My-Wisdom

The best thing to spend on your children is your time.

---Louise Hart---

วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังครับผม

ปกติจะเป็นคนชอบอ่านนิยายก่อนนอน และช่วงนี้ ผมกำลังติดอกติดใจกะหนังสือตำนานเทพกรีกเล่มโตที่เพื่อนซื้อมาจากดวงกมลอยู่ ยิ่งอ่านก็รู้สึกแปลกๆดีเหมือนกัน เพราะตำนานเหล่านี้ ไม่ว่าจะอ่านมากี่เล่ม กี่สำนวน กี่สำนักพิมพ์ ...เนื้อหาของเรื่องเดียวกัน มันก็ไม่เคยจะตรงกันซะที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปลีกย่อย หรือแม้กระทั่งใจความหลัก ...เลยรู้สึกเหมือนว่าได้อ่านเรื่องใหม่ๆจากมุมมองผู้แต่งหลายๆคนอยู่เรื่อยๆ

แต่ประเด็นคือ ผมมาสะดุดตาอยู่ที่เรื่องๆนึงครับ เป็นเรื่องที่ผมคุ้นเคยกับมันมาก เพราะอาจกล่าวได้ว่า เป็นตำนานกรีกเรื่องแรกๆในชีวิตของผมก็ว่าได้ และเป็นตำนานที่ทำให้ผมรู้จักเจ้าสิ่งมีชีวิตที่โด่งดังอย่าง สฟิงค์ เป็นครั้งแรกนั่นเอง

ว่าด้วยเรื่องของ อิดิปุส (Oedipus)

อิดิปุส เป็นลูกชายของพระราชาไลอัส และพระราชินีโจคาสตา แห่งเมืองธีบิสของอียิปต์ ...เนื่องด้วยตัวราชาไลอัส ต้องคำสาปแช่งจากการที่ไปทำมิดีมิร้ายเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ทำให้ตัวลูกชาย อิดิปุส เกิดมาพร้อมกับคำทำนายที่ว่า จะมีชะตากรรมให้ฆ่าบิดา และแต่งงานกับมารดาของตัวเอง

ราชาไลอัสหวาดกลัวคำทำนายนี้มาก จึงจับลูกชายแรกเกิดของตัว มัดเท้าทั้งสองข้าง และนำไปทิ้งไว้ให้ตายเองบนภูเขา แต่จะด้วยเคราะห์ดีหรือเคราะห์ร้ายก็ไม่ทราบ มีคนเลี้ยงแกะไปพบเจออิดิปุส และนำไปถวายแก่ราชาและราชินีแห่งเมืองโคลินท์ ซึ่งทั้งสองได้รับเลี้ยงอิดิปุสเป็นลูกบุญธรรมของตัวเองตั้งแต่นั้นมา

เมื่อเติบใหญ่ขึ้น อิดิปุสได้ฟังข่าวลือเกี่ยวกับตัวเอง ว่าเกิดมาพร้อมคำทำนายอันน่าสยดสยอง เขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปหาที่พำนักของนักพยากรณ์ที่อยู่ห่างไกล และเมื่อได้ฟังคำทำนายนั้นแล้ว ตัวอิดิปุส ( ซึ่งไม่รู้ความจริงที่ว่า ตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆของราชาและราชินีแห่งโคลินท์ ) ก็ตัดสินใจหนีออกมาจากโคลินท์ เดินทางร่อนเร่ไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้คำทำนายนั้นเป็นจริง

ระหว่างการเดินทาง ตัวเขาได้พบกับชายผู้กำลังเดินทางแสวงบุญคนหนึ่งบนท้องถนน ทั้งคู่มีปากเสียง และเริ่มต้นต่อสู้กัน...ความขัดแย้งจบลงด้วยชัยชนะของอิดิปุส โดยหารู้ไม่ว่า ชายที่เขาเพิ่งสังหารไปนั้น คือราชาไลอัสแห่งธีบิส พ่อแท้ๆของเขานั่นเอง !!

