JoJo บทความข้ามศตวรรษ#1

posted on 15 Jan 2011 09:30 by zieghart in My-Mania
สวัสดีเพื่อนๆครับ
 
เอนทรีเป็นเรื่องเป็นราวอันแรกของปีครับ...มีบทความที่ผมอยากเขียนถึงมานานมากแล้ว ติดแต่ว่า ช่วงปีที่ผ่านมา ชีพจรลงเท้า ไม่ได้หยุดนิ่งๆซักที่เลย ตอนนี้ ที่เขียนบทความ ผมก็กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่เชิงเขาพระวิหารเลยครับ ฮา
 
โชคดี ช่วงนี้พอหาเวลาว่างได้ เลยเข็นบทความคาใจของตัวเองออกมาได้...เป็นซีรีย์บทความยาว ว่าด้วยหนึ่งในการ์ตูนที่ผมตามอ่านมาตั้งแต่ยังเด็ก และอ่านมาจนถึงปัจจุบัน
 
...
 
มาร่วมตามรอยไปกับ การผจญภัยอันแปลกประหลาด ของ"โจโจ้" และพลพรรคได้เลยครับ
 
 
บทความข้ามศตวรรษ - Jojo's Bizarre Adventure #1 ปฐมบท สงครามร้อยปี

ย้อนรอยกลับไป เมื่อครั้งคริสตศตวรรษที่ 12...ณ ที่ราบสูงตอนกลางของเม็กซิโก เป็นที่อยู่ของชนเผ่าที่น่าพรั่นพรึง ที่รู้จักกันในนาม "ชนเผ่าแอสเทค"  (Aztec)

เผ่าพันธ์ที่ถูกเรียกว่า 'บุตรแห่งดวงอาทิตย์' นี้ มีวัฒนธรรมที่น่าขนพองสยองเกล้า อย่างการบูชายัญ ควักหัวใจสดๆของคนออกมาดื่มกิน รวมไปถึงเรื่องลึกลับเหนือความเข้าใจอีกนับไม่ถ้วน...หนึ่งในนั้นคือ ศาสตร์เร้นลับที่สุด ที่สามารถดึงขีดจำกัดของมวลมนุษย์ออกมาได้ ในรูปแบบของหน้ากากหิน ที่จะตอบสนองต่อเลือดที่สาดกระเซ็นใส่ พร้อมปลดปล่อยกระดูกเข็มแหลม พุ่งไปทิ่มกระตุ้นจุดสำคัญของสมอง ก่อเกิดเป็นสุดยอดมนุษย์ ที่แสนทรงพลัง และไม่รู้จักตาย...อุปกรณ์อัปมงคล ไร้ที่มาแจ่มชัด...ซึ่งถูกเรียกกันภายหลังว่า "หน้ากากศิลา"
 
 
....
 
.......
 
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ภายหลังการล่มสลายของชนเผ่าแอสเทค วัตถุชั่วช้าจากอดีตกาล ได้กลับคืนสู่ผืนโลกอีกครั้ง เมื่อคณะสำรวจจากแดนไกล เดินทางมาถึงใจกลางซากโบราณสถานเก่าแก่ และขุดพบหน้ากากศิลาในที่สุด
 
วิลเลียม อันโตนิโย เซเปลี่ (William Antonio Zeppeli) ลูกชายของหัวหน้าคณะสำรวจ ได้พบเจอกับฝันร้ายที่หลบเร้นมานับพันปี...หน้ากากศิลา เปลี่ยนร่างพ่อของเขาเป็น"ผีดูดเลือด"อมตะ มาเข่นฆ่า ช่วงชิงพลังชีวิตของลูกเรือไปจนหมดสิ้น พร้อมกับความเยาว์วัยที่ฟื้นคืน...ในนาทีเป็นตาย แสงสว่างได้สลายร่างผีดิบ พ่อของเขาจนเป็นผุยผง...เซเปลี่ตั้งปณิธาน จะไล่ล่าตามหาหน้ากากทมิฬอันนั้นให้ถึงที่สุด...ตัวเขาออกเดินทางไปทั่วโลก พร้อมความมุ่งมั่นแรงกล้า จะค้นหาวิธีต่อกรกับสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการ...
 
