.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

ตอนนี้มาวนอยู่เวรตึกอุบัติเหตุอีกรอบ หลังจากห่างเหินกันไปเป็นปีๆ...ก็ยังคงลุ้นระทึกเช่นเดิม ทั้งคนตกตึก ตกเตียง หัวฟาด ยิงกัน ทำร้ายร่างกาย รถชน บลาๆๆๆ บางท่านเดินเข้ามา ยังมีมีดแทงเสียบหลังอยู่เลย แหะๆ

เวรตอนนี้ อยู่กันมันส์มากครับ วันละ 21 ชั่วโมงเต็ม...7 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้าอีกวัน...เลือกนอนได้สองรอบ เที่ยงคืนถึงตีสาม กับตีสามถึงหกโมงเช้า....ส่วนเรื่องกินข้าวอาบน้ำอะไรนั่น เวียนๆกันไปเอง....ดีนะ ที่ไม่ได้อยู่เวรถี่มาก ^^"

--------------------

เอนทรีนี้ เป็นบทความ Dragon Quest ตอนที่ 5 แล้วนะครับ นั่งเขียนเล่น แก้ง่วงตอนคนไข้เบาบาง (...หลังตีสี่) จนเสร็จได้ในที่สุด

ในด้านเนื้อเรื่องแล้ว DQ5 เป็นภาคที่ผมชอบมากที่สุด และรู้สึกอยากจะเล่ามากๆ...ถ้าจะให้พูดตามตรง...ไอ้บทความชื่อเรียกยากอันนี้ ถือกำเนิดขึ้นมา ก็เพราะอยากเขียนถึงภาคนี้นี่แหล่ะครับ แหม่ บรรลุจุดประสงค์ในที่สุด

ขอเตือนเหมือนทุกทีว่า เอนทรีนี้ ยาวอย่างไม่น่าให้อภัยอีกแล้ว แม้จะแค่แสกนผ่านๆ ก็ยังต้องเลื่อนเมาส์กันเมื่อยมือแน่นอน...ขอให้อ่านสนุกนะครับ ^^

--------------------

~ Dragon Quest Reminiscence ~

~ Part V ~ 

ตามตำนานเล่าขาน...เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก ได้แบ่งดินแดนทั้งหมดออกเป็นสามส่วน สำหรับเผ่าพันธุ์ที่แตกต่าง...โลกเบื้องบน สำหรับชนเผ่าศักดิ์สิทธิ์ได้พำนัก โลกกึ่งกลาง สำหรับเหล่ามนุษย์ได้อาศัย และโลกเบื้องล่าง สำหรับกลุ่มปีศาจร้ายได้ครอบครอง...

ดินแดนทั้งสาม ต่างแยกจากกันเป็นเอกเทศ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน จะมีเพียงแค่เหล่าผู้คนแห่งเมืองเอลเฮเวน (Elhaven/Loffty Peak) สายเลือดซึ่งพระเจ้ารักใคร ที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ประตู (The Gatekeeper) เท่านั้น ที่ครอบครองความสามารถในการเปิดปิดเส้นทางที่เชื่อมระหว่างโลกที่แตกต่าง

...เรื่องราวของเรา เริ่มต้นขึ้นในวันที่เด็กน้อยได้ถือกำเนิดขึ้น...จากสายเลือดของหญิงงาม ผู้วิเศษจากเมืองศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

-----

Childhood

1.

ตั้งแต่จำความได้ เด็กน้อย พระเอกของเราก็ออกเดินทางท่องโลกกับปาปัส (Papus/Pankraz)ผู้เป็นทั้งพ่อและนักรบผู้กล้าหาญในใจของเขาเสมอ...ตัวเขายังเยาว์วัยเกินกว่าจะเข้าใจจุดประสงค์ และเป้าหมายของการเดินทางนานนับปีครั้งนี้...รู้เพียงว่า พ่อออกท่องโลก เพื่อค้นหา"สิ่งสำคัญ"บางอย่างที่เขาไม่ได้สนใจ

เมื่อครั้งที่พ่อพาเขากลับมายังเมืองซานต้า โรสที่เคยมาอาศัยอยู่เมื่อหลายปีก่อน เด็กน้อยได้พบกับคนคุ้นเคยอีกครั้ง...ทั้งคนสนิทของพ่อ คุณลุงตัวใหญ่ใจดี ซันโจ (Sancho) และสาวน้อยผมทองหน้าตาสะสวย นามเบียนก้า (Bianca)

