.

เรียนท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่านโปรดทราบ...

วันที่อัพเอนทรีนี้ คือวันที่ 7 กรกฎาคม ตรงกับ เทศกาลทานาบาตะ ของญี่ปุ่น ก็ขอให้ทุกท่านที่นำคำอธิฐานมาแขวนไว้ตามต้นไผ่ สมปรารถนากันถ้วนหน้า...และขอแสดงความยินดีให้กับ สาวทอผ้า และหนุ่มเลี้ยงวัว ที่ได้มาเจอหน้ากันอีกหน หลังจากที่ห่างเหินกันมาเนิ่นนาน...

....แต่นั่นไม่เกี่ยวกับประเด็นของเอนทรีนี้ แม้แต่ติ่งก้อยครับ...

วันที่ 5 กรกฎาคม ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆนั้น เป็นวันครบรอบขวบปีที่สอง  ของ My Life, My Mania...บลอกที่บ่นสะเปะสะปะ... รีวิวเรื่อยเปื่อย และยำใหญ่สาระกับบันเทิงมั่วซั่วจนแทบหาคอนเซปต์ไม่ได้ แห่งนี้

ก่อนหน้านี้เป็นเวลาหลายเดือน ผมก็พอจะมีความคิดเล่นๆ (แต่เป็นเรื่องเป็นราวเอาการ...) เกี่ยวกับการฉลองวันเกิดให้บล็อกของตัวเองอยู่บ้าง...อันได้แก่ การพยายามปั่นเอนทรี ให้มา HBD เอาที่ลักกี้นัมเบอร์ 77 พอดิบพอดี / การจัดเรียบเรียง Blog map ด้านบนให้เป็นที่เรียบร้อย สะดวกต่อการขุดค้นเนื้อหาเก่าๆอย่างเป็นหมวดหมู่ / การเปลี่ยน theme และ heading ของบล็อก ต้อนรับศักราชใหม่อีกหนึ่งคำรบ / การวางโครงเรื่องของบทความถ่ายทอดความประทับใจ ชนิดดราม่าน้ำตาท่วมจอ / การแนะนำบล็อกบ้านใกล้เรือนเคียงอีกมหาศาล โปรโมทกันซึ่งๆหน้า....และอีกมากมายหลายความคิด....

.................และก็อย่างที่ทุกท่านเห็นครับ.............ผมทำไม่สำเร็จเลย แม้แต่ข้อเดียว   กรี๊ดดดดดดดดด

...เหตุผลหลักๆ น่าจะเพราะประเมินเวลาว่างของตัวเองไว้สูงเกินไป(หน่อย)...และประเมินตารางอยู่เวรของตัวเองไว้ต่ำไป(มาก)...ดังนั้นแล้ว จึงได้บทสรุปแบบถูไถ มาเป็นเอนทรีชิวๆ HBD ให้เป็นพิธีเช่นนี้เอง เฮ~~~

--------------------------------------------------------------------

อีกหนึ่งขวบปี ได้อะไรจาก Exteen

เขียนบล็อกมาได้สองปี เป็นเวลาเกือบครึ่งนึงของอายุคุณพี่ exteen...แน่นอนครับ ว่ามันก็ต้องมีทั้งเรื่องสุขและเรื่องโศก มาร่วมแบ่งปันกับเพื่อนๆอยู่บ้าง...ถ้าจะให้พูดเป็นข้อๆ ก็อยากจะค่อยๆเล่าว่า...Exteen แห่งนี้ โดนใจผมตรงที่...

.

- เป็นสถานที่ชุมนุมกัน ของผู้คนมากหน้าหลายตา

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ถ้านับตั้งแต่รู้จักเวปนี้มาเป็นเวลาประมาณ 3 ปีครึ่ง..ผมได้พบเจอผู้คนมากมายหลายประเภท อย่างที่ไม่เคยคาดถึง

นักเรียนประถม มัธยม วิศวกรหลากสาขา สถาปนิก หมอไทย-หมอเทศ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นวดแผนโบราณ นักวาดการ์ตูน เลเยอร์-นักคอสเพลย์ นักภาษาศาสตร์ นักบัญชี แอร์โอสเตส เลขาฯ ซาลารี่แมน ไกด์นำเที่ยว ออร์กาไนเซอร์ นักเขียนบทความ นักเรียนทุน ฟรีแลนซ์ และอีกมากมายสารพัดเกินจะกล่าว...ถ้าหากวันดีคืนดี ผมจะไปเจออาชีพลับ อย่างอัศวินมังกร หรือผู้ใช้มนตร์ดำโผล่ออกมา ก็คงไม่แปลกใจไปมากกว่านี้เท่าไรนัก

.

