My-Wisdom

.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

เมื่อวันก่อน เพิ่งได้ไปทานข้าวเย็นกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน...เป็น Organizer สาว วัย 26 ปี ที่กำลังไปได้สวยในอาชีพการงานอย่างน่าอิจฉา

หลังจากคุยเรื่องสัพเพเหระ และทานไวน์แดงไปร่วมชั่วโมง...เพื่อนสาวที่กำลังกรึ่มได้ที่ ก็ยิงคำถามมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวว่า

"นี่แก...อยากเสริมหน้าอก ต้องทำยังไงบ้าง...?"

เล่นเอาสะดุ้งเฮือกไปเลยทีเดียว...ตั้งแต่เกิดมา เคยมีแต่คนมาหาด้วยเรื่องคลำเจอก้อนโน๊นก้อนนี้ ไม่ก็มีเลือด มีหนองไหลจากเต้านม....ไอ้การมาด้วยเรื่องไซด์เต้านมนี่...แรร์เคสสำหรับตรูข้าเสียนี่กระไร

ก่อนที่จะได้ทันตบมุขกลับไปตามสัญชาติญาณ แบบไม่ดูตาม้าตาเรือว่า "อะฮ่อ~(เสียงหล่อ) ถึงนมจะเล็ก เธอก็ยังน่ารักนะ อะฮ่อ~(เสียงหล่อ)"...คุณเพื่อนสาวก็ได้ขยายความ ถึงความคับข้องใจ ในประสบการณ์โศกสลด เลิกรากับหนุ่มๆหลายครั้งหลายครา ในช่วงเวลาสั้นๆที่ผ่านมา

"ถ้าหน้าอกชั้นใหญ่กว่านี้ซักสองนิ้วละก็นะ...ขี้คร้าน...จะกลับมากันให้ควั่ก"

ฟังคุณเพื่อนพูดแบบนั้น จริงๆก็คันปาก อยากจะคอมเมนท์ หรือตบมุขอะไรเพิ่มเติม...แต่เนื่องจากว่า ผมเป็นคนยึดมั่นในคำสอนแต่โบราณ ที่กล่าวว่า

มีหญิงสามจำพวก ที่ท่านชายต้องไม่พึงไปตอแย โต้แย้ง และพยายามคะคานด้วยเหตุผล อันได้แก่:

1. หญิงที่กำลังช้อปปิ้งติดลม
2. หญิงที่กำลังมีรอบเดือนให้แปรปรวน
และ 3. หญิงที่เพิ่งเลิกรากับแฟน

...เชื่อเถอะครับหนุ่มๆ ฟังคำสอนไว้ แล้วจะแคล้วคลาดครับ...

--------------------

หลังจากนั้น ผมได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนผู้หญิงเพิ่มเติมอีกหลายคน และเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า โจทย์ปัญหาหนักอก ของคนอกไม่หนักเช่นนี้ เป็น issue ซีเรียสระดับห้าดาว ที่สาวๆให้ความสำคัญกันมาก ชนิดที่หนุ่มๆหลายคนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

และไหนๆผมก็เริ่มที่จะมีไฟ สนใจนมขึ้นมาบ้างแล้ว(?)...ก็เลยถือโอกาส ไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม พูดคุยตรวจร่างกายคนไข้ที่มีประสบการณ์ และขอข้อมูลจากอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญไปด้วยเลยทีเดียว....ฟู่ เปลืองตัวเป็นบ้าเลยรู้มั๊ย คุณเพื่อนเอ๋ย

ข้อมูลที่ได้มา เป็นเชิงลึก และค่อนข้างกระจัดกระจายมากทีเดียว ถ้ายังไง ก็ขอมาแบ่งปันเพื่อนๆ ในขอบเขตแค่พอจะเห็นภาพ และไม่ยากเกินจำเป็นนะครับ ถ้าต้องการข้อมูลเชิงลึก ชนิดที่ว่า กะจะไปทำเป็นเรื่องเป็นราวนี่...สงสัยผมต้องใช้ซัก 10 เอนทรีครับ ^^"

สารพัดปัญหาที่มักพบบ่อย เกี่ยวกับการเสริมหน้าอก - Breast Faqs

- คุณสมบัติพื้นฐานของผู้ที่จะทำการเสริมหน้าอก ?