แล้วหน้ากากศิลาที่จมหายไปกับพื้นสมุทรนั้น ก็ถูกค้นพบ เปลี่ยนมือ และส่งมอบไปไกล หลายต่อหลายครั้ง...จนมาหยุดอยู่ที่ประเทศอังกฤษ...เป็นสมบัติของตระกูลใหญ่ โต นามว่า "โจสตาร์"
 
 
โจนาธาน โจสตาร์ ในวัยเยาว์

ปีคริสตศักราช 1880  ดาริโอ บรันโด หัวขโมยผู้ปลิ้นปล้อน กำลังจะถึงจุดจบของชีวิต...ก่อนหน้าที่จะจากไปด้วยโรคร้าย ตัวเขาได้ฝากฝัง ดีโอ บรันโด (Dio Brando) ลูกชาย ให้มาอยู่ในการดูแลของตระกูลใหญ่อย่างโจสตาร์ เพราะได้หลอกลวง ทวงบุญคุณจอมปลอมที่เคยทำ้ไว้ให้กับจอร์จ โจสตาร์ ผู้นำของตระกูล

จอร์จรับลูกกำพร้าของผู้มีพระคุณมาเลี้ยงดูอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อดีโอเป็นเด็กหนุ่มที่ชาญฉลาด เรียนรู้ไว และเข้าหาผู้คนได้อย่างน่าทึ่ง...ทว่าที่แท้แล้ว ตัวดีโอเอง เป็นเด็กหนุ่มผู้ทะเยอะทะยาน และไม่เคยเห็นความแตกต่างของผิดชอบชั่วดี พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อยืนอยู่บนจุดสูงสุด...เขาปรารถนาครอบครองสมบัติของ ตระกูลโจสตาร์ไว้เพียงผู้เดียว...เพื่อการนั้น การพยายามเข้า้มาบีบทายาทของตระกูลให้อ่อนแอบอบช้ำ จึงเป็นสิ่งจำเป็น...เป้าหมายหลักก็คือ ลูกชายคนเดียวของจอร์จ...เด็กหนุ่ม "โจนาธาน โจสตาร์" (Jonathan Joestar)



"โจโจ้" โจนาธาน โจสตาร์ เป็นชายร่างกำยำ จิตใจดีงาม ถูกเลี้ยงมาอย่างสุภาพบุรุษ ผู้ไม่ลังเลที่จะปกป้องคนที่อ่อนแอ และคอยให้เกียรติคนรอบข้างอย่างที่สุด...ชีวิตของเขาพลันต้องเปลี่ยนไป เมื่อ"เพื่อนใหม่" ได้ก้าวเข้่ามาเกี่ยวข้อง

การพยายามเป็นมิตรกับดีโอ ไม่ได้เป็นไปด้วยดี ด้วยเพราะดีโอนั้น เต็มไปด้วยเจตนาร้าย และวัตถุประสงค์แอบแฝงนับไม่้ถ้วน พร้อมพยามยามเบียดเบียนชีวิตด้านต่างๆของโจนาธานไม่ได้ขาด ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน เพื่อนพ้อง แนวคิด หรือกระทั่งเอริน่า เพนดอลตัน หญิงคนรัก...ทุกสิ่งทุกอย่าง ต่างถูกดีโอช่วงชิง และทำลายทิ้งจนป่นปี้ !



