.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

อาทิตย์ที่ผ่านมา เพิ่งร่ำลาจากห้องอุบัติเหตุที่สิงสู่มาเป็นเดือนๆ ช่วงเวลาตื่นเต้นในชีวิตก็หายไปอีกรอบ...ไม่รู้จะได้มีโอกาสกลับไปทำงานที่นี่อีกรึเปล่า...เสียดายอยู่เหมือนกัน เพราะผมชอบเย็บแผลซะด้วยสิ ^^

ตอนนี้โดนส่งมาอยู่วอร์ดอายุรกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าครับ ชีวิตเพิ่งจะเริ่มต้น กับหนึ่งในวอร์ดที่ไม่ชอบเอาซะเลย...ชีวิตจะเป็นยังไง ก็ต้องรอดูกันต่อไป แหะๆ

วันนี้คันไม้คันมือ ไม่ได้รีวิวหนังสือมาซะนาน ก็เลยหยิบการ์ตูนที่เพิ่งอ่านเล่มล่าสุดไป มาเขียนถึงซักหน่อย เรียกความรู้สึกเดิมๆของตัวเองกลับมาครับ หวังว่าจะชอบกัน ^^

-----------------------------------------

ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน มีการ์ตูนรายสัปดาห์จากนิตยสารโชเน็น แมกกาซีนเรื่องหนึ่งที่โด่งดังมากเป็นพิเศษ ชื่อว่า ไซโคเมทเลอร์ เอย์จิ (Psychometrer Eiji) ซึ่งเป็นเรื่องแนวแอคชันสืบสวน ว่าด้วยนักเรียนหนุ่มม.ปลายขาลุย ผู้มีความสามารถในการอ่านความทรงจำจากสิ่งของ หรือบุคคลที่ตนเข้าไปสัมผัส กับตำรวจสาวสวย ผู้หมวดสุดเซ็กซี่ แทกทีมตามสืบคดีอาชญากรรมด้วยกัน

หลังจากเรื่องยาวนั้นจบไปแล้ว ผู้เขียนก็ได้มีผลงานต่างๆออกมาเป็นระยะ ทั้งสั้นบ้างยาวบ้าง ซึ่งก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ และมักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรม การเมือง และด้านมืดของสังคม ที่เดินเรื่องด้วยเด็กหนุ่มวัยรุ่นทั้งสิ้น

จนมาถึงครั้งนี้ ผลงานเรื่องยาวล่าสุดของอ.มาซาชิ อาซากะ กับอ.ยูมะ อันโด ก็ออกมาในคอนเซปต์ที่ไม่หลุดจากเดิมมากนัก ในชื่อเรื่อง "ชิบะโทระ - ลางสังหาร" นั่นเอง

Shibatora - ลางสังหาร : ลิขสิทธิ์ไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ปัจจุบันออกถึงเล่ม 9 

.

ลางสังหาร เป็นเรื่องราวของตำรวจใหม่ไฟแรง "ชิบาตะ ทาเคโทระ" (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง) หนุ่มน้อยวัย 23 ปี ผู้มีรูปร่างขนาดพกพา และหน้าอ่อนกระชากวัยนี่เอง

ชิบาตะพกความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมมาเป็นตำรวจ เพื่อหวังจะทำงานในแผนกคดีเด็กและเยาวชน ที่มุ่งจัดการกับหนึ่งในปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งยึดยื้อกันมาเนิ่นนาน...แต่การทำงานสายนี้ ก็ไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก...แค่ด้วยปัจจัยแรกเริ่ม ที่รูปร่างภายนอกที่ดูเล็กกะทัดรัดของเขา ก็ทำให้ถูกเข้าใจผิดอยู่บ่อยครั้ง ว่าเป็นเพียงเด็กมัธยมต้น จนหลายคนไม่ให้ความร่วมมือ...หรืออาจถึงขั้นโดนเด็กเกตามท้องถนน รีดไถเงินเสียด้วยซ้ำ !

