134: Birth -บนระนาบของความเป็นตาย (ภาคต้น)
posted on 21 Nov 2009 10:44 by zieghart in My-Sight.
" นี่...ขอปรึกษาหน่อยนะ
อยากรู้ว่า....จะมีวิธีอะไรให้เลือกบ้าง
...
......
..........ถ้าเราอยากจะเอาเด็กในท้องออก ? "
.
เป็นเวลาก่อนเที่ยงคืน ของเมื่อหลายปีก่อน...เพื่อนสาวคนหนึ่งของผม ที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานตั้งแต่สมัยก่อนเข้ามหาวิทยาลัย...โทรศัพท์มาหาตัวผมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย และไม่เสียเวลาที่จะเกริ่นนำอะไรก่อนหน้าให้มากมาย...กลับยิงคำถามเข้าใส่อย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
...เป็นคำถามที่ตอบได้อย่างยากเย็นเสียด้วย...
บนระนาบของความเป็นตาย : ภาคต้น - Birth
ย้อนกลับไปเมื่อสมัยที่เพิ่งขึ้นชั้นปีที่สี่ใหม่ๆ...จำได้ว่าเป็นช่วงชีวิตที่สำคัญอีกปีหนึ่ง ของเหล่านักศึกษาแพทย์หน้าละอ่อนทั้งหลาย ที่จะได้ใส่เสื้อกาวน์อย่างถูกกฎหมาย และขึ้นไปปฎิบัติงานบนหอผู้ป่วยตึกต่างๆเป็นครั้งแรก
ถ้ามองกลับไปจากตอนนี้ ก็ออกจะน่าหัวเราะตัวเองอยู่เหมือนกัน ที่เป็นช่วงเวลาที่ฮึกเหิมเกินหน้าเกินตา และมีโอกาสจะได้มาหยุดคิดน้อยครั้งเหลือเกิน...ว่าตัวเรามีความรู้จำกัดแค่ไหน และเราทำอะไรได้จิ๊บจ๊อยเพียงไร...เมื่ออยู่ตัวคนเดียว
...ใช้เวลาไม่นานนัก ที่เด็กๆทั้งหลายจะได้รู้ถึงขีดความสามารถของตัวเอง และเริ่มที่จะตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้อย่างจริงจัง...แต่ก็เหมือนกับการประชดประชันอยู่เหมือนกัน ที่คนใกล้ชิดหลายๆคน มักมองข้ามองค์ประกอบที่(ดูเหมือนจะ)เล็กน้อยเหล่านั้น...และเหมารวมว่า คนในสายวิชาชีพแพทย์ทุกคน สมควรที่จะ"ให้คำแนะนำ" ในข้อข้องใจต่างๆได้ โดยไม่มีเงื่อนไข
...หลายปีที่ผ่านมา จึงมักมีเพื่อนๆ และญาติๆหลายๆคน ติดต่อสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้กับผมอยู่เป็นระยะ ตั้งแต่ปัญหาสุขภาพหยุมหยิม จนถึงเรื่องแผนการรักษาแบบคอขาดบาดตาย...บางเรื่องผมพอจะมีความรู้ ตอบกล้อมแกล้มไปตามทฤษฎีได้ แต่หลายข้อ ก็ต้องบอกรับกันไปตรงๆว่า ไม่ทราบเอาจริงๆ ไปหาหมอตัวเป็นๆซะเถอะนะ...
........
ผ่านช่วงเวลานั้นมาหลายปี ถึงทุกวันนี้ ก็พอจะใจชื้นว่า ตัวเองสามารถตอบสารพัดคำถามจากคนรอบข้างได้มากขึ้น มีความรู้ในการ "ช่วยคน" ได้ในระดับที่จะ 'ก่อประโยชน์' ได้มากกว่าจะ 'สร้างปัญหา'...แต่คำถามหลายๆข้อที่ค้างคามาจากอดีตหลายต่อหลายปี ก็ยังคาใจผมอยู่ไม่น้อย คอยตามหลอกหลอนอยู่เป็นระยะ
กลับมาที่เรื่องเพื่อนสาวคนดังกล่าว...ที่หากจะสรุปสาระสำคัญ (ซึ่งเจ้าตัวใช้เวลาอธิบายมันน้อยเหลือเกิน) ก็พอจะพูดคร่าวๆได้ว่า เจ้าหล่อน-ที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ตั้งครรภ์ และด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้ลูกในท้องของเธอ จะไม่มีพ่อ
ประสบการณ์การทำงานสอนผมเสมอว่า ชีวิตจริงมันดราม่าได้มากกว่านิยายและภาพยนตร์...แค่เพียงแต่ไม่มีจังหวะการเดินเรื่องกระชากอารมณ์ที่คาดเดาได้ ไม่มีดนตรีประกอบคอยสะท้อนความรู้สึก และไม่มีหน้าปกที่จะดึงดูดให้คนรอบข้างหันมาสนใจได้ ในเวลาที่เราต้องการ...