ด้วยความที่มีอายุมากกว่าถึงสองปี และมีบุคลิกที่แก่นแก้วเกินหญิงทั่วไป ทำให้เบียนก้าเป็นคนที่ชอบเข้ามาดูแล และลากเด็กน้อยออกไปผจญภัยกันสองคนอยู่เสมอ

มาครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพื่อที่จะช่วยเสือน้อยที่ถูกรังแก ทั้งสองจึงได้เข้าไปผจญภัยในคฤหาสน์ผีสิงของท่านเคานต์ Uptaten...และได้จับพลัดจับผลู จัดการกับเหล่าผีร้ายอย่างทุกลักทุเล ช่วยปลดปล่อยวิญญาณของท่านเคานต์และภรรยาให้ไปสู่สุคติ จนได้รับ "ลูกแก้วทองคำ" อันน่าพิศวงมาเป็นรางวัล และช่วยเสือจิ๋ว โบรองโก้ (Borongo / Sabrecat)ได้สำเร็จ

 

2.

...แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา เพื่อนทั้งสองจำต้องแยกจากกันในที่สุด เบียนก้าไม่ลืมที่จะให้สัญญากับเด็กน้อยไว้ว่า ซักวันหนึ่ง จะต้องกลับมาพบกันใหม่ และร่วมผจญภัยไปด้วยกันอีกครั้ง...

การเดินทางของปาปัสก็ยังดำเนินต่อไป เขาพาลูกชายไปยังปราสาทไรฮาร์ท (Reinhar/Coburg) เพื่อพบปะพระราชาที่เป็นเพื่อนเก่า และที่นั่น พระเอกของเรา ก็ได้ไปพบกับเจ้าชายเฮนรี่...ว่าที่ผู้สืบทอดราชบัลลังค์คนต่อไป ที่มีนิสัยซุกซน ชอบก่อความวุ่นวาย และมักสร้างความลำบากใจให้คนรอบข้างเสมอ

แท้ที่จริงแล้ว ตัวเฮนรี่เอง ไม่ต้องการจะขึ้นเป็นราชาองค์ต่อไป และรู้ดีว่า แม่ของตน ต้องการผลักดันเจ้าชายวิลเบอร์...น้องชายของเขาให้ขึ้นครองราชย์เสียแทน

และวันหนึ่ง เหตุร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มโจรร้ายได้ลอบเข้ามาลักพาตัวเฮนรี่ไป และวางแผนจะขายเจ้าชายไปเป็นทาสสร้างวิหารลัทธิแห่งความมืด ตราบจนชีวิตจะหาไม่

3.

ปาปัส ลูกชาย และโบรองโก้ รีบบุกไปยังที่ซ่องสุม และช่วยเฮนรี่ออกจากที่คุมขังได้สำเร็จ...แต่ก่อนที่จะได้กลับมานั้น ทั้งสามก็ได้เผชิญหน้ากับเกม่า (Gema/Bishop Ladja) ผู้นำแห่งทัพปีศาจจากโลกใต้พิภพ ที่ต้องการกวาดต้อนเด็กน้อยจำนวนมากไปเป็นแรงงานนั่นเอง !

ปาปัสกำจัดสมุนสนิท Kon the Knight และ Slon the Rook ได้อย่างง่ายดาย...แต่เมื่อเกม่าใช้วิธีสกปรก นำลูกชายมาเป็นตัวประกัน...ยอดนักรบจึงสิ้นท่า ทำได้เพียงยืนนิ่ง รับการโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว

ในห้วงสติที่เลือนลาง ปาปัสรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กระซิบบอกลาลูกชาย และทิ้งท้ายไว้ว่า...การเดินทางหลายต่อหลายปีที่ผ่านมานั้น มีจุดหมายสูงสุดก็คือ การช่วยเหลือ "มาร์ธ่า" (Mathar/Madalena) ภรรยาสุดที่รัก และแม่ของเด็กน้อย ที่เคยบอกว่าเสียชีวิตไปตั้งแต่หนหลัง

ขาดคำ เกม่าใช้เวทย์มนตร์เผาร่างของปาปัสจนสลายเป็นธุลี ก่อนจะพาตัวเด็กทั้งสองบินหายไป...ทิ้งไว้เพียงเสือน้อยโบรองโก้ และเศษซากกระจัดกระจายของลูกแก้วทองคำ สมบัติล้ำค่าของเด็กน้อยเพียงเท่านั้น...