- 7 ปีให้หลัง -

กาลเวลาที่ผ่านไป อายุที่มากขึ้น...หลังจากความบาดหมางมากมาย ที่เคยรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือ เลือดตกยางออกได้ผ่านพ้นไปนานปี...ด้วยฐานะ และการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ร่วมกัน ทำให้ชายหนุ่มทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างเก็บความรู้สึกที่ยากจะหยั่ง ใช้ความสัมพันธ์ผิวเผิน เป็นเครื่องมือรักษาจุดยืนเอาไว้อย่างกล้ำกลืน....มองเห็นเป็นเพียงแค่คู่ พี่น้อง-คู่เพื่อนสนิทที่รักและผูกพันธ์กันดีเท่านั้น

โจนาธาน หันมาศึกษาโบราณคดี ไล่ตามความลับเปี่ยมเสน่ห์จากทั่วพื้นโลก...หนึ่งในนั้น คือการศึกษาที่มาที่ไป และการทำงานของ"หน้ากากศิลา" ของสะสมโบราณประจำบ้าน ที่ตอบสนองต่อเลือด พุ่งเข็มทิ่มแทงศีรษะผู้สวมใส่อย่างน่าสะพรึง...หรือนี่จะเป็นอุปกรณ์ปลิด ชีพอย่างทรมานของชาวแอสเทค ?
 
 
สำหรับดีโอ ผู้ไม่เคยปล่อยวางความทะเยอทะยานของตน ยังคงแอบวางแผนโฉดชั่ว หมายสังหารพ่อเลี้ยงของตนด้วยยาพิษร้าย เช่นที่เคยใช้กับพ่อแท้ๆเมื่อกาลก่อน

เมื่อความสงสัยถึงขีดสุด โจนาธาน ตัดสินใจตัดสายสัมพันธ์อันเบาบางให้ขาดสะบั้น เสี่ยงชีวิตเข้าสู่ย่านเสื่อมโทรมอันแสนอันตราย ได้ผูกมิตรกับ สปีดวาก้อน (Robert Edward o Speedwagon) นักแรงมือเก๋าประจำถิ่น ก่อนจะจับพ่อค้ายาพิษ และนำหลักฐานกลับมาไล่ต้อนดีโอซึ่งๆหน้่า
 
 
Last chance to feel Human
 
การดิ้นรนอย่างจนตรอกได้เริ่มต้นขึ้น...ทว่า เมื่อไม่นานก่อนหน้านั้น ดีโอได้แอบค้นพบความลับที่แท้จริงในการใช้"หน้ากากศิลา" ซึ่งแม้แต่โจนาธานเองยังไม่รู้ คือความสามารถที่จะ"ดึงพลัง"ของผู้สวมใส่ออกมาจากพื้นที่เร้นลับในสมอง ให้ก้าวพ้นขีดจำกัด ก่อกำเนิดเป็น"ผีดูดเลือด"ทรงพลัง ไม่แก่ไม่ตาย พ่ายแพ้เพียงแสงอาทิตย์ แต่พิชิตทุกชีวิตทั่วพื้นโลก !

" WRYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY "

การปะทะกันระหว่างโจนาธาน และดีโอผู้สวมหน้ากากกลายเป็นผีดิบ ดำเนินไปอย่างดุเดือด...แม้ภายหลังจะสามารถกำจัดดีโอ ทิ้งศัตรูร้ายให้ถูกแผดเผาไปพร้อมกับคฤหาสน์ได้ แต่การสูญเสียครั้งนี้ มากมายเหลือจะกล่าว คฤหาสน์หายไปกับกองเพลิง และจอร์จ โจสตาร์ก็เสียชีวิตไปในอ้อมกอดของลูกชาย...โจนาธาน ได้กำจัดร่างอดีตพี่น้องของตนอย่างบอบช้ำ
 
 
เคราะห์ดี ที่ชะตาพาให้เขาได้มาพบกับเอรินา เพนดอลตัน คนรักแต่เก่าก่อน มาคอยดูแลบาดแผลจนดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ...แต่ชีวิตที่สงบสุข ยังไม่ทันมาถึง ฝันร้ายก็พลันกลับมาอีกครั้ง....ด้วยการปรากฎตัวของชายวัยกลางคน ผู้มีอดีตอันโหดร้ายลึกซึ้งกับหน้ากากศิลา...และเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว จากโศกนาฎกรรมกลางทะเลของคณะสำรวจเมื่อหลายสิบปีก่อน...วิลเลี่ยม เซเปลี่ ! ผู้มาพร้อมกับข่าวที่ร้ายที่สุด ว่าด้วยการมีชีวิตอยู่รอดของดีโอผู้ชั่วช้า !!