โดยมาก จะแนะนำให้ทำเมื่ออายุมากกว่า 18 ปี เพราะในช่วงอายุที่น้อยกว่ากว่านั้น โดยมากแล้ว ร่างกายยังมีการเจริญเติบโตได้อยู่ และร่างกายของผู้ทำ ต้องแข็งแรงพอที่จะรับการผ่าตัดได้ ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ไม่มีภาวะติดเชื้อ ไม่มีปัญหาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรอยู่

- วัสดุที่ใช้เป็นอย่างไร ?

ในถุงเต้านมเทียม มีสารบรรจุที่แตกต่างกัน ให้เลือกได้ตามใจ เช่น ถุงแบบบรรจุซิลิโคนเหลว แบบบรรจุน้ำเกลือ และแบบเจลต่างๆ...โดยที่วัสดุ และพื้นผิว(ทั้งแบบผิวเรียบ และผิวทราย) จะมีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันไป ทั้งในด้าน ความสามารถในการยึดติดกับกล้ามเนื้ออก รูปทรงที่ได้ เนื้อผิวสัมผัส และความปลอดภัยหากเกิดปัญหาครับ

- แผลผ่าตัดเป็นอย่างไร ?

ปกติที่นิยมใช้ จะเป็นการผ่าเข้าบริเวณใต้รักแร้ ที่เป็นการซ่อนแผลไปด้วยในตัว ส่วนวิธีอื่นๆก็ดังเช่น ใต้ราวนม ปานนม เป็นต้น ซึ่งความยาวของแผล ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดถุงเต้านมเทียม และวัสดุที่ใช้ด้วย(เช่น ถุงน้ำเกลือ จะยัดแค่ถุงเปล่าๆเข้าไปก่อน แล้วฉีดน้ำเกลือตามทีหลัง) บางวิธีจะไม่สามารถใช้ได้ หากเราเลือกถุงที่มีขนาดใหญ่เกินไป หรือไม่อยู่ในความถนัดของแพทย์ผู้ผ่าตัด...แต่ทั้งนี้ แผลเป็นส่วนมาก จะจาง และเล็กพอที่ไม่เป็นที่สังเกตครับ

และเราจะต้องคุยกับหมอด้วย ว่าจะใส่ถุงเต้านมเทียมไว้ตรงตำแหน่งไหน จะเหนือ หรือใต้ต่อกล้ามเนื้อหน้าอก ซึ่งจะส่งผลต่อรูปทรงที่ได้ โอกาสเกิดปัญหาเช่นเต้านมเคลื่อนต่ำ พังผืดหดรัด ความเจ็บปวดหลังผ่า เป็นต้น...ปกติก็จะแนะให้ใส่ไว้ใต้กล้ามเนื้ออกนะครับ

- การผ่าตัด และหลังผ่าตัด ?

ผ่าตัดด้วยการดมยาสลบครับ หลังผ่าหนึ่งวัน จะมีท่อ drain ต่อจากอกของเรา เอาไว้ระบายพวกเลือดหรือหนอง และหากไม่มีปัญหาอะไร จะให้กลับบ้านได้ในวันที่สอง ไปดูแลตัวเองได้เลย ซึ่งช่วงสัปดาห์แรก เต้านมจะยังมีอาการปวด และบวมโตผิดปกติอยู่ จะมีสอนวิธีพักผ่อน และการดูแลสุขภาพอีกทีครับ

และหลายคนจะมีอาการ ชา หรือสัมผัสบริเวณหัวนมลดลงได้ ซึ่งโดยปกติอาการจะหายได้เอง อย่างช้าภายในไม่กี่เดือน แต่บางคนอาจจะชาเป็นการถาวร สาเหตุเพราะ ในขั้นตอนการผ่าตัด อาจมีกรณีที่เส้นประสาทบริเวณนั้นถูกทำลายไปได้บ้าง

อ้อ คนที่ทำหน้าอกมา สามารถว่ายน้ำ ออกกำลังได้ตามปกติครับ ^^

- อายุการใช้งาน ?

