเวลาทำอะไรซักอย่างเลย)

#14 By Detonator on 2009-07-24 22:03

โอ้ว เพิ่งสังเกตหัวบล็อค ภาพเดิ้นมากเลยค่า
(อย่างกะเกม FF)
เคยอ่าน DQ ภาคผู้กล้าอารีน่าเหมือนกัน แต่ลืมเนื้อเรื่องหมดแล้ว 55
ถ้าจบซี่รีย์ DQ แล้ว คราวหน้าขอซี่รี่ เซย์เคน ด้วยสิคะconfused smile

#15 By aerith-chan on 2009-07-24 23:12

บ่ได้เล่นconfused smile

#16 By wesong on 2009-07-24 23:23

ตำแหน่งของปีซาโร่ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อว่า "มาโซคุโอ" ครับ

ภาคนี้ในสมัยแฟมิคอมถือว่าเป็นเกมภาษาที่มีเนื้อหายาวมากๆบทพูดมหาศาลsad smile

ปล. ชอบอะริน่าฮิเมะopen-mounthed smile

#17 By mastermune on 2009-07-25 00:07

เนื่องจากอ่าน Review DQ เนี่ยแหล่ะ
บวกกับ DQ9 พึ่งออกเลยทำให้ สั่งเพื่อนซื้อ NDSi
มากจากไทยเรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวได้เล่นแน่ๆ

ตอนนี้พยายาม นั่งดูจอเล็กๆใน Emu บน คอมไปก่อน
อาทิตย์หน้าเราก็จะได้ของแล้ว มาเจอกัน DQ 4-5

Hot! Hot! Hot!

เนื้อเรื่องน่าเล่นมากมายแฮะ แต่ ผมเล่น DQ จบแค่ 1 กะ 6 เองอ่ะครับ
รอภาค 6 กะ Path of Fujiko อยู่นะคับ

แท่ด แท่ด แท่ด

#18 By พัดโบก on 2009-07-25 00:13

* มาตอบเฉพาะกิจ rep.#14 ของเดโทฯก่อนนะครับ

สำหรับคำถามว่า"ทำได้ยังไง"นะครับ ผมขอตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า...

"ผมทำไม่ได้หรอกครับ"

-----

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งเข้ามหาลัยใหม่ๆเนี่ย ตอนนั้นชีวิตผมหวือหวา และมีเวลาเฮ้วๆมากกว่าตอนนี้แบบเทียบไม่ติดเลยครับ มีนู่นมีนี่ให้สนใจ ให้บ้าคลั่งได้แบบไม่มีลิมิต

ดูหนังจนเกลี้ยงตาราง ตั้งแต่ฟอร์มยักษ์จนถึงอินดี้/ตะลุยกินบุฟเฟต์มื้อเย็นวันเว้นวัน /เที่ยวผับทุกวันศุกร์ /ไปนั่งชิวค้างคืนที่ทะเลแบบไร้ความหมายกับเพื่อน /นั่งเล่นเกมส์ไปเรื่อยๆ 8 ชั่วโมงโดยไม่ลุกไปไหนเลย / เว่นเว้ออ่านนิยาย ดูอนิเม บิทหนังมาดู ถึงตีห้า และไปตื่นซักเที่ยง ฯลฯ

...ถ้าเทียบกันแล้ว ผ่านตอนนั้นมาไม่กี่ปี ไอ้เรื่องที่ว่ามาข้างบน ผมทำไม่ได้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ

จะให้ผมตอบคำถามเดโทเหมือนเป็นผู้รู้ เป็นผู้จัดสรรเวลาได้อย่างเทพ...ก็จะกระดากปากเกินไป แต่อย่างน้อย ผมก็พอจะมีแนวคิดแบบ Ideal ว่าด้วยการจัดการเวลาอันน้อยนิดมาเล่าให้ฟังครับ

เคยเขียนเอนทรีอันนึง ชื่อ "113: Time - คุณค่าของเวลาที่ไร้ระเบียบ" ด้านขวามือนะครับ อยากให้ลองเข้าไปอ่านดู...เป็นไกด์แบบอุดมคติ ที่ผมยึดถือมาหลายปีดีดัก (ตั้งแต่ไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเหมือนก่อน)...หลายๆเรื่องในเอนทรีนั่น ดูทำได้ยาก แต่ผมกล้ายืนยันว่า attitude แบบนั้น ทำให้ผมมีเวลามากขึ้น มีความสุขมากขึ้นได้จริงๆ
----------------

