Dragon Quest [6] - เปิดปูม ตำนานมังกร !
posted on 20 Sep 2009 12:35 by zieghart in My-Mania.
สวัสดีเพื่อนๆครับ
การทำงานที่โรงพยาบาลทหารเรือ เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายแล้ว...บางคนบอกว่าเร็ว แต่จากมุมมองของผมเอง คิดว่าเวลามันผ่านไปช้าซะจริงๆ...สัปดาห์ก่อนหน้านี้ สนุกดีครับ ต้องมาดูคนไข้ทั้ง 7วัน และอยู่เวร 24 ชั่วโมงสามวันต่อสัปดาห์...ใครเห็นอาจจะนึกว่า เก็บตังค์แต่งงาน อะไรประมาณนั้น ^^"
บทความดรากอน เควสต์ กลับมาอีกครั้งแล้วนะครับ ตอนนั้นพักช่วงไปนานมาก เพราะผู้เขียนหยุดพักเพื่อไปหาข้อมูล(ฮา) ...จริงๆแล้ว การเขียนภาคนี้ทำผมลำบากมากทีเดียว มันเลือนลางไปจากหัวผมซะแล้ว ใช้เวลาเขียน+รีวิวความคิดนานมาก แหล่งข้อมูลก็ไม่มีเลย บทสรุปสมัยก่อนก็เพิ่งมาเห็นว่า แปลได้มั่วสะบัด...เคยเกือบถึงขั้นจะข้ามไปเขียนภาคอื่นแล้ว แต่ก็เข็นออกมาได้ในที่สุด ความยาวไม่ต้องห่วงครับ แหะๆ...
ขอให้สนุกกับการอ่านครับผม ^^/
----------
.
~ Dragon Quest Reminiscence ~
~ Part VI ~
1.
ท่ามกลางแมกไม้ที่มืดมิดและเย็นยะเยือก...เป็นที่กำลังจะปิดฉากเรื่องราวการเดินทางของคนกลุ่มหนึ่ง...แต่บางผู้อาจกล่าวว่า ที่แท้แล้ว...มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ไร้ที่สิ้นสุดก็ไม่ปาน
...ชายหนุ่มผู้นำ พร้อมกับมิตรอีกสอง กำลังรอช่วงเวลาเผชิญหน้ากับจอมมารผู้ชั่วร้าย นามมูโด้...การต่อสู้ตัดสินครั้งนี้ สำคัญมากพอที่จะปิดฉากทุกหายนะที่มีมา...หญิงสาวผมทองไม่รอช้า เป่าขลุ่ยประจำกาย เรียกมังกรยักษ์ใหญ่ พาทั้งสามบินทะยานผ่านท้องฟ้าอันดำมืด มุ่งตรงสู่ปราสาทของจอมมารผู้ชั่วช้าโดยทันที
...การเผชิญหน้ากับมารร้ายครั้งนั้น เริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่อึมครืมพร้อมปะทุ ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันทุกข์ทรมาน....และปิดฉากด้วยความเงียบสงัดที่น่าพิศวงสุดจะกล่าว...
ในที่สุด...ทุกสัมผัสก็ค่อยๆลางเลือน...ภาพที่เห็นก็ค่อยๆจางลง...และบทสรุปของเรื่องราว ก็ละลายหายไปพร้อมความทรงจำ
2.
...เป็นเวลานานนับปีผ่านพ้นมาแล้ว ที่ดินแดนแห่งนี้ ถูกรุกรานด้วยจอมมารผู้ชั่วช้า มูโด้...ทุกพื้นที่ที่กองทัพปีศาจย่างไปถึง ล้วนต้องนองไปด้วยเลือดและซากศพไม่เว้นห่าง...หากจะมีซักสถานที่หนึ่ง ที่ยังรอดพ้นจากภัยคุกคามนั้นได้ ก็อาจมีเพียงหมู่บ้านไลฟ์ก็อดอันแสนสงบสุข ซึ่งซ่อนเร้นอยู่กลางหุบเขาทึบนั่นเอง
ณ หมู่บ้านแห่งนี้ ชายหนุ่มว่าที่ผู้กล้าของเรา อาศัยอยู่กับทาเนีย น้องสาวผู้งดงามและอ่อนโยน ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันอย่างราบเรียบและมีความสุขมาแสนนาน...ความสงบเช่นนี้เอง ที่ชายหนุ่มหลงใหล และปรารถนาให้ดำรงอยู่ตลอดไป...
หากแต่เมื่อวันแห่งโชคชะตาได้มาถึง ก็ราวกับฟันเฟืองที่เคยหยุดนิ่งได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง...พระเอกของเรา ได้รับมอบหมายให้เดินทางเข้าเมืองไปพบช่างทำมงกุฎ ที่ทำหน้าที่แกะสลักเครื่องประดับชิ้นสำคัญในประเพณีบูชาเทพแห่งขุนเขา ที่ไลฟ์ก็อดจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี...แต่ระหว่างการเดินทางนั้น ด้วยอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ชายหนุ่มได้ไปพบกับนายช่างที่กำลังจะร่วงหล่นลงไปในหลุมขนาดยักษ์ ด้วยความรีบร้อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือ...ตัวเขาเอง ก็พลัดตกลงไปในหลุมมหึมานั่นเสียเอง !!!
3.
เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา ชายหนุ่มพบว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่...แต่อยู่กลางท้องทุ่งที่ไม่คุ้นเคย...ตัวเขาใช้เวลาไม่นานนัก ก็มาถึงตัวเมืองที่ไม่คุ้นตา แต่เจ้าตัวเพิ่งจะสังเกตเห็นสิ่งที่แปลกอย่างที่สุดว่า....ร่างกายของเขานั้น กลับผิดปกติไปเสียแล้ว...ตัวตนดูเลือนราง แขนขาดูโปร่งใส และไม่มีใครมองเห็นเขาเลยซักคนเดียว !
หรือเขาจบชีวิตลงไปเสียแล้ว? หรือหลุมนั้นคือทางผ่านมายังโลกหลังความตาย? แล้วทำไมทิวทัศน์หลังร่วงหล่น กลับเป็นทุ่งหญ้าท่ามกลางฟ้าคราม? ฯลฯ ท่ามกลางสารพัดคำถามที่ค้างคาใจ ชายหนุ่มเสาะแสวงหาเส้นทางผ่านบ่อน้ำและถ้ำลึก กลับมายังหมู่บ้านที่คุ้ยเคยได้สำเร็จ...