 

แต่ความสามารถส่วนตัว ที่เด็กหนุ่มมีเหนือกว่าผู้อื่น ก็คือชั้นเชิงในศิลปะการต่อสู้ ที่รั้งไว้ด้วยตำแหน่งนักกีฬาเคนโด้ระดับประเทศ และความทุ่มเทแบบเต็มกระเป๋า ที่ต้องการจะแก้ปัญหาใหญ่ของสังคมอย่างจริงจังนั่นเอง

หากมีวิกฤต ก็ต้องพลิกให้เป็นโอกาส...รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนเยาว์ของชิบาตะ กลับเอื้อประโยชน์ในหลายสถานการณ์ ตัวเขามักปลอมแปลงเป็นเด็กน้อย ลักลอบเข้าถึงตัวของเหล่าเยาวชนได้อย่างกลมกลืน แม้กระทั่งการแทรกตัวไปร่วมชั้นเรียนกับเด็กมัธยม หรือการใช้ชีวิตในสถานกักกันเยาวชน ก็ทำได้อย่างแนบเนียนไม่สะดุด

ในขณะที่ผู้มีอำนาจหลายคน มุ่งเน้นจะจับกุมตัวเด็กไปลงโทษให้สาสม...แต่ชิบาตะมองเห็นว่า "การจับกุม" ไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย ที่จะทำเพื่อแก้ปัญหา....เพราะคดีที่ก่อโดยเหล่าเด็กน้อยเหล่านี้ จะด้วยความประสงค์ร้ายฉวยโอกาส หรือความมัวเมาไม่ประสาก็ตามที แม้นำตัวคนผิดเข้าคุมขังได้แล้ว ก็ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันเลยซักนิด ว่าเขาหรือเธอเหล่านั้น จะสำนึกในความผิดที่ตัวเองก่อ และกลับเข้าสู่สังคมในฐานะพลเมืองที่ดีได้จริงๆ

 

เมื่อตั้งใจมองปัญหาได้ตรงประเด็น และมุ่งจะแก้ให้ตรงจุดแล้ว...ทำให้หลายต่อหลายครั้ง ที่เขาต้องเอาตัวเข้าเสี่ยง กระทำการคาบเส้น จนเกือบจะเกินหน้าที่...หรือที่ร้ายกว่านั้น เกือบจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งอย่างดื้อๆ...เพียงเพราะต้องการ"ช่วยเหลือ" เยาวชนผู้หลงทางอย่างแท้จริง

คดีเด็กและเยาวชน เป็นชื่อเรียกรวมของคดีความที่กระทำโดยเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งจะมีรูปแบบการพิจารณาคดี และบทลงโทษที่ลดหย่อนไปอีกระดับ หากเทียบกับกฎหมายปกติ...ด้วยเพราะต้องคำนึงถึงพื้นเพ สถานะ และอนาคตของผู้กระทำผิดเป็นสำคัญ (หรือพูดง่ายๆว่า เน้น"ฟื้นฟู" มากกว่า"ลงโทษ") ...ซึ่งสิ่งนี้เอง ที่เรียกได้ว่าเป็นดาบสองคม ที่ทำให้เกิดปัญหาที่เลวร้ายยิ่งขึ้น ติดตามมาได้โดยง่าย

...แม้ในบ้านเราเอง ปัญหาคดีความที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ก็เป็นประเด็นเรื้อรัง ที่คุมได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมาแสนนาน ด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่าง...และโดยมาก ก็เป็นปัญหาที่จริงจังเกินระดับของคดีหยุมหยิม อย่างการทำร้ายร่างกาย ลักขโมย และทะเลาะวิวาทที่พบกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...ซึ่งแม้แต่สื่อปัจจุบันเอง ยังแทบไม่ลำบากหยิบยกมานำเสนอเสียแล้ว

ชิบาโทระ นำเสนอเรื่องราวว่าด้วยปัญหาในรูปแบบต่างๆ ที่หยั่งรากลึก และพัฒนาไปในทิศทางที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหายาเสพย์ติด / ความรุนแรงภายในบ้าน / ข่มขืนกระทำชำเรา / ธุรกิจผิดกฎหมาย และอาจขยายไปถึงขั้นเป็นคดีฆาตกรรม !