- เป็นที่ผสมรวม ของความนึกคิดที่หลากหลาย

เมื่อผู้คนต่างอาชีพ ต่างวิธีคิดมาอยู่รวมกันเป็นสังคมใหญ่ แทนที่ทุกปากทุกเสียง จะสวนทาง และแสดงความเป็นตัวของตัวเองมามากเกินงาม แต่ Exteen แห่งนี้ กลับเต็มไปด้วย "ความกลมกลืน" ของความคิดเห็น ที่ถูกจัดรวมกันอย่างเป็นระบบระเบียบ ถ้อยทีถ้อยอาศัย และเกิดเป็นกลุ่มสังคมที่อบอุ่น กระจายตั้งแต่กลุ่มเล็กกลุ่มน้อยไม่กี่บล็อก จนถึงกลุ่ม community ขนาดใหญ่ ที่ผู้คนหลายสิบหลายร้อย จะมาร่วมถก ร่วมแสดงความเห็น และร่วมถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างอิสระและมีความสุข

.

- เป็นที่ที่ความนึกคิด จะก่อตัวเป็นรูปร่างอย่างอิสระ

สำหรับสมาชิก exteen ทั้งหลาย...ไม่ว่าจะเป็นแฟนพันธุ์แท้หรือแฟนพันธุ์ทาง  จะนั่งอัพบลอกแบบนานทีอัพครั้ง อัพนานครั้งละหลายวัน หรืออัพถี่วันละหลายครั้งก็แล้วแต่...อภิสิทธิ์หนึ่งเดียว ที่เราๆท่านๆมีร่วมกัน ก็คือ "อิสระ" ที่จะทำเช่นไรก็ได้ กับผืนผ้าใบขาวๆตรงหน้าของเรา เรามีสิทธิ์ที่จะละเลง สร้างสรรค์ และเผยแพร่ความคิดทุกรูปแบบ โดยไม่ถูกจำกัดด้วยกรอบเล็กๆของหน้าจอคอมพิวเตอร์

เราจะใช้ Exteen ในการบันทึกเรื่องราวในชีวิตประจำวัน /บ่นตัดพ้อเรื่องไม่เข้าท่าในสังคม /แต่งกลอนส่งความในใจไปถึงคนรัก /รีวิวถ่ายทอดความรู้สึกที่อัดแน่น /แนะนำอีเวนท์ที่มีประโยชน์ /โชว์ผลงานหรือของสะสมที่ภูมิใจ /สอนทักษะและเทคนิคต่างๆ ที่คนอื่นจะนำไปใช้ได้  หรือกระทั่งส่งเป็นการบ้านเพื่อแลกกับคะแนนในชั่วโมงเรียน...ทั้งหลายทั้งปวงเล่านี้ เราสามารถรังสรรค์ได้ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ตราบเท่าที่เรายังยืนอยู่บนกฎเกณฑ์ และข้อตกลงในสังคม

.

- เป็นที่ที่ไม่ถูกจำกัด ด้วยกรอบของตัวตนและสาขาอาชีพ

ในเวทีแห่งการเผยแพร่ความคิดอย่างสร้างสรรค์นี้...อิสระที่ได้รับมาอย่างถูกต้องนั้น ไม่ได้ตื้นเขินขนาดที่ จะต้องถูกจำกัดด้วยกรอบของบทบาท และฐานะทางสังคมของเรา...ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกแต่อย่างใด ที่เราจะได้มาพบผู้คนมากมาย ร่วมแสดงออกถึง "ตัวตน" ทางความคิดออกมาอย่างชัดแจ้งและมีความสุข ในหลากหลายรูปแบบ

เราได้เห็นอาจารย์มารีวิวภาพยนตร์ ได้เห็นวิศวกรมาจับปากกาวาดภาพ ได้เห็นนักวิจัยมาแนะนำหนังสือการ์ตูน ได้เห็นนักเรียนประถมมานำเที่ยว ได้เห็นเด็กสถาปัตย์มาแต่งกลอน ฯลฯ...ยังไม่ต้องพูดไปถึง การสอนคณิตศาสตร์ สอนภาษา วาดการ์ตูน อวดภาพถ่าย ยกประเด็นเสียดสีการเมือง วิเคราะห์โฆษณา สอนทำอาหาร ให้กำลังใจชีวิต พากินพาดื่ม และอีกหลากแง่ หลายมุม ที่นำเสนอโดยคนต่างสาขาอาชีพ

คนเขียน ก็มีความสุขที่ได้ถ่ายทอด

คนอ่าน ก็มีความสุขที่ได้ร่วมรับรู้

.