After the tragedy
 
...เมื่อครั้งนั้น ภายหลังจากการเข่นฆ่าบนเรือสำรวจ เซเปลี่ที่รอดชีวิต ได้ออกเดินทางศึกษาข้อมูลของหน้ากากศิลาจากทั่วดินแดน...เขาได้ไปพบกับเคล็ดวิชาไม่คุ้นหู จากปรมาจารย์ที่ธิเบต ซึ่งเขาเชื่อว่า จะต้องนำมาใช้ต่อกรกับผีดิบอมตะได้เป็นแน่แท้...ศาสตร์ลึกลับที่ถูกเรียกว่า "พลังคลื่นมนตรา" (Hamon / The Ripple)

พลังคลื่นมนตรา เป็นเคล็ดวิชาที่ให้ร่างกายจำลองรูปแบบพลังงานจากดวงอาทิตย์ โดยอาศัยการควบคุมการหายใจของผู้ใช้ ให้เป็นจังหวะเฉพาะตัว ก่อเกิดเป็นลักษณะการไหลเวียนโลหิต ที่จะสร้างคลื่นรังสีออกมา เสมือนหนึ่งพลังงานแสงแดดที่แผดเผา และทำลายร่างอมตะได้ไม่ผิดแผกกัน



โจนาธานยอมแบกรับทุกปัญหา ขอร่วมทางกับเซเปลี่ ฝึกฝนพลังคลื่นมนตรา และหมายมั่นจะจบหายนะอย่างถาวร
 
พวกเขาเข้าต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า กับกองทัพผีดูดเลือดของดีโอ ที่คอยปลุกนักรบหาญกล้า และเหล่าฆาตกรเลือดเย็นมากมายในประวัติศาสตร์มาโรมรันไม่หยุดหย่อน
 
แม้การต่อสู้จะเป็นจะเป็นไปอย่างยากลำบากทุกครั้ง แต่เหล่านักรบไม่เคยถอย และคว้าชัยชนะมาได้โดยตลอด
 
 
...และแล้ว หลังการต่อสู้เสี่ยงชีวิตกับผีดิบตัวฉกาจ...เซเปลี่ได้เข้าปกป้องโจนาธานจนจบชีวิตลง เหลือเพียงพลังเฮือกสุดท้าย และเจตจำนงค์แรงกล้า ส่งมอบให้ลูกศิษย์ผู้ร่วมชะตากรรม ให้ชายหนุ่มมุ่งหน้าต่อไป กำจัดต้นตอแห่งความชั่วร้ายให้จงได้



โจนาธาน พร้อมกับการสมทบของเหล่าปรมาจารย์พลังคลื่นมนตราแห่งทิเบต ได้บุกฝ่าเข้าถึงตัวดีโอในที่สุด การต่อสู้เพื่อสะสางอดีตอันเลวร้ายเป็นไปอย่างรุนแรง จนสุดท้าย โจนาธานสามารถโจมตีทะลวงร่างของดีโิอ ซัดมารชั่วร่วงหล่นจากเหวสูงไปพร้อมกับร่างกายที่ำเสื่อมสลาย และร่วมกันเก็บกวาดทำลายฝูงอมนุษย์ที่ยังหลงเหลือ พร้อมกับทำลายหน้ากากศิลาทิ้งไปในที่สุด !

...ฝ้าหลังฝน มักสดในเสมอ...1 ปีหลังจากนั้น ชีวิตอันแสนสงบสุขก็ได้ดำเนินไปด้วยรอยยิ้ม...โจนาธาน โจสตาร์ และ เอรินา เพนดอลตัน แต่งงานกัน พร้อมเดินทางไปท่องเที่ยวยังเมืองที่ห่างไกล ทิ้งฝันร้ายไว้เป็นเพียงความทรงจำ...