คำถามมากมายในใจยังไม่ทันได้รับคำตอบ...คำถามใหม่ก็พลันประดังเข้ามาซ้ำอีกครั้ง...ในงานพิธีของหมู่บ้าน "เทพเจ้า" จากเบื้องบน ได้ถ่ายทอดคำพูดผ่านทาเนีย ผู้เป็นคนทรงศักดิ์สิทธิ์ มาเร่งเร้าให้ชายหนุ่มออกเดินทาง เพื่อค้นหาคำตอบที่ยิ่งใหญ่ เบื้องหลังดินแดนลึกลับแห่งนั้น ซึ่งถูกขนานนามว่า "แผ่นดินมายา"...และทั้งนี้ ก็เพื่อค้นหาคำตอบที่จริงแท้ เหนือชาติกำเนิดของตัวเขาเอง !!
4.
ชายหนุ่มแบกความคับข้องใจ ลาจากน้องสาวสุดที่รัก เดินทางไปยังปราสาทเรย์ด็อก เพื่อพบราชาหนุ่มรูปงาม เจ้าของฉายา ราชาไร้หลับ...ผู้ปราดเปรื่องกล้าหาญ และเป็นกำลังหลักของเหล่ามนุษย์ในการต่อกรกับจอมมารมูโด้ ทั้งยังศึกษาเรื่องลึกลับอย่าง "แผ่นดินมายา" อย่างจริงจัง
ที่นั่น พระเอกของเราได้พบกับนักสู้หนุ่ม นักกล้ามจอมพลัง ฮัตซัน (Hassan) ที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก...ทั้งสองได้ร่วมเดินทาง และผ่านการทดสอบเป็นทหารหาญในสังกัดราชาด้วยกัน จนเมื่อได้สร้างผลงานเป็นที่น่าพอใจ ด้วยการจับม้าศึกอย่าง ฟาลชิออนได้สำเร็จ ก็ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ ในการค้นหาไอเทมในตำนาน ที่อาจจะปิดฉากศึกตัดสินกับมูโด้ ที่ยืดเยื้อมาเนิ่นนานได้สำเร็จ...ไอเทมที่สะท้อนเพียงภาพความจริงที่ไม่บิดเบือน นามว่า "กระจกแห่งรา"
5.
ระหว่างการเดินทาง ทั้งสองพลัดตกลงไปยังหลุมขนาดยักษ์อีกแห่งหนึ่ง สู่แผ่นดินมายา ดินแดนเบื้องล่างอีกครั้ง...และเช่นเดิม ไม่มีใครมองเห็นเขาทั้งสองเลยซักคน หากแต่ว่า ทั้งคู่ได้มาพบกับคนเพียงหนึ่ง ที่รับรู้การมีอยู่ของพวกเขาได้...หญิงผู้มีใบหน้าคุ้นตา ราวกับหลบเร้นอยู่ในซอกหลืบของความทรงจำ สาวงามผมสีทอง นามว่า มูริเอล (Muriel)
สาวน้อยไม่เอ่ยปากคำใดให้มากความ แต่พาชายทั้งสองไปค้นหาไอเทมผลึกแห่งความฝัน เพื่อนำกลับมาให้แม่เฒ่าพยากรณ์ ผู้เป็นยายปรุงเสก และทำให้ร่างกายของทั้งสอง ปรากฎเป็นรูปร่าง ต่อหน้าผู้คนได้สำเร็จ !
ยายเฒ่าไม่ตอบคำถามอื่นใด แต่ขอให้หลานสาวร่วมเดินทางไปด้วย และกล่าวว่า อีกไม่นาน คำตอบทั้งหมดจะมาอยู่เบื้องหน้าของทั้งสองเอง...
6.
ยิ่งภารกิจในดินแดนมายาดำเนินไป ชายหนุ่มก็ยิ่งพบกับเรื่องราวแปลกประหลาดเพิ่มขึ้นตามลำดับ...ตัวฮัตซันเอง ค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถในเชิงช่าง ถึงขนาดที่สร้างบ้านหลังเล็กได้ด้วยตัวคนเดียว...ทั้งๆที่ไม่เคยได้ฝึกฝนมาก่อน และยังมีเหตุการณ์ที่ถูกทักโดยคู่สามีภารยาที่ไม่คุ้นหน้า มากล่าวอ้างว่าเขาเป็นลูกแท้ๆ...หรือกระทั่งพระเอกของเรา ก็ยังถูกเข้าใจผิดว่า เป็นเจ้าชายแห่งเรย์ดอร์คที่หายสาบสูญไปเสียด้วยซ้ำ !!!
แผ่นดินมายา ที่ดูผิวเผิน ไม่ต่างจากโลกเบื้องบนของพวกเขา กลับกุมเรื่องราวที่แตกต่าง และปริศนามากมายที่ขบไม่ออก...ราชาไร้หลับของเรย์ดอคแห่งแผ่นดินมายานี้ ก็กลายเป็นเพียงพระราชาและพระราชินีสูงอายุ ที่หลับไหลมาตลอด จากอำนาจของมูโด้ไปเสียแล้ว !!
----
อย่างไรก็แล้วแต่...ภารกิจตามหากระจกแห่งราต้องดำเนินต่อไป ทั้งสามเดินทางไปยัง "หอคอยกระจก" ที่ซึ่งพวกเขาได้พบกับสาวน้อยบาบาร่า (Babara) ผู้ซุกซนและลึกลับ เธอเป็นอีกหนึ่งผู้ ที่มีอาการตัวโปร่งแสง เหมือนกับคนที่หลงมาจาก"โลกเบื้องบน" เช่นชายหนุ่ม...หากแต่ว่า สิ่งที่เธอสูญเสียไป ไม่ใช่เพียงแค่กายเนื้อ แต่เป็นถึง"ความทรงจำ" ที่เลือนรางยิ่งกว่าตัวชายหนุ่มและฮัตซัน...เธอจดจำสิ่งใดเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้เลย แม้แต่อย่างเดียว
มูริเอลได้ช่วยให้ร่างกายเธอกลับมาเป็นปกติ และให้บาบาร่าร่วมเดินทางไปด้วยกัน...ทั้งสี่นำกระจกแห่งรากลับไปยังดินแดนเบื้องบน เพื่อมอบให้กับราชาไร้หลับแห่งเรย์ดอค...กษัตริย์หนุ่มดีใจเหลือจะกล่าว รับกระจกวิเศษไปถือ และมั่นใจว่า การศึกครั้งนี้ จะต้องถึงบทสรุปเป็นแน่แท้
...แต่วินาทีนั้นเอง กระจกที่สะท้อนเพียงภาพความจริง กลับเปล่งแสงสาดส่องไปยังราชา และฉับพลัน ร่างกายของเขาก็เปลี่ยนไป...ราชาหนุ่มไร้หลับแห่งเรย์ดอค ได้กลายสภาพเป็นหญิงสูงอายุหน้าคุ้นตา...พระราชินีผู้หลับไหล ที่นอนนิ่งอยู่ที่เรย์ดอคของแผ่นดินมายาเบื้องล่างนั่นเอง !!