- เป็นที่ที่เราจะเป็นได้รับ และค้นพบ

แม้จะเขียนบล็อกมาแค่ระยะเวลาหนึ่ง ผมเองก็ยังกล้าที่จะพูดว่า ตัวเองได้รับ และค้นพบในสิ่งต่างๆมากมาย ที่ที่ยิ่งใหญ่บ้าง เล็กน้อยบ้าง แต่ทุกอย่าง ล้วนมีความสำคัญกับตัวผมเองในทางใดทางหนึ่ง ไม่มากก็น้อย

หลายๆท่านที่ได้ร่วมเขียน ร่วมคุย ร่วมถ่ายทอดไปมากเข้า ก็คงจะได้ "ค้นพบ" สิ่งที่ตัวเองตามหาอยู่บ้างเช่นกัน...แหล่งข้อมูลในเรื่องที่เราสนใจ ความคิดความเห็นของตัวเองที่เป็นระบบระเบียบมากขึ้น การถ่ายทอดความนึกคิดที่เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เพื่อนใหม่ๆต่างอายุต่างอาชีพ กลุ่มคนที่มีความชอบแบบเดียวกัน ทักษะความสามารถพิเศษที่พัฒนามากขึ้น และอื่นๆอีกสารพัด ที่เมื่อยืนอยู่คนละจุด ก็จะมองเห็นสิ่งที่คาดหวังนั้นได้ คนละแง่มุม

ในหลายๆความหมายแล้ว...ตัวผมเองก็เติบโต และพัฒนาขึ้นจากการเขียนบล็อกเช่นกัน

.....

.......

...........

................

ท้ายที่สุดนี้........

สำหรับคนที่เป็นผู้เขียน - ผมก็อยากให้ทุกท่าน ยังคงถ่ายทอด และนำเสนอความคิดเห็น

สำหรับคนที่เป็นผู้อ่าน - ผมก็อยากให้ทุกท่าน ยังคงแลกเปลี่ยน และร่วมพูดคุย

...และในเวลาไม่นานนัก พวกเราเอง ก็น่าจะมี "ความสุข" ในการค้นหา พบเจอ และเรียนรู้ แง่มุมที่แตกต่าง ของสังคมที่หลากหลาย และแสนจะอบอุ่นแห่งนี้ ด้วยกันทุกคน

.

รัก Exteen

รักมาสเตอร์แชมป์

รักเพื่อนๆทุกๆท่าน 

รักคนอ่านครับ

ปล. เจ้าของบล็อก อัพบล็อกตามอารมณ์และความว่าง...แต่ก็มีความสุขดีทุกครั้ง ที่ได้ร่วมพูดคุยกับเพื่อนๆ...ผมไม่รู้จะหาคำขอบคุณยังไง กับยอดกว่าครึ่งค่อนแสน ทั้งผู้ชมขาประจำ และผู้ชมที่แวะเข้ามาเยี่ยนตามโอกาสทุกๆท่าน...ยังไงก็แล้วแต่ ปีที่สามนี้ ก็ฝากเนื้อฝากตัวเช่นเดิมนะครับ

ปล.2 คราวหน้า จะมาอัพรีวิวการ์ตูนเรื่องนึง ที่ผมชอบ และคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆเรื่องนึง...จับคอนเซปต์ประเด็นที่ "ยิ่งใหญ่" มากที่สุดประเด็นนึง ในชีวิตของคนเรา ลองเดาดูนะครับ

ปล.3 ใครบังอาจเดาว่าเป็น "ความรัก" จะขอตุ้บตั้บซักหนึ่งชุด...โทษฐานน้ำเน่าเกินสมควร

ปล.4 ตลอดปีที่ผ่านมา ไม่เคยคิดจะเล่น faqs สนุกๆกับเพื่อนๆเลย...แต่ไหนๆก็ครบรอบปีที่สองทั้งที...ใครอยากทิ้งคำถามอะไรไว้ เชิญได้ตามสะดวกครับ แล้วจะมาตอบให้

.