แม้โอกาสเกิดปัญหาตามมาจะไม่ได้มาก(หากทำในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน) แต่โดยปกติแล้ว ย่อมจะไม่มีบริษัทไหนกล้ายืนยันอายุการใช้งานของวัสดุตัวเองในระดับ"ตลอดชีพ" ครับ

หากไม่มีปัญหาใดๆ (เช่น รั่ว ซึม หย่อน แตก พังผืด ติดเชื้อ ฯลฯ) ก็จะอยู่ได้เป็นสิบๆปี หรืออาจไม่ต้องไปเปลี่ยนมันเลยก็ได้...อันนี้ยังไงก็ต้องไปเลือกแพคเกจประกัน จากโรงพยาบาลที่ทำอีกทีนะครับ

- รูปร่าง และความรู้สึกเวลาสัมผัสเป็นเช่นไร ?

อันนี้หนุ่มๆหลายคนจะรู้ แต่สาวๆอีกหลายคนอาจไม่รู้ ว่าหน้าอกของผู้หญิงแต่ละคน จะมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันอยู่แล้ว บางคนนุ่มนิ่ม บางคนเฟิร์ม หรือบางคนค่อนไปทางเนื้อแน่น เป็นต้น ซึ่งวัสดุที่ใส่เข้าไปนั้น...ทุกชนิดจะอยู่ในขอบเขตที่ ไม่ทำให้รู้สึกแปลกแยกกว่าปกติ และไม่ทำให้รู้สึกถึงกับว่า "นี่มันของปลอมจั๋งๆ" ครับ

และสิ่งที่สาวๆทุกคนจะรู้ แต่หนุ่มๆหลายคนจะไม่รู้ คือเรื่องที่ ขนาดหน้าอกของผู้หญิงนั้น โดยมากแล้ว ทั้งสองข้างจะไม่เป็นสมมาตร มีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากัน

สำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้น เมื่อแรกหลังผ่าเสร็จ เต้านมทั้งสองข้าง จะมีลักษณะ ค่อนไปทางแข็ง และกลมดิ๊ก สมมาตรกัน เห็นเป็นลูกๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติซะทีเดียว

แต่หลังจากผ่าเสร็จ จะมีการสอนวิธีการดูแล และการนวดคลึงเต้านมอย่างสม่ำเสมอ...ซึ่งพอเวลาผ่านไป จะทำให้เนื้อสัมผัสมีความอ่อนนุ่ม สมจริงมากขึ้น และมีรูปร่างที่เป็นธรรมชาติ ทั้งตัวหน้าอก ตำแหน่ง และร่องอกครับ...หากฝ่ายชายไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญช่ำชองแล้วล่ะก็ อาจจะไม่ทราบเสียด้วยซ้ำ

- หากจับดูแล้วจะรู้หรือไม่? ผู้ชายจะมองว่ายังไง? คิดว่าเราเป็นดอกไม้พลาสติกหรือเปล่า?

ต่อเนื่องจากคำถามก่อนหน้า ที่ว่า จะมีทั้งคนที่รู้ และไม่รู้...ซึ่งประเด็นเรื่องมุมมองจากเพศตรงข้ามนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่สาวๆจะเป็นกังวลกันมาก...ซึ่งอันนี้ โดยมาแพทย์จะให้เราตอบคำถามเสียก่อนว่า การทำเสริมหน้าอกตรงนี้ เป็นการทำเพื่อใคร? และเพื่ออะไร?

