Dragon Quest [5] - เปิดปูม ตำนานมังกร !
posted on 04 Aug 2009 17:38 by zieghart in My-Mania.
สวัสดีเพื่อนๆครับ
ตอนนี้มาวนอยู่เวรตึกอุบัติเหตุอีกรอบ หลังจากห่างเหินกันไปเป็นปีๆ...ก็ยังคงลุ้นระทึกเช่นเดิม ทั้งคนตกตึก ตกเตียง หัวฟาด ยิงกัน ทำร้ายร่างกาย รถชน บลาๆๆๆ บางท่านเดินเข้ามา ยังมีมีดแทงเสียบหลังอยู่เลย แหะๆ
เวรตอนนี้ อยู่กันมันส์มากครับ วันละ 21 ชั่วโมงเต็ม...7 โมงเช้าถึง 7 โมงเช้าอีกวัน...เลือกนอนได้สองรอบ เที่ยงคืนถึงตีสาม กับตีสามถึงหกโมงเช้า....ส่วนเรื่องกินข้าวอาบน้ำอะไรนั่น เวียนๆกันไปเอง....ดีนะ ที่ไม่ได้อยู่เวรถี่มาก ^^"
--------------------
เอนทรีนี้ เป็นบทความ Dragon Quest ตอนที่ 5 แล้วนะครับ นั่งเขียนเล่น แก้ง่วงตอนคนไข้เบาบาง (...หลังตีสี่) จนเสร็จได้ในที่สุด
ในด้านเนื้อเรื่องแล้ว DQ5 เป็นภาคที่ผมชอบมากที่สุด และรู้สึกอยากจะเล่ามากๆ...ถ้าจะให้พูดตามตรง...ไอ้บทความชื่อเรียกยากอันนี้ ถือกำเนิดขึ้นมา ก็เพราะอยากเขียนถึงภาคนี้นี่แหล่ะครับ แหม่ บรรลุจุดประสงค์ในที่สุด
ขอเตือนเหมือนทุกทีว่า เอนทรีนี้ ยาวอย่างไม่น่าให้อภัยอีกแล้ว แม้จะแค่แสกนผ่านๆ ก็ยังต้องเลื่อนเมาส์กันเมื่อยมือแน่นอน...ขอให้อ่านสนุกนะครับ ^^
--------------------
~ Dragon Quest Reminiscence ~
~ Part V ~
ตามตำนานเล่าขาน...เมื่อครั้งที่พระเจ้าสร้างโลก ได้แบ่งดินแดนทั้งหมดออกเป็นสามส่วน สำหรับเผ่าพันธุ์ที่แตกต่าง...โลกเบื้องบน สำหรับชนเผ่าศักดิ์สิทธิ์ได้พำนัก โลกกึ่งกลาง สำหรับเหล่ามนุษย์ได้อาศัย และโลกเบื้องล่าง สำหรับกลุ่มปีศาจร้ายได้ครอบครอง...
ดินแดนทั้งสาม ต่างแยกจากกันเป็นเอกเทศ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวซึ่งกันและกัน จะมีเพียงแค่เหล่าผู้คนแห่งเมืองเอลเฮเวน (Elhaven/Loffty Peak) สายเลือดซึ่งพระเจ้ารักใคร ที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ประตู (The Gatekeeper) เท่านั้น ที่ครอบครองความสามารถในการเปิดปิดเส้นทางที่เชื่อมระหว่างโลกที่แตกต่าง
...เรื่องราวของเรา เริ่มต้นขึ้นในวันที่เด็กน้อยได้ถือกำเนิดขึ้น...จากสายเลือดของหญิงงาม ผู้วิเศษจากเมืองศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง
-----
Childhood
1.
ตั้งแต่จำความได้ เด็กน้อย พระเอกของเราก็ออกเดินทางท่องโลกกับปาปัส (Papus/Pankraz)ผู้เป็นทั้งพ่อและนักรบผู้กล้าหาญในใจของเขาเสมอ...ตัวเขายังเยาว์วัยเกินกว่าจะเข้าใจจุดประสงค์ และเป้าหมายของการเดินทางนานนับปีครั้งนี้...รู้เพียงว่า พ่อออกท่องโลก เพื่อค้นหา"สิ่งสำคัญ"บางอย่างที่เขาไม่ได้สนใจ
เมื่อครั้งที่พ่อพาเขากลับมายังเมืองซานต้า โรสที่เคยมาอาศัยอยู่เมื่อหลายปีก่อน เด็กน้อยได้พบกับคนคุ้นเคยอีกครั้ง...ทั้งคนสนิทของพ่อ คุณลุงตัวใหญ่ใจดี ซันโจ (Sancho) และสาวน้อยผมทองหน้าตาสะสวย นามเบียนก้า (Bianca)
ด้วยความที่มีอายุมากกว่าถึงสองปี และมีบุคลิกที่แก่นแก้วเกินหญิงทั่วไป ทำให้เบียนก้าเป็นคนที่ชอบเข้ามาดูแล และลากเด็กน้อยออกไปผจญภัยกันสองคนอยู่เสมอ
มาครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน เพื่อที่จะช่วยเสือน้อยที่ถูกรังแก ทั้งสองจึงได้เข้าไปผจญภัยในคฤหาสน์ผีสิงของท่านเคานต์ Uptaten...และได้จับพลัดจับผลู จัดการกับเหล่าผีร้ายอย่างทุกลักทุเล ช่วยปลดปล่อยวิญญาณของท่านเคานต์และภรรยาให้ไปสู่สุคติ จนได้รับ "ลูกแก้วทองคำ" อันน่าพิศวงมาเป็นรางวัล และช่วยเสือจิ๋ว โบรองโก้ (Borongo / Sabrecat)ได้สำเร็จ
2.
...แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา เพื่อนทั้งสองจำต้องแยกจากกันในที่สุด เบียนก้าไม่ลืมที่จะให้สัญญากับเด็กน้อยไว้ว่า ซักวันหนึ่ง จะต้องกลับมาพบกันใหม่ และร่วมผจญภัยไปด้วยกันอีกครั้ง...
การเดินทางของปาปัสก็ยังดำเนินต่อไป เขาพาลูกชายไปยังปราสาทไรฮาร์ท (Reinhar/Coburg) เพื่อพบปะพระราชาที่เป็นเพื่อนเก่า และที่นั่น พระเอกของเรา ก็ได้ไปพบกับเจ้าชายเฮนรี่...ว่าที่ผู้สืบทอดราชบัลลังค์คนต่อไป ที่มีนิสัยซุกซน ชอบก่อความวุ่นวาย และมักสร้างความลำบากใจให้คนรอบข้างเสมอ
แท้ที่จริงแล้ว ตัวเฮนรี่เอง ไม่ต้องการจะขึ้นเป็นราชาองค์ต่อไป และรู้ดีว่า แม่ของตน ต้องการผลักดันเจ้าชายวิลเบอร์...น้องชายของเขาให้ขึ้นครองราชย์เสียแทน
และวันหนึ่ง เหตุร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มโจรร้ายได้ลอบเข้ามาลักพาตัวเฮนรี่ไป และวางแผนจะขายเจ้าชายไปเป็นทาสสร้างวิหารลัทธิแห่งความมืด ตราบจนชีวิตจะหาไม่
3.
ปาปัส ลูกชาย และโบรองโก้ รีบบุกไปยังที่ซ่องสุม และช่วยเฮนรี่ออกจากที่คุมขังได้สำเร็จ...แต่ก่อนที่จะได้กลับมานั้น ทั้งสามก็ได้เผชิญหน้ากับเกม่า (Gema/Bishop Ladja) ผู้นำแห่งทัพปีศาจจากโลกใต้พิภพ ที่ต้องการกวาดต้อนเด็กน้อยจำนวนมากไปเป็นแรงงานนั่นเอง !