7.
ท่ามกลางความสับสนของคนทุกผู้ ราชินีกล่าวเพียงว่า ราชาไร้หลับนั้น ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง เป็นตัวของเธอนั่นเอง...และที่ยิ่งกว่านั้น จอมมารมูโด้ที่กำลังรุกรานโลกเบื้องบนแห่งนี้...ที่แท้จริงแล้ว ก็คือพระราชาแห่งเรย์ดอค พระสวามีของเธอ ที่เราเคยเห็นหลับไหลอยู่ข้างเคียงกัน !!!
พระราชินีขอพักทุกคำถามไว้ และให้คณะเดินทาง รีบมุ่งไปกำจัดมูโด้...จนเมื่อถึงวินาทีเป็นตาย จอมมารมูโด้กำลังจะพ่ายแพ้ลง มันร่ายคาถาลวงตา พร้อมจะหลบฉากไปเช่นทุกที...ผู้กล้าใช้กระจกแห่งราโดยไม่รอช้า เผยร่างจริงของจอมมารมูโด้ ว่าเป็นพระราชาแห่งเรย์ดอคอย่างที่กล่าวไว้จริงๆ
...จอมมารสิ้นสูญไปแล้ว...โลกเบื้องบนกำลังจะเข้าสู่ความสงบสุข แต่ทุกคนรู้ว่า ปัญหายังไม่จบสิ้น...เมืองเรย์ดอคที่นี่ ไร้ซึ่งผู้ปกครองไปเสียแล้ว...คณะเดินทางได้ลงไปยังโลกเบื้องล่าง เพื่อเข้าพบพระราชาและพระราชินีแห่งเรย์ดอคของแผ่นดินมายา พร้อมกับได้รับฟัง"ความเป็นจริง" เบื้องหลังนามเรียกขานอันไม่น่าพึงใจนี้ในที่สุด
"โลกเบื้องล่าง - แผ่นดินมายา" แห่งนี้ โดยแท้แล้ว มันคือ "โลกแห่งความเป็นจริง" ที่ซึ่งจอมมารมากมาย นำโดยมูโด้ ได้ยาตราทัพปีศาจร้าย รุกรานผู้คนมานานนับปี....
และโลกเบื้องบน ที่ชายหนุ่มจากมา หากจะกล่าวอย่างตรงไปตรงมาแล้ว มันก็คือ "โลกแห่งความฝัน"...เป็นดินแดนคู่ขนาน ที่เป็นศูนย์รวมของความฝัน ความหวัง และความปรารถนาของผู้คนจากโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเอง !!!
----------
*: Realms of Reverie
...พลังอันกล้าแข็งที่มนุษย์ทุกผู้ครอบครองไว้ และเหล่าปีศาจได้แต่เพียงริษยา ก็คือสิ่งที่เรียกว่า "ความฝัน" ซึ่งเป็นทั้งบ่อเกิดของความกล้าหาญ ความรัก และแรงบันดาลใจ...สิ่งที่ตกผลึกมาจากความปรารถนาที่แรงกล้าเหล่านั้น ก็คือ"กายจิต"ที่ก่อเป็นรูปร่าง อาศัยอยู่ที่ "โลกเบื้องบน-โลกแห่งความฝัน" ในฐานะของอีกชีวิตหนึ่งนั่นเอง
ในโลกแห่งความฝัน ลูกชายช่างไม้ผู้เบื่อหน่ายอย่างฮัตซัน ก็กลายมาเป็นนักเดินทางเร่ร่อนที่ทรงพลัง
พระราชาที่หมายครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่เพื่อพิชิตทุกศัตรูร้าย ก็กลายมาเป็นจอมมารตัวฉกาจไปเสียเอง
พระราชินีที่ต้องการทั้งเวลาและพลังชีวิตที่ล้นเหลือมาช่วยผู้คน ก็กลายมาเป็นพระราชาหนุ่มผู้ไร้ซึ่งการนอนหลับ..
ฯลฯ
ทั้งหลายเหล่านี้ คือพลังที่ยิ่งใหญ่ของความฝัน ซึ่งสามารถมอบ"ความเป็นไปได้"อันไร้สิ้นสุดให้กับผู้คน...นี้เอง คือสิ่งที่จอมมารทุกตนแสนหวาดกลัว และหวังจะครอบครองมา โดยการเล่นสนุกกับผู้คนในโลกแห่งความฝัน ทั้งกัดกิน ทั้งสังหาร และชิง"พลังแห่งฝัน"อันยิ่งใหญ่นี้ ไปจากพวกเขาในที่สุด !!
8.
ตัวต่อหลายๆชิ้นๆ ค่อยๆถูกจัดเรียงลงไป ในหัวใจที่เต้นระรัวของชายหนุ่ม...เขาค่อยๆนึกได้แล้วว่า เรื่องราวทั้งหลายนั้น เป็นมาเช่นไร...สิ่งที่มูริเอลปิดปากเงียบมาตลอดการเดินทาง...คือเรื่องราวการต่อสู้ของตัวเขา ฮัตซัน และสาวน้อย ที่เคยเผชิญหน้ากับจอมมารมูโด้ตัวจริงมาเมื่อก่อนหน้า
ทั้งสามเคยเข้าต่อสู้อย่างมุ่งมั่น และพบว่าพลังแห่งความมืดนั้นยิ่งใหญ่เกินจะกล่าว...มูโด้ใช้พลังตรึงทั้งสามไว้อย่างไร้ทางสู้ สาปเพื่อนพ้องให้กลายเป็นหิน และซัดชายหนุ่มจนสิ้นสภาพไป...ร่างจิตใจของฮัตซันและมูริเอล ไปปรากฎตัวอยู่ที่โลกแห่งความฝัน...สำหรับชายหนุ่มเองก็ไม่ต่างกัน...ร่างเนื้อของเขา หายสาบสูญไปตั้งแต่ศึกครั้งนั้น...สิ่งที่เหลือไว้ ก็มีเพียงความหวาดกลัวต่อการต่อสู้ ความหวาดหวั่นที่จะสูญเสีย และความโดดเดี่ยวที่ไร้สิ่งพึ่งพิง...
ร่างจิตของผู้กล้า ก่อเกิดขึ้นที่โลกแห่งความฝันเบื้องบน...ในดินแดนกลางขุนเขา ไลฟ์กอด ที่ซึ่งเต็มไปด้วยความสงบสุข ไร้ซึ่งการต่อสู้ รายล้อมด้วยผู้คนมากมาย และน้องสาวผู้น่ารักและอ่อนโยน ตัวแทนของน้องสาวที่แท้จริง ที่ชายหนุ่มสูญเสียไปตั้งแต่วัยเยาว์นั่นเอง..."ตัวเขา" ในตอนนี้ เป็นผลผลิตที่ได้จากความอ่อนแอในจิตใจของร่างเนื้อ ที่แม้ปัจจุบัน ก็คงยังวิ่งหนีหายนะที่คุกคามโลกใบนี้ โดยไม่ทำอะไรเลย !!!
