.
 
สวัสดีเพื่อนๆครับ
 
หายหน้าหายตาไปนานนนน จนแทบจำไม่ได้ ทั้งการอัพเดทบล็อก My Life, My Mania และการเขียนบทความเกมโปรดของผม Dragon Quest Reminiscence - เปิดปูม ตำนานมังกร...ที่เริ่มเขียนครั้งแรกตั้งแต่ 14 เดือนก่อน จนออกหนังสือมาได้หนึ่งเล่ม ตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว
 
ตอนหนังสือออก เป็นช่วงเวลาที่ผมกำลังยุ่งกับชีวิตอยู่มาก เลยมีเพียงบทเดียวที่ไม่ได้เขียนด้วยตัวเอง คือ Dragon Quest ภาค 9 ครับ...ตอนนั้นได้รับความช่วยเหลืออย่างดี จาก Ultimaweapon และ Shinyaซัง ในการเรียบเรียงเนื้อหาลงในหนังสือ ได้ทันเส้นตายพอดี
 
ผ่านมาซะนาน ได้มีโอกาสเล่นด้วยตัวเองเต็มๆ ให้สมใจอยาก เลยเกิดสำนึกในหน้าที่ อยากกลับมาทำหน้าที่ๆค้างคาของตัวเองให้บรรลุอย่างสมบูรณ์ เกิดเป็นภาคต่อของบทความชิ้นสุดท้าย(ในตอนนี้)...เป็นบทความ Downloadable Content ว่าด้วย Dragon Quest 9 นั่นเองงงงง
 
ไม่พูดพล่ามทำเพลง ไปผจญภัยกันให้หายคิดถึงดีกว่า !!
 
 
------------------------------
 
                                                ~ Dragon Quest Reminiscence ~
 
                                                                ~ Part IX ~  
 
 
 
เป็นเวลาเนิ่นนานหลังจากที่โลกใบใหญ่ และสิ่งมีชีวิตทั้งปวงถือกำเนิดขึ้นมา...ผลงานเพียงหนึ่งเดียว ที่สร้างความขุ่นข้องใจให้กับเซนุส (Zenus) พระผู้สร้างเสมอมา ก็มีเพียงแค่ชีวิตที่ถูกเรียกว่า....'มนุษย์' ! 
 
"ชั่วช้า สกปรก และเลวทราม ! ผลงานที่ผิดพลาดถึงเพียงนี้ จงสูญสิ้นไปเสียเถิด !!" 
 
ขาดคำ พลังอันมหาศาล ก็พลันถูกปลดปล่อยจากพระหัตถ์ พุ่งตรงไปยังโลกมนุษย์เบื้องล่าง...พลานุภาพแห่งพระเป็นเจ้า กำลังจะทำลายโลกอันโสมมให้แหลกเป็นจุล !! 
 
... 
 
.... 
 
นับจากช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนั้น ผ่านมานานเพียงใด? ไม่มีผู้ได้ทราบ...ความโกรธาของเซนุสเป็นเช่นไรแล้ว?ไม่มี ผู้ใดตอบได้...แต่อย่างน้อย โลกเบื้องล่าง และเผ่าพันธุ์อันต่ำต้อย ก็ยังอยู่รอดปลอดภัยจวบจนปัจจุบัน 
 
ในโลกใบเล็ก ที่ผ่านวิกฤติมากมายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เหล่าผู้คนก็ยังสามารถผ่านพ้นปัญหานานัปมาได้ทุกครา....หนึ่งในนั้น เนื่องเพราะศรัทธาอันแรงกล้่า ที่คนทุกผู้มีต่อ"ชาวสวรรค์" (Celestrian) ซึ่งเชื่อว่าทำหน้าที่เป็นเทพพิทักษ์ (Guardian) และคอยปกปักษ์เหล่ามนุษย์ที่ไร้พลังอยู่มิได้ขาด 
 
"ตัวเอก" (Hero) ของเรา เป็นชาวสวรรค์ชั้นผู้น้อย ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น...และตั้งใจเก็บเกี่ยวทุกคำสอนจากท่านอาจารย์อิซายาล (Aquila) อย่างแข็งขัน ในการทำหน้าที่ของชาวสวรรค์ให้ลุล่วง นั่นคือการ"ปกปักษ์" ช่วยเหลือดูแลเหล่ามนุษย์เดินดินแห่งโลกเบื้องล่าง (Protecterate) ให้รอดพ้นจากภยันตรายทั้งปวง...เทพปกป้องมนุษย์ มนุษย์บังเกิดจิตเลื่อมใส ควบแน่นเป็นผลึกพิสุทธิ์ในชื่อ"จิตศรัทธา - Benevolessence" ทีเกิดจากการตกผลึกของความเคารพเทิดทูนอันบริสุทธิ์ที่มีต่อเหล่าทวยเทพ 
 