ปาปัสกำจัดสมุนสนิท Kon the Knight และ Slon the Rook ได้อย่างง่ายดาย...แต่เมื่อเกม่าใช้วิธีสกปรก นำลูกชายมาเป็นตัวประกัน...ยอดนักรบจึงสิ้นท่า ทำได้เพียงยืนนิ่ง รับการโจมตีอยู่ฝ่ายเดียว
ในห้วงสติที่เลือนลาง ปาปัสรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กระซิบบอกลาลูกชาย และทิ้งท้ายไว้ว่า...การเดินทางหลายต่อหลายปีที่ผ่านมานั้น มีจุดหมายสูงสุดก็คือ การช่วยเหลือ "มาร์ธ่า" (Mathar/Madalena) ภรรยาสุดที่รัก และแม่ของเด็กน้อย ที่เคยบอกว่าเสียชีวิตไปตั้งแต่หนหลัง
ขาดคำ เกม่าใช้เวทย์มนตร์เผาร่างของปาปัสจนสลายเป็นธุลี ก่อนจะพาตัวเด็กทั้งสองบินหายไป...ทิ้งไว้เพียงเสือน้อยโบรองโก้ และเศษซากกระจัดกระจายของลูกแก้วทองคำ สมบัติล้ำค่าของเด็กน้อยเพียงเท่านั้น...
...และห้วงเวลาของนรกบนผืนดิน ก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
Adolescence
1.
ช่วงเวลาอันมืดมิดและทุกข์ทนในการเป็นทาส ได้ผ่านพ้นไปถึงสิบปี...เด็กน้อยก็ได้เติบใหญ่เป็นชายหนุ่มกำยำและหล่อเหลา แต่ทั้งเขาและเฮนรี่ยังคงทำงานอย่างหนักหน่วงอยู่ในวิหารของเหล่ามารร้าย ที่มีชื่อลัทธิน่าเกรงขามว่า "Order of Zugzwang"
และแล้ว วันแห่งชะตากรรมก็มาถึงชายหนุ่ม เขาสองคนได้รับการไหว้วานอย่างลับๆ จากผู้คุมทาสคนหนึ่ง ให้ช่วยพาน้องสาวของเขา มาเรีย ซึ่งถูกกักขังอยู่ หนีออกไปด้วยกัน
ด้วยความช่วยเหลือที่เสี่ยงชีวิตของผู้คุม ทำให้ทั้งสามลักลอบหนีมาได้ในถังเก็บซากศพ ลอยตามน้ำจนมาถึงโบสถ์แม่ชีในที่สุด...อิสรภาพครั้งแรกในรอบสิบปี ช่างยิ่งใหญ่เกินจะกล่าว !
มาเรียซาบซึ้งใจทั้งสองที่ช่วยให้เธอรอดชีวิตมาได้ และร่ำลา ขออุทิศตนเป็นแม่ชีในวิหารแห่งนี้ต่อไป...
2.
ชายหนุ่มและเฮนรี่ ก็ออกเดินทางตามรอยเท้าของพ่อ จนได้ไปพบกับสถานที่กบดานลับๆแห่งหนึ่งของปาปัส พร้อมกับจดหมายที่ถูกเขียนทิ้งไว้ จ่าหน้าถึงลูกชาย ในกรณีที่ผู้เป็นพ่อด่วนจากไปก่อนนั่นเอง
ปาปัสเขียนอธิบายเรื่องราวทั้งหมด ให้กับลูกชายที่น่าจะโตเพียงพอแล้ว และเมื่อรวมเข้ากับข้อมูลที่ได้ในภายหลัง...ชิ้นส่วนที่รวมกันเป็นชาติกำเนิดของชายหนุ่มก็ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
มาร์ธาเป็นผู้สืบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองเอลเฮเว่น จึงทำให้เธอครอบครองพลังเก่าแก่ที่สาบสูญ ซึ่งใช้ควบคุมประตูระหว่างโลกทั้งสาม...ดังนั้น รากเหง้าแห่งความชั่วร้ายจากโลกใต้พิภพ มิลดราธ (Mildrath/Grandmaster Nimzo) จึงพาตัวหญิงสาวไป เพื่อบังคับให้ใช้พลังแห่งพระเจ้านั้น เปิดเส้นทางจากโลกใต้พิภพ สำหรับยาตรากองทัพใหญ่ของตน ขึ้นมายังโลกมนุษย์ให้จงได้ !!
ปาปัสเร่งร้อนอยากจะช่วยภรรยามาโดยตลอด...แต่คนธรรมดาสามัญ ไม่สามารถลงไปยังโลกใต้พิภพได้โดยง่าย...จากตำนานเล่าขานนั้น อีกหนึ่งผู้ที่สามารถเดินทางระหว่างโลก และกำจัดจอมปีศาจได้ ก็มีเพียง "ผู้กล้า"ในตำนาน ที่สวมใส่เซตอุปกรณ์แห่งนภา (Zenithian Equipment) เท่านั้น !!
----------
คนทั่วไปล้วนกล่าวว่า ผู้กล้าแห่งนภา เป็นเพียงตำนานเล่าขาน แต่ปาปัสก็ออกเดินทางอย่างไม่ย่อท้อมาตลอด...แม้จะไม่พบตัวผู้กล้า เขาก็สามารถค้นพบดาบแห่งนภาได้ในที่สุด !!
แต่แม้จะเก่งกล้าสามารถ ปาปัสก็ไม่สามารถใช้ดาบแห่งนภาได้...แล้วผู้สืบสายเลือด ที่ถ่ายทอดมาจากชายยอดนักรบ กับหญิงเผ่าศักดิ์สิทธิ์ล่ะ?...ชายหนุ่มกลั้นใจ หยิบดาบแห่งนภามาถือให้มั่น...แต่ดาบเล่มนั้นก็พลันหนักอึ้ง ร่วงหล่นจากมือ พร้อมกับความเป็นจริงที่ต้องยอมรับว่า...พระเอกของเรา...ก็ยังไม่ใช่ผู้กล้าในตำนาน !!
3.
ช่วงเวลาที่ห่างหายไปกว่าสิบปี โลกภายนอกได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่เลวร้ายลงอย่างที่ทั้งสองคาดไม่ถึง...หลังจากที่เจ้าชายอันดับหนึ่งอย่างเฮนรี่ได้หายสาบสูญไป ทำให้ตำแหน่งผู้ปกครองประเทศ ต้องตกเป็นของน้องชายอย่างเลี่ยงไม่ได้...แต่อำนาจที่แท้จริง กลับอยู่ในมือของราชินีผู้เหี้ยมโหด ก่อสงครามระรานบ้านใกล้เรือนเคียงไปอย่างไม่หยุดหย่อน
เฮนรี่สามารถลอบเข้าไปพบกับน้องชายของตน และได้รับรู้ถึงความผิดปกติในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งตบปากรับคำ จะเปิดโปงเรื่องราวน่าสงสัยเหล่านี้ให้จงได้ !
เมื่อทั้งสองได้พบกับ"ราชินี" ตัวจริงที่ถูกขังอยู่ที่คุกใต้ดิน ความเป็นจริงก็กระจ่างชัด...เจ้าหล่อนนี่เอง ที่เป็นคนวางแผนการลักพาตัวเมื่อสิบปีก่อน เพื่อผลักดันลูกชายของตนให้ขึ้นครองราชย์...แต่กลับถูกซ้อนแผนโดยเหล่าปีศาจร้าย ที่เข้ายึดอำนาจแทนที่ตัวเอง
4.