...และห้วงเวลาของนรกบนผืนดิน ก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว...

Adolescence

1.

ช่วงเวลาอันมืดมิดและทุกข์ทนในการเป็นทาส ได้ผ่านพ้นไปถึงสิบปี...เด็กน้อยก็ได้เติบใหญ่เป็นชายหนุ่มกำยำและหล่อเหลา แต่ทั้งเขาและเฮนรี่ยังคงทำงานอย่างหนักหน่วงอยู่ในวิหารของเหล่ามารร้าย ที่มีชื่อลัทธิน่าเกรงขามว่า "Order of Zugzwang"

และแล้ว วันแห่งชะตากรรมก็มาถึงชายหนุ่ม เขาสองคนได้รับการไหว้วานอย่างลับๆ จากผู้คุมทาสคนหนึ่ง ให้ช่วยพาน้องสาวของเขา มาเรีย ซึ่งถูกกักขังอยู่ หนีออกไปด้วยกัน

ด้วยความช่วยเหลือที่เสี่ยงชีวิตของผู้คุม ทำให้ทั้งสามลักลอบหนีมาได้ในถังเก็บซากศพ ลอยตามน้ำจนมาถึงโบสถ์แม่ชีในที่สุด...อิสรภาพครั้งแรกในรอบสิบปี ช่างยิ่งใหญ่เกินจะกล่าว !

มาเรียซาบซึ้งใจทั้งสองที่ช่วยให้เธอรอดชีวิตมาได้ และร่ำลา ขออุทิศตนเป็นแม่ชีในวิหารแห่งนี้ต่อไป...

2.

ชายหนุ่มและเฮนรี่ ก็ออกเดินทางตามรอยเท้าของพ่อ จนได้ไปพบกับสถานที่กบดานลับๆแห่งหนึ่งของปาปัส พร้อมกับจดหมายที่ถูกเขียนทิ้งไว้ จ่าหน้าถึงลูกชาย ในกรณีที่ผู้เป็นพ่อด่วนจากไปก่อนนั่นเอง

ปาปัสเขียนอธิบายเรื่องราวทั้งหมด ให้กับลูกชายที่น่าจะโตเพียงพอแล้ว และเมื่อรวมเข้ากับข้อมูลที่ได้ในภายหลัง...ชิ้นส่วนที่รวมกันเป็นชาติกำเนิดของชายหนุ่มก็ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

มาร์ธาเป็นผู้สืบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองเอลเฮเว่น จึงทำให้เธอครอบครองพลังเก่าแก่ที่สาบสูญ ซึ่งใช้ควบคุมประตูระหว่างโลกทั้งสาม...ดังนั้น รากเหง้าแห่งความชั่วร้ายจากโลกใต้พิภพ มิลดราธ (Mildrath/Grandmaster Nimzo) จึงพาตัวหญิงสาวไป เพื่อบังคับให้ใช้พลังแห่งพระเจ้านั้น เปิดเส้นทางจากโลกใต้พิภพ สำหรับยาตรากองทัพใหญ่ของตน ขึ้นมายังโลกมนุษย์ให้จงได้ !!

ปาปัสเร่งร้อนอยากจะช่วยภรรยามาโดยตลอด...แต่คนธรรมดาสามัญ ไม่สามารถลงไปยังโลกใต้พิภพได้โดยง่าย...จากตำนานเล่าขานนั้น อีกหนึ่งผู้ที่สามารถเดินทางระหว่างโลก และกำจัดจอมปีศาจได้ ก็มีเพียง "ผู้กล้า"ในตำนาน ที่สวมใส่เซตอุปกรณ์แห่งนภา (Zenithian Equipment) เท่านั้น !!

----------

คนทั่วไปล้วนกล่าวว่า ผู้กล้าแห่งนภา เป็นเพียงตำนานเล่าขาน แต่ปาปัสก็ออกเดินทางอย่างไม่ย่อท้อมาตลอด...แม้จะไม่พบตัวผู้กล้า เขาก็สามารถค้นพบดาบแห่งนภาได้ในที่สุด !!