 

ตัวเรื่องราวนำเสนอปัญหาที่ทั้งน่ารังเกียจและน่าเศร้าเหล่านั้น ในรูปแบบคดีสืบสวนไล่ล่า ที่แม้จะมีการใส่องค์ประกอบดราม่าเร้าอารมณ์ และสร้างตัวละครที่เต็มไปด้วยอดีตสะเทือนใจไปมากมาย ให้เหมาะกับรูปแบบของเรื่องแต่ง...แต่ใจความหลัก ที่พยายามอธิบายบ่อเกิดของปัญหาสังคม (ที่มักโฟกัสไปตั้งแต่สภาพแวดล้อมภายในบ้าน) และรูปแบบเฉพาะในการก่อคดีของเหล่าเด็กน้อยได้อย่างชัดเจนครบถ้วน ดังเช่น ลักษณะการจับกลุ่มก้อน ร่วมมือกันก่ออาชญากรรม /การวางโครงสร้างที่มีผู้นำ และมันสมอง ไว้เป็นแกนหลักในการกลับมารวมตัวในภายหน้า / การหาช่องโหว่ของกฎหมาย นำเด็กมาทำการค้าอย่างไม่ตรงไปตรงมา เป็นต้น

ความรู้สึกแรกที่เห็น ผู้อ่านอาจเข้าใจว่า ชิบะโทระ เป็นการ์ตูนแอคชันสืบสวน ทั้งบู๊ระห่ำ สลับฮาสะบัดอย่างเหนือธรรมชาติ เช่นเดียวกับไซโคเมทเรอร์ เอย์จิ...แต่ที่จริงแล้ว นี่เป็นความพยายามอย่างมากของผู้เขียน ที่จะนำเสนอปัญหาที่จริงจังและตึงเครียด ให้ออกมาในรูปแบบที่อ่านง่าย เข้าถึงง่าย และได้รับความบันเทิงไปด้วยนั่นเอง

จะเห็นได้จากว่า องค์ประกอบหลายๆอย่าง แม้จะมีการจงใจให้ดูเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ ดังเช่นความสามารถพิเศษอีกอย่างของพระเอกของเรา ว่าด้วยการมองเห็น "เงื้อมมือ" แห่งยมฑูต ที่จะวนเวียนอยู่รอบกายของผู้ที่อยู่ใกล้ความตายนั้น...ก็เป็นเพียงองค์ประกอบที่นำมาสร้างความประทับใจแรกเห็น ให้ตัวเนื้อหาดูมีความหวือหวามากขึ้น ก่อนที่จะค่อยๆลดบทบาทลงไปจากเรื่องในที่สุด

 

กล่าวโดยสรุป ชิบะโทระ เป็นผลผลิตที่น่าพอใจ สำหรับการนำเสนอปัญหาร้ายแรงของสังคม ให้ออกมาในระดับที่เหมาะสม เพื่อเรียกร้องให้หลายๆคนหันมาตระหนักถึงเหล่าเยาวชน ว่าสามารถที่จะเป็นได้ทั้งอนาคตที่ดีงามของประเทศ ได้เท่าๆกับเป็นบ่อเกิดของสารพัดปัญหาที่จะทำลายสิ่งรอบข้างได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

ที่ผ่านมา พวกเราอาจเพียงแค่เปรยตามองข่าวอาชญากรรมตามหน้าหนังสือพิมพ์ และถอนหายใจสั้นๆ กับเหล่าเด็กน้อยที่กระทำความผิด พร้อมกับบ่นอุบอิบซักคำสองคำ ว่าเยาวชนเหล่านี้หมดทางเยียวยาบ้าง สังคมในอนาคตคงจะตกต่ำบ้าง...แล้วก็จะลืมเรื่องเหล่านี้ไปได้ในไม่นาน