ด้วยความช่วยเหลือของแม่ชีสาวคนสวย มาเรีย ทำให้ทั้งสองสามารถเปิดประตูสู่หอคอยศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าได้สำเร็จ และก้าวไปยังสถานที่ซึ่งมีไว้พิสูจน์ศรัทธาและหัวใจอันบริสุทธิ์ของเหล่ามนุษย์
ที่ยอดสูงสุดของมัน มีไอเทมในตำนาน ที่จะสะท้อนเพียงภาพความเป็นจริงที่ไม่บิดเบือน นามว่า "กระจกแห่งรา" อยู่...ทั้งสามได้นำสิ่งนั้น กลับมาปัดเป่าภาพลวงตา เผยร่างที่แท้จริงของราชินีชั่วช้า ว่าเป็นเพียงปีศาจจำแลงเท่านั้น !!
ชายหนุ่มและเฮนรี่ กำจัดราชินีตัวปลอม นำความสงบสุขคืนกลับมาสู่ดินแดนบ้านเกิด และเฮนรี่ ก็ปฎิเสธตำแหน่งราชาที่น้องชายมอบให้ ขออยู่เป็นเพียงที่ปรึกษาส่วนตัว และแต่งงานกับมาเรียในที่สุด
5.
เรื่องราวของชายคนหนึ่งจบอย่างมีความสุข แต่ของชายอีกคนยังเพิ่งจะเริ่มต้น...คุณพระเอกของเรา ร่ำลากับเพื่อนเก่าแก่ และสืบสานภารกิจที่รับมอบจากพ่อผู้ล่วงลับ ก็คือการตามหาผู้กล้าต่อไป
...ด้วยสายเลือดที่สืบทอดมาจากแม่ ทำให้ชายหนุ่มมีพลังในการผูกมิตร และสามารถชักชวนมอนสเตอร์ต่างๆให้เดินทางไปด้วยกันได้...เขาไม่รอช้า เสาะหาพลพรรคที่ทรงพลัง และได้พบเจอกับโบรองโก้ เสือคู่ซี้แต่หนหลังอีกครั้ง !! ทั้งคู่จึงออกผจญโลกกว้างไปโดยพร้อมเพรียงกัน
----------
*: System
ดรากอน เควสต์ ห้า "Hand of the Heavenly Bride" นี้ โดดเด่นในด้านของเนื้อหา ที่ดำเนินยาวนานหลายชั่วอายุ ผ่านเรื่องราวความรัก ความสุข ความเจ็บปวด และความพลัดพรากปะปนกันไป...ทำให้กวาดคะแนนด้านสเน่ห์ของตัวละคร ที่เคยเป็นจุดอ่อนสำคัญของซีรีย์ไปได้อย่างสวยงาม
ในแง่ของระบบเอง แม้จะถูกติงเรื่องของความท้าทายที่ลดน้อยลง ลดความยากของเกมส์ลงจากภาคก่อนๆ และแทบไม่มีบอสให้ยุ่งเกี่ยวมากนัก แต่ก็แทนที่ด้วยไอเดียแปลกใหม่ในการชักชวนมอนสเตอร์ที่ปราบได้ ให้มาร่วมกลุ่มกัน จัดปาร์ตี้บนรถม้า ค้นหาตัวละครลับอีกมาก ที่รอจะเข้ากลุ่ม (จากฉบับดั้งเดิม 40 ตัว...จนถึงรีเมคครั้งล่าสุด ก็มีมอนสเตอร์ที่สามารถชักชวนได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว และยังไม่รวมตัวละครลับนอกรอบอื่นๆอีก!)
มินิเกมส์ต่างๆก็อัพเกรดมากขึ้นกว่าเดิม และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่รีเมค ทั้งคาสิโนที่เล่นโป๊กเกอร์ สลอตแมชชีน เดิมพันมอนสเตอร์ ตีตัวตุ่นสไลม์ จนไปถึงบอร์ดเกมส์ทอยลูกเต๋าสุดระทึก T'n'T Board ที่เปิดโอกาสให้ล่าไอเทมหายากต่างๆมาอย่างง่ายดาย แม้กระทั่งเซตอุปกรณ์สุดยอด เมทัลคิง ก็ยังมีซุกอยู่ในหีบบนเกมส์กระดานด้วยซ้ำ
และเควสยิบย่อยอีกมาก ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในฉบับรีเมค ในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ของสะสม Knick-Knacks ที่เราใช้จัดแสดง"ของที่ระลึก"ที่ได้จากการเมืองต่างๆทั่วโลก เช่นอัญมณี ชุดน้ำชา หุ่นไล่กา เรือใบในขวดโหล หีบเพลงแต่งงาน ฯลฯ (ที่บางชิ้นก็สามารถอัพเกรด หรือนำมาใช้ในการต่อสู้ได้ด้วย) ...ซึ่งการจะได้ของแต่ละอย่าง ผู้เล่นก็ต้องค้นหา และเคลียร์เงื่อนไขหลากหลายให้ได้เสียก่อน บ้างก็ต้องใช้บริการร้านในเมือง บ้างก็ต้องไปเก็บนอกเมืองเฉพาะในยามเช้าตรู่ บ้างก็ต้องต่อสู้กับศัตรู บ้างก็ต้องเดินคุยเทียวไปเทียวมาอยู่หลายตลบ เป็นต้น
----------
6.
การเดินทางท่องโลก เพื่อตามหาคนเพียงคนเดียวนั้นช่างยากลำบาก...ไม่ว่าจะไปยังแห่งหนไหน หรือกระทั่งค้นพบอุปกรณ์แห่งนภาเพิ่มขึ้นเพียงไร...ก็ไร้ซึ่งร่องรอยของผู้กล้าในตำนาน
เมื่อได้มาหยุดอยู่ที่เมืองซาราโบน่า (Salabona/Mostroferrato) ที่แห่งนี้ มหาเศรษฐีรูทแมน(Ludman/Briscoletti ) กำลังประกาศหาชายหนุ่มที่มีคุณสมบัติคู่ควรกับลูกสาวของตน ฟลอร่า (Flora/Nera) คุณหนูผู้งดงามและเพียบพร้อม...หากชายหนุ่มคนใด สามารถนำสมบัติลับในตำนาน แหวนแห่งไฟ และแหวนแห่งน้ำ ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในที่ๆสุดแสนอันตรายกลับมาได้ จะมีสิทธิ์ในการแต่งงานกับลูกสาวของตน และครอบครองสมบัติประจำตระกูล...โล่ห์แห่งนภา !!
----------
จะด้วยต้องการรางวัลล้ำค่านั้น หรือความถูกตาต้องใจสาวงามก็ตามที พระเอกของเราก็ได้ฝ่าฟันไปทั่วทวีป จนได้แหวนแห่งไฟมาครอง แต่ขณะที่กำลังหมดหนทางกับการตามหาแหวนวงที่สอง ชายหนุ่มก็บังเอิญได้มาพบกับ สาวงามผมสีทอง เพื่อนสนิทแต่หนหลัง เบียนก้า อีกครั้งหนึ่ง !!