 
พันธกิจตั้งแต่แรกเริ่มของเหล่าชาวสวรรค์ คือการปกป้องและรวบรวมจิตศรัทธา กลับมายัง หอสังเกตการณ์ (Observatory)  ที่ลอยตระหง่านอยู่กลางผืนฟ้า และมอบมันให้หล่อเลี้ยง "ต้นไม้โลก - Yggdrasil"  ดังคำเล่าขานแต่หนหลังว่า...หากถึงวันใด ที่ต้นไม้โลกผลิผลไม้ออกมา ด้วยจิตพิสุทธิ์ของเหล่ามนุษย์...เมื่อนั้น หน้าที่ของเหล่าชาวสวรรค์ก็จักจบสิ้นลง และทุกคนจะได้เดินทางขึ้นไปสู่ดินแดนแห่งพระผู้สร้าง (Realm of Almighty) เพื่อพบกับการหลุดพ้นอันเป็นนิรันดร์ 
 
อิซายาล (Aquila) เป็นหนึ่งในอาจารย์ชาวสวรรค์ที่จริงจังและแสนเข้มงวด ทั้งยังเป็นลูกศิษย์เพียงหนึ่งเดียวของเอลกิออส (Corvus) เทวดาชั้นสูงผู้ล่วงลับ ซึ่งใส่ใจมนุษย์ยิ่งกว่าใครหน้าไหน...ไม่มีใครรู้ว่า คนเช่นเขา มองเห็นสิ่งใดในตัวเรา จึงออกปากรับเทวดาฝึกหัดตัวน้อย มาไว้ในการดูแล และสั่งสอนจนเราได้เป็นผู้พิทักษ์เต็มตัว... 
 
เมื่อได้มาซึ่งฐานะ "ผู้พิทักษ์แห่งหมู่บ้านวอลโล่" (Guardian of Angel Falls) หน้าที่ในบทบาทชาวสวรรค์ก็ดำเนินต่อไป ชายหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาเข้าช่วยเหลือ ผลักดัน และร่วมแก้ปัญหากับผู้คนมากหน้าหลายตา...แม้จะไม่มีใครรับรู้ถึงตัวตนชาว สวรรค์ แต่เมื่อผ่านพ้นวิกฤติในชีวิตไปได้ ทุกคนต่างก็ศรัทธา และเทิดทูนผู้พิทักษ์ออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ
 
*******
 
และเมื่อถึงคราวที่ตัวเอกของเรา กลับไปสักการะต้นไม้โลกที่กำลังเบ่งบาน เปล่งประกายสว่างไสวเต็มทีนั้น...ชั่ววินาทีที่จิตศรัทธาชิ้นสุดท้ายถูกส่งมอบให้... พลันแสงเจิดจ้าก็แผ่พุ่งออกมา ต้นไม้โลกผลิดอกออกผลทิพย์ สีทองสวยสด....หรือนี่คือช่วงเวลาที่เหล่าชาวสวรรค์เฝ้ารอคอยมาแสนนาน !? 
 
ผลไม้สวรรค์ (Fygg) 7 ลูก เปล่งแสงระยิบระยับ ในน่านฟ้าเบื้องหน้า ปรากฏรถไฟสีทองอร่าม บินตรงมายังหอสังเกตการณ์....คำทำนายกำลังจะบรรลุผล...ต้นไม้ผลิดอก พาหนะสวรค์เดินทางมารับเหล่าชาวฟ้าที่บรรลุหน้าที่ และกำลังจะได้กลับไปยังดินแดนแห่งพระเป็นเจ้า เพื่อพักผ่อนชัวนิรันดร์... 
 
แต่ฉับพลัน ! ลำแสงสีม่วงน่าสะอิดสะเอียน ก็พุ่งตรง ทะลวงผืนฟ้าและทิวเมฆ ทะยานขึ้นมาจากแผ่นดินเบื้องล่าง ผ่านไปสู่เวิ้งฟ้าเบืองบน ! ลำแสงทำลายล้างนั้น แม้เพียงเฉียดผ่านหอสังเกตการณ์ไม่กี่อืดใจ แต่ก็รุนแรงพอที่จะทำให้ฟ้าสะท้าน ดินสะเทือน...รถไฟสายสวรรค์ แตกแย่งเป็นตู้เล็กตู้น้อย ผลไม้ทิพย์กระจายไปคนละมุมของน่านฟ้า...และตัวเรานั้น ก็กระเด็นร่วงหล่นจากสวรรค์เบื้องบนในทันใด !!! 
 
 
เมื่อรู้สึกตัว เราตื่นขึ้นมาที่เมืองวอลโล่ ที่เราเฝ้าปกป้องมานาน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ วงแหวนเทพยดา และปีกพิสุทธิ์ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งชาวสวรรค์ ก็พลันหายไปเสียแล้ว! แม้ผู้คนก็มองเห็น และจับต้องตัวเราได้โดยไม่ยากเย็น...นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น? เทวดาที่ไม่อาจโผทะยานขึ้นฟากฟ้า ไร้ซึ่งรัศมีแห่งเทพอาบผิวกาย และไม่มีพลังเหนือธรรมชาติอีกต่อไป จะทำเช่นไรต่อไปได้ !? ตัวเอกของเราแทบจะไร้เป้าหมายที่ต้องเดินต่อ 
 
