My-Life

Money is just a fertilizer.It can feed nightmares or dreams.

---Sharon Riddell---

ภาพประกอบจาก http://www.federico.biz

.

.

มีงานอดิเรกอย่างหนึ่งครับ ที่ตัวผมเองสนใจมาจนถึงปัจจุบัน

นั่นคือการตามเก็บแผ่นภาพยนตร์ แผ่นเกมส์ และของสะสมที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น สินค้าลิมิเตต หรือของพรีเมียมต่างๆ

ปกติ ถ้าเป็นของที่ออกใหม่ ราคาเหมาะสม และอยู่ในความสนใจของตัวเอง ก็มักไม่มีปัญหาอะไรนัก ก็เพียงแค่ติดต่อไปยังร้านขาประจำ เช่น สะพานเหล็ก คลองถม หรือสั่งทางอินเตอร์เนท

แต่เมื่อเริ่มคุ้ยๆหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งพบของเก่าๆที่อยากได้เพิ่มขึ้นทุกทีๆ จนเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดเอาซะเลย จนบางครั้งก็แอบคิดเหมือนกันว่า หนังเรื่องเดียวกัน มันจะออกมาทำไมหลายเวอร์ชันนัก (ฟระ) รุ่นนี้แถมโมเดลหอคอยสุดอลังการ รุ่นนี้แถมแผ่น MV และเพลงพิเศษ รุ่นนี้เป็นกล่องสีทอง ปกเรืองแสง บลาๆๆ

ผมตัดปัญหาเรื่องเงินออกไปด้วยการ ทำใจซื้อเฉพาะชิ้นที่ชอบจริงๆเท่านั้น ไม่บ้าจี้ตามเก็บเสียทุกชิ้นทุกแบบที่ออกมา ...แต่ปัญหาสำคัญอีกอย่างก็ยังเหลืออยู่ นั่นคือ การตามเก็บสินค้าที่วางขายเป็นเวลานานมาก จนไม่สามารถพบเห็นตามท้องตลาดทั่วไปได้อีกแล้ว

ตลาดมือสอง ในอินเตอร์เนท จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผม ที่ทำให้สามารถเสาะแสวงหาบรรดาของที่อยากจะได้ ทั้งของสะสมยุคเก่าที่คนสะสม นำมาปล่อยในราคาบวกเพิ่มเล็กน้อย หรือของยุคใหม่ที่คนเพิ่งซื้อไป นำมาขายในราคาที่ถูกลงอีก ...เหตุผลที่นำมาขายก็แตกต่างกันไป บางคนก็แค่ปล่อยของที่ตนซื้อมาเก็งกำไร(ในฐานะสินค้าที่น่าจะหายากในอนาคต) บางคนก็เบื่อ บางคนก็ร้อนเงิน บางคนก็ตัดใจปล่อยออกมาเพื่อนำเงินไปซื้อของที่ชอบชิ้นอื่นๆ ...สารพัดเหตุผลที่คงไม่มีใครระบุได้ชัดเจนซะทุกคน แต่แค่เพียงว่า เงื่อนไขของสินค้าและราคา ระหว่างคนซื้อและคนขายเข้ากันได้ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

.

.

คนที่อยากขาย จะตั้งราคา โชว์ภาพ และข้อมูลของสินค้าทิ้งไว้ คนที่สนใจซื้อ ก็จะโทรศัพท์ สอบถามสภาพและข้อมูลของสินค้าเพิ่มเติม ก่อนที่จะตกลงซื้อสินค้ากัน

โดยรูปแบบการรับส่งก็มีหลากหลาย แต่วิธีที่ผมเห็นว่า น่าจะสร้างความสบายใจกับทั้งสองฝ่าย คงเป็นทำนองที่ว่า นัดสถานที่พบเจอที่สะดวกกันทั้งคู่ จะได้เห็นสินค้าจริงๆ และ ต่อรองราคากันซึ่งๆหน้าไปเลย...ไม่ต้องมาวิตกกังวลว่า เอ..ของที่ดูดีในรูป ของจริงจะเป็นยังไงน๊า เอ..ของที่เราส่งให้ผู้ซื้อทางไปรษณีย์เนี่ย จะถึงมือ และไม่เสียหาย หรือสูญหายไประหว่างทางรึเปล่าน๊า..เป็นต้น