9.
แม้ราชาและราชินีแห่งเรย์ดอค จะอยากให้ระลึกได้ในทันทีว่า ผู้กล้าของเรา เป็นลูกชายที่แท้จริงของพวกเขา และเป็นเจ้าชายผู้ชอบธรรมของเรย์ดอค ซึ่งกล้าหาญพอที่จะไปเผชิญหน้ากับจอมมารด้วยตัวเอง ในยามที่พวกเขาถูกคำสาปให้หลับไหล...แต่ดูท่าว่า ผู้กล้าจะยังไม่ยอมรับในตัวตนของตัวเอง และสิ้นหวังกับความอ่อนแอของร่างเนื้อ...ทั้งสองจึงให้ชายหนุ่มออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อค้นหาตัวต่อชิ้นสุดท้ายด้วยตัวเอง...และเผชิญหน้ากับจอมมารมูโด้ รวมทั้งจอมมารคนอื่นๆ ที่ก่อการร้ายอยู่ทั่วทุกมุมของโลก ภายใต้คำสั่งของจักรพรรดิปีศาจ...ราชาฝัน เดธตามัวร์ !!!
ผู้กล้าได้ออกเดินทางไปยังเผ่าศักดิ์สิทธิ์เกนโด้ (Gent) และได้ผูกมิตรกับจอมเวทย์ผู้แข็งกล้า จาโมโร่ (Chamoro) จนได้รับเรือใบเวทย์ แล่นไปยังปราสาทที่แท้จริงของจอมมารมูโด้ได้ในที่สุด
ฮัตซันได้พบกับร่างเนื้อของตัวเองที่ถูกสาปเป็นหิน และได้หลอมรวมกายจิตเข้ากับกายหยาบ เรียกความทรงจำและความสามารถแต่ดั้งเดิมออกมา...การต่อสู้กับมูโด้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แต่ราวกับประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย...จอมมารตรึงทุกคนไว้ด้วยพลังอันแข็งกล้า...และใช้เวทย์ชั่วร้ายเข้าจู่โจม ซัดคณะผู้กล้าของเรา กระเด็นกลับไปยังโลกแห่งความฝันอีกหน !!!
แต่ครั้งนี้ ชายหนุ่มไม่ยอมพ่ายแพ้อีกต่อไป กระจกแห่งราเปล่งแสงออก ภาพความฝันค่อยๆเลือนหายไป ชายหนุ่มบอกลาน้องสาวสุดที่รัก และพุ่งกลับมายังโลกแห่งความจริงพร้อมกับเพื่อนพ้อง ก่อนร่วมแรงกัน กำจัดจอมมารมูโด้ได้ในที่สุด
*: Dark Emperor
จักรพรรดิปีศาจ เดธตามัวร์ ผู้เป็นราชาแห่งความฝัน หมายจะกัดกินความฝันมากมายของเหล่ามนุษย์ ที่ล้วนทรงพลังและไร้ขีดจำกัด แต่อีกเหตุผลสำคัญก็คือ เพื่อขจัดเสี้ยนหนามที่อาจก่อการเหนือความคาดหมายของตนได้นั่นเอง...เพื่อการนั้น จอมมารทั้งสี่ ลูกน้องคนสนิทของเดธตามัวร์ จึงถูกส่งไปรุกรานดินแดนต่างๆ และผนึกสถานที่สำคัญทั้งหลายไว้ ไม่ให้ปรากฎแม้แต่ในโลกแห่งความฝัน
มูโด้ ผนึกวิหารดาร์มา สถานที่ถ่ายทอดคำสอน และทักษะแห่งสายอาชีพทั้งปวง
จามีราส ผนึกปราสาทราชาเหรียญเล็ก ที่เก็บสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์อันล้ำค่าและทรงพลัง
กราคอส ผนึกเมืองเวทย์คาลเบอร์โรนา บ่อเกิดแห่งมหาเวทย์มาดันเต้ ที่ทำลายทั้งภาพฝันและความจริงให้แหลกเป็นจุล
และสุดท้าย ดูรัน ผนึกปราสาทลอยฟ้า สถานที่ที่รวบรวมเหล่านักรบจากทั่วแผ่นดิน และเป็นเส้นทางเดียว ที่เชื่อมต่อไปยังวิหารแห่งอาชาสวรรค์...พาหนะเพียงหนึ่ง ที่จะเดินทางสู่โลกแห่งความมืด...ที่กบดานของจักรพรรดิเดธตามัวร์ !!!
----------
10.
หลังจากกำจัดจอมมารไปที่ละคน พวกเขาก็สามารถค้นพบชาติกำเนิดของบาบาร่า ว่าเป็นร่างจิตที่สืบทอดสายเลือดของนักเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองคาลเบอร์โรน่าแล้ว เธอก็ได้เรียนรู้มหาเวทย์มาดันเต้...พลังที่ไร้ขีดจำกัดซึ่งมารร้ายหวาดกลัวเป็นที่สุดมาได้สำเร็จ...ภาพสุดท้ายของการเดินทาง ก็ดูจะชัดเจนขึ้นตามลำดับ
...และแล้ว ผู้กล้าของเรา ก็ได้มาพบกับ"กายหยาบ" หรือร่างเนื้อของตัวเองซึ่งเฝ้าค้นหามานาน ในเมืองไลฟ์กอดแห่งโลกจริงนั่นเอง...หากจะบอกว่า ความกล้าหาญและมุ่งมั่น สถิตอยู่กับร่างจิตที่ไร้ซึ่งพลังเช่นเขาแล้ว...พละกำลัง และความสามารถ ก็มาอยู่กับร่างเนื้อ ที่ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ และเต็มไปด้วยความหวาดกลัวคนนี้นี่เอง
เมื่อครั้งที่พ่ายแพ้ต่อมูโด้ ร่างเนื้อของพระเอก ได้ซมซานมาถึงกลางเขา และได้พบกับทาเนีย สาวน้อยผู้โดดเดี่ยวที่ปรารถนาจะมีพี่ชายเสมอมา...ทั้งสองจึงอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมาตลอด...แต่ครั้งนี้ เมื่อร่างจิตได้เดินทางมาถึง และเรียกสติให้ร่างต้นเช่นเขา กล้าที่จะก้าวเดินต่อ เพื่อทำเป้าหมายเดิมให้บรรลุเสียที...ชายหนุ่มจึงรู้สึกตัว และตัดสินใจหลอมรวมกับร่างจิต กลายมาเป็นเจ้าชายแห่งเรย์ดอค-ผู้กล้าที่สมบูรณ์อีกครั้ง พร้อมกับเรียกขานเวทย์ประจำตัว สายฟ้าจากฟากฟ้า "ไรดีน" ได้สำเร็จ
11.