 
****
 
*******
 
Jojo's Bizarre Adventure Part 1 - Phantom Blood

โจโจ้ ล่าข้่ามศตวรรษ - เป็นการ์ตูนแนวแอคชั่นผจญภัยเหนือธรรมชาติ ผลงานของอ.ฮิโรฮิโกะ อารากิ เปิดตัวในนิตยสารจัมป์รายสัปดาห์ของญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1987 และถูกนำมาตีพิมพ์ในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ในชื่อที่ต่างกัน เช่น "หน้ากากทมิฬ" "มัจจุราชแดนเถื่อน"....ปัจจุบัน มีลิขสิทธิ์ไทยโดยสำนักพิมพ์เนชั่น กินเนื้อหาภาคแรก ตั้งแต่รวมเล่มที่ 1-5

ความประทับใจแรกเห็น ด้านลายเส้นของผลงาน ไม่ได้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นมากมายนัก มีความคาบเกี่ยวของการ์ตูนในยุคสมัยใกล้เคียงกันอยู่มาก ที่มีอิทธิพลต่อตัวผลงานอย่างชัดเจน เช่นหมัดเทพเจ้าดาวเหนือ ที่เน้นตัวละครหลักบึกบึน ร่างกายใหญ่โต กล้าหาญ และมีความอบอุ่นแฝงอยู่ภายใน



ข้อแตกต่างที่โดดเด่น คือ"รูปแบบการเดินเรื่อง" ที่อิงวิธีทำนองเดียวกับภาพยนตร์ชุด (TV Series) ตามสมัยนิยม ที่เปิดเรื่องด้วยฉากธรรมดา เดินเนื้อหาราบเรียบสามัญ ก่อนจะค่อยๆโยงเรื่องเหนือจินตนาการเข้ามาสอดแทรก ทำลายชีวิตประจำวันเดิมๆ ฉุดลากตัวละครมาสู่เรื่องหลุดธรรมชาติอย่างฉับพลัน ขยับจังหวะของเรื่องไปอีกโทน

...เป็นวิธีการดำเนินเรื่องที่พบเห็น ได้ในสื่อภาพยนตร์ซีรีย์ยุคนั้น แต่ไ่ม่ค่อยพบในสื่อการ์ตูน และแทบไม่มีให้เห็นในยุคปัจจุบัน (แต่ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า เป็นวิธีที่เข้าท่า กับนิตยสารการ์ตูน"จัมป์รายสัปดาห์" ในยุคนี้ ที่ไม่ินิยมการปูพื้นเรื่องแน่นหนา ยืดยาวในช่วงต้น)
 
 
.....
........
 
Epilogue

ณ ทริปฮันนีมูนบนเรือสำราญสุดหรู โจนาธาน และเอริน่า โจสตาร์ มีแขกไม่ได้รับเชิญแฝงตัวขึ้นมาด้วย...โลงศพที่แข็งแกร่งผิดธรรมชาิติ ซึ่งปกป้ิองร่างเจ้าของอันแสนบอบช้ำไว้ภายใน...ศีรษะของดีโอ ! ผีดูดเลือดที่ยังคงมีชีวิต !

แม้แทบจะหมดสิ้นพลัง ดีโอก็ยังคงหมายมั่นจะชิงร่างเนื้อของโจนาธาน มาใช้ในการมีชีวิตอยู่ต่อ และถือเป็นการกำจัดศัตรูชั่วชีวิตลงในเวลาเดียวกัน
 
บนเรือยักษ์ที่แปรสภาพ เป็นที่คุมขังกลางมหาสมุทร โจนาธานต่อสู้กับกองทัพผีดิบจนหยาดสุดท้าย หมายปกป้องหญิงคนรัก จนมาพลาดท่า โดนการโจมตีถึงชีวิตจากดีโอ และกำลังจะสิ้นลม
 


 

 
สายสัมพันธ์หลายอย่าง ทำให้โจนาธานตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว ว่าหากไม่สามารถรอดพ้นจากศัตรูร้ายได้ ก็พร้อมจะตายตกตามกัน...ชายหนุ่มใช้แรงเฮือกสุดท้าย เข้าโจมตีดีโอ และกอดรัดศีรษะของเพื่อนรัก-ศัตรูร้าย พร้อมจะจมหายไปกับเรือที่ลุกเป็นไฟ
 