กลางห้องสี่เหลี่ยมที่ดูแสนจะธรรมดา...มีร่างของผู้ตายนอนแน่นิ่งอยู่ รายล้อมด้วยผู้อยู่ในที่เกิดเหตุถึงสามคน

คำให้การสามเรื่องราว สามเหตุการณ์ที่ได้รับ ล้วนขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในรายละเอียด

ข้อมูลที่ถูกบิดเบือนนี้ เกิดจากความตั้งใจที่ถูกตระเตรียมไว้ หรือเกิดจากความเข้าใจผิดที่ไม่สอดประสานกัน?

เป็นไปได้ไหม ที่แม้จะไปคนละทิศทาง แต่ทุกคน ต่างมอบความจริงที่ตัวเองรับรู้ ?

เป็นไปได้ไหม ที่แม้จะพูดไม่ตรงตามจริง แต่คนทั้งสาม ก็ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ?

และจะเป็นไปได้ไหม ที่เหยื่อคนเดียวคนนั้น...เสียชีวิตจากการฆาตกรรมจริงๆ !!  

...

Q.E.D. อย่างนี้ต้องพิสูจน์ เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนสอบสวน ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ปัจจุบันออกมาแล้ว 20 เล่ม

ชื่อเรื่อง เป็นคำย่อภาษาละติน มาจากวลี "Quod erat demonstrandum" ซึ่งหลายๆคนอาจจะคุ้นเคย ได้ยินมาจากวิชาคณิตศาสตร์ว่า "ซึ่งต้องพิสูจน์"

คำย่อนี้ จะใช้ลงท้ายข้อสรุปใดๆ ที่เราสามารถหามาจากการอ้างอิง และยกทฤษฎีบทต่างๆ มาพิสูจน์คำถามตั้งต้น...เป็นเหมือนการแปะทิ้งท้ายจบประโยคไว้ว่า ข้อสรุปสุดท้ายนี้ ผ่านการยืนยันและพิสูจน์มาแล้ว อย่างมีตรรกะ

 

ตัวเอกของเรื่อง โทมะ โซ เป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะ วัย 16 ปี ซึ่งกลับมาเรียนต่อชั้นมัธยมปลายที่ญี่ปุ่น หลังจากออกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่อเมริกามากลางคัน...เหตุผลที่เขาศึกษาไม่จบ และคำถามที่ว่า เขากลับมาเรียนในชั้นก่อนหน้าไปเพื่ออะไรนั้น...สำหรับเด็กน้อยผู้แสนแปลกประหลาดคนนี้แล้ว...ไม่มีใครเคยเข้าใจ และเคยตั้งใจที่จะเข้าถึงเลย แม้เพียงซักคนเดียว...

แต่เมื่อสาวน้อยผู้มากด้วยพลังกาย และความใส่ใจในผู้คนรอบข้าง อย่าง มิสุฮาระ คานะ ได้มาพบเด็กหนุ่มที่แสนจะดึงดูดคนนี้แล้ว...หลากเรื่องราวในชีวิตประจำวัน...หลายมุมมองที่มีต่อปัญหาต่างๆ และแม้กระทั่งความรู้สึกที่มีต่อผู้คนรอบตัว...ทุกสิ่งของทั้งสอง...ก็พลันเปลี่ยนไป...

เนื้อเรื่องของ Q.E.D. เปิดตัวได้ไม่แตกต่างจากแนวทางภาคบังคับของหนังสือการ์ตูน หรือนวนิยายแนวสืบสวนทั่วไปในท้องตลาดเท่าไรนัก...มีการฆาตกรรม มีผู้ต้องสงสัยกลุ่มใหญ่ และมีสถานการณ์ที่ดูไม่น่าเป็นไปได้

...แต่เมื่อเนื้อหาหลักดำเนินไปทีละนิด ผ่านคดีเล็กคดีน้อยตามรายทางไปมากเข้า ทิศทางความแตกต่างอันเป็นเอกลักษณ์ ก็เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

"คดี" ต่างๆใน Q.E.D. ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การฆาตกรรม...ไม่จำเป็นต้องมีผู้เสียชีวิตอย่างแปลกประหลาด /มีตัวเลือกผู้ต้องสงสัยเป็นสิบ /มีทริคซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินจริง หรือมีแรงจูงใจที่เบาโหวงจนไม่น่าเชื่อถือ...แต่จะครอบคลุมเรื่อยไป ตั้งแต่คดีหยุมหยิม อย่างการทะเลาะเบาะแว้ง ของมีค่าหายสาบสูญ หรือมรดกที่แบ่งกันไม่ลงตัว ไปจนถึงระดับคดีฆาตกรรมที่แสนซับซ้อน และน่าเหลือเชื่อ