จอมมารคนสุดท้าย อาศัยอยู่ที่โลกแห่งฝัน พร้อมผนึกปราสาทลอยฟ้าขนาดมหึมาเอาไว้อย่างแน่นหนา...ปราสาทอันเป็นที่สถิตแห่งกายจิต ของเหล่านักรบที่รวบรวมมาจากทั่วแผ่นดินแห่งความเป็นจริง...แม้ในยามนี้ สถานที่แห่งนี้ จะถูกยึดครองโดยเหล่ามอนสเตอร์นับไม่ถ้วน จนได้รับฉายาว่าเป็นปราสาทนรก...หากแต่โดยแท้แล้ว ย่อมไม่อาจบดบังความศักสิทธิ์ ที่สั่งสมมาแต่หนหลัง ในชื่อที่รู้จักโดยทั่วกันว่า "ปราสาทนภา" นั่นเอง !!
ทว่า การจะเข้าถึงปราสาทนภาได้นั้น จำเป็นจะต้องรวบรวมเซตอุปกรณ์ในตำนาน ที่สืบทอดมาจากยอดนักรบแต่กาลก่อนให้ได้จนครบทั้งสี่ชิ้น...โดยไม่รอช้า คณะผู้กล้าของเราออกเดินทางท่องโลก เพื่อค้นหามรดกตกทอดจากเหล่าวีรชนคนกล้าโดยทันที...
ดาบแห่งราเมียส ที่ผนึกอยู่กลางขุนเขาหิมะอันหนาวเน็บ
โล่แห่งสฟีด้า ที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ถ้ำลึกไร้สิ้นสุด
เกราะแห่งออโก้ ที่หลงเหลืออยู่ในเมืองที่ถูกเพลิงนรกแผดเผา
หมวกแห่งเซบาส ที่ถูกเก็บรักษาไว้โดยราชาต้องสาป
และแล้ว อุปกรณ์แห่งตำนาน ก็ถูกวางบนแท่นบูชา...คณะผู้กล้า เรียกขานปราสาทนภาจากโลกแห่งฝันมาได้สำเร็จ และขึ้นไปเผชิญหน้ากับจอมมารดูรันโดยไม่รอช้า !
12.
...ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา มีนักรบคนกล้าอีกหนึ่ง ที่คณะเดินทางได้พบเจอเป็นระยะ ทั้งปะทะ ทั้งแข่งขัน ทั้งช่วงชิง...นักดาบมากฝีมือ นามเทอรี่ (Terry) ซึ่งมักจะก้าวนำผู้กล้าของเราไปหนึ่งก้าวเสมอ...ตัวเทรี่เอง ปรารถนาความแข็งแกร่งเป็นที่สุด ทั้งดิ้นรนแสวงหาทั้งพลัง และยุทโธปกรณ์ทั้งหลาย ให้ได้มาซึ่งความสามารถที่จะปกป้องคนสำคัญได้ ไม่ให้ตัวเองต้องสูญเสียใครไป เหมือนที่เคยพรากจากพี่สาวของตนเมื่อครั้งเยาว์วัย
ความกระหายนั้น นำพาเทอรี่มายังปราสาทนภา และถูกครอบงำโดยพลังด้านมืดของดูรัน...ผู้กล้าของเรา จำต้องต่อสู้กับเทรี่ และเรียกสติกับความทรงจำของเขากลับคืนมา ว่าเป็นเพียงเด็กน้อยผู้โดดเดี่ยว ที่ใช้ความพยายามอย่างมากในการเติบโตด้วยตัวคนเดียว...ตั้งแต่เมื่อครั้งพรากจากพี่สาวสุดที่รัก...มูริเอลนั่นเอง !!
เรื่องราวแต่หนหลังกลับคืนสู่ทั้งสอง พี่น้องได้พบกันอีกครั้ง คณะเดินทางได้เข้าปะทะกับดูรัน และปลดปล่อยปราสาทแห่งนภา ผนึกสุดท้ายได้สำเร็จ
13.
แผนการที่ดูรัดกุมและรอบคอบของเดธตามัวร์ ถูกผู้กล้าทำลายจนหมดสิ้น ทั้งหมดเดินทางไปยังหอคอยเปกาซัส พร้อมกับปลุกความทรงจำที่หลับไหลของฟาลซิออน...อาชาสวรรค์ลืมตาตื่น สยายปีกขาว ทะยานไปสู่โลกปีศาจโดยทันที !!
โลกปีศาจ มืดมนและหม่นหมองสมชื่อ...ที่แห่งนี้ เป็นที่รวมของเหล่าผู้ที่ถูกกัดกินความฝันไปจนสิ้น ไร้ซึ่งความหวังและแรงบันดาลใจใดๆ ได้แต่จ่อมจมอยู่ท่ามกลางความสิ้นหวัง ตัณหา และความโศกเศร้า
ผู้กล้าได้เข้าปฏิวัติ ปลดปล่อยวิญญาณทั้งหลายจากความมืด และเข้าเผชิญหน้ากับจักรพรรดิเดธตามัวร์ ราชาแห่งความฝันโดยทันที !!
การเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย ที่เล่นสนุกกับความฝันและความหวังของผู้คน กำลังจะเริ่มต้นขึ้น โลกทั้งสามกำลังสั่นคลอน...บทสรุปสุดท้าย ของการเดินทางคู่ขนาน ระหว่างร่างกายกับจิตใจ มาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว !!
~ Dragon Quest 6 ~
~ Fin ~
*: Missing Piece
ดราก้อน เควส 6 "แผ่นดินมายา" เป็นการปิดฉากไตรภาคแห่งนภาลงโดยสมบูรณ์...หากดูเพียงผิวเผินแล้ว ดูจะเป็นเนื้อเรื่องที่แตกแขนงแยกย่อยออกมา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสองภาคก่อนหน้าเสียเลย
แต่ที่แท้แล้ว ตลอดทั้งเรื่อง ได้สอดแทรกเบาะแสที่สำคัญ ที่บ่งชี้ให้เห็นว่า ภาคสุดท้ายนี้เอง ที่มาทำหน้าที่เป็นกรอบที่สำคัญยิ่ง และเป็น"จุดเริ่มต้น" แรกสุด ของตำนานผู้กล้าแห่งนภา ว่าหมายถึงผู้กล้าแห่งดรากอน เควส 6 คนนี้นี่เอง !!
