My-Sight

The More You face, The less you know

มีชีวิตอยู่มาได้ 20 กว่าปี ... ผมก็เป็นผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่มีความชอบความสนใจเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมายหลายหลาก...

นอกเวลาเรียน ที่เหมือนจะกลืนเวลาว่างของผมไปแทบหมดสิ้น ...ผมชอบเล่นคอมพิวเตอร์ - ชอบอ่านกระทู้ อ่านบทความ อ่านความคิดเห็นที่หลากหลาย เห็นการโต้ตอบของผู้คนในหลายมุมมอง แม้จะคุยกันอยู่ในประเด็นเดียวกัน

ผมชอบอ่านนิยาย - ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์ ปรัชญา และแฟนตาซี ได้สัมผัสโลกที่แตกต่างออกไป ได้เข้าถึงโลกที่ไม่มีทางได้พบเห็นในช่วงอายุของตัวเอง

ผมชอบนั่งคุยโทรศัพท์ ชอบเล่นเกมส์อยู่เงียบๆ ชอบกลิ้งไปมาอ่านนิตยสารบนเตียง หรือวันไหนอากาศดี ก็ชวนเพื่อนไปเที่ยวเล่น ดูหนัง เดินซื้อของข้างนอก...

แต่ไม่ว่าจะทำอะไรมา สุดท้ายผมก็จะจบลงที่กลับมาหา"ตัวเอง" อีกครั้ง

โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า ช่วงเวลาเหล่านี้ มีความสำคัญมากยิ่งนัก ...ทว่า...เวลาที่ใช้กับตัวเอง กลับมีไม่มาก และมีแนวโน้มที่จะลดลงไปอีก เมื่อผมโตขึ้นเรื่อยๆ...

ผมเคยถามตัวเอง ว่าจะต้องทำเช่นไร ที่จะสามารถอยู่กับความสนใจของเรา พร้อมๆกับไม่ทำให้หน้าที่และชีวิตของเราเสียไปด้วย ?

ผมจะต้องทำเช่นไร ถึงจะคว้าไว้ได้ ทั้งสิ่งที่ชอบ และความรับผิดชอบ?

ผมจะต้องทำเช่นไร ถึงจะมีทั้งเวลาที่ทำเพื่อตัวเอง และทำเพื่อคนอื่น?

คำตอบง่ายๆอย่าง "การแบ่งเวลา" อาจทำไม่ได้ง่ายอย่างที่พูด...

พอได้มาลองคิดดู ผมรู้สึกว่า ทั้งชีวิต และเวลาของตัวเอง มันช่างเล็กน้อยและไร้ความหมายจริงๆ ถ้าเทียบกับตัวตน และการมีอยู่ของโลกใบนี้

...มุมมองเล็กๆของคนหนึ่งคน ไม่สามารถเห็นโลกได้ครบทั้งใบ

...มุมมองเล็กๆของคนหนึ่งคน ไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องออกมา ไม่ว่าจะมองสิ่งไหน

...แต่ถ้าหากมุมมองเล็กๆ ได้มารวมกัน ...ภาพที่เห็น ก็จะกว้างขึ้น กว้างขึ้น

จนท้ายที่สุด ด้วยความคิด ความชอบ และความเห็นของคนหลายๆคน...ภาพของ"โลก" ...ภาพของ"ความเป็นจริง"นี้ ก็จะค่อยๆเด่นชัด เป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆ

เหตุผลที่ผมเริ่มเขียนบลอก ก็คงเป็นด้วยความอยากที่จะนำเสนอมุมมองในเรื่องต่างๆ...ทั้งชีวิต ความคิด และความชอบของผม ให้กับผู้อ่าน

...เป็นการบอกเล่าเศษเสี้ยวเรื่องราวของโลกใบใหญ่ๆ ผ่านสายตาเล็กๆของตัวผมเอง และคาดหวังว่า มันคงจะทำช่วยเติมภาพที่ว่างในด้านต่างๆ ให้กับหลายๆคนได้

เพราะหากรวมมุมมองของทุกคนเข้าด้วยกัน ...แม้มันจะไม่ใช่ความสนใจของเรา ไม่ใช่ความความชอบของเรา...อย่างน้อยก็อาจจะเกิดเป็นความสุขเล็กๆจากแง่มุมใหม่ๆ ที่มาจากโลกในด้านที่เราไม่เคยเห็นนี่เอง...