...อย่างน้อยที่สุด ถ้าเราจะเริ่มมาตั้งสติ และคิดอย่างจริงจังขึ้นมาซักนิด ว่าต้นตอที่แท้จริงของผู้ก่อปัญหาเหล่านี้ มีที่มาจากไหน มีทางแก้ได้อย่างไร และเข้าใจได้จริงๆว่า การจับกุม การลงโทษ เป็นเพียงทางออกชั่วครั้งชั่วคราว ทำได้แค่ลบเหล่าเด็กน้อยให้หายไปจากสังคม...ไม่ได้เป็นทั้ง "การสั่งสอน" หรือ "ฟื้นฟู" ชีวิตของเยาวชนเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย

หากเข้าใจจุดนี้ได้ อนาคตของสังคม ก็อาจไม่ได้มืดมนอย่างที่หวั่น และเหล่าเด็กน้อย ก็สามารถจะเป็นกำลังที่เข้มแข็งของบ้านเมืองได้ในซักวัน

.

รักการมองปัญหาให้ตรงจุด

รักคนอ่านครับ @_@\

 

--------

--------------

------------------------ 

ปล. Shibatora ได้ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีย์คนแสดง ความยาว 11 ตอน และฉายไปจบแล้ว ทางช่องทีวีไทย ในชื่อ ตำรวจหน้าใส หัวใจสิงห์....ซึ่งเสียงตอบรับในทางบวก ก็เทไปที่ตัวแสดงนำ โคอิเคะ เทปเป นักร้องชื่อดังหน้าละอ่อนจนหมดสิ้น...แต่เสียงตอบรับเชิงลบ ว่าด้วยการตีโจทย์ปัญหา และตีความตัวละครไปคนละทางกับต้นฉบับ รวมไปถึงโทนของเรื่องที่เน้นไปในแนวโปกฮา ก็มีมาไม่น้อยเช่นกัน

------------------------------------ 

สรุปม้วนเดียวจบ

จุดเด่น ประเด็นที่น่าสนใจ

1. นำเสนอเรื่องราวปัญหาสังคม ให้ออกมาในรูปของหนังสือการ์ตูนที่เข้าถึงได้ง่าย

2. เลือกโจทย์ของคดีของเด็กและเยาวชนมาได้ชัดเจน เป็นคดีที่พบได้จริง และพบได้บ่อย

3. ใช้วิธีการแก้ปัญหาได้ตรงจุด ไม่ได้เล็งเป้าหมายไว้แค่เพียงการ"ค้นหา" หรือ"จับกุม"คนผิด

4. พระเอกของเรื่องมีเสน่ห์ มีมุมมองที่ไกล และเล็งเห็นต้นตอของปัญหาบนพื้นความเป็นจริง...หลุดจากสูตรสำเร็จตัวละครยุคเก่าแก่ ที่เอาแต่ยึดคุณธรรมอุดมคติอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ

5. เมื่อเรื่องดำเนินไปเรื่อยๆ มีตัวละครเพิ่มขึ้น วัตถุดิบที่จะหยิบมาใช้ก็ยิ่งมาก และความสนุกของเรื่องก็จะพัฒนาไปในทิศทางที่เข้มข้นรัดกุมยิ่งขึ้น 

*******

จุดด้อย ประเด็นที่อาจไม่ปลื้ม

1. เนื้อเรื่องที่สมจริง ย่อมต้องแลกมาด้วยความหวือหวาที่ลดน้อยถอยลง และสร้างความประทับใจแรกเห็นได้น้อยกว่าที่มีมา

2. การพยายามหยิบปัญหายากๆในชีวิตจริง มาทำให้ดูง่ายๆเป็นเรื่องแต่ง หลายครั้งก็ออกมาในแนวก้ำกึ่ง ไม่สามารถจะดึงโทนหลักไปในทางใดทางหนึ่งได้อย่างเต็มที่