 
เอริน่า จำต้องทำตามคำสั่งเสียของสามี พยายามเอาตัวรอดออกไป พร้อมกับช่วยชีวิตทารกหญิงกำพร้าจากกองเพลิง และอุ้มท้องบุตรชายของตน...ทิ้งเรือเดินสมุทร ซึ่งบรรทุกร่างคนรัก และอสูรกายร้ายไว้เบื้องหลัง ก่อนจะจากไป...

มุ่งสู่อนาคตอันแสนสงบสุข
 
...อนาคตที่เหล่าผู้วายชนม์ ร่วมสละชีพเพื่อรักษามันเอาไว้...

Jojo Part One
- Fin -





*****
 
Last Ripple

ด้วยความพยายามที่จะสอดแทรกความเหนือธรรมชาิติเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้เขียนจึงใช้วิธีด้นเนื้อหา หรือผูกโยงเรื่องราวในประวัติศาสตร์แต่เก่าก่อน ทั้งจริงบ้างแต่งบ้าง เนียนบ้างไม่เนียนบ้าง เข้ามาในหลายๆส่วน ดังเช่นฆาตกรโหดที่ไล่สังหารเหยื่อสาว ตำนานบททดสอบอัศวินกล้า หมู่บ้านที่รวมของนักรบยุคกลาง หรือกระทั่งทหารหาญในสังกัดราชินีอังกฤษ ฯลฯ

ด้านเสน่ห์ของตัวละคร ค่อนไปในทางตื้นเขิน และตรงไปตรงมาตามลักษณะการ์ตูนเด็กผู้ชายยุคคลาสสิค บทบาทของแต่ละคนจะมีความชัดเจนเป็นพิเศษ...ใครดีสุดขั้ว ชั่วสุดขีด ตัวประกอบเต็มขั้น ตัวสมทบคอยตื่นตระหนก...ผู้อ่านจะไม่ต้องใช้ความพยายามในการแยกแยะ พร้อมกับมีบทบบรรยายที่ละเอียดยิบ เล่าความนึกคิด อธิบายความเป็นไปของเหตุการณ์อยู่ตลอดเรื่อง

 

กล่าวโดยสรุป โจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ ภาคที่ 1 - Phantom Blood เป็นภาคเปิดเรื่อง ที่ผู้เขียนหยิบยกการเผชิญหน้าระหว่าง "ความดี" และ"ความชั่ว" ที่เข้าถึงได้ง่าย มาสะท้อนถึงแนวคิดหลัก ว่าด้วย"การดิ้นรนมีชีวิตรอด"...ซึ่งถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอก จะไม่ได้สร้างความโดดเด่นที่ชัดเจนนัก ทั้งยังมีเนื้อหารองที่เนิบนาบ เน้นการบรรยายฟุ้งเฟ้อมากกว่าการเปิดโอกาสให้ผู้อ่านตีความตัวละคร...แต่ อย่างน้อยก็ถือว่าสาส์นหลักดังกล่าว ก็ถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจน เห็นภาพปมความขัดแย้งที่รุนแรง และลึกซึ้งมากเพียงพอ สำหรับการเดินเนื้อหาในอนาคต

.....
........
...........

ปฐมบท ฉากโหมโรงได้จบสิ้นลงไปแล้ว...สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป คือสงครามอันแสนยาวนาน ระหว่างคนหนึ่งคน ที่ชื่อดีโอ กับตระกูลหนึ่งตระกูล ที่ชื่อโจสตาร์

ทิศทางของเรื่องราว จะก้าวไปในทางไหน?

โปรดติดตาม...' บทความข้ามศตวรรษ Jojo Bizzare adventure#2 - พลิกตำนาน หน้ากากทมิฬ '

To be continued...
 