ถ้าแวะเวียนมาบล็อกนี้ จะดูเหมือนว่าผมมีเวลาเหลือเฟือทำโน่น เล่นนั่น อ่านนี่มาอัพบล็อก...แต่จริงๆแล้ว ครึ่งนึง เป็นแค่การเล่าเรื่องจากความชอบตั้งแต่สมัยก่อน(ที่ว่างมาก) มาเล่าให้ดูสดใหม่...และอีกครึ่งนึง ก็เป็นเนื้อหาใหม่สดจริงๆ ที่ได้จากการปรับความคิด ปรับการใช้เวลาตัวเอง อย่างที่เขียนไปครับ

...เอนทรีเกี่ยวกับเกมส์ นิยาย การ์ตูน หนังสือ ซีรีย์อะไรพวกนี้ จริงๆแล้วผมใช้เวลากับมันมากทีเดียวนะครับ เอาง่ายๆ แค่บทความ DQ4 อันนี้ กว่าจะเขียนเสร็จ(โดยใช้เวลาวันละไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน) ก็ปาไปร่วมสองอาทิตย์เลยด้วยซ้ำไป

-------

สรุปได้ว่า - ปัญหาเรื่องการจัดการเวลา เป็นสิ่งที่เราต้องปรับ ต้องสู้กับมันไปตลอดชีวิตจริงๆ ดังนั้น อย่าไปยอมแพ้ อย่าไปเผลอคิดคำต้องห้ามอย่าง "ไม่มีเวลา" "เวลาไม่พอ" "ไม่คุ้มที่จะทำ" อะไรพวกนี้เชียว...แล้วจะรู้ว่า เรามีเวลาโดยรวม มากพอที่จะทำอะไรได้เยอะทีเดียวครับ

ณ ตอนที่พิมพ์อยู่นี้ ผมเพิ่งลงจากเวรห้องอุบัติเหตุ ที่วิ่งวุ่นอยู่ตั้งแต่ 6 โมงเย็น จนได้กลับห้องมาตอนเที่ยงคืนครึ่ง
และพรุ่งนี้เช้า ผมต้องตื่นไปดูคนไข้ตั้งแต่ตีห้าครึ่ง....ทำยังไง ถ้าผม"ไม่มีเวลาไหน"จะมาเล่นเนทได้เลย?


...คงไม่ต้องตอบอะไรมาก เพราะผมก็ยอมเสียเวลานอนไปอีกหนึ่งชั่วโมง เพื่อมานั่งพัก นั่งคุยกับเพื่อนๆอย่างสบยๆอยู่อย่างนี้ไงล่ะครับ surprised smile

#19 By Zieghart on 2009-07-25 00:54

ในบรรดา DQ ผมได้เล่นภาคนี้เป็นภาคแรกจริงๆนะ ของ FC ด้วย แต่ไม่เคยเล่นจบเนื้อเรื่องของไรอันซักที ฮา ~
มาเล่นจนจบครบหมด ก็เวอร์ชั่น PS ไปแล้ว
ภาคนี้โดยส่วนตัวผมชอบส่วนนึงของเกมนะ ตรงที่ ตัวละครแต่ละคน จะมีจุดเด่น และ จุดด้อย ต่างกันชัดเจนเลย


รออ่านภาค 5 ต่อครับ confused smile

#20 By YunaSung on 2009-07-25 07:37

แล้วภาคสี่ก็ตามมา
เยี่ยมเลยครับ big smile
Hot!

#21 By tempo on 2009-07-25 09:15

ชอบภาคนี้ที่สุดในซีรี่ส์ดราก้อนเควสท์เลยครับ แม้ว่าจะไม่สามารถบังคับได้ทุกตัวก็ตาม เจ็บใจจริงๆ ตอนเล่นเวอร์ชั่น PS ไม่ผ่านบททอลเนโก้ (สมัย FC จบไปได้ยังไงล่ะเนี่ย)
ขออนุญาตแอดบล็อกนี้ไว้นะครับ ขอบคุณครับ

#22 By SaGa / ปู่ก้า on 2009-07-25 09:57

หลังจากเล่นภาค1ห่างไปเป็น10ปี ได้กลับมาเล่นDQก็ภาคนี้บนDSครับ
รู้สึกชอบDQมากกว่าFF บอกไม่ถูกว่าตรงไหน
เสียดายการ์ตูนสั้นไปหน่อย5เล่มจบเอง น่าจะไปให้ถึงตอนเจอผู้กล้าค่อยจบ

#23 By Oceansage on 2009-07-25 11:15

เพิ่งมาคิดได้เล่นๆ ว่า

- ทำไมพวกมนุษย์ใจร้าย ถึงเก็บน้ำตาของโรซารี่ด้วยวิธีจับไปทรมาน ถ้าใช้พวกหัวหอมหรือแก๊สน้ำตาแทน ก็น่าจะให้ productivity สูงกว่านี้นะ?