3. คนที่คาดหวังเรื่องแอคชันสืบสวนแบบฮาร์ดคอร์สุดขั้ว เหมือนผลงานๆก่อนๆ ที่มีทั้งฆาตกรอัจฉริยะ อาชญากรรมสมบูรณ์แบบ หรือนักฆ่าผู้เหี้ยมโหด อาจจะต้องผิดหวัง...เพราะเรื่องนี้จะเน้นเพียงปัญหาในระดับคดีเยาวชน และคนร้ายธรรมดาสามัญ ซึ่งล้วนมีขีดจำกัดในตัวของมันเอง

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องนี้เราว่ามันก็มีเนื้อเรื่องที่ดีเลย คาแรกเตอร์ของพระเอกนี่เรียกได้ว่าผู้หญิงอ่านแล้วจะหลงรักเลยยยยย
ปล.ผู้ชายอ่านไม่รู้จะฟินเหมือนผู้หญิงอะเปล่า><

#17 By แบมบู (134.196.230.25|134.196.230.25) on 2015-08-12 21:43

thank you kubopen-mounthed smile

#16 By ดูหนัง (1.46.189.3) on 2010-10-06 22:14

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile question embarrassed surprised smile wink cry cry double wink wink

#15 By เเรน (183.89.162.145) on 2010-06-02 18:54

big smile open-mounthed smile confused smile

#14 By โหลดเพลงใหม่ (125.25.237.146) on 2010-02-10 19:39

อ่านอยู่เหมือนกันคะ
ชอบสนุกดี
แต่ฉบับคนแสดง มันไม่ได้เลยจริงๆคะsad smile

#13 By aerith-chan on 2009-09-04 16:12

ยังไม่เคยอ่านครับ แต่น่าสนใจดี

เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุใดผู้แต่งจึงเลือกที่จะใช้ "คดีเด็กและเยาวชน" มาเป็นแก่นดำเนินเรื่อง ทั้งที่ในความเป็นจริง จำนวนคดีเด็กและเยาวชน กับคดีผู้ใหญ่ทั่วไปก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ความยากลำบากในการสืบค้นข้อมูลตลอดจนการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษก็นับว่ายากพอๆ กัน การตอบคำถามข้อนี้คงต้องมองเพิ่มเติมว่า คดีเด็กและเยาวชนมีความหมายต่อการดำเนินเรื่องอย่างไรบ้าง สื่อเร้าให้สะเทือนใจมากน้อยเพียงไร ?

ยังไม่รู้ และตอบไม่ได้ จนกว่าจะได้อ่านเรื่องนี้จริงๆ

...

ปล. เคยฟังเพลงเทปเป้ตั้งแต่ยังเป็นสมาชิกวงวัตโตะ พอแยกออกมาร้องเดี่ยวแล้วไม่ค่อยได้ติดตามผลงานเลย...

#12 By รัตนาดิศร on 2009-09-03 22:30

ซื้ออ่านอยู่เลยครับ

เคยดูแบบ TV หนหนึ่ง ไม่สนุกเลย...

#11 By Elta_kung on 2009-09-01 16:56

ชอบมาตั้งแต่ไซโคเมทเรอร์ เอย์จิแล้วค่ะ confused smile

เห็นชื่อซื้อทันที 55

ไม่ได้ดูฉบับหนังเลยค่ะ รู้สึกว่า ยังไงการ์ตูนก็สนุกกว่า

#10 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-08-31 22:36

เรื่องนี้อ่านเหมือนกัน แต่ไม่ได้ตามติดอ่ะ เพราะรู้สึกว่าการนำปัญหาสังคมหนัก ๆ มาเล่าในรูปแบบทีเล่นทีจริงโดยมีตัวเอกรูปร่างหน้าตาไปทางเด็กน้อย...มันดึงอารมณ์ร่วมไม่ค่อยได้เท่าที่ควรอ่ะนะ