ตัวอิดิปุสเดินทางมาถึงธีบิส และได้พบเจอกับสัตว์ร้ายที่กำลังรุกรานเมืองอยู่ มันมีรูปร่างเป็นสิงโต และหัวเป็นคน นามว่า สฟิงซ์ ( Sphinx ) เขาตัดสินใจเผชิญหน้ากับมัน และตอบปัญหาเชาว์สุดคลาสสิคของมันได้สำเร็จ(What uses four legs in the morning, two in the day, and three at night?) รางวัลที่เขาได้รับคือ ตำแหน่งราชาแห่งธีบิสที่ว่างอยู่...และ...ราชินีหม้าย โจคาสตา แม่แท้ๆของตัวเขาเอง...

เรื่องราวอันน่าเศร้า ที่เกิดจากเหล่าคนผู้ไม่รู้ความจริงก็ดำเนินต่อไป บทสรุปของเรื่อง กล่าวถึงเหคุการณ์เมื่อความจริงได้ถูกเปิดเผย โจคาสตาฆ่าตัวตาย และอิดิปุสตัดสินใจทำลายดวงตาของตัวเอง เพื่อชดใช้กรรมที่ได้ทำลงไป...พร้อมกับสละตำแหน่งราชา หันหลังหายไปจากประวัติศาสตร์ ทิ้งไว้เพียงความทรงจำอันขมขื่นของตนเองให้กับคนรุ่นหลัง...

ว่าด้วยเรื่องของซิกมันด์ ฟอยด์ (Sigmund Freud)

ซิกมันด์ ฟอยด์ เป็นนักจิตวิทยาชาวออสเตรเลีย ที่ได้รับขนานนามว่าเป็น บิดาแห่งวิชาจิตวิเคราะห์ ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีจิตวิทยาสมัยใหม่มากมาย หนึ่งในทฤษฎีที่ผมสนใจ จนถึงขั้นเคยเอาไปนำเสนออาจารย์เมื่อตอนอยู่มัธยมก็คือเรื่องของ ปมอิดิปุส นี่เอง

ฟอยด์เชื่อว่า ความสุขของมนุษย์ มาจากแหล่งที่แตกต่างกันไป ตามแต่ช่วงอายุของเราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น เด็กเล็กมีความสุขกับการใช้ปากกัดแทะสิ่งต่างๆ เมื่อโตขึ้นมาก็มีความสุขกับการการขับถ่าย หรือการควบคุมทวารหนัก และในระยะที่สาม (Phallic stage) ซึ่งก็คือ การมีความสุข โดยเพลิดเพลินกับอวัยวะเพศของตัวเอง และมีความต้องการทางเพศ เป็นแรงขับดันที่จะกระตุ้นไปอย่างต่อเนื่อง

ปมอิดิปุส ( Oedipus complex / Oedipus conflict )เป็นหนึ่งในกระบวนการพัฒนาของเด็ก ที่จะเกิดขึ้นเป็นปกติ พร้อมๆกับพัฒนาการทางจิตใจและเพศ เมื่ออายุประมาณ 5-6 ปี โดยเน้นหนักไปที่ฝ่ายชาย ที่จะเกิดอาการ รักแม่ ในเชิงอิโรติก และมองเห็นเหมือนเป็นที่ระบายความรู้สึกทางเพศที่ค่อยๆพัฒนาขึ้น โดยจะมีอาการต่อเนื่องคือการ อิจฉาพ่อ พ่วงตามมาด้วย

เด็กจะแสดงอาการหึงหวง และมีปฏิกิริยาในเชิงต้องการครอบครองแม่ไว้เป็นของตัวเองคนเดียว เกิดความรู้สึกชิงชัง อิจฉา และไม่พอใจพ่อของตัวเอง และต้องการที่จะแทนที่ในตำแหน่งของพ่อ ...ซึ่งระยะนี้ เด็กจะพยายามเลียนแบบพฤติกรรมต่างๆของพ่อ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด การกระทำ หรือรูปแบบการใช้ชีวิตต่างๆ เพื่อคาดหวังที่จะเป็นตัวแทนของพ่อ และอยู่กับแม่ได้ตลอดไป