- ภาคนี้เป็นภาคที่หน้าตาของราชาปีศาจรุ่นก่อน-ราชาปีศาจ-กับราชาปีศาจเบื้องหลัง ... บอสทั้งสามตัวใช้แต่มุขเปลี่ยนสี -_-; หรือว่าหน้าตาเห่ยๆ แบบนั้นคือปลายทางของวิวัฒนาการแล้ว? จริงดิ?

- อ่านคอมเมนต์ #5 แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเอสตาร์คภาคนี้ไม่ได้โดนฆ่าตาย แค่ฟื้นมาแบบเบลอๆ แฮ้งก์ๆ แล้วก็โดนกลุ่มของทั่นผู้กล้าลักหลับ..เอ๊ย ทุบกลับไปหลับต่อ... (หลับยาวซาโยนาระ เจอกันใหม่ภาค 5 sad smile)

... รู้งี้ใช้ราลิโฮ่แต่แรกก็สิ้นเรื่อง ฮา sad smile
big smile

#25 By ฟังเพลง (124.157.235.182) on 2009-07-25 17:03



ชิโด้ เผ่าปีศาจ
โซม่า เผ่ามาร (ถ้าจำไม่ผิด)
ริวโอ มังกร

......
ใน DQM นี่

เอสเทอร์ค ปิซาโร่ อิวิลพรีสต์ เผ่า " สิ่งของ"

wink wink wink
งงค้าบบบ
ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นสิ่งของ
ตามมาAdd Favจากพันทิพย์ครับ
ภาคนี้ถือเป็นภาคโปรดของผมภาคหนึ่งทีเดียว เพราะเป็นภาคแรกที่ได้เล่น ขอไล่อ่านตอนเก่าที่บล็อกเลยนะครับHot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ตอนสู้กับบอสเอาดาบนิทรา(ที่ฟันแล้วทำให้ศัตรูหลับ) ไปด้วยสบายขึ้นเยอะครับ บอสใหญ่ก็ใช้ได้นะเอาไว้ถ่วงเวลา เติมพลังเพื่อนในทีมได้

สู้กับบอสถ้าผู้กล้า คลิฟ(องครักษ์บาทหลวง) มีเนีย(แม่หมอสาวสวย) ตายหมดก็จะไม่ค่อยอยากเล่นแล้ว อยากจะโหลดใหม่

#28 By แววแว่ว on 2009-07-26 00:48

ไม่เคยเล่นเลยสักครั้ง แต่ดูน่าสนุกจัง

#29 By กัณฐ์ on 2009-07-26 11:27

อืมชอบคาแรคเตอร์ของโทริยามามาก แต่ลุงชอบเล่นเกม ตระกูลFF มากกว่า

#30 By chalee-mao on 2009-07-26 18:35

ชอบอะครับ รีบเขียนภาค 5-8 เร็วๆนะครับ จะตามอ่าน

ภาค3+4+6 นี้ชอบเล่นมากน็อคมาไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งทุกภาคเลย

#31 By ginotov (124.120.219.126) on 2009-07-28 16:13

มาตามอ่านต่อครับ เนื้อเรื่องปกตินี่เศร้าจัง แต่ภาครีเมคมีจบแบบ Happy ก็ดี Hot!

#32 By แมวหอบ on 2009-07-29 12:41

นั่งอ่านเพลิน ๆ มากค่ะ ชักอยากเล่นมั่งเสียแล้ว (แต่จะเอาเวลาที่ไหนล่ะเนี่ยยยยยยย)

รออ่านภาคต่อไปค่ะ!!!

#33 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-07-31 14:52

Acute Nostalgia...DQ 4

* คุณ n h e p h e x...ขอบคุณสำหรับดรากอนบอลครับ

* Shuu...เอนทรี DQ5 ได้คุณ Nihil มาเคลียร์เรื่องยศของบอสใหญ่ทุกภาคแล้ว ^^ หามาตั้งนาน ดีใจมากๆ

* Elta_kung...ระบบ auto นี่ เวลาเล่นๆเก็บเลเวล ผมก็ชอบใช้นะครับ เร็วดี แต่ถ้าสู้กับศัตรูหินๆ หรือบอสนี่ ต้องสั่งเองทุกที เพราะเพื่อนชอบทำเราเสียววูบหลายหนมากๆ ^^"

* น้องทราย...กินทามะ ชอบล้อเกมส์ดังๆ กับการ์ตูนดังๆหลายๆเรื่องอยู่แล้วครับ อ่านๆไปหลายๆเล่มเข้า ก็เริ่มพอจะเห็นภาพรสนิยมเกมส์ การ์ตูน หนัง ที่อ.แกชอบขึ้นมาเรื่อยๆล่ะ ^^

* ChimERaTeDdY...แนะนำภาค 4DS ครับ น่าจะสมบูรณ์และเล่นสนุกที่สุดแล้ว เพิ่มอะไรมาเยอะเลย big smile