...ชายหนุ่มที่เธอเข้าใจว่าไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว กลับปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า เบียนก้าดีใจจนเหลือจะกล่าว และเมื่อได้ฟังว่า ชายหนุ่มกำลังค้นหาอุปกรณ์แห่งนภา เพื่อใช้ตามหาแม่ที่สาบสูญ และกำลังจะได้แต่งงานกับคุณหนูผู้ดีพร้อมด้วยแล้ว...ใครเลยจะรู้ว่า ใจนางคิดเช่นไร...เบียนก้าตบปากรับคำ ขอช่วยเหลือพระเอกของเราตามหาแหวนโดยทันที
...สองคู่หูจับคู่ร่วมเดินทางด้วยกันอีกครั้ง และสามารถหาแหวนวงที่สองมาได้เป็นผลสำเร็จ...มหาเศรษฐีถูกใจว่าที่ลูกเขยคนนี้มาก และเตรียมจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ทันที หากแต่คุณหนูฟลอร่า กลับสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ไม่ปกติ และมองเห็นสายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างชายหนุ่มและเบียนก้า
สาวน้อยตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เพื่อความสุขของคนทั้งสาม...เธอยื่นข้อเสนอ ให้ชายหนุ่มตัดสินใจครั้งสำคัญ เลือกอย่างตรงไปตรงมา ว่าระหว่างตัวเธอและเบียนก้านั้น...พระเอกของเรา จะรักและต้องการใครอย่างแท้จริง !!
*: Wedding
ระบบที่ถูกกล่าวขวัญถึงมากที่สุดของภาค คือการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเลือก"ภรรยา" มาเป็นคู่ชีวิตให้กับตัวเอกได้อย่างเสรี ระหว่างสาวแกร่งแอบหวาน เพื่อนสมัยเด็ก หญิงผมทองนามเบียนก้า กับสาวน้อยสไตล์คุณหนู น้องนางผู้น่าปกป้อง หญิงผมฟ้านามฟลอร่า
คำถามภาคบังคับ ที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต...ผู้เล่น DQ5 จะต้องยกมาถามก็คือ "จะแต่งกับใครดี?"...เป็นประโยคยอดฮิตที่ได้ยินมาจนถึงการรีเมคทุกวันนี้...ซึ่งหากผู้เล่นยังลังเลไม่พอ ในฉบับ DS ล่าสุดนั้น ได้มีการเพิ่ม"ตัวเลือกที่สาม"มาบีบคั้น เป็นสาวปากร้ายใช้กำลัง รักนะแต่ไม่แสดงออก พี่สาวผมดำนามเดโบร่านั่นเอง
พูดถึงความแตกต่างของทั้งสาม...ถ้าจะให้ตอบแบบไร้อารมณ์ อิงระบบ ก็จะแจงกว้างๆได้ว่า เบียนก้าจะเด่นที่เวทย์มนตร์สายโจมตี ฟลอร่าจะเด่นที่เวย์สายสนับสนุน ส่วนเดโบร่า จะเด่นที่พลังโจมตีทางกายภาพ
แต่ถ้าจะให้ตอบแบบติดโรแมนซ์ อิงเนื้อเรื่อง ก็จะได้ว่า เบียนก้ามีภาษีที่เป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็ก มีเรื่องราวและคำสัญญาแต่หนหลังมาด้วยกัน และยังมีพ่อที่ป่วยหนัก ฝากฝังไว้กับเราอีกต่างหาก
ฟลอร่า ถูกวางคาแรกเตอร์เป็นคุณหนูสมบูรณ์แบบ ผ่านการฝึกฝนและอบรมจากโบสถ์แม่ชีมาอย่างงดงามหมดจด และถูกชะตาตัวเอกของเราตั้งแต่แรกพบ ในขณะที่ชายหนุ่มเอง ก็สนใจเจ้าหล่อนไม่น้อยเช่นกัน
เดโบร่า เป็นพี่สาวอารมณ์ร้อน ปากร้าย และดูไม่น่าคบหา แต่จะมีนิสัยลึกๆที่ละเอียดอ่อน แสดงออกไม่ตรงไปตรงมา และน่าค้นหาในลักษณะของกุหลาบสีดำที่มีหนามแหลมบาดมือ
7.
จะอย่างไรก็แล้วแต่ พระเอกของเราก็แต่งงานกับหญิงที่ตนเลือก ได้รับโล่ห์นภามาครอง และรักษาสัมพันธภาพกับอีกฝ่ายไว้ได้...คณะเดินทางของคู่รัก ก็ออกตามหาผู้กล้าในตำนานต่อไป
การผจญภัยขึ้นเขาลงห้วย ผ่านไปนานนับปี ในที่สุด โชคชะตาก็พาให้ชายหนุ่มหวนคืนสู่สถานที่คุ้นเคยแต่หนหลัง...ปราสาทโกธา (Granbania/Gotha)...และความจริงเหนือชาติกำเนิดของชายหนุ่มก็ปรากฎขึ้น...ปาปัสผู้พ่อ เป็นผู้สืบสายเลือดของราชา และเป็นอดีตผู้ปกครองดินแดนแห่งโกธานี้นั่นเอง !
ชีวิตของชายหนุ่มเข้าสู่ช่วงผันแปรอย่างรวดเร็ว...คุณอาที่เป็นผู้ปกครองเมืองคนปัจจุบัน คิดจะส่งมอบตำแหน่งให้กับผู้สืบทอดอันชอบธรรม ในขณะที่ภรรยาของเขา ก็กำลังท้องแก่ใกล้จะคลอด
พระเอกของเราได้ผ่านการทดสอบเพื่อรับตำแหน่งราชา ในขณะที่ภรรยาของเขา ก็คลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย เป็นฝาแฝดชายหญิง หน้าตาน่ารักน่าชัง สายเลือดที่เขาภาคภูมิใจ!
8.
งานเลี้ยงเฉลิมฉลองเรื่องน่ายินดีมากมาย ดำเนินต่อไปไม่ทันข้ามคืน ฝันร้ายก็พลันหวนกลับมาอีกครั้ง...เมื่อปีศาจจากโลกใต้พิภพ ได้ลักพาตัวภรรยาของเราไป เหมือนเช่นที่เกิดกับแม่เมื่อหลายสิบปีก่อน !
ชายหนุ่มทิ้งลูกน้อยไว้ และรีบตามไปช่วยภรรยาที่รักทันที ก่อนที่จะได้เผชิญหน้ากับม้าปีศาจ Kon The Knight...ศัตรูเก่าแต่หนหลัง และรู้ความจริงว่า ทั้งหมดเป็นแผนลวง เพื่อจัดการก้างค้ำคอที่คอยตามหามาร์ธา-ผู้พิทักษ์ประตูคนสำคัญ ให้สิ้นชีวิตลงนั่นเอง
ด้วยเกราะแห่งความมืดที่ปกคลุมอยู่ ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถทำอะไรฆาตรกรผู้สังหารพ่อของตนได้เลย แต่เมื่อถึงวินาทีเป็นตาย ภรรยาของเราก็ได้กระโดดเข้ามาท่ามกลางการต่อสู้ และฉับพลัน แสงสว่างวาบก็พลันก่อเกิด! เกราะแห่งความมืดถูกปัดเป่าไป คมดาบของชายหนุ่มทะลวงกายเนื้อของปีศาจร้าย...ม้าปีศาจกอน พ่ายแพ้ลงในที่สุด !!
ด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ฝ่ายปีศาจก็พลันรู้แจ้งขึ้นมาในทันที ว่าภรรยาของเรานั้น ไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นผู้สืบเชื้อสายศักดิ์สิทธิ์...สายเลือดจากฟากฟ้า...สายเลือดของชาวนภาในตำนานนั่นเอง !!
...เกม่าไม่รอช้า ร่ายคำสาปที่มืดมิดสุดหยั่งเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม สาปเราและภรรยาให้กลายเป็นรูปปั้นหินในพริบตา ! และคนรักทั้งสอง ก็จำต้องพลัดพราก ถูกแยกไปคนละด้านของแผ่นดิน...
...วันคืนหมุนเวียนผ่านไปนานนับปี...รูปปั้นหิน อดีตราชาแห่งโกธา...ก็ตั้งตระหง่านอยู่ในเกาะร้างที่ห่างไกล มิได้ไหวติง...