...แม้จะเป็นเม็ดทรายที่มองแทบไม่เห็น...แต่เมื่อรวมเข้าด้วยกัน มันก็สามารถเกิดเป็นปราสาทที่สวยงาม และสร้างความสุขให้กับคนที่ผ่านไปมาได้...

รักคนอ่านครับ ^^//

ปล1. กำลังค่อยๆเรียนรู้ และตกแต่งบลอกไปเรื่อยๆจ้า

ปล.2Blog นี้...คิดค่าธรรมเนียม เพียง 1 มุมมอง ต่อ 1 เรื่องราวครับผม**


edit @ 2006/07/08 02:47:32

Laugh and the world will laugh with you, cry and you cry alone...

สำหรับผมแล้ว คิดว่า ประโยคข้างต้น สื่อความหมายในด้านหนึ่งของชีวิตได้ดี ...แต่ไม่ตรงกับความเป็นจริงซักทีเดียว ...เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม ...หากไม่ถูกบดบังด้วยความคิดที่ขุ่นมัวของตัวเอง...อย่างน้อย ก็ย่อมต้องมีใครซักคน ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เราทุกข์ หรือสุขมากเพียงใด...

คนๆนั้นอาจเป็นพ่อแม่ของคุณ คนรักของคุณ เพื่อนของคุณ หรือใครก็ตาม ที่คุณจะสามารถรู้สึกดีได้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆคนๆนั้น

คุณสามารถหัวเราะออกมาจากใจ และหลั่งน้ำตาออกมาได้โดยไม่ขัดเขิน เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาหรือเธอ

...น่าแปลก ที่คนที่ผมหันหน้าเข้าหามากที่สุด กลับไม่ใช่บรรดาเพื่อนฝูง ที่ต่างก็สนิทสนม และคุ้นเคยกันมาเป็นเวลานาน...

ผมรู้สึกเองลึกๆว่า ตัวเองมักจะรั้งเท้าไว้ก้าวนึงเสมอ ในเวลาที่ต้องการจะถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ทั้งสุข และทุกข์ออกมา ทั้งที่ตัวเขาหรือเธอก็พร้อมที่จะรับฟัง

อาจเพราะผมมึความรู้สึก"เกรงใจ" และ"หวั่นใจ" บางอย่าง เหมือนกับมีสิ่งเล็กๆคอยเหนี่ยวรั้ง ...เป็นสิ่งเล็กๆที่จะฉุดไม่ให้ผมเอาตัวเองเข้าไปในขอบเขตของคนอื่นอย่างเต็มตัว ?

ผมคงคิดเองว่า มันจะสร้างความลำบาก และดูไม่ใช่เรื่องเลย ที่จะยัดเยียดอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองในด้านต่างๆ ให้เข้าไปสู่คนอื่น ไม่ว่ามันจะอัดแน่นด้วยความอิ่มเอมหรือความทุกข์ระทมก็ตามที

...แต่คนที่ทำลายบรรยากาศที่ไม่มีที่มาเหล่านั้นได้ และทำให้ผมแสดงตัวตนของตัวเองออกไปอย่างคาดไม่ถึง ก็คือบรรดา "พี่รหัส"ของผมเอง

พี่รหัส -- รุ่นพี่ที่อยู่ในชั้นปีต่างๆ ซึ่งมีหมายเลขประจำตัวเดียวกัน ที่จะทำหน้าที่ดูแล อบรม สั่งสอน และนำทางให้น้องก้าวเดินในเส้นทางที่ตัวเองเคยผ่านมาได้อย่างไม่มีอุปสรรค --