ผมฟังคำถามของเธออย่างเงียบๆ และพอจะเข้าใจได้ว่า เจ้าหล่อนไม่มีเหตุผลที่จะโทรศัพท์มาพูดคุยเรื่องส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนแบบนี้ กับผม-ผู้ชาย-ที่ไม่ได้คุยกันมาหลายปี เพียงเพื่อต้องการคำพูดปลอบใจบ้านๆ หรือคำเสริมกำลังใจที่สามารถหาฟังได้อย่างไม่ยากเย็น จากคนรอบตัวเธอ
เธอต้องการคำแนะนำจากคนในสายวิชาชีพทางการแพทย์ ที่จะสามารถแนะว่า เธอจะทำอย่างไรได้บ้าง กับเด็กในท้อง ที่แสดงความจำนงแน่ชัดว่าไม่พร้อมที่จะให้คลอดออกมา
.....
........
โดยปกติ คำถามที่พูดในที่ชุมชนลำบากแบบนี้ (ถุงยางมีปัญหา คลำได้ก้อนที่เต้านม มีตกขาวไหลผิดปกติ เจอตุ่มน้ำใสในที่ลับ ฯลฯ) หลายๆคนมักมาถามผมโดยการกล่าวอ้างว่าเป็นปัญหาของคนใกล้ชิด...ดังนั้น เพื่อตอบรับความตั้งใจของเธอที่ถามมาตรงๆ...ตัวผมในตอนนั้นอยากจะช่วยเหลือเธอเต็มที่ พร้อมบอกยอมรับกับความรู้อันน้อยนิดของตัวเอง (ซึ่งยังเป็นช่วงที่ยังไม่มีความรู้สูติศาสตร์แม้แต่น้อย และยังเข้าใจอยู่ว่า...คนเราใช้เวลาก่อนคลอดกัน 9 เดือน) ขอเวลาหาข้อมูล ก่อนที่จะไปพบเธอที่มหาวิทยาลัยในวันรุ่งขึ้น
พี่รหัสคนสนิทของผม ส่ง PowerPoint มาให้สองตัว แทนคำแนะนำอะไรที่มากความ...ซึ่งหากจะให้พูดตอนนี้ ผมก็คงบอกได้เต็มปากว่า เธอเป็นทั้งคุณพี่สาว และคุณหมอที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ
*: ว่าด้วยการทำแท้ง
ทุกวันนี้ การทำให้ทารกในครรภ์แท้งก์นั้น มีวิธีให้เลือกมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมาย...เรามีทั้งยา ทั้งกรรมวิธีมากมายหลายชนิด ที่ชักนำการคลอดให้เร็วกว่าปกติ...
PowerPoint อันแรกที่ผมเปิดให้เจ้าหล่อนดู เป็นเรื่องของ"การทำแท้ง" ด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งตามขนบ และนอกกรอบเกณฑ์ เช่นการใช้เครื่องมือขูดมดลูก ใช้ยาเหน็บช่องคลอด ใช้ยากิน กระตุ้นการหดตัวของมดลูก ฯลฯ
ถ้าพูดถึงประเด็นทางกฎหมายแล้ว...การจะอนุญาตให้ผู้หญิงซักคน"ทำแท้ง" จบชีวิตทารกในครรภ์ได้นั้น เป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากทีเดียว ต้องมีการยื่นเรื่องเข้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีการสอบเรื่อง มีการพิจารณาสภาพพื้นฐาน และอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากมีการตั้งครรภ์ต่อไป รวมถึงเงื่อนไขทางสังคมอื่นๆ ฯลฯ
และแม้จะได้รับอนุญาตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...ก็ใช่ว่าเรื่องทั้งหมดจะราบรื่นเสียทั้งหมด เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะทำให้ชีวิตหนึ่งๆ ในท้องของหญิงสาวซักคน หมดโอกาสที่จะลืมตามาดูโลกกว้าง....ไม่ว่าเราจะใช้เครื่องมือที่ดูน่ากลัว ใช้ยาที่ดูอันตราย หรือใช้อุปกรณ์ที่ดูไม่เป็นมิตรเข้ามาช่วยเหลือ...ก็ล้วนแต่เป็นนรกของหญิงสาวอดีตว่าที่คุณแม่กันทั้งนั้น