เรื่องราวทั้งหมด ที่อยู่ในรูปของคดีย่อยๆ จบในเล่มเช่นนี้ มักเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และสับสนของข้อมูล รวมไปถึงลำดับเวลาที่ดูเป็นไปไม่ได้...หลายต่อหลายครั้ง ที่คำให้การของผู้เกี่ยวข้อง สวนทางกันเองอย่างสิ้นเชิง และหลักฐานที่เห็นอยู่ตรงหน้า หรือคนร้ายที่รู้กันอยู่แก่ใจ ก็ยังเกี่ยวพัวพันกันอย่างไม่น่าจะเป็น นำพาผู้อ่านไปสู่ปมที่ยุ่งเหยิงยิ่งขึ้น...และไปชนเข้ากับทางตันในท้ายที่สุด

ทว่า โดยแท้จริงแล้ว "ความสับสน" นั้น ล้วนเกิดจากความนึกคิดที่แปลกแยก...ดังคำกล่าวที่ว่า คนทุกคน ที่เกี่ยวข้องกับคดีใดๆ...ต่างล้วนมี "สิ่งที่ต้องการปิดบัง"กันทั้งสิ้น...ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง เพื่อคนร้าย หรือกระทั่งเพื่อคนที่ไม่เกี่ยวข้อง...

และสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะสามารถไขปริศนา คลายปมเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย กลับเป็นกุญแจดอกเล็กๆเพียงแค่ดอกเดียว...

 

จะดีหรือร้ายก็แล้วแต่...โทมะ โซ เป็นผู้ที่จะไม่หวั่นไหวไปกับอารมณ์ และสิ่งเร้ารอบข้าง...ไม่ว่ารูปคดีแรกเริ่ม จะดูน่าเหลือเชื่อแค่ไหน...แรงจูงใจทั้งหมด จะชี้ไปที่คนๆหนึ่งอย่างชัดเจนเพียงไร...หลักฐานทั้งหมดที่มีในมือ จะพัวพันกันซับซ้อนขนาดไหน...

สิ่งที่สะท้อนในดวงตาของเด็กหนุ่ม มีเพียงแค่ "ความจริง" ที่ไม่มีวันบิดเบือน 

สิ่งที่ประมวลอยู่ในสมอง มีเพียง "ข้อมูล" ที่ได้รับเข้ามา อย่างไม่มีอคติ

สิ่งที่ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อกรั่นกรองเอา"เนื้อแท้"ของความขัดแย้งออกมา...มีเพียงหนึ่งเดียว...

..."ตรรกะ"  หรือ Logic ที่แน่วแน่ ชัดเจนราวกับจะจับต้องได้นี้เอง ที่สามารถเปิดทางสู่บทสรุปของเรื่องราว เผยให้เห็นภาพความจริง ที่ธรรมดาอย่างคาดไม่ถึง

เมื่อวัตถุดิบในมือพร้อมสรรพ...โทมะ โซ ก็จะเป็นดั่งเครื่องจักรประมวลผล ที่ใช้เพียงตรรกะและสติของตน จัดหมวด เรียงหมู่ และพินิจชิ้นส่วนที่ดูจะยุ่งเหยิงเหล่านั้น นำมาประกอบกันเป็นภาพสุดท้ายอย่างใจเย็น ก่อนที่จะได้คำตอบที่สามารถอธิบายทุกๆเหตุการณ์ และความขัดแย้งทั้งหมดได้อย่างเป็นลำดับขั้น...