*: Term & Chess
หลังจากวีรกรรมแต่หนหลัง ที่เปลี่ยนชื่อคาถาเป็นภาษาอังกฤษแบบไม่ไว้หน้าแฟนๆแล้ว...ผ่านมาหลายปี ทีมงาน Localization ของบริษัทก็ได้สร้างเสียงฮือฮาอีกครั้ง ด้วยสารพัดไอเดียแสนบรรเจิด..."ยกเครื่อง" เปลี่ยนชื่อตัวละครและสถานที่ใหม่แบบไม่มีชิ้นดี...จนแฟนเก่าหลายคนงงเป็นไก่ตาแตกทีเดียว ว่านี่คือใคร? ที่นี่มันที่ไหน? นามเหล่านี้ ท่านได้แต่ใดมา???
ตัวละครทั้งหลักและรอง ถูกปรับเปลี่ยนชื่อ และสอดแทรกสำเนียงหลายรูปแบบไว้ ทั้งสเปน แมกซิโก อังกฤษจ๋า และอื่นๆ...กระทั่งคำสบถ ก็ยังมีให้อ่านได้หลายชาติหลายภาษา
เบียนก้า สาวผมทองของเรา ก็พูดสำเนียงบริติชแบบบ้านๆ...ฟังยาก อ่านไม่คล่องเหมือนแต่ก่อน
ฟลอร่า ลูกสาวผู้ดี ก็เปลี่ยนชื่อไปคนละทิศทาง กลายเป็นเนร่าไปเสียอย่างนั้น (ซึ่งอาจเป็นได้ว่า ปรับแค่ให้ตรงกันข้ามกับชื่อของเบียนก้า...ด้วยเพราะ Bianca และ Nera ในภาษาอิตาลี จะหมายถึง "White" กับ "Black" ตามลำดับ)
ยังไม่นับชื่อสถานที่ สิ่งของและผู้คนอีกมาก ที่ไม่เหลือกระทั่งเค้าโครงเดิม จนแฟนเกมส์เวอร์ชันญี่ปุ่น กับอเมริกา แทบจะจูนกันไม่ติด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธีมหลักอีกอย่าง ที่ถูกสอดแทรกอย่างเกินพอดีตลอดทั้งภาค คือศัพท์ในแวดวง "หมากรุก" นั่นเอง
บรรดาบอสเกือบทั้งหมดในเกมส์ จะถูกเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ ให้เข้ากับตัวเบี้ยบนกระดาน ทั้ง Chimera Pawn/Kon the Knight/Slon the Rook/Bishop Ladja/Queen Ferz และ King Koral
ลัทธิบูชามารร้ายของกลุ่มดังกล่าว ก็เปลี่ยนจากชื่อเข้าใจง่าย Order of Light เป็นศัพท์เฉพาะไม่คุ้นหู อย่าง Zugzwang ซึ่งหมายถึงตาบังคับเดิน ที่ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวเช่นไร ก็ล้วนแต่บีบให้ผู้เล่นตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบอีกฝั่ง
ที่สุดของที่สุด แม้แต่บอสใหญ่เบ้งของภาค รากเหง้าแห่งความชั่วร้าย มิลดราธ ก็ถูกเปลี่ยนชื่อแบบไม่เกรงใจ กลายเป็น Grandmaster Nimzo...ตามชื่อ "Nimzowitsch" นักเล่น และนักเขียนชื่อดังแห่งวงการหมากรุกนั่นเอง !!
...ผู้เล่นหลายคนได้วิเคราะห์อย่างเหนือชั้น ว่าด้วยสัจธรรมเปรียบเปรย ชีวิตนั้นก็ไม่ต่างกับเกมส์กระดาน...แต่ผู้เล่นอย่างผม กลับมองว่า...Localization team ทำหน้ามึน จับยัดความชอบของตัวเองลงไปอย่างไม่เนียนเอาซะเลย !!
Adulthood
1.
วันเคลื่อนเดือนคล้อย ฤดูกาลผ่านพ้นไปหลายต่อหลายปี...ช่วงเวลาที่ว่างเปล่าก็ถูกเติมเต็มอีกครั้ง พระเอกของเราถูกคลายจากคำสาป กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง...ด้วยฝีมือของซันโจ เพื่อนเก่าของปาปัสผู้พ่อ และเด็กน้อยฝาแฝดชายหญิง ลูกชายและลูกสาวที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้พบเจอนั่นเอง !!
...เมื่อครั้งที่เกม่าร่ายคำสาปใส่คู่รัก ก็เหตุเพราะหวาดกลัวสายเลือดอันเข้มข้นของชายหญิงคู่นี้ ที่อาจจะก่อเกิดเป็นทายาทที่น่าเกรงขามได้...แต่มารร้ายก็พลาดไปถนัดที่ไม่รู้ว่า ณ ตอนนั้น ทายาทของทั้งสอง ได้คลอดออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คุณลุงซันโจ เลี้ยงดูคู่ฝาแฝดมาตลอด พร้อมทั้งถ่ายทอดเรื่องราวความยอดเยี่ยมของพ่อแม่ที่สาบสูญให้มิได้ขาด...และวันหนึ่ง เด็กน้อยทั้งสองก็ได้ตัดสินใจออกเดินทางเพื่อปลดปล่อยคำสาปเหล่านั้น จนได้มาพบเจอกับพ่อในที่สุด
แต่สิ่งที่น่าตกตะลึงมากกว่านั้น ก็คือผลลัพธ์ของสายเลือดที่แสนเข้มข้นและยาวนาน...เลือดเนื้อเชื้อไขของชายหนุ่ม ที่สืบทอดมาจากกษัตริย์ยอดนักรบ กับหญิงสาวชนเผ่าแห่งพระเจ้า เมื่อได้มารวมกับของภรรยา ผู้สืบทอดสายเลือดศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้า...ผลลัพธ์ที่ได้ จึงยิ่งใหญ่เกินที่ใครจะคาดคิด...ลูกชายของเรา จึงเกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติแห่งผู้กล้าในตำนาน เป็นนักรบที่สามารถสวมใส่อุปกรณ์แห่งนภาได้นั่นเอง !!!
2.
บุคคลที่เฝ้าค้นหามานานปี กลับมาอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกนี่เอง ชายหนุ่มรู้สึกขำขันกับชะตากรรมที่ราวกับเล่นตลก และได้พาลูกรักทั้งสอง ออกเดินทางตามหารูปปั้นหินของภรรยาต่อไป
จุดหมายที่ต้องไปให้ถึงนั้น อยู่ที่สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา บนขุนเขาที่สูงเกินจะกล่าว...วิหารบูชามารร้าย-ลัทธิ Zugzwang ที่พระเอกของเรา เคยเข้าไปมีส่วนร่วมในการก่อสร้าง เมื่อครั้งถูกจองจำเป็นทาส...
ด้วยพลังของชายหนุ่ม และผู้กล้าในตำนาน การเดินทางครั้งนี้จึงง่ายดายกว่าที่เคยเป็น...พวกเขาได้เปิดเส้นทางไปสู่ปราสาทแห่งนภาตามตำนานได้สำเร็จ เพื่อขอความช่วยเหลือจากมาสเตอร์ดราก้อน ผู้ปกครองโลกเบื้องบน...หากแต่ว่า ทั้งปราสาทแห่งนภา และมังกรเทพเอง ต่างพ่ายแพ้ต่ออำนาจมืดไปเสียแล้ว...ปราสาทจมลงสู่ก้นทะเลสาบ และมังกรก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
คณะผู้กล้า ได้เดินทางไปขอความช่วยเหลือจากราชินีแห่งเผ่าแฟรี่ ผู้สร้างแหล่งขับเคลื่อนให้กับปราสาทนภาเมื่อหนหลัง...และได้ทราบว่า กลจักรสำคัญ ที่ควบคุมปราสาทนภา ก็ไม่ใช่สิ่งใดอื่น แต่เป็นลูกแก้วทองคำ ที่ร่วงหล่นสู่โลกมนุษย์ตั้งแต่ครั้งสวรรค์ล่ม...สมบัติล้ำค่าที่พังทลายไปแล้วของชายหนุ่มนั่นเอง !