สำหรับคนที่ผู้ชายให้มาทำ คงไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่ในรายที่ฝ่ายหญิงต้องการจะทำเองนั้น มักกังวลสายตาของฝ่ายชายอยู่เสมอ...ก็อย่างที่บอกนะครับ ว่าเราต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อน ว่าทำไปเพื่ออะไร

ความคิดเช่นว่า นี่เป็นของปลอม นี่เป็นดอกไม้พลาสติกนั้น ถ้าจะมองในมุมนึง ก็อาจบอกได้ว่า เป็นมุมมองที่ค่อนข้างจะ "ใจแคบ"ไปซักหน่อย เพราะคนที่คิดเช่นนี้ มักคิดแต่ว่า ผู้หญิงเสริมหน้าอก เพียงแค่ต้องการโชว์ ต้องการเป็นเป็นที่สนใจ และต้องการดึงดูดสายตาเพศตรงข้ามแต่เพียงอย่างเดียว...เป็นความคิดที่ไม่ผิด แต่เป็นมุมมองที่เล็ก และค่อนไปทางดูถูกเพศหญิงมากทีเดียว

ผู้หญิงแต่ละคน จะมีเหตุผลสำคัญ ที่ผลักดันถึงขั้นต้องให้หมอมาลงมีด กรีดบนเรือนร่างของตัวเองมากมาย เพราะการที่มีหน้าอกที่ใหญ่ขึ้น สมส่วนขึ้นนั้น จะมีข้อดีต่างๆมากมาย

เรื่องการเป็นเสน่ห์ทางเพศที่ดึงดูดให้คนหันมามอง ก็เป็นประเด็นนึง...แต่เหตุผลอื่นก็ดังเช่น เพื่อสร้างความมั่นใจในรูปร่างของตัวเอง ที่จะส่งผลให้มีบุคลิกที่ดีขึ้น / เป็นการแก้ปัญหาเต้านมเล็กลง หลังมีบุตรหรือหลังลดน้ำหนักมากๆ / เพิ่มตัวเลือก ให้สามารถใส่เสื้อผ้าสวยๆได้เพิ่มขึ้นอีกมาก จากที่เคยใส่ไม่ได้ หรือไม่กล้าใส่ เป็นต้น

เหตุผลหลายๆข้อ ผู้ชายจะไม่เข้าใจ และไม่เคยได้นึกถึง จึงอาจทำให้มีการขัดแย้ง เพราะเข้าใจไม่ตรงกันได้....จุดนี้ฝายหญิงต้องเป็นฝ่ายชี้แจง และอธิบายให้คุณผู้ชายเข้าใจ (หมายถึงแฟน หรือคนใกล้ชิดนะครับ ไม่ต้องไปเที่ยวบอกเรื่อยเปื่อยล่ะ ^^") ว่าเราเองก็มีเหตุผลของเรา และโดยมากแล้ว เค้าจะยอมรับได้ และไม่เกิดปัญหาขัดแย้ง คาใจตามมาครับ

- ค่าใช้จ่าย และสถานที่ๆแนะนำ

ปัจจุบันมีโรงพยาบาลจำนวนมาก ให้บริการด้านการเสริมหน้าอก แต่เนื่องจากว่าไม่ใช่ประเด็นหลักของบล็อกผม และผมไม่ได้ค่าโฆษณา จึงไม่สามารถระบุแนะนำให้ชัดๆไปได้ว่า ควรไปทำที่ไหน กับแพทย์ท่านใด...อันนี้คุณผู้หญิงที่สนใจ ต้องลองหาข้อมูลดูนะครับ

แต่จะแนะนิดว่า เรื่องหน้าอกหน้าใจนี้ โรงพยาบาลบางที่ เด่นในด้านการรักษาตัวโรค(Therapeutic) และบางที่ จะเด่นในด้านตกแต่งเสริมความงาม(Cosmetic) จึงควรหาข้อมูลให้ชัด ว่าที่ไหนเชี่ยวชาญทางใด เพื่อจะได้แพทย์ที่ตรงวัตถุประสงค์ครับ

ค่าใช้จ่าย จะแตกต่างกันตามทีมแพทย์ วิธีผ่าตัดที่ใช้ วัสดุที่ใช้ และโรงพยาบาลที่ไปทำ โดยจะมีตั้งแต่ ประมาณครึ่งแสน จนไปถึง หลายแสนบาทครับ

- นอกจากถุงน้ำเกลือ ถุงซิลิโคนแล้ว ได้ยินว่ามีวิธีฉีดซิลิโคนเข้าไป ?