อาจกล่าวได้ว่า ระยะนี้ เป็นระยะที่สำคัญมาก ต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็ก และเหมาะที่จะปลูกฝังเรื่องต่างๆให้เด็กก็ว่าได้...และโดยปกติ ปมนี้จะคลายไปเองเมื่อเติบโตขึ้น จึงไม่ควรจะมีปัญหาแต่อย่างใด

ความคิดเหล่านี้ ถูกคัดค้านและปฏิเสธจากนักจิตวิทยาหลายต่อหลายคน แต่ตัวฟอยด์เองกลับเชื่อมั่น พร้อมกับทำการทดลองจนเผยแพร่ออกมาได้ในที่สุด ....ทั้งยังเห็นได้ว่า ฟอยด์ได้รับแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อปมนี้ มาจากอิดิปุสจากเทพนิยายกรีกนั่นเอง (และยังมีอีกทฤษฎี ที่กล่าวถึงปมรักพ่อ อิจฉาแม่ในตัวเด็กผู้หญิง ที่มีชื่อเรียกว่า Electra complx ซึ่งก็มาจากชื่อหญิงสาวผู้สังหารแม่ของตัวเอง ในเทพนิยายกรีกเช่นกัน แม้จะไม่ได้ถูกตั้งชื่อหรือยอมรับโดยฟอยด์ก็ตามที)

.

.

...ทั้งตำนานโบราณ และทฏษฎีร่วมสมัยทั้งหลายนั้น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงมีการเชื่อมโยงเข้าหากันและกันอย่างต่อเนื่อง และสิ่งเหล่านี้ ก็ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของพวกเราในด้านต่างๆ ไม่มากก็น้อย ยกตัวอย่างเช่นตัวของผมเอง ได้ยิน ได้ฟังตำนานเหล่านี้มาตั้งแต่ยังเล็ก แม้เมื่อโตขึ้น ก็ยังมีความสนใจในทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง หรือกระทั่งในปัจจุบัน ชื่อของฟอยด์ก็ยังคงปรากฏเป็นหัวข้อวิชาเรียนของผมอยู่นั่นเอง...

บางครั้ง ไม่ว่าจะจากตำราเรียน จากสไลด์ของอาจารย์ หรือจากที่ใดๆ...เมื่อผมเห็นหน้าเขา ผมก็มักจะนึกขำกับตัวเอง และแอบคิดในใจเงียบๆ...

...เจอกันอีกแล้วนะครับ...ซิกมันด์ ฟอยด์...

.

.

.

.

รักจิตวิทยา

รักคนอ่านครับ ^v^//

ช่วงนี้ บังเอิญไปอ่านเจอกระทู้ในหลายๆเวป รวมถึงได้ Fwd mail ที่พูดถึงแมลงอันตรายตัวหนึ่ง ที่ทำให้คนหลายๆคน เกิดผื่นแดง และตุ่มน้ำขึ้นที่ผิวหนัง และเป็นแผลปวดแสบปวดร้อนไปตามๆกันแม้กระทั่งเพื่อนใกล้ตัวผมเอง ก็เคยโดนดีด้วยเจ้าแมลงตัวดังกล่าวไปไม่น้อยเหมือนกัน...วันนี้เรามาพูดถึงเจ้าตัวนี้กันดีกว่าครับ

.

.

ด้วงก้นกระดก (Rove beetle: Paederus fuscipes)

เป็นแมลงประเภทด้วง ชาวบ้านเรียกกันว่า ด้วงก้นงอน เพราะมีลักษณะเด่นคือ ส่วนก้นจะโค้งงอนขึ้น ลำตัวเรียวยาว ประมาณ 1cm ตัวสีส้ม มีหัวและท้องสีดำ สามารถบินได้และเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว

เจ้าด้วงตัวนี้ มีสารพิษ เพเดอริน (Paederin) อยู่ภายในตัว ซึ่งจะมีฤทธิ์ระคายเคืองผิวหนัง แสบคัน และขึ้นเป็นผื่นแดง บางครั้งอาจเกิดเป็นตุ่มน้ำใส (Vesicle)ขึ้นมา...หากเข้าตา ก็จะทำให้ระคายเคืองจนถึงขั้นตาบอดได้...

.