แต่แม้จะเก่งกล้าสามารถ ปาปัสก็ไม่สามารถใช้ดาบแห่งนภาได้...แล้วผู้สืบสายเลือด ที่ถ่ายทอดมาจากชายยอดนักรบ กับหญิงเผ่าศักดิ์สิทธิ์ล่ะ?...ชายหนุ่มกลั้นใจ หยิบดาบแห่งนภามาถือให้มั่น...แต่ดาบเล่มนั้นก็พลันหนักอึ้ง ร่วงหล่นจากมือ พร้อมกับความเป็นจริงที่ต้องยอมรับว่า...พระเอกของเรา...ก็ยังไม่ใช่ผู้กล้าในตำนาน !!

3.

ช่วงเวลาที่ห่างหายไปกว่าสิบปี โลกภายนอกได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เลวร้ายลงอย่างที่ทั้งสองคาดไม่ถึง...หลังจากที่เจ้าชายอันดับหนึ่งอย่างเฮนรี่ได้หายสาบสูญไป ทำให้ตำแหน่งผู้ปกครองประเทศ ต้องตกเป็นของน้องชายอย่างเลี่ยงไม่ได้...แต่อำนาจที่แท้จริง กลับอยู่ในมือของราชินีผู้เหี้ยมโหด ก่อสงครามระรานบ้านใกล้เรือนเคียงไปอย่างไม่หยุดหย่อน

เฮนรี่สามารถลอบเข้าไปพบกับน้องชายของตน และได้รับรู้ถึงความผิดปกติในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งตบปากรับคำ จะเปิดโปงเรื่องราวน่าสงสัยเหล่านี้ให้จงได้ !

เมื่อทั้งสองได้พบกับ"ราชินี" ตัวจริงที่ถูกขังอยู่ที่คุกใต้ดิน ความเป็นจริงก็กระจ่างชัด...เจ้าหล่อนนี่เอง ที่เป็นคนวางแผนการลักพาตัวเมื่อสิบปีก่อน เพื่อผลักดันลูกชายของตนให้ขึ้นครองราชย์...แต่กลับถูกซ้อนแผนโดยเหล่าปีศาจร้าย ที่เข้ายึดอำนาจแทนที่ตัวเอง

4.

ด้วยความช่วยเหลือของแม่ชีสาวคนสวย มาเรีย ทำให้ทั้งสองสามารถเปิดประตูสู่หอคอยศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าได้สำเร็จ และก้าวไปยังสถานที่ซึ่งมีไว้พิสูจน์ศรัทธาและหัวใจอันบริสุทธิ์ของเหล่ามนุษย์

ที่ยอดสูงสุดของมัน มีไอเทมในตำนาน ที่จะสะท้อนเพียงภาพความเป็นจริงที่ไม่บิดเบือน นามว่า "กระจกแห่งรา" อยู่...ทั้งสามได้นำสิ่งนั้น กลับมาปัดเป่าภาพลวงตา เผยร่างที่แท้จริงของราชินีชั่วช้า ว่าเป็นเพียงปีศาจจำแลงเท่านั้น !!

ชายหนุ่มและเฮนรี่ กำจัดราชินีตัวปลอม นำความสงบสุขคืนกลับมาสู่ดินแดนบ้านเกิด และเฮนรี่ ก็ปฎิเสธตำแหน่งราชาที่น้องชายมอบให้ ขออยู่เป็นเพียงที่ปรึกษาส่วนตัว และแต่งงานกับมาเรียในที่สุด

5.

เรื่องราวของชายคนหนึ่งจบอย่างมีความสุข แต่ของชายอีกคนยังเพิ่งจะเริ่มต้น...คุณพระเอกของเรา ร่ำลากับเพื่อนเก่าแก่ และสืบสานภารกิจที่รับมอบจากพ่อผู้ล่วงลับ ก็คือการตามหาผู้กล้าต่อไป

...ด้วยสายเลือดที่สืบทอดมาจากแม่ ทำให้ชายหนุ่มมีพลังในการผูกมิตร และสามารถชักชวนมอนสเตอร์ต่า