แต่ละวิธี จะมีข้อดีข้อเสียเชิงลึกให้ศึกษา วิธีการฉีดซิลิโคนเอง จะเด่นตรงที่ ฉีดง่าย แผลเล็ก อาการแทรกซ้อนจากการลงมีด เช่น แผลเป็น ติดเชื้ออะไรนี่ จะน้อยกว่าการลงมีด แต่ข้อเสีย (ที่ทำให้ผมไม่อยากแนะนำเป็นการส่วนตัว) ก็คือการควบคุมขอบเขตของซิลิโคนได้ไม่ชัดเจน 'หากว่า' ในภายหลังมีการเสื่อมสภาพของสาร มีการติดเชื้อ หรือการไหลไปผิดที่ของวัสดุที่ใช้ อาจทำให้มีปัญหาลุกลามยากต่อการแก้ไข มากกว่าการใช้ถุงซิลิโคนที่มีขอบเขตชัดเจนครับ

- หลังผ่าตัด สามารถให้น้ำนมลูกได้หรือไม่ ?

สามารถให้นมได้ตามปกติ เพราะการใส่ถุงซิลิโคน หรือถุงน้ำเกลือ จะยัดไปในส่วนที่เป็นเนื้อไขมัน ติดกับชั้นกล้ามเนื้อ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับส่วนท่อ และต่อมน้ำนมโดยตรง

---------------------------

.....

.........

...................ก็พอหอมปากหอมคอนะครับ คิดว่าคงจะเห็นภาพคร่าวๆ และตอบข้อข้องใจของหนุ่มสาวหลายๆคนไปได้บ้าง ต้องขออภัยที่ไม่สามารถลงรายละเอียดลึก ถึงขั้นเป็น [How to] ได้ (....คิดอีกที ตรูไม่ทำน่ะดีแล้ว!!) และลงรูปได้ไม่มาก ด้วยความกลัวล่อแหลม (ผมเคยได้รับเมล์เตือนจาก photobucket ไปรอบนึงด้วยล่ะ ฮ่าๆๆ)

หากต้องการข้อมูลเชิงลึก สามารถสอบถามได้ตามโรงพยาบาลหลายๆแห่งนะครับ

แถมลิงค์

>>เวปที่ให้ข้อมูลการเสริมหน้าอกแบบละเอียดยิบ<<...Breast Story ครับ

>>บล็อกเล่าเรื่อง จากประสบการณ์ตรง ผู้ผ่าตัด<<...ย้ายที่ไปแล้ว แต่ก็คุยกันออกรสทีเดียว ^^

งานทีเหลือของผม ก็แค่โทรไปให้ข้อมูลคุณเพื่อนเท่านั้น...ยังไงก็ ขอลาไปก่อนนะครับเพื่อนๆ


และทิ้งท้ายซักนิด...ในมุมมองของผู้ชายคนนึงแล้ว แม้จะไม่สามารถพูดเต็มปากเต็มคำว่า "ผู้หญิงอกตู๊มซ์ ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลยยยย !!!" ก็ตาม...แต่ผู้ชายส่วนมากแล้ว ก็ให้ความสำคัญกับสิ่งดีๆอื่นๆอีกมาก ทั้งภายนอก และภายในของผู้หญิง ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

ตอบตัวเองให้ได้อีกครั้งนะครับ ว่าเราต้องการอะไร? และทำไปเพื่อใคร?

ยังไงก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะอกเล็ก อกใหญ่...สาวๆทุกคน ก็สามารถที่จะให้นม เลี้ยงลูกให้เติบโตสมบูรณ์ได้ไม่ต่างกัน

.