"เท่านี้...ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ" เด็กหนุ่มไม่เคยลืมที่จะทิ้งท้ายไว้...ภายหลังจากการเดินทางไปสู่บทสรุปของทุกปัญหา

กล่าวโดยสรุป จุดเด่นของ Q.E.D ในฐานะการ์ตูนสืบสวน จึงอยู่ที่ "รูปแบบ"คดีที่หลากหลาย...เรียบง่าย สลับกับซับซ้อน แต่ก็ล้วนอยู่ในขอบเขตของสามัญสำนึก ที่ทุกอย่าง สามารถแก้ไขได้ด้วยตรรกะ และสติที่ตั้งมั่นโดยแท้

"ความกลมกลืน"ของตัวละครหลักในเรื่อง ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจอยู่ในที เมื่อชายหญิงสองคนที่มีจุดยืน และรูปแบบของความคิดที่แตกต่าง ได้มาร่วมงานภายใต้โจทย์ปัญหาเดียวกัน ทั้งปฎิกิริยา และบทบาทของคนทั้งคู่ ต่างสอดรับ และเกื้อกันให้ไปสู่ผลลัพธ์สุดท้ายได้รวดเร็ว และลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คงไม่พ้น "แนวทางการคิด" ที่ทำให้ไปถึงบทสรุปของเรื่อง ที่คนอ่านอย่างเราๆ ก็อยู่ในวิสัยที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมได้โดยไม่ยากเย็นนัก...และอาจจะตระหนักถึงความสำคัญของการคิดอย่างมีระบบระเบียบได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ความเป็นจริงในชีวิตประจำวัน มันก็เป็นเช่นนี้...หลายๆปัญหา ควรจะเรียบง่ายและแก้ไขได้อย่างลงตัว หากมองในสายตาของคนนอก...แต่เมื่อมันเข้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องของตัวเราเองเข้าแล้ว ก็มักจะถูกทำให้มัน "ซับซ้อน" ยิ่งขึ้นอย่างไม่น่าจะเป็น

สิ่งที่บดบังความเป็นจริงที่เห็นกันชัดๆ มีได้มากมายหลายหลาก...อคติที่มีต่อคนที่ไม่ชอบหน้า ความโอนเอียงที่มีต่อคนใกล้ชิด ความว้าวุ่นที่มีต่อเรื่องของตัวเอง...และอีกมากมายเกินจะยกมากล่าว ทุกสิ่งล้วนสามารถทำให้เรื่องเล็กๆน้อยๆ กลายเป็นปัญหาที่แสนยิ่งใหญ่ไปได้ โดยปริยาย

หากเพียงแค่เราถอยมาซักหนึ่งก้าว ใช้เหตุและผลที่พึงจะมี ค่อยๆทำความเข้าใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า "ความยุ่งเหยิง" ที่ทำให้เราอยู่ไม่สุขเช่นนี้...เกิดจากเนื้อแท้ของปัญหา...หรือเกิดจากความขุ่นข้องในใจของเราเอง

.

แด่ตรรกะที่สวยงาม

ซึ่งต้องพิสูจน์ครับ

 

สรุปม้วนเดียวจบ

.

ข้อดี และจุดน่าสนใจของ Q.E.D.

- เป็นการ์ตูนแนวสืบสวนที่มีรูปแบบหลากหลาย แหวกจากแนวทางบังคับทั่วๆไป

- การหยิบยกปัญหาที่ดูเหมือนซับซ้อน มาแก้ไขให้เห็นกันซึ่งๆหน้า อย่างมีลำดับขั้น และสมเหตุสมผล

- เน้นรูปแบบการคิดที่เป็นตรรกะ มุ่งไปที่การจัดหมวดหมู่ของข้อมูลอันสับสน

- การไปสู่คำตอบของเรื่องราว ไม่ได้ยากเกินขอบเขตที่คนอ่านจะพยายามด้วยตัวเอง

- ตัวละครหลักและรอง ผลัดกันมามีบทบาทสำคัญโดยทั่วถึง

- นำประเด็นทั้งทฤษฎีคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ปรัชญา และอื่นๆ มาผูกเป็นโจทย์ได้อย่างน่าสนใจ

.

ข้อด้อย และจุดที่อาจไม่ปลื้ม

- ความจริงจังและหนักหน่วงของเรื่องราว ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้อ่านบางกลุ่ม

- บ่อยครั้ง ที่การไม่รู้ศาสตร์เชิงลึกบางประเภท ทำให้ไม่สามารถไล่ตามความคิดของตัวเอกได้ ในระดับรายละเอียด

- ปัญหาที่ดูซับซ้อนกว่าที่ควร...เมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างคลายออกมา ก็สามารถเรียกคำชื่นชมได้ พอๆกับเสียงบ่นผิดหวัง

- การใช้เวลาปรับตัวอยู่พักใหญ่ กว่าทิศทางของเรื่อง และเอกลักษณ์ตัวละคร จะเริ่มเข้าที่เข้าทาง