...เซตอุปกรณ์ในตำนานทั้งสี่ใน DQ6 มีความเป็นมาและระบุเจ้าของอย่างชัดเจน...การที่มันมีพลังในการเปิดเส้นทางสู่ปราสาทนภาจากฟากฟ้า ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า อุปกรณ์เหล่านี้นี่เอง ที่ภายหลังถูกเรียกขานตามชื่อตัวเอกของเรา (ผู้ปลดปล่อยปราสาทลอยฟ้า และรั้งตำแหน่งผู้กล้าแห่งนภา) จนถูกตั้งชื่อใหม่ว่า "เซตอุปกรณ์แห่งนภา" ที่ผู้เล่นคุ้นหูมาตลอดภาคก่อนหน้า (เป็นรูปแบบการถ่ายทอดเรื่องราว เช่นเดียวกับที่อุปกรณ์ในไตรภาคโรโตะ ถูกเปลี่ยนชื่อตามผู้กล้าใน DQ3)
----------
ปราสาทแห่งนภา เป็นสถานที่แห่งเดียวกับสองภาคก่อน ซึ่งผู้ปกครอง ณ ตอนนี้ เป็นราชาแห่งนภาที่เราไม่คุ้นตา...หากแต่ที่ชั้นใต้ดินของปราสาท จะมีผู้เฝ้า "ไข่" ใบยักษ์อยู่...ราชาแห่งนภาได้กล่าวว่า สิ่งนี้คือ"ความหวัง" ที่จะสืบทอดอนาคตของชาวนภา ที่เป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งความฝันทั้งปวง...ในฉากจบสุดท้ายของเกมส์ ไข่ใบนี้ได้แตกออก และแสงจ้าก็สาดส่องออกมา พร้อมกับรอยยิ้มของผู้คนที่มีต่อ"ความหวังใหม่" ที่กำลังจะมาถึง...และเรื่องราวก็จบลงตรงฉากนี้
ผู้เล่นจำนวนมาก เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า จากไทม์ไลน์ที่เกิดก่อนหน้า รูปฉากที่สอดคล้อง แล้วก็ตำนานเรื่องเล่าทั้งหลายนั้น...สิ่งที่ฟักจากไข่ใบใหญ่นั้น ก็คงมิใช่อื่นใด นอกไปจาก "มาสเตอร์ดราก้อน" (Zenith Dragon) ผู้ปกครองปราสาทนภา ผู้กำจัดปีศาจสุดยอดสิ่งมีชีวิตที่ก่อภัยพิบัติ และผู้นำทางแก่ผู้กล้าของดราก้อน เควส 4 และ 5 ในอนาคตนั่นเอง !!
ด้วยทฤษฎีสนับสนุนที่ชัดเจน ทำให้มุมมองนี้ ถูกยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ชิ้นส่วนสุดท้ายที่ขาดไป ก็คือ"การยืนยัน" จากผู้สร้าง ที่ไม่ได้ให้มาอย่างตรงไปตรงมาเหมือนคราว DQ3...ทำให้ผู้เล่นต่างคาดหวังว่า การรีเมคครั้งสำคัญ ที่ลงให้กับเครื่องเกมส์ Nintendo DS นี้ จะตอบปัญหาที่ค้างคามากว่า 14 ปี และปิดฉาก "ไตรภาคแห่งนภา" ได้สมบูรณ์เสียที
*: System
ระบบต่างๆใน DQ6 ได้ยิบยก และตัดทอนจากภาคก่อนๆไปหลายอย่าง...มาครั้งนี้ เราไม่มีระบบกลางวัน-กลางคืน แบบภาคก่อนหน้าอีกแล้ว แต่จะใช้การนำเสนอเรื่องราวชีวิตของคนในโลกแห่งความจริง-โลกแห่งความฝันแทน ซึ่งจุดนี้ เป็นจุดที่สนุกอีกจุดหนึ่งของภาค...การที่เราได้พบเจอเหล่าชาวบ้าน ที่เป็นตัวละครประกอบในโลกความเป็นจริง ได้พูดถึงความฝันของตัวเองในแง่มุมต่างๆ ว่าฝันอยากเป็นยังงั้น ฝันอยากทำอย่างนี้...หลายคน เราจะได้มาพบ"ร่างจิต" ของพวกเขา ในโลกแห่งความฝัน และพบว่า กลายเป็นคนอย่างที่ฝันไว้จริงๆ...เป็นมุขยิบย่อย แสดงความละเอียดอ่อนในการวางบทตามสไตล์ DQ ได้เช่นเดิม
ส่วนระบบหลัก ใหม่สด ที่เป็นจุดขายสำคัญ และเรียกเสียงชื่นชมมากที่สุด ก็เป็น " Class System" หรือระบบอาชีพอันลือลั่น...จากเมื่อครั้งแรกเปิดตัวในภาค 3 ที่เปิดโอกาสให้เราเลือกอาชีพของเพื่อนร่วมทางได้อย่างอิสระ ก่อนที่จะค่อยๆพัฒนาความสามารถไปตามสายอาชีพ มาครั้งนี้ เราจะสามารถใช้ตัวละครตัวเดิม ผสมผสานหลายๆอาชีพ ที่เรียนรู้จนถึงระดับสูงสุดแล้ว มาทำให้เกิดเป็น'อาชีพใหม่' ที่แกร่งขึ้นไปอีกระดับ ให้เลือกเรียนรู้ได้ หรือที่เรียกว่า Hybrid Class นั่นเอง !
จากอาชีพพื้นฐานเช่น นักรบ นักเวทย์ นักกังฟู ขโมย ก็สามารถค่อยๆพัฒนา สั่งสมความสามารถ กลายเป็นอัศวินพาลาดิน นักรบเวทย์ จอมปราชญ์ ซูเปอร์สตาร์ หรือกระทั่งเป็น "ผู้กล้า" ได้ในที่สุด !
มินิเกมส์ยิบย่อย ก็ยังคงพบได้ทั่วไป ทั้งคาสิโน การสะสมเหรียญเล็ก ลานประลองสไลม์ และการประกวดความงาม ที่เป็นการประชันระดับความดูดี มีสไตล์ของตัวละครกันนั่นเอง
...และที่ลืมไม่ได้ ก็คือนี่เป็นภาคแรกของซีรีย์ ที่ตัวละครศัตรู มีอนิเมชัน ขยับได้อย่างจริงจัง !!