รักนม...เอ๊ย รักในความพอดี

รักคนอ่านครับ ^^//

.

สวัสดีเพื่อนๆครับ

ก่อนอื่นใด ขอประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่า หัวข้อ >>index<< ที่อยู่ตรง blog map ด้านบนบล็อกนั้น หลังจากที่เคยมีแต่หน้าโล่งๆ ให้คนงงเล่นมาหลายปี...ในที่สุด ก็ได้ถูกอัพเดทสารบัญเอนทรีทั้งหมดร้อยกว่าเอนทรีเข้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว !!! สามารถเข้าไปขุดอ่านเอนทรีเก่าแก่มาอ่านได้ครับ เอ้า เฮ~~ ^^/

(...กลับไปอ่านที่เคยเขียนๆไว้หลายๆเรื่อง รู้สึกจั๊กจี๊ยังไงไม่ทราบได้...)

---------------------------------------

วันนี้ได้ฤกษ์ ขุดซีรีย์ก้นกรุ >>Medicine in Fiction<< มาเขียนได้อีกครับ....แหม ตอนที่ 8 แล้วนะเนี่ย

เมื่อซักประมาณสิบกว่าปีก่อน ผมกำลังติดหนึบ การ์ตูนเรื่อง JoJo ล่าข้ามศตวรรษ -ซึ่งเป็นการ์ตูนแอคชันชื่อดัง ที่เด่นในเรื่องฉากบู๊มันส์สะบัด ฉากชิงไหวชิงพริบเท่ห์ระเบิด แล้วก็ฉากยืนตัวแอ่นอลังการปานเทพปั้นครับ

ขณะที่กำลังติดตามเนื้อเรื่องในภาคที่ห้า มีตัวละครเพื่อนพระเอกนายหนึ่ง นามว่า มิซูต้า ได้เข้าต่อสู้กับศัตรูอย่างดุเดือด และเฮียแกก็พลาดท่า โดนยิงสวนกลับ ทะลุพุง(ที่ชอบเปิดโล่งไว้ให้หนุ่มๆใจเต้น) เข้าเต็มเปา ดังภาพครับ

 

หลังจากชนะการต่อสู้มาได้อย่างหืดขึ้นคอแล้ว...มิซูต้าก็ไม่ยอมไปโรงพยาบาลตามคำแนะนำของเพื่อนฝูง เพราะอยากรอเฝ้าดูเงินหลายร้อยล้านที่อุตส่าห์สู้ปกป้องมา...และสิ่งที่เหล่าเพื่อนเลิฟได้ทำ เพื่อ"แก้ขัด"แผลตรงพุงกะทิของเจ้าหนุ่มก็คือ....

 

....ครับ โดนจับ "แม็ก" เข้าซะงั้น

ตอนที่อ่านเมื่อสิบปีที่แล้ว จำได้ว่า ผมอยู่ในอารมณ์ก้ำกึ่ง ไม่รู้ว่าจะขำก๊าก หรือหวาดเสียวดี กับตลกร้ายแบบนี้ ^^"...แต่ผ่านมาถึงตอนนี้ จะยังไงก็แล้วแต่...ผมก็ต้องมาทำสิ่งที่เคยฮาไว้เข้าจนได้ !!

---------------------------------------

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าอุปกรณ์ที่มีรูปร่างเป็นแม็กเย็บกระดาษเช่นนี้ มันมีอยู่จริง! และถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ตามการผ่าตัดต่างๆมาหลายปีดีดักแล้ว

 

จากภาพ อันล่างคือตัวแม็กเย็บ อันบนคือ ที่แกะลูกแม็ก 

Surgical Stapler / Skin Stapler

เจ้า Sugical stapler นี้ มีลักษณะเป็นที่เย็บ ซึ่งตัวด้ามจับจะทำจากพลาสติก และใช้ครั้งเดียวทิ้ง...ในขณะที่ตัว"ลูกแม็ก" จะทำจากสเตนเลส ที่ไม่เป็นสนิม ปลอดเชื้อ และมีความทนทานสูง