แต่อย่างไรก็ตาม, เราก็อดชื่นชมแนวคิดของผู้เขียนท่านนี้ไม่น้อยที่พยายามกระตุ้นเตือนให้คนในสังคมได้ฉุกคิดว่าการแก้ปัญหาในสังคมให้ได้ผลบางครั้งก็ต้องทำอะไรที่มากกว่า "การลงโทษ"

#9 By Highwind on 2009-08-31 21:44

เรื่องนี้ดีนะครับ ต่อยอดจากแนวสืบสวนทั่วๆ ซึ่งมุ่งจะตอบปัญหาว่า "ใครทำ" (เหมือนอย่างไซโคเมทเรอร์ เอย์จิ) แต่เรื่องนี้กลับเลือกถามคำถามที่น่าสนใจกว่าเยอะ และละเอียดอ่อนกว่ากันมากๆ อีกทั้งยังดูใกล้เคียงกับโลกแห่งความเป็นจริงมากกว่าคุนิมิตสึซึ่งเป็นผลงานชิ้นล่าสุด

ชิบาตะ เป็นตัวแทนของ "วิธีการ" ที่ตรงจุดกว่า และเข้าถึงเด็กๆ มากกว่า แทนที่จะเป็นวิธีการของเหล่า "ผู้ใหญ่" ...ตัวตนที่เด็กๆ ในเรื่องต่างก็ต่อต้านและสูญเสียศรัทธาไปแล้ว

ถ้าผู้ใหญ่หลายๆ คนมองเด็กด้วยสายตาของหมวดชิบาตะได้สักครึ่งนึง ก็คงจะดีไม่น้อยครับ big smile

อ้อ เห็นด้วยกับ #2 นะครับ ที่ว่า อ.อันโด เป็นนักเขียนที่หาข้อมูล ย่อยข้ิอมูล และถ่ายทอดข้อมูลที่ได้รับมาได้หนักแน่นน่าเชื่อถือ และลงตัวมาก ถึงแม้จะปริมาณมากและละเอียดยิบขนาดไหน ก็ยังสื่อออกมาได้แบบที่ไม่รู้สึกว่าหนักเกินไป หรือถูกยัดเยียดให้เสียอารมณ์เลย

Hot! Hot! Hot!
เฮ้ยยย มาฉายที่ไทยด้วยเหรอนี่ ไม่น่าเชื่อ
แต่ว่าดูจากที่ปัดพูด(พิมพ์)เนี่ย คงไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่แฮะ

เรื่องนี่ก็เป็นอีกเรื่องนึ่งที่อ่านแล้วรู้สึกชอบ ตอนแรก นึกว่าจะเอา plot มาจากคนที่เห็นวิญญาณในเรื่อง เอย์จิ มาแต่ง แต่ที่ไหนได้

เรื่องปัญหาของเด็กและเยาวชน ก็เป็นปัญหาที่ทุกคนควรจะมองเห็น
เพราะว่า ไอ้คำว่า "เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า" เนี่ย มันจริงมากๆ เคยได้ยินผ่านจน พอมาทำงานแล้ว มองย้อนไปดู เฮ้ย เรายังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปเท่าไหร่เลย แล้ว เพื่อนเราที่รู้จัก ที่นิสัยไม่ค่อยดี ต่อยดี ค้ายา กินเหล้า มันจะเป็นยังไงบ้าง ... แล้วบ้านเมืองล่ะ ......แล้วเราจะช่วยกันแก้ปัญหากันยังไงดีล่ะครับ sad smile

#7 By Trader Path on 2009-08-31 21:15

สำหรับเรื่องนี้ นับถือคุณตำรวจ...ชิบาตะน่ะค่ะ เพราะว่าเป็นคนที่ 'มอง' ผู้ที่มีปัญหาในทางที่ 'ดี' ที่สุด และพร้อมที่จะ 'เชื่อ' พวกเขาอย่างเต็มเปี่ยม และพร้อมที่จะ 'ช่วย' ทุกวิถีทาง ซึ่งคงหาได้ยากในเรื่องจริง
จนบางทีอ่านไปก็ต้องอุทานว่า เฮ้ย จะเชื่ออะไรขนาดนั้น ก็มีเหมือนกันค่ะ เหอ ๆ
นับถือคนเขียนเช่นกันค่ะ