*: After Ending
ในฉากจบสุดท้าย จะตัดไปมา แสดงเรื่องราวของเพื่อนพ้องแต่ละคนของเรา แต่จะมีความลับซุกซ่อนอยู่ เมื่อฉายไปถึงตัวเทอรี่ ที่พบกับ"แสงลึกลับ" บางอย่างในถ้ำที่ผู้เล่นคุ้นตา...หากเปิดเซฟมาใหม่ และกลับไปค้นตรงจุดนั้น จะพบกับไอเทมพิเศษ ในการเปลี่ยนเป็นอาชีพสุดยอดอันสุดท้าย "Metal Bubble" หรือก็คือ อาชีพสายเมทัลสไลม์ที่สุดยอดแข็งแกร่ง และคนในยุคนั้น คุ้นเคยกับชื่อไอเทม "จิตฮาคุเร" นั่นเอง
ที่ใต้ดินวิหารดาร์มาซึ่งเอาไว้เปลี่ยนอาชีพ จะมีห้องลึกลับห้องหนึ่ง เต็มไปด้วยโคมไฟจำนวนมาก...ที่หากผู้เล่นเรียนรู้อาชีพต่างๆให้เติบโตไปถึงระดับหนึ่ง โคมไฟก็จะติดขึ้นทีละดวงๆ...และเมื่อผู้เล่นได้เรียนรู้อาชีพเมทัลสไลม์ที่ได้มาอันสุดท้ายนี้จนสำเร็จ...ไฟโคมสุดท้ายก็จะติดขึ้น เปิดทางสู่ดันเจียนลับ หลังจบเกมส์ในที่สุด !!
----------
เราจะฝ่าฟันศัตรูสุดโหดไปถึงโลกพิศวงอีกแห่ง ที่หลอมรวมโลกจริงกับโลกฝันเข้ากันอย่างพิลึกพิลั่น และยังพบกับมุขตลกสอดแทรกมากมาย ที่อ้างอิงถึงตัวละครเก่าๆจากภาคก่อนหน้า เช่นนักเต้นรำมีนา-มายา พ่อค้าทอร์เนโค หรือกระทั่งลุงซันโจกับเด็กน้อยฝาแฝด ผู้ตามหาพ่ออีกด้วย !
ที่ปลายทาง เราจะมาโผล่ยังเมืองเกรซ...ที่ซึ่งก่อนหน้านี้ พระราชาได้ทำพิธีเรียกสุดยอดปีศาจจากโลกใต้พิภพขึ้นมา หมายจะให้ไปกำจัดเดธตามัวร์ แต่ก็ถูกมารผู้โมโหร้าย เข่นฆ่าและแผดเผาคนทั้งเมืองจนสิ้น (ซึ่งตามเนื้อเรื่อง เราจะได้รับเกราะแห่งออโก้จากซากเมืองแห่งนี้นั่นเอง) มาคราวนี้ ปีศาจร้ายสุดยอดแห่งความแข็งแกร่ง ดาร์ค ดรีม (Dark Dream) ก็ถูกปลุกขึ้นอีกครั้ง และเข้าต่อสู้กับผู้กล้าทันที
บอสลับสุดโหดตัวนี้ เก่งกาจสมชื่อ...แค่ปราบธรรมดาก็ยังไม่พอ หากเรากำจัดฝันร้ายนี่ได้ภายใน20 เทิร์น ดาร์คดรีมจะยอมรับเรา และพาเราวาร์ปไปหาเดธตามัวร์ เพื่อปิดฉากศึกครั้งสุดท้ายให้...โดยที่เราทำหน้าที่เพียงเฝ้าดูการต่อสู้เท่านั้น !!
----------
การต่อสู้ระหว่างเดธตามัวร์ กับดาร์คดรีม (ซึ่งชาวเมืองเล่ากันมาทั้งเรื่องว่า เก่งกาจยิ่งกว่าราชาฝัน !) เริ่มต้นขึ้น และอาจถือเป็นการต่อสู้ที่น่าสงสาร-น่าสมเพช และน่าเศร้าที่สุดในเกมส์ เนื่องด้วยความเก่งกาจของนายฝันร้าย ทำให้ราชาฝันทำอะไรไม่ได้แม้แต่แผลแมวข่วน ทั้งเวทย์สุดยอด มหาเวทย์ต้องห้าม และท่วงท่าไม้ตายมากมาย ล้วนไร้ผล...คำบรรยายในช่วงนี้ จะเน้นการทับถมและบลัฟกันอย่างแหลกราญ...
เดธตามัวร์ใช้อิโอนาซึ่ม !! เดธตามัวร์ร่ายเบกีราก้อน !! เดธตามัวร์เผยร่างที่แท้จริง !! ฯลฯ
ดาร์คดรีมไม่ได้รับความเสียหาย !! ดาร์คดรีมยืนหัวเราะร่า !! ดาร์คดรีมสะท้อนการโจมตีกลับไปอย่างสมบูรณ์ !! ฯลฯ
...และเมื่อปิดฉากด้วยพลังโจมตีสุดยอดของดาร์คดรีม ที่ทำความเสียหายได้ถึง 9999 ดาเมจ ผิดขนบของซีรีย์กระจุย...เดธตามัวร์ก็สิ้นชีวิตลง และฉากจบที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น...ไปสู่สุขคติเถอะนะ ราชาฝัน...
*: Personal comments
- ภาค 6 นี้ ถูกแปลงเป็นฉบับหนังสือการ์ตูน ในชื่อ Dragon Quest 6 - แผ่นดินมายา (ลิขสิทธิ์ไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ทั้งหมด 10 เล่มจบ) ซึ่งแม้จะมีการตัดทอน แปลงเรื่อง และปรับลดสิ่งต่างๆไปมาก แต่ก็ต้องถือว่า เป็นฉบับหนังสือ ที่พยายามถ่ายทอดองค์ประกอบของตัวเกมส์ได้ดีมากที่สุดภาคหนึ่งเลยทีเดียว
- สำหรับผู้กล้าแห่งนภา...หลังจากพวกเรามีสุดยอดสิ่งมีชีวิต เป็นตัวประหลาดสีเข้ม ที่สามารถงอกแขนขาออกจากหัว...มีรากเหง้าแห่งความชั่วร้าย เป็นพิคโคโล่ตัวเขียวแล้ว....มาคราวนี้ พวกเราก็จะได้พบกับ ราชาแห่งความฝัน ที่เป็นตาแก่สีชมพูนั่นเอง....ยิ่งใหญ่กันซะไม่มี....สวัสดี โลกปีศาจ
- มหาเวทย์มาดันเต้ เป็นท่าโจมตีที่จะสร้างความเสียหายที่ยิ่งใหญ่มหาศาลให้กับศัตรู...แม้จะต้องแลกมาด้วยพลังเวทย์มนตร์ทั้งหมดของผู้ใช้ แต่ในหลายสถานการณ์ก็ต้องบอกว่า คุ้มค่า และยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือจริงๆ...เมื่อครั้งที่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างของเวทย์นี้ ผมนึกไปถึง มหาเวทย์อัลทิม่า แห่งซีรีย์ใกล้เคียง ไฟนอล แฟนตาซี 2 ....ที่อวยสรรพคุณกันมาทั้งภาคเช่นกัน (ด้วยเซตติ้งที่อลังการงานสร้างระดับเดียวกัน ว่าเป็นเวทย์เพียงหนึ่ง ที่ขับไล่กองทัพปีศาจกลับไปยังดินแดนเดิมได้ทีเดียวเชียว !)....แต่อย่าให้พูดเลยครับ ว่าคุณภาพของอัลทิม่านั้น เป็นระดับไหน เล่นเอาผู้เล่นตกไปอยู่ในดินแดนแห่งความสิ้นหวังกันก็มิปาน !!!