* กล้อง...ภาค 4 ตัวเกมส์จะช้าๆกว่าภาค 5 เล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วก็ลื่นไหลใช้ได้ทีเดียวนะ จะเล่นลุยเนื้อเรื่อง หรือเล่นเก็บเลเวลบ้าพลัง ก็ไม่รู้สึกว่ามันอืดอาดเท่าไหร่ เดินๆฟันๆเดินๆฟันๆ

* หมอ ณ...แนะนำภาค 4 DS นะครับ ชอบที่สุดในทุกเวอร์ชันแล้วล่ะ ^^

* คุณ b-padung...ขอบคุณมากครับ

* พี่วลาดิมีร์...ชอบบอสปิซาโร่ ฉบับรีเมคมากครับ อลังการงานสร้างดีมาก ดาบกระดอน แขนกระเด็น งอกนั่น ยืดนี่ เล่นไปลุ้นไป เมื่อไหร่มันจะสุดซะทีฟระ

แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมสุดยอดสิ่งมีชีวิตของ DQ...มันต้องหน้าตาเป็นแบบนี้นะ มีเขา ถือดาบ...เห่ยสิ้นดี สู้คาร์ซในโจโจ้ก็ไม่ได้ ไร้รูป ไร้ลักษณ์ เปลี่ยนแปลงได้อย่างเมพ !

ส่วนเอซตาร์ค...ช่างมันเถอะครับ...เห็นว่า DQ monster ภาค DS ก็กลับมาอีกรอบนี่นา...สู้ๆหลับๆแบบนี้ เป็นบอสที่สบายเป็นบ้า sad smile

* คุณ Jin...เดี๋ยวจะทำหน้า Top Page เป็นสารบัญไว้ให้นะครับ เผื่อจะได้คุ้ยภาคเก่าๆมาอ่านได้ง่ายขึ้น ^^

#34 By Zieghart on 2009-08-06 16:50

* คุณ แววแว่ว...เพิ่งรู้ว่า ทำให้บอสใหญ่หลับได้ด้วย o_0 โอ้ว น่าลองจริงๆ

ปาร์ตี้ประจำของผม จะเป็นผู้กล้า อารีน่า มิเนีย แล้วก็คลิฟครับ ร่ายเวทย์ซัพพอร์ตกันไปมา และตัวทำดาเมจที่เยี่ยมที่สุดตลอดเกมส์ ก็หนีไม่พ้นเจ้าหญิงของเรานั่นเอง สุดยอดคริติคอลจริงๆนะเจ๊ question

* คุณ กัณฐ์...พยายามสรุปเนื้อเรื่องทั้งภาคไว้แล้ว เผื่อคนที่ไม่เคยเล่นมาอ่าน ก็น่าจะพอเห็นภาพคร่าวๆได้น้ะครับ big smile

* ลุง chalee-mao...ซีรีย์ไฟนอล แฟนตาซี ผมก็เคยเขียนถึงนะครับ ตามอ่านได้จากสารบัญด้านขวามือ...แต่ก็ ดองมาเป็นปีๆแล้วล่ะครับ แหะๆ

* คุณ ginotov...จะพยามยามเข็นภาคต่อๆไปมาเรื่อยๆ ตามสะดวกครับ รออ่านด้วยนะ open-mounthed smile

* คุณ แมวหอบ ...เนื้อหาส่วนใหญ่หลังจบเกมส์ จะเป็นท่อน happy ending ทั้งนั้นเลยครับ เล่นๆแล้วก็รู้สึกดีนะ จากโศกนาฎกรรมในเรื่องหลัก ก็กลายมาเป็นจบสุขไปได้ ^^

* คุณKyuubixUsagi...ไม่มีเวลาเล่นไม่เป็นไร แวะมาอ่านที่บล็อกนี้ ก็อาจจะพอเห็นภาพรวมของภาคนั้นๆได้ครับ ฮ่า confused smile

#35 By Zieghart on 2009-08-06 16:56

เล่นภาคนี้เป้นภาคแรก ตอนแรกงงๆกับตัวละครมากเลยว่าทำไมเยอะจัง จนสุดท้ายก็อ๋อ ใมาดรีมทีมกันตอนท้ายนี่เอง

คิดเหมือนกันว่าปิซาดร่นี่แบบ เด่นกว่าพระเอก พลอตเรื่องน้ำเน่าตามสไตล์ แต่ก็สนุกดี

#36 By jackky on 2009-08-09 23:15

สุดยอดคร้าบ แต่ภาคนี้เล่นไม่จบสักที
เพราะมันเปิดเกมมา ก้อมีตัวละครกลุ่มเดียว
เล่นผ่านไปก็เป็นคนใหม่ เอ้ะยังไงเนี่ย

เดี๋ยวกลับไปเล่นใหม่ก่อนแระ

#37 By เศษกระดาษ on 2009-09-15 20:33