ปล.อยากดูซีรีส์นี้เหมือนกันค่ะ แต่เสียดายที่ไม่ได้เปิดไปสักที พอคิดอยากจะดูมันก็อวสานไปซะละ แย่จริง...= ="

#6 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2009-08-31 20:50

ชอบคนเขียนคนนี้ครับ ตั้งแต่เอย์จิละ big smile

#5 By Akara_gat on 2009-08-31 20:13

เป็นซีรีส์ที่ผมยังซื้ออยู่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ครับ แต่ละตอนแรงได้ใจมาก และครอบคลุมแต่ละฝ่ายละเอียดสุดๆ อวสานเมื่อไรกะทำรีวิวแน่นอนครับ
(จะว่าไป คุนิมิตสึ ผมทำรีวิวได้ 3 เอนทรี จากนั้นก็ดองยาว sad smile )

#4 By chubby on 2009-08-31 20:03

ลืมบอกว่าขอให้โชคดีกับการทำงานที่กรมแพทย์ทหารเรือนะคะ นั่นก็ที่ทำงานแม่เราก่อนที่จะเกษียณออกมาล่ะ ฮ่าๆ

#3 By เมพหมี shakri on 2009-08-31 19:56

ตามมาจากพันทิปค่ะ (ฮา) เมนต์ทางโน้นไปแล้ว เลยไม่รู้จะเมนต์อะไรเกี่ยวกับชิบะโทระต่อ (ฮา)

อยากจะบอกว่าคุณ Yuma Ando เป็นคนที่เรานับถือมากคนหนึ่ง และยกเป็นต้นแบบในการทำงานเลยก็ว่าได้ค่ะ เขาหาข้อมูลอย่างตั้งใจ พยายามหาให้ได้ทุกมิติ แล้วเอามันมาทำความเข้าใจ เสร็จแล้วก็ย่อยอีกทีเพื่อใส่ในกา์ร์ตูน (หรือผลงานอื่นๆ) จนคนอ่านบริโภตง่าย นับถือจุดนี้มากจริงๆ (เพราะบางคนมีข้อมูลดิบแต่ย่อยไม่เป็นค่ะ อ่านนิยายหรือมังงะทียังกะอ่านเทกซ์)

เวลาเขาเขียนบทโทรทัศน์ก็ยังมีกลิ่นงานแบบเอย์จิ คุนิฯและชบิโทระอยู่นะคะ อย่างเรื่อง HERO ที่ คิมูระ ทาคุยะเล่น เป็นอัยการแกะดำ ที่ไม่จมม.ปลาย นั่นก็เขียนงานได้สมกับเป็นเขาดีค่ะ ส่วนล่าสุดที่จบไปก็เรื่อง CHANGE เหมือนเป็นเรื่องต่อยอดจากคุนิมิตสึเลยล่ะ

ต้องยอมรับว่าตัวคุนิมิตสึเองให้ไปถึงนายกฯ คงยาก กว่าจะแก้ปัญหาเรื่องจบป.ตรีได้ แกคงเอาไปต่อยอดเป็นบทละครโทรทัศน์ประวัติศาสตร์เรื่องนี้เป็นแน่ แต่ก็ยังมีกลิ่นเดิมๆ คือคนเล็กๆ คนธรรมดา ที่ก้าวเข้าไปสู่โลกของการเมือง แต่ก็ยังมีมุมมองของประชาชนอยู่...น่าสนใจมากค่ะ

ขอบคุณอีกครั้งที่เขียนรีวิวให้อ่านกัน big smile

#2 By เมพหมี shakri on 2009-08-31 19:54

ไม่เคยอ่านแฮะ แต่เรื่องราว ตัวละครน่าสนใจทีเดียว

#1 By Noar Wolkins on 2009-08-31 19:54