ผมคลุกคลีอยู่ในแวดวงของมือสองทางอินเตอร์เนทมาได้เพียงไม่ถึง 3 ปีดีนัก แต่จนปัจจุบัน ก็ยังรู้สึกดี ที่ได้มีประสบการณ์ในโลกที่ตัวเองไม่เคยรู้จักมาก่อน ได้พบเจอบุคคลในต่างสายอาชีพที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันในชีวิตประจำวัน หรือได้ฟังเรื่องราวของบุคคลอื่นๆผ่านทางผู้คนเหล่านั้น

...ผมได้ซื้อขายของกับนักศึกษาชาวไทย ที่ไปเติบโตที่ญี่ปุ่นกว่า 20 ปี

...ได้พบผู้จัดการบริษัทที่มีเวลาว่างเพียงเฉพาะหลัง 6 โมงเย็น

...ได้พบโปรแกรมเมอร์พัฒนาเกมส์ที่ใช้เวลากับโต๊ะคอมมากกว่าเตียงนอน

...ผมได้ฟังเรื่องราวของจิตแพทย์ที่กำลังจะไปทำงานที่อเมริกา

...เรื่องราวของเด็กน้อยอายุไม่ถึง 10 ปี ที่ได้รับอิทธิพลความชื่นชอบมาจากคุณพ่อ

...เรื่องราวของนักสะสมที่ข้ามน้ำข้ามทะเลไปค่อนทวีป เพียงเพื่อตามเก็บของสะสมที่ตัวเองต้องการ

การซื้อขายของของผม จึงมักใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆทุกครั้งไป แม้ว่าการส่ง-รับสินค้าจะสิ้นสุดลงในเวลาไม่เกิน 10 นาทีที่ได้พบกัน เพราะผมรู้สึกว่า มันเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากกว่า ที่จะได้พบเจอผู้คนมากหน้าหลายตา ได้เจอคนที่สนใจในสิ่งเดียวกัน มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่เราชอบ และสามารถสนทนาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างออกรส

มีอยู่ช่วงเวลานึง ที่ผมคิดจะหากำไรจากการซื้อขายของเช่นนี้ ผมเคยปล่อยแผ่นเพลงที่ซื้อมาเก็งกำไรออกไปในราคาที่มากกว่าเดิมหลายพันบาท ...แต่มาถึงตอนนี้ ผมไม่มีความสนใจในเรื่องเช่นนี้อีกแล้ว ...อาจเพราะด้วยไม่มีเวลาไปตามข้อมูล ตามสำรวจตลาด และตามติดต่อกับคนซื้อ...และที่สำคัญ เมื่อมันเป็นประเด็นแค่เรื่องของเงินๆทองๆ...ก็กลับทำให้ โลก ของผม หดกลับมาเล็กลงกว่าเดิมมาก เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ได้เปิดหูเปิดตาไปด้วยความชื่นชอบและความสนุกอย่างแท้จริง

.

.

ระหว่างสิ่งที่ชอบ กับสิ่งที่ต้องทำ นั้น สำหรับผมแล้ว มันส่งผลให้เกิดแรงผลักดันที่แตกต่างกันออกไปคนละเรื่องเลยทีเดียว บางครั้ง แม้ผลลัพธ์ที่ได้ เมื่อมองในเชิงวัตถุ อาจจะดูเล็กน้อยและไม่คุ้มค่า แต่เมื่อรวมกับผลทางใจ และความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นแล้วเนี่ย ...ยังไงก็ประเมินค่าไม่ได้ครับ...อย่างน้อยที่สุด ทุกวันนี้ ผมก็มีเพื่อนใหม่ๆเพิ่มอีกหลายคน และมีเรื่องราวใหม่ๆ ไปใช้อวดกับตัวผมเองในอดีตอีกมากเลยทีเดียว...

.

.

.

รักของสะสม

รักคนอ่านครับ o_<//

To live is to learn...Now, you have justlearnone new thing...

 

---anonymous---

.

.