ปกติในการผ่าตัด แพทย์จะทำการปิดผิวหนังด้วยการใช้ไหม (ที่มีหลายขนาด หลายชนิด ทั้งทนมากทนน้อย ทั้งละลายเองได้และต้องกลับมาตัด) เย็บปิดชั้นแต่ละชั้น จนถึงชั้นผิวหนัง ซึ่งเป็นวิธีที่มีความแน่นอน และได้แผลที่มีคุณภาพในระดับที่น่าพอใจ หากแพทย์มีฝีมือที่เป็นมาตรฐาน

แต่เจ้า Stapler นี่ เป็นอุปกรณ์ที่ถูกนำมาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติม เพื่อใช้ประโยชน์ในการเย็บปิดชั้นผิวหนัง หรือกระทั่งอวัยวะภายในหลายๆส่วน ด้วยประโยชน์ที่ (ผู้ขายกล่าว) ว่า น่าจะมีข้อดีกว่าการเย็บด้วยไหมปกติคือ

- ปฎิกิริยาต่อต้านของร่างกาย จะน้อยกว่าการใช้ไหมหรือด้ายทั่วๆไป

- ตัววัสดุ ไม่เป็นสนิม และยากต่อการติดเชื้อ

- สะดวก รวดเร็ว และใช้งานได้ง่ายมาก ไม่ต่างจากแม็กเย็บกระดาษทั่วๆไป...หากเป็นแผลเล็กๆ ใช้การกดเพียงสองถึงสามครั้ง ก็ปิดได้สนิท

- แผลที่ได้ เป็นระเบียบ สม่ำเสมอ และรอยแผลจางเร็ว

บลาๆๆ.......ก็รวมเหตุผลอื่นๆอีกหลายๆอย่าง ที่แล้วแต่ตัวแทนจำหน่ายจะสรรหาจุดแข็งมาเกทับกันน่ะนะครับ บ้างก็ว่า ลดอัตราการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด บ้างก็ว่าลดอัตราการไหลซึมของเลือดและหนอง เป็นต้น...ซึ่งอันนี้ก็ยังไม่เห็นผลวิจัยที่คอนเฟิร์มอะไรออกมาชัดเจนขนาดนั้น

ที่แน่ๆที่สุดคือ ข้อที่ว่าด้วย ความรวดเร็ว และสะดวกในการใช้งานนั้น ชัดเจนมากจริงๆครับ ผ่าตัดเสร็จ เย็บพวกชั้นไขมันอะไรแล้ว เหลือชั้นผิวหนัง...แกะ stapler จากซองปลอดเชื้อ ก็พร้อมใช้งานได้ทันที!! กดๆๆๆๆๆ เย็บไปตามแผล จากนั้นก็ทิ้งไปทั้งอันได้เลย โอ้ว ใช้ง่ายอะไรอย่างนี้ !!!

...แต่ทว่า ถึงแม้มันจะประหยัดเวลาหมอ และลดความเสี่ยงให้กับคนไข้(ตามคุณประโยชน์ดังกล่าวอ้าง) อย่างมีนัยสำคัญก็จริง...แต่ข้อเสียที่สำคัญที่สุดของเจ้าเครื่องมือนี้ ที่ทำให้หลายคนต้องคิดหนัก ก็คือ "ราคา" ที่สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเช่นกันครับ ประกันสุขภาพหลายๆอัน ก็ไม่ได้ครอบคลุมเจ้าตัวนี้ซะด้วยสิ! o_0

ในปัจจุบัน โรงพยาบาลหลายๆแห่ง ก็ได้ใช้เจ้า stapler อย่างแพร่หลายครับ...ใคร หรือญาติพี่น้องคนไหน กำลังจะเข้ารับการผ่าตัด ก็เชื่อว่า คงจะถูกยกเรื่องนี้มาเป็นตัวเลือกเพิ่มเติมด้วย อันนี้จะมีข้อมูลเชิงลึกในรายละเอียดอีก ก็ต้องว่าไปตามแพทย์ที่ผ่า แล้วก็ประเภททวัสดุจากแต่ละบริษัทอีกทีนะครับ ( โรงพยาบาลเอกชนบางที่ ใช้เจ้านี่เป็น default ในการเย็บแผลด้วยซ้ำ ^^; )