ในชีวิตของผม ได้รู้จักกับระบบพี่รหัสเป็นครั้งแรกก็เมื่อเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว ...เวลาผ่านมาหลายปี อาจถือเป็นโชคดีของผม ที่ได้พบเจอกับบรรดารุ่นพี่ที่เห็นความสำคัญ และยึดถือคำจำกัดความของคำว่า "พี่รหัส" ได้อย่างไม่บกพร่อง


พี่ๆทุกคนคอยดูแลเอาใจใส่รุ่นน้องของพวกเค้า ด้วยความบริสุทธิ์ใจที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดอะไรให้มากมาย

แม้เวลาว่างแทบจะไม่ตรงกัน และเวลาพักของพี่ก็แทบจะไม่มี แต่ทุกคนก็คอยหมั่นสอบถามสารทุกข์สุขดิบกันและกันอยู่เป็นประจำ

วันไหนที่มีเวลาว่าง ก็จะชวนกันไปทานข้าว เดินเล่นเรื่อยเปื่อย หรือนั่งคุย ปรึกษาปัญหาชีวิตต่างๆนานา

เวลาที่มีความสุข ก็สามารถที่จะถ่ายทอดความรู้สึกทีอัดแน่นของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ แม้จะไม่ใช่ความสนใจของอีกฝ่าย แต่เค้าก็ยังพร้อมที่จะรับฟังด้วยรอยยิ้ม

เวลาที่มีความทุกข์ ก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างรับฟังทุกปัญหา แม้บางครั้ง อาจไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นที่ระบายความอัดอั้น โดยไม่ปริปากบ่น

ผมรู้สึกเลยว่า ได้ให้เวลา และความสำคัญกับพี่รหัสมากอย่างที่ไม่เคยคาดถึง...บ่อยครั้งที่ผมรู้สึกแปลกใจกับตัวเอง ที่ตลอดเวลาที่คุยโทรศัพท์ ก็ยังนั่งยิ้มไม่หุบ หรือบางครั้ง แม้กระทั่งน้ำตา ก็ยังหลั่งออกมาโดยไม่ต้องหยุดยั้ง

ไม่ใช่แค่ความรัก...ไม่ใช่แค่ความเคารพ...มันเหมือนเป็นความผูกพันธ์ระหว่างกันที่ผสมผสานขึ้นมาอย่างลึกซึ้ง...

อาจเพราะด้วยความห่วงใยที่บริสุทธิ์ที่พี่มอบให้อยู่เป็นนิจ ? ที่ทำให้ผมซึมซับ และไม่รู้สึกผิดแผก ที่จะยิ้มออกมาอย่างเต็มที่ เมื่อมีความสุข หรือในห้วงเวลาที่มีความทุกข์ ก็สามารถที่จะแสดงด้านที่อ่อนแอที่สุดของตัวเอง ที่แม้คนในครอบครัวก็ไม่อยากจะให้เห็นออกมาได้...

ทุกครั้งที่ผมมองพวกพี่ๆซึ่งอยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปเป็นชั้นๆ ...ผมรู้สึกเหมือนได้เห็นภาพของตัวเองในอนาคต ... ได้เห็นเส้นทางที่ตัวเองจะได้ก้าวเดินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ผมเชื่อมั่นว่า ตราบเท่าที่ยังมีคนที่คอยใส่ใจกับทุกย่างก้าวของเรา ยืนรอเราอยู่ในจุดต่างๆของชีวิตอย่างต่อเนื้องเช่นนี้แล้ว...

...เส้นทางที่ทอดยาวเบื้องหน้าของผมก็จะยังคงเด่นชัด

...และผมก็สามารถที่จะก้าวไปสู่จุดหมายได้โดยไม่มีวันหลงทาง...

รักพี่รหัสทุกคน

รักคนอ่านครับ ^_^ //