.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

ตอนนี้ผมก็ยังคงอยู่ที่ตึกอุบัติเหตุเช่นเดิม แผลแป๊ปเดียว ก็เหลือเวลาทำงานอีกแค่สองสัปดาห์เท่านั้น ก่อนจะโดนเด้งไปอยู่ข้างนอกอีกครั้ง

มาถึงตอนนี้ ก็เริ่มคุ้นเคยกับการทำงานแล้วครับ แม้จะยังต้องทำงานทุกวัน อยู่เวรวันละ 21 ชั่วโมง สามครั้งต่อสัปดาห์...แต่นอกจากนั้น ก็รู้สึกแล้วว่า มีเวลาว่างมากทีเดียว

----------

พูดถึงการทำงานที่ห้องอุบัติเหตุ ที่เหมือนเป็นด่านหน้าของผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งหลาย...แม้คนไข้จะมาก แต่ปัญหาที่พบเจอในแต่ละวัน ทั้งรถชน หกล้ม ถูกแทง ถูกยิง ทำร้ายร่างกาย งูกัด สุนัขกัด ผึ้งต่อย ตกตึก ตกน้ำ ไฟช๊อต ล้มชัก ประตูหนีบ ฯลฯ ก็ไม่ได้หลุดแปลกไปกว่านี้ซักเท่าไหร่...

แต่คนไข้ประเภทนึง ที่มีมาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญโดดเด่นกว่าคนไข้อื่นๆ และเป็นเรื่องที่ผมจะพูดในวันนี้ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับปัญหา"ความรุนแรงในครอบครัว" (Domestic Violence) นั่นเอง

 

คำจำกัดความกว้างๆของ Domestic Violence นี้ ก็หมายถึงการกระทำใดๆ ที่มุ่งจะให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ และสุขภาพของบุคคลในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส ลูกหลาน ผู้สูงอายุ หรือใครก็ตามที่อยู่ในครัวเรือนเดียวกัน

...แม้ในสังคมทุกวันนี้ ปัญหา DV ก็ยังคงพบได้มาก ในระดับที่ทั้งน่าตกใจและน่ากังวลใจ กระจายอยู่ในครอบครัวทุกรูปแบบ ทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่ระดับล่างสุด ไล่ขึ้นไปถึงสังคมชนชั้นที่สูงกว่ามาก

ในภายนอก คนๆหนึ่งอาจดูเป็นคนใจเย็น สุภาพ มีหน้ามีตาในสังคม มีฐานะการงานที่มั่นคง...แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความตึงเครียด และแรงกดดันที่เป็นปัจจัยภายนอก ซึ่งคนเหล่านั้นเก็บไว้ข้างในใจ

 

เมื่อประตูบ้านปิดลง ก็เหมือนเป็นการตัดชีวิตของตัวเราเอง ออกจากทุกการรับรู้ของสังคม...เราจะเป็นนายของตัวเอง และสามารถทำอะไรตามใจ ในอาณาเขตที่เราเป็นผู้ครอบครอง และทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป...

"สามีที่แสนดี" ก็สามารถตบหน้าภรรยาได้อย่างไม่เคอะเขิน

"คุณพ่อที่อ่อนโยน" ก็สามารถล่วงเกินลูกสาวได้อย่างไม่กระดาก

หรือ"ลูกสะใภ้ที่น่ารัก" ก็สามารถทำร้ายร่างกายแม่สามีได้อย่างไม่ลังเล

ฯลฯ

**********

Ads ของ Children and Adolescents Reference Center ที่พิมพ์ด้วยหมึกชนิดเรืองแสงในที่มืด....ภายนอกจะดูเหมือนภาพเด็กน้อยธรรมดา แต่จะมีข้อความให้ผู้อ่านปิดไฟ เพื่อ"ช่วย"เหล่าเด็กน้อย จาก"ความหวาดกลัว" ในยามค่ำคืน

...และเมื่อไฟปิดลง ผู้อ่านก็จะเห็นสาส์นซ่อนเร้น ที่ว่าด้วยการข่มเหงทางเพศจากผู้ใหญ่ พร้อมข้อความตบหน้าว่า คุณอาจมองไม่เห็น...แต่เรื่องเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้จริง

**********

ปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวนี้ จัดเป็น"ปัญหาใหญ่" ที่กลายเป็น "ภัยซ่อนเร้น" มานานหลายสิบปี...เพราะแม้จะมีหลายประเทศให้ความสำคัญ มีองค์กรอิสระถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือมากมาย แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่เคยหมดไป...หรืออย่างมากที่สุด ก็เป็นกระแสในโทรทัศน์ได้เพียงไม่นาน

ข้อจำกัดที่สำคัญคือ ผู้เสียหายส่วนมาก ไม่ได้ประกาศตัว และไม่ยอมออกมาแจ้งความ เรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง...ด้วยเพราะหวาดกลัวปัญหาอีกหลายๆอย่างที่จะตามมา...ทั้งไม่แน่ใจเหตุการณ์ที่อาจจะเลวร้ายลง /กลัวความอับอาย /หวั่นกระแสสังคม /ไม่กล้ารับหน้าคนรอบข้าง /ไม่อยากเป็นเหยื่อของข่าว ฯลฯ...และที่สำคัญ ไม่อยากสูญเสียสถานภาพ / ฐานะความสัมพันธ์กับคนๆนั้น ไปเป็นการถาวร