****
******
*******



 
 
แถมท้าย

- โจโจ้ภาคหนึ่ง เคยถูกทำเป็นเกมลงเครื่อง Playstation 2 และดัดแปลงเป็นฉบับภาพยนตร์อนิเมชั่น 

- sense เรื่องคอสตูมตัวละคร ท่วงท่า ลีลา และแอคชั่นในการกระทำที่ออกแนวโอเวอร์เป็นพิเศษ นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอ.อารากิ...หลายๆฉากในเรื่อง จึงเป็นที่จดจำมาจนถึงปัจจุบัน และมี Parody/Fanart ล้อเลียนนับไม่ถ้วน

Comment

Comment:

Tweet

คุณหมอปลอดภัยมั้ยยคะ??

#18 By parnn (202.28.78.139) on 2011-02-11 20:14

^^

#17 By parnn (202.28.78.139) on 2011-02-11 02:16

สนุกมากครับเรื่องนี้

แต่ที่ชอบๆ ก็คงช่วง ภาค 3-4-5 ละมั่งครับ

ที่เป็นไพ่ทาโร่
ตอนหลังก็ปล่อยสแตนกันยุบยับ


แต่ภาคหลังสุดนี่สิ

ที่แข่งขี่ม้านะครับ steel ball run
ทีแรก นึกว่าการ์ตูนแข่งม้า น่าอ่านชะมัด
อ่านไปอ่านมา ไอ้หยา... ปล่อยสแตนกันอีกแล้วเหรอ
T T เหอเหอ

#16 By pratya (118.173.33.201) on 2011-01-19 23:14

เราอ่านโจโจ้ภาคแรกไม่ไหวแฮ่ะ เส้นมันแนวเกิ้น (ฮา)
แต่ก็อ่านภาคหลังๆทั้งหมดนะ confused smile

#15 By aerith-chan on 2011-01-16 18:52

อ่านแล้วงง แต่สนุกดีครับ โจโจ้เส้นมันงงๆ

#14 By BoatmasterZZZ on 2011-01-16 03:57

Hot!

#13 By b-padung Studio on 2011-01-15 23:19

ชอบบทความคุณมากครับ
แล้วก็ชอบโจโจด้วย
อยากอ่านบทความภาคโจทาโร่เร็วๆอะ

#12 By เด็กซิ่ว on 2011-01-15 23:19

การ์ตูนเรื่องโปรดผมเลยครับ
จะติดตามเรื่อยๆนะครับ
big smile Hot!

#11 By tomatong on 2011-01-15 23:01

เปิดตำนานการแอ่น.... >_<b

#10 By Elta_kung on 2011-01-15 20:41

ผลงานโจโจ้ของ อ.ฮิโรฮิโกะ อารากิ พัฒนาไปเรื่อยๆตามยุคสมัย สะท้อนถึงแนวการืตูนในยุคได้ดีครับ
อย่างภาคแรกนี้ พระ้เอกก็จะมาแนวลูกผู้ชายตัวจริง สุภาพบุรุษ ปกป้องผู้หญิง ยุคต่อมาพระเอกจะเปลี่ยนเป็นทะเล้นๆอย่างโจเซฟ

โจโจ้เป็นการ์ตูนที่ความคิดสร้างสรรค์สุดยอดครับ ข้อมูลก็แน่นปึ้ก ลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ (แอ่นๆ) หาใครเทียบไม่ได้อีกแล้ว เป็นการ์ตูนที่ผมชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่งครับ

ปัจจุบันก็ยังเก็บโจโจ้ทุกภาค ซึ่งภาค 1-3 ผมมีสมัย สนพ.หมึกจีนพิมพ์เชียวนะ open-mounthed smile

#9 By Evan Yzac -- The Crow on 2011-01-15 19:15

เพื่อความสะดวก ผมขอก็อปข้อความที่ตอบไว้ทางฝั่งบอร์ดโน้นมาเลยนะครับ


===================


ยินดีที่ได้เห็นบทความของท่านอีกครั้งน่อครับ :)