 

 

ช่วงนี้กำลังเข้าช่วงเตรียมตัวสอบ กระดิกกระเดี้ยวไปไหนไม่ค่อยได้ รู้สึกจิตไม่อยูกับเนื้อกับตัว ใครทำอะไรก็ดูขัดใจไปซะหมด ตัวเองจะทำอะไรก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน...จะอ่านหนังสือ อัพบลอก เล่นเกมส์ เล่นเนท...มันดูสับสนไปซะหมด ทำเรื่องมีสาระก็ไม่จบ ทำเรื่องไร้สาระก็ไม่ต่อเนื่อง...เหมือนตัวเองกำลังหลงทาง เดินวนไปวนมาอยู่ที่เดิม ทั้งๆที่เป้าหมายก็เห็นชัดๆอยู่ตรงหน้าอยู่แล้ว...

 

หลายครั้งในชีวิตผมนะครับ ที่รู้สึกเหมือน ใช้เวลา ไปซะเปล่าๆ ให้มันหมุนไปเรื่อยๆ โดยไม่ยอมสนใจเป้าหมายจริงๆที่ควรจะมอง

 

บางครั้งก็หาเป้าหมายไม่เจอ บางครั้งก็ไม่ยอมหา บางครั้งก็ตั้งใจมองข้าม บางครั้งก็ลืมเลือนไปซะดื้อๆ

 

รู้สึกกลัวขึ้นมานิดๆว่า ถ้าปล่อยให้ความรู้สึกแบบนี้ให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนไปวนมาเรื่อยๆเนี่ย ซักวัน ตัวเองคงจะเห็นเป็นเรื่องปกติทั่วไป และปล่อยปละละเลย ให้ชีวิตตัวเองผ่านไปเรื่อยๆอย่างเปล่าประโยชน์กับเวลาที่ไหลไป...มันก็เป็นเวลานานมาแล้ว ที่ตัวผมเอง ชอบใช้การ กระตุ้น ตัวเองด้วยเป้าหมายของชีวิตในด้านต่างๆครับ...

 

 

 

 

 

 

 

ตัวผมชอบที่จะกำหนด checklist ของตัวเองขึ้นมาเล่นๆ ใส่ในสมุดบันทึกส่วนตัว เป็นรายการยาวเหยียด ที่จะคอยอัพเดทบ่อยๆ เมื่อนึกออก

 

รายการเหล่านี้ เขียนเป็นข้อๆ ถึง สิ่งต่างๆที่คิดว่าดี สิ่งต่างๆที่คิดว่าจะต้องทำ และสิ่งต่างๆที่อยากจะทำ

 

ไล่ไปเรื่อยเปื่อย...จะเป็นเรื่องเล็กน้อย เรื่องไร้สาระ เรื่องที่ดูไม่มีความสำคัญ จนไปถึงเรื่องใหญ่ๆ ที่เหมือนกับว่า มันจะเป็นเป้าหมายจุดหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้...

 

เรื่องที่ต้องทำ...ก็เหมือนเป็นเป้าหมายในชีวิตแต่ละช่วง ตั้งแต่อนาคตอันใกล้ เช่น อาทิตย์นี้ต้องอ่านหนังสือวิชานั้นวิชานี้นะ วันอังคารนี้ต้องไปซื้อของให้ได้นะ จวบจนถึงภาพตัวเองในอนาคตระยะยาว ว่าจะเป็นอย่างไร ทำอะไร เมื่อถึงจุดนี้ของชีวิต เป็นต้น ..เพื่อที่จะเหมือนเป็นสิ่งค้ำคอไว้ว่า ผมจะไม่บ่ายเบี่ยง หนีสิ่งที่จำเป็นนั้นๆ แล้วยกสารพัดข้ออ้างมา ให้ตัวเองหลุดพ้นภาระเหล่านั้นอยู่ร่ำไป

 

เรื่องที่อยากจะทำ...ผมเคยลิสต์รายการสถานที่ๆที่อยากจะไป ทั้งในและต่างประเทศ ที่คิดว่า ชีวิตนี้ อย่างน้อยก็ต้องไปสัมผัสให้ได้ ลิสต์หนังสือที่อยากอ่าน ลิสต์หนังที่อยากดู เพื่อที่อย่างน้อย ก็จะไม่ลืมว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต เราเคยมีความสนใจจะทำ จะดูในสิ่งเหล่านี้

 

ข้างหน้ารายการเหล่านั้น ก็จะเว้นที่ว่างไว้ ให้ผมมานั่งทำสัญลักษณ์ไว้ทีหลัง เพื่อบอกว่า เราทำเรื่องเหล่านี้ไปเรียบร้อยแล้วนะ เราสามารถผ่านสิ่งเหล่านี้มาได้แล้วนะ ..Mission complete เรียบร้อย ประมาณนั้น...