- หากจะว่ากันอย่างตรงไปตรงมาแล้ว แม้ภาค 6 นี้ จะมีระดับของ"ความซับซ้อน" สูงมากกว่าทุกๆภาคที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของระบบ และในส่วนของเนื้อหา ที่จริงจังลงลึก ละเอียดยิบสุดๆ เล่นไปก็แอบอึ้งทึ่งเสียวไปว่า...มันจะซีเรียสเกินมาตรฐานซีรีย์ไปแล้วนะ
ภาคนี้จึงมีสเกลเนื้อเรื่องที่ใหญ่โตกว่าทุกภาคที่เคยออกมา ข้อดีก็คือ ให้ความรู้สึกร่วมกับผู้เล่นได้ดี ว่าศึกคร้งนี้ เป็นปัญหาใหญ่ ที่คุกคามดินแดนทั้งหลายอย่างแท้จริง...แต่น่าแปลก ที่พอเพิ่มความจริงจังลงไปเพิ่มเติมแล้ว กลับสร้างอิมแพคให้กับผู้เล่นได้น้อยกว่าที่เคย...เสียงตอบรับจาก"การเดินเรื่อง"ที่ไม่คุ้นตานี้ เลยออกไปในทางที่"เงียบ" กว่าภาคก่อนหน้า ซึ่งเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร และไปมุ่งชมแต่เพียงเรื่องของ"ระบบ" ที่ยืดหยุ่น และประยุกต์ได้สนุกเสียแทน
- และที่จะต้องหยุดขำ และลืมพูดไปไม่ได้ ก็คือเรื่องของ"ตัวละครลับ" พิเศษ ที่เราสามารถนำมาเป็นเพื่อนได้ นาม "อามอส" (Amos) ชายหนุ่มผู้ถูกสาป และกลายร่างเป็นมังกรได้นั่นเอง...อามอสเป็นตัวละครที่สามารถไปเคลียร์เควส ลุยดันเจียน แก้ปูมหลัง และนำมาเป็นเพื่อนได้ ซึ่งเขามีความสามารถสูงมากขนาดที่ใช้เล่นจนจบได้จริง
...แต่ด้วยความที่เป็นลูกเมียน้อยหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ ทำให้ตัวเกมส์ไม่เคยได้ให้ความสำคัญกับเขาเลยซักนิด...หน้าตา Sprite ของเจ้าตัว ก็เป็นแค่อัศวินสีน้ำเงินบ้านๆ เหมือนตัวประกอบ...แม้แต่อาร์ตเวิร์คซักรูปของเขา ก็ยังไม่เคยถูกเขียนขึ้นมา....หวังว่าภาคใหม่จะมีชะตาชีวิตที่ดีกว่านี้....สู้ต่อไปนะ ! อามอส !
----------
- หากให้เปรียบเทียบในไตรภาคที่สองนี้ ส่วนตัวเอง ก็ชอบภาค 5-6-4 ตามลำดับ เพราะชอบการเดินเรื่องที่เน้นตัวละครเป็นหลัก มากกว่าเน้นปัญหาวงใหญ่ที่ผู้เล่นไม่เห็นภาพ...แต่คะแนนที่ให้ไปเต็มๆกับภาคนี้ คือเรื่องของระบบ และองค์ประกอบยิบย่อยที่ถูกใส่เข้ามาอย่างพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ รวมถึงการทำหน้าที่เป็นบทสรุปของไตรภาคที่สมบูรณ์ครับ
น่าเสียดาย ที่บทความนี้ต้องเขียนก่อนหน้าการรีเมคครั้งสำคัญของภาค ในชื่อ "The Realms of Reverie" ทำให้ผมอาจไม่มีโอกาสได้มาพูดคุยถึงหัวข้อสำคัญ พวกสิ่งเพิ่มเติม และข้อสรุปของความขัดแย้งหลายสิบปีของคนเล่น ว่าด้วยการเป็น "จุดเริ่มต้น"ของไตรภาคนภา และ"การเชื่อมโยง"กับไตรภาคโรโตะ (ที่ในภาคนี้ มีการเปิดตัว "เทพเจ้ารูบิส" แห่งไตรภาคโรโตะ ว่าเป็นผู้สร้าง และดูแลโลกแห่งนี้เช่นกัน !) ผมก็ได้แต่หวังว่า เมื่อเวลานั้นมาถึง เพื่อนๆทุกคนคงได้ร่วมกับค้นหาข้อความซ่อนเร้น และตอบโจทย์ปัญหาที่ค้างคา ที่ไม่สามารถสรุปอย่างแน่ชัดได้ในตอนนี้กันทุกคนนะครับ
...
...
ผู้กล้าโรโตะจากไป ผู้กล้านภาห่างหาย หายนะครั้งใหม่กำลังจะมา...ตอนหน้าพบกับ ความชั่วร้ายอันแสนสิ้นหวัง ในดินแดนที่พระเจ้าดับสิ้น และผู้กล้าสาบสูญ ในดรากอน เควส 7 นะครับ
แล้วพบกันใหม่
แท่ด แท่ด แท่ด
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me
AI มันก็ เก่งเหมือนกันแฮะ

ไม่ได้ติดตามเกมมากเท่าไหร่ แต่ว่าติดตามเธออัพบลอคเรื่องเกมอยู่นะ มันต่อเนื่องดี ลึกลับซับซ้อน พลิกกันกระจุยกระจายหลายตลบ กว่าจะจบกลบฝังได้
ค่อยๆอ่านละกันนะครับ ไม่ต้องห่วงว่าจะนานไป เพราะตอนเขียน...ผมก็ใช้เวลาไปไม่น้อยเหมือนกัน ^^"
แอบเมาท์นิดนึง ก่อนจะเขียนไอ้นี่จบ...ผมต้องไปนั่งขุดเซฟเก่าออกมาปัดฝุ่น ปราบบอสลับอีกรอบ !...และเชื่อเถอะครับว่า การเอาเกมส์ที่ไม่ได้แตะมาเป็นสิบปี ออกมาสู้กับศัตรูสุดยอดของเกมส์....มันไม่ง่ายเลยจริงๆ
หวังว่าจะชอบนะครับ จบภาคนี้ ก็ขอพับบทความไปซักพักก่อน ตามแต่เวลาจะอำนวยจ้า ^^
#1 By Zieghart on 2009-09-20 13:39