อย่างที่ท่านว่ามาแฮะ ว่าเรื่องนี้ช่วงต้นๆ นี่ออกการ์ตูนยุคเก่าจ๋าทั้งพล็อตเรื่องทั้งงานภาพเลย มิติของตัวละครมีน้อยมากๆ มาเริ่มมีชัดๆ เอาตอนภาคหลังๆ นี่เอง โดยเฉพาะตัวดีโอนี่ ในภาคหลังๆ โดยเฉพาะภาค 6 ที่มีผลุบๆ โผล่ๆ เป็นระยะนั่น ผมว่าดูมีมิติมากกว่าตอนโผล่มาแรกๆ อีก (แต่ก็ไม่แปลก เพราะยุคนั้นพวกเนื้อเรื่องซับซ้อนหรือตัวละครแนวๆ สีเทานี่ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ ต้องรอถึงยุค "คนเก่งทะลุโลก" โน่น ถึงค่อยมีสีเทาหรือด้านมืดในหมู่ฝ่ายตัวเอกโผล่มาให้เห็นชัดๆ บ้าง)

ส่วนงานภาพนี่ช่วงแรกเน้นกล้ามชัดๆ ประมาณหมัดเทพเจ้าดาวเหนือนั่นเลย มาเริ่มแอ่นๆ เอาตอนภาค 4 ปลายๆ ขึ้นไปโน่น เรียกว่าเรื่องนี้ช่วงแรกๆ ใครไม่ชอบลายเส้นหนักๆ เถื่อนๆ นี่อ่านแทบไม่ได้เลย (ผมมาเริ่มอ่านเอาตอนภาค 4 เลยไม่คุ้นกับเนื้อเรื่องกับงานภาพช่วงแรกนิดหน่อยเหมือนกัน)

รออ่านตอนต่อไปครับ :)

#8 By Drake on 2011-01-15 17:54

หนูมีถึงภาคห้าเลย แต่ไม่เก็บภาคหก =_______=:

ในฐานะแฟนโจโจ้อย่างรุนแรง ขอบอกว่าท่านเขียนให้คนที่ไม่เคยอ่านได้รู้เรื่องดีมาก ๆ ค่ะ Hot!
ยังไม่ได้ลองอ่านเลยค่ะ แต่รู้ว่าคนอ่านเยอะมากและมีคนบอกว่าดีมาก
สงสัยคงต้องไปหาอ่านจริงจังแล้วค่ะ
ไว้จะรออ่านต่อนะคะ~

#6 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2011-01-15 16:54

WRYYYYYYYY

ชอบมากครับได้อ่านข้อมูลภาคแรกซักที
ชอบซีรี่นี้มากแต่ไม่รู้เนื้อเรื่องช่วงต้นเลย

#5 By blueboat on 2011-01-15 15:48

ชอบภาคหลังๆ ที่มักจะเอาเรื่องแนวๆวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

#4 By ilumin on 2011-01-15 12:50

ชอบมากเลย ตอนเด็กๆไม่เคยคิดจะอ่าน แต่พอโตขึ้นมา พออ่านแล้วก็วางไม่ลงเลยล่ะ

จะรอติดตามอ่านตอนต่อไปนะครับ

confused smile confused smile

Hot! Hot!

#3 By pornoak on 2011-01-15 12:22

เป็นการ์ตูนเรื่องที่รักมาก 1 ใน 2 เรื่อง (อีกเรื่องนึงคือ EVA ) เขียนรีวิวซะจนอยากกลับไปอ่านอีกรอบ รอบที่ 100 ได้แล้วมั้ง (ฮา)
รบกวนถามคุณหมอหน่อยครับว่าพอมีไฟล์เกม JoJo ภาค 3 PS1 JP ไหมครับ กำลังตามหาอยู่
ขอบคุณครับ

#2 By Balthazar (76.73.94.195) on 2011-01-15 11:50

ติดตามผลงานมานาน แล้วครับ
ผมรัก โจโจ้ครับ เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่คิดจะสะสม จนต่อมากลายมาเป็นแบบนี้ครับ

#1 By seventoon (124.122.147.73) on 2011-01-15 11:00