และทำเป็นเล่นไป ข้อมูลจากเพื่อนของผมที่เป็นสัตวแพทย์ ก็บอกว่า ปัจจุบันนี้ ก็มีการใช้ stapler ในการทำแผลให้หมาน้อยแมวน้อยกันอย่างแพร่หลายเช่นกัน !!!

....ถ้าเพื่อนๆมีโอกาสต้องเลือกจริงๆ ก็อยากให้ลองถามข้อดี-ข้อเสียจากแพทย์ให้รอบคอบก่อนนะครับ เพราะหลายๆประเด็น อย่างที่ว่า แผลออกมาจะสวยกว่า หายเร็วกว่า หรือตอนกลับมาแกะแม็กออก จะเจ็บน้อยกว่าวิธีตัดไหม อะไรนี่...จากประสบการณ์แล้ว มันก็เสมอไปซะทีเดียว...มันก็แล้วแต่ฝีมือแพทย์ สภาพของคนไข้ แล้วก็อุปกรณ์ที่ใช้ด้วยครับ คงให้ใครมาฟันธงแบบสากลไม่ได้

...ช่วงที่ผ่านมานี่ ผมได้มีโอกาสใช้เจ้า stapler ตัวนี้บ่อยทีเดียวครับ หลังจากเข้าช่วยผ่าตัดแต่ละครั้งเสร็จ ก็จะรีบขออาจารย์แพทย์เจ้าของไข้ เย็บปิดแผลทุกที เพราะใช้ๆไปก็ชักติดใจในความเร็ว และกำหนดความกว้างแผลได้ง่ายดี...ยิ่งแผลยาวๆหน่อยนี่ ต้องใช้ลูกแม็กถึง 20-30 ตัวกันเลยทีเดียว

ทว่า...เมื่อวันก่อนนี้เอง ที่ผมต้องชดใช้กรรม กับความมันส์แบบไม่เบรคของตัวเองครับ...ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์หลังเย็บด้วยความเมามันส์...คนไข้ก็กลับมาหาด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่ง และบอกว่า "มาแกะตัวเย็บตามนัดคร๊าบบบบ" ทำให้ผมได้สำนึกในความผิดของตัวเอง และรู้แจ้งในกฎแห่งการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันว่า...ตรูเย็บกับมือ ตรูก็ต้องมานั่งแกะทีละตัว...กับมือตรูเองนี่หว่าาาาาาาาา !!! ~~~~~แขนเอย ขาเอย หัวเอย มากันกี่คนเนี่ย !!!

ครึ่งวันเช้าวันนั้น หมดไปกับการ...แกะตัวเย็บกว่าร้อย และทำแผลเป็นสิบครับ OTL

.....

......ก่อนจากกันวันนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่า ตัวแม็ก และลูกแม็กที่ใช้เย็บในการผ่าตัดนี้ ทำจากวัสดุพิเศษ ที่ทนทาน ไม่เป็นสนิม และอัตราการติดเชื้อต่ำ หาได้คล้ายกับแม็กเย็บกระดาษทั่วๆไปไม่ !!

อย่าได้คิดจะนำมาใช้แทนกัน หรือแก้ขัด แบบมิซูต้าและผองเพื่อนเป็นอันขาด !! มิเช่นนั้น ในเวลาไม่นาน...แผลของท่านจะบวมเป่งๆ แดงจัดๆ ปวดสุดๆ....และต้องกลับมาผ่า ได้ใช้แม็กเย็บแผลของจริง สมใจแน่นอน !!

ใช้เทปกาวพันอีกเว้ยเฮ้ย...หอยหลอดเอ๊ยยยยย