เคราะห์ดี ที่เขาได้ค้นพบหัวรถจักรสววรค์ ที่ร่วงหล่นมาผืนโลกพร้อมๆกัน และได้รู้จักกับ"แซนดี้" (Stella) แฟรี่น้อยผิวสีแทน อดีตพนักงานประจำการรถไฟสายสวรรค์ ที่ตัดสินใจร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพราะเชื่อว่า หากเทวดา มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้คนที่กำลังเดือดร้อนเช่นที่เคยทำมา พลังคุณความดีและจิตศรัทธาที่ได้รับจากเหล่ามนุษย์ จะมากพอที่จะเรียกความสนใจจากพระผู้สร้าง หรืออย่างน้อย ก็พอที่จะทำให้หัวรถจักรทำงานได้อีกครั้ง
 
*******
 
แม้จะมองไม่เห็นจิตศรัทธาด้วยตาของตัวเองอีกแล้ว แต่พระเอกของเรา ก็ทุ่มเทอย่างสุดความสามารถในการช่วยเหลือเหล่ามนุษย์ที่กำลังทนทุกข์ 
 
- ทั้งการผลักดัน "ริกะ" (Ellin) สาวน้อยทายาทเจ้าของโรงแรมชื่อดัง ให้ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง และก้าวตามรอยเท้าพ่อผู้ล่วงลับได้อย่างมุ่งมั่น 
 
- การปลดปล่อยอัศวินดำต้องสาป (Wight Knight) ผู้หลงวนเวียนในเขาวงกตหลังความตาย และไล่ตามภาพลวงตาของอาณาจักรที่สูญสิ้นมานับศตวรรษ...ที่ปลายทางของความลวง หลอก ตัวเขาคาดหวังจะได้พบกับเจ้าหญิงคนสำคัญ...สาวงามที่ครั้งหนึ่งเคยรักและ เทิดทูนเหนืออื่นใด 
 
- การมีส่วนร่วม ช่วยเหลือนักวิจัยลูฟิน (Dr.Phlegming) ให้ค้นพบความลับดำมืด เบื้องหลังโรคระบาดปริศนา ที่คร่าชีวิตผู้คนในเมืองอย่างเหี้ยมโหด...แม้ตัวเขาจะอยู่ในช่วงเวลาที่ตก ต่ำที่สุดของชีวิต เนื่องด้วยสตรีคนรักเพียงหนึ่งเดียว ไม่ได้มีชีวิตอยู่อีกแล้วก็ตามที

หลังจากตั้งหน้าตั้งตาแก้วิกฤติหนักหนามากมาย ในที่สุด พลังแห่งคุณความดีที่ตกผลึกแน่น ก็รวมเป็นพลังงานที่มากพอ ให้รถจักรทำงานอีกครั้ง...พนักงานรถไฟสายฟากฟ้า กับเทวดาผู้สิ้นพลัง ได้กลับสู่หอสังเกตการณ์แห่งเทพยดาในที่สุด !! 
 
 
...อนิจจา ภาพบ้านเกิดที่เห็นเบื้องหน้า กลับสร้างความตกตะลึงให้ยิ่งนัก หอสังเกตการณ์ที่ไม่ได้กลับมาเสียนาน ตกอยู่ในสภาพทรุดโทรมแทบจะพังทลายสิ้น...ผู้คนต่างกำลังสิ้นหวัง แม้คนที่ยังมีเรียวแรงเหลือ ก็รวบรวมแรงใจ ทะยานสู่โลกเบื้องล่าง เพื่อค้นหาผลไม้ทิพย์ที่สาบสูญไปจนหมด 
 
เทวดาน้อยได้รับการต้อนรับจากเพื่อนเทวดา และได้กลับมายืนเบื้องหน้าต้นไม้โลกที่สูงศักดิ์งดงามอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยภาวนาสุดใจ ขอให้ความดีที่ตนได้กระทำลงไป ได้ช่วยให้พลังที่สูญหาย กลับคืนมาอีกครา 
 
...เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ความเหนื่อยล้าเริ่มถาโถม...พระเอกของเรานอนหลับพักอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ โลก และเข้าสู่ภวังค์อย่างเงียบเชียบ...ไม่่รู้สึกตัว 
 
... 
 
.... 
 
"ชั่วช้า สกปรก และเลวทราม ! ผลงานที่ผิดพลาดถึงเพียงนี้ จงสูญสิ้นไปเสียเถิด !!" 
 
...ลำแสงทำลายล้าง ที่มีพลานุภาพยิ่งใหญ่ ได้พุ่งตรงมาสู่พื้นโลกในฉับพลัน !! 
 
... 
 
...เทวดาน้อยสะดุ้งตื่นด้วยความมืนงง สับสนในภาพนิมิตที่ตนเพิ่งได้พบเห็น...แต่เขารู้ได้โดยพลันว่า สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงจินตนาการเพ้อฝันของตนเพียงฝ่ายเดียว...ต้นไม้โลกกำลัง"พูดคุย" และส่งสารบางอย่างให้ตัวของเขาโดยตรง! 
 <