จะวิธีการทำให้แท้งบุตรก็ดี ผลแทรกซ้อนจากการทำให้แท้งก็ดี ผลกระทบในระยะยาวต่อตัวหญิงสาวก็ดี หรือกระทั่ง"สิ่งหลงเหลือ" จากกรรมวิธีต่างๆเหล่านั้น ต่างไม่ใช่ภาพที่น่าดูเลยทั้งสิ้น ชนิดที่แค่จะหาภาพที่ดู "ไม่น่ามอง" น้อยหน่อยซักภาพมาให้ชม ก็ยังทำได้ยากยิ่ง ( มีวิธีการทำแท้งอย่างหนึ่ง ที่จะใช้สารละลายความเข้มข้นสูง - Hyperosmotic solution ฉีดเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก และจบชีวิตของทารกในครรภ์ไปในเวลาเดียวกัน ก่อนจะขับ"ชิ้นส่วน"ทั้งหมดออกมาทางช่องคลอด...ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมอย่างหนึ่ง ก็คือการเผลอไปมองร่างจมน้ำ ที่ไร้ลมหายใจของเด็กน้อย ซึ่งถูกขับออกมาในภายหลัง...ทุกวันนี้มันก็ยังติดตาอยู่ไม่หายไปไหน)
*: ว่าด้วยการมีชีวิต
PowerPoint อันที่สอง พูดถึงเรื่องพัฒนาการของเด็กทารกในครรภ์
...มันเป็นเรื่องพื้นฐานอีกเรื่องที่ควรจะต้องรู้ นอกเหนือไปจากเรื่องปลายทางที่เธอสนใจ...จำได้ว่าผมตอบสายตาเชิงสงสัยของเธอไปแบบนั้น
หลังจากผ่านการว่ายฝ่าฟัน และแข่งขันกับเพื่อนฝูงมากมาย...จนเมื่อสเปิร์มตัวน้อย ได้เจาะเข้าไปผสมกับไข่ในท้องของผู้หญิงซักคน...ชีวิตเล็กๆก็เริ่มถือกำเนิดขึ้น ในรูปร่างกลมดิ๊กไม่มีรอยหยัก
เวลาหลายต่อหลายสัปดาห์ผ่านไป จากการแบ่งตัว และฟอร์มรูปร่างนับครั้งไม่ถ้วน ตัวอ่อนเอมบริโอน้อยของเรา ก็เริ่มที่จะมีอวัยวะต่างๆมากขึ้นตามลำดับ...แม้จะดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ประสาท หัวใจ ตับ ไต ปอด แขน และขาของเรา ก็เริ่มที่จะปรากฎเป็นติ่งเล็กๆ ขึ้นตามส่วนต่างๆของร่างกาย...จนเมื่ออายุครรภ์ได้ 8 สัปดาห์...ว่าที่ "อวัยวะ" ทั้งหมดของร่างกาย ก็ปรากฎให้เห็นเกือบครบถ้วนแล้ว
...หลังจากพ้นระยะนั้นมาได้ ร่างกายของมนุษย์เวอร์ชันย่อส่วน ก็เตรียมตัวที่จะออกมาสู่โลกกว้าง...ทั้งกิน ทั้งขับถ่าย ทั้งเผาผลาญอาหาร...ในขณะที่ต้องเตรียมตัวที่จะหายใจด้วยตัวเอง ย่อยอาหารด้วยตัวเอง หรือกระทั่งเตรียมพร้อมที่จะสืบเผ่าพันธุ์ในอนาคต !
*: ว่าด้วยสิทธิ์ผูกขาด
อาจบอกได้ว่า ร่างกายมนุษย์เราเป็นผลผลิตที่ทั้งสวยงามและมหัศจรรย์ของธรรมชาติ...เรามีกระบวนการเติบโตและเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนนับครั้งไม่ถ้วน และสะท้อนความพยายามอย่างมาก ที่จะเกิด เติบโต และสืบทอดสิ่งต่างๆให้กับลูกหลาน...ซึ่งทุกขั้นตอน ต่างเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่ดูรุนแรงและทรงพลัง
แต่เหมือนกับเป็นการประชดประชันอยู่เหมือนกัน ที่สิ่งที่จะมายับยั้ง หักล้าง และหยุดพลังที่แรงกล้าเหล่านั้นได้ กลับเป็นความรู้สึกขั้วตรงข้าม ที่ทั้งหดหู่ อ่อนแอ และไม่น่ามอง...เป็นความรู้สึกเชิงลบที่จะ "ทำลายชีวิต" ได้ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ...