3.
ด้วยความช่วยเหลือของราชินีแฟรี่...พระเอกของเรา ได้ใช้พลังแห่งสายเลือด เดินทางย้อนกลับไปในห้วงเวลาแต่หนหลัง สู่โลกอดีตในความทรงจำของตัวเอง และสามารถนำลูกแก้วทองคำ มาจากตัวตนของตัวเองในกาลก่อนได้สำเร็จ
ปราสาทนภา เหินบินได้อีกครั้ง มาสเตอร์ดรากอน ก็กลับมามีพลังอีกหน พร้อมพาผู้กล้า ทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า มุ่งไปยังวิหารแห่งมารร้าย ในรูปลัทธิจอมปลอมนั่นเอง
ชายหนุ่มและลูกรัก กำจัดปีศาจร้ายอย่างไม่หยุดยั้ง จนสามารถพิชิตจระเข้ร้าย Korol the King ผู้นำแห่งลัทธิชั่ว และช่วยเหลือภรรยาได้สำเร็จ...ครอบครัวของผู้กล้า ได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้งแล้ว !
4.
เรื่องราวใกล้จะถึงบทสรุปลงด้วยดี แต่การเดินทางชั่วชีวิตของชายหนุ่ม ยังไม่ถึงจุดหมาย...มาร์ธ่า แม่ของเขา กำลังทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส อยู่ในโลกใต้พิภพ...แม้เจ้าหล่อน จะส่งสารมายังลูกชาย ให้เลิกคิดค้นหา และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข...เพราะเธอจะใช้พลังเท่าที่เหลืออยู่ ปิดผนึกประตูมิติไปชั่วนิรันดร์
แต่ทั้งภรรยาและลูกต่างรู้ดีว่า ชายหนุ่มไม่มีทางยอมปล่อยให้แม่แท้ๆต้องจบชีวิตลงทั้งอย่างนั้นเป็นแน่...ทั้งหมดจึงร่วมแรง ใช้แหวนสามวงตามตำนานเล่าขาน เปิดผนึกประตู ลงสู่โลกใต้พิภพด้วยตัวเอง
นรกที่แท้จริง ช่างมืดมิดและน่ากลัวเหลือจะกล่าว..คณะผู้กล้าฝ่าฟันไปจนถึงหุบเขาแห่งความตาย...ก่อนที่จะได้พบเจอกับหญิงสาวที่ทั้งอ่อนล้าและร่วงโรย...มาร์ธ่า แม่ที่ถูกจองจำอย่างโดดเดี่ยวมาหลายสิบปีนั่นเอง !
5.
ความอบอุ่นของแม่ช่างยิ่งใหญ่นัก แต่ชายหนุ่มยังไม่ทันได้สวมกอดผู้ให้กำเนิดได้นานพอ...แม่ของเขาก็ต้องกลับไปดำเนินการณ์ขั้นสุดท้าย...ปิดผนึกประตูเชื่อมต่อของสามโลกเป็นการถาวร
แต่ช่วงเวลาแห่งความเคียดแค้นที่ถูกกักขังมาหลายร้อยปี ทำให้มิลดราธ มีพลังปีศาจแกร่งกล้ายิ่งกว่าพระเจ้าบนสรวงสวรรค์...มันพร้อมแล้ว ที่จะเปิดประตูมิติด้วยตัวเอง และเริ่มต้นสาดเวทย์มนตร์แห่งความมืด ลงมาสังหารมาร์ธาจนสิ้นชีวิตลง !!
วิญญาณของมาร์ธ่า หวนกลับสู่อ้อมกอดของปาปัส คนรักที่พลัดพรากมานานปี...ในขณะที่ความโกรธเกรี้ยวเอ่อท้นออกมาจากใจชายหนุ่ม ทั้งหมดเร่งรุดเดินทางต่อไปยังใจกลางของหุบเขาปีศาจ และได้พบเจอกับเกม่าเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะกำราบผู้นำทัพอสูร ฆาตกรผู้สังหารพ่อของตนได้ในที่สุด
และแล้ว คณะผู้กล้าก็ได้มาประจันหน้ากับรากเหง้าแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง มิลดราธ...ที่แห่งนี้ มีพร้อมแล้วทั้งชายผู้สืบสายเลือดกษัตริย์อันแข็งแกร่ง เด็กน้อยผู้กล้าในตำนานที่ไม่เป็นสองรองใคร หญิงสาวสายเลือดจากศักดิ์สิทธิ์จากฟากฟ้า และสารพัดมอนสเตอร์ฝีมือฉกาจจากทั่วผืนแผ่นดิน...
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย เพื่อปิดฉากเรื่องราวอันยาวนานกว่าสามชั่วอายุคน ได้เดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว !!
~ Dragon Quest V ~
~ Fin ~
*: Party Chat
นอกจากระบบเก่าปนใหม่อย่าง กลางวันกลางคืน / กุญแจสามดอก/ คาสิโน / บอร์ดเกมส์ / ตามล่าของที่ระลึกแล้ว...อีกหนึ่งระบบที่ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก และผมชอบที่สุดเป็นการส่วนตัว คือระบบ"พูดคุย" กับสมาชิกในกลุ่มนั่นเอง
ปาร์ตี้แชท ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในภาค 7 เครื่อง PlayStation ซึ่งเป็นคำสั่งในหน้าจอเมนู ให้เรารับฟังความคิดเห็นของเพื่อนในกลุ่มได้ ซึ่งก็จะมีเนื้อหาหลากหลาย ช่วยสร้างสีสันให้กับเกมส์ได้มาก ทั้งยังคอยช่วยในการคลำเนื้อเรื่อง และเพิ่มความลึกของมิติตัวละครได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ถูกนำมาใช้ในภาคต่อจากนั้นอีกหลายครั้ง
ตอนสมัย DQ 4 DS ระบบนี้ได้ถูกถอดออกไปอย่างน่าเสียดาย แต่เมื่อเสียงเรียกร้องมากเข้า ปาร์ตี้แชทก็ถูกยกมาอีกครั้งในภาค 5...และกลับมาอย่างเต็มรูปแบบ ละเอียดยิบแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่วมพันประโยคเลยทีเดียว !
ไม่ว่าเราจะเข้าไปในสถานที่แห่งใหม่ พูดคุยกับชาวบ้าน เก็บไอเทม หรือกระทั่งเข้านอนโรงแรม...สมาชิกในกลุ่มของเราก็จะมี "คอมเมนท์" อัพเดทกันแบบฉากต่อฉาก นาทีต่อนาที ทั้งชวนคุยเรื่อยเปื่อย สรุปสถานการณ์ปัจจุบัน ให้ความเห็นกับข้อมูลที่ได้รับ แอบบอกใบ้สิ่งที่ต้องทำต่อ...จนถึงปล่อยมุขจิกกัดพระเอกของเราแบบไม่ไว้หน้า!!