 

ตลอดเวลาที่ใช้วิธีนี้มา ก็รู้สึกชอบอกชอบใจเหมือนกัน มันเหมือนช่วยกระตุ้นให้ตัวเอง active ขึ้นมาได้ในเรื่องต่างๆ ที่ควรจะทำจริงๆ (แต่ชอบไม่อยากทำในวินาทีสุดท้าย) คิดๆไปก็ดูน่าตลกดีเหมือนกัน กับคนเรา ที่ก็สามารถบอกประโยชน์ บอกความสำคัญได้หมด ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ แต่พอเอาเข้าจริง พอตัวเองพบสถานการณ์แบบนั้น กลับสามารถสรรหาเหตุผลสารพัดที่ดูสวยหรู มาอ้างให้เลี่ยงงานไปได้ซะทุกครั้ง...

 

พูดถึง checklist ของผมแล้ว มันก็เหมือนเป็นความสุขอย่างนึง ที่ตัวเองได้ค่อยๆมานั่งทำให้รายการมันสมบูรณ์ทีละนิดๆ ....เมื่อผมหาซื้อของสะสมที่ต้องการได้ ผมก็จะมาทำสัญลักษณ์ไว้ เมื่อผมได้เล่นเกมส์ซักเกมส์ที่ชอบจนจบ ก็จะมาทำสัญลักษณ์ไว้ เก็บเล็กผสมน้อยเรื่อยมา... เวลาผ่านไปเรื่อยๆ พอกลับมานั่งดู หลายครั้งก็แอบรู้สึกภูมิใจเหมือนกัน ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือนตัวเองค่อยๆทำให้ช่องเล็กๆที่มันว่างอยู่ ให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมีรายการเหล่านี้ เป็นเหมือนเครื่องยืนยันสิ่งที่เราได้ทำลงไป และเป็นหลักฐานถึงทุกๆก้าวในชีวิตของตัวเอง

 

ตลอดชีวิตนี้ รายการของผม ก็คงไม่มีวันจะสมบูรณ์ได้ เพราะทุกครั้งที่ได้ไปทำอะไร ทุกวันที่ได้เห็นอะไร ก็จะกลับมาเขียนเพิ่มเติมเป็นระยะๆ ทั้งเรื่องเล็ก และเรื่องใหญ่ แต่ทุกเรื่อง ก็ล้วนแต่คอยกระตุ้นให้ตัวเองได้เดินไปข้างหน้า ให้ตัวเองให้ความสำคัญกับหลายๆแง่มุมในชิวิตที่อาจจะไม่เคยมองมาก่อน...

 

ความสุขในชีวิต บางทีก็หาได้ไม่ยากอย่างที่คิด แค่สิ่งต่างๆที่เราทำไปด้วยใจ และไม่ลืมที่จะหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เราได้ทุ่มเท ได้พยายามไปกับเรื่องใดๆอย่างสุดความสามารถแล้วนั้น มันก็เพียงพอ ที่จะสร้างรอยยิ้มเล็กๆให้กับเราได้แล้ว...

 

 

 

...และวันนี้ ผมเองก็สามารถที่จะกลับไปใส่เครื่องหมายถูกเพิ่มเติม ให้กับรายการบ้าๆ รายการหนึ่งในสมุดบันทึกของผมได้แล้วล่ะครับ... แต่มันจะนำมาซึ่งรอยยิ้มหรือน้ำตาของผมเนี่ย...ตอนนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน...

 

 

 

เล่นเนทถึงเช้า และอัพบลอกในช่วงสอบ...

.

 

 

 

 

รักคนอ่านครับ @_@ //