ตัวผมเอง ได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง จากการมองกระบวนการทั้งสองอย่างละเอียด...ทั้งความพยายามที่จะสร้างชีวิต และความพยายามที่จะยุติชีวิต....เรื่องของเหตุผล ความรู้สึก และที่มาที่ไปนั้น ก็คงสุดแล้วแต่คนจะหยิบยกขึ้นมาอธิบาย และไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาคิดแทนใคร
แต่เมื่อถึงตอนที่ตัวเรา - คนที่เลือกจะถืออำนาจในการตัดสินความเป็นไปของชีวิตน้อยๆเหล่านั้น จะเอ่ยคำพูดสุดท้ายใดๆออกมา...อย่างน้อยก็ควรจะต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อนว่า...เราเองนั้น เข้าใจได้มากน้อยเพียงไหน และตระหนักรู้เพียงไร...กับความรู้สึกที่ปรารถนาจะมีชีวิตอยู่นั้นๆ
*: ว่าด้วยจุดเริ่มต้น
บทสรุปของเรื่องเป็นไปอย่างที่คนใกล้ชิดคาดการณ์ไว้แต่แรก...จะอย่างไรเสีย เพื่อนของผมก็จำเป็นจะต้องคลอดเด็กน้อยคนนั้นออกมาในที่สุด
"เหตุผล" ของเธอ ในมุมมองของหลายๆคน คงไม่มีน้ำหนักมากพอ ที่จะจบชีวิตน้อยๆนั้นไปได้...ข่าวสุดท้ายที่ผมได้รับรู้จากปากของเจ้าตัว ก็คือว่าเธอตัดสินใจที่จะคลอดลูกน้อยแต่เพียงผู้เดียว
...ผมเองก็สุดที่จะรู้ ว่าสิ่งที่ผมเคยพูดไป มีผลกระทบกับความคิดของเธอมากแค่ไหน...สายสัมพันธ์เล็กๆที่เธอแบกรับไว้ในท้อง จะส่งผลกับมุมมองของเธอมากเพียงไร...หรือเด็กน้อยที่เกิดออกมาคนนั้น จะสร้างความรู้สึกใดๆให้กับหญิงสาวที่อยู่ตัวคนเดียว...ผมไม่มีโอกาสรู้ และอาจไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้
....
แต่เรื่องในอดีต ก็จำต้องปล่อยมันให้พ้นไปเสีย...สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะต้องทำตอนนี้ ก็อาจเป็นเพียงแค่ คำกล่าวทักทายชีวิตน้อยๆ หนึ่งในชีวิตนับแสนนับล้าน ที่สู้ผ่าฝัน ดิ้นรน เติบโต และรอดปลอดภัยออกมาสู่โลกใบกลมๆ ที่อัดแน่นไปด้วยสารพัดความรู้สึกอันน่าพิศวงใบนี้ได้ในท้ายที่สุด
ยินดีต้อนรับ เด็กน้อยที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต...ในช่วงเวลาก่อนที่พวกเธอจะทันได้รู้ตัว...มีเรื่องทุกข์ เรื่องเศร้ามากมายได้เกิดขึ้น และผ่านพ้นไปแล้ว...อย่างไรเสีย พวกเธอก็ลืมตาขึ้นมาดูโลกเป็นที่เรียบร้อย...ชีวิตหลังจากนี้ เป็นของพวกเธอ
...สุขสันต์วันเกิด
...
.....
........ชีวิตดวงเล็กๆได้ผ่านพ้นความเสี่ยงและสารพัดปัญหามาในที่สุด...แต่พวกเขาและเธอ เพิ่งจะมายืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตเพียงเท่านั้น...สุขและทุกข์ที่เหลือ เป็นเรื่องหลังจากนี้อีกยาวไกลนัก
ครั้งหน้ามาคุยกันต่อ กับเส้นทางสีขาว หรือกำแพงสีดำ ที่คนเราจะได้พบเจอ การตัดสินใจที่จะวิ่งต่อ หรือจบสิ้นเพียงแค่นั้น ก็เป็นสิทธิ์ของตัวเราเอง....ไว้พบกันใหม่
.
รักชีวิตน้อยๆที่ผ่าฟันมาสู่จุดเริ่มต้น
รักคนอ่านครับ
Medicine & Series
Final Fantasy
Review
Mania
About Me