ผลที่ได้ นอกจากจะทำให้เดินเนื้อเรื่องได้อย่างง่ายดาย การเดินทางสนุกสนานมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เราได้เข้าถึงบุคลิกเชิงลึกของตัวละครเหล่านั้น ซึ่งเป็นการถมจุดอ่อนเรื่องความเบาบางของตัวละคร ในซีรีย์ DQ ได้ในที่สุด
เมื่อพูดคุยกับลูกชาย ก็มักจะได้รับรู้ความกล้าหาญ ที่แฝงไว้ด้วยความซุกซนและเดียงสา "คุณพ่อได้รับเลือดจากคุณย่ามาครึ่งนึง ก็เลยเป็นเพื่อนกับมอนสเตอร์ได้สินะครับ? งั้นผมเองก็มีเลือดคุณย่าตั้งหนึ่งในสี่ ก็น่าจะทำได้บ้างสิ...อยากมีเพื่อนเป็นมอนสเตอร์เหมือนกันนะ !!"
เมื่อพูดคุยกับลูกสาว ก็มักจะได้รับรู้ความอ่อนโยน เป็นห่วงเป็นใย "เราสองคนเป็นฝาแฝดกัน แต่ทำไมถึงมีแค่คนเดียวล่ะ ที่ต้องสืบทอดความเป็นผู้กล้า? หนูเองก็น่าจะใส่ชุดแห่งนภาได้บ้างนะ จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้อีกแรงไง"
"หาโอกาสว่างๆมาคุยกับฉันบ่อยๆนะ...ก่อนแต่งงาน พวกเราแทบไม่มีโอกาสได้เรียนรู้กันเลยก็จริง แต่นับจากนี้ ยังมีเวลาอีกมาก ที่จะได้ศึกษากันนะจ๊ะ" ฟลอร่ายิ้มกล่าว
"เธอโตขึ้นมากจริงๆนะ เป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย เมื่อครั้งที่เราสองคนยังไปเล่นตามล่าหาผีกันในคฤหาสน์ร้าง เธอยังตัวสั่น เกาะชายผ้าคลุมชั้นอยู่เลย ฮิฮิ" เบียนก้าหยอกเย้า
"อะฮ่า~ฉันไม่เคยคิดเลยนะเนี่ย ว่าเธอจะกล้าทำอะไรได้ขนาดนี้ จะว่ากล้าหาญหรือซือบื้อดีนะ? แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดนิสัยแบบนี้หรอก" เดโบร่าหยั่งเชิง
ฯลฯ
*: Localization and Puns
เมื่อ DQ 5 ถูกนำมาทำใหม่ในเวอร์ชัน Nintendo DS นั้น ได้ถูกปรับปรุงองค์ประกอบต่างๆในเกมส์อย่างมาก และหนึ่งในหัวข้อใหม่ที่โดดเด่น และถูกนำมาวิพากย์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง (ทั้งในทางที่ดีและไม่ดี)นั้นก็คือ การใส่ "มุขตลก" และ "คำพ้อง" เข้าไปอย่างไม่บันยะบันยังนั่นเอง
ตามต้นฉบับเวอร์ชันญี่ปุ่นนั้น เกมส์ซีรีย์ดรากอน เควสต์จะมีอารมณ์ขัน การใส่มุขตลก และการเล่นคำสอดแทรกอยู่เป็นช่วงๆ แต่ะก็มักจะถูกตัดทอนไปจนหมดในเวอร์ชันอเมริกา...หากแต่ว่า DQ5 DS นี้ นอกจากจะไม่ตัดออกแล้ว ยังถูกใส่เพิ่มเข้าไปอย่างไม่เกรงอกเกรงใจผู้เล่นเลยด้วยซ้ำ...
- ปูซัน ร่างจำแลงของมาสเตอร์ดรากอน ก็ถูกเปลี่ยนเป็น ดอกเตอร์ อากอน ไปอย่างกะทันหัน...อาจเป็นเพราะ กลัวจะไม่มีใครรู้ว่า Dr. Agon นั้น...มีร่างจริงเป็น...Dragon ก็เป็นได้ !
- พนักงานต้อนรับสาว ที่ยิ้มแป้นตรงเคาท์เตอร์พิพิธภัณฑ์ของเรา จะมีชื่ออันแสนน่ารักว่า นางสาว Sue นามสกุล Veneer...คาดว่าพวกเราคงได้"ของที่ระลึก"ติดไม้ติดมือกันทุกคน
- ท่าน Count Uptaten ที่พอมาอยู่กับภรรยา Miss Count นั้น ก็ยังนับเลขกันไม่ถึงสิบ(Up to ten)เสียที...จนพอกลับหลุมศพได้นั่นเอง ถึงเพิ่งจะมีคำจารึกเพิ่มเติมว่าท่านเคานต์ finally reached his number ในที่สุด !
- การจะเปิดหอคอย Abovital ที่สูงที่สุดในโลก(Above it all) นั้น จะต้องใช้ใครกันนะ?
a. Hero
b. Prince Henry
c. Slime
d. Nun of the above
ครับ ในเมื่อสามตัวเลือกแรกมันไม่น่าสนใจเลย ก็ต้องตอบว่า "ไม่ใช่ตัวเลือกอื่น" และรีบไปหา "แม่ชีจากเบื้องบน" มาเรียโดยทันที !!
- เหล่ามอนสเตอร์มากมาย ที่กว่าครึ่ง เป็นชื่อแปลง-เล่นคำพ้อง ไอเดียบรรเจิดทั้งสิ้น !! เช่น ไหตกใจ "Urnexpected" / วัวซาตาน "Moosifer" / กระต่ายป่าเขาแหลมเปี๊ยว "Spiked hare" / ลูกไฟวิญญาณในรูปของแส้ "Will-o'-Whips" ฯลฯ
- เจ้าบอสม้าคู่อาฆาต Kon the Knight ก็เฝ้าหอคอยฝันร้าย Knighmare tower / บาทหลวงจระเข้แห่งลัทธิมาร ก็ตั้งชื่อวิหารว่า Crocodilopolis
- เมื่อปราบบอสลับสุดท้ายของเกมส์ได้ภายในเวลาจำกัด...ก็จะได้รับของที่ระลึก Knick-Knacks ชิ้นสุดท้ายเป็นการตอบแทน...ถ้วยรางวัล Catas Trophy นั่นเอง !!...คิดนานมั๊ยเนี่ย ชื่อนี้
- และที่ปราสาทไรฮาร์ท จะมีนักวิชาการที่กำลังศึกษาศาสตร์ต้องห้าม "เวทย์ลับแห่งวิวัฒนาการ" อยู่...ชื่อของเขาคือ Darwin The Psarologist...ด้วยความต้องการล้อเลียนทั้งชาลส์ ดาร์วินผู้คิดค้นทฤษฏีกำเนิดสิ่งมีชีวิต และ ปิซาโร่ บอสใหญ่สุดทางวิวัฒนาการ จากภาคก่อนหน้านั่นเอง
ฯลฯ
...พูดไปใครจะเชื่อ ว่าชื่อเฉพาะ ทั้งบุคคล สิ่งของ สถานที่กว่าร้อยชื่อในเกมส์ DQ 5 DS นั้น ถูกเปลี่ยนแปลงไปแทบหมดสิ้น...อาจบอกได้ว่า 3 ใน 5 ของชื่อทั้งหมดของเกมส์นั้น ล้วนเป็นมุขตลก และการเล่นคำทั้งสิ้น !!
เสียงตอบรับในความจิตไม่ว่างของทีม Localization นี้ แตกออกเป็นสองเสียงอย่างสิ้นเชิง...ฝ่ายหนึ่งก็ชอบอกชอบใจกับไอเดียบรรเจิด และคอยไล่หาชื่อที่มีการเล่นคำพ้อง กับพวกมุขขำขันทั้งหลาย ในขณะที่อีกฝ่ายก็รับไม่ได้เลย กับความขี้เล่นที่ไม่มีลิมิต และมุขแป๊กควายมโหฬาร ที่จับชื่อเดิมๆที่คุ้นเคย ให้กลายเป็นเรื่องตลกไปจนหมดสิ้น! แม้แต่สถานที่สำคัญ ตัวละครหลัก หรือกระทั่งบอสใหญ่ของเกมส์ ก็ไม่เหลือเค้าเดิมเลยแม้แต่น้อย !!
*: Misc
- เนื้อหาช่วงผจญภัยในวัยเด็ก ของผู้กล้าน้อย และฝาแฝดสาว ได้ถูกนำไปขยายความ เป็นฉบับหนังสือการ์ตูน ชื่อ Dragon Quest ภาค อภินิหารดาบเทวดา (ลิขสิทธิ์ไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ทั้งชุด 11 เลมจบ) ที่เดินเรื่องโดยลุงซันโจ ฝาแฝด เทนกับโซร่า ออกเดินทางเพื่อคลายคำสาปของพ่อและแม่ที่ถูกสาปเป็นหิน
- พูดถึงปัญหาโลกแตกเรื่องการแต่งงาน...ที่แม้จะดูเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างรักแท้และเงินตรา (ด้วยเพราะฝั่งเบียนก้ามีคำสัญญาวัยเด็ก และมีพ่อใกล้ตายฝากฝัง ส่วนฝั่งฟลอร่ามีเศรษฐีหนุนหลัง และจะมีคนคอยเอาไอเทมมาให้ในระหว่างเดินทาง) แต่ในทางปฎิบัติแล้ว ตัวเกมส์จะเอนความสำคัญไปทางฝั่งเบียนก้าอย่างค่อนข้างชัดเจน ทั้งเนื้อหาสมัยเด็ก บทของตัวละครที่เน้นหนักกว่ามาก และคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ต้องมาถึงฉบับรีเมคหลังๆนี่เอง ที่ฝั่งฟลอร่า พอจะมีภาษีขึ้นมาได้ จากการโผล่หน้ามาผ่านฉากในวัยเด็ก ,ระบบ Party chat ที่เพิ่มความมีตัวตนให้จับต้องได้มากขึ้น แล้วก็สารพัดชาวเมืองที่คอยพูดชื่มชมสาวน้อยตลอดการเดินทาง
...อย่างไรก็แล้วแต่ เนื้อหาหลักของเรื่องจะไม่ต่างกัน เพราะหญิงทั้งสาม ต่างเป็นเด็กที่เก็บมาเลี้ยง และมีสายเลือดส่งมาจากชาวนภาทั้งสิ้น แม้เราจะเลือกใคร โครงเรื่องโดยรวมก็จะไม่เสียไป...ดังนั้น แต่งงานเพราะความรักไปเถอะครับ ^^
- หลังจบเกมส์ จะมีดันเจี้ยนลับสุดท้ายปรากฎขึ้น เป็นทางเดินเขาวงกตในบึงมรณะ...หากไปยังสุดปลายทางได้ จะพบกับคนคุ้นเคยอีกครั้ง...ราชานรก เอสตาร์ค สุดยอดสิ่งมีชีวิตจากดรากอน เควสต์ 4 นั่นเอง !!
เอสตาร์คจะครึ่งหลับครึ่งตื่น จำตัวเองและเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่ได้ แต่ก็จำต้องทำตามหน้าที่บอสลับที่ดี...สู้กับผู้กล้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทันที
เมื่อชนะได้แล้ว บอร์ดเกมส์ T'n'T อันสุดท้าย ขนาดใหญ่เบิ้ม 70 ตาเดิน ก็ถูกเปิดออก เต็มไปด้วยของสุดยอดมากมาย และที่สุดทาง ก็จะพบกับเอสตาร์คจิ๋ว มาเป็นมอนสเตอร์ลับตัวสุดท้ายให้คณะผู้กล้า
- อีเวนท์พิเศษสุดท้าย หลังจบเกมส์ คือการย้อนเวลากลับไปยังโลกอดีต (แบบเดียวกับที่ค้นหาลูกแก้วทองคำ) แต่คราวนี้ เราจะได้ไปยังหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์ เอลเฮเว่น...ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปาปัสได้พบรักกับมาร์ธ่า แม่ของเราเป็นครั้งแรกนั่นเอง
ขณะที่กำลังท่องป่าอยู่ ราชาปาปัสแห่งโกธาได้หลงเข้าไปยังเอลเฮเว่น ...เขาตกหลุมรักหญิงสาวโดยทันที หากแต่ด้วยความที่มาร์ธ่าได้ครอบครองพลังควบคุมประตูระหว่างโลก ซึ่งสาบสูญไปนานแล้ว ทำให้เธออยู่ในสถานะของบุคคลสำคัญ ที่คนในหมู่บ้านต้องคุมขังไว้ไม่ให้คลาดสายตา แม้การจะเข้าพบตัว ก็ยังยากเย็นเหลือจะกล่าว
พระเอกของเรา จะได้ไปพบเจอปาปัสสมัยยังหนุ่ม พร้อมกับได้มีโอกาสช่วยเหลือว่าที่คุณพ่อ ติดสินบนทหารเฝ้าประตู จนเข้าไปพบกับแม่ได้สำเร็จ และช่วยค้นหาปากกาขนนกแฟรี่ กับหมึกที่ไม่มีวันลบเลือนจากโลกยุคปัจจุบันส่งมอบให้...ปาปัสจึงสามารถมอบภาพเหมือนของมาร์ธ่า ให้กับหญิงคนรักได้สำเร็จ !
บทสรุปของเรื่องจะจบตรงที่มาร์ธ่าหันหลังให้กับกรงทองของเธอ หนีตามปาปัสไปแต่งงานที่โกธาร์...เมื่อเราได้กลับมายังโลกปัจจุบัน ก็จะพบว่า จี้ห้อยคอเปล่าๆ ของดูต่างหน้าของแม่ มีบางสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป !
...แม่ที่รักของเขา ยิ้มอย่างอ่อนโยนและสวยงามที่สุด จากข้างในจี้เส้นนั้นนั่นเอง
...
...
การส่งมอบสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ ยังเดินทางต่อไป...ตอนหน้าพบกับ บทสรุป และเรื่องราวปิดฉากไตรภาคนภา ในดรากอน เควสต์ 6 นะครับ
แล้วพบกันใหม่
แท่ด แท่ด แท่ด
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me

Nostalgia DQ 4 จะกลับไปตอบโดยเร็ววัน...อย่างน้อยก็ขอนอนก่อนนะ
-----
และพูดถึง DQ5 นี่ ก็นึกขึ้นมาได้ ถึงตอนที่จะเชียร์เพื่อนชาย นาย Highwind ให้ลองหยิบเวอร์ชัน DS มาเล่นดู
ได้เล่าเนื้อเรื่องช่วงต้นไปพอเป็นพิธี และพอถึงท่อนที่บอกว่า "ตัวเอกไม่ใช่ผู้กล้า" นั้น ก็โดนสวนกลับมาทันทีว่า
เออ !! ดูหน้า ดูชุดมันสิวะ แค่เห๋ยใส่ผ้าคลุม เห็นถือไม้เท้าแบบนี้...ยังไงๆ มันก็ไม่ใช่ผู้กล้าอยู่แล้วล่ะโว้ย !!
....สอนให้รู้ว่า หนุ่มๆทั้งหลาย ที่ริจะเป็นผู้กล้า จงสรรหาคอสตูมที่ดีให้ได้เสียก่อน
เอวัง
#1 By Zieghart on 2009-08-04 18:35