Ads ของ City of Hope ที่เป็นภาพฟิล์ม x-ray ส่วนต่างๆของร่างกาย พร้อมคำบรรยายที่มาของเครื่องประดับแต่ละชิ้น เช่น แหวนแต่งงานนี้ เขามอบให้เมื่อตอนสารภาพรัก...สร้อยข้อเท้านี้ เขามอบให้เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด...กำไลข้อมือนี้ เขามอบให้ในวันครบรอบของเราสองคน....แต่ทุกแผ่นฟิล์ม จะมีร่องรอยของกระดูกที่แตกหัก ปะปนอยู่ พร้อมคำบรรยายสั้นๆเพียงประโยคเดียวว่า

"He gave me this for nothing at all"

**********

ผมเชื่อเป็นอย่างมากว่า พวกเราทุกคน ไม่ช้าก็เร็ว ไม่มากก็น้อย จะต้องมีโอกาสได้ไปเกี่ยวข้อง หรือร่วมรู้เห็นกับปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวเช่นนี้...สิ่งที่พวกเราพอจะทำได้ หากได้ไปข้องแวะกับเรื่องเหล่านั้น ก็อาจมีเพียงจำกัด แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะร่วมแก้ปัญหาเรื้อรังเช่นนี้

ในฐานะผู้ใกล้ชิด ที่ร่วมรับรู้ เราต้องมีความ "กรุณา" ที่ต้องการให้เขาพ้นทุกข์...ต้องพร้อมจะรับฟัง สนับสนุน และผลักดันให้เจ้าตัวก้าวออกจากวังวนของปัญหา ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ในฐานะผู้เสียหาย เราต้องมีความ "กล้า" ที่จะเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง กล้าที่จะปล่อยมือจากสิ่งสำคัญที่จะต้องสูญเสียไป เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิอันชอบธรรม และการหลุดพ้นจากความทรมานที่ไม่เคยคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับกลับมา

ในฐานะของผู้กระทำ เราต้องมีความ "สำนึก" ที่จะต้องเข้าใจให้ได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่ เป็นสิ่งที่ผิด เป็นการกระทำที่ชั่วช้า และต่ำชั้นเสียเหลือเกิน กับการใช้ฐานะหรือบทบาทที่เหนือกว่า กระทำการเลวทรามและมิชอบด้วยประการทั้งปวง...ไม่ว่าเราจะสรรหาเหตุผลสวยหรูแค่ไหนมาคอยปลอบประโลมตัวเองทุกค่ำคืนก็ตาม

ในปัจจุบัน ประเทศไทยเองมีองค์กรมากมายที่พร้อมจะเข้ามาช่วยให้คำปรึกษา และร่วมแก้ปัญหาดังกล่าว...แต่หากไม่สามารถติดต่อผ่านช่องทางเหล่านั้นได้ (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด) ทางที่ง่าย และสะดวกไม่ต่างกัน ก็สามารถเริ่มได้จากสาขาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถานีตำรวจ (ที่อย่างไรก็จะเข้ามามีบทบาทแน่นอน ระหว่างการดำเนินกระบวนการแก้ปัญหา) หรือโรงพยาบาล (ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ตอนตรวจร่องรอยการถูกข่มเหง รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ทั้งทางการแพทย์และคดีความ)

....สังคมเรา มี "มือ"ที่จะคอยช่วยเหลือผู้เดือดร้อนอยู่มากมาย แต่แน่นอนว่า หากเราไม่คิดที่จะเชื่อใจ และกล้าพอที่จะชนะใจตัวเอง เอื้อมมือของเราไปจบยังมือของคนอื่นได้แล้ว...สุดท้ายก็จะเหลือเพียงตัวเรา ที่จมอยู่กับปัญหา และความโศกเศร้าเหล่านั้นตลอดไป...

.

รักในการร่วมแรงและเชื่อใจ

รักคนอ่านครับ

**********

Ads โดย Saatchi & Saatchi Agency ที่ใช้เพียงแค่ไม่กี่ภาพ ก็สามารถอธิบายชัดเจนแจ่มแจ้ง กระแทกใจคนอ่าน...ว่าการข่มเหงทางวาจา ก็เลวร้ายไม่ต่างกับทางกายเลย

********* 

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ทราบว่ามีเฟสมั้ยคะ อยากเป็นเพื่อนกะเจ้าของกะทู้อ่ะคะ

#47 By นิกกี้ (180.180.129.7) on 2011-09-01 21:32

สวยดี ชอบๆๆ

#42 By ดูหนัง (1.46.189.3) on 2010-10-06 22:23

big smile open-mounthed smile confused smile

#41 By เพลงใหม่ (125.25.237.146) on 2010-02-10 19:46

น่ากลัว และน่าเศร้า Hot!

#40 By แมวหอบ on 2009-08-22 02:07

เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ เลยล่ะครับ อ่านแล้วโดน แบบว่า แทงใจดำ ฮือๆ
เหมือนเป้นอารมณ์ชั่ววูบ นะครับ แต่ก็ สร้างปัญหาได้เยอะทีเดียว ขอบคุณสำหรับ เรื่องราวที่น่ามีค่าที่ได้นำมาแบ่งปัน นี้ครับ big smile