ตามธรรมชาติแล้ว ด้วงก้นกระดกจะกินมูลสัตว์และแมลงเล็กๆเป็นอาหาร ดังนั้น มักจะพบได้อยู่ตามมูลสัตว์ ซากสัตว์ ใต้ก้อนหิน ชายทะเล หรือตามไร่นาที่ปลูกข้าวทั่วไป (สำหรับชาวนาและคนต่างจังหวัดแล้ว จึงไม่แปลก ที่จะพบเจ้าตัวนี้ในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว เพราะเจ้าผู้ล่านี้ จะมาคอยกินแมลงศัตรูพืชให้นั่นเอง)

.

แต่ปัญหาก็คือ โดยนิสัยแล้ว ด้วงด้นกระดกจะชอบเข้าไปเล่นไฟในตอนกลางคืน ดังนั้น ผู้ที่ชอบเปิดไฟทิ้งไว้ตอนนอน จึงมักพบแมลงตัวนี้ได้ตามที่นอน เกิดเป็นแผลผื่นคันเหมือนถูกกรดดังที่บอกได้ โดยบริเวณที่เกิดเป็นแผลบ่อยคือ ใบหน้า ไหล่ หลัง และซอกแขน

วิธีป้องกันก็คือ อย่าเปิดไฟทิ้งไว้ในยามค่ำคืน และหมั่นดูแลรักษาความสะอาดที่นอนเป็นประจำ และที่สำคัญ หากประสบพบเจอด้วงก้นกระดกบินมาเกาะตามตัว อย่าพยามยามไปตบตี หรือขยี้มันเด็ดขาด ให้ดีด สะบัด หรือเป่ามันออกไป เพราะหากเราไปทำอันตรายกับตัวมันแล้ว สารพิษเพดาริน อาจทะลักออกมาสร้างความปวดแสบปวดร้อนให้เราได้ ( คนทั่วไป มักเกิดแผลเป็นทางยาว สาเหตุหนึ่งเพราะไปตบตีมัน จนสารพิษออกมา ลากเป็นแนวยาวบนผิวหนังนั่นเอง)

.

หากสัมผัสกับเจ้าด้วงก้นกระดกแล้ว รีบไปล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่โดยเร็ว และอย่าไปขูดขีดหรือยุ่งกับแผลอีก เพราะอาจเปื่อยยุ่ยและเฟะขึ้นไปอีก จากนั้นให้ไปพบแพทย์ จะได้รับยามารับประทาน+ทาแผลครับ ถ้าไม่แพ้อะไรมากมาย ไม่กี่อาทิตย์ก็ควรจะหายครับผม

บางคนอาจนึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่ขอยืนยันว่า ช่วงระยะหลังมานี้ เจ้าแมลงนี่พบได้บ่อยขึ้นตามเขตตัวเมือง และหากได้เห็นแผลนี้กับตา (เหมือนที่ผมเห็นเพื่อนหลายๆคนเป็น) เชื่อว่า คงไม่มีใครอยากเจอกับด้วงก้นกระดกนี้จังๆแน่นอนครับผม (พบได้ในหลายๆที่ แม้กระทั่งที่นอน และผนังห้องน้ำ ของหอพักชั้น 11 ที่ผมอยู่ ) คนบางคนเห็นแผลตอนแรก อาจนึกว่าเป็นเริม เป็นงูสวัด หรือกระทั่งคิดว่าเป็นเอดส์เสียด้วยซ้ำ ถ้าจะให้แน่ใจ รีบไปพบแพทย์ทันทีที่มีอาการนะครับ ^^

Credits ภาพ

.

.

.

รู้สึกเอนทรีนี้มันสาร๊า-สาระยังไงไม่ทราบได้...believe it or not...ใช้เวลาเขียนน้อยกว่าเอนทรีเรื่อยเปื่อยครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว...อืม...งั้นเพื่อไม่ให้ตึงเครียดมากนัก ขอโฆษณาซักนิด ว่า DVD Boxset - Seasons Change ออกวางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ชุดลิมิเตต ผลิต 5999 ชุด ราคาไม่เกิน 600 บาท ถ้าสนใจ หาซื้อได้ตามร้านใกล้บ้านท่าน !!

